หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 548)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. Mr. Eaton had the client __________________________________ her questions in writing.

(มิสเตอร์อีตันให้ลูกความ __________________ คำถามของเธอ (ให้เขา) เป็นลายลักษณ์อักษร)

(a) submits

(b) submit    (ส่งมอบ, เสนอ, เสนอให้พิจารณา, ยอม, ยอมตาม, ยอมจำนน, อ่อนน้อม)

(c) submitted

(d) submitting

ตอบ  -  ข้อ  (b)  Causative use “Subject + Has (Have, Had) + Someone (Object) + Do + Something (ส่วนขยาย)”  (ประธานใช้ให้ใครบางคน (กรรม) ทำอะไรบางอย่าง)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • The supervisor had Ms. Bella ______________________________ her job responsibilities.

(ผู้กำกับดูแลใช้ให้มิสเบลล่า _____________________________ ความรับผิดชอบงานของเธอ)

(a) writing

(b) wrote    (เป็นกริยาช่องที่ ๒ ของ  “Write”)

(c) written    (เป็นกริยาช่องที่ ๓ ของ  “Write”)

(d) write    (เขียน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นโครงสร้าง  Causative use {Subject + Has (Have, Had) + Someone + Do + Something} (ประธานฯ ใช้ให้ใครทำอะไร)

                                  ตัวอย่างที่  

  • The president had her travel agent _______________________________ the reservations.

(ประธาน (บริษัท) ให้ตัวแทนท่องเที่ยวของเธอ _________________ การจอง – ตั๋วเครื่องบิน, ที่พัก)

(a) made

(b) has made

(c) make    (ทำ)

(d) makes

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  Causative use  {Subject + Has (Have, Had) + Someone (Object) + Do + Something}  (ประธานฯ ใช้ให้ใคร (กรรม) ทำอะไรบางอย่าง)

                                  ตัวอย่างที่  

  • The trainers for the seminar had the crew _________ their equipment to the conference center.

(ผู้ฝึกอบรมสำหรับการสัมมนาใช้ให้บรรดาเพื่อนร่วมงาน ___________ อุปกรณ์ของตนไปยังศูนย์การประชุม)

(a) move    (ย้าย, เคลื่อนที่, เคลื่อนไหว, เดิน, ก้าวหน้า, กระตุ้น, ดลใจ, เร้าใจ)

(b) moved

(c) moving

(d) mover    (ผู้เคลื่อนย้าย, ผู้เคลื่อนไหว, ผู้เดิน, ผู้ก้าวหน้า)  (เป็นคำนาม)

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นโครงสร้าง  Causative use  ในแบบ  Active voice {Subject + Has (Have) + Someone + Do + Something}  (ประธานประโยคใช้ให้ใครทำอะไร)

                                  ตัวอย่างที่  

  • Today if I finish my shopping early enough, I may go and __________________________.

(วันนี้  ถ้าผมไปช้อปปิ้งเสร็จแต่เนิ่นๆ พอ  ผมอาจจะไป  และ ___________________________)

(a) to have my hair done

(b) have my hair do

(c) have my hair done    (ทำผม)  (ให้ช่างทำผม)

(d) will have my hair done

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ต้องใช้  “Have”  เพราะถือว่าอยู่หลัง  “May”  เหมือนกับ  “Go”  และเป็นโครงสร้าง  Causative use  ในแบบ  Passive voice  {Subject + Has (Have) + Something + Done + By someone}  (ประธานประโยคใช้ให้อะไรถูกกระทำโดยใคร)

                                  ตัวอย่างที่  

  • He had the cook _________________________________________________ some tea.

(เขาใช้ให้พ่อครัว _________________________________________________ น้ำชา)

(a) make    (ชง)

(b) making

(c) made

(d) did

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  Causative use  ในแบบ  Active voice  “Subject + Have + Someone + Do + Something

                                  ตัวอย่างที่  

  • Please have the porter ________________________________ these boxes up to my room.

(โปรดให้พนักงานแบกของ _________________________ ลังเหล่านี้ขึ้นไปบนห้องของผมด้วย)

(a) to carry

(b) carrying

(c) carried

(d) carry     (ยก, แบก, ถือ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  Causative use  ในแบบ  Active voice {Subject + Have (Has) + Someone + Do + Something}  คือ  ประธานฯ ใช้ให้ใครทำอะไร

                                  ตัวอย่างที่  

  • I am going to have my garage ______________________________________ tomorrow.

(ผมจะให้โรงเก็บรถของผม ___________________ วันพรุ่งนี้)  (แต่นิยมพูดว่า  ผมจะทาสีโรงรถฯ)

(a) painting

(b) paint

(c) paints

(d) painted    (ถูกทาสี)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เป็นโครงสร้าง  Causative use  ในแบบ  Passive voice  {ประธานฯ ใช้ให้อะไรถูกทำโดย “กรรม   

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I had this photograph _____________________________________________ in Paris.

(ผมให้ภาพนี้ _____________________________________ (คือ  ให้ผู้อื่นถ่ายให้) ในปารีส)

(a) take

(b) taking

(c) taken    (ถูกถ่าย)

(d) to take

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  Causative Use  ในแบบ  Passive voice  {Subject + Has (Have, Had) + กรรม + Verb 3 + (By someone)  =  ประธานฯ ให้  “กรรม”  ถูกกระทำ (โดยใครบางคน)}

                                  ตัวอย่างที่  

  • What would you ____________________________________________ me do for you?

(คุณจะ ___________________________________________ ให้ผมทำอะไรให้คุณครับ)

(a) want

(b) hope

(c) wish

(d) have

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็น  “Causative use”  ในแบบ  Active voice (ประธานฯ ใช้ให้ใครทำอะไร)  {Subject + Have (Has) + Someone + Do + Something}  สำหรับ  “Want”  และ “Wish”  จะต้องใช้โครงสร้างเป็น  “What would you want (wish) me to do?

                                  ตัวอย่างที่  ๑๐

  • What would you have me ________________________________________________?

(คุณจะให้ผม __________________________________________________ อะไรครับ)

(a) mend    (ซ่อม)

(b) mending

(c) mended

(d) to mend

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้าง  Causative use  ในแบบ  Active voice  {Subject + Has (Have) + Someone + Do (Verb 1) + Something} (ประธานใช้ให้ใครทำอะไรบางอย่าง)  ทั้งนี้  Causative use  แบ่งออกเป็นโครงสร้างแบบ  Active voice  และ Passive voice  ดังคำอธิบายข้างล่าง

               สำหรับการใช้โครงสร้าง  “Causative use”  ในแบบ  “Active voice”  คือ  “Subject + have + someone + do  (กริยาอะไรก็ได้ช่องที่  ) + something”  หรือ  (=  Subject + get +  someone + to do  (กริยาอะไรก็ได้  แต่ต้องมี  “To” นำหน้า) + something) (ประธานใช้ให้ใครทำอะไรบางอย่าง  แต่ในบางกรณีอาจมีความหมายว่า  ประธานมีใครมาทำอะไรให้  หรือประธานประสบกับเหตุการณ์บางอย่าง)  มีดังนี้ คือ

               ๑. Subject + have + someone + do + something  (กรรมของ  verb “do”)

               ๒. Subject + get + someone + to do + something  (กรรมของverb do”)

(ประธาน  +  ใช้ให้  +   ใครบางคน  +   ทำ (กริยาอะไรก็ได้)  +  บางสิ่งบางอย่าง)

             ทั้ง    โครงสร้างข้างบน  ถือว่าอยู่ในรูปของ  “Active voice”  เนื่องจากประธานเป็นผู้ใช้ให้ใครบางคนไปทำอะไรบางอย่าง  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • He had the doctor examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

  • He got the doctor to examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

  • She has her maid wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

  • She gets her maid to wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

  • We had our neighbors clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

  • We got our neighbors to clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

  • We often have our friends visit us on Sundays.
  • We often get our friends to visit us on Sundays.

(เรามีเพื่อนมาเยี่ยมวันอาทิตย์บ่อยๆ)

  • I had a frightening thing happen to me yesterday.
  • I got a frightening thing to happen to me yesterday.

(ฉันประสบกับสิ่งที่น่ากลัวเกิดขึ้นกับฉันเมื่อวานนี้)

  • She had me call her last week.
  • She got me to call her last week.

(เธอให้ผมโทรฯ ไปหาเธอสัปดาห์ที่แล้ว)

               อย่างไรก็ตาม  ถ้าต้องการใช้ในรูป  “Passive voice”  คือ Subject + have (get) + something + done + (by someone) {(ประธาน  + ใช้ให้ + บางสิ่ง + ถูกกระทำ  (กริยาอะไรก็ได้ อยู่ในช่องที่ ๓) + (โดยบางคน)}  ในกรณีนี้  ทั้ง  “Have”  และ  “Get”  ในโครงสร้างแบบนี้  จะใช้ในรูปประโยคที่เหมือน กันทุกประการ  ดังตัวอย่าง

  • He had his eyes examined (by the doctor).

(ถ้าแปลตรงตัว  คือ  “เขาให้ตาถูกตรวจโดยหมอ”  แต่ในภาษาไทยไม่นิยมพูดแบบนี้  โดยนิยมพูดแต่เพียงว่า “เขาไปตรวจตา”)  (ในกรณีนี้ต้องให้หมอตรวจเท่านั้น  เขาจะตรวจเองไม่ได้)

  • He got his eyes examined (by the doctor).

(เขาไปตรวจตา)  (ในกรณีนี้ต้องให้หมอตรวจเท่านั้น  เขาจะตรวจเองไม่ได้)

  • She has her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)  (ในกรณีนี้  อาจหมายถึงเธอล้างเอง  ถ้าไม่มี  “by her maid”,  หรือให้สาวใช้ล้างให้ก็ได้)

  • She gets her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)  (ในกรณีนี้  อาจหมายถึงเธอล้างเอง  ถ้าไม่มี  “by her maid”,  หรือให้สาวใช้ล้างให้ก็ได้) 

  • We had our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)  (ในกรณีนี้  เราอาจทำเอง  ถ้าไม่มี  “by our neighbors”,  หรือให้เพื่อนบ้านทำให้ก็ได้)

  • We got our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)  (ในกรณีนี้  เราอาจทำเอง  ถ้าไม่มี  “by our neighbors”,  หรือให้เพื่อนบ้านทำให้ก็ได้)

  • He has his hair cut once a month.

(=  He gets his hair cut one a month.)

(เขาตัดผมเดือนละ ๑ ครั้ง – คือไปให้ช่างตัดให้)  (อาจหมายถึงเขาตัดเองก็ได้  แต่เป็นเรื่องไม่ปกติ)

  • She has her room cleaned every day.

(=  She gets her room cleaned every day.)

(เธอทำความสะอาดห้องทุกวัน – คือให้คนรับใช้ทำให้)  (อาจหมายถึงเธอทำเองก็ได้)

  • We had our car washed once a week last year.

(=  We got our car washed once a week last year.)

(เราล้างรถอาทิตย์ละ    ครั้ง เมื่อปีที่แล้ว – คือให้อู่ล้างให้)  (อาจหมายถึงเราล้างเองก็ได้)

  • Can we have the program changed ?

(=  Can we get the program changed ?)

(เราสามารถเปลี่ยนโปรแกรมได้ไหม)  (หมายถึง  เจ้าหน้าที่เป็นผู้เปลี่ยน)

  • Please have these letters translated into English.

(=  Please get these letters translated into English.)

(กรุณาแปลจดหมายเหล่านี้เป็นภาษาอังกฤษ)  (อาจหมายถึง  คุณแปลเอง หรือให้คนอื่นแปลก็ได้)

  • King Charles had his enemies’ heads cut off.

(=  King Charles got his enemies’ heads cut off.)

(กษัตริย์ชาร์ลสตัดศีรษะของศัตรูของตน)  (อาจหมายถึง  ชาร์ลสตัดเอง หรือให้คนอื่นตัดก็ได้)

  • I’ve recently had my appendix removed.

(=  I’ve recently got my appendix removed.)

(ผมตัดไส้ติ่งออกเมื่อเร็วๆ นี้)  (หมายถึง  หมอตัดให้เท่านั้น  ผมไม่ได้ตัดเอง)

  • They scarcely have any money saved for their old age.

(=  They scarcely get any money saved for their old age.)

(พวกเขาแทบจะไม่มีเงินเก็บออมไว้สำหรับวัยชรา)  (หมายถึง  พวกเขาเก็บออมเองเท่านั้น  มิใช่คนอื่นออมให้)

 

2. I slept badly last night.  The noise of the traffic kept me ______________________________.

(ผมนอนไม่ค่อยหลับเมื่อคืนนี้  เสียงของการจราจรทำให้ผม _______________________ ตลอด)

(a) wake    (ตื่น, ตื่นนอน, ปลุกให้ตื่น)  (เป็นคำกริยา)    

(b) awake    (ตื่นอยู่)  (เป็นคำคุณศัพท์)  (ถ้าเป็นคำกริย หมายถึง ปลุก, ทำให้ตื่น)

(c) waken    (ตื่น, ทำให้ตื่น, ปลุก)  (เป็นคำกริยา)

(d) awaken    (ปลุก, ทำให้ตื่น)  (เป็นคำกริยา)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ในที่นี้ใช้  “Awake” ในรูปคุณศัพท์  (Keep +  กรรม + Adjective)  หมายถึง  “ทำให้กรรม...............”  สำหรับการใช้อีกแบบ  คือ  “Keep + กรรม + Verb + ing”  =  ทำให้กรรม...............ไม่หยุด  เช่น  “Keep him laughing” (ทำให้เขาหัวเราะไม่หยุด),  “Keep them working” (ทำให้พวกเขาทำงานไม่เลิก)  ดังนั้น  ประโยคข้างบน  อาจจะตอบว่า  “Kept me waking”  หรือ  “Kept me wakening”  หรือ  “Kept me awakening”  ก็ได้  ซึ่งทุกวลีมีความหมายเหมือนกัน  คือ  “ทำให้ผมตื่นอยู่ตลอด

 

3. Because his parents didn’t approve of his majoring in physical education, George had reluctantly taken civil engineering __________.

(เพราะว่าพ่อแม่ของเขาไม่เห็นด้วยกับการศึกษาวิชาเอกในด้านพลศึกษา  จอร์ชได้เลือกเรียนอย่างไม่เต็มใจในด้านวิศวกรรมโยธา __________)

(a) as the choice two

(b) is second choice

(c) as the second choice    (เป็นทางเลือกที่สอง)

(d) the choice as the second

ตอบ  -  ข้อ  (c)  หรืออาจตอบ  “As choice two” (เป็นทางเลือกที่สอง)  ก็ได้

 

4. A: Can you use a typewriter?

(คุณใช้เครื่องพิมพ์ดีดเป็นไหม)

    B: No, but I would be glad to learn ____________________________________________.

(ไม่เป็นครับ  แต่ผมจะยินดีที่จะเรียนรู้ ________________________________________)

(a) how to use

(b) it

(c) how to    (วิธีใช้)

(d) to use

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เป็นการตอบแบบสั้น  ทั้งนี้  อาจตอบแบบเต็ม (ยาว) ว่า  “How to use it”  ก็ได้

 

5. We listened as he began to narrate (แน-เร้ท) his adventures.

(a) tell; describe; make known (either spoken or written) (บอก-เล่า; อธิบาย;  ทำให้รู้จัก  - 

       ไม่โดยทางภาษาพูดก็ภาษาเขียน)

(b) renounce    (สละ, ละทิ้ง, ประกาศสละ, ประกาศเลิก, สละกรรมสิทธิ์, สละบุตร)

(c) retaliate    (ริ-แท้ล-ลี-เอท)  (ตอบโต้, แก้แค้น, แก้เผ็ด, แก้ลำ, ตอบแทน)

(d) commiserate   (คัม-มิซ-เซอะ-เรท)  (แสดงความเสียใจกับ, เห็นใจ, สงสาร, สังเวช, เวทนา)

(e) alert   (อะ-เลิ้ร์ท)  (เตือนภัย, เตือนให้ระวัง, การเตรียมพร้อม, ว่องไว, เตรียม พร้อม, ระมัดระวัง)  (เป็นทั้ง

       คำกริยา  คำนาม และคำคุณศัพท์)

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

6. Bill’s caution prompted him to ask many questions before he consented.  

(ความระมัดระวัง – ความรอบคอบ - ของบิล  กระตุ้น  ให้เขาถามคำถามมากมาย  ก่อนเขาจะยินยอม-ยอมทำตาม-คล้อยตาม-เห็นด้วย)

(a) convicted    (ตัดสินว่าได้กระทำผิด, พิสูจน์แล้วว่ากระทำผิด)

(b) beheaded    (ตัดศีรษะ, บั่นคอ)

(c) ruined    (รู้-อิ้น หรือ รู้-เอิ้น)  {ทำลายย่อยยับ, ทำลายเหลือแต่ซาก, ทำลาย (ตึก, อาคาร, อนาคต, ชื่อเสียง)}

(d) stimulated; incited    (กระตุ้น, ส่งเสริม; เร้า ปลุกใจ, ยุยง)   (“Prompt” เมื่อเป็นกริยา  หมายถึง  

       “กระตุ้น, ยุยง, เตือน”  แต่เมื่อเป็นคำคุณศัพท์  หมายถึง  “รวดเร็ว, ตรงเวลา, ซึ่งทำในทันที”)

(e) belittled   (ดูถูก, ดูแคลน, เหยียดหยาม, ทำให้ความสำคัญลดน้อยลง, ทำให้ด้อยค่า)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

7. The factory was located on the outskirts of the city.

(โรงงานตั้งอยู่ที่  ชานเมือง-เขตรอบนอก-ขอบ-ริม  ของเมือง)  (หมายถึง  รอบๆ นอกของเมือง  ซึ่งตรงข้ามกับใจกลางเมือง)

(a) center    (ศูนย์กลาง, ใจกลาง)

(b) back streets    (ถนนของเมืองสายเล็กๆ เก่าๆ ที่มีบ้านและร้านค้าขนาดเล็กตั้งอยู่)  (ตรงข้ามกับ  “Main

      streets”  ที่เป็นถนนสายหลักของเมือง ที่มีตึก  ห้างสรรพสินค้า  และสำนักงานขนาดใหญ่-ทันสมัย  ตั้งอยู่)

(c) manufacturing district    (บริเวณที่มีการผลิตสินค้า)

(d) stock yards    (คอกปศุสัตว์ชั่วคราว)

(e) surrounding regions    (บริเวณที่อยู่โดยรอบ)

 

8. The streets are much too crowded.  There is not _____________ room for any more cars or buses.

(ถนนมียวดยานพลุกพล่านมากมายเหลือเกิน  ไม่มีที่ว่าง _________ สำหรับรถยนต์หรือรถประจำทางเพิ่มมากขึ้นกว่านี้อีกแล้ว)  (คือ ถนนแน่นเอี้ยด  จนไม่มีที่ว่างเหลือเลย)

(a) a

(b) the

(c) enough     (พอ, เพียงพอ)

(d) plenty    (มาก)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Enough”  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • ______________________________________________________ to catch the train.

(_____________________________________________________ ที่จะไปทันรถไฟ)

(a) He did not run enough fast

(b) He ran not fast enough

(c) He did not run fast enough    (เขาวิ่งไม่เร็วพอ)

(d) He ran not enough fast

ตอบ  -  ข้อ  (c)  กริยา  “Run”  เมื่อจะทำเป็นประโยคปฏิเสธ  จะต้องใช้  “Verb to do” (Do, Does, Did)  ช่วยเสมอ  และ  “Enough”  เป็นทั้งคำคุณศัพท์และกริยาวิเศษณ์  ต้องใช้ขยายข้างหลังคำคุณศัพท์ (Adjective)  เช่น  good enough – ดีพอ, quick enough – เร็วพอ,  cold enough – เย็นพอ,  big enough – ใหญ่พอ, small enough – เล็กพอ,  brave enough – กล้าหาญพอ)  หรือ  ขยายหลังกริยาวิเศษณ์ (Adverb)  เช่น  quickly enough – อย่างรวดเร็วพอ,  slowly enough – อย่างเชื่องช้าพอ,  carefully enough – อย่างระมัดระวัง-รอบคอบพอ,  well enough – อย่างดีพอ,  attentively enough – อย่างเอาใจใส่เพียงพอ)  แต่  “Enough”  ต้องขยายหน้าคำนาม  เช่น  enough money – เงินมากพอ,  enough furniture – เฟอร์นิเจอร์มากพอ,  enough information – ข้อมูลมากพอ,  enough time – เวลามากพอ,  enough knowledge – ความรู้มากพอ,  enough people – คนมากพอ,  enough men – คนมากพอ,  enough cars – รถยนต์มากพอ,  enough homes- บ้านมากพอ,  enough participants – ผู้เข้าร่วมมากพอ

               สำหรับตัวอย่างการใช้  Plenty + Of + นามนับไม่ได้  หรือ นามนับได้พหูพจน์  เช่น

  • We’ve got plenty of time.

(เรามีเวลามากมาย – เหลือเฟือ)

  • There are always plenty of jobs to be done.

(มีงานมากมายอยู่เสมอที่จะต้องทำ)

  • They would have plenty to eat.

(พวกเขามีกินกันจนเหลือเฟือ)

  • Food and drink had been consumed in plenty.

(อาหารและเครื่องดื่มถูกบริโภคไปเป็นจำนวนมาก)

  • I’m sure we shall see plenty of you.

(ผมมั่นใจว่าเราจะได้พบคุณบ่อยๆ)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  Address  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป