หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 522)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. The head of operations _______________________________ to the management convention.

(หัวหน้าปฏิบัติการ __________________________________________ ประชุมผู้บริหาร)

(a) going

(b) are going

(c) go

(d) is going    (จะไป)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากประธานประโยคเป็นเอกพจน์  คือ  The head  โดยมี  Of operations  เป็นส่วนขยายประธาน  และมี  Is going  เป็นกริยา  ทั้งนี้  อาจตอบ  "Goes" (ไป) ก็ได้  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The cruise handbook ________________________________________ all ship policies.

(หนังสือคู่มือการเดินทางตระเวณโดยทางเรือ ____________________ นโยบายทั้งหมดของเรือ)

(a) explains    (อธิบาย)

(b) is explaining    (กำลังอธิบาย)

(c) explain

(d) explaining

ตอบ  -  ข้อ  (a)  ประธานเอกพจน์  (The cruise handbook)  กริยาเติม “S” (Explains)  และข้อความนี้เป็นข้อเท็จจริง  และเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  จึงใช้  Present simple tense (Subject + Verb 1)  ดูเพิ่มเติมการใช้กริยาตามประธานของประโยค  กับเหตุการณ์ปัจจุบัน (ข้อเท็จจริง)  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The head of the porters ________________________________ guests with their luggage.  

(หัวหน้าคนถือกระเป๋า (แบกของ) __________ แขก (ลูกค้า) – โรงแรม, สถานีรถโดยสาร-รถไฟ – ในเรื่องกระเป๋าเดินทางของพวกเขา)

(a) assist

(b) is assisting    (กำลังช่วยเหลือ)

(c) assists    (ช่วยเหลือ, สงเคราะห์, สนับสนุน)

(d) are assisting    ()

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  The head (หัวหน้า)  ซึ่งเป็นคำเอกพจน์  โดยมี  Of the porters  เป็นส่วนขยายประธาน  และข้อนี้ใช้รูป  Present simple tense  (Subject + Verb 1)  เพราะเป็นข้อเท็จจริงทั่วๆ ไปในปัจจุบัน  (หัวหน้าฯ ช่วยเหลือแขก-ลูกค้าในเรื่องกระเป๋าเดินทาง)  ไม่มีความจำเป็นต้องใช้รูป  Present continuous (progressive) tense (Is assisting)  เนื่องจากเหตุการณ์มิได้กำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น

                                 ตัวอย่างที่

  • The variety of insurance benefits ________________________ very broad under this policy.

(ความหลากหลายของผลประโยชน์ต่างๆ จากการประกันภัย ______ กว้างขวางมากภายใต้กรมธรรม์นี้)

(a) are

(b) is    (มีความ)

(c) being

(d) be

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  The variety  ซึ่งเป็นเอกพจน์  โดยมี  Of insurance benefits  เป็นส่วนขยายประธาน  และมี  Very broad under this policy  เป็น  Complement  ของกริยา  Is  (มาช่วยทำให้  Is  มีความสมบูรณ์)

                                 ตัวอย่างที่

  • At midnight, the second shift of security guards ____________________________ on duty.

(ตอนเที่ยงคืน  ผลัดที่สองของยามรักษาความปลอดภัย __________________ เข้าเวร – ทำหน้าที่)

(a) coming

(b) to come

(c) comes    (มา)

(d) come

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “The second shift”  (เอกพจน์) เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Of security guards”  เป็นส่วนขยาย  จึงต้องใช้กริยา  “Come”  ที่เติม  “S

                                  ตัวอย่างที่

  • A record of complaints _________________________________ kept in the purser’s office.

(ประวัติของการร้องเรียนต่างๆ ____ เก็บไว้ในสำนักงานของเจ้าหน้าที่เรือ  ที่มีหน้าที่เก็บเอกสารและเงิน)

(a) are

(b) is    (ถูก)

(c) were

(d) has

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  A record  ซึ่งเป็นเอกพจน์  โดยมี   Of complaints  เป็นส่วนขยายประธาน  และมี  Is kept  เป็นกริยาในแบบ  Passive voice  {Subject + Is (Are) + Verb 3}  โดยอยู่ในรูป  Present simple tense (Subject + Verb 1) (กรณีของ  Active voice)  เพราะเป็นข้อเท็จจริง  จึงถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  ทั้งนี้  อาจตอบ  Has been kept  (ได้ถูกเก็บไว้) (Present perfect tense ในแบบ  Passive voice)  ก็ได้

                                  ตัวอย่างที่  

  • The itinerary ____________________________________________ with the cruise list.

(รายละเอียดของการเดินทาง ________ พร้อมกับรายชื่อผู้ตระเวณท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ โดยทางเรือ)

(a) be filing

(b) be filed

(c) is filed    (ถูกจัดเข้าแฟ้ม)

(d) is filing    (กำลังจัดเข้าแฟ้ม)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากประธานประโยคเป็นเอกพจน์ (The itinerary)  และต้องอยู่ในรูป  Passive voice {Subject + Is (Am, Are, Was, Were) + Verb 3}  เพราะประธาน (รายละเอียดของการเดินทาง) ถูกกระทำ  คือ  ถูกจัดเข้าแฟ้ม

                                  ตัวอย่างที่  

  • Each passenger’s name ______________________________ with his or her cabin number.

(ชื่อของผู้โดยสารแต่ละคน ________________ พร้อมกับหมายเลขห้องพักในเรือของเขาหรือเธอ)

(a) is list

(b) listing

(c) is listed    (ถูกลงรายการ, ถูกลงบัญชี)

(d) is listing    (กำลังลงรายการ-บัญชี)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากประธานประโยคเป็นเอกพจน์ (Name)  และต้องอยู่ในรูป  Passive voice {Subject + Is (Am, Are, Was, Were) + Verb 3}  เพราะประธาน (ชื่อ) ถูกกระทำ  คือ  ถูกลงรายการ-บัญชี

 

2. A customer service representative ____________________________ at our catalogue number.

(ตัวแทนบริการลูกค้า _______________________________ ที่หมายเลขแคตตาล็อกของเรา)

(a) always is available

(b) is available always

(c) is always available    (สามารถพบ (หา) ตัวได้เสมอ)

(d) being always available

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากต้องวาง  Adverb of frequency (Always)  ไว้หลัง Verb to be (Is)  ดูเพิ่มเติมการวางตำแหน่ง  Adverb of frequency {Always (เป็นประจำ, สม่ำเสมอ), Generally (โดยทั่วไป), Frequently (บ่อยไ), Usually (ตามปกติ, เป็นประจำ), Often (บ่อยๆ), Occasionally (เป็นบางครั้ง), Sometimes (บางที, บางครั้ง), Seldom (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ), Rarely (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ), Hardly (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ), Never (ไม่เคย), Never before (ไม่เคยมาก่อนเลย)} ในประโยค  จากตัวอย่างข้างล่าง

                    ๑. วางไว้หน้าคำกริยาทั่วไป  เช่น

  • They always come late.  

(พวกเขามาสายเสมอ)

  • She usually goes shopping.  

(เธอไปซื้อของเป็นประจำ)

  • He seldom drives to work.  

(เขาแทบจะไม่ได้ขับรถไปทำงาน)

                    ๒. วางไว้หลัง  “Verb to be”  เช่น

  • He is often late for class.   

(เขาเข้าห้องเรียนสายบ่อยๆ)

  • They are always busy with their work.  

(พวกเขามักยุ่งอยู่กับงานเสมอ)

  • She is never contented with her life.  

(เธอไม่เคยพอใจในชีวิตเลย)

                    ๓. ถ้ามีคำกริยา    ตัวในประโยค  ให้วางไว้ตรงกลางคำกริยานั้น  เช่น

  • They have always had lunch there.   

(พวกเขากินอาหารกลางวันที่นั่นเสมอ)

  • She will never love him.  

(เธอจะไม่มีวันรักเขา)

  • You should never come to class late.  

(คุณไม่ควรจะมาเรียนสาย)

  • He is always asking me.  

(เขาถามคำถามผมอยู่เสมอ)

  • We have never traveled to New York.  

(เราไม่เคยเดินทางไปนิวยอร์ก)

                    ๔. ในกรณีของประโยค  Passive voice  ให้วางไว้ตรงกลางระหว่าง   Verb to be  และกริยาช่องที่ ๓,  สำหรับ  Passive voice   ของประโยคที่เป็น  Present perfect  หรือ  Past perfect tense  ให้วาง  Adverb of frequency  ไว้ระหว่าง  Has (Had) และ  Been,  ส่วนในประโยค  Future tense  ให้วางไว้ระหว่าง  Will (Shall)  และ  Be  กล่าวโดยสรุป  คือ  ถ้ามีกริยา ๓ ตัว  ให้วาง  Adverb of frequency ไว้ระหว่างกริยาตัวที่ ๑ และ ๒  ดังตัวอย่าง

  • He is often punished by his teacher.

(เขาถูกลงโทษโดยครูบ่อยๆ)

  • She is always appreciated by her classmates.

(เธอได้รับการชื่นชมโดยเพื่อนร่วมชั้นอยู่เสมอ)

  • We were frequently visited by our old friends.

(เราได้รับการเยี่ยมเยือนโดยเพื่อนเก่าของเราอยู่บ่อยๆ)

  • I have always been mistaken for my brother as we are twins.

(ผมถูกเข้าใจผิดว่าเป็นน้องชายอยู่เสมอ  เพราะว่าเราเป็นฝาแฝดกัน)  (มักมีคนมาทักผมผิดตัว  โดยคิดว่าผมคือน้องชาย)

  • The same story had usually been told by that old woman.

(เรื่องเดิมถูกเล่าเป็นประจำโดยหญิงชราคนนั้น)

  • That best-seller will always be asked for.

(หนังสือที่ขายดีที่สุดจะถูกถามหาอยู่เสมอ)

  • The room must frequently be cleaned.

(ห้องจะต้องได้รับการทำความสะอาดบ่อยๆ)

                    ๕. สำหรับ  “Never”  และกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์บอกความถี่ (Adverbial phrase of frequency)  ที่โดยปกติวางไว้ข้างในประโยค  อาจจะเอามาวางไว้หน้าประโยค  เพื่อแสดงการเน้นคำนั้นๆ   คำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความหมายปฏิเสธ  เช่น  “Never, Hardly, Seldom, Never before (ไม่เคยมาก่อนเลย), Never in my life (ไม่เคยเลยในชีวิต), No sooner, In vain (ล้มเหลว, ไม่สำเร็จ), Not often, Not only (ไม่เพียงแต่), Not even once (ไม่แม้แต่ครั้งเดียว), Not until (ไม่จนกระทั่ง)อย่างไรก็ตาม  ต้องเรียงรูปประโยคใหม่ดังนี้   คือ  {Never (No sooner, Hardly, Never in my life, Not until, etc.) + Verb (พิเศษ) (Has, Have, Had, Is, Are, Was, Were, Will, Would, Shall, Should, Can, Could, May, Might, Must, etc.) + Subject + Verb (แท้)}  เช่น

  • Never before has she seen such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่เธอได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น – เน้นตรงคำว่า “ไม่เคยมาก่อนเลย”)

(=  She has never before seen such a beautiful place.)

(=  She has never seen such a beautiful place before.)

  • No sooner had he left than she arrived.

(ในทันทีที่เขาจากไป  เธอก็มาถึง – เน้นตรงคำว่า  “ในทันทีที่”)

(=  He had no sooner left than she arrived.)

  • Hardly have I met my old college friends.

(ผมแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย – เน้นตรงคำว่า  “แทบจะไม่”)

(= I have hardly met my old college friends.)

                  ทั้งนี้  สามารถสรุปโครงสร้างประโยคที่มีการเน้นแบบนี้  คือ

  • Never before (Never) + have + I + seen + such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่ผมได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น)  (= ผมไม่เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้นมาก่อนเลย) 

  • Hardly (Seldom) + has + she + met + her old college friends.

(เธอแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย)

  • Never + กริยาพิเศษ  + Subject  + กริยาแท้  + ส่วนขยาย

                    ๖. ในกรณี Adverb of frequency เป็นกลุ่มคำ (Adverbial phrase of frequency)  เช่น  Everyday (ทุกวัน),  Every week (ทุกสัปดาห์),  Every year (ทุกปี),  Every other day (วันเว้นวัน),  Once a week (สัปดาห์ละครั้ง),  Twice a month (เดือนละ ๒ ครั้ง),  Three times a year (ปีละ ๓ ครั้ง),  Every two years (ทุกๆ ๒ ปี),  Once a year (ปีละครั้ง),  Once in two years  หรือ  Once every two years (๒ ปีครั้ง),  Once in three months (๓ เดือนครั้ง),  From time to time (เป็นครั้งคราว, ไม่บ่อย),  Now and then (เป็นครั้งคราว, ไม่บ่อย),  Now and again (เป็นครั้งคราว, ไม่บ่อย),  Once in a while (เป็นครั้งคราว, ไม่บ่อย),  At times (เป็นครั้งคราว, ไม่บ่อย),  Every now and then (บ่อยๆ)  ให้วางไว้หน้าประโยค  หรือไม่ก็ท้ายประโยค  หรือในประโยค  แล้วแต่ความเหมาะสม  เช่น

  • Budget meetings are held every week in the conference room.

(การประชุมงบประมาณถูกจัดขึ้นทุกสัปดาห์ในห้องประชุม)

(=  Budget meetings are held in the conference room every week.)

(Every week budget meetings are held in the conference room.)

  • We go for a picnic in the park once in a while.

(เราไปปิกนิกในสวนสาธารณะเป็นครั้งคราวไม่บ่อยนัก)

  • Once in a while the puppy would run away, but usually he stayed in the yard.

(บางครั้ง  ลูกหมาจะวิ่งออกไปข้างนอก  แต่ปกติแล้ว  มันอยู่ในสนามที่ล้อมรั้ว)

  • Now and then she goes to the movies.

(เป็นบางโอกาส  เธอไปดูหนัง)

  • The maid broke a dish now and then.

(สาวใช้ทำจานแตกเป็นครั้งคราวไม่บ่อยนัก)

  • We have roast ducks for dinner at times.

(เราทานเป็ดย่างเป็นอาหารค่ำในบางโอกาส – แต่ไม่ใช่ทุกวัน)

  • At times Tom’s mother lets him hold the baby.

(บางโอกาส – ไม่บ่อยนัก – แม่ของทอมยอมให้เขาอุ้มน้องทารก)

 

3. The government has worried about the investment analysts’ projection of a slowdown _______

_______ the rate of expansion of world trade.

(รัฐบาลวิตกกังวลเกี่ยวกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์การลงทุน  ในเรื่องการชะลอตัว ________ 

อัตราของการขยายตัวของการค้าโลก)

(a) for

(b) in    (ของ, ใน)

(c) with

(d) at

ตอบ  -  ข้อ  (b)

              สำหรับวลีที่ใช้   “In”  ได้แก่  “blind in one eye”  (ตาบอดข้างหนึ่ง)  -  She is blind in one eye.  (เธอตาบอดข้างหนึ่ง),  “in a hurry’  (เร่งรีบ, รีบร้อน)  -  Jim was in a hurry to go to his college.  (จิมกำลังรีบเร่งจะไปมหาวิทยาลัย),  Jerry lives in London.  (เจอร์รี่อาศัยอยู่ในลอนดอน),  “The girl in this photograph”  (เด็กผู้หญิงในภาพถ่ายใบนี้),  “in my opinion”  (ในความเห็นของผม),  “deep in water and mud”  (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน),  “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน, ธนาคาร, วัด, บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”),  “interested in”  (สนใจใน),  “qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง)  -  She is absolutely qualified in her new job.  (เธอมีคุณสมบัติอย่างเต็มที่ในงานใหม่ของเธอ),  “weak in”  (อ่อนในเรื่อง),  “deficient in  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง),  “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง),  “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง),  “in a box”  (ในกล่อง)“in a pocket”  (ในกระเป๋า)  -  He put the money in his pocket.  (เขาใส่เงินไว้ในกระเป๋าเสื้อ-กางเกง),  “He threw the case in the river.  (เขาโยนลัง – หีบ – ลงไปในแม่น้ำ),  “She went in that direction.  (เธอไปทางนั้น  -  พูดพร้อมกับชี้มือ),  “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน)  แต่ใช้  “sit on a chair”  (นั่งบนเก้าอี้),  “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง),  “in the bath”  (ในอ่างน้ำ),  “in her hand”  (ในมือของเธอ),  “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),  “in the area”  (ในพื้นที่),  “in the garden”  (ในสวน),  “in the air”  (ในอากาศ),  “in the middle of the room”  (ที่กลางห้อง),  “in the direction of”  (ในทิศทางของ),  “in a restaurant”  (ในภัตตาคาร),  “in the bathroom”  (ในห้องน้ำ),  “in school”  (ในโรงเรียน),  “in hospital”  (ในโรงพยาบาล),  “in the kitchen”  (ในครัว),  “in a shop-window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน)  -  I saw it in a shop-window.  (ฉันเห็นมันในตู้โชว์กระจกของร้าน),  “in a mirror”  (ในกระจก),  “in a lake”  (ในทะเลสาบ),  “in black suit”  (ในชุดดำ),  “in the water”  (ในน้ำ),  “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก),  “write in pencil”  (เขียนด้วยดินสอ),  “in the first chapter”  (ในบทที่ ),  “in the film”  (ในภาพยนตร์),  “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว), “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร),  “in April”  (ในเดือนเมษายน)  แต่ใช้  “on March 1st  (วันที่ ๑ มีนาคม),  “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖)  -  He was born in 1970.  (เขาเกิดในปี ๑๙๗๐),  “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น)“in the night” (= at night) (ในตอนกลางคืน)  -  It rained a lot in the night.  (ฝนตกมากในตอนกลางคืน),  “He will be back in an hour.  (เขาจะกลับมาในอีก ๑ ชั่วโมง),  “There are seven days in a week and twelve months in a year.  (มี ๗ วันใน ๑ สัปดาห์  และ ๑๒ เดือนใน ๑ ปี),  “She was (dressed) in blue.  (เธอใส่ชุดสีน้ำเงิน),  “The man in the dark suit”  (ผู้ชายในชุดดำ),  “in recent years”  (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้),  “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ),  “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น),  “in two months”  (ภายใน ๒ เดือน),  “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่),  “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ),  “in half an hour”  (ภายในครึ่งชั่วโมง),  “in two minutes”  (ใน ๒ นาที),  “in ancient society”  (ในสังคมสมัยโบราณ),  “in nature”  (ในธรรม ชาติ),  “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้),  “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้),  “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล),  “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้),  “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์),  “in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด),  “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ),  “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ),  “in love”  (ในความรัก-ตกหลุมรัก),  “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค),  “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่ หรือตกต่ำ),  “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ),  “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี),  “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด),  “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ),  “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ)  -  She studied very hard in an effort to pass the exam.  (เธอเรียนหนักมาก  ในความพยายามที่จะสอบให้ผ่าน),  “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ)“in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ),  “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน)  -  At present the people have no confidence in the government.  (ในปัจจุบัน  ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาล),  “take interest in”  (สนใจใน),  “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน),  “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง............),  “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ),  “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี),  “in his old age”  (ในวัยชราของเขา),  “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙),  “in my opinion”  (ในความเห็นของผม),  “in her view”  (ในทัศนะของเธอ),  “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆ คน),  “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม),  “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ),  “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice”  (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ),  “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร),  “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน),  “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด  ๑๐๐,๐๐๐  ดอลลาร์),  “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ),  “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง),  “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวาง แผน),  “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร),  “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ส่วน), “shrink in size”  (มีขนาดเล็กลง-หดลง),  “join in”  (ร่วมวงด้วย),  “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ใน ),  “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม),  “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ตของเขา), “was shot in the leg”  (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม),  “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย)  -  Cancer has resulted in many people’s death each year.  (มะเร็งส่งผลให้คนตายจำนวนมากในแต่ละปี)  แต่ใช้  “as a result of”  (เนื่องมาจาก,  เป็นผลมาจาก)  -  Many people die as a result of cancer each year.  (ผู้คนจำนวนมากตายเนื่องมาจากมะเร็งในแต่ละปี)“believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัทธาใน)  -  They don’t believe in God.  (พวกเขาไม่ศรัทธาในพระเจ้า),  “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประการเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก),  “in danger”  (ตกอยู่ในอันตราย),  “in use”  (ใช้งาน),  “in his name”  (โดยใช้ชื่อของเขา,  ในนามของเขา  -  เช่น  เช่ารถยนต์  หรือบริจาคเงิน)  -  The car was rented in his name.  (รถถูกเช่าในนามของเขา),  “in a hurry’  (เร่งรีบ, รีบร้อน, ใจร้อน)  -  He was in a hurry because he was late.  (เขารีบเร่งเพราะเขาสายแล้ว),  “in a jam”  (อยู่ในฐานะลำบาก),  “in a nutshell”  (กล่าวโดยย่อๆ, กล่าวโดยสรุป, พูดสั้นๆ)  -  In a nutshell, Jim’s problem is that he is lazy.  (พูดสั้นๆ เลยนะ  ปัญหาของจิมคือว่าเขาขี้เกียจ),  “in a way”  (บางครั้ง, บ้างเหมือนกัน),  “in any case”  (อย่างไรก็ดี, อย่างไรก็ตาม, ในทุกกรณี),  “in any event”  (อย่างไรก็ตาม, ทุกกรณี),  “in advance”  (ล่วงหน้า)  -  You’ve to make a reservation in advance.  (คุณจำเป็นต้องจองล่วงหน้า),  “in good shape”  (มีสุขภาพดี, อยู่ในสภาพดี)  -  Sarah has regular exercise and she is always in good shape.  (ซาร่าห์ออกกำลังกายเป็นประจำ  และเธอมีสุขภาพดีเสมอ)  -  Daniel kept his car in good shape.  (แดเนี่ยลรักษารถยนต์ของเขาให้อยู่สภาพดี),  “in bad shape”  (เสื่อมโทรม, ทรุดโทรม, สุขภาพไม่ดี, อยู่ในฐานะลำบาก)  -  After losing his job, Bill was in bad shape.  (หลังจากตกงาน  บิลอยู่ในฐานะลำบาก),  -  Tom has smoked for many years and now he is in bad shape.  (ทอมสูบบุหรี่มาหลายปี  และตอนนี้เขาสุขภาพย่ำแย่),  “in charge of”  (รับผิดชอบ, ดูแล, จัดการ)  -  He is in charge of the factory.  (เขาเป็นผู้ดูแล-รับผิดชอบโรงงาน),  “in fact”  (แท้ที่จริงแล้ว, อันที่จริงแล้ว)  -  In fact, she arrived an hour early.  (จริงๆ แล้ว  เธอมาถึงก่อนเวลา ๑ ชั่วโมง)  -  In fact, this book wasn’t the book I was looking for.  (จริงๆ แล้ว  หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือที่ฉันกำลังมองหาอยู่),  “in order”  (อย่างมีระเบียบ, เรียบร้อย)  -  Please put the books on the table in order.  (กรุณาวาง – จัด – หนังสือบนโต๊ะให้เป็นระเบียบ),  “in time (ทันเวลา, ไม่สาย, พอดี, ตามจังหวะ, พอดีจังหวะ),  “in the bag”  (แน่นอน, แหงแก๋, ของตาย, อยู่ในกำมือแล้ว, สำเร็จเรียบร้อย),  “in the long run (term)”  (ในระยะยาว)  -  In the long run (term) the company can make lots of profits.  (ในระยะยาว  บริษัทสามารถทำกำไรได้มาก),  “in the pink”  (สภาพดีเยี่ยม, สมบูรณ์, มีสุขภาพดี),  “in tune with”  (สอดคล้องกับ, ไปกันได้กับ),  “in vain”  (ไม่สำเร็จ, ไร้ประโยชน์, ปราศจากผล)  -  All our efforts were in vain.  (ความพยายามทั้งหมดของเราไม่เป็นผล-ล้มเหลว)  -  He tried in vain to convince her that she was wrong  (เขาพยายามอย่างไร้ผล  ที่จะทำให้เธอเชื่อว่าเธอเป็นฝ่ายผิด),  เป็นต้น

 

4. Everyone must pass ____________________________________________ sooner or later.

(ทุกคนจะต้อง ________________________________________________ ไม่ช้าก็เร็ว)

(a) off    (“Pass off”  =  ขายหรือให้บางสิ่งแบบต้มตุ๋น,  เสนอให้ของเก๊โดยบอกว่าเป็นของจริง)

(b) away    (“Pass away”  =  ตาย)

(c) on    (“Pass on”  =  ส่งต่อๆกันไป)

(d) in

(e) out    (“Pass out”  =  หมดสติ, เป็นลม, หมดสติเนื่องจากเมา)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

5. ________________________________ some mammals came to live in the sea is not known.

(สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิดมาอาศัยอยู่ในทะเลได้ ________ ไม่เป็นที่ล่วงรู้)  (คือ  ไม่มีใครรู้ว่าสัตว์พวกนั้นมาอาศัยอยู่ในทะเลได้อย่างไร)

(a) Although    (แม้ว่า)

(b) How    (อย่างไร)

(c) What    (อะไร)

(d) Because    (เพราะว่า)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “How some mammals came to live in the sea”  เป็นอนุประโยคแบบ  “Noun clause”  ทำหน้าเป็นประธานของกริยา  “Is”  ดูเพิ่มเติม  “Noun clause”  จากประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • If I had the money, I would pay _______________________________________ I owe.

(ถ้าผมมีเงิน  ผมจะจ่ายเงิน (คืน) ____________________________________ ผมเป็นหนี้)

(a) that

(b) which

(c) what    (ในสิ่ง)

(d) you

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “What I owe”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น  “กรรม”  ของกริยา  “Pay”  โดยนำหน้า Clause ด้วย  “Question word” (What)  ดูเพิ่มเติม  “Noun clause”  จากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

A: I can write and read German.

(ผมสามารถเขียนและอ่านภาษาเยอรมันได้)

B: I would like to ask you _________________________________________ to study German.

(ผมอยากจะถามคุณ (ว่า) ___________________________________ ศึกษาภาษาเยอรมัน)

(a) when did you begin

(b) began

(c) when you began    (เมื่อใดคุณเริ่ม)   (=  คุณเริ่ม  -  ศึกษาภาษาเยอรมัน  -  เมื่อใด)

(d) when you will begin

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากข้อความ  “when you began to study German”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยา  “Ask”  (กรรมรอง  คือ  “You”)   โดยต้องเรียงในแบบประโยคบอกเล่า  คือ  “When + Subject + Verb + ส่วนขยาย ”  ตัวอย่างอื่นๆ ของ  “Noun clause”  ได้แก่

                                  ตัวอย่างที่  

  • My friend would not tell me ____________________________________ for his new car.

(เพื่อนของผมจะไม่บอกผม (ว่า) ________________________ สำหรับรถยนต์คันใหม่ของเขา)

(a) how much did he pay

(b) how much he paid    (เขาได้จ่ายเงินไปมากเท่าใด)

(c) how he paid much

(d) how he would pay very much

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “how much he paid”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยา  “Tell”  (กรรมรอง  คือ Me)

                                 ตัวอย่างที่  

  • I can’t do exactly _______________________________________________ you want.

(ผมไม่สามารถทำได้ตรงเป๊ะ หรือได้ตรงเผง ____________________________ คุณต้องการ)

(a) like

(b) while

(c) what    (ในสิ่งที่)

(d) that

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “What you want”  (ในสิ่งที่คุณต้องการ)  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Do”,  สำหรับประโยคข้างบน  อาจใช้   “As you want”  (ดังที่ หรือ ตามที่คุณต้องการ) ก็ได้

                                  ตัวอย่างที่  

  • Did you hear ____________________________________________ he said to his wife?

(คุณได้ยิน _____________________________________ เขาพูดกับภรรยาของเขาหรือไม่)

(a) that

(b) what    (สิ่งที่, เรื่องที่)

(c) when

(d) (No word is needed.)  (ไม่ต้องการคำมาเติม)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “What he said to his wife”  เป็น  “Noun clause”   ทำหน้าที่เป็น  “กรรม”  ของกริยา  “Hear

                                 ตัวอย่างที่  

  • She was unable to tell us ________________________ house she had gone into by mistake.

(เธอไม่สามารถบอกเรา (ว่า)  บ้านหลังใด _______________________ เธอเข้าไปโดยเข้าใจผิด)

(a) what    (อะไร)

(b) where    (ที่ไหน)

(c) that

(d) which    (ที่, ซึ่ง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เพราะได้ใจความดีที่สุด  และไม่สามารถใช้ข้อ (c) คือ That  ได้  เนื่องจากข้อความ  “Which house she had gone into by mistake”  เป็น “Noun clause”  (ทำหน้าที่เป็น  “กรรมตรง” ของกริยา  “Tell”  โดยมี  “กรรมรอง”  คือ  “Us”)   จึงต้องขึ้นต้นด้วย  “Question word”  (What, When, Where, Why, How, Which, etc.)

                                 ตัวอย่างที่  

  • I don’t think I’ll buy this dress; it is not ______________________________ I really want. 

(ผมไม่คิดว่าผมจะซื้อเสื้อผ้าชุดนี้  มันไม่ใช่ ______________________ ผมต้องการอย่างแท้จริง)

(a) what    (สิ่งที่)

(b) whatever    (อะไรก็ตาม)

(c) that    (ที่, ซึ่ง)

(d) which    (ที่, ซึ่ง)

(e) whom    (ผู้ซึ่ง, ผู้ที่)  (ใช้เป็นกรรม)

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจาก  “what I really want”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น  “Complement”  (สิ่งที่มาช่วยทำให้สมบูรณ์)  ของ  “Verb to be” (Is)

                                  ตัวอย่างที่  

  • Tell me _____________________________________________________________.

(บอกผมซิว่า ________________________________________________________)

(a) what do you want?

(b) you want what

(c) what you want    (คุณต้องการอะไร)

(d) that what you want

ตอบ  –  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็น   “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น  “กรรมตรง” ของกริยา  “Tell”  ทั้งนี้  “Noun clause”  มักขึ้นต้น (นำหน้า) ด้วย  “Question words” (what, when, where, why, how, how much, how many, how often, who, whom, that, whether, if – หรือไม่)  (โดยไม่ต้องมี  “That” อยู่ข้างหน้าคำเหล่านี้)  ทั้งนี้  โครงสร้างของ  “Noun clause”  คือ  “Question word + Subject + Verb + ส่วนขยาย”  และต้องเรียงคำแบบประโยคบอกเล่า,  สำหรับ  “Noun clause”  ทำหน้าที่ดังนี้  คือ

                    ๑. เป็นประธานของ  “Verb”  หรือประโยค  เช่น

  • What he wants is a new house.

(สิ่งที่เขาต้องการคือบ้านหลังใหม่)

  • How he did it surprised everyone.

(วิธีการที่เขาทำมัน – หรือ  เขาทำมันอย่างไร – ทำให้ทุกคนประหลาดใจ)

  • Where he lives is not known.

(ที่ที่เขาอาศัยอยู่ – หรือ  เขาอาศัยอยู่ที่ไหน – ไม่มีใครรู้)

  • Why he killed his wife is a mysterious thing.

(เหตุผลที่ว่าทำไมเขาฆ่าภรรยา  -  หรือ  ทำไมเขาฆ่าภรรยา – เป็นเรื่องลึกลับ)

  • That he is a smart person is certain.

(ที่ว่าเขาเป็นคนฉลาดเป็นเรื่องแน่นอน)

  • Whether she will come or not is not my business.

(ไม่ว่าเธอจะมาหรือไม่ก็ตาม  ไม่ใช่ธุระของผม)

                    ๒. เป็นกรรมของ  “Verb”  หรือประโยค  เช่น

  • I don’t know when he left.

(ผมไม่ทราบว่าเขาจากไปเมื่อใด)

  • She asked me where I lived.

(เธอถามผมว่าผมอาศัยอยู่ที่ไหน)

  • They did what they had promised.

(พวกเขาทำสิ่งที่ได้ให้สัญญาไว้)

  • We believe that he is innocent.

(เราเชื่อว่าเขาบริสุทธิ์)

  • She did not believe what he told her.

(เธอไม่เชื่อสิ่ง (เรื่อง) ที่เขาบอกเธอ)

  • The police investigated how the bank was robbed.

(ตำรวจสืบสวนวิธีการที่ธนาคารถูกปล้น – หรือ  ธนาคารถูกปล้นอย่างไร)

  • I don’t know whether (if) she is happy with her new workplace.

(ผมไม่รู้ว่าเธอมีความสุขกับสถานที่ทำงานแห่งใหม่ของเธอหรือไม่)

                    ๓. เป็นกรรมของ  “Preposition”  เช่น

  • She is interested in what he says.

(เธอสนใจในสิ่งที่เขาพูด)

  • They believed in what the minister preached.

(พวกเขาศรัทธาในสิ่งที่บาทหลวงเทศน์)

  • We are surprised at how he could do it.

(เราประหลาดใจว่าเขาสามารถทำมันได้อย่างไร)

  • They were satisfied with what she had provided to them.

(พวกเขาพอใจในสิ่งที่เธอได้จัดหาให้กับพวกเขา)

                    ๔. เป็น  “Complement”  (สิ่งที่มาช่วยเติมให้สมบูรณ์) ของ  “Verb to be”  เช่น

  • This is what I want.

(นี่คือสิ่งที่ผมต้องการ)

  • That was why he did it.

(นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงทำมัน)

  • Ten o’clock was when we started our trip.

(๑๐ โมงเป็นเวลาที่เราเริ่มการเดินทางของเรา)

                    ๕. วางไว้ข้างหลังคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่แสดงความรู้สึก  (Sure, Confident,  Happy, Sorry, Grateful, Doubtful, Suspicious, Certain, Delighted,  Delightful,  Anxious,  Worried, etc.)  เช่น

  • I am sure that he will arrive here on time.

(ผมมั่นใจว่าเขาจะมาถึงที่นี่ตรงเวลา)

  • He is sorry that he could not keep his words.

(เขาเสียใจว่าเขาไม่สามารถรักษาคำพูดได้)

  • They are confident that they will get the job.

(พวกเขามั่นใจว่าพวกเขาจะได้งานทำ)

  • We are anxious that the plane will be delayed for a few hours.

(เราวิตกกังวลว่าเครื่องบินจะล่าช้าไป ๒ - ๓ ชั่วโมง)

                    . ใช้แทนคำนาม  (Noun)  ที่มาข้างหน้ามัน  เช่น

  • The fact that he graduated with first-class honor is known to all.

 (ข้อเท็จจริงที่ว่าเขาจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ  ๑  เป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)  (“The fact”  คือ  “that he graduated with first-class honor”  ดังนั้น  “that he graduated with first-class honor”  จึงเป็น  “Noun clause”)  อย่างไรก็ตาม  ในประโยค  “The fact that (which) he told me is known to all.”  (ข้อเท็จจริงซึ่งเขาบอกผมเป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)  The fact”  ไม่ใช่  “that (หรือ which) he told me”  แต่เป็นสิ่งอื่นต่างหาก  ดังนั้น  “that (which) he told me”   จึงเป็น  “Adjective clause”   มาขยาย  “the fact

  • The belief that all men are born equal is not held by everyone.

(ความเชื่อที่ว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน   มิได้ยึดถือ (ยอมรับ) กันโดยทุกคน)   (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Noun clause”  เนื่องจาก  “The belief”  คือ  “that all men are born equal”  ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกัน)

  • The notion that wealthy men are always happy is rejected by many people. 

(ความคิดที่ว่าคนที่ร่ำรวยมีความสุขเสมอ  ถูกปฏิเสธโดยคนจำนวนมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Noun clause”  เนื่องจาก  “The notion”  คือสิ่งเดียวกับ   “that wealthy men are always happy”)

หมายเหตุ   –   จากตัวอย่างข้างบน   ถ้าเป็น  “Noun clause”  จะใช้  “that”  (ที่ว่า) นำหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  (ไม่ใช้  “which”)  และ  “that”  จะไม่ทำหน้าที่ประธาน หรือกรรม  แต่ถ้าเป็น   “Adjective clause”  จะใช้   “that”  หรือ  “which”  ก็ได้    (และแปลว่า  “ที่”  หรือ  “ซึ่ง”)  และมัน  (That  หรือ  Which)  จะทำหน้าที่ประธาน  หรือกรรมของอนุประโยค  (Adjective clause)  อย่างใดอย่างหนึ่ง  เช่น

  • The book which (that) is on the table is mine.

(หนังสือซึ่งอยู่บนโต๊ะเป็นของผม)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น   “Adjective clause”  ขยาย  “The book”   โดย  “which (that)”  ทำหน้าที่เป็นประธานของ  Clause)

  • The book which (that) you gave me is very interesting.

(หนังสือซึ่งคุณให้ผมน่าสนใจอย่างมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Adjective clause”  ขยาย   “The book”   โดย  “which (that)”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของ  “Clause”  ส่วน  “me”  เป็นกรรมรอง)

 

6. Since the disease is so contagious (คัน-เท้-เจิส), it is essential to identify the carrier.

(เนื่องจากโรค  สามารถติดต่อไปยังคนอื่นได้-แพร่กระจายได้ง่าย-มีลักษณะของโรคติดต่อ  อย่างมาก,  มันมีความจำเป็นที่ต้องระบุพาหะ - หรือตัวนำโรค)

(a) cautious    (ค้อ-ชัส)  (ระมัดระวัง, รอบคอบ, ละเอียด)

(b) easily spread from one to another    (แพร่กระจายอย่างง่ายดาย  จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง)

(c) frugal    (ฟรู้-เกิ้ล)  (ประหยัด, ตระหนี่, มัธยัสถ์, กระเหม็ดกระแหม่, มีค่าเล็กน้อย, ราคาถูก)

(d) indolent    (เกียจคร้าน)

(e) obvious    (ชัดเจน, ชัดแจ้ง, เด่นชัด, เห็นได้ง่าย, เข้าใจได้ง่าย)

ตอบ  -  ข้อ  (b

 

7. The power station produces ample supplies of electricity.

(สถานีไฟฟ้าผลิตกระแสไฟฟ้า  อุดมสมบูรณ์-พอเพียงและยังมีเหลือ-กว้างขวาง)

(a) pernicious   (เพ้อร์-นิช-เชิส)  (เป็นอันตราย, เป็นภัย, ร้ายแรง, ร้ายกาจ, ถึงตาย)

(b) reluctant    (ไม่เต็มใจ)

(c) abundant    (มากมาย, ล้นเหลือ, อุดมสมบูรณ์)

(d) detrimental    (เป็นอันตราย, เป็นภัย)

(e) offensive    (ซึ่งทำให้ขุ่นเคือง, ซึ่งทำให้ไม่พอใจ, น่าขยะแขยง, น่ารังเกียจ, ก้าวร้าว, ไม่พอใจ, ล่วงละเมิด,

      ซึ่งกระทำผิด)

ตอบ  -  ข้อ  (c

 

8. ______________________________________________ well, he would have been present.

(___________________________ สบายดี  เขาก็คงจะมาปรากฏตัวแล้ว)  (คือ มาร่วมด้วยแล้ว)

(a) If he had

(b) Had he been    (ถ้าเขา)

(c) Unless he were

(d) Because he was

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “Had he been”  Reverse (Inversion) (ผกผัน) มาจาก  “If he had been”  เป็น  “If clauseแบบที่  ๓  (Past unreal)  คือเหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นจริง  หรือเกิดตรงกันข้ามกับข้อความในประโยค  ทั้งนี้  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประโยคข้างบน  คือ  “เขาไม่สบาย  เขาก็เลยไม่ได้มาปรากฏตัว  หรือมาร่วมงานด้วย”  ดูเพิ่มเติมรูป  “ผกผัน”  จากประโยคข้างล่าง

  • If he had studied hard, he would have passed the exam.

(=  Had he studied hard, he would…….......…….exam.)

(ถ้าเขาขยันเรียน (เมื่อปีที่แล้ว)  เขาก็คงจะสอบผ่านไปแล้ว – แต่จริงๆ คือ เขาไม่ขยันเรียน  เขาจึงสอบตก)

  • If you had asked me, I would have told you the truth.

(=  Had you asked me, I………….....……..truth.)

(ถ้าคุณขอร้องผม (เมื่อวานนี้)  ผมคงเล่าความจริงให้คุณฟังแล้ว – แต่จริงๆ คือ คุณมิได้ขอร้องผม  ผมก็เลยไม่ได้เล่าความจริงให้คุณฟัง)

  • If they had not stopped smoking, they would have died of cancer.

(=  Had they not stopped smoking, they……….........…..cancer.)

(ถ้าพวกเขาไม่เลิกสูบบุหรี่ (เมื่อ ๕ ปีมาแล้ว)  เขาก็คงจะตายด้วยโรคมะเร็งไปแล้ว – แต่จริงๆ คือ  พวกเขาเลิกสูบบุหรี่  พวกเขาจึงยังไม่ตาย)

  • She would have gone to the market if she had had** something to buy.

(=  She would have gone to the market had she had something to buy.)

(เธอคงจะได้ไปตลาด (เมื่อเช้านี้)  ถ้าเธอมีของที่จะต้องซื้อ – แต่จริงๆ คือ  เธอมิได้ไปตลาด  เพราะเธอไม่มีอะไรต้องซื้อ)

**หมายเหตุ     -    จะเห็นว่าในประโยคข้างบน  “If clause”  มี  “Had”  2 ตัว,  Had  ตัวหน้าแสดง  “Past perfect tense”  ส่วน  “Had” ตัวหลังมาจาก  “Have”  ที่แปลว่า  “มี”  พอมาอยู่หลัง “Had”  จึงต้องเปลี่ยนไปเป็น  Verb ช่องที่  3  ทำให้มี  “Had”  2 ตัว

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  <wpookaotong@yahoo.com>  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป