หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 521)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. The telephone directory is _________________________________________ the telephone.

(สมุดโทรศัพท์อยู่ _______________________________________________ โทรศัพท์)

(a) among    (ในบรรดา, ระหว่างคนหรือสิ่งของตั้งแต่ ๓ คนหรือ ๓ สิ่งขึ้นไป)

(b) to

(c) under    (ใต้)

(d) between    (ระหว่างคนหรือสิ่งของ ๒ คนหรือ ๒ สิ่ง)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

              สำหรับวลีที่ใช้กับ  “Under”  ได้แก่  “under pressure”  (ภายใต้แรงดัน หรือความกดดัน),  “under his arm”  (หนีบอยู่ใต้รักแร้ของเขา)  แต่ใช้  “in his hand”  (ในมือของเขา),  “under age”  (อายุน้อยเกินไป, ยังไม่โตพอ, ยังไม่บรรลุนิติภาวะ),  “He is under arrest.”  (เขาถูกจับกุมโดยตำรวจ),  “The road runs under the bridge.”  (ถนนวิ่งผ่านใต้สะพาน),  “He has a large staff under him.”  (เขามีคณะเพื่อนร่วมงานกลุ่มใหญ่ภายใต้การกำกับดูแลของเขา),  “She is under notice to leave our employment.”  (เธอได้รับการเตือน – ข้อความที่เตือน – ให้ออกจากงาน (การว่าจ้าง) ของเรา) (ในช่วงเวลาที่กำหนดไว้) (เราแจ้งเตือนเธอว่าจะเลิกจ้างงานเธอ),  “Jeff is swimming under the water.”  (เจฟฟ์กำลังแหวกว่ายอยู่ใต้น้ำ),  “Under his calm manner he is a very excitable person.”  (ภายใต้กิริยาท่าทางที่สงบนิ่ง  เขาเป็นบุคคลที่ตื่นเต้นได้ง่ายมาก),  “Stand here under the wall and you will be protected from the rain.”  (จงยืนอยู่ที่นี่ใกล้ๆ กำ แพง  และคุณจะได้ที่กำบังฝน),  “We made the journey in under an hour.”  (เราเดินทางน้อยกว่า ๑ ชั่วโมง),  “He bought the house for under $10,000.”  (เขาซื้อบ้านในราคาต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ ดอลลาร์),  “The regiment is under the command of Colonel Smith.”  (กองทหารอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของพันเอกสมิธ),  “Mary has been under the doctor for several weeks.”  (แมรี่อยู่ในการดูแลของหมอเป็นเวลาหลายสัปดาห์จนถึงขณะนี้),  “Under the terms of the contract, Daniel cannot be dismissed without three months’ notice.  (ภายใต้ข้อตกลง – ข้อกำหนด – ของสัญญา  แดเนี่ยลมิอาจถูกไล่ออกจากงานโดยมิได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าเป็นเวลา ๓ เดือน)  (ถ้าจะไล่ออกจากงาน  ต้องแจ้งเตือนล่วงหน้า ๓ เดือน),  “Bill is under a strain because of his wife’s illness.”  (บิลมีความเครียด – วิตกกังวล – เนื่องมาจากความเจ็บป่วยของภรรยา),  “I am under oath not to disclose any information to the press.”  (ผมอยู่ภายใต้คำสาบานว่าจะไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารใดๆ กับหนังสือพิมพ์),  “I feel under an obligation to her.”  (ผมรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณต่อเธอ  หรือมีข้อผูกพันกับเธอ),  “The group sing under the name of the Beatles.”  (กลุ่มนี้ร้องเพลงภายใต้ชื่อ “เดอะบีเทิลส์”  -  คือไม่เปิดเผยชื่อจริง),  “The matter is under review.”  (เรื่องราวกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา-ทบทวน),  “under cover”  (ภายใต้กำบัง, อย่างซ่อนเร้น, อย่างปิดบังอำพราง)  -  The prisoners escaped under cover of darkness.  (นักโทษหลบหนีไปภายใต้กำบังของความมืด หรือ โดยซ่อนเร้นไปกับความมืด),  “under fire” (ถูกยิงหรือถูกโจมตี, ถูกโจมตีด้วยอาวุธปืนหรือคำพูด),  “under one’s breath”  (ในแบบกระซิบ, ด้วยเสียงที่แผ่วเบา)  -  I told Jim the news under my breath, but Tom overheard me.  (ผมบอกข่าวแก่จิมด้วยเสียงที่แผ่วเบาหรือแบบกระซิบ  แต่ทอมแอบได้ยินผมพูด),  “under one’s nose  (= under the nose of)”   อยู่ในสายตา, เห็นอยู่ตำตา, ต่อหน้าต่อตา,  อยู่ในที่ที่สามารถมองเห็นหรือสังเกตเห็นได้ง่าย  -  The thief walked out of the museum with the painting, right under the nose of the guards.  (เจ้าขโมยเดินออกไปจากพิพิธภัณฑ์พร้อมกับภาพวาด  ต่อหน้าต่อตา รปภ. เลยทีเดียว  -   โดยที่ รปภ. ไม่เห็น),  “under one’s wing”  (ภายใต้การดูแลเอาใจใส่ หรือปกป้องคุ้มครองของ,  “under the circumstances  (= in the circumstances)”  (ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่, ในสภาวะปัจจุบัน, ตามที่สิ่งต่างๆ เป็นอยู่)  –  Under (In) the circumstances, the stagecoach passengers had to give the robbers their money.  (ภายใต้สถานการณ์ที่เป็นอยู่  ผู้โดยสารรถม้าจำเป็นต้องให้เงินของพวกเขาแก่โจร) (พวกโจรเอาปืนจี้หัวพวกเขา  ทำให้พวกเขาไม่อาจปฏิเสธได้),  “under the sun”  (บนโลกนี้, ในโลกนี้  -  ใช้เพื่อแสดงการเน้น) -  The President’s assassination shocked everyone under the sun. (การลอบสังหารท่านประธานาธิบดีทำให้ทั้งโลกตกตะลึง)  -  Where under the sun could I have put my purse?  –  ไม่รู้ว่าผมเอากระเป๋าสตางค์ไปวางไว้ที่ไหนบนโลกนี้),  “under the counter”  (แอบซื้อหรือขายกันอย่างลับๆ  –  เปรียบเหมือนใต้เคาน์เตอร์)  -  The liquor dealer was arrested for selling beer under the counter to teenagers.  (คนขายสุราถูกตำรวจจับเพราะขายเบียร์ให้เด็กวัยรุ่นอย่างผิดกฎหมาย  -   คือลักลอบขาย),  “under the table”  (ใต้โต๊ะ),  “under the bench”  (ใต้ม้านั่ง),   “under the blanket”  (ใต้ผ้าห่ม หรือห่มผ้าห่ม),  “under the earth (the ground)”  (ใต้ดิน),  “under the sea”  (ใต้ทะเล),  “under difficult circumstances”  (ภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบาก),  “China under Chairman Mao”  (จีนภายใต้การปกครองของประ ธานเหมา),  “Vietnam under communist rule”  (เวียดนามภายใต้การปกครองระบอบคอมมิวนิสต์),  “under capitalism”  (ภายใต้ระบอบทุนนิยม),  “under repair”  (กำลังอยู่ระหว่างการซ่อมแซม),   “under investigation”  (กำลังอยู่ระ หว่างการสืบสวน-สอบสวน),  “under construction”  (กำลังอยู่ระหว่างการก่อ สร้าง),  “under discussion”  (กำลังอยู่ระหว่างการปรึกษาหารือกัน),  “under supervision”  (ภายใต้การกำกับดูแล)   “under cultivation” (กำลังอยู่ระหว่างการเพาะปลูก),  “under surveillance” (อยู่ภายใต้การสอดส่องดูแล-สำรวจตรวจตรา),  “under attack”  (ถูกโจมตี),   “under guard”  (ได้รับความคุ้มครอง),  “under suspicion”  (ถูกระแวงสงสัย),  “under his influence”  (ภายใต้อิทธิพลของเขา),  “under the impression”  (มีความประทับใจ),  “under the assumption”  (มีหรือภายใต้ข้อสมมติฐาน),  “under pressure”  (อยู่ภายใต้ หรือได้รับความกดดัน),  “under stress” (อยู่ภายใต้ หรือได้รับความเครียด),  “under immediate threat”  (อยู่ภายใต้ หรือได้รับการคุกคาม-อันตรายโดยตรง),  “under treatment”  (ได้รับการเยียวยารักษา)  -  He is under treatment for an ulcer.  (เขากำลังได้รับการเยียวยารักษาแผลพุพอง-เน่าเปื่อย),  “under his real name”  (เขียนหนังสือ) โดยใช้ชื่อจริง  -  มิได้ใช้นามแฝงหรือชื่อคนอื่น),  “land under cash crops”  (ที่ดินที่กำลังใช้ปลูกพืชเศรษฐกิจ),  “He studied under Professor Thomas.”  (เขาเรียนภายใต้การสอนโดยอาจารย์โทมัส),  “John worked under his supervisor.”  (จอห์นทำงานภายใต้การสอนหรือกำกับของผู้ควบคุมดูแลของเขา),  “I’ve got two clerks under me in my section.”  (ผมมีเสมียนเป็นลูกน้อง  ๒  คนในแผนก),  “children under 12”  (เด็กอายุต่ำกว่า ๑๒ ปี),  “expenditure under $ 10 million”  (ค่าใช้จ่ายต่ำกว่า ๑๐ ล้านเหรียญ),  “under retirement age”  (อายุต่ำกว่าวัยเกษียณ  คือ ต่ำกว่า  ๖๐  ปี)  เป็นต้น

 

2. The supervisor had Ms. Bella ________________________________ her job responsibilities.

(ผู้กำกับดูแลใช้ให้มิสเบลล่า _____________________________ ความรับผิดชอบงานของเธอ)

(a) writing

(b) wrote    (เป็นกริยาช่องที่ ๒ ของ  “Write”)

(c) written    (เป็นกริยาช่องที่ ๓ ของ  “Write”)

(d) write    (เขียน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นโครงสร้าง  Causative use {Subject + Has (Have, Had) + Someone + Do + Something} (ประธานฯ ใช้ให้ใครทำอะไร)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  

  • The president had her travel agent _______________________________ the reservations.

(ประธาน (บริษัท) ให้ตัวแทนท่องเที่ยวของเธอ ________________ การจอง – ตั๋วเครื่องบิน, ที่พัก)

(a) made

(b) has made

(c) make    (ทำ)

(d) makes

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  Causative use  {Subject + Has (Have, Had) + Someone (Object) + Do + Something}  (ประธานฯ ใช้ให้ใคร (กรรม) ทำอะไรบางอย่าง)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • The trainers for the seminar had the crew _________ their equipment to the conference center.

(ผู้ฝึกอบรมสำหรับการสัมมนาใช้ให้บรรดาเพื่อนร่วมงาน ______ อุปกรณ์ของตนไปยังศูนย์การประชุม)

(a) move    (ย้าย, เคลื่อนที่, เคลื่อนไหว, เดิน, ก้าวหน้า, กระตุ้น, ดลใจ, เร้าใจ)

(b) moved

(c) moving

(d) mover    (ผู้เคลื่อนย้าย, ผู้เคลื่อนไหว, ผู้เดิน, ผู้ก้าวหน้า)  (เป็นคำนาม)

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นโครงสร้าง  Causative use  ในแบบ  Active voice {Subject + Has (Have) + Someone + Do + Something}  (ประธานประโยคใช้ให้ใครทำอะไร)

                                  ตัวอย่างที่  

  • Today if I finish my shopping early enough, I may go and __________________________.

(วันนี้  ถ้าผมไปช้อปปิ้งเสร็จแต่เนิ่นๆ พอ  ผมอาจจะไป  และ ___________________________)

(a) to have my hair done

(b) have my hair do

(c) have my hair done    (ทำผม)  (ให้ช่างทำผม)

(d) will have my hair done

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ต้องใช้  “Have”  เพราะถือว่าอยู่หลัง  “May”  เหมือนกับ  “Go”  และเป็นโครงสร้าง  Causative use  ในแบบ  Passive voice  {Subject + Has (Have) + Something + Done + By someone}  (ประธานประโยคใช้ให้อะไรถูกกระทำโดยใคร)

                                  ตัวอย่างที่  

  • He had the cook ________________________________________________ some tea.

(เขาใช้ให้พ่อครัว _________________________________________________ น้ำชา)

(a) make    (ชง)

(b) making

(c) made

(d) did

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  Causative use  ในแบบ  Active voice  “Subject + Have + Someone + Do + Something

                                  ตัวอย่างที่  

  • Please have the porter _______________________________ these boxes up to my room.

(โปรดให้พนักงานแบกของ ________________________ ลังเหล่านี้ขึ้นไปบนห้องของผมด้วย)

(a) to carry

(b) carrying

(c) carried

(d) carry     (ยก, แบก, ถือ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  Causative use  ในแบบ  Active voice {Subject + Have (Has) + Someone + Do + Something คือ  {ประธานฯ ใช้ให้ใครทำอะไร}

                                  ตัวอย่างที่  

  • I am going to have my garage _____________________________________ tomorrow.

(ผมจะให้โรงเก็บรถของผม __________________ วันพรุ่งนี้)  (แต่นิยมพูดว่า  ผมจะทาสีโรงรถฯ)

(a) painting

(b) paint

(c) paints

(d) painted    (ถูกทาสี)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เป็นโครงสร้าง  Causative use  ในแบบ  Passive voice  {ประธานฯ ใช้ให้อะไรถูกทำโดย “กรรม   

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I had this photograph _____________________________________________ in Paris.

(ผมให้ภาพนี้ ____________________________ ในปารีส)  (อาจถ่ายเอง หรือให้คนอื่นถ่ายให้)

(a) take

(b) taking

(c) taken    (ถูกถ่าย)

(d) to take

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  Causative Use  ในแบบ  Passive voice  {Subject + Has (Have, Had) + กรรม + Verb 3 + (By someone)  =  ประธานฯ ให้  “กรรม”  ถูกกระทำ (โดยใครบางคน)}

                                  ตัวอย่างที่  

  • What would you _____________________________________________ me do for you?

(คุณจะ _____________________________________________ ผมทำอะไรให้คุณครับ)

(a) want

(b) hope

(c) wish

(d) have    (ใช้)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็น  “Causative use”  ในแบบ  Active voice  (ประธานฯ ใช้ให้ใครทำอะไร)  {Subject + Have (Has) + Someone + Do + Something}  สำหรับ  “Want”  และ “Wish”  จะต้องใช้โครงสร้างเป็น  “What would you want (wish) me to do?

                                  ตัวอย่างที่  

  • What would you have me _________________________________________________?

(คุณจะให้ (ใช้) ผม ______________________________________________ อะไรครับ)

(a) mend    (ซ่อม)

(b) mending

(c) mended

(d) to mend

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้าง  Causative use  ในแบบ  Active voice  {Subject + Has (Have) + Someone + Do (Verb 1) + Something} (ประธานใช้ให้ใครทำอะไรบางอย่าง)  ทั้งนี้  Causative use  แบ่งออกเป็นโครงสร้างแบบ  Active voice  และ Passive voice  ดังคำอธิบายข้างล่าง

               สำหรับการใช้โครงสร้าง  “Causative use”  ในแบบ “Active voice”  คือ  “Subject + Have + Someone + Do  (กริยาอะไรก็ได้ช่องที่  ) + Something”  หรือ  (=  Subject + Get +  Someone + To do  (กริยาอะไรก็ได้  แต่ต้องมี  “To” นำหน้า) + Something) (ประธานใช้ให้ใครทำอะไรบางอย่าง  แต่ในบางกรณีอาจมีความหมายว่า  ประธานมีใครมาทำอะไรให้  หรือประธานประสบกับเหตุการณ์บางอย่าง)  มีดังนี้ คือ

                    ๑. Subject + Have + Someone + Do + Something  (กรรมของ  Verb “do”)

                    ๒. Subject + Get + Someone + To do + Something  (กรรมของ  Verb “do”)

                    (ประธาน  +  ใช้ให้  +  ใครบางคน  +  ทำ (กริยาอะไรก็ได้)  +  บางสิ่งบางอย่าง)

               ทั้ง    โครงสร้างข้างบน   ถือว่าอยู่ในรูปของ  “Active voice”  เนื่องจากประธานเป็นผู้ใช้ให้ใครบางคนไปทำอะไรบางอย่าง   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • He had the doctor examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

  • He got the doctor to examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

  • She has her maid wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

  • She gets her maid to wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

  • We had our neighbors clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

  • We got our neighbors to clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

  • We often have our friends visit us on Sundays.
  • We often get our friends to visit us on Sundays.

(เรามีเพื่อนมาเยี่ยมวันอาทิตย์บ่อยๆ)

  • I had a frightening thing happen to me yesterday.
  • I got a frightening thing to happen to me yesterday.

(ฉันประสบกับสิ่งที่น่ากลัวเกิดขึ้นกับฉันเมื่อวานนี้)

  • She had me call her last week.
  • She got me to call her last week.

(เธอให้ผมโทรฯ ไปหาเธอสัปดาห์ที่แล้ว)

            อย่างไรก็ตาม  ถ้าต้องการใช้ในรูป  “Passive voice”  คือ {Subject + Have (Get) + Something + Done + (By someone)} {(ประธาน  + ใช้ให้ + บางสิ่ง + ถูกกระทำ  (กริยาอะไรก็ได้ อยู่ในช่องที่ ๓) + (โดยบางคน)}  ในกรณีนี้  ทั้ง “Have”  และ  “Get”  ในโครงสร้างแบบนี้  จะใช้ในรูปประโยคที่เหมือนกันทุกประการ  ดังตัวอย่าง

  • He had his eyes examined (by the doctor).

(ถ้าแปลตรงตัว  คือ  “เขาให้ตาถูกตรวจโดยหมอ”  แต่ในภาษาไทยไม่นิยมพูดแบบนี้  โดยนิยมพูดแต่เพียงว่า  “เขาไปตรวจตา”)  (ในกรณีนี้ต้องให้หมอตรวจเท่านั้น  เขาจะตรวจเองไม่ได้)

  • He got his eyes examined (by the doctor).

(เขาไปตรวจตา)  (ในกรณีนี้ต้องให้หมอตรวจเท่านั้น  เขาจะตรวจเองไม่ได้)

  • She has her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)  (ในกรณีนี้  อาจหมายถึงเธอล้างเอง  ถ้าไม่มี  “by her maid”,  หรือให้สาวใช้ล้างให้ก็ได้)

  • She gets her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)  (ในกรณีนี้  อาจหมายถึงเธอล้างเอง  ถ้าไม่มี  “by her maid”,  หรือให้สาวใช้ล้างให้ก็ได้) 

  • We had our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)  (ในกรณีนี้  เราอาจทำเอง  ถ้าไม่มี  “by our neighbors”,  หรือให้เพื่อนบ้านทำให้ก็ได้)

  • We got our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)  (ในกรณีนี้  เราอาจทำเอง  ถ้าไม่มี  “by our neighbors”,  หรือให้เพื่อนบ้านทำให้ก็ได้)

  • He has his hair cut once a month.

(=  He gets his hair cut one a month.)

(เขาตัดผมเดือนละ ๑ ครั้ง – คือไปให้ช่างตัดให้)  (อาจหมายถึงเขาตัดเองก็ได้  แต่เป็นเรื่องไม่ปกติ)

  • She has her room cleaned every day.

(=  She gets her room cleaned every day.)

(เธอทำความสะอาดห้องทุกวัน – คือให้คนรับใช้ทำให้)  (อาจหมายถึงเธอทำเองก็ได้)

  • We had our car washed once a week last year.

(=  We got our car washed once a week last year.)

(เราล้างรถอาทิตย์ละ    ครั้ง เมื่อปีที่แล้ว – คือให้อู่ล้างให้)  (อาจหมายถึงเราล้างเองก็ได้)

  • Can we have the program changed ?

(=  Can we get the program changed ?)

(เราสามารถเปลี่ยนโปรแกรมได้ไหม)  (หมายถึง  เจ้าหน้าที่เป็นผู้เปลี่ยน)

  • Please have these letters translated into English.

(=  Please get these letters translated into English.)

(กรุณาแปลจดหมายเหล่านี้เป็นภาษาอังกฤษ)  (อาจหมายถึง  คุณแปลเอง หรือให้คนอื่นแปลก็ได้)

  • King Charles had his enemies’ heads cut off.

(=  King Charles got his enemies’ heads cut off.)

(กษัตริย์ชาร์ลสตัดศีรษะของศัตรูของตน)  (อาจหมายถึง  ชาร์ลสตัดเอง หรือให้คนอื่นตัดก็ได้)

  • I’ve recently had my appendix removed.

(=  I’ve recently got my appendix removed.)

(ผมตัดไส้ติ่งออกเมื่อเร็วๆ นี้)  (หมายถึง  หมอตัดให้เท่านั้น  ผมไม่ได้ตัดเอง)

  • They scarcely have any money saved for their old age.

(=  They scarcely get any money saved for their old age.)

(พวกเขาแทบจะไม่มีเงินเก็บออมไว้สำหรับวัยชรา)  (หมายถึง  พวกเขาเก็บออมเองเท่านั้น  มิใช่คนอื่นออมให้)

 

3. I wish I ______________________________________ enough money to buy a new car now.

(ฉันปรารถนาว่าฉัน ________________________ เงินเพียงพอที่จะซื้อรถยนต์คันใหม่ในขณะนี้)

(a) have

(b) had    (มี)

(c) will have

(d) am having

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นการปรารถนาในปัจจุบัน  จึงใช้กริยาในอนุประโยคเป็นอดีต  คือ  Verb 2 (Had)  ดูเพิ่มเติมการใช้  Wish  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • She went to the movies last night but she told me she wished she _______________ to see it.

(เธอไปดูหนังเมื่อคืนวาน  แต่เธอบอกผมว่า  เธอปรารถนาว่าเธอ _____________________ ดูมัน)

(a) hasn’t gone

(b) didn’t go

(c) hadn’t gone    (มิได้ไป)

(d) doesn’t go

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นการปรารถนาในอดีต  กริยาของประโยคที่ตามหลัง  “Wish”  จึงต้องอยู่ในรูป  “Past perfect tense”  (Subject + Had + Verb 3)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Why didn’t you keep your promise?  I wish you _________________________________ it.

(ทำไมคุณจึงไม่รักษาคำมั่นสัญญา  ผมปรารถนาว่าคุณ ____________________________ มัน)

(a) kept

(b) would keep

(c) would have kept

(d) had kept    (ได้รักษาฯ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากเป็นการปรารถนาให้เกิดเหตุการณ์  (รักษาคำมั่นสัญญา) ในอดีต  จึงใช้รูป  “Subject + Wish + That + Subject + Had + Verb 3” 

                                  ตัวอย่างที่  

  • I wish I _____________________________________________________ as he does.

(ผมปรารถนา (ว่า) ผม _______________________________________ เหมือนที่เขาเล่น)

(a) can play

(b) play

(c) could play    (สามารถเล่น)

(d) will play

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากอนุประโยค  (Subordinate clause)  ที่ตามหลัง  “Wish”  จะอยู่ในรูป  “Past subjunctive”  คือ  ต้องอยู่ในรูป    “Past simple”  (Could play)  เมื่อเป็นการปรารถนาในปัจจุบัน  หรือใช้รูป   “Past perfect tense”  (Had played  หรือ  Could have played)  เมื่อเป็นการปรารถนาในอดีต

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Smith said, “I don’t speak English.”  His friend said, “I wish you ______________________.”

(สมิธพูดว่า  “ผมไม่พูดภาษาอังกฤษ”   (และ) เพื่อนของเขาพูดว่า  “ผมปรารถนาว่า  คุณ __________)

(a) speak

(b) do

(c) did    (พูด) 

(d) can

ตอบ  -  ข้อ  (c)  Did  แทน  Speak  โดยต้องอยู่ในรูป  Past tense  เนื่องจากเป็น  Past subjunctive  คือเป็นกริยาใน  Clause  ที่ตามหลัง  Wish  ซึ่งแสดงความปรารถนาในปัจจุบัน  คือ  ให้สมิธพูดภาษาอังกฤษได้

                                  ตัวอย่างที่  

  • When I said that I wished I __________ Italian, she told me she would give me some lessons, if I liked.

(เมื่อผมพูดว่า  ผมปรารถนาว่า  ผม ____________ ภาษาอิตาเลียน  เธอบอกผมว่า  เธอจะสอนบทเรียน (ภาษาฯ) ให้ผมบ้าง  ถ้าผมต้องการ)

(a) know

(b) knew

(c) would have known

(d) had known    (ได้เรียนรู้)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นการปรารถนาในอดีต  ซึ่งตรงกันข้ามกับความจริง  คือ  ไม่ได้เรียน  (Past subjunctive)  จึงต้องใช้โครงสร้าง  “Subject + Wish (ed) + (That) + Subject + Had + Verb 3 + ส่วนขยาย”   ในข้อนี้  เป็นการปรารถนาว่าได้เรียนภาษาอิตาเลียนในอดีต   แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เรียน

                                  ตัวอย่างที่  

  • I wish I _______________________________________ her while she stayed in Bangkok.

(ฉันปรารถนาว่าฉัน _______________________________ เธอ  ในขณะที่เธอพักในกรุงเทพฯ)

(a) meet

(b) met

(c) had met    (ได้พบ)

(d) would have met

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นการปรารถนาในอดีต  และตรงข้ามกับความเป็นจริง  (คือ ปรารถนาว่าได้พบกับเธอ  แต่ก็มิได้พบกับเธอ  ในขณะที่เธอพักในกรุงเทพฯ)  จึงต้องใช้  “Past perfect tense”  (Subject + Had + Verb 3)  และในกรณีที่เป็น  “Passive voice”   ใช้  (Subject + Had + Been + Verb 3)  เช่น

  • He wishes he had been given more opportunity when he was young.

(เขาปรารถนาว่า  เขาได้รับโอกาสมากขึ้นตอนเขาเป็นหนุ่ม  -  คือในอดีต)  (แต่ในความเป็นจริง  คือ ไม่ได้รับ)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I wish you ____________________________________________ there at that moment.

(ผมปรารถนาว่าคุณ _________________________________________ ที่นั่นในขณะนั้น)

(a) are

(b) were

(c) had been     (อยู่)

(d) would have been

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นการปรารถนาให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นในอดีต   (ให้คุณอยู่ที่นั่นในตอนนั้น  ซึ่งเป็นอดีตที่ผ่านมาแล้ว)  แต่ความเป็นจริง  คือ  “คุณไม่ได้อยู่ที่นั่นในตอนนั้น

                                  ตัวอย่างที่  

  • I wish I _______________________________________ German when I was at school.

(ผมปรารถนาว่าผม ___________________________ ภาษาเยอรมัน  ตอนที่ผมเป็นนักเรียน)

(a) was learning

(b) learnt

(c) had learnt    (ได้เรียนรู้)

(d) have learnt

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นการปรารถนาเหตุการณ์ในอดีต  (สมัยเป็นเด็กนักเรียน)  แต่ในความเป็นจริงคือ  “มิได้เรียนภาษาเยอรมัน

                                  ตัวอย่างที่  

  • I wish today ___________________________________________________ a holiday.

(ผมปรารถนาว่าวันนี้ ______________________________________________ วันหยุด)

(a) is

(b) be

(c) being

(d) were     (เป็น)

ตอบ  –  ข้อ   (d)   เนื่องจากเมื่อใช้  “Wish”  แสดงความปรารถนาในสิ่งที่   “ตรงข้ามกับความเป็นจริง”   (คือ  เหตุการณ์มิได้เป็นจริงตามที่ปรารถนา  -  วันนี้มิได้เป็นวันหยุด  ซึ่งเป็นการปรารถนาในปัจจุบัน)  จะต้องใช้รูป   “Subject + Wish + That + Subject + Verb 2”  แต่  “That”  มักจะละไว้เสมอ  (ไม่เขียนลงในประโยค)  เรียกการใช้โครงสร้างแบบนี้ว่า   “Past subjunctive”  โดยมีหลัก  คือ

                    ๑. ถ้าตรงข้ามกับความจริงในปัจจุบัน  (ปรารถนาเหตุการณ์ปัจจุบัน)  ให้ใช้  “Verb”  เป็น  “Past simple” (Verb 2),  สำหรับ  “Verb to be”  ใช้  “Were”  กับประธานทุกตัว

  • I wish (that) she came to see me today.

(ผมปรารถนาว่าเธอมาเยี่ยมผมวันนี้)  (แต่จริงๆ แล้วเธอไม่ได้มา)

  • She wishes (that) today were her birthday.

(เธอปรารถนาว่า  วันนี้เป็นวันเกิดของเธอ)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่)

  • I wish (that) my uncle were here now.

(ผมปรารถนาว่า  ลุงของผมอยู่ที่นี่ในขณะนี้)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้อยู่)

  • He wishes (that) his father were a millionaire (now).

(เขาปรารถนาว่า  พ่อของเขาเป็นเศรษฐี)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็น)

  • I often wish (that) I were really wealthy (now).

(ผมปรารถนาบ่อยๆ ว่า  ผมร่ำรวยอย่างแท้จริง)  (จริงๆ แล้วไม่รวย)

  • My sister occasionally wishes (that) she were a boy (now).

(น้องสาวของผมปรารถนาเป็นบางครั้งว่า  เธอเป็นเด็กผู้ชาย)  (จริงๆ แล้วเป็นหญิง)

  • I wish (that) I had a bigger house (now).

(ผมปรารถนาว่าผมมีบ้านหลังใหญ่กว่านี้)  (แต่จริงๆ แล้วมีบ้านหลังเล็ก)

  • They wish (that) they could speak Japanese (now).

(พวกเขาปรารถนาว่า สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้)  (แต่จริงๆ แล้วพูดไม่ได้)

                   ๒. ถ้าตรงข้ามกับความจริงในอดีต  (ปรารถนาเหตุการณ์ในอดีต)  ให้ใช้  “Verb”  เป็น “Past perfect” (Had + Verb 3)  เช่น

  • I wish (that) yesterday had been a holiday.

(ผมปรารถนาว่า  เมื่อวานนี้เป็นวันหยุด)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็น)

  • She wishes (that) her father had been a millionaire (last year).

(เธอปรารถนาว่า  พ่อของเธอเป็นเศรษฐี  (เมื่อปีที่แล้ว)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็น)

  • He wished (that) he had been a bird (a long time ago).

(เขาปรารถนาว่า  เขาเป็นนก (เมื่อนานมาแล้ว)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็น)

  • I wish (that) my uncle had been here yesterday.

(ผมปรารถนาว่า  ลุงของผมอยู่ที่นี่เมื่อวานนี้)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้อยู่)

                   ๓. ถ้า  “Wish”  ใช้กับอนาคต  (Future)  ให้ใช้  “Verb”  เป็น  “Would”, “Should”,  “Could”,  “Might”  ความหมาย  คือ  คงไม่เกิดเหตุการณ์ตามที่ปรารถนา  หรือมีโอกาสเกิดขึ้นได้ยาก  เช่น

  • I wish (that) my wife would be here tomorrow.

(ผมปรารถนาว่า  ภรรยาของผมอยู่ที่นี่ในวันพรุ่งนี้)  (แต่จริงๆ แล้วคงไม่ได้อยู่ หรือมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก)

  • She wishes (that) she could come to my party next week.

(เธอปรารถนาว่า  เธอสามารถมางานเลี้ยงของผมสัปดาห์หน้า)  (แต่จริงๆ แล้วคงไม่ได้มา  หรือมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก)

  • They wish (that) they would graduate from the university next semester.

(พวกเขาปรารถนาว่า  จะเรียนจบจากมหาวิทยาลัยในเทอมหน้า)  (แต่คงจะไม่จบ หรือมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก)

                   ๔. เมื่อใช้  “Wish”  แสดงความปรารถนาในแบบปกติธรรมดา  จะมีโครงสร้าง  “Wish + To + Verb 1”  ซึ่งความปรารถนาดังกล่าวอาจจะเป็นจริง  หรือไม่เป็นจริงก็ได้  เช่น

  • They wish to meet their friends again next year.

(พวกเขาปรารถนาจะได้พบเพื่อนอีกในปีหน้า)

  • She wishes to leave now.

(เธอปรารถนาจะจากไปในตอนนี้)

  • He wishes to visit London next month.

(เขาปรารถนาจะไปเที่ยวลอนดอนเดือนหน้า)

  • They wished to pass the exam this term.

(พวกเขาปรารถนาจะสอบผ่านเทอมนี้)

  • They are in love and wish to marry.

(เขาทั้งสองคนรักกัน  และปรารถนาจะแต่งงานกัน)

                   ๕. โครงสร้าง  “Wish + กรรม + Noun”  มีความหมาย  คือ  “ขออวยพรให้”  เช่น

  • She wished them a Merry Christmas and a Happy New Year

(เธออวยพรวันคริสมาสต์และปีใหม่ให้พวกเขา)

  • He wishes his parents a long and happy life.

(เขาอวยพรให้พ่อแม่มีชีวิตยืนยาวและมีความสุข)

  • I wish you success.

(ผมขออวยพรให้คุณประสบความสำเร็จ)

  • Before their exam they wished each other luck.

(ก่อนการสอบ  พวกเขาอวยพรโชคดีให้กันและกัน)

  • It is Mary’s birthday today.  Don’t forget to wish her many happy returns.

(วันนี้เป็นวันเกิดของแมรี่  อย่าลืมอวยพรให้เธอมีความสุข)

                   ๖. โครงสร้าง  “Wish + For + Something”  (ปรารถนาอะไรบางอย่าง)  มักแสดงความปรารถนาอย่างเงียบๆ กับตัวเอง  เช่น

  • She blew out the candles on her birthday cake and wished for a new doll.

(เธอเป่าให้เทียนบนเค้กวันเกิดดับลง  และปรารถนาจะได้ตุ๊กตาใหม่สักตัว)

                  ๗. ใช้  “Wish”  แบบคำนาม  (Noun)  หมายถึง  “ความปรารถนา, ความประสงค์, ความต้องการ, คำอธิษฐาน, สิ่งที่ปรารถนา”  เช่น

  • She told me of her wish to quit her job.

(เธอบอกผมถึงความปรารถนาของเธอที่จะทิ้งงาน)  (ลาออกจากงาน)

  • He has a strong wish to see his ex-wife again.

(เขามีความปรารถนาแรงกล้าที่จะพบอดีตภรรยาอีกครั้ง)

  • Julius Cesar was an all-powerful king whose every wish was obeyed.

(จูเลียส ซีซาร์ เป็นกษัตริย์ที่มีอำนาจเต็มที่  ผู้ซึ่งความปรารถนาทุกอย่างของเขาได้รับการเชื่อฟัง)

  • We have no wish to repeat their mistakes.

(เราไม่มีความปรารถนาที่จะทำผิดซ้ำความผิดของพวกเขา)

  • A death wish is a conscious or unconscious desire to die or be killed.

(ความปรารถนาความตาย”  เป็นความต้องการแบบรู้ตัว (ตั้งใจ) หรือ ไม่รู้ตัว (ไม่ตั้งใจ) ที่จะตาย  หรือ  ถูกฆ่าตาย)

  • The government should reflect the wishes of the majority in the country.

(รัฐบาลควรจะสะท้อนความต้องการ (สิ่งที่ต้องการ) ของคนส่วนใหญ่ในประเทศ)

  • My last wish is for you to leave this house and never return.

(ความปรารถนาสุดท้ายของฉัน  คือ  ให้คุณออกจากบ้านหลังนี้ไป  และอย่ากลับมาอีก)

  • Her parents send their best wishes for me on my birthday.

(พ่อแม่ของเธอส่งความปรารถนาดีมายังผม  สำหรับวันเกิดของผม)

  • Please accept this gift with my sincere good wishes for the future.

(โปรดรับของขวัญนี้ไว้ด้วยความปรารถนาดีอย่างจริงใจจากผม  สำหรับอนาคต)  (เพื่อความสุข-ความสำเร็จของคุณ)

  • Have you made your wish yet?

(คุณตั้งความปรารถนาไว้แล้วหรือยัง)  (ว่าอยากได้อะไรสักอย่าง)

  • The genie then granted Sinbad three wishes.

(ผู้วิเศษ (พ่อมด-แม่มด) ให้สิ่งที่่ปรารถนา  อย่างแก่่ซินแบด)  (ขออะไรก็ได้   อย่าง)

 

4. The company’s board of directors found the marketing department’s idea _________________.

(คณะกรรมการบริษัทพบว่าความคิดของฝ่ายการตลาด _____________________________)

(a) interested    (มีความรู้สึกสนใจ)

(b) interesting    (น่าสนใจ)

(c) interestingly    (อย่างน่าสนใจ)

(d) has interest

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ตามโครงสร้าง  Subject + Find (Found) + Object + Adjective (+ To + Verb 1 + ส่วนขยายดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

  • She found it necessary to further her study abroad.

(เธอพบว่ามันจำเป็นที่จะศึกษาต่อต่างประเทศ)

  • We found it difficult to finish our term paper in two weeks.

(เราพบว่ามันยากที่จะทำรายงานประจำเทอมให้เสร็จใน ๒ สัปดาห์)

  • Most parents find it important to provide good education to their children.

(พ่อแม่ส่วนใหญ่พบว่ามันสำคัญที่จะให้การศึกษาอย่างดีแก่ลูกๆ ของตน)

  • The teacher found John’s essay very informative.

(ครูพบว่าเรียงความของจอห์นให้ความรู้-ข้อมูลมาก)

  • They found most questions easy to answer.

(พวกเขาพบว่าคำถามส่วนใหญ่ตอบได้ง่าย)

 

5. It was customary for the victorious general to ride at the head of a  parade.

(มัน  เป็นปกติ-เป็นธรรมดา-เป็นนิสัย-เป็นความเคยชิน-เป็นกิจวัตร-เกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณี  สำหรับนายพลผู้รบชนะ  ที่จะขี่ม้านำขบวนแห่)

(a) stagnant    (หยุดนิ่ง, หยุดอยู่กับที่, หยุดไหล, อยู่เฉยๆ, ซบเซา, เฉื่อยชา, ไม่เจริญ)     

(b) discreet    (พิจารณารอบคอบ, สุขุม, ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ, ระมัดระวัง)

(c) usual    (ยู้-ช่วล)  (เป็นธรรมดา, เป็นปกติ, เป็นประจำ, ทุกวัน)

(d) vigorous    (วิก-เกอะ-เริส)  (แข็งแรง, แรง, มีพลัง, กระฉับกระเฉง, มีอำนาจ, เจริญเติบโตได้ดี)

(e) picturesque    (พิค-เชอะ- เรสค)  (สวย, งดงาม, น่าดู, เหมือนภาพวาด)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

6. The metal becomes fragile (แฟร้จ-ไจล) at cold temperatures and breaks easily. 

(โลหะนั้นจะ  เปราะ-หักง่าย-แตกง่าย-เสียหายง่าย-อ่อนแอ-บอบบาง  ที่อุณหภูมิเย็น  และแตกหักได้ง่าย)

(a) soft    (อ่อนนุ่ม, อ่อน, นิ่ม, นิ่มนวล, ละมุนละไม, อารี, อ่อนโยน, สบาย, อบอุ่นใจ,

(เครื่องดื่ม) ที่ไม่มีแอลกอฮอล์)

(b) malleable    (สามารถถูกตีออกเป็นแผ่นบางหรือรูปร่างต่างๆได้, ดัดแปลงได้, เปลี่ยนแปลงได้)

(c) brittle    (เปราะ, หักง่าย, แตกง่าย, งอไม่ได้)

(d) tactile    (สัมผัสได้, แตะได้)

(e) feasible    (กระทำได้, เป็นไปได้, ดำเนินการได้, เหมาะสม)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

7. Please wear a decent (ดี๊-เซิ่นท) suit to the party.

(โปรดสวมชุด  สุภาพ-เหมาะสม-สอดคล้องกับธรรมเนียมปฏิบัติ-มีสมบัติผู้ดี-กรุณา-โอบอ้อมอารี-พอเพียง  ไปที่งานเลี้ยง)

(a) vigilant    (วิ้จ-จิ-เลิ่นท)  (ระมัดระวัง, รอบคอบ, ตื่นตัว, เฝ้าระวังคอยสังเกต, ไหวตัว) 

(b) polite   (สุภาพ)

(c) irate    (ไอ๊-เรท  หรือ  ไอ-เร้ท)  (โกรธจัด, โมโหมาก, เดือดดาลมาก) 

(d) indiscriminate    (๑. ไม่เลือกหน้า, ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง, ไม่แยกความแตกต่าง, ไม่เจาะจง, สุ่มตัวอย่าง, ที่ขาดการพิจารณาแยกแยะ  ๒. หลากหลาย, ปนเป, คละ) 

(e) eminent    (เอ๊ม-มิ-เนิ่นท)  (เด่น, มีชื่อเสียง, สูงส่ง, เป็นปุ่มยื่นออกมา) 

(f) imminent    (อิ๊ม-มิ-เนิ่นท)  (ใกล้เข้ามา, จวนเจียน (จะเกิดเหตุการณ์), จวนตัว, ใกล้อันตราย, ฉุกละหุก, ฉุกเฉิน) 

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

8. ________________________________________ most beginners, he worried about details.

(________________________ ผู้เริ่มต้น (มือใหม่) ส่วนใหญ่  เขาวิตกกังวลเกี่ยวกับรายละเอียด)

(a) As   (ตามที่, ดังที่, ในฐานะ)

(b) Just as   (ตามที่, ดังที่)

(c) Like   (เหมือนกับ, คล้ายกับ, เป็นลักษณะเฉพาะของ)

(d) Even though   (ถึงแม้ว่า)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Like”  เมื่อเป็น  “Preposition”  หมายถึง  “เหมือนกับ, คล้ายกับ”  ต้องตามด้วยคำนาม หรือวลี   (ในข้อนี้  คือ  “most beginners”) ดูเพิ่มเติมการใช้   “Like, As, Just as”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                   ตัวอย่างที่

  • This car has an engine ______________________________________ one in an airplane.

(รถยนต์คันนี้มีเครื่องยนต์ _________________________________ เครื่องยนต์ในเครื่องบิน)

(a) as   (= ในฐานะ, เป็น  เมื่อเป็น  “Preposition”  ตามด้วยคำนามหรือวลี)  (= เหมือน, เหมือนกับที่, ตามที่, ดังที่   เมื่อเป็น “Conjunction”  = Just as  ต้องตามด้วยประโยค  “Subject + Verb”)

(b) the same   (เหมือนกัน, อย่างเดียวกัน)

(c) as like as   (โครงสร้างนี้ไม่มีใช้)

(d) like   (เหมือน, คล้าย)  (เป็น  “Preposition”)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “Like  (เหมือน, คล้าย) +  คำนามหรือวลี  ส่วน  “As (ตามที่, ดังที่) + ประโยค”  (As + Subject + Verb)  สำหรับอีกโครงสร้างหนึ่งที่สามารถใช้ได้สำหรับตัวอย่างที่    คือ  “This car has the same engine as one in an airplane.”  หรือ  “This car’s engine and one in an airplane are the same.  (หรือ  “are alike, are similar”)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Like, As, Alike”  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                   ตัวอย่างที่

  • What is the climate _______________________________________ in your home town?

(อากาศ _________________________________ อย่างไร (เช่นไร) ในเมืองบ้านเกิดของคุณ)

(a) alike

(b) likely

(c) like    (เป็นเหมือน, เหมือน, คล้าย)

(d) (No word is needed.)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ในที่นี้  “Like”  เป็น “Preposition”  หมายถึง  “เป็นเหมือน, เหมือน, คล้าย”   ใช้กับ  “Verb to be”  หรือ  “Look”  (มีลักษณะ, มีท่าทาง)  ต้องตามด้วยคำนาม

                                  ตัวอย่างที่

  • The sky is cloudy and it looks like ___________________________________________.

(ท้องฟ้ามีเมฆมาก  และมันดูเหมือน __________________________________________)

(a) rain    (ฝน)  (เป็นคำนาม)

(b) to rain   (ฝนตก)

(c) rainy   (ซึ่งมีฝนตก)

(d) it will rain

ตอบ  –  ข้อ  (a)  เนื่องจาก  “Like”   ในที่นี้เป็น  “Preposition”  หมายถึง  “เหมือน, คล้าย”  ต้องตามด้วยคำนาม  ซึ่งในที่นี้  คือ  “ฝน

                                  ตัวอย่างที่

  • He became a doctor ______________________________________________ his father.

(เขาเป็นหมอ _________________________________________________ พ่อของเขา)

(a) same as

(b) like    (เหมือน)

(c) such as

(d) as

ตอบ  –  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Like”  เมื่อหมายถึง  “เหมือน, คล้าย”  จะเป็น “Preposition”  จึงต้องตามด้วยคำนาม หรือวลี   สำหรับข้อนี้อาจตอบได้อีกอย่าง  คือ “the same as”  ส่วน  “As” (เหมือนกับ)  ต้องตามด้วย  “Subject + Verb”  ดูความแตกต่างการใช้  “Like”  และ  “As”  จากประโยคข้างล่าง

  • Like the other nations of Eastern Europe, Poland was politically dominated by the Soviet Union during the Cold War.

(เหมือนกับประเทศอื่นๆในยุโรปตะวันออก,  โปแลนด์ถูกครอบงำทางการเมืองโดยสหภาพโซเวียต  ในระ

หว่างสงครามเย็น)

หมายเหตุ  -  ประโยคข้างบนใช้  “Like”  เนื่องจาก  “Like” (หมายถึง  “เหมือน, คล้าย”)   ต้องตามด้วยคำนาม หรือวลี   เช่น  “like the other nations” (เหมือนประเทศอื่นๆ),  “like his father” (เหมือนพ่อของเขา,  “like most hard-working people” (เหมือนคนทำงานหนักส่วนใหญ่)  ส่วน  “As”  หมายถึง  “เหมือนกับ”   ต้องตามด้วยอนุประโยค  (As + Subject + Verb)  เช่น

  • He did as (just as) his father had told him to do.

(เขาทำเหมือนที่พ่อของเขาบอกให้เขาทำ)

  • She smiled as (just as) her mother did when she was young.

(เธอยิ้มเหมือนที่แม่ของเธอยิ้ม  เมื่อตอนที่ (แม่) เป็นเด็ก)

              สำหรับ  “As”  เมื่อเป็น  “Preposition”  มีความหมายว่า  “ในฐานะ หรือ  เป็น”  จะต้องตามด้วยคำนามหรือวลี  เช่น

  • She works as a doctor.

(เธอทำงานเป็นหมอ)

  • He is known as a man who keeps his words.

(เขาเป็นที่รู้จักกันในฐานะคนที่รักษาคำพูด)

  • They have been recognized as the men who died for their country.

(พวกเขาได้รับการจดจำในฐานะคนที่ตายเพื่อชาติบ้านเมือง)

  • As a good citizen, everyone has to pay a proper amount of tax each year.

(ในฐานะพลเมืองดี,  ทุกคนจำเป็นต้องจ่ายภาษีในจำนวนที่เหมาะสมทุกๆปี)

              สำหรับ  “Alike”  เป็นทั้งคำคุณศัพท์และกริยาวิเศษณ์  หมายถึง  “เหมือนกัน, คล้ายกัน, อย่างเดียวกัน”  ดังประโยคข้างล่าง

  • These two things are alike.

(ของ สิ่งนี้เหมือนกันเลย)

  • Tom and his brother are both alike.

(ทอมและพี่ชายของเขาคล้ายกัน)  (รูปร่างหน้าตาหรือการกระทำ)

  • No two people think or behave alike.

(ไม่มีใคร คน คิดหรือประพฤติตัวเหมือนกัน)

  • The two sisters are remarkably alike in appearance.

(พี่สาวน้องสาว คนนั้นคล้ายกันเป็นพิเศษ (อย่างน่าสังเกต) ในด้านรูปร่างหน้าตา-ลักษณะท่าทาง)

  • They did everything alike.

(พวกเขาทำทุกอย่างเหมือนๆ กัน)

  • The children are all treated alike.

(เด็กๆ ได้รับการปฏิบัติเหมือนๆ กันทุกคน)

  • The strike is damaging to managers and workers alike.

(การนัดหยุดงานกำลังสร้างความเสียหายให้กับผู้จัดการและคนงานเหมือนๆ กัน)

  • The snowstorm affected the southern and northern states alike

 (พายุหิมะมีผลกระทบต่อรัฐทางตอนเหนือและใต้เหมือนๆ กัน)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  <wpookaotong@yahoo.com>   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป