หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 514)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. The company ______________________ spouses of employees in the invitation to the banquet.

(บริษัท ________________ คู่สมรสของพนักงานไว้ในบัตรเชิญ (การเชื้อเชิญ) ไปงานเลี้ยงอาหาร)

(a) have included  

(b) is included    (ถูกรวม)

(c) is including    (กำลังรวม)

(d) has including    (รูปนี้ไม่มีใช้)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากประธานของประโยค (The company) เป็นผู้ทำกริยา (Active voice)  ดูเพิ่มเติมการใช้  Include  ทั้งในแบบ  Active voice  และ  Passive voice  จากตัวอย่างข้างล่าง

  • The proposals included the nationalization of major industries.

(ข้อเสนอรวมไปถึงการนำอุตสาหกรรมสำคัญต่างๆ เข้าเป็นของรัฐ)

  • The four-man crew includes one American.

(กลุ่มลูกเรือ ๔ คนประกอบด้วยชาวอเมริกัน ๑ คน)

  • The report includes advice on problems that are likely to occur and solutions to them.

(รายงานประกอบด้วยคำแนะนำเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น  และวิธีแก้ปัญหา)

  • He asked the hotel staff to include coffee and orange juice for his breakfast.

(เขาขอร้องให้พนักงานโรงแรมรวมเอากาแฟและน้ำส้มไว้ในอาหารเช้าของตน)

  • Carpets and curtains are included in the items for home decoration.

(พรมและม่านถูกรวมเข้าไว้ในรายการการตกแต่ง (ประดับประดา) บ้าน)

  • Dr. James Smith was included in the operation team.

(หมอเจมส์ สมิธ ถูกรวมเข้าไว้ในทีมผ่าตัด)

  • Jennifer was included in the university’s volleyball team.

(เจนนิเฟอร์ถูกรวมเข้าไว้ในทีมวอลเล่ย์บอลของมหาวิทยาลัย)

  • A visit to New York is included in her next summer vacation.

(การไปเยือนนิวยอร์กถูกรวมเข้าไว้ในการเดินทางวันหยุดฤดูร้อนปีหน้าของเธอ)

 

2. We won the football match _______________________________________ two goals to one.

(เราชนะการแข่งขันฟุตบอล ____________________________________ สองประตูต่อหนึ่ง)

(a) with

(b) at

(c) for

(d) by    (By two goals to one  =  สองประตูต่อหนึ่ง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

                สำหรับวลีที่ใช้  “By”  ได้แก่  “by next month” (ในเดือนหน้า, ราวๆ เดือนหน้า) – She will have graduated from the university by next month.  (เธอจะได้เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแล้วในเดือนหน้า),  “by my watch”  {(เวลา  ๑๐  โมง) จากนาฬิกาของผม},  He died by his own hands.  (เขาตายด้วยน้ำมือของตนเอง),  “by chance” (โดยบังเอิญ)  -  I met my old friend at the party by chance.  (ผมเจอเพื่อนเก่าที่งานเลี้ยงโดยบังเอิญ),  “by birth” (โดยกำเนิด)  -  She is English by birth.  (เธอเป็นคนอังกฤษโดยกำเนิด),  “by mistake” (โดยการเข้าใจผิด) -  He took my book by mistake.  (เขาเอาหนังสือของผมไปโดยเข้าใจผิด  คือ คิดว่าเป็นของเขา), “by heart”  (โดยการท่องจำ)  -  I learn English vocabularies by heart.  (ผมเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยการท่องจำ), “by car” (= in a car) (โดยรถยนต์),  “by bus” (= in a bus) (โดยรถประจำทาง),  “by train” (= in a train) (โดยรถไฟ),  “by plane” (= in a plane) (โดยเครื่องบิน),  “by air” (โดยทางอากาศ),  “by sea” (โดยทางทะเล),  “by telephone”  (โดยทางโทรศัพท์),  “by telegram” (โดยทางโทรเลข),  “by letter” (โดยทางจดหมาย),  “by trade” (โดยทางการค้า),  “by radio” (โดยทางวิทยุ),  “by force” (โดยใช้กำลัง),  “I know him (them) by name” (ผมรู้จักเขาแต่ชื่อ  -  ไม่เคยพบตัว),  “by himself/herself” (โดยตัวเขา/เธอเอง  ตามลำพัง หรือ ไม่มีใครช่วย)  -  He did all the work by himself.  (เขาทำงานทั้งหมดด้วยตนเอง), “by machinery” (โดยเครื่องจักร),  “by hand” (= with his hands) {(ทำ) ด้วยมือ}, “The room is 20 feet by 10 feet.” (ห้องยาว ๒๐ ฟุต กว้าง ๑๐ ฟุต),  “Sugar is sold by the pound/kilogram.” (= by weight) {น้ำตาลถูกขายเป็นปอนด์/กิโลกรัม  (ขาย) เป็นน้ำหนัก},  “The road was widened by 5 meters.”  (ถนนถูกขยายออกไปอีก ๕ เมตร),   “remarks by Mr. Schmidt” (คำพูดโดยมิสเตอร์ชมิดท์),  “She was brought up by her aunt.”  (เธอได้รับการอบรม-เลี้ยงดูโดยป้าของเธอ),  “new legislation announced by the government” (กฎหมายใหม่ประกาศโดยรัฐบาล),  “I was startled by his anger.”  (ผมสะดุ้งตกใจจากความโกรธของเขา),  “by and large” (= on the whole) (โดยทั่วๆ ไป, เมื่อพิจารณาทุกด้านแล้ว),  “by mistake” (โดยการเข้าใจผิด) – He sent it to the wrong address by mistake.  (เขาส่งมันไปยังที่อยู่ที่ไม่ถูกต้องโดยการเข้าใจผิด),  “by accident” (โดยบังเอิญ, โดยมิได้ตั้งใจ) – She found out the truth by accident. (เธอค้นพบความจริงโดยบังเอิญ),  “by degrees” (ทีละน้อย),  “by the way” (อ้อ, เอ้อ, อนึ่ง – ใช้พูดเกริ่นนำ ก่อนจะเข้าเรื่อง),  “by all means” (โดยแน่นอน),  “by no means” (ไม่โดยแน่นอน)  “by-pass” (= short cut) (ทางลัด), “passer-by” (ผู้ที่ผ่านไปมา),  “by-gone” (สิ่งหรือเรื่องที่ผ่านไปแล้ว),  “by-product” (ผลพลอยได้),  “I will pay by cheque.” (ผมจะจ่ายเป็นเช็ค),  “read a book by candlelight” (อ่านหนังสือโดยใช้แสงเทียน),  “by chance” (โดยบังเอิญ) – I met her at a bank by chance.  (ฉันพบเธอที่ธนาคารแห่งหนึ่งโดยบังเอิญ)“She came in by the back door.”  (เธอเข้ามาทางประตูหลัง),  “I sat by her bed.” (ผมนั่งข้าง – หรือใกล้ – เตียงของเธอ),  “by 1960” (ราวๆ ปี ๑๙๖๐),  “By the time I went to bed, I was absolutely exhausted.” (ราวๆ เวลาที่ผมเข้านอน  ผมเหน็ดเหนื่อยโดยสิ้นเชิง),  “He is rich by Chinese standards.” (เขาร่ำรวย  โดยมาตรฐานของชาวจีน),  “She was standing by herself in a corner of the room. (เธอกำลังยืนอยู่ตามลำพัง – คนเดียว – ที่มุมห้องด้านหนึ่ง),  “I think I could manage by myself.” (ผมคิดว่าผมสามารถทำสำเร็จด้วยตัวของผมเอง – โดยไม่ต้องมีคนคอยช่วยเหลือ),  “Twelve divided by three is four.” (๑๒ หารด้วย    เหลือ  ), “Multiply the amount by three.” (จงคูณจำนวนนั้นด้วย ๓),  “Cars are now made by the million.” (รถยนต์ในปัจจุบันได้รับการผลิตเป็นล้านๆคัน),  “one by one” (ทีละคน),  “year by year”  (แต่ละปี),  “She took him by the hand.”  (เธอจับมือเขา),  “Hold it by the handle!” (จงถือมันไว้ที่ด้าม หรือมือจับ),  “Her salary went up by half.” (เงินเดือนของเธอขึ้นไปครึ่งหนึ่ง),  “The economic growth increased by 10 %.” (เศรษฐกิจเติบโต  ๑๐  เปอร์เซ็นต์),  “They are Buddhists by birth, not by practice.” (พวกเขาเป็นชาวพุทธโดยกำเนิด  มิใช่โดยการปฏิบัติ – ศาสนกิจ),  “By night, a number of animals seek their preys, while by day, they tend to sleep.” (ระหว่างกลางคืน   สัตว์จำนวนมากเสาะหาเหยื่อ  ในขณะที่ตอนกลางวัน  พวกมันมักจะนอน),  “walk side by side”  (เดินเคียงข้างกัน),  “walk hand in hand” (เดินจูงมือกัน),  “by-election” (การเลือกตั้งซ่อม),  “by comparison (= in comparison)” (โดยการเปรียบเทียบ)  -  He made me look, by comparison (= in comparison), a good, calm, reasonable person.  (เขาทำให้ผมดู (มีท่าทาง ), โดยเปรียบเทียบ, เป็นคนดี  เยือกเย็น  และมีเหตุผล) (หมายถึง  เมื่อเปรียบเทียบผมกับเขา) (เขาไม่มีลักษณะดังกล่าว),  เป็นต้น

 

3. If the product were not safe, we ______________________________________________ it.

(ถ้าผลิตภัณฑ์ไม่ปลอดภัย  เรา ___________________________________ มัน)  (ในขณะนี้)

(a) would sell    (จะขาย)

(b) don’t sell    (ไม่ขาย)

(c) will sell    (จะขาย)

(d) would not sell    (จะไม่ขาย)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากประโยคนี้เป็นประโยค  “If clause”  แบบที่  ๒  “Present unreal” (ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน  แม้จะมีรูปเป็นอดีต)  คือ  “ประโยคเงื่อนไขในปัจจุบันที่เกิดได้ยาก  หรือในบางกรณีไม่เกิดขึ้นจริง – เป็นไปไม่ได้”  กล่าวคือ  “ถ้าผลิตภัณฑ์ไม่ปลอดภัย (ในขณะนี้หรืออนาคต)  เราจะไม่ขายมัน”  ทั้งนี้  ผู้พูดเชื่อว่า  เป็นไปได้ยาก  หรือเป็นไปไม่ได้  ที่ผลิตภัณฑ์จะไม่ปลอดภัย (ในปัจจุบัน)  ประโยคเงื่อนไข  “If clause  แบบที่  (Present unreal)  ในประโยคใหญ่ (Main clause)  จะใช้รูป  “Subject + Would + (Not) + Verb ช่องที่ 1 + ส่วนขยาย  เช่น  She would call him  (เธอจะโทรฯ ไปหาเขา),  ส่วนในประโยคย่อย  หรืออนุประโยค (Subordinate clause  หรือ  If clauseจะใช้รูป  “ If + Subject + Verb ช่องที่ 2 + ส่วนขยาย  เช่น  If she knew his phone number  (ถ้าเธอรู้เบอร์โทรฯ ของเขา(แต่เธอไม่ได้โทรฯ ไปหาเขา – ในขณะนี้ –  เพราะเธอไม่รู้เบอร์โทรฯ ของเขา)  และในกรณี  If clause  มี  “Verb to be”  ให้ใช้  “Were”  กับประธานทุกตัว (He, She, It, I, We, You, They)  เช่น  If I were you (ถ้าผมเป็นคุณ),  If she were a bird (ถ้าเธอเป็นนก),  If he were a millionaire (ถ้าเขาเป็นเศรษฐี),  If the product were not safe (ถ้าผลิตภัณฑ์ไม่ปลอดภัย)  เป็นต้น    

               สำหรับการใช้  “If clause”  แบบที่    นี้  มักใช้เมื่อ  (๑) เหตุการณ์ไม่เกิดขึ้นจริง  หรือในบางกรณีเป็นไปไม่ได้  ในปัจจุบัน,  หรือไม่ก็  (๒)  ผู้พูดมีความเชื่อว่าข้อความที่พูดออกมามีโอกาสเกิดขึ้นได้ยาก,  สำหรับประโยคใน ข้อ ๓  อาจอนุโลมได้ว่า  อยู่ในทั้ง ๒ กรณี  กล่าวคือ  ผู้พูดเชื่อว่าเป็นไปได้ยาก  หรือเป็นไปไม่ได้  ที่ผลิตภัณฑ์จะไม่ปลอดภัย (ในปัจจุบัน)  ดูเพิ่มเติม  “If clause”  แบบที่  ๒ จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • The operator ____________________________ Mr. Smith if she knew where to reach him.

(พนักงานรับโทรศัพท์ ______________________ มิสเตอร์สมิธ  ถ้าเธอรู้ว่าจะติดต่อเขาได้ที่ไหน)

(a) will call    (จะโทรฯ ไปหา)  (ในอนาคต)

(b) had called   

(c) called   

(d) would call    (จะโทรฯ ไปหา)  (ในขณะนี้)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากประโยคนี้เป็นประโยค  “If clause”  แบบที่  ๒  “Present unreal” (ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน  แม้จะมีรูปเป็นอดีต)  คือ  “ประโยคเงื่อนไขในปัจจุบันที่ไม่เป็นความจริง  หรือในบางกรณีเกิดขึ้นได้ยาก”  กล่าวคือ  “โอเปอร์เรเตอร์จะโทรไปหามิสเตอร์สมิธ (ในขณะนี้หรืออนาคต)  ถ้าเธอรู้ว่าจะติดต่อเขาได้ที่ไหน”  แต่ผู้พูดประโยคนี้เชื่อว่า  “โอเปอร์เรเตอร์ไม่ได้โทรฯ ไปหาสมิธ (ในขณะนี้)  เพราะเธอไม่รู้ว่าจะติดต่อเขาได้ที่ไหน”  ประโยคเงื่อนไข  “If clause  แบบที่  (Present unreal)  ในประโยคใหญ่ (Main clause)  จะใช้รูป  “Subject + Would + (Not) + Verb ช่องที่ 1 + ส่วนขยาย  เช่น  She would call on him (เธอจะไปเยี่ยมเขา),  ส่วนในประโยคย่อย หรืออนุประโยค (Subordinate clause  หรือ  If clauseจะใช้รูป  “ If + Subject + Verb ช่องที่ 2 + ส่วนขยาย  เช่น  If she knew his address (ถ้าเธอรู้ที่อยู่ของเขา(แต่เธอไม่ได้ไปเยี่ยมเขา – ในขณะนี้ –  เพราะเธอไม่รู้ที่อยู่ของเขา)  และในกรณีมี  “Verb to be”  ให้ใช้  “Were”  กับประธานทุกตัว  (He, She, It, I, We, You, They)  เช่น  If I were him  (ถ้าผมเป็นเขา),  If she were his mother (ถ้าเธอเป็นแม่ของเขา),  If he were the President (ถ้าเขาเป็นประธานาธิบดีเป็นต้น      

                                 ตัวอย่างที่  

  • If our ship ___________________ fewer passengers, the crew would not have to share rooms.

(ถ้าเรือของเรา ___________ ผู้โดยสารน้อยลง – กว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ – ลูกเรือคงไม่จำเป็นต้องแชร์ห้องกัน)  (คือ อยู่ห้องเดียวกันหลายๆ คน)

(a) have

(b) had    (มี)

(c) will have

(d) would have

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากประโยคนี้เป็นประโยค  “If clause”  แบบที่  ๒  “Present unreal” (ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน  แม้จะมีรูปเป็นอดีต)  คือ  “ประโยคเงื่อนไขในปัจจุบันที่ไม่เป็นความจริง  หรือในบางกรณีเกิดขึ้นได้ยาก”  กล่าวคือ  “ถ้าในปัจจุบัน  เรือมีผู้โดยสารน้อยกว่าที่เป็นอยู่  ลูกเรือก็คงไม่จำเป็นต้องแชร์ห้องกัน”  แต่ในความเป็นจริงคือ  “เรือมีผู้โดยสารมาก  ลูกเรือเลยต้องแชร์ห้องกัน”  ประโยคเงื่อนไข  “If clause  แบบที่  (Present unreal)  ในประโยคใหญ่ (Main clause)  จะใช้รูป  “Subject + Would + (Not) + Verb ช่องที่ 1 + ส่วนขยาย  เช่น  She would pass the test (เธอจะสอบผ่าน),  ส่วนในประโยคย่อย หรืออนุประโยค (Subordinate clause  หรือ  If clauseจะใช้รูป  “ If + Subject + Verb ช่องที่ 2 + ส่วนขยาย  เช่น  If she studied hard enough (ถ้าเธอขยันเรียนมากพอ) (แต่ผู้พูดเชื่อว่า  เธอจะสอบตก  เพราะเธอไม่ขยันมากพอ)  และในกรณีมี  “Verb to be”  ให้ใช้  “Were”  กับประธานทุกตัว  (He, She, It, I, We, You, They)  เช่น  If I were in your position (ถ้าผมอยู่ในสถานะของคุณ),  If she were a princess (ถ้าเธอเป็นเจ้าหญิง),  If he were a king (ถ้าเขาเป็นพระราชา)  เป็นต้น    

                                  ตัวอย่างที่  

  • If you lived closer to the office, you _____________________ trouble getting to work on time.

(ถ้าคุณอาศัยอยู่ใกล้กับสำนักงานมากกว่านี้  คุณ ________________ ปัญหาเรื่องไปทำงานทันเวลา)

(a) don’t have

(b)  didn’t have

(c)  won’t have

(d) wouldn’t have    (จะไม่มี)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากประโยคนี้เป็นประโยค  “If clause”  แบบที่  ๒  “Present unreal”  (ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน)  คือ  “ประโยคเงื่อนไขในปัจจุบันที่ไม่เป็นความจริง”  กล่าวคือ  “ถ้าในปัจจุบัน  คุณอาศัยอยู่ใกล้ออฟฟิศมากกว่านี้  คุณก็จะไม่มีปัญหาเรื่องการมาทำงานสาย”  แต่ในความเป็นจริงคือ  “บ้านคุณอยู่ไกลจากออฟฟิศมาก  คุณก็เลยมาทำงานสายบ่อย”  

                                  ตัวอย่างที่  

  • If I _________________________________ you, I would think twice before taking the job.

(ถ้าผม ___________________________ คุณ  ผมจะพิจารณาอย่างรอบคอบ  ก่อนรับงานมาทำ)

(a) was

(b) were    (เป็น)

(c) should be    (ควรจะ)

(d) might be    (อาจจะ)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่ ๒  “Present unreal”  เป็นการสมมติในปัจจุบัน  ที่ไม่เป็นความจริง  หรือเป็นไปไม่ได้  กล่าวคือ  ผมจะเป็นคุณไปไม่ได้  ในกรณี  If clause  มี  “Verb to be”  ให้ใช้  “Were”  กับประธานทุกตัว  (He, She, It, I, We, You, They)  เช่น  If I were your husband (ถ้าผมเป็นสามีของคุณ),  If she were a bird (ถ้าเธอเป็นนก),  If he were not blind (ถ้าเขาไม่ตาบอด)  เป็นต้น      

                                  ตัวอย่างที่  

  • If I ______________________________________________ you, I should leave quickly.

(ถ้าฉัน __________________________________ คุณ  ฉันจะจากไป (ออกไป) อย่างรวดเร็ว)

(a) was

(b) am

(c) were    (เป็น)

(d) like

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่ ๒  “Present unreal”  เป็นการสมมติในปัจจุบัน  ที่ไม่เป็นความจริง หรือเป็นไปไม่ได้  กล่าวคือ  ฉันจะเป็นคุณไปไม่ได้  ในกรณี  If clause  มี  “Verb to be”  ให้ใช้  “Were”  กับประธานทุกตัว  (He, She, It, I, We, You, They)  เช่น  If I were still young (ถ้าผมยังเป็นวัยรุ่นอยู่),  If she were my wife (ถ้าเธอเป็นภรรยาของผม),  If he were a doctor (ถ้าเขาเป็นหมอ)

                                  ตัวอย่างที่  

  • This test is in English.  If it were in Thai, I ________________________________ it at all.  

(แบบทดสอบนี้เป็นภาษาอังกฤษ  ถ้ามันเป็นภาษาไทย  ฉัน ________________________ มันเลย)

(a) shall not mind

(b) am not minding

(c) would not mind    (จะไม่รังเกียจ)

(d) would not be minded

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่    “Present unreal”  คือการสมมติที่ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน  กล่าวคือ  การทดสอบเป็นภาษาอังกฤษ  ฉันเลยรังเกียจมัน    

               สำหรับใน  “If clause”  ที่มีกริยา  “Were”  เราสามารถใช้โครงสร้าง  “ผกผัน”  (Inversion)  คือเอา  “Were”  มาไว้ข้างหน้าประโยคแทน  “If”  ได้  ดังประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • ____________________________________ I in your position, I would accept his offer.

(ถ้าผม ____________________________ ในสถานะของคุณ  ผมจะยอมรับข้อเสนอของเขา)

(a) If

(b) Am

(c) Were    (อยู่)

(d) When

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่ ๒  “Present unreal”  เป็นการสมมติในปัจจุบัน  ที่ไม่เป็นความจริง  กล่าวคือ  ผมมิได้อยู่ในสถานะของคุณ

                สำหรับตัวอย่างอื่นๆ ของ  “If clause  แบบที่  (Present unreal)  ดูจากประโยคข้างล่าง

  • If you came to the party today  (หรือ  tomorrow), you would meet my wife.

(ถ้าคุณมางานเลี้ยงวันนี้ – หรือพรุ่งนี้ – คุณก็จะได้พบภรรยาผม)   

              ในประโยคข้างบน  ผู้พูดค่อนข้างจะเชื่อว่า  “คุณคงจะไม่มาหรอก  และคุณก็จะไม่ได้พบภรรยาผม”  แต่ถ้าผู้พูดมั่นใจว่า  “คุณ”  คงมางานเลี้ยงแน่  และคงได้พบภรรยาผมแน่  ผู้พูดก็จะพูดในรูป  “If clause  แบบที่ 1”  คือ  “If + Subject + Verb 1, Subject + Will + Verb 1”  คือ

  • If you come to the party today, you will meet my wife.

(ถ้าคุณมางานเลี้ยงวันนี้  คุณก็จะได้พบภรรยาผม)  (ผู้พูดมั่นใจว่า “คุณ” จะมางานเลี้ยงแน่ๆ  และก็จะได้พบภรรยาผมแน่)    

               ตัวอย่างอื่นๆ ของ  “If clause” แบบที่    เช่น

  • If I were a poor student, I would not go on holiday as often as I would.

(ถ้าผมเป็นเด็กนักเรียนยากจน (ในขณะนี้)  ผมก็คงจะไม่ไปเที่ยววันหยุดพักผ่อนบ่อยเหมือนกับที่ผมทำอยู่)   (แต่เนื่องจากผมไม่ได้เป็นนักเรียนยากจน  ผมเลยไปเที่ยววันหยุดบ่อยๆ)

  • If I were you, I would not let him say such things.

(ถ้าผมเป็นคุณ (ในขณะนี้)  ผมจะไม่ปล่อยให้เขาพูดเช่นนั้น)   (แต่ว่าผมไม่ได้เป็นคุณ)

  • If you met the Queen, how would you address her?

(ถ้าคุณพบราชินี (ในตอนนี้)  คุณจะพูดกับพระองค์อย่างไร)  (แต่ผู้พูดคิดว่า  มีโอกาสน้อยมากที่คุณจะได้พบกับราชินี)

  • If she were a princess, she would be very happy.

(ถ้าเธอเป็นเจ้าหญิง (ในขณะนี้)  เธอคงจะมีความสุขมาก)  (แต่เธอมิได้เป็นเจ้าหญิง – เป็นเรื่องสมมติที่เป็นไปไม่ได้ - เธอเลยไม่มีความสุข)

  • If I were a bird, I would fly to the moon.

(ถ้าผมเป็นนก (ในตอนนี้)  ผมจะบินไปดวงจันทร์)  (เป็นเรื่องสมมติที่เป็นไปไม่ได้  ผมก็เลยไม่ได้บินไปดวงจันทร์)

  • If you ever met the Queen, what would you do?

(ถ้าคุณพบกับราชินี  คุณจะทำอย่างไร)  (ผู้พูดเชื่อว่า  คุณคงไม่มีโอกาสได้พบหรอก  หรือยากเต็มที)

  • I could not possibly go there unless my parents gave me some money.  (Unless  =  if …………not)

(ผมคงไม่สามารถไปที่นั่นได้ (ในขณะนี้ หรือ อนาคต)  ถ้าพ่อแม่ไม่ให้เงินผม)  (แต่ผมก็ไปได้  เพราะพ่อแม่ให้เงิน)

  • Can you come?  I would if I could but I can’t.  

(คุณมาได้ไหมล่ะ  ผมจะมาถ้าผมสามารถทำได้ (ในปัจจุบัน)  แต่ผมก็ไม่สามารถมาได้)  (ผู้พูดสมมติเหตุการณ์ที่เป็นไปไม่ได้  หรือมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก  ที่เขาจะมาได้)

             สำหรับการใช้รูป “ผกผัน” (Inversion) ในกรณีมี  “Were” ใน  “If clause  ดูจากตัวอย่างข้างล่าง

  • Were he to leave today, he would be there by Friday.

(=  If he were to leave today, he would be there by Friday.)

(ถ้าเขาออกเดินทางวันนี้ (เป็นการสมมติเหตุการณ์ปัจจุบัน)  เขาคงไปถึงที่นั่นราววันศุกร์)   (แต่เป็นไปได้ยากมาก  หรือเป็นไปไม่ได้เลย  ที่เขาจะออกเดินทางวันนี้)

  • Were it less expensive, we would buy it.

(=  If it were less expensive, we would buy it.)

(ถ้ามันราคาแพงน้อยกว่านี้ (ในขณะนี้ หรือ ในอนาคต)  เราจะซื้อมัน)   (แต่เนื่องจากมันราคาแพง  เราเลยไม่ซื้อ)

  • Were I you, I would not let him say such things.

(=  If I were you, I would not let him say such things.)

(ถ้าผมเป็นคุณ (ในขณะนี้)  ผมจะไม่ปล่อยให้เขาพูดเช่นนั้น)  (แต่เพราะว่าผมไม่ได้เป็นคุณ  ผมเลยไม่ได้ห้ามเขาพูดเช่นนั้น)

  • I would not go to school every day were I a poor student.

(=  I would not go to school every day if I were a poor student.)

(ผมจะไม่ไปโรงเรียนทุกวัน  ถ้าผมเป็นนักเรียนยากจน  -  ในปัจจุบัน)   (แต่ผมไปโรงเรียนทุกวัน  เพราะผมไม่ได้เป็นนักเรียนยากจน)

 

4. _______________________________________________ all his wealth, he lived modestly.

(___________________________________ ทั้งๆ ที่มั่งคั่งร่ำรวย  เขาดำรงชีวิตอย่างถ่อมตัว)

(a) With

(b) By

(c) For    (For all his wealth  =  ทั้งๆ ที่มั่งคั่งรำรวย)

(d) To

ตอบ  -  ข้อ  (c)  สำหรับวลีที่ใช้กับ  “For”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                สำหรับคำคุณศัพท(Adjective) ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “Responsible”  (He is responsible for the job. = เขารับผิดชอบต่องาน),  “Ready”  (เตรียมพร้อมต่อ)  -  “Are you ready for your new job?”  (คุณเตรียมพร้อมสำหรับงานใหม่หรือเปล่า),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ) – She was qualified for the job.  (เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ)  -  “It is good for you to get up early.”  (มันดีสำหรับคุณที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่),  “Suitable”  (เหมาะสม),  “Famous”  (มีชื่อเสียง)  -  “Thailand is famous for the hospitality of its people.”  (เมืองไทยมีชื่อเสียงในเรื่องความเอื้อเฟื้อของผู้คน),  “Eager”  (กระตือรือ ร้น), “Sorry”  (เสียใจกับ)  -  “I’m sorry for any damage I may incur.”  (ผมเสียใจสำหรับความเสียหายใดๆ ที่ผมอาจทำให้เกิดขึ้น),  “Sufficient”  (เพียงพอ), “Fit”  (เหมาะสม)  -  “These clothes are fit for me.”  (เสื้อผ้าพวกนี้เหมาะสำหรับผม), “Unfit”,  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ),  “Grateful”  (ขอบคุณต่อ) -  I am very grateful to you for your assistance.  (ผมขอบคุณคุณอย่างมาก  สำหรับความช่วยเหลือของคุณ)  เป็นต้น

                ส่วนคำกริยา (Verb) ที่ใช้กับ  “For”  เช่น  “Buy something for someone”  (ซื้ออะไรให้ใคร)  -  “I bought a present for her on her birthday.”  (ผมซื้อของขวัญให้เธอสำหรับวันเกิด),  “Wait”  (รอคอย)  -  They were waiting for their old friends at the airport.  (พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้)  -  “They will vote for the Republican only.”  (พวกเขาจะลงคะแนนให้เฉพาะกับพรรครีพับริกันเท่านั้น),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า)  -  “I’ ll pay for the meal this time.”  (ผมจะจ่ายค่าอา หารให้มื้อนี้),  “Apply”  (สมัคร)  -  She will apply for a job in a foreign company.  (เธอจะสมัครงานในบริษัทต่างชาติ),  “Thank”  (ขอบคุณ)  -  “Thank you for your help.”  (ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ),  “Search  (ค้นหา)  -  “I’ll search for the data in the library.”  (ผมจะค้นหาข้อมูลในห้องสมุด),  “Look”  (ค้นหา)  -  “She is looking for her lost watch.”  (เธอกำลังค้นหานาฬิกาที่หายไป),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ)  -  “They have to struggle for their survival.” (พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง)  -  “The criminals begged for the judge’s mercy.”  (เจ้าอาชญากรขอความเมตตาจากผู้พิพากษา),  “Ask”  (ขอร้อง),  “Call”  (เรียกร้องให้มี, จำเป็นต้องมี)  -  “The country called for peaceful co-existence.”  (ประเทศนั้นเรียกร้องให้อยู่ร่วมกันโดยสันติ),  “Apologize”  (ขอโทษ),  “Charge”  (คิดค่า),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ)  -  “The company provided for comprehensive training.”  (บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างกว้างขวาง),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้-มี)  -  “We hope for better life in the future.”  (พวกเราหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคตเป็นต้น

                สำหรับวลีอื่นๆ ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “Demand for food and water”  (ความต้องการอาหารและน้ำ),  “For all I know”  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป   เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน้ตเลย  แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับในขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่วคราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance = For example)”  (ตัวอย่างเช่น),  “For sure = For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ ไม่แน่ใจ),  เป็นต้น

 

5. Her mother was finally _________________________ from the hospital after a long stay there. 

(แม่ของเธอในที่สุดได้รับการ _______________ จากโรงพยาบาล  หลังจากพักอยู่ที่นั่นเป็นเวลานาน)

(a) expelled    (ขับไล่, ขับออก, ตัดออกจากการเป็นสมาชิก)

(b) discharged    (ปล่อยตัว, ปล่อย, ปล่อยออก, ไล่ออก, เอาลง, ขับออก, ระบายออก, ทำให้พ้นหน้าที่

      ความรับผิดชอบหรืออื่นๆ, ปลดจากงาน, ขนถ่าย (สินค้า), ปล่อยกระแส ไฟฟ้า)

(c) withdrawn    (ถอน, ถอนตัว, ถอนคืน, เก็บคืน, ดึงกลับ, เอากลับ, ชักกลับ, หด, เลิก, เลิกใช้)

(d) disparaged    (ดูถูก, ดูหมิ่น, ใส่ร้าย, ทำให้เสื่อมเสีย)

(e) abducted    (ลักพาตัว)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

6. Brutal abuse of children in the orphanage was disclosed by the investigation.  

(การปฏิบัติอย่างเลว-การใช้ในทางที่ผิด  ต่อเด็กๆ อย่างทารุณในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า  ถูกเปิดเผยโดยการสืบสวนสอบสวน)

(a) predicament    (สถานการณ์ที่ยากลำบาก)

(b) hindrance    (อุปสรรค, การขัดขวาง-กีดกัน-หยุดยั้ง-ป้องกัน, ภาวะที่ถูกขัดขวาง)

(c) velocity    (วะ-ลอส-ซิ-ที่)  (ความเร็ว, ความรวดเร็ว, อัตราความเร็ว)

(d) bad treatment    (การปฏิบัติอย่างเลว)

(e) adversary    (ศัตรู, คู่ปรปักษ์)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

7. Environmentalists are exasperated by the constant killing of dolphins and whales.

(นักสิ่งแวดล้อม  รู้สึกโกรธเคืองอย่างมาก (ถูกทำให้โกรธอย่างมาก)  กับการสังหารปลาโลมาและปลาวาฬที่เกิดขึ้นเป็นประจำ)

(a) dismayed    (ท้อใจ, ท้อแท้, ตกใจ, สะดุ้งกลัว, ตกตะลึง)

(b) terrified    (ตกใจกลัว, สะดุ้งกลัว)

(c) irritated    (โมโห, โกรธเคือง, ฉุนเฉียว, ถูกกวนประสาท, ระคายเคือง, อักเสบ)

(d) delighted    (ปลาบปลื้ม, ยินดี, ปิติ)

(e) overcome    (มีชัย, เอาชนะ, พิชิต, ครอบงำ, ปกคลุม)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

8. Maui is not the most developed of the Hawaiian islands; ____________ it has modern hospitals, schools, and resort communities.

(มออิมิใช่ (เกาะ) พัฒนามากที่สุดของหมู่เกาะฮาวาย __________ มันมีโรงพยาบาล,  โรงเรียน  และชุมชนที่เป็นที่พักของนักท่องเที่ยวที่ทันสมัย)

(a) in spite of    (ทั้งๆ ที่)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(b) contrary

(c) nevertheless    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)  (ตามด้วยประโยค  คือ  Subject + Verb)

(d) moreover    (นอกจากนั้น, ยิ่งไปกว่านั้น)  (ตามด้วยประโยค  คือ  Subject + Verb) 

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากข้อความที่อยู่ข้างหน้าและข้างหลัง  “Nevertheless, Nonetheless, However, But  =  อย่างไรก็ตาม,  แต่”  จะมีความขัดแย้งกัน  กล่าวคือ  “มออิมิได้พัฒนามากที่สุดของ..............แต่มีโรงพยาบาล,  โรงเรียน...........ที่ทันสมัย  ดูเพิ่มเติมการใช้คำอื่นๆ จากตัวอย่างข้างล่าง

  • He hasn’t been able to get a good job in spite of (= despite = notwithstanding) his having had an expensive education.

(เขาไม่สามารถหางานดีๆ ทำได้  ทั้งๆ ที่มีการศึกษาที่แพง)  (ไม่สามารถหางานดีได้  ทั้งๆ มีการศึกษาราคาแพง  หรือ เสียค่าเรียนราคาแพง)

  • In spite of (= Notwithstanding = Despite) the bad storm John delivered his papers on time.  

(ทั้งๆ ที่มีพายุเลวร้าย  ทอมก็ยังไปส่งหนังสือพิมพ์ได้ตรงเวลา  -   ทอมเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์)

  • In spite of (= Notwithstanding = Despite) all their differences, Mary and Ann remain friends.

(ทั้งๆ ที่แตกต่างกันอย่างมากมายอย่างนั้น   แมรี่และแอนยังคงเป็นเพื่อนกันได้)

  • They went out in spite of (= notwithstanding = despite) the heavy rain.

(พวกเขาออกไปข้างนอกทั้งๆ ที่ฝนตกหนัก)

  • He studied hard.  However, he failed.

(เขาขยันเรียน  อย่างไรก็ดี  เขาสอบตก)

  • It rained heavily.  However, they went out.

(ฝนตกหนัก  อย่างไรก็ตาม  พวกเขาออกไปข้างนอก)

  • Kim was wealthy; however, she was not happy.

(คิมร่ำรวย  อย่างไรก็ดี  เธอไม่มีความสุข)

  • Bill proposed to Sarah; however, she refused it.

(บิลขอแต่งงานกับซาร่าห์  อย่างไรก็ตาม  เธอปฏิเสธมัน)

  • It was raining.  However, we decided to go to the seaside.

(ฝนกำลังตก,  อย่างไรก็ตาม  เราตัดสินใจที่จะไปชายทะเล)

  • However beautiful she is, nobody likes her.

(ไม่ว่าเธอจะสวยเพียงไรก็ตาม  ไม่มีใครชอบเธอ)

  • However wealthy he is, he is never happy.

(ไม่ว่าเขาจะร่ำรวยเพียงไรก็ตาม  เขาไม่เคยมีความสุข)

  • However carefully she walked, she was hit by a car.

(ไม่ว่าเธอจะเดินอย่างระมัดระวังเพียงไรก็ตาม  เธอถูกรถยนต์ชน)

  • She is very wealthy.  Moreover, she is generous to everyone.

(เธอร่ำรวยมาก  ยิ่งกว่านั้น  เธอเอื้อเฟื้อกับทุกคน)

  • We gave them food.  Moreover, we provided them with transportation.

(เราให้อาหารพวกเขา  ยิ่งกว่านั้น  เราให้รถยนต์ (ขนส่ง) พวกเขาด้วย)

  • They accused the government of corruption; moreover, they tried to overthrow it.

(พวกเขากล่าวหารัฐบาลว่าทุจริต  ยิ่งกว่านั้น  พวกเขาพยายามโค่นล้มรัฐบาลด้วย)

  • Jim was arrested for robbery; moreover, he was shot by the police.

(จิมถูกจับในข้อหาปล้น  ยิ่งกว่านั้น  เขาถูกตำรวจยิงด้วย)

  • They happily tolerated the existence of opinions contrary to their own.

(พวกเขาอดทนอย่างมีความสุขกับการดำรงอยู่ของความคิดเห็นที่แตกต่างกับของตนเองโดยสิ้นเชิง)

  • Contrary to popular belief, the desert can produce crops.

(ขัดแย้งกับความเชื่อทั่วไป – แต่ก็เป็นความจริง – ทะเลทรายสามารถผลิตพืชผลได้)

  • Contrary to what is generally assumed, the adjustment of this kind of work is relatively easily made.

(ขัดแย้งกับสิ่งที่ได้รับการสันนิษฐานโดยทั่วไป – แต่ก็เป็นจริง – การปรับงานประเภทนี้กระทำได้ค่อนข้างง่ายดาย)

  • I have never been an enemy of monarchy; on the contrary, I consider monarchies essential for the wellbeing of new nations.

(ผมไม่เคยเป็นศัตรูกับระบอบกษัตริย์,  ตรงกันข้าม  ผมถือว่าระบอบกษัตริย์มีความจำเป็นยิ่งต่อความเจริญรุ่งเรืองของชาติเกิดใหม่)

  • There was nothing dowdy or ugly about her dress; on the contrary, she had a certain private elegance.

(ไม่มีอะไรล้าสมัย (ไม่สวยงาม) หรือน่าเกลียดเกี่ยวกับเสื้อกระโปรงชุดของเธอ  ตรงกันข้าม  เธอมีความสง่างามเป็นส่วนตัวบางประการ)

  • You’ll get tired of it.  On the contrary, I will enjoy it.

(คุณจะเบื่อมัน  ตรงกันข้าม  ผมจะสนุกสนานกับมัน)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  <wpookaotong@yahoo.com>   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป