หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 508)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. Mr. Brian wants to make ____________________________________________________.

(มิสเตอร์ไบรอันต้องการทำ _______________________________________________)

(a) a meeting    (การประชุม)

(b) an hour    (๑ ชั่วโมง)

(c) an appointment    (การนัดหมาย, การแต่งตั้ง)

(d) a time    (เวลา)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ดูเพิ่มเติมการใช้  Make  จากข้อความข้างล่าง

  • make a mistake   (ทำผิด)
  • make an error    (ทำผิด, ทำผิดพลาด)
  • make a noise   (ทำเสียงดัง)
  • make a sound    (ส่งเสียง, พูด)
  • make a terrible racket    (ส่งเสียงอึกทึกครึกโครม-เสียงดังหนวกหู)
  • make a speech    (กล่าวสุนทรพจน์)
  • make a hole   (เจาะรู)
  • make beds   (สร้างเตียง)
  • make the beds  (จัดเตียง, ปูเตียง)
  • Make hay while the sun shines.    (น้ำขึ้นให้รีบตัก)  (จงทำหญ้าเฮย์ - ตัดและตากแห้งหญ้า - ตอนที่ยังมีแสงอาทิตย์)  (หญ้าเฮย์ใช้สำหรับเลี้ยงสัตว์)
  • be made of gold   (ทำด้วยทอง)  (สามารถเห็นทองในสภาพเดิม)
  • be made from wheat    (ทำมาจากข้าวสาลี)  (แปรสภาพมาแล้ว ดูไม่ออกว่ามาจากข้าวสาลี  เพราะกลายเป็นขนมปังแล้ว)
  • a car (which was) made in China    (รถผลิตในจีน)
  • a Japanese-made car   (รถผลิตในญี่ปุ่น)
  • make a choice    (เลือก)
  • make a change (some changes)    (เปลี่ยนแปลง)
  • make a great success    (ประสบความสำเร็จอย่างมาก)
  • make a mess of the room    (ทำห้องเละเทะ-สกปรก-ไม่เป็นระเบียบ)
  • make a very good job of the bathroom    (รักษาความสะอาดห้องน้ำได้ดีมาก)
  • make a serious effort    (พยายามอย่างจริงจัง)
  • make a fuss    (บ่นหรือจู้จี้)
  • make a claim    (เรียกร้อง, เรียกค่าเสียหาย, กล่าวอ้าง)
  • make a charge    (เรียกเก็บเงิน, คิดเงิน)
  • make a bad impression    (สร้างความประทับใจในทางลบ)
  • make good progress    (ก้าวหน้าไปด้วยดี)
  • make a discovery   (ค้นพบ)
  • make a good recovery    (ฟื้นไข้เร็ว)
  • make gains    (มีชัยชนะ หรือรุกคืบหน้า)
  • make it clear    (อธิบายอย่างชัดเจน)
  • make sure    (ทำให้แน่ใจ)
  • make a statement   (พูด, กล่าว)
  • make a comment    (แสดงความคิดเห็น)
  • make a point    (เสนอวัตถุประสงค์ หรือจุดมุ่งหมาย หรือประเด็น)
  • make a decision    (ตัดสินใจ)
  • make a phone call    (โทรศัพท์)
  • make a judgement    (ลงความเห็น, ตัดสิน, วินิจฉัย, พิจารณาคดี)
  • make a visit    (ไปเยือน)
  • make a trip    (เดินทาง)
  • make a tour    (เดินทางท่องเที่ยว)
  • make a start    (เริ่มต้น)
  • make a move    (เปลี่ยนถิ่นที่อยู่, เคลื่อนไหว, เคลื่อนที่)
  • make a suggestion   (แนะนำ)
  • make an announcement   (ประกาศ)
  • make up   (กุเรื่อง, แต่งหน้า, ประกอบขึ้นเป็น)
  • make up for   (ชดเชย)
  • make out    (เข้าใจ)
  • make you a good secretary    (เป็นเลขาฯ ที่ดีของคุณ)
  • make a good doctor   (เป็นหมอที่ดี)
  • sixty minutes make an hour   (๖๐ นาทีเป็น ๑ ชั่วโมง)
  • two and two make four    (๒ บวก ๒ เป็น ๔)
  • make a fool of oneself     (หลอกตัวเอง, ทำให้ตัวเองดูเป็นไอ้โง่)
  • make a fool of someone    (หลอกต้มคนอื่น, ทำให้คนอื่นดูเป็นไอ้โง่)
  • He used to make her life hell.    (เขาเคยทำให้ชีวิตเธอเป็นนรก)
  • Sit down and make yourself comfortable.    (นั่งลงและทำตัวให้สบาย)
  • The agenda of the discussion was made public.    (วาระของการพูดคุยถูกประกาศออกไป)
  • He feared the story would make things worse.    (เขากลัวว่าเรื่องนั้นจะทำให้สิ่งต่างๆ เลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีก)
  • She tried to make herself understood.    (เธอพยายามทำให้คนอื่นเข้าใจเธอ)
  • Jack was the first to make himself heard.    (แจ๊กเป็นคนแรกที่ทำให้คนอื่นได้ยินเสียงของเขา – เสียงแสดงความคิดเห็น  หรือเสียงร้องขอความช่วยเหลือ)
  • She makes me laugh.    (เธอทำให้ผมหัวเราะ)
  • What makes you ask that ?    (อะไรทำให้คุณถามแบบนั้น)
  • A sudden noise made Paul jump.    (เสียงที่ดังขึ้นมาในทันใดทำให้พอลกระโดดโหยง)
  • The warm sun made her feel a little better.    (ดวงอาทิตย์ที่อบอุ่นทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย)
  • You’ve got to make him listen.    (คุณจำเป็นต้องบังคับให้เขาฟัง)
  • They were made to sit and wait for two hours.    (พวกเขาถูกบังคับให้นั่งและรอ ๒ ชั่วโมง)
  • The letters won’t make the last post.    (จดหมายคงส่งไม่ทันไปรษณีย์เที่ยวสุดท้าย)
  • We haven’t time to cook a proper meal.  We’ll have to make do with sandwiches.    (เราไม่มีเวลาที่จะปรุงอาหารดีๆ  เราจำเป็นต้องถูไถกินแซนด์วิชไปก่อน)
  • He earned a very little income each month.  He had to make do with it.    (เขามีรายได้น้อยมากแต่ละเดือน  เขาต้องถูไถกับมัน – เงินเดือนจิ๊บจ๊อย)
  • The escaped prisoners are believed to be making for London.    (นักโทษที่หลบหนีถูกเชื่อว่ากำลังมุ่งหน้าไปยังลอนดอน)
  • This discussion will make for a better understanding among us.    (การพูดคุยครั้งนี้จะส่งเสริมความเข้าใจที่ดียิ่งขึ้นระหว่างพวกเรา)
  • When he saw the farmer coming, the tramp made off with the chicken as fast as he could.    (เมื่อเขาเห็นชาวนากำลังมา  เจ้าคนจรจัดวิ่งหนีไปพร้อมกับไก่ – ที่ขโมยมา – อย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้)
  • I can’t make out why she was so rude.    (ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอจึงหยาบคายเสียขนาดนั้น)
  • She’s a strange person.  I’ve never been able to make her out.    (เธอเป็นคนแปลก  ผมไม่สามารถเข้าใจเธอได้เลย)
  • How are you making out in your new job ?    (คุณเป็นอย่างไรบ้างประสบความสำเร็จไหม – ในงานใหม่ของคุณ)
  • make an inquiry (enquiry)    (สอบถาม, สอบสวน, ตรวจสอบ)
  • It was clear to me that the girl wasn’t in love with him.  She was on the make.    (มันเห็นได้ชัดกับผมว่า  เด็กสาวคนนั้นไม่ได้รักเขาเลย  เธอแสร้งทำเพื่อหวังผลประโยชน์)
  • A fool likes to make war while the wise like to make love.    (คนโง่ชอบวิวาท  คนฉลาดชอบวิวาห์)

 

2. The financial team _____________________________________ that the offer was rejected.

(ทีมการเงิน _______________________________________ ว่าข้อเสนอได้รับการปฏิเสธ)

(a) was disappointed    (รู้สึกผิดหวัง)

(b) were disappointed

(c) was disappointing    (น่าผิดหวัง)

(d) were disappointing

ตอบ  -  ข้อ  (a)  ดูเพิ่มเติมคำกริยาที่ใช้แบบเดียวกับ  Disappoint (ทำให้ผิดหวัง)  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่

  • Mr. Steven was very _________________________________ when he got a promotion.

(มิสเตอร์สตีเว่น ______________________________ มาก  เมื่อเขาได้รับการเลื่อนตำแหน่ง)

(a) excite    (ทำให้ตื่นเต้น)

(b) exciting    (น่าตื่นเต้น)

(c) excited    (รู้สึกตื่นเต้น)

(d) excites

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ดูเพิ่มเติมการใช้คำในกลุ่มเดียวกับ  “Excite” (ทำให้ตื่นเต้น)  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่

  • After 1945, Australia became ________________________ in the Southeast Asian market.

(หลังปี  ๑๙๔๕  ออสเตรเลียเริ่ม _______________________ ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

(a) interesting    (น่าสนใจ)

(b) interested    (มีความสนใจ, รู้สึกสนใจ)

(c) interest    (ทำให้สนใจ)

(d) to interest

ตอบ   -   ข้อ  (b)  ดูเพิ่มเติมคำกริยาประเภทเดียวกับ  “Interest”  เช่น  “Excite, Surprise, Attract, Disappoint, etc.”  จากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่

  • The lecturer used so many long and difficult words that I felt very ____________________.

(ผู้บรรยายใช้คำที่ยืดยาวและยากจำนวนมาก  จนกระทั่งผมรู้สึก _________________ อย่างมาก)

(a) confuse    (ทำให้งุนงง-สับสน)

(b) confusing    (น่างุนงง-สับสน)

(c) confused    (งุนงง-สับสน)

(d) confusion    (ความงุนงง-สับสน)

ตอบ   -   ข้อ  (c)

                                  ตัวอย่างที่

  • The food was delicious.  That was a ______________________________________ meal.

(อาหารอร่อย  นั่นเป็นมื้ออาหารที่ ____________________________________________)

(a) satisfied    (รู้สึกพอใจ)

(b) satisfying    (น่าพึงพอใจ)

(c) satisfy    (ทำให้พอใจ)

(d) satisfaction    (ความพึงพอใจ)

ตอบ   -   ข้อ  (b)

                                         ตัวอย่างที่

  • Bill heard that he had won a scholarship.  The news ______________________________. 

(บิลได้ยินว่าเขาได้รับทุนการศึกษา  ข่าวนี้ ______________________________________)

(a) were excited

(b) was exciting    (น่าตื่นเต้น)

(c) was excited    (รู้สึกตื่นเต้น)

(d) were exciting

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “News”  เป็นคำนามนับไม่ได้   และถือเป็นเอกพจน์เสมอ  จึงต้องใช้กับ  “Was

                                  ตัวอย่างที่

  • My friend _____________________________________ when his requests were refused.

(เพื่อนของผม _______________________________ เมื่อคำร้องขอของเขาได้รับการปฏิเสธ)

(a) upset

(b) was upset    (รู้สึกสับสน-ว้าวุ่น-ไม่สบายใจ)

(c) was upsetting

(d) had upset

ตอบ  -   ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “To upset”  หมายถึง  “ทำให้สับสน-ว้าวุ่น-ไม่สบายใจ” (กริยา  ๓  ช่อง  คือ  “Upset, Upset, Upset”)  ส่วน  “To be upset”  =  “รู้สึกสับสน-ว้าวุ่น-ไม่สบายใจ”  และ  “To be upsetting”  =   “น่าสับสน-ว้าวุ่น-ไม่สบายใจ  

                                 ตัวอย่างที่  

  • My letter is very long.  I hope you won’t find it ___________________________________.

(จดหมายของผมยาวมาก  ผมหวังว่า  คุณคงจะไม่พบว่ามัน ____________________________)

(a) bore

(b) bored    (รู้สึกเบื่อหน่าย)

(c) boring    (น่าเบื่อหน่าย)

(d) to bore    (ทำให้เบื่อหน่าย)

ตอบ  -  ข้อ  (c)    

                                  ตัวอย่างที่  

  • She was very _____________________________________________ to meet her friend.

(เธอ _____________________________________________ มากที่ได้พบเพื่อนของเธอ)

(a) delight    (ทำให้ยินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ,  ความยินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ)

(b) delighting    (น่ายินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ)

(c) delighted    (รู้สึกยินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ)

(d) delightful    (น่ายินดีมาก, น่าสุขใจมาก)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                                  ตัวอย่างที่  

  • I _______________________________________________ with the result of my exam.

(ผม__________________________________________________ กับผลสอบของผม)

(a) quite satisfy    (ทำให้พึงพอใจอย่างมาก)

(b) am quite satisfying    (น่าพึงพอใจอย่างมาก)

(c) am quite satisfied     (รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก)

(d) am quite to satisfy

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                                  ตัวอย่างที่  ๑๐

  • I am _____________________________________________ in science, not in English.

(ผม ________________________________________ ในวิทยาศาสตร์  มิใช่ภาษาอังกฤษ)

(a) interest

(b) interesting    (น่าสนใจ)

(c) interested    (มีความสนใจ)

(d) to interest   (ทำให้สนใจ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                                  ตัวอย่างที่  ๑๑

  • He is _________________________________________________________ a house.

(เขา __________________________________________________________ บ้าน)

(a) interest at to rent

(b) interesting in rent

(c) interested at renting

(d) interested in renting     (มีความสนใจในการเช่า)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

                                 ตัวอย่างที่  ๑๒

  • It will take me quite some time to get him ________________________ in buying your land. 

(ผมจะต้องใช้เวลานานทีเดียวที่จะทำให้เขา _______________________ ในการซื้อที่ดินของคุณ)

(a) to interest    (ทำให้สนใจ)

(b) being interesting

(c) interested     (มีความสนใจ, รู้สึกสนใจ)

(d) interesting    (น่าสนใจ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                                 ตัวอย่างที่  ๑๓

  • The little girl was very _____________________ when her father promised to buy her a doll.

(เด็กหญิงเล็กๆ คนนั้น ____________________ มาก  เมื่อพ่อของเธอสัญญาว่าจะซื้อตุ๊กตาให้เธอ)

(a) exciting    (น่าตื่นเต้น)

(b) excited    (รู้สึกตื่นเต้น, มีความตื่นเต้น)

(c) excite    (ทำให้ตื่นเต้น)

(d) excitable    (สามารถตื่นเต้นได้)

ตอบ  –  ข้อ  (b)  ดูเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

  • The results of the traveler preference survey are surprising.

(ผลลัพธ์ของการสำรวจความนิยมของนักเดินทาง – ท่องเที่ยว – น่าประหลาดใจ)

หมายเหตุ  –  ประโยคข้างบนนี้ต้องใช้   “Surprising”  เนื่องจาก  “Surprise”  เป็นคำกริยาที่มีความหมายว่า  “ทำให้ประหลาดใจ”  แต่ถ้าใช้ในรูป  “is (are, was, were) surprising”  จะมีความหมายว่า  “น่าประหลาดใจ”  ส่วนเมื่อใช้ในรูป  “is (am, are, was, were) surprised”  จะมีความหมายว่า   “มีความรู้สึกประหลาดใจ”  ดังตัวอย่างประโยค  เช่น

  • The result of the exam surprised her.

(ผลสอบทำให้เธอประหลาดใจ)

  • She was surprised at the result of the exam.

(เธอมีความรู้สึกประหลาดใจกับผลสอบ)

  • The result of the exam was surprising.

(ผลสอบน่าประหลาดใจ)

                                          คำกริยาประเภทเดียวกับ  “Surprise”  ได้แก่

satisfy –ทำให้พอใจ

excite – ทำให้ตื่นเต้น

disappoint –ทำให้ผิดหวัง

attract –ทำให้หลงใหล, ดึงดูด

interest – ทำให้สนใจ

amuse –ทำให้สนุกหรือขบขัน

please –ทำให้ยินดี-พอใจ

annoy –ทำให้รำคาญ-ขุ่นเคือง

bore – ทำให้เบื่อ

tire – ทำให้เหน็ดเหนื่อยหรือเบื่อ

frighten – ทำให้ตกใจ

confuse –ทำให้สับสนหรืองุนงง

surprise –ทำให้ประหลาดใจ

amaze – ทำให้ทึ่ง, ทำให้ตะลึง

delight – ทำให้ยินดี

exhaust –ทำให้หมดแรง

fascinate – ทำให้หลงใหล, ทำให้หลงเสน่ห์

charm – ทำให้หลง

convince – ทำให้เชื่อ

tempt – ทำให้หลงใหล, ยั่วยวน-ล่อใจ

entertain – ทำให้เพลิดเพลิน

embarrass –ทำให้ขวยเขิน-กระดากอาย

puzzle –ทำให้งง

thrill – ทำให้ตื่นเต้น

upset – ทำให้รำคาญ-ไม่สบายใจ

irritate – ทำให้โมโห, ทำให้ระคายเคือง

exasperate –ทำให้โกรธ

astonish –ทำให้ประหลาดใจ, ทำให้ตกใจ

infuriate –ทำให้โกรธ, ทำให้เดือดดาล

horrify –ทำให้กลัว, ทำให้ขนพองสยองเกล้า

 

                                        กลุ่มคำกริยาข้างบนนี้ มีหลักการใช้คือ

                    ๑. ถ้าใช้ในรูป  “Subject + Verb + Object”  จะมีความหมายว่า “ทำให้”  คือตัวประธานเป็นผู้ทำให้เกิดอาการนั้นๆ ขึ้นแก่ผู้อื่น  เช่น

  • The accident frightened the passengers a great deal.  (past tense)

(อุบัติเหตุทำให้ผู้โดยสารตกใจอย่างมาก)

  • The exam result disappointed him so much.  (past tense)

(ผลสอบทำให้เขาผิดหวังมากทีเดียว)

  • The chairman’s speech confused everyone(past tense)

(คำพูดของท่านประธานทำให้ทุกคนสับสน-งุุนงง)

  • The new film interests all viewers(present tense)

(หนังเรื่องใหม่ทำให้คนดูทั้งหมดสนใจ)

  • The professor’s lecture bores all the class(present tense)

(การบรรยายของศาสตราจารย์คนนั้นทำให้นักเรียนทั้งชั้นเบื่อ)

                   ๒. ถ้าใช้รูป  “Verb + ing”  {Subject + Is (am, are, was, were) + Verb + ing}  หรือ  (Verb +ing + Noun)  มีความหมายว่า  “น่า............”  หรือ  “ซึ่งน่า............”  กริยาที่เติม  “ing”  พวกนี้  ถือเป็นคำคุณศัพท์  จะวางไว้หลัง  Verb to be”  หรือหน้าคำนามก็ได้  เช่น

  • His work is boring.  (present tense)

(งานของเขาน่าเบื่อหน่าย)

  • It is a very exciting football match.   (present tense)

(มันเป็นการแข่งขันฟุตบอลที่น่าตื่นเต้น)

  • The landscape was so fascinating.  (past tense)

(ภูมิประเทศ (ที่นี่) น่าหลงใหลมาก)

  • The employee’s work was disappointing.   (past tense)

(งานของลูกจ้างรายนั้นน่าผิดหวัง)

  • The children’s table manners were very embarrassing.  (past tense)

(กิริยามารยาทบนโต๊ะอาหารของพวกเด็กๆ น่าอับอายมาก)

  • The book is interesting.  (present tense)

(หนังสือน่าสนใจ)

  • Her beauty is charming.  (present tense)

(ความงามของเธอน่าหลงใหล – มีเสน่ห์)

  • It is surprising to see him at his ex-wife’s wedding.  (present tense)

(มันน่าประหลาดใจที่เห็นเขาที่งานแต่งงานของอดีตภรรยา)

{มิได้หมายความว่า  “มันกำลังประหลาดใจ  เหมือนกับประโยค  “He is walking. (เขากำลังเดิน)  –  present continuous tense}

                    ๓. ถ้าเติม  “Ed”  ข้างหลังคำกริยากลุ่มนี้  แล้ววางตามหลัง  “Verb to be”  (is, am, are, was, were)  จะมีลักษณะเป็น  “Passive voice”  {Subject + Is (am, are, was, were) + Verb + ed}  จะมีความหมายว่า  ประธานเป็นผู้เกิดความรู้สึกนั้นๆ ขึ้นมา  ซึ่งถ้าแปลตรงๆ ก็คือ “........... ถูกทำให้รู้สึก .............. ตื่นเต้น, ตกใจ, ผิดหวัง, พอใจฯลฯ ..............”   แต่ในภาษาไทยนิยมพูดว่า   “............. มีความรู้สึก .............ตื่นเต้น,  ตกใจ,  ผิดหวัง,  พอใจ ..............”  เช่น

  • We are interested in German.  (present tense)

(เรามีความสนใจในภาษาเยอรมัน)

  • They are very pleased to see their old friends.  (present tense)

(พวกเขาดีใจมากที่ได้พบเพื่อนเก่า)

  • I was amazed to know of his death.  (past tense)

(ผมตะลึงที่ได้รู้ข่าวการตายของเขา)

  • He was very tired of hard work.  (past tense)

(ผมเหน็ดเหนื่อยมากกับงานหนัก)

  • She was interested in the ballet performance.  (past tense)

(เธอมีความสนใจในการแสดงบัลเล่ต์)

  • We were disappointed to lose the match.  (past tense)

(พวกเราผิดหวังที่แพ้การแข่งขัน)

  • Most people are frightened of the snakes.  (present tense)

(คนส่วนมากกลัวงู)

  • Jim is fascinated by astronomy.  (present tense)

(เขามีความหลงใหลในวิชาดาราศาสตร์)

 

3. The speed of our delivery is second to none, so pick up the phone and see how fast the speed of delivery relatively __________.

(ความรวดเร็วในการส่งสินค้าไปยังผู้ซื้อของเราไม่เป็นสองรองใคร  ดังนั้น  จงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา (สั่งซื้อสินค้า)  และดูซิว่าความเร็วในการส่งสินค้า (ของเรา) รวดเร็ว __________ อย่างไรโดยเปรียบเทียบ – กับที่อื่น)

(a) quick    (เร็ว)

(b) is    (เป็น)  

(c) impressive    (น่าประทับใจ)

(d) interesting    (น่าสนใจ)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากใช้กับคำคุณศัพท์  Fast (……..... how fast ……….. relatively is)  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง    

  • You can see how fast the red car really is.

(คุณสามารถเห็นได้ว่ารถสีแดงคันนั้นวิ่งเร็วจริงๆ เพียงไร)

  • We realized how big the house incredibly was.

(เราตระหนักว่าบ้านหลังนั้นใหญ่โตอย่างเหลือเชื่อเพียงไร)

  • She knows how intelligent those students certainly are.

(เธอรู้ว่าเด็กนักเรียนเหล่านั้นเฉลียวฉลาดอย่างแน่นอนเพียงไร)

 

4. Please be careful.  No hunting ______________ in this area as it is the wildlife protection region.

(โปรดระวัง,  การล่าสัตว์ไม่ ___________ ในบริเวณนี้  เนื่องจากมันเป็นเขตคุ้มครองสัตว์ป่า)  (ห้ามล่าสัตว์ในบริเวณนี้  เนื่องจาก..............)

(a) allows    (อนุญาต, ยอมให้, ยกให้)

(b) was allowed

(c) is allowed    (ได้รับอนุญาต)

(d) allowing

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ใช้รูป  “Present simple tense” (Subject + Verb 1)  เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริง  จึงถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  โดยดูจากกริยาในอนุประโยค (as it is …..…….)  และต้องใช้รูป  Passive voice  {Subject + Is (Are) + Verb 3}  เนื่องจากการล่าสัตว์  “ไม่ได้รับอนุญาต

 

5. Animals may use their voices to threaten (เธร้ท-เทิ่น) other animals, to attract mates, or to give various messages to each other.

(สัตว์อาจจะใช้เสียงของมันเพื่อ  ข่มขวัญ-ขู่เข็ญ-คุกคาม-เตือนภัย-เป็นลางร้าย  สัตว์อื่นๆ,  เพื่อดึงดูดคู่ผสมพันธุ์  หรือเพื่อส่งข่าวสารต่างๆ มากมายระหว่างกัน)

(a) hurt    (ทำร้าย, ทำอันตราย)

(b) intimidate    (อิน-ทิ้ม-มิ-เดท)  (ข่มขวัญ, ขู่ขวัญ, ขู่, ทำให้ตกใจกลัว, คุกคาม)

(c) entertain    (ให้ความบันเทิง-สนุกสนาน)

(d) alert    (เตือนภัย  –  ถ้าเป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง ว่องไว, เตรียมพร้อม, ระมัดระวัง)

(e) pursue    (เพอร์-ซู่  หรือ  ซิ่ว)  (ติดตาม, ไล่ตาม, ตามจับ, เจริญรอย, ดำเนินตาม, ปฏิบัติตาม, ดำเนินการต่อไป)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

6. The wedding was expected to be in May, but now it has been put off until July.

(การแต่งงานได้รับการคาดหวังว่าเป็นในเดือนพฤษภาคม  แต่ขณะนี้  มันได้ถูก  เลื่อนออกไป  จนกระทั่งเดือนกรกฎาคม)

(a) cancelled    (ยกเลิก)

(b) delayed    (ทำให้ล่าช้า, ล่าช้า)

(c) postponed    (เลื่อนออกไป, ผัดเวลาออกไป)

(d) altered    (เปลี่ยนแปลง, แก้ไข, ดัดแปลง, ปรับปรุง)

(e) vacillated    (แวส-ซิล-เลท)  (สองจิตสองใจ, ลังเลใจ, โยกไปโยกมา, ส่ายไปส่ายมา)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

7. I scrutinized (สครู้-ทิ-ไนซ)  the card catalog at the library but couldn’t find a single book on the topic I had chosen for my term paper.

(ผม  พิจารณาอย่างละเอียดลออ-พิจารณาอย่างรอบคอบ-ตรวจสอบอย่างรอบคอบ  แคตตาล็อกบัตรห้องสมุด  แต่ไม่สามารถหาหนังสือในหัวเรื่องที่ผมได้เลือกเพื่อทำรายงานประจำเทอมได้  แม้แต่เพียงเล่มเดียว)

(a) intervened    (อิน-เทอะ-วี่น)  (แทรกแซง, ก้าวก่าย, ยุ่ง, เกิดขึ้นโดยบังเอิญและขัดขวาง, เกิดขึ้นระหว่าง) 

(b) inundated    (อิ๊น-อัน-เดท)  (ท่วม, ไหลบ่า, ทำให้เต็มไปด้วย) 

(c) examined very carefully    (ตรวจสอบอย่างรอบคอบ)

(d) intruded    (อิน-ทรู้ด)  (บุกรุก, รุกล้ำ, ละเมิด, ก้าวก่าย, ก้าวร้าว)  

(e) resented    (ริ-เซ้นท)  (ไม่พอใจ, ขุ่นเคือง, แค้นใจ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

8. Food restores energy that is used, ____________ that constantly need repair, and develops bones, muscles, and teeth.

(อาหารเก็บสะสมพลังงานซึ่งถูกใช้, ___________ ซึ่งต้องการการซ่อมแซมอย่างสม่ำเสมอ, และสร้างกระดูก, กล้ามเนื้อ และฟัน)

(a) rebuilds tissue cells    (สร้างใหม่เซลเนื้อเยื่อ

(b) rebuilding tissue cells

(c) rebuilt tissue cells    (สร้างเซลเนื้อเยื่อ)  (เป็นอดีต)

(d) tissue cells are rebuilt

ตอบ  -  ข้อ  (a)  ต้องใช้รูป  Present simple tense (Subject + Verb 1)  เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริง  จึงถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  โดยประโยคข้างบนมี  “Food”  เป็นประธานของประโยค  และมีกริยาแท้ ๓ ตัว  คือ  “Restores” (เก็บสะสม),  “Rebuilds” (สร้างใหม่)  และ  “Develops” (พัฒนา)  เป็นการใช้โครงสร้างในประโยคให้สมดุล (Balance) กัน  คือ  ใช้กริยาทั้ง ๓ ตัว  ในรูป  Present simple tense  ทั้งนี้  สามารถแยกย่อยประโยคออกได้เป็น  ๓  ส่วน  คือ  “อาหารเก็บสะสมพลังงานซึ่งถูกใช้”  “อาหารสร้างใหม่เซลเนื้อเยื่อซึ่งต้องการการซ่อมแซมอย่างสม่ำเสมอ”  และ  “อาหารสร้างกระดูก,  กล้ามเนื้อ  และฟัน”  ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างประโยคแบบสมดุล  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • We depend on Mr. Wong for his knowledge and _________________________________.

(เราพึ่งพาอาศัยมิสเตอร์หว่องสำหรับความรู้และ _____________________________ ของเขา)

(a) leading

(b) lead    (นำ, พา, จูง, ชักจูง, นำหน้า, พูดนำ, ก่อให้เกิดขึ้น)

(c) leader    (ผู้นำ)

(d) leadership    (ความเป็นผู้นำ, ความสามารถในการนำ, การนำ, ตำแหน่งผู้นำ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ตามหลัง  Preposition (For)  หรือ  Possessive adjective (His)  ต้องใช้คำนาม (Noun)  และเป็นการใช้คำให้สมดุล (Balance) กัน  คือ “Knowledge”  และ  “Leadership”  ดูเพิ่มเติมการใช้ข้อความในประโยคให้สมดุลกันในตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Currently, the Coronavirus (COVID – 19) has caused tremendous loss of life and __________ of most countries it attacks.

(ในปัจจุบัน  เชื้อโคโรนาไวรัส (โควิด – ๑๙)  ได้ก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตอย่างใหญ่หลวงและ ______ 

กับประเทศส่วนใหญ่ที่เชื้อฯ นี้จู่โจม)

(a) irreparable damage to the economy    (ความเสียหายแก่เศรษฐกิจที่มิอาจเยียวยาได้)  (“Damage”  ในที่นี้เป็นคำนาม)

(b) irreparably damaged the economy    (ทำความเสียหายแก่เศรษฐกิจอย่างมิอาจเยียวยาได้)  (“Damaged”  ในที่นี้เป็นคำกริยา)

(c) irreparably damaging the economy    (ทำความเสียหายแก่เศรษฐกิจอย่างมิอาจเยียวยาได้)

(d) irreparably damages the economy    (ทำความเสียหายแก่เศรษฐกิจอย่างมิอาจเยียวยาได้)  (“Damages”  ในที่นี้เป็นคำกริยา)

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากต้องใช้คำในประโยคให้สมดุล (Balance) กัน  คือ  หลังกริยา  “Caused” (ก่อให้เกิด)  ต้องการกรรมตรง  ซึ่งเป็นคำนาม  โดยกรรมตัวแรก  คือ  “Loss of life) (การสูญเสียชีวิต)  และกรรมตัวที่ ๒  คือ “Damage to the economy” (ความเสียหายแก่เศรษฐกิจ)  

                                   ตัวอย่างที่ 

  • My parents always stressed the importance of honesty, fairness, and ___________________.

(พ่อแม่ของผมเน้นย้ำอยู่เสมอถึงความสำคัญของความซื่อสัตย์,  ความยุติธรรม,  และ ____________)

(a) to be punctual

(b) punctually

(c) punctuality    (การตรงต่อเวลา)  (เป็นคำนาม)

(d) punctual    (ตรงต่อเวลา)  (เป็นคำคุณศัพท์)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากต้องใช้คำในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  หลัง  “Of”  เป็นกรรม  ซึ่งต้องเป็นคำนาม (ความซื่อสัตย์,  ความยุติธรรม,  การตรงต่อเวลา

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Tanya Holm is a dancer, choreographer, and ___________________________________.

(ทานย่า  โฮล์ม  เป็นนักเต้นรำ, นักออกแบบท่าเต้นรำ, และ ____________________________)

(a) dance teacher    (ครูสอนเต้นรำ)

(b) teach dancing

(c) she teaches dancing

(d) teacher for dance

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  ๑. นักเต้นรำ,  ๒. นักออกแบบท่าเต้นรำ,  และ  ๓. ครูสอนเต้นรำ

                                  ตัวอย่างที่ 

  • That restaurant offers _________________________________________ and the elderly.

(ภัตตาคารแห่งนั้นเสนอ (มอบ) _____________________________________ และผู้สูงอายุ)

(a) inexpensive meals and special services for children    (อาหารราคาถูก และบริการพิเศษสำหรับเด็ก)

(b) meals and special services for children that are inexpensive

(c) children to inexpensive meals and special services

(d) inexpensive meals for children and special services for

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างในประโยคแบบสมดุล  คือ  (.............เสนอ............ “อาหารราคาถูกและบริการพิเศษ”  และ  “สำหรับเด็กและผู้สูงอายุ”)  หรืออาจตอบ  ข้อ (d)  แต่ต้องแก้เป็น  “Inexpensive meals for children and special services for the elderly”  (อาหารราคาถูกสำหรับเด็ก  และบริการพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • The two most important problems facing the country today are _______________________.

(ปัญหาสำคัญที่สุด    ประการที่เผชิญหน้ากับประเทศอยู่ในปัจจุบัน  คือ ____________________)

(a) crime prevention and controlling pollution

(b) preventing crime and pollution control

(c) crime prevention and pollution control    (การป้องกันอาชญากรรม และการควบคุมมลภาวะ)

(d) preventing crime and the control of pollution

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างประโยคแบบสมดุล  คือ  “การป้องกันอาชญากรรม”  และ  “การควบคุมมลภาวะ” 

                                  ตัวอย่างที่ 

  • The technique of recording, classifying, and ___________________ is known as accounting.

(เทคนิคของการบันทึก, แยกประเภท, และ ______________ เป็นที่รู้จักกันในฐานะวิชาการทำบัญชี)

(a) an enterprise’s transactions summary

(b) the summarizing of an enterprise’s transactions

(c) transactions of an enterprise are summarized

(d) summarizing the transactions of an enterprise    {สรุปธุรกิจการค้าของกิจการ (บริษัท) แห่งหนึ่ง}

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นการทำรูปประโยคให้สมดุล  หรือมี  “Format”  เดียวกัน  โดยถือว่าตามหลัง  “Preposition” (Of)  ต้องอยู่ในรูป  “Verb + ing” (Of recording, classifying, and summarizing ……..…..)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • A lumberjack, or logger, is a worker who cuts down trees in a forest, saws them into logs, and __________.

(ช่างตัดไม้, หรือคนทำ (ตัด) ไม้, คือคนงานผู้ซึ่งตัด (โค่น) ต้นไม้ในป่า, เลื่อยมันเป็นท่อน, และ _____)

(a) he takes them to the mill

(b) takes them to the mill    (นำมันไปยังโรงสี)

(c) taking them to the mill

(d) to take them to the mill

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นการใช้ข้อความในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  ช่างตัดไม้ทำหน้าที่ (กริยา)  อย่าง  คือ  ๑. โค่นต้นไม้ในป่า,  ๒. เลื่อยมันเป็นท่อน, และ  ๓. นำมันไปยังโรงสี

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Eddy’s classmates at the college still talk about him as an excellent writer _______________.

(เพื่อนร่วมชั้นของเอ็ดดี้ที่มหาวิทยาลัย  ยังคงพูดเกี่ยวกับตัวเขาว่าเป็นนักเขียนยอดเยี่ยม _________)

(a) and he taught at the college, too

(b) who also played football

(c) and a good football player    (และนักฟุตบอลที่เก่ง)

(d) good football player

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เป็นการใช้คำในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  “นักเขียนยอดเยี่ยม”  และ  “นักฟุตบอลที่เก่ง” 

                                 ตัวอย่างที่  ๑๐

  • Freezing preserves meat because ______________, slows down the rate of enzyme action, and lowers the speed of spoilage.

(การทำให้เย็นจนแข็งตัวรักษาเนื้อไว้ได้  เพราะว่า __________, ทำให้อัตราการเอนไซม์ (การทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในสารอื่น  โดยตัวมันเองไม่เปลี่ยนแปลง) ช้าลง, และทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง)

(a) the growth of microorganisms is prevented    (การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวาง)

(b) preventing microorganisms from growing    (ขัดขวางเชื้อจุลินทรีย์จากการเจริญเติบโต)

(c) microorganisms are prevented from growing    (เชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวางจากการเจริญเติบโต)

(d) it prevents the growth of microorganisms    (มันขัดขวางการเจริญ เติบโตของเชื้อจุลินทรีย์)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากต้องทำโครงสร้างในอนุประโยค (ขึ้นต้นด้วย  “Because”) ให้มีความสมดุลกัน  คือ  “มัน (การทำให้เย็นจนแข็ง)  ๑. ขัดขวางการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์,  ๒. ทำให้อัตราการเอนไซม์ช้าลง,  และ  ๓. ทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง

                                 ตัวอย่างที่  ๑๑

  • Idaho’s natural resources include fertile soil, rich mineral deposits, thick forests, and ________.

(ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐไอดาโฮประกอบด้วยดินดี, แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์, ป่าทึบ, และ _______)

(a) water supplies are abundant

(b) abundant water supplies    (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)

(c) supplies of water are abundant

(d) supplies abundant water

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากต้องใช้รูปคำนาม (วลี)  (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)  ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Include”  เพื่อให้สมดุลกับคำนาม-วลี (ทำหน้าที่กรรมเช่นกัน) อื่นๆ อีก  ๓  ตัว  คือ  ๑. ดินดี,  ๒. แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์,  และ  ๓. ป่าทึบ

                                 ตัวอย่างที่  ๑๒

  • Before starting on a sea voyage, prudent navigators learn the sea charts, ______________ and memorize lighthouse locations to prepare themselves for any conditions they might encounter.

(ก่อนเริ่มต้นออกเดินทางทางทะเล  นักเดินเรือที่รอบคอบจะเรียนรู้แผนภูมิของทะเล, __________ และจดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ  เพื่อเตรียมพร้อมตนเองสำหรับสภาวะใดๆ ที่พวกเขาอาจจะต้องเผชิญ)

(a) sailing directions are studied

(b) to study the sailing directions   

(c) study the sailing directions    (ศึกษาทิศทางการเดินเรือ)

(d) studies direct sailing

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากต้องใช้รูปแบบของกริยาในประโยค  ซึ่งมี    ตัว ให้สมดุลกัน  คือ  “นักเดินเรือที่รอบคอบ (จะ) () เรียนรู้แผนภูมิของทะเล,  () ศึกษาทิศทางการเดินเรือ  และ  () จดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ

                                ตัวอย่างที่  ๑๓

  • As a physiologist, Ida Hyde showed originality, breadth of interest, and ________________.

(ในฐานะนักสรีรวิทยา, ไอดา ไฮด์  ได้แสดงความคิดริเริ่ม (ความไม่ซ้ำแบบใคร), ความกว้างขวางของความสนใจ, และ __________)

(a) scientific precision was admirable

(b) admirably scientifically precise

(c) admirable scientific precision    (ความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ที่น่าชมเชย)

(d) that precision was admirably scientific

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากต้องใช้โครงสร้างคำนาม (วลี)  เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  เพื่อให้มีความสมดุลกับคำนามอื่นๆ อีก ๒ คำ  ซึ่งเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  เช่นเดียวกัน  คือ  ๑. ความคิดริเริ่ม,  ๒. ความกว้างของความสนใจ

                                ตัวอย่างที่  ๑๔

  • We turn to books in moments of ____________________________________________.

(เราหันไปหา (อ่าน) หนังสือ  ในช่วงเวลาของ ____________________________________)

(a) sorrow, having boredom, or solitude is with us

(b) sorrow, boredom, or solitude    (ความเศร้าโศกเสียใจ  ความเบื่อหน่าย  หรือ ความโดดเดี่ยวอ้างว้าง)

(c) sorrow and solitude as well as boredom

(d) sorrow that attacks us

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เป็นการใช้กรรม    ตัว  หลัง  “Preposition” (Of)  ให้สมดุลกัน  คือ  Sorrow, Boredom, Solitude”  สำหรับ  ข้อ  (c)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น  “sorrow, solitude as well as boredom

                                  ตัวอย่างที่  ๑๕

  • Nearly all trees have seeds that fall to the earth, take root, and eventually _______________.

(ต้นไม้เกือบทั้งหมดมีเมล็ดซึ่งหล่นลงสู่พื้นดิน, งอกราก, และ _____________________ ในที่สุด)

(a) generate new seeds    (สร้างเมล็ดใหม่)

(b) new seeds generated

(c) by generating new seeds

(d) new seeds generated there

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากต้องใช้คำกริยา    ตัว ในอนุประโยค  (………...that fall to earth, take root, and eventually generate new seeds) ให้สมดุลกัน (Balance)  คือ  “Fall to earth”,  “Take root”  และ  “Generate new seeds” 

                                 ตัวอย่างที่  ๑๖

  • Among the advantages which Mr. Barlow has given his children  are a good college education and __________.

(ในบรรดาข้อได้เปรียบต่างๆ ซึ่งมิสเตอร์บาร์โลว์ได้ให้แก่ลูกๆ ของเขา  คือ  การศึกษาอย่างดีในมหาวิทยา

ลัย  และ _________)

(a) extensive travel abroad   (การเดินทางอย่างกว้างขวางมากในต่างประเทศ)

(b) to travel extensively abroad

(c) travel extensively abroad

(d) of extensive travelling abroad

ตอบ  -  ข้อ  (a)  ต้องใช้ในรูปคำนาม (วลี) (“Travel”  ในที่นี้เป็นคำนาม)  ให้สมดุลกับคำนาม (วลี)  “A good college education”  ที่อยู่ข้างหน้า  “And

                                 ตัวอย่างที่  ๑๗

  • James likes reading, hiking, and ___________________________________________. 

(เจมส์ชอบการอ่านหนังสือ,  การเดินทางไกลด้วยเท้า,  และ ___________________________)

(a) he listens to music

(b) to listen to music

(c) listen to music

(d) listening to music    (การฟังดนตรี)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากต้องให้ข้อความสมดุลกัน  คือ  “Like + Gerund (Verb + ing)”  คือ  “Like reading, hiking and listening……...….”  ทั้งนี้  กริยา  “Like”  อาจตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  ก็ได้  ดังนั้น  ข้อนี้จึงอาจตอบ  “Like to read, to hike, and to listen to music”  โดยต้องให้สมดุลกัน  คือ  เป็น  “Format”  เดียวกัน

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป