หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 507)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. Mr. Larsen ___________________________________________________ for meetings.

(มิสเตอร์ลาร์เซ่น ____________________________________ สำหรับการประชุมทุกครั้ง)

(a) late is always

(b) always late is

(c) is always late    (มาสายเสมอ, มาสายเป็นประจำ)

(d) is late always

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ดูเพิ่มเติมการวางตำแหน่ง  Adverb of frequency  {Always (เป็นประจำ, สม่ำเสมอ), Generally (โดยทั่วไป), Frequently (บ่อยไ), Usually (ตามปกติ, เป็นประจำ), Often (บ่อยๆ), Occasionally (เป็นบางครั้ง), Sometimes (บางที, บางครั้ง), Seldom (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ), Rarely (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ), Hardly (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ), Never (ไม่เคย), Never before (ไม่เคยมาก่อนเลย)}  จากตัวอย่างข้างล่าง

                         ๑. วางไว้หน้าคำกริยาทั่วไป  เช่น

  • They always come late.   (พวกเขามาสายเสมอ)
  • She usually goes shopping.   (เธอไปซื้อของเป็นประจำ)
  • He seldom drives to work.   (เขาแทบจะไม่ได้ขับรถไปทำงาน)

                         ๒. วางไว้หลัง  “Verb to be”  เช่น

  • He is often late for class.   (เขาเข้าห้องเรียนสายบ่อยๆ)
  • They are always busy with their work.   (พวกเขามักยุ่งอยู่กับงานเสมอ)
  • She is never contented with her life.   (เธอไม่เคยพอใจในชีวิตเลย)

                         ๓. ถ้ามีคำกริยา    ตัวในประโยค  ให้วางไว้ตรงกลางคำกริยานั้น  เช่น

  • They have always had lunch there.   (พวกเขากินอาหารกลางวันที่นั่นเสมอ)
  • She will never love him.   (เธอจะไม่มีวันรักเขา)
  • You should never come to class late.   (คุณไม่ควรจะมาเรียนสาย)
  • He is always asking me.   (เขาถามคำถามผมอยู่เสมอ)
  • We have never traveled to New York.   (เราไม่เคยเดินทางไปนิวยอร์ก)

                ๔. ในกรณีของประโยค  Passive voice  ให้วางไว้ตรงกลางระหว่าง   Verb to be  และกริยาช่องที่ ๓,  สำหรับ  Passive voice   ของประโยคที่เป็น  Present perfect  หรือ  Past perfect tense  ให้วาง  Adverb of frequency  ไว้ระหว่าง  Has (Have, Had) และ  Been,  ส่วนในประโยค  Future tense  ให้วางไว้ระหว่าง  Will (Shall)  และ  Be  กล่าวโดยสรุปคือ  ถ้ามีกริยา ๓ ตัว  ให้วาง  Adverb of frequency ไว้ระหว่างกริยาตัวที่ ๑ และ ๒  ดังตัวอย่าง

  • He is often punished by his teacher.

(เขาถูกลงโทษโดยครูบ่อยๆ)

  • She is always appreciated by her classmates.

(เธอได้รับการชื่นชมโดยเพื่อนร่วมชั้นอยู่เสมอ)

  • We were frequently visited by our old friends.

(เราได้รับการเยี่ยมเยือนโดยเพื่อนเก่าของเราอยู่บ่อยๆ)

  • I have always been mistaken for my brother as we are twins.

(ผมถูกเข้าใจผิดว่าเป็นน้องชายอยู่เสมอ  เพราะว่าเราเป็นฝาแฝดกัน)  (มักมีคนมาทักผมผิดตัว  โดยคิดว่าผมคือน้องชาย)

  • The same story had usually been told by that old woman.

(เรื่องเดิมถูกเล่าเป็นประจำโดยหญิงชราคนนั้น)

  • That best-seller will always be asked for.

(หนังสือที่ขายดีที่สุดจะถูกถามหาอยู่เสมอ)

  • The room must frequently be cleaned.

(ห้องจะต้องได้รับการทำความสะอาดบ่อยๆ)

                ๕. สำหรับ  “Never”  และกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์บอกความถี่  (Adverbial phrase of frequency)  ที่โดยปกติวางไว้ข้างในประโยค  อาจจะเอามาวางไว้หน้าประโยค  เพื่อแสดงการเน้นคำนั้นๆ   คำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความหมายปฏิเสธ  เช่น  “Never, Hardly, Seldom, Never before (ไม่เคยมาก่อนเลย), Never in my life (ไม่เคยเลยในชีวิต), No sooner, In vain (ล้มเหลว, ไม่สำเร็จ), Not often, Not only (ไม่เพียงแต่), Not even once (ไม่แม้แต่ครั้งเดียว), Not until (ไม่จนกระทั่ง)อย่างไรก็ตาม  ต้องเรียงรูปประโยคใหม่ดังนี้   คือ  {Never (No sooner, Hardly, Never in my life, Not until, etc.) + Verb (พิเศษ) (Has, Have, Had, Is, Are, Was, Were, Will, Would, Shall, Should, Can, Could, May, Might, Must, etc.) + Subject + Verb (แท้)}  เช่น

  • Never before has she seen such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่เธอได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น – เน้นตรงคำว่า  “ไม่เคยมาก่อนเลย”)

(=  She has never before seen such a beautiful place.)

(=  She has never seen such a beautiful place before.)

  • No sooner had he left than she arrived.

(ในทันทีที่เขาจากไป  เธอก็มาถึง –เน้นตรงคำว่า “ในทันทีที่”)

(=  He had no sooner left than she arrived.)

  • Hardly have I met my old college friends.

(ผมแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย –เน้นตรงคำว่า “แทบจะไม่”)

(=  I have hardly met my old college friends.)

                   ทั้งนี้  สามารถสรุปโครงสร้างประโยคที่มีการเน้นแบบนี้  คือ

  • Never before (Never) + have + I + seen + such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่ผมได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น)  (=  ผมไม่เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้นมาก่อนเลย) 

  • Hardly (Seldom) + has + she + met + her old college friends.

(เธอแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย)

  • Never + กริยาพิเศษ  + Subject  + กริยาแท้  + ส่วนขยาย

               ๖. ในกรณี Adverb of frequency เป็นกลุ่มคำ (Adverbial phrase of frequency)  เช่น  Everyday (ทุกวัน),  Every week (ทุกสัปดาห์),  Every year (ทุกปี),  Every other day (วันเว้นวัน),  Once a week (สัปดาห์ละครั้ง),  Twice a month (เดือนละ ๒ ครั้ง),  Three times a year (ปีละ ๓ ครั้ง),  Every two years (ทุกๆ ๒ ปี),  Once a year (ปีละครั้ง),  Once in two years  หรือ  Once every two years (๒ ปีครั้ง),  Once in three months (๓ เดือนครั้ง),  From time to time (เป็นครั้งคราว, ไม่บ่อย),  Now and then (เป็นครั้งคราว, ไม่บ่อย),  Now and again (เป็นครั้งคราว, ไม่บ่อย),  Once in a while (เป็นครั้งคราว, ไม่บ่อย),  At times (เป็นครั้งคราว, ไม่บ่อย),  Every now and then (บ่อยๆ)  ให้วางไว้หน้าประโยค  หรือไม่ก็ท้ายประโยค  หรือในประโยค  แล้วแต่ความเหมาะสม  เช่น

  • Budget meetings are held every week in the conference room.

(การประชุมงบประมาณถูกจัดขึ้นทุกสัปดาห์ในห้องประชุม)

(Budget meetings are held in the conference room every week.)

(Every week budget meetings are held in the conference room.)

  • We go for a picnic in the park once in a while.

(เราไปปิกนิกในสวนสาธารณะเป็นครั้งคราวไม่บ่อยนัก)

  • Once in a while the puppy would run away, but usually he stayed in the yard.

(บางครั้ง  ลูกหมาจะวิ่งออกไปข้างนอก  แต่ปกติแล้ว  มันอยู่ในสนามที่ล้อมรั้ว)

  • Now and then she goes to the movies.

(เป็นบางโอกาส  เธอไปดูหนัง)

  • The maid broke a dish now and then.

(สาวใช้ทำจานแตกเป็นครั้งคราวไม่บ่อยนัก)

  • We have roast ducks for dinner at times.

(เราทานเป็ดย่างเป็นอาหารค่ำในบางโอกาส – แต่ไม่ใช่ทุกวัน)

  • At times Tom’s mother lets him hold the baby.

(บางโอกาส – ไม่บ่อยนัก – แม่ของทอมยอมให้เขาอุ้มน้องทารก)

 

2. ___________________________ we had checked the figures, the supervisor found a mistake.

(_________________________ เราได้ตรวจสอบตัวเลขแล้ว  หัวหน้าคุมงานพบความผิดพลาด)

(a) Unless    (ถ้า ............... ไม่)

(b) However    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)

(c) Since    (เพราะว่า, ตั้งแต่)

(d) Even though    (แม้ว่า, ถึงแม้ว่า)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  อาจตอบ  Even if  หรือ  Although  หรือ  Though  (แม้ว่า, ถึงแม้ว่า)  ก็ได้  ดูเพิ่มเติมการใช้คำอื่นจากตัวอย่างข้างล่าง

  • He will not come unless he has time.

(เขาจะไม่มา  ถ้าเขาไม่มีเวลา)

  • I shall not help him unless he asks me.

(ผมจะไม่ช่วยเขา  ถ้าเขาไม่ขอร้องผม)

  • You couldn’t get a grant unless you had five years’ teaching experience.

(คุณไม่สามารถได้รับเงินช่วยเหลือ  ถ้าคุณไม่มีประสบการณ์สอน ๕ ปี)

  • Unless you work hard, you won’t succeed.

(ถ้าคุณไม่ขยัน  คุณจะไม่ประสบความสำเร็จ)

  • She said nothing unless she was spoken to.

(เธอไม่พูดอะไร  ถ้าเธอไม่ถูกพูดด้วย  -  คือ ถ้าไม่มีใครพูดกับเธอ)

  • Unless they respected us, we wouldn’t care for what they said.

(ถ้าพวกเขาไม่เคารพเรา  เราจะไม่ใส่ใจในสิ่งที่เขาพูด)

  • Although (Though, Even if, Even though) they were ordered, the brochures and business cards were never printed.

(แม้ว่ามันได้รับการสั่งซื้อ  โบรชัวร์และนามบัตรไม่เคยได้รับการพิมพ์)

  • Although (Though, Even if, Even though) Kim was wealthy, she was certainly not happy.

(แม้ว่าคิมมั่งคั่งร่ำรวย  เธอไม่ได้มีความสุขอย่างแน่นอน)

  • Although (Though, Even if, Even though) he studied hard, he failed.

(แม้ว่าเขาขยันเรียน  เขาสอบตก)

  • They went out although (though, even if, even though) it rained heavily.

(พวกเขาออกไปข้างนอก  แม้ว่าฝนตกหนัก)

  • He studied hard.  However, he failed.

(เขาขยันเรียน  อย่างไรก็ดี  เขาสอบตก)

  • It rained heavily.  However, they went out.

(ฝนตกหนัก  อย่างไรก็ตาม  พวกเขาออกไปข้างนอก)

  • Kim was wealthy; however, she was not happy.

(คิมร่ำรวย  อย่างไรก็ดี  เธอไม่มีความสุข)

  • Bill proposed to Sarah; however, she refused it.

(บิลขอแต่งงานกับซาร่าห์  อย่างไรก็ตาม  เธอปฏิเสธมัน)

  • It was raining.  However, we decided to go to the seaside.

(ฝนกำลังตก,  อย่างไรก็ตาม  เราตัดสินใจที่จะไปชายทะเล)

  • Since (Because) it rained all night, there was a flood the following day.

(เพราะว่าฝนตกตลอดทั้งคืน  มีน้ำท่วมในวันต่อมา)

  • She missed the plane since (because) she left home very late.

(เธอตกเครื่องบิน  เพราะว่าเธอออกจากบ้านสายมาก)

  • Since (Because) it was Mr. Peterson’s birthday, his staff took him to lunch.

(เพราะว่ามันเป็นวันเกิดของมิสเตอร์ปีเตอร์สัน  คณะผู้ร่วมงานของเขาพาเขาไปทานอาหารกลางวัน)

  • Since (Because) none of us were familiar with the city.  Mr. Gustav drove us to the meeting.

(เพราะว่าพวกเราไม่คุ้นเคยกับเมือง  มิสเตอร์กุสตาฟขับรถพาเราไปประชุม)

  • I’ve stayed in this town since I was young.

(ฉันพักอยู่ในเมืองนี้ตั้งแต่ฉันเป็นเด็ก)  (ปัจจุบันก็ยังพักอยู่)

  • Her parents have divorced since she was three years old

(พ่อแม่ของเธอหย่าร้างกันตั้งแต่เธออายุ ๓ ขวบ)  (ปัจจุบันก็ยังหย่าร้างกันอยู่)

  • They’ve become close friends since they were at university.

(พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทกัน  ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย)  (ปัจจุบันก็ยังสนิทกันอยู่)

  • He’s studied in the library since the morning.

(เขาอ่านหนังสือในห้องสมุดตั้งแต่เช้า)  (ขณะนี้ก็ยังอ่านอยู่)

  • She’s stayed in New York since last September.

(เธอพักอยู่ในนิวยอร์กตั้งแต่กันยายนปีที่แล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังพักอยู่)

  • They’ve had a meeting since nine o’clock.

(พวกเขาประชุมกันตั้งแต่ ๙ โมง)  (ขณะนี้ก็ยังประชุมกันอยู่)

 

3. Business analysts report that recent __________ in overtime are more to do with less employment than increased production.

(นักวิเคราะห์ธุรกิจรายงานว่า ____________ เร็วๆ มานี้ในการทำงานล่วงเวลา (โอที)  เกี่ยวข้องกับการจ้างงานที่ลดลง  มากกว่าการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น)  (หมายถึง  การทำโอทีมากขึ้นของธุรกิจ  บ่งชี้ถึงการจ้างงาน (พนักงาน) ที่ลดลง  มากกว่าที่จะบอกว่ามีการผลิตเพิ่มขึ้น)

(a) increase   

(b) increasing

(c) increases    (การเพิ่มขึ้น)

(d) increased

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากต้องอยู่ในรูปพหูพจน์ (Increases)  เพราะเป็นประธานของอนุประโยค (Subordinate clause)  คือ  “recent increases in overtime are more to do with less employment than increased production”  โดยมีกริยาของอนุประโยค  คือ  Are

 

4. Prudential Insurance Company has announced that it will offer ________ a 3.5% dividend this year.

(บริษัทประกันภัยพรูเดนเชี่ยลได้ประกาศว่า  บริษัทจะเสนอเงินปันผล ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ให้แก่ ______ ปีนี้)

(a) businesses    (ธุรกิจ)

(b) employees    (พนักงาน, ลูกจ้าง)

(c) agents    (ตัวแทนจำหน่าย)

(d) investors    (นักลงทุน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เหมาะสมที่สุด  เนื่องจากหมายถึง  ผู้ซื้อหุ้นของบริษัท

 

5. Our group will halt (ฮ้อลท) at a seaside resort.

(กลุ่มของเราจะ  หยุด-ทำให้หยุด  ที่ที่พักชายทะเล)

(a) arrive    (มาถึง)

(b) stop    (หยุด, จอด)

(c) wait    (รอคอย)

(d) hold a ceremony    (จัดพิธี)

(e) oversee    (ตรวจตรา, ดูแล, กำกับดูแล)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

6. Sentencing people to death is a prerogative (พรี-ร้อก-กะ-ทิฟว) of many kings and queens.

(การตัดสินลงโทษประหารชีวิตประชาชน (ผู้คน) เป็น  สิทธิพิเศษ-อภิสิทธิ์  ของพระ ราชาและพระราชินีจำนวนมาก)  (หมายถึง  ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชในอดีต)

(a) entreaty    (เอน-ทรี้-ที่)  (การขอร้อง, การวิงวอน, การอ้อนวอน, คำขอร้อง-วิงวอน-อ้อนวอน) 

(b) gusto    (กัส-โท)  (ความเพลิดเพลินเต็มที่, ความเอร็ดอร่อย, ความชอบ, ความพอใจ)  

(c) debris    (เด๊บ-บรี  หรือ  เด๊-บรี)   (ซากสลักหักพัง, เศษ, เศษอิฐ หิน ปูน ฯลฯ, ขยะ, การสะสมของเศษหิน

       ดิน ทราย ที่ถูกลมพัดพามา) 

(d) detriment    (ดี๊-ทริ-เมิ่นท)  (การสูญเสีย, ความเสียหาย, เคราะห์ร้าย, ความทรุดโทรม, การได้รับบาดเจ็บ,

       สาเหตุของความสูญเสียหรือความเสียหาย) 

(e) privilege    (พริฟ-วะ-ลิจ)  (สิทธิพิเศษ, อภิสิทธิ์, เอกสิทธิ์, ประโยชน์พิเศษ, ข้อได้เปรียบ)

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

7. Jerry failed to husband his inheritance; instead, he squandered (สคว้อน-เดอะ) it on trips to Las Vegas.

(เจอรี่ไม่สามารถใช้จ่ายอย่างประหยัด (กับ) มรดกของเขา,  แทนที่จะเป็นเช่นนั้น  เขา  ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย-ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายสิ้นเปลือง-ถลุง  มันไปกับการเดินทางไปลาสเวกัส  -  คือ ไปเล่นการพนัน)

(a) amended    (อะ-เมนด)  (๑.  แก้ไข, ปรับปรุง, ทำให้ถูกต้อง,  ๒.  เปลี่ยนแปลง,  แปรหรือแก้ญัตติ) 

(b) inhibited    (อิน-ฮิ้บ-บิท)  (ขัดขวาง, ยับยั้ง, สกัดกั้น, ห้าม) 

(c) evaded    (อิ-เว้ด)  (หลบ, หลีก, หนี, เลี่ยง)  

(d) wasted    (เวส-ทิด)  (สูญเสีย, สิ้นเปลือง, หมดเปลือง, ทำให้เสียโดยเปล่าประโยชน์, ใช้อย่างสิ้น

       เปลือง, เสียไปโดยเปล่าประโยชน์, เปล่าประโยชน์) 

(e) stipulated    (สทิ้พ-พิว-เล-ทิด)  (กำหนด, วางเงื่อนไข, บังคับให้ทำ, ระบุ) 

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

8. You can learn ______________________________________ the word from the dictionary.

(คุณสามารถเรียนรู้ _______________________________________ คำจากพจนานุกรม)

(a) pronunciation    (การออกเสียง, วิธีการออกเสียง)

(b) pronouncing

(c) to pronounce    (ที่จะออกเสียง)

(d) pronounce

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Learn + To + Verb 1”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากตัว อย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่

  • I’ll try ________________________________________________________ my best.

(ผมจะพยายาม __________________________________________________ ดีที่สุด)

(a) to make

(b) to work

(c) to show

(d) to do   (ทำ)

ตอบ  –  ข้อ  (d)  “Do one’s best”  =  “ทำดีที่สุด”  และหลังกริยา  “Try”  ต้องตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  สำหรับกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  ได้แก่   “promise (สัญญา),  offer (เสนอ),   want (ต้องการ),  hope (หวัง),  plan (วางแผน),  hesitate (รีรอ, ลังเลใจ),  fail  (ล้มเหลว)learn  (เรียนรู้),  expect  (คาดหวัง),  refuse (ปฏิเสธ),  need (ต้องการ),  dare (กล้า),  claim (อ้าง),  agree  (ตกลง),   demand (เรียกร้อง),  wish (ปรารถนา),   intend (ตั้งใจ),  seem (ดูเหมือนว่า),  resolve (ตกลงใจ),  determine (ตัดสินใจ),  decide (ตัดสินใจ),  pretend (แสร้งทำ),  afford (มีฐานะพอ, สามารถหามาได้),  happen (บังเอิญ),  appear (ดูเหมือนว่า),  prove (พิสูจน์),  ask (ขอร้อง)beg  (ขอร้อง),  choose (เลือก),  manage (ประสบความสำเร็จ),  hurry (เร่งรีบ),  tend  (มักจะชอบ),  arrange (จัดแจง, เตรียมการ),  care (สนใจ),  come (มา)  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • They want to take a rest.

(พวกเขาต้องการพักผ่อน)

  • She expects to arrive there in time.

(เธอคาดหวังว่าจะไปถึงที่นั่นทันเวลา)

  • He pretended not to see me.

(เขาแสร้งทำเป็นไม่เห็นผม)

  • We decided to buy a new home.

(เราตัดสินใจซื้อบ้านใหม่)

  • He came to see me late at night.

(เขามาพบผมเวลากลางคืนตอนดึก)

  • We must learn to work hard and to save money.

(เราจะต้องเรียนรู้เรื่องการทำงานหนักและออมเงิน)

  • She refused to go out with him.

(เธอปฏิเสธที่จะออกไปข้างนอกกับเขา

  • She affords to buy an expensive car.

(เธอมีฐานะพอที่จะซื้อรถยนต์ราคาแพง)

  • They agreed to take a vacation this summer.

(พวกเขาตกลงที่จะเดินทางวันหยุดพักผ่อนหน้าร้อนนี้)

  • We wish to graduate in a few months and to get a job.

(เราปรารถนาที่จะเรียนจบในอีก ๒ – ๓ เดือนข้างหน้าและได้งานทำ)

  • He asked to play a role in the school play.

(เขาขอร้องที่จะแสดงในบทในละครของโรงเรียน)

  • They promised to come and they did come.

(พวกเขาสัญญาว่าจะมา และก็มาจริงๆ)

  • The team failed to win a place in the finals.

(ทีมนั้นไม่สามารถที่จะได้เข้ารอบสุดท้าย)

  • They hoped to meet their parents after separating with them for years.

(พวกเขาหวังจะได้พบกับพ่อแม่หลังจากแยกกับพ่อแม่เป็นเวลาหลายปี)

  • Did you manage to get anything to eat before you came?

(คุณประสบความสำเร็จ (สามารถ) หาอะไรกินก่อนมาที่นี่หรือเปล่า)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป