หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 503)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละข้อ)

 

1. New paint __________________________________ pictures will make the office look better.

(สี ________________________________________ รูปภาพใหม่จะทำให้สำนักงานดูดีขึ้น)

(a) but    (แต่)

(b) and    (และ)

(c) as    (ในขณะที่, เมื่อ, ในฐานะ, เป็น, ดังที่, เหมือนกับที่)

(d) though    (แม้ว่า, ถึงแม้ว่า)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

2. The budget analysis is due _____________________________________________ Friday.

(การวิเคราะห์งบประมาณมีกำหนด _____________________________________ วันศุกร์)

(a) at

(b) from

(c) until    (จนกระทั่ง)

(d) on    (On Friday  =  ในวันศุกร์)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  วันและวันที่  ต้องใช้  Preposition “On

                สำหรับวลีที่ใช้  “On”  ได้แก่  “On page 5”  (ในหน้าที่  ๕),  Waste his time on”  (ใช้เวลา – ของเขา - อย่างสิ้นเปลือง-สุรุ่ยสุร่ายกับ), on business  (ด้วยเรื่องธุรกิจ)He went to Canada on business.  (เขาไปแคนาดาด้วยเรื่องธุรกิจ), keep on  (ดำเนินต่อไป) – They kept on reading.  (พวกเขาอ่านหนังสือต่อไป), rely on  (ไว้วางใจ, เชื่อใจ, พึ่งพาอาศัย) – I can rely on my close friend. (ผมสามารถไว้ใจเพื่อนสนิท), depend on (upon)  (พึ่งพาอาศัย, ขึ้นอยู่กับ, อยู่ที่) – Most children have to depend on (upon) their parents.  (เด็กๆ ส่วนใหญ่จำเป็นต้องพึ่งพาพ่อแม่ของตน), insist on  (ยืนกราน, ยืนหยัด, เรียกร้อง) – She insisted on going out with her boyfriend.  (เธอยืนกรานจะออกไปข้างนอกกับแฟนของเธอ), on the floor  (บนพื้น), on a hill  (บนเนินเขา), on the top shelf  (บนชั้นบนของหิ้ง), bet money on  (พนันเงินกับ)  -  He bet a lot of money on that horse.  (เขาพนันเงินจำนวนมากกับม้าตัวนั้น), on a sofa  (บนเก้าอี้โซฟา), to turn his back on his country  (หันหลังให้กับประเทศของตน  -  หมายถึงละทิ้งประเทศ  เช่น  หนีการเกณฑ์ทหาร  หรือไปเข้ากับฝ่ายศัตรู), on the contrary  (ในทางตรงกันข้าม), on the drawing board   (กำลังอยู่ในขั้นวางแผนหรือเตรียมการ  คือยังไม่ได้ลงมือทำ หรือนำมาใช้งานจริงๆ ),  on the dot (on the  button)  (ตรงเวลาเผง, ตรงเวลาพอดี)  -  Susan arrived at the party at 3:00 p.m. on the dot.  (ซูซานมาถึงที่งานเลี้ยงเวลาบ่าย    โมงตรงพอดี)get (climb, jump) on the bandwagon  (ทำตามอย่างที่คนอื่นทำ  แม้จะไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น, เข้าร่วมในกิจกรรมที่มีคนนิยมทำกันมาก  และล่าสุด  เช่น ถีบจักรยาน หรือ เล่นฟิตเนส,  โยคะ  -  แปลตรงๆ ตัว คือ ปีนหรือกระโดดขึ้นไปบนรถดนตรีในขบวนแห่)  -  When all Jim’s friends decided to vote for Bill, Jim climbed on the bandwagon too.  (เมื่อเพื่อนทุกคนของจิมตัดสินใจลงคะแนนให้บิล  จิมก็ตัดสินใจลงคะแนนให้บิลเช่นเดียวกัน  -  คือทำตามเพื่อนๆ แบบไม่ต้องมีเหตุผล), on the (an) average   (โดยเฉลี่ย),   a dog peeing (pissing) on a tree  (หมาเยี่ยวรดต้นไม้),  on condition that  (โดยมีเงื่อนไขว่า)  -  I will lend you the money on condition that  you pay it back in one month.  (ผมจะให้คุณยืมเงินโดยมีเงื่อนไขว่า  คุณต้องใช้คืนภายใน    เดือน),  on deck   (อยู่บนดาดฟ้าเรือ, เตรียมพร้อมที่จะทำอะไรบางอย่าง, มาปรากฏตัว หรือมาถึงที่นัดหมาย)  –  The passengers are relaxing on deck.  (ผู้โดยสารกำลังพักผ่อนหย่อนใจอยู่บนดาดฟ้าเรือ)   -  The scout leader told the boys to be on deck at 8:00 Saturday morning for the hike.  (ผู้นำลูกเสือบอกให้ลูกเสือมาถึงที่นัดหมายเวลา ๘.๐๐ น. เช้าวันเสาร์  เพื่อออกเดินทางไกล),  on deposit   (ในธนาคาร)  -  I have $ 500 on deposit in my account.  (ผมมีเงินอยู่  ๕๐๐ ดอลลาร์ในบัญชีธนาคาร),  on duty  (อยู่ปฏิบัติหน้าที่, ขณะปฏิบัติหน้าที่)   -  There is always one teacher on duty during study hour.  (มีครูอยู่ คนเสมอ  อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างชั่วโมงเรียน  -  คือคอยให้คำแนะนำปรึกษาแก่นักเรียน)on earth (= in the world(ใน หรือ บนโลกนี้, เกิดขึ้นได้ หรือเป็นไปได้อย่างไร  มักใช้แสดงการเน้นในประโยคคำถาม) - Where on earth did I put my wallet?  (ไม่รู้ว่าผมเอากระเป๋าสตางค์ไปวางไว้ตรงไหนในโลกนี้   -   คือบ่นคร่ำครวญเนื่องจากหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ)   -  The boys wondered how on earth the mouse got out of the cage.  (พวกเด็กๆสงสัยว่า เป็นไปได้อย่างไรที่หนูออกจากกรงไป  -  ทั้งๆที่ล็อคทางออกไว้อย่างแน่นหนา),  have, (keep, with) one eye on  (คอยเฝ้าดูหรือเอาใจใส่  -  บุคคลหรือสิ่งของ  -  ในขณะที่กำลังทำสิ่งอื่นไปด้วย)  -  Mother had one eye on baby as she ironed.  (แม่รีดผ้าและดูแลลูกน้อยไปด้วยในเวลาเดียวกัน)  -  Chris tried to study with one eye on the TV set.  (คริสพยายามอ่านหนังสือ  และดูทีวีไปด้วยในในเวลาเดียวกัน), on account of  (เนื่องมาจาก, เพราะว่า),  -  The picnic was held in the gym on account of the rain.  (ปิกนิกถูกจัดในโรงยิม  -  แทนในสนาม  -  เนื่องมาจากฝนตก),  on a shoestring  (ด้วยเงินจำนวนเล็กน้อยสำหรับใช้จ่าย, ด้วยงบประมาณที่น้อยมาก  -  แปลตรงๆตัว คือ ด้วยเชือกผูกรองเท้า)  -  The couple was seeing Europe on a shoestring.  (สามี-ภรรยาคู่นั้นกำลังเที่ยวยุโรป  ด้วยเงินจำนวนเพียงนิดเดียว  -  คือ  แบบประหยัดสุดๆ),  to walk on air  (รู้สึกมีความสุขและตื่นเต้น)  -  Kim has been walking on air since she won the prize.  (คิมมีความสุขและตื่นเต้นมาโดยตลอด  ตั้งแต่ที่เธอได้รับรางวัล),  to wait on (upon)  (รับใช้, ให้บริ การ)  -  The clerk in the store waits on all customers.  (เสมียนในร้านนั้นให้บริการ (รับใช้) ลูกค้าทุกคน),  (sitting) on top of the world  (ปลาบปลื้มยินดีและมีความสุข, รู้สึกประสบความสำเร็จ)  -  John was (sitting) on top of the world when he found out that he got into college.  (จอห์นดีใจและมีความ สุข  เมื่อเขาพบว่าเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้),  on behalf of  (ในนามของ),  on board  (บนเรือ)  -  A ship was leaving the harbor, and we saw the people on board waving.  (เรือลำหนึ่งกำลังออกจากท่า  และเราเห็นผู้คนบนเรือโบกไม้โบกมือ  -  เพื่ออำลาญาติพี่น้องที่มาส่ง),  off and on (= on and off)  (ไม่สม่ำเสมอ, เป็นครั้งคราว หรือบางโอกาส)  -  It rained off and on all day.  (ฝนตกๆหยุดๆตลอดทั้งวัน  -  คือ ตกแล้วหยุด  แล้วก็ตกแล้วหยุดอีก  สลับกันไปแบบนี้ตลอดทั้งวัน),  the posters on the walls   (โปสเตอร์บนกำแพง), a sticker on her car  (สติ๊กเกอร์ติดรถของเธอ), pictures on the screen  (รูปภาพบนจอ), on the ceiling  (บนเพดาน), on the roof  (บนหลังคา), on all fours  (คลาน เท้า), get on a bus  (ขึ้นรถเมล์), on a highway  (บนทางหลวง), on the plane  (บนเครื่องบิน), on foot  (โดยทางเท้าหรือเดินไป), to walk on tiptoe  (เดินบนปลายเท้าหรือเขย่งส้นเท้า), on horseback  (บนหลังม้า), on a bicycle  (โดยรถจักร ยาน), on Monday  (ในวันจันทร์), on a Sunday afternoon  (ตอนบ่ายวันอา ทิตย์), on an occasion like this  (ในโอกาสเช่นนี้), on April10th  (ในวันที่ ๑๐ เมษายน), on Thursday night   (ในคืนวันพฤหัสฯ), on the first day of term  (ในวันแรกของภาคการศึกษา), books on art and religion  (หนังสือเกี่ยวกับศิลปะและศาสนา), on the subject of rents  (ในเรื่องเกี่ยวกับค่าเช่า), ideas on how films should be made  (ความคิดเกี่ยวกับว่าควรจะสร้างหนังอย่างไร), to comment on the issue  (แสดงความคิดเห็นในประเด็นนั้น), a talk on agriculture  (การสนทนาเกี่ยวกับเกษตรกรรม), cars running on petrol (รถยนต์ที่วิ่งด้วยน้ำมัน), appear on TV  (ปรากฏตัวทางทีวี), to hear it on the radio  (ได้ยินมันทางวิทยุ), on stage  (บนเวที), on the phone  (ทางโทรศัพท์ หรือกำลังพูดโทรศัพท์), on and on  (ไม่รู้จักจบสิ้น, ไม่หยุดหย่อน, ไม่สิ้นสุด), on edge  (รุ่มร้อน, กระวนกระวาย, ตื่นเต้น, ประสาทเสีย, ปวดสมอง), on one’s own  (ด้วยตนเอง, เป็นอิสระ, หาเลี้ยงตนเอง), on purpose  (โดยเจตนา, โดยตั้งใจทำ), on the carpet  (ดุด่าว่ากล่าว, สวด), on the fence  (ยังไม่แน่ใจ, ยังไม่ตัดสินใจ-ตกลงใจ), on the hook  (อยู่ในฐานะลำบาก), on the spot  (ที่กำลังพูดถึง-เอ่ยถึง), to be on  (กำลังปรากฏ, กำลังฉายอยู่. กำลังแสดง), on the go  (มีธุระ ยุ่ง, เคลื่อนไหวทำโน่นทำนี่อยู่ตลอด)  –  I’m usually on the go all day long.  (ผมมักมีธุระยุ่งตลอดทั้งวัน), on the market  (มีขาย, เสนอขาย)– I had to put my car on the market.  (ผมจำเป็นต้องเอารถออกขาย) - This is the finest home computer on the market.  (นี่เป็นคอมพิวเตอร์ประจำบ้านที่ดีที่สุดที่วางขายในตลาด), on the mend  (สบายดี, หายป่วยไข้) – My cold was terrible, but I’m on the mend now.  (ไข้หวัดของผมย่ำแย่มากเลย  แต่ตอนนี้ผมหายไข้แล้ว) – What you need is some hot chicken soup.  Then you’ll really be on the mend.  (สิ่งที่คุณต้องการ คือ ซุปไก่ร้อนๆ  แล้วคุณจะหายป่วยจริงๆเลย), on the tip of one’s tongue  (ติดอยู่แค่ริมฝีปาก  คือ เกือบจะพูดออกมาแล้ว หรือ เกือบจะนึกออกแล้ว) – I have his name right on the tip of my tongue.  I’ll think of it in a second  (ผมมีชื่อของเขาติดอยู่ที่ริมฝีปาก  ผมจะนึกมันออกในอีกวินาทีเดียว) – John had the answer on the tip of his tongue, but Ann said it first  (จอห์นเกือบจะบอกคำตอบออกมาแล้ว  แต่แอนพูดออกมาเสียก่อน  -  คือชิงบอกคำตอบก่อน), on the wrong track  (ไปหรือเดินผิดลู่หรือราง, ทำตามสมมติฐานที่ผิด)  – You’ll never get the right answer.  You’re on the wrong track.  (คุณไม่มีวันจะได้คำตอบที่ถูกต้องหรอก คุณเดินผิดทางนี่ หรือ คุณตั้งสมมติฐานไว้ผิดนี่), be (skate) on thin ice  (อยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงหรือมีอันตราย) – If you try that, you’ll really be on thin ice.  That’s too risky.  (ถ้าคุณลองทำสิ่งนั้น  คุณจะตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง  มันเสี่ยงเกินไป) – If you don’t want to find yourself (skating) on thin ice, you must be sure of your facts  (ถ้าคุณไม่ต้องการพบตัวเองตกอยู่ในอันตราย  คุณต้องมั่นใจในข้อเท็จจริง  - ไม่เช่นนั้นคุณอาจแพ้คดีและต้องจ่ายเงินมากมาย), on tiptoe  (เดินเขย่างเท้า), on vacation  (เดินทางไปเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน)  – Where are you going on vacation this year?  (คุณจะเดินทางไปพักผ่อนที่ไหนในวันหยุดปีนี้) – I’ll be away on vacation for three weeks.  (ผมจะเดินทางไปพักผ่อนวันหยุดเป็นเวลา ๓ สัปดาห์),  เป็นต้น

 

3. _______ of all new businesses, and even higher in the restaurant business, fail in the first two years.

(_______ ของธุรกิจใหม่ทั้งหมด,  และยิ่งสูง (มาก) ไปกว่านั้นในธุรกิจภัตตาคาร,  ล้มเหลวใน ๒ ปีแรก)

(a) Because    (เพราะว่า)

(b) Not    (ไม่ใช่)

(c) Most    (ส่วนใหญ่)

(d) Half    (ครึ่งหนึ่ง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด  โดยหมายถึง  ครึ่งหนึ่งของธุรกิจใหม่ทั้งหมด  และเกินครึ่งในธุรกิจภัตตาคาร  ล้มเหลวใน ๒ ปีแรก

 

4. We all realize ___________________________________________________________.

(เราทุกคนตระหนัก (ว่า) _________________________________________________)

(a) how difficult is the university entrance examination

(b) how the university entrance examination is difficult

(c) how difficult the university entrance examination is    (การสอบเข้ามหาวิทยาลัยยากเย็นเพียงไร)

(d) how is the university entrance examination difficult

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Realize”  จึงต้องเรียงโครงสร้างแบบประโยคบอกเล่า  คือ  “How + Adjective + Subject + Verb”  ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

  • I can see how happy she is.

(ผมสามารถเห็นได้ว่าเธอมีความสุขเพียงไร)

  • We could feel how hot the room was.

(เราสามารถรู้สึกได้ว่าห้องร้อนเพียงไร)

  • They understand how expensive the new car is.

(พวกเขาเข้าใจว่ารถคันใหม่แพงเพียงไร)

  • She can’t believe how kind those people were.

(เธอแทบไม่เชื่อเลยว่าคนเหล่านั้นช่างใจดีเสียนี่กระไร)

 

5. She is a hospitable and gregarious (กริ-แก๊-เรียส) person who likes to make friends with the people she meets.

(เธอเป็นบุคคลที่ชอบต้อนรับแขกและ  ชอบเข้าสมาคม-ชอบสังคม-ชอบพบปะสังสรรค์-(สัตว์) ซึ่งอาศัยอยู่กันเป็นกลุ่ม-ที่จับกันเป็นกลุ่ม   ผู้ซึ่งชอบผูกมิตรกับผู้คนที่เธอพบเจอ)

(a) sociable    (ชอบเข้าสมาคม, สังคมเก่ง)

(b) meticulous    (พิถีพิถัน, ละเอียดลออ, เอาใจใส่ประเด็นเล็กๆน้อยๆ, จู้จี้)

(c) ill-tempered    (อารมณ์ร้าย, ขี้โมโห)

(d) extravagant    (ฟุ่มเฟือย, สุรุ่ยสุร่าย, สิ้นเปลือง, มากเกินควร)

(e) odd    (ออด)  (แปลกๆ, ชอบกล)

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

6. The sculptor, Lorenzo Ghiberti, blended medieval grace with Renaissance realism. 

(ช่างปั้นรูป-แกะสลัก  (คือ) นายลอเร็นโซ กิเบอร์ติ  ผสม-ปน-คลุกเคล้า  ความงดงามของสมัยกลาง  เข้ากับศิลปะรีอัลลิสซึ่มสมัยเรเนซองต์ – คือสมัยฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ) 

(a) produced     (ผลิต)

(b) invented     (ประดิษฐ์,  คิดค้น)

(c) combined     (ผสม, รวมกัน, ทำให้รวมกัน)

(d) discovered     (ค้นพบ)

(e) diminished    (ดิ-มิ้น-นิช)  (ลดน้อยลง, ค่อยๆเล็กลง, หด,  ทำให้ลดน้อยลง, ดูหมิ่น)

ตอบ  -  ข้อ  (c)    

 

7. An illiterate (อิ-ลิ้ท-เทอะ-ริท) person is an example of underprivileged people.   

(บุคคลที่  ไม่รู้หนังสือ-ไม่สามารถอ่านออกเขียนได้-ไม่มีการศึกษา-ไม่มีความรู้ในสาขาหนึ่ง  เป็นตัวอย่างของคนด้อยโอกาส)

(a) unreasonable    (ไม่มีเหตุผล, ไม่สมเหตุสมผล)

(b) stupid    (โง่บัดซบ)

(c) unable to read and write    (ไม่สามารถอ่านและเขียนหนังสือ)

(d) unable to make a sound decision    (ไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง)

(e) voluminous    (วะ-ลุ้ม-อิ๊-นัส)  (มากมาย, ใหญ่โตมโหฬาร)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

8. ________________ cell’s nucleus is removed or destroyed, the entire cell disintegrates and dies.

(_________________ นิวเคลียสของเซลถูกกำจัดหรือทำลายไป  เซลทั้งหมดจะสลายตัวและตาย)

(a) A

(b) If a    (ถ้า)

(c) That a

(d) When it is

ตอบ  -  ข้อ  (b)  หรืออาจตอบ  “When a”  ก็ได้

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป