หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 5)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Tim __________________________________________________ speak French very well.

(ทิม ____________________________________________ พูดภาษาฝรั่งเศสได้ดีมาก)

(a) is able(สามารถ)

(b) can to

(c) can be able to

(d) can    (สามารถ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Can + Verb 1”  ส่วน  “Be able + to + Verb 1” ดังนั้น  ประโยคข้างบนจึงอาจใช้  “Tim is able to speak………….”  ได้เช่นเดียวกัน

 

2. I hope you don’t mind _____________________________________ to come and meet her.

(ผมหวังว่าคุณไม่รังเกียจ __________________________________ ให้มาและพบกับเธอ)

(a) to be asked

(b) you were asked

(c) being asked    (การถูกขอร้อง)

(d) we asked you

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Mind” (รังเกียจ)  + Verb + ing  (Active voice)  แต่ในกรณี  “Passive voice”  ใช้โครงสร้าง  “Mind + being + Verb 3 (รังเกียจการถูก..............)  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

  • He didn’t mind carrying the heavy box.

(เขาไม่รังเกียจการแบกกล่องหนักใบนั้น)  (เขาเป็นผู้ทำกริยาแบก)

  • I don’t mind being punished if I’m wrong.

(ผมไม่รังเกียจการถูกลงโทษ  ถ้าผมผิด)  (ผมเป็นผู้ถูกกระทำ  คือถูกลงโทษ)

  • They don’t mind being rejected by the company if they are not qualified.

(เขาไม่รังเกียจการถูกปฏิเสธโดยบริษัท (ไม่รับเข้าทำงาน)  ถ้าเขาไม่มีคุณสมบัติพอ)  (พวกเขาเป็นผู้ถูกกระทำ  คือถูกปฏิเสธ)

 

3. A: Is he an honest man?

(A:  เขาเป็นคนซื่อสัตย์หรือเปล่า)

   B: He always ____________________________________ his word when he worked here.

(B: เขา __________________________________ คำพูดของเขาเสมอ  เมื่อเขาทำงานที่นี่)

(a) has kept

(b) was kept

(c) keeps

(d) kept  (รักษา)

ตอบ  -  ข้อ   (d)   ต้องใช้  “Kept”  (Past tense)  เพื่อให้สอดคล้องกับกริยา  “Worked”  ในประโยคย่อย  ซึ่งข้อนี้เป็นเหตุการณ์ในอดีตแม้จะเกิดขึ้นเสมอก็ตาม  (มี “Always”)  แต่เป็นการเกิดขึ้นเสมอในอดีต

 

4. As a mass production method, it _____________________ great advances in the last few years.

(ในฐานะวิธีการผลิตสินค้าเป็นจำนวนมาก  มัน (วิธีการ) __________ ความก้าวหน้าอย่างยิ่ง   ในช่วง   ๒  ถึง  ๓  ปีที่ผ่านมา)

(a) makes

(b) is making

(c) made

(d) has made   (ได้ทำให้เกิด)

ตอบ   -   ข้อ   (dเนื่องจากข้อความ   “In the last few years”  (ในช่วง  ๒  ถึง  ๓  ปีที่ผ่านมา)  แสดงการเกิดขึ้นในอดีต  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน (ขณะที่พูด)   จึงใช้  “Present perfect tense”  {Subject + has (have) + Verb 3}  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                   ตัวอย่างที่ ๑

  • __________ impressive increases in expenditure on the advertising of tobacco goods in recent years.

(_____________ การเพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจ  ในค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณาสินค้ายาสูบ  ในช่วงไม่กี่ปีที่เพิ่งผ่านมานี้)

(a) There are

(b) There were

(c) There have been   (มี, ได้มี)

(d) There has been

ตอบ   -   ข้อ  (c)  ใช้รูป  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3} (ต้องใช้  “Have been”  เนื่องจาก  “impressive increases” อยู่ในรูปพหูพจน์)   เนื่องจากบอกการกระทำ  หรือเหตุการณ์  ที่เกิดขึ้นในอดีต  และยังคงดำเนินหรือมีผลต่อมาจนถึงปัจจุบัน  (ขณะที่พูดประโยคนี้)   และคาดว่าเหตุการณ์นั้นยังจะปรากฏในอนาคตอีก   สังเกตจาก   “For” = (เป็นเวลา)  (For + ความยาวของเวลา),  “Since” = (ตั้งแต่),  (Since + จุดเริ่มต้นของเวลา),  “Up to now”     (= Up to the present time = Up until now) =  (จนถึงบัดนี้),  “So far” =    ( เท่าที่ผ่านมา, หมู่นี้),  “Lately” (= Recently) = (หมู่นี้, เร็วๆ นี้),  “Over the past years”  (ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา),  “In recent years”  (ในช่วงไม่กี่ปีที่เพิ่งผ่านมา),    ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • She has lived here for10 years.

(เธออาศัยอยู่ที่นี่มา ๑๐ ปีแล้ว – ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • He has been in Chicago since last week. (= He has gone to Chicago since last week.)

(เขาอยู่ในชิคาโกตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว – ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • We have lived in Bangkok since we were young.

(เราอาศัยอยู่ในกรุงเทพตั้งแต่เรายังเด็ก – ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • So far, you have not done your best. (= You have not done your best so far.)

(เท่าที่ผ่านๆมา  คุณยังไม่ได้ทำดีที่สุดเลย)

  • I have sent him only one letter up to now.

(ผมส่งจดหมายให้เขาเพียงฉบับเดียว  จนถึงบัดนี้)

  • The climate has changed a great deal over the past years.

(ภูมิอากาศได้เปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  -  จนถึงปัจจุบัน  ขณะที่พูด)

  • Crime has significantly increased in recent years.

(อาชญากรรมได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา)

 

5. The wind blew the roof ______________________________________________ my house.

(ลมพัดหลังคา _______________________________________________ บ้านของผม)

(a) out of

(b) out off

(c) off    (ร่วงไปจาก,  หล่นไปจาก,  ปลิวไปจาก)

(d) out from

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “To blow something off” =  “พัดร่วง หรือหล่นไปจาก

 

6. Your father is very kind _________________________________________________ me.

(คุณพ่อของคุณกรุณา ____________________________________________ ผมมาก)

(a) for

(b) on

(c) with

(d) to    (ต่อ, กับ)

ตอบ   -   ข้อ  (d)   “Kind”  ใช้กับ  “To

                                   สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)   ที่ใช้กับ  “To”   ได้แก่   keep to (ชิด) - In Germany, traffic keeps to the right. - (ในประเทศเยอรมัน  การจราจรชิดขวามือของถนน),   kind (กรุณา, ใจดี)  -  He is very kind to me.  (เขากรุณาต่อผมมาก),  new  (It is new to me.  –  มัน (เป็นเรื่อง) ใหม่สำหรับผม), close  (ใกล้ชิดกับ),  cruel  (โหดร้ายกับ),  hostile  (มุ่งร้าย หรือเป็นปฏิปักษ์กับ),  obvious  (ชัดเจนแก่),  obedient  (เชื่อฟังต่อ),  peculiar  (แปลกประหลาดแก่, เฉพาะกับ),  equal  (เท่ากันกับ),  grateful  (ขอบคุณ, เป็นหนี้บุญคุณ)  -  I’m very grateful to your kind assistance.  (ผมขอบคุณอย่างมากต่อความช่วยเหลือของคุณ),  harmful  (เป็นอันตรายต่อ),  kind  (กรุณาต่อ),  dear  (เป็นที่รักแก่),  faithful  (ศรัทธาต่อ),  junior  (อาวุโสน้อยกว่า),  senior  (อาวุโสมากกว่า)  -  He is senior to me in the army.  (เขาอาวุโสกว่าผมในกองทัพ  -  คือมียศสูงกว่า),  inferior  (ด้อยกว่า, เลวกว่า, แย่กว่า),  superior  (ดีกว่า, เหนือกว่า),  polite  (สุภาพต่อ)  -  He is polite to everyone he meets.  (เขาสุภาพกับทุกคนที่เขาเจอะเจอ),  familiar  (คุ้นเคยกับ)  -  Most people at the party were familiar to me.  (คนส่วนใหญ่ที่งานเลี้ยงคุ้นเคยกับผม,  useful  (เป็นประโยชน์กับ),  similar  (คล้ายกับ),  rude  (หยาบคายกับ),  previous  (ก่อน),  used  (เคย),  accustomed  (คุ้นเคย, เคยชิน)  -  They are accustomed to hot weather.  (พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศร้อน),  clear  (ชัดเจนกับ),  essential  (จำเป็นกับ),  necessary  (จำเป็นต่อ),  good  (ปฏิบัติดีต่อ),  identical  (เหมือนกับ)  -  The material is almost identical to limestone.  (วัตถุชิ้นนั้นเกือบจะเหมือนกันเป๊ะกับหินปูน),  satisfactory (เป็นที่พอใจของ),  important  (สำคัญต่อ),  significant  (สำคัญต่อ),  equivalent  (เท่ากับ, เสมือนกับ),  loyal  (จงรักภักดีต่อ)   เป็นต้น

                                    สำหรับคำกริยาที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่   “happen”  (เกิดขึ้น)  -  The accident happened to his family a long time ago.  (อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขานานมาแล้ว),  occur  (เกิดขึ้น),  resort  (หันไปใช้)  -  You must never resort to violence.  (คุณจะต้องไม่หันไปใช้ความรุนแรง),  compare  (เปรียบเทียบว่าเหมือนกับ)-  Some people compare sleep to death.  (บางคนเปรียบเทียบการนอนหลับว่าเหมือนกับความตาย),  belong  (เป็นของ)  -  That car belongs to me.  (รถยนต์คันนั้นเป็นของผม),  attend  (เอาใจใส่)  -  You should attend to your teacher’s advice.  (คุณควรเอาใจใส่คำแนะนำของอาจารย์),  see to it  (ดูแลในเรื่อง, จัดการในเรื่อง)  -  I will see to it that you get what you want.  (ผมจะดูแลให้ว่า  คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ),  consent  (ยินยอมต่อ)  -  He consented to postponement of the trip.  (เขายินยอมกับการเลื่อนการเดินทางออกไป),  attribute  (มีสาเหตุมาจาก)   -  He attributed the worsening situation to increased conflicts between the government and the people.  (เขาคิดว่าสถานการณ์ที่แย่ลง  มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน),  apply  (สมัคร, ขอ),  reply  (ตอบ),  appeal  (อุทธรณ์, ชวนให้เกิดความสนใจ หรือ หลงใหล),  confine  (จำกัดอยู่ใน),  turn  (หันไปหา, หันไปใช้),  amount  (รวมเป็นจำนวน),  surrender  (ยอมจำนนต่อ),  listen  (ฟัง),  recommend  (แนะนำว่าดี),  devote  (อุทิศแก่),  accustom  (ทำให้คุ้นเคยกับ),  object  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วยกับ),  succumb  (พ่ายแพ้ต่อ, ยอมจำนนกับ)  -  He finally succumbed to injury.  (เขาในที่สุดพ่ายแพ้ต่อการบาดเจ็บ  -  คือตาย),  complain  (บ่น หรือ ร้องเรียนกับ)  They complained to me about the noise.  (เขาร้องเรียนกับผมเกี่ยวกับเรื่องเสียงดัง),  suggest  (แนะนำกับ)   -  I suggested to him that he should work harder.  (ผมแนะนำกับเขาว่า  เขาควรขยันมากขึ้น),  respond  (ตอบสนองต่อ)   - The government should quickly respond to its people’s demand.  (รัฐบาลควรตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็ว),  look forward to  (ตั้งหน้าตั้งตารอคอย),  refer  (อ้างถึง, แนะนำให้ไปหา),  yield  (จำนน หรือพ่ายแพ้ต่อ),  introduce  (แนะนำให้รู้จักกับ),  reduce  (ลดลงจนต้อง),  be used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  be accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),   เป็นต้น

 

7. Amoebas are _______________________________ small to be seen without a microscope.

(ตัวอะมีบาเล็ก _______________________ ที่จะ (ถูก) มองเห็นได้โดยปราศจากกล้องจุลทรรศน์)  

(a) far and

(b) so far

(c) far too    (มากเกินไป)

(d) as far as

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ  “Much too”  (มากเกินไป)  ก็ได้

 

8. If you promise ______________________________ angry with me, I’ll tell you what I broke.

(ถ้าคุณสัญญา ____________ โกรธผม  ผมจะบอกคุณว่า  ผมทำอะไรแตก  -  หรือ เสียหาย  -  บ้าง)

(a) not getting

(b) to not get

(c) not to get   (จะไม่)

(d) you not get

ตอบ   -   ข้อ   (c)   กริยา  “Promise + To + Verb 1”  หรือเมื่อเป็นปฏิเสธ  ใช้  “Promise + Not + To + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมกริยาที่ใช้แบบเดียวกับ  “Promise”  จากตัวอย่างข้างล่าง    

                                       ตัวอย่างที่ 

  • Last night, in a radio address, the President urged us ______________ to the Red Cross.

(เมื่อคืนที่ผ่านมา  ในคำกล่าวทางวิทยุ  ท่านประธานาธิบดีกระตุ้นให้พวกเรา _______ ให้กับกาชาด)

(a) subscribe

(b) subscribing

(c) that we subscribe

(d) to subscribe    (บริจาค, ช่วยเหลือ, บอกรับเป็นสมาชิก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Urge + กรรม + To + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมคำกริยาประเภทเดียวกันจากประโยคข้างล่าง

                                       ตัวอย่างที่ 

  • I told my daughter ____________________ good care of herself while she was away.

(ผมบอกลูกสาวของผม (ให้) _____________ ตนเองเป็นอย่างดี  ในขณะที่เธอออกไปข้างนอก)

(a) taking

(b) to take    (“Take care”  =  ดูแล)

(c) she will take

(d) that she take

ตอบ   -   ข้อ    (b)   “Subject + Tell + กรรม + To + Verb 1”  (I told my daughter to take……...........ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทเดียวกับ  “Tell”   ในประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • The teacher permitted him ______________________________________ by himself.

(ครูอนุญาตให้เขา ____________________________ ด้วยตัวของเขาเอง)  (คือ  คิดตามลำพัง)

(a) to thinking

(b) to think    (คิด)

(c) think

(d) thinking

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจาก  “Subject + Permit + กรรม + To + Verb 1

                                      ตัวอย่างที่ 

  • The workers are all gone.  Because of the bad weather, the boss permitted them _______ early.

(คนงานไปกันหมดแล้ว  เนื่องจากอากาศเลว  เจ้านาย (หัวหน้า) อนุญาตให้พวกเขา __________ แต่เนิ่นๆ)

(a) leave

(b) to leaving

(c) to be going

(d) to leave    (ออกจากที่ทำงาน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ตามโครงสร้าง   “Subject + Permit + กรรม + To + Verb 1

                                       ตัวอย่างที่ 

  • I want you __________________________________ on an errand for me tomorrow.

(ผมต้องการให้คุณ _______________________________________ ทำธุระให้ผมวันพรุ่งนี้)

(a) go

(b) to do

(c) to go    (ไป)

(d) going

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Want + กรรม + To + Verb 1”  และ  “Go on an errand” =  ไปทำธุระ

                                       ตัวอย่างที่ 

  • We don’t allow anyone ________________________________________ in this pond.

(เราไม่อนุญาตให้ใครก็ตาม ________________________________________ ในสระน้ำนี้)

(a) swim

(b) swimming

(c) to swim   (ว่ายน้ำ)

(d) for swimming

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Allow + กรรม + To + Verb 1

                                        ตัวอย่างที่  

  • He told one of the men __________________________ with his back against the wall. 

(เขาบอกชายคนหนึ่งให้ ____________________________โดยเอาหลังชิด (หรือพิง) กำแพง)

(a) turn and sit

(b) to turn and sit    (หันมาและนั่ง)

(c) turned and sat

(d) turning and sitting

ตอบ   -    ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Subject + Tell + กรรม  + To + Verb 1”  กล่าวคือ   กริยาที่อยู่หลังกรรมรอง  (บุคคลหรือสิ่งของ)  ของคำกริยาต่อไปนี้   จะต้องเป็นรูป  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  เสมอ  ได้แก่  “Expect, Want, Cause,  Force,  Compel,  Invite,  Advise,  Instruct, Persuade,  Allow,  Permit,  Encourage,  Press,  Warn,  Order,  Request,  Tempt,  Teach,  Tell,  Oblige”   ตัวอย่างประโยค   เช่น

  • We ordered him to leave.

(เราสั่งให้เขาไปซะ)

  • She forced her servant to finish the work by noon.

(เธอบังคับให้สาวใช้ทำงานให้เสร็จในตอนบ่าย)

  • They invited her to go to their party.

(พวกเขาเชิญเธอไปร่วมงานเลี้ยง)

  • The teacher instructed him to study hard.

(ครูแนะนำเขาให้ขยันเรียน)

  • I told him to play outside.

(ผมบอกให้เขาไปเล่นข้างนอก)

  • he taught him (how) to cook.

(หล่อนสอนเขา (วิธี) ปรุงอาหาร)

  • We encouraged her to fight against cancer.

(พวกเราให้กำลังใจเธอต่อสู้กับมะเร็ง)

  • The flood caused the train to move slowly.

(น้ำท่วมเป็นเหตุให้รถไฟเคลื่อนไปอย่างช้าๆ)

  • She requested him to buy her a new dress.

(เธอขอร้องเขาให้ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอ)

  • The manager advised his staff to work harder.

(ผู้จัดการแนะให้สตาฟของเขาทำงานให้หนักขึ้น)

                                         ในกรณีเป็นประโยคปฏิเสธ  ให้ใส่  “Not”  ไว้หน้า  “To + Verb 1”  (Not + To + Verb 1)  เช่น

  • She asked me not to arrive late.

(เธอขอร้องผมมิให้มาสาย)

  • He told her not to go out at night.

(เขาบอกเธอมิให้ออกไปข้างนอกเวลากลางคืน)

  • We forced him not to resign from his work.

(เราบังคับเขามิให้ลาออกจากงาน)

  • She expects him not to fail again.

(เธอคาดหวังเขาว่าจะไม่ล้มเหลวอีกหน)

                                         สำหรับกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  ซึ่งอาจไม่ต้องมี  “กรรม”  (Me, You, Them, Us, Him, Her, John, Peter)  ตามหลังกริยาเหล่านี้ก็ได้   ได้แก่  “promise  (สัญญา),offer  (เสนอ), want  (ต้องการ), hope  (หวัง), plan  (วางแผน), hesitate  (รีรอ, ลังเลใจ), fail   (ล้มเหลว), learn (เรียนรู้), expect  (คาดหวัง), refuse  (ปฏิเสธ), need  (ต้องการ), dare  (กล้า), claim  (อ้าง), agree  (ตกลง), demand  (เรียกร้อง), wish  (ปรารถนา), intend (ตั้งใจ), seem  (ดูเหมือนว่า), resolve  (ตกลงใจ), determine (ตัดสินใจ), decide  (ตัดสินใจ), pretend  (แสร้งทำ), afford  (มีฐานะพอ, สามารถหามาได้), happen  (บังเอิญ), appear  (ดูเหมือนว่า), prove  (พิสูจน์ว่า), ask  (ขอร้อง), beg  (ขอร้อง), choose  (เลือก), manage  (ประสบความสำเร็จ), hurry  (เร่งรีบ), tend  (มักจะชอบ), arrange  (จัดแจง, เตรียมการ), care  (สนใจ), come  (มา)  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • They want to take a rest.

(พวกเขาต้องการพักผ่อน)

  • She expects to arrive there in time.

(เธอคาดหวังว่าจะไปถึงที่นั่นทันเวลา)

  • He pretended not to see me.

(เขาแสร้งทำเป็นไม่เห็นผม)

  • We decided to buy a new home.

(เราตัดสินใจซื้อบ้านใหม่)

  • They decided not to travel abroad this year.

(พวกเขาตัดสินใจไม่เดินทางไปต่างประเทศปีนี้)

  • He came to see me late at night.

(เขามาพบผมเวลากลางคืนตอนดึก)

  • We must learn to work hard and to save money.

(เราจะต้องเรียนรู้เรื่องการทำงานหนักและออมเงิน)

  • She refused to go out with him.

(เธอปฏิเสธที่จะออกไปข้างนอกกับเขา

  • She affords to buy an expensive car.

(เธอมีฐานะพอที่จะซื้อรถยนต์ราคาแพง)

  • They agreed to take a vacation this summer.

(พวกเขาตกลงที่จะเดินทางวันหยุดพักผ่อนหน้าร้อนนี้)

  • We wish to graduate in a few months and to get a job.

(เราปรารถนาที่จะเรียนจบในอีก ๒ – ๓ เดือนข้างหน้าและได้งานทำ)

  • He asked to play a role in the school play.

(เขาขอร้องที่จะแสดงในบทในละครของโรงเรียน)

  • She asked not to attend the meeting next week.

(เธอขอร้องที่จะไม่เข้าประชุมสัปดาห์หน้า)

  • They promised to come and they did come.

(พวกเขาสัญญาว่าจะมา และก็มาจริงๆ)

  • The team failed to win a place in the finals.

(ทีมนั้นไม่สามารถที่จะได้เข้ารอบสุดท้าย)

  • They hoped to meet their parents after separating with them for years.

(พวกเขาหวังจะได้พบกับพ่อแม่หลังจากแยกกับพ่อแม่เป็นเวลาหลายปี)

  • Did you manage to get anything to eat before you came?

(คุณประสบความสำเร็จ (สามารถ) หาอะไรกินก่อนมาที่นี่หรือเปล่า)

  • He promised to do better in the future.

(เขาสัญญาว่าจะทำให้ดีขึ้นในอนาคต)

  • They promise not to come to work late again.

(พวกเขาสัญญาว่าจะไม่มาทำงานสายอีก)

 

9. _____________________________ his poor health, he could not work in a tropical country.

(______________________ สุขภาพที่แย่ของเขา  เขาไม่สามารถทำงานในประเทศในเขตร้อน)

(a) Because    (เพราะว่า)

(b) In spite of    (ทั้งๆที่)

(c) Because of    (เนื่องมาจาก)

(d) As    (เพราะว่า, ในขณะที่)

ตอบ   -   ข้อ  (c)   ดูเพิ่มเติมการใช้“Because of”  และ  “In spite of” จากประโยคข้างล่าง

                                       ตัวอย่างที่ ๑

  • ________________________ her friendly personality, she is admired by all her friends.

(_______________________ บุคลิกที่เป็นมิตรของเธอ  เธอได้รับการยกย่องโดยเพื่อนๆ ทุกคน)

(a) Because    (เพราะว่า)  (ตามด้วยประโยค “Subject + Verb”)

(b) Because of    (เนื่องมาจาก)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(c) In spite of    (ทั้งๆที่)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(d) Although    (ถึงแม้ว่า)  (ตามด้วยประโยค “Subject + Verb”)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “Because of (= Due to = On account of = Owing to)  และ  “In spite of (= Despite = Notwithstanding)  จากประโยคข้างล่าง

  • Because of (= On account of = Owing to = Due to) the heavy rain, we could not go out.

(เนื่องมาจากฝนตกหนัก  เราไม่สามารถออกไปข้างนอก)

  • Because of (= On account of = Owing to = Due to) an accident, the train was delayed for 2 hours.  

(เนื่องมาจากอุบัติเหตุ  รถไฟถูกทำให้ล่าช้าไป ๒ ชั่วโมง)

  • He could not go to university because of (=owing to = on account of = due to) his poverty.  

(เขาไม่สามารถเรียนมหาวิทยาลัย  เนื่องมาจากความยากจน) 

  • He hasn’t been able to get a good job in spite of (= despite = notwithstanding) his having had an expensive education.

(เขาไม่สามารถหางานดีๆทำได้  ทั้งๆที่มีการศึกษาที่แพง)  (ไม่สามารถหางานดีได้  ทั้งๆมีการศึกษาหรือ เสียค่าเรียนราคาแพง)

  • In spite of (= Notwithstanding= Despite) the bad storm John delivered his papers on time.  

(ทั้งๆที่มีพายุเลวร้าย  ทอมก็ยังไปส่งหนังสือพิมพ์ได้ตรงเวลา-  ทอมเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์)

  • In spite of (= Notwithstanding = Despite) all their differences, Mary and Ann remain friends.

(ทั้งๆ ที่แตกต่างกันอย่างมากมายอย่างนั้น  แมรี่และแอนยังคงเป็นเพื่อนกันได้)

  • They went out in spite of (= notwithstanding = despite) the heavy rain.

(พวกเขาออกไปข้างนอกทั้งๆที่ฝนตกหนัก)

 

10. She forgot to __________________________ us ____________________________.

(เธอลืมที่จะ _____________________________________________________ ถึงเรา)

(a) drop ______________ a letter

(b) drop ______________ a line    (เขียนจดหมาย)

(c) drop ______________ by

(d) drop ______________ out

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Drop someone a line   หรือ  a few lines”  =   “เขียนจดหมาย  หรือ โน้ต ถึงผู้นั้น”   Line (s)  ในที่นี้  หมายถึง  “บรรทัดของหนังสือ

 

11. What _______________________________________________ splendid piece of news!

(ช่างเป็น _________________________________________ ชิ้นข่าวที่วิเศษอะไรเช่นนี้ !)

(a) the

(b) an

(c) a

(d) (No article is needed.)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจาก  “Piece”  เป็นคำนามนับได้  เอกพจน์  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างประโยคอุทานแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • _____________________________________ a lot of foreigners there are in London!

(มีนักท่องเที่ยวมากมาย ______________________________________ ที่นี่ในลอนดอน)

(a) How

(b) Why

(c) What    (อะไรเช่นนี้)

(d) (No word is needed.)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   {What + a lot of + Noun +Subject (There is, There are)  + Verb}  เช่น

  • What a lot of people there are in Bangkok ! 

(มีคนมากมายเสียนี่กระไรในกรุงเทพฯ)

                            หรือ  What + A + Adjective + Noun + Subject + Verb  เช่น

  • What a good boy he is !

(เขาช่างเป็นเด็กดีเสียนี่กระไร)

  • What a beautiful house (it is) !

(มันช่างเป็นบ้านที่สวยงามเหลือเกิน)

  • What large buildings (they are) !

(มันช่างเป็นตึกที่ใหญ่อะไรเช่นนี้)

 

12. Today if I finish my shopping early enough, I may go and _________________________.

(วันนี้  ถ้าผมไปช้อปปิ้งเสร็จแต่เนิ่นๆพอ  ผมอาจจะไป  และ __________________________)

(a) to have my hair done

(b) have my hair do

(c) have my hair done   (ทำผม)  (ให้ช่างทำผม)

(d) will have my hair done

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ต้องใช้  “Have”  เพราะถือว่าอยู่หลัง  “May”  เหมือนกับ “Go”  และดูคำอธิบายการใช้  “I have my hair done.”  และตัวอย่างเพิ่มเติม  จากประโยคข้างล่าง

                                    ตัวอย่างที่ 

  • I’m going to the hairdresser’s to ___________________________________________.

(ฉันจะไปที่ร้านทำผมเพื่อ ________________________________________________)

(a) have my hair cut    (ตัดผม)  (หมายถึง  ให้ช่างตัดให้)

(b) cut my hair

(c) have cut my hair

(d) cut me my hair

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากอยู่ในรูป  “Causative use”  (ใครใช้ให้ใครทำอะไร  หรือ  ใครใช้ให้อะไรถูกทำโดยใคร)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                     ตัวอย่างที่ 

  • He had his letter ____________________________________ before he left the office.

(เขาให้จดหมาย __________ ก่อนที่เขาจะออกจากสำนักงาน)  (คือ  เขาสั่งให้ (เลขาฯ) พิมพ์จดหมาย  ก่อนออกจากสำนักงาน)

(a) typing

(b) to be typed

(c) typed    (ถูกพิมพ์)

(d) being typed

(e) to type

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้าง  “Causative use”  {Subject + Have (Get) + กรรม + Verb 3}  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                    ตัวอย่างที่ 

  • Paul worked all night so that he could ________________________________ in time.

(พอลทำงานตลอดทั้งคืน  เพื่อที่ว่าเขาจะได้สามารถ __________________________ ทันเวลา)

(a) get the job done    (ทำงานได้เสร็จ)

(b) get the job to do

(c) got the job done

(d) got the job to do

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ  “Causative use”  คือ  “Subject + Get (Have) + Something + Done + (By someone)”  {ให้อะไรถูกทำ (โดยใคร)}  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                     ตัวอย่างที่ 

  • After the car accident, Jenny decided to __________ by a famous plastic surgeon suggested to her by a close friend.

(หลังจากอุบัติเหตุทางรถยนต์  เจนนี่ตัดสินใจที่จะ __________ โดยศัลยแพทย์พลาสติกที่มีชื่อเสียง  ซึ่งได้รับการแนะนำกับเธอ  โดยเพื่อนที่ใกล้ชิดคนหนึ่ง)

(a) have her nose to reshape

(b) have her nose reshape

(c) have reshaped her nose

(d) have her nose reshaped    (แปลงโฉมจมูกของเธอ)  (โดยให้หมอทำให้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  “Causative use

                                    ตัวอย่างที่ 

  • What would you ___________________________________________ me do for you?

(คุณจะ ___________________________________________ ให้ผมทำอะไรให้คุณครับ)

(a) want

(b) hope

(c) wish

(d) have

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากเป็น  “Causative use”  (ประธานฯ ใช้ให้ใครทำอะไร)  (Subject + Have + Someone + Do + Something)  สำหรับ  “Want”  และ  “Wish” จะต้องใช้โครงสร้างเป็น  “What would you want (wish) me to do?

                                    ตัวอย่างที่ 

  • He had the cook _______________________________________________ some tea.

(เขาใช้ให้พ่อครัว _________________________________________________ น้ำชา)

(a) make     (ชง)

(b) making

(c) made

(d) did

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Subject + Have + Someone + Do + Something

                                   ตัวอย่างที่  

  • Please have the porter __________________________ these boxes up to my room.

(โปรดให้พนักงานแบกของ _____________________ ลังเหล่านี้ขึ้นไปบนห้องของผมด้วย)

(a) to carry

(b) carrying

(c) carried

(d) carry    (ยก, แบก, ถือ)

ตอบ   -   ข้อ  (d)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  “Causative use” {Subject + Have (Has) + Someone + Do + Something}  คือ  {ประธานฯใช้ให้ใครทำอะไร}

                                     ตัวอย่างที่  

  • What would you have me _______________________________________________?

(คุณจะให้ผม _________________________________________________ อะไรครับ)

(a) mend    (ซ่อม)

(b) mending

(c) mended

(d) to mend

ตอบ   -    ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างของ  “Causative use” {Subject + Has (Have) + Someone + Do (Verb 1) + Something} (ประธานใช้ให้ใครทำอะไรบางอย่าง)  โดยแบ่งออกเป็นโครงสร้างแบบ  “Active voice”  และ “Passive voice

                                        สำหรับการใช้โครงสร้าง  “Causative use”  ในแบบ “Active voice”  คือ  “Subject + have + someone + do  (กริยาอะไรก็ได้ช่องที่ ๑) + something”  หรือ  (= Subject + get +  someone + to do  (กริยาอะไรก็ได้  แต่ต้องมี  “To” นำหน้า) + something) (ประธานใช้ให้ใครทำอะไรบางอย่าง)  มีดังนี้ คือ

                               ๑. Subject + Have + Someone + do + Something  (กรรมของ  Verb “Do”)

                              ๒. Subject + Get + Someone + To do + Something  (กรรมของ Verb “Do”)

(ประธาน  +  ใช้ให้  +   ใครบางคน  +   ทำ (กริยาอะไรก็ได้)  +  บางสิ่งบางอย่าง)

                                       ทั้ง  ๒  โครงสร้างข้างบน   ถือว่าอยู่ในรูปของ  “Active voice”  เนื่องจากประธานเป็นผู้ใช้ให้ใครบางคนไปทำอะไรบางอย่าง   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • He had the doctor examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

  • He got the doctor to examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

  • She has her maid wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

  • She gets her maid to wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

  • We had our neighbors clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

  • We got our neighbors to clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

                                       อย่างไรก็ตาม  ถ้าต้องการใช้ในรูป  “Passive voice”  คือ {Subject + Have (Get) + Something + Done + (By someone)} {(ประธาน  ใช้ให้บางสิ่ง  ถูกกระทำ  (กริยาอะไรก็ได้ อยู่ในช่องที่ ๓)  +  (โดยบางคน)}  ในกรณีนี้   ทั้ง  “Have” และ  “Get”  ในโครงสร้างแบบนี้   จะใช้ในรูปประโยคที่เหมือนกันทุกประการ  ดังตัวอย่าง

  • He had his eyes examined (by the doctor).

(ถ้าแปลตรงๆ ตัว คือ  “เขาให้ตาถูกตรวจโดยหมอ” แต่ในภาษาไทยไม่นิยมพูดแบบนี้ โดยนิยมพูดแต่เพียงว่า  “เขาไปตรวจตา”)

  • He got his eyes examined (by the doctor).

(เขาไปตรวจตา)

  • She has her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)

  • She gets her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)

  • We had our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)

  • We got our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)

  • He has his hair cut once a month.

(= He gets his hair cut one a month.)

(เขาตัดผมเดือนละ ๑ ครั้ง – คือไปให้ช่างตัดให้)

  • She has her room cleaned every day.

(= She gets her room cleaned every day.)

(เธอทำความสะอาดห้องทุกวัน – คือให้คนรับใช้ทำให้)

  • We had our car washed once a week last year.

(= We got our car washed once a week last year.)

(เราล้างรถอาทิตย์ละ ๑ ครั้ง เมื่อปีที่แล้ว – คือให้อู่ล้างให้)

 

13. Mary is one of those girls who ____________________________ the value of spare time.

(แมรี่เป็นหนึ่งในบรรดาเด็กหญิงพวกโน้นผู้ซึ่ง ______________________ คุณค่าของเวลาว่าง)

(a) appreciates

(b) appreciate    (ชื่นชอบ, ชื่นชม, นิยมชมชอบ)

(c) are appreciated by    (ได้รับการชื่นชมโดย)

(d) is appreciated by

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ต้องใช้กริยา  “Appreciate”  ตาม  “Girls”  และต้องอยู่ในรูป  “Active voice”  ดูความแตกต่างกับประโยค  “One of the passengers was killed in the accident.”  (ผู้โดยสาร  ๑  คน ตายในอุบัติเหตุ)  จากประโยคข้างล่าง

                                       ตัวอย่างที่ 

  • _______________________________________ was to take down the flag at five p.m.

(______________________________________ คือ นำธงลง (จากเสา) เวลา  ๕  โมงเย็น)

(a) One of his duty

(b) One of duties

(c) One of his duties    (หน้าที่อย่างหนึ่งของเขา)

(d) One of the duty

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง“One of + his (her, my, the) + Noun (Plural) + กริยาเอกพจน์ (is, was)ตาม  “One” + ส่วนขยาย ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • He is _____________________________________________________ on the project.

(เขาเป็น ___________________________________________________ ในโครงการ)

(a) one of young artists

(b) one of young artist

(c) one of the young artists    (หนึ่งในบรรดาศิลปินหนุ่ม)

(d) one of the young artist

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง “One of the + Noun (plural)”  (หนึ่งในบรรดา................)   สำหรับในกรณีที่นำมาขึ้นต้นเป็นประธานของประโยค   ต้องใช้กริยาตาม  “One”  เช่น

  • One of the passengers was killed in the accident.

(ผู้โดยสารคนหนึ่งตายในอุบัติเหตุ)

  • One of the cars was stolen from the parking lot.

(รถคันหนึ่งถูกขโมยไปจากลานจอดรถ)

                                        ในกรณีที่อยู่ในประโยค แต่เป็นส่วนของอนุประโยค  ต้องใช้กริยาให้สอดคล้องกับ  “นามพหูพจน์”  เช่น

  • Jim is one of the passengers who were killed in the accident.

(จิมเป็นผู้โดยสารคนหนึ่งที่ตายในอุบัติเหตุ)

  • Tom is one of the students who are awarded a scholarship.

(ทอมเป็นนักเรียนคนหนึ่งที่ได้รับทุนการศึกษา)

  • She is one of the girls who have been admitted to the university.

(เธอเป็นเด็กหญิงคนหนึ่งที่ได้รับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย)

 

14. I don’t believe that the problem ______________________________________________.

(ผมไม่เชื่อว่า  ปัญหา ___________________________________________________)

(a) to be solved

(b) is being solved    (กำลังถูกแก้ไข, กำลังได้รับการแก้ไข)

(c) being solved

(d) been solved

ตอบ   -   ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นกริยาแท้ของประโยคย่อย (that the problem is being solved)  ซึ่งเป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Believe”  สำหรับ  “is being solved”  อยู่ในรูป  “Present simple tense”  ในแบบ  “Passive voice”  เนื่องจากประธานของประโยคย่อยคือ  “the problem”  ถูกกระทำกริยา  คือ  “กำลังถูกแก้ไข”  สำหรับโครงสร้างในแบบ  “Passive voice” ของ  “Present continuous tense”  คือ  “Subject + Is (Am, Are) + Being + Verb 3

 

15. Harry Porter, ___________________________________________, has now left Bangkok.

(แฮร์รี่  พอร์ตเตอร์, _________________, ตอนนี้ได้ออกจาก (โรงภาพยนตร์ใน) กรุงเทพฯ ไปแล้ว)

(a) we saw six months ago

(b) who we saw six months ago

(c) which we saw six months ago    (ซึ่งเราดูเมื่อ  ๖  เดือนที่แล้ว)

(d) which we saw it six months ago

(e) whom we saw him six months ago

ตอบ   -   ข้อ   (c)  แฮร์รี่  พอร์ตเตอร์  เป็นชื่อภาพยนตร์  (พิจารณาจาก  “ซึ่งเราดู”)  จึงต้องใช้  “Which” ขยาย  และไม่ต้องมี  “It”  อีก  เพราะแทนด้วย   “Which”  แล้ว  (จึงไม่เลือกข้อ  D)

 

16. New York City is _________________________________________________ populated.

(กรุงนิวยอร์คมีประชากรอาศัยอยู่ ___________________________________________)

(a) sparse   (เบาบาง, บางตา, หร็อมแหร็ม, ขาดแคลน)

(b) sparsely   (อย่างเบาบาง, อย่างบางตา)

(c) dense   (แน่น, หนาแน่น, (ผม) หนาทึบ, มีแสงสว่างน้อย)

(d) densely   (อย่างหนาแน่น)

ตอบ   -   ข้อ  (d)  เนื่องจากขยายกริยา  “Populated”  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์  (Adverb)

 

17. Those who violate the rules _________________________________________________.

(บุคคลผู้ซึ่งละเมิด-ฝ่าฝืนกฎระเบียบ _________________________________________)

(a) should meet severe punishment    (ควรพบกับการลงโทษที่รุนแรง)

(b) must be severely punished    (จะต้องถูกลงโทษอย่างรุนแรง)   

(c) must be punished severe

(d) should have punishment    (ควรมีการลงโทษ)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ในประโยคข้างบน  ควรใช้   “Must”  มากกว่า  “Should”  เนื่องจากเป็นการกำชับมิให้ฝ่าฝืนกฎระเบียบ  (จึงตัดข้อ  A  และ  D ทิ้ง)  สำหรับข้อ  (c)  ก็ใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น   “must be punished severely

 

18. _______________________________________ most beginners, he worried about details.

(________________________ ผู้เริ่มต้น (มือใหม่) ส่วนใหญ่  เขาวิตกกังวลเกี่ยวกับรายละเอียด)

(a) As   (ตามที่, ดังที่, ในฐานะ)

(b) Just as   (ตามที่, ดังที่)

(c) Like   (เหมือนกับ, คล้ายกับ, เป็นลักษณะเฉพาะของ)

(d) Even though   (ถึงแม้ว่า)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Like”  เมื่อเป็น   “Preposition”  หมายถึง  “เหมือนกับ, คล้ายกับ”  ต้องตามด้วยคำนาม หรือวลี   (ในข้อนี้  คือ “most beginners”)  ดูเพิ่มเติมการใช้   “Like, As, Just as”  จากประโยคข้างล่าง

                                       ตัวอย่างที่ ๑

  • This car has an engine ____________________________________ one in an airplane.

(รถยนต์คันนี้มีเครื่องยนต์ _________________________________ เครื่องยนต์ในเครื่องบิน)

(a) as    (= ในฐานะ, เป็น  -  เป็น  “Preposition”  ตามด้วยคำนามหรือวลี(= เหมือน, เหมือนกับที่, ตามที่, ดังที่  -  เป็น “Conjunction”  = Just as  ตามด้วยประโยค  “Subject + Verb”)

(b) the same    (เหมือนกัน, อย่างเดียวกัน)

(c) as like as    (โครงสร้างนี้ไม่มีใช้)

(d) like    (เหมือน, คล้าย)  (เป็น  “Preposition”)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “Like  (เหมือน, คล้าย) +  คำนามหรือวลี  ส่วน  “As (ตามที่, ดังที่) + ประโยค”  (As + subject + verb)  สำหรับอีกโครงสร้างหนึ่งที่สามารถใช้ได้สำหรับข้อที่  ๓  คือ  “This car has the same engine as one in an airplane.”  หรือ  “This car’s engine and one in an airplane are the same.  (หรือ  “are alike, are similar”)  ดูเพิ่มเติมการใช้“Like, As, Alike” จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ ๒

  • What is the climate _____________________________________ in your home town?

(อากาศ _________________________________ อย่างไร (เช่นไร) ในเมืองบ้านเกิดของคุณ)

(a) alike

(b) likely

(c) like    (เป็นเหมือน, เหมือน, คล้าย)

(d) (No word is needed.)

ตอบ  -  ข้อ   (c)   ในที่นี้  “Like”  เป็น “Preposition”  หมายถึง  “เป็นเหมือน, เหมือน, คล้าย”   ใช้กับ  “Verb to be”  หรือ  “Look”  (มีลักษณะ, มีท่าทาง)  ต้องตามด้วยคำนาม

                                        ตัวอย่างที่ ๓

  • The sky is cloudy and it looks like _________________________________________.

(ท้องฟ้ามีเมฆมาก  และมันดูเหมือน __________________________________________)

(a) rain    (ฝน)  (เป็นคำนาม)

(b) to rain   (ฝนตก)

(c) rainy   (ซึ่งมีฝนตก)

(d) it will rain

ตอบ   –    ข้อ  (a)  เนื่องจาก  “Like”   ในที่นี้เป็น  “Preposition”  หมายถึง“เหมือน, คล้าย”   ต้องตามด้วยคำนาม    ซึ่งในที่นี้ คือ  “ฝน

                                       ตัวอย่างที่ ๔

  • He became a doctor ___________________________________________ his father.

(เขาเป็นหมอ ________________________________________________ พ่อของเขา)

(a) same as

(b) like   (เหมือน)

(c) such as

(d) as

ตอบ   –   ข้อ   (b)  เนื่องจาก  “Like”  เมื่อหมายถึง  “เหมือน, คล้าย”  จะเป็น  “Preposition”  จึงต้องตามด้วยคำนามหรือวลี   สำหรับข้อนี้อาจตอบได้อีกอย่าง คือ “the same as”ส่วน   “As”  (เหมือนกับ)  ต้องตามด้วย  “Subject + Verb” (ดูความแตกต่างการใช้  “Like”และ “As”  จากประโยคข้างล่าง)

                                        ตัวอย่างที่ ๕

  • “Big Jack,” _________________ people called him, was the son of a railway engineer.

(“บิ๊กแจ๊ก”, ______________________ ผู้คนเรียกขานเขา, เป็นลูกชายของวิศวกรรถไฟ)

(a) like    (เหมือนกับ)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)       

(b) since    (เพราะว่า, ตั้งแต่)   (ตามด้วยประโยค คือ  “Subject + Verb”)  

(c) as    (ตามที่, ดังที่)  (ตามด้วยประโยค คือ  “Subject + Verb”)

(d) for

                                        ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

  • Like the other nations of Eastern Europe, Poland was politically dominated by the Soviet Union during the Cold War.

(เหมือนกับประเทศอื่นๆในยุโรปตะวันออก  โปแลนด์ถูกครอบงำทางการเมืองโดยสหภาพโซเวียต  ในระหว่างสงครามเย็น)

หมายเหตุ  -  ประโยคข้างบนใช้  “Like” เนื่องจาก “Like” (หมายถึง “เหมือน, คล้าย”)   ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี   เช่น  “the other nations” “his father”  “most hard-working people” (คนทำงานหนักส่วนใหญ่)  ส่วน  “as” (หมายถึง “เหมือนกับ”)   ต้องตามด้วยอนุประโยค  (As + Subject + Verb)  เช่น

  • He did as (just as) his father had told him to do.

(เขาทำเหมือนที่พ่อของเขาบอกให้ทำ)

  • She smiled as (just as) her mother did when she was young.

(เธอยิ้มเหมือนที่แม่ของเธอยิ้ม  เมื่อตอนที่ (แม่) เป็นเด็ก)

                                      สำหรับ  “As”  เมื่อเป็น  “Preposition”  มีความหมายว่า  “ในฐานะ หรือ เป็น”  จะต้องตามด้วยคำนามหรือวลี  เช่น

  • She works as a doctor.

(เธอทำงานเป็นหมอ)

  • He is known as a man who keeps his words.

(เขาเป็นที่รู้จักกันในฐานะคนที่รักษาคำพูด)

  • They have been recognized as the men who died for their country.

(พวกเขาได้รับการจดจำในฐานะคนที่ตายเพื่อชาติบ้านเมือง)

  • As a good citizen, everyone has to pay a proper amount of tax each year.

(ในฐานะพลเมืองดี  ทุกคนจำเป็นต้องจ่ายภาษีในจำนวนที่เหมาะสมทุกๆปี)

                                       สำหรับ  “Alike”  เป็นทั้งคำคุณศัพท์และกริยาวิเศษณ์  หมายถึง  “เหมือนกัน, คล้ายกัน, อย่างเดียวกัน”  ดังประโยคข้างล่าง

  • These two things are alike.

(ของ ๒ สิ่งนี้เหมือนกันเลย)

  • Tom and his brother are both alike.

(ทอมและพี่ชายของเขาคล้ายกัน  -  รูปร่างหน้าตาหรือการกระทำ)

  • No two people think or behave alike.

(ไม่มีใคร ๒ คน คิดหรือประพฤติตัวเหมือนกัน)

  • The two sisters are remarkably alike in appearance.

(พี่สาวน้องสาว ๒ คนนั้นคล้ายกันเป็นพิเศษ (อย่างน่าสังเกต) ในด้านรูปร่างหน้าตา-ลักษณะท่าทาง)

  • They did everything alike.

(พวกเขาทำทุกอย่างเหมือนๆกัน)

  • The children are all treated alike.

(เด็กๆได้รับการปฏิบัติเหมือนๆกันทุกคน)

  • The strike is damaging to managers and workers alike.

(การนัดหยุดงานกำลังสร้างความเสียหายให้กับผู้จัดการและคนงานเหมือนๆกัน)

  • The snowstorm affected the southern and northern states alike

 (พายุหิมะมีผลกระทบต่อรัฐทางตอนเหนือและใต้  เหมือนๆกัน)

 

19. The food is _______________________________________________ that I can’t eat it.

(อาหาร _______________________________________ จนกระทั่งผมไม่สามารถกินมัน)

(a) very hot

(b) too hot    (ร้อนเกินไป)

(c) so hot    (ร้อนมาก)

(d) hot enough    (ร้อนพอ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูโครงสร้างวลีในแต่ละข้อจากประโยคข้างล่าง

                                       ตัวอย่างที่ ๑

  • I am _________________________________________ weak to lift this heavy stone.

(ผมอ่อนกำลัง (อ่อนแอ) __________________________________ ที่จะยกหินหนักก้อนนี้)

(a) so

(b) very

(c) too    (เกินไป, มากเกินไป)

(d) quite

ตอบ  -  ข้อ  (c)  สำหรับโครงสร้างที่แตกต่างกัน  แต่มีความหมายเหมือนกันมีดังนี้  คือ

  • I am too weak to lift this heavy stone.
  • I am very (หรือ so, quite) weak and I cannot lift this heavy stone.
  • I am not strong enough to lift this heavy stone.
  • I am so weak that I cannot lift this heavy stone.
  • I am such a weak person that I cannot lift this heavy stone.

(ประโยคทั้ง  ๕  ประโยคข้างบนมีความหมายเหมือนกัน)

                                      ตัวอย่างประโยคอื่นๆ ที่มีโครงสร้างต่างกัน  แต่ความหมายเหมือนกัน เช่น

  • The car is too small for us to get into it.

(รถยนต์คันนั้นเล็กเกินไปสำหรับเราที่จะเข้าไปนั่งได้)

  • The car is very (หรือ so, quite) small and we cannot get into it.
  • The car is not big enough for us to get into it.
  • The car is so small that we cannot get into it.
  • It is so small a car that we cannot get into it.
  • It is such a small car that we cannot get into it.

หมายเหตุ  -  ประโยคทั้งหมดข้างบนมีความหมายเหมือนกัน

 

20. She told me she looked sleepy because ___________ ten hours a day in the hospital was quite tiring.

(เธอบอกผมว่าเธอมีอาการง่วงนอน  เพราะว่า ___________ ๑๐  ชั่วโมงใน   วันในโรงพยาบาล  น่าเหน็ดเหนื่อยมาก)

(a) in working

(b) by working

(c) work

(d) working    (การทำงาน)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นประธานของประโยคย่อย  “Because working ten hours a day in the hospital was quite tiring”  โดยมี   “Ten hours a day in the hospital”  เป็นส่วนขยายประธาน  และมี  “Was”  เป็นกริยา  และ  “Quite tiring”  เป็น  “Complement”  ของ  “Verb to be”  (Was)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  เป็นประธานของประโยค  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • Refrigerating meats __________________________________ the spread of bacteria.

(การแช่เย็นเนื้อ _________________________________ การแพร่กระจายของแบคทีเรีย)

(a) is retarded

(b) retards    (ขัดขวาง, ทำให้ช้า, หน่วงเหนี่ยว)

(c) to retard

(d) retarding

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Refrigerating” (การแช่เย็น)  เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Meats”  ขยายประธาน (เป็นกรรมของประธาน)  และมี  “Retards”  เป็นกริยาของประโยค   ซึ่งต้องเติม  “S”  เนื่องจาก  “Refrigerating”  (Gerund)  ถือเป็นคำนามเอกพจน์  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  เป็นประธานของประโยค  จากประโยคข้างล่าง

  • Swimming is a good exercise.

(= To swim is a good exercise.)

(การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี)

  • Playing badminton is his favorite hobby.

(= To play badminton is his favorite hobby.)

(การเล่นแบดมินตันเป็นงานอดิเรกที่โปรดปรานของเขา)

  • Working in cool weather is pleasure.

(= To work in cool weather is pleasure.)

(การทำงานในอากาศที่เย็นเป็นความรื่นรมย์)

  • Breathing is indispensable to all living things.

(= To breathe is indispensable to all living things.)

(การหายใจเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด)

  • Sleeping is necessary to health.

(= To sleep is necessary to health.)

(การนอนหลับเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ)

  • Walking for three hours makes him tired.

(= To walk for three hours makes him tired.)

(การเดินเป็นเวลา  ๓  ชั่วโมงทำให้เขาเหนื่อย)

  • Fishing in the river gave them much relaxation.

(= To fish in the river gave them much relaxation.)

(การตกปลาในแม่น้ำให้ความผ่อนคลายกับพวกเขาอย่างมาก)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป