หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 496)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each question.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละคำถาม)

 

1. The _____________________________________ of the new building will start next month.

(_________________________________________ อาคารหลังใหม่จะเริ่มต้นเดือนหน้า)

(a) construct    (สร้าง, ก่อสร้าง, ผูกประโยค, ผูกเรื่อง)  (เป็นคำกริยา)  (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “สิ่งปลูกสร้าง,

       ความนึกคิดที่เกิดขึ้น”)

(b) constructive    (เกี่ยวกับการก่อสร้าง, ซึ่งสร้างสรรค์, เกี่ยวกับการตีความ หรืออนุมาน)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) construction    (การก่อสร้าง, สิ่งปลูกสร้าง, วิธีการหรือศิลปะการก่อสร้าง, การผูกประโยคหรือคำ

       (เป็นคำนาม)

(d) constructed

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

2. If your flight is delayed, ______________________________________ me from the airport.

(ถ้าเที่ยวบินของคุณล่าช้า _____________________________________ ผมจากสนามบิน)

(a) calling

(b) will call

(c) call    (โทรฯ มาหา)

(d) called

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เมื่อเป็นประโยคคำสั่ง, ขอร้อง หรือแนะนำ  (เช่นในกรณีข้างบน  แนะนำให้  “โทรฯ มาหาผม”)  ให้ขึ้นต้นด้วย  Verb 1 (Infinitive without to)  เพราะเปรียบเสมือนกับอยู่ตามหลังข้อความ  You should  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • When you need supplies, __________________________ a request with the office manager.

(เมื่อคุณต้องการพัสดุ  (โปรด) ___________________________ คำร้องกับผู้จัดการสำนักงาน)

(a) fill    (บรรจุ, เติมเต็ม, ทำให้เต็ม)

(b) fell    (ตก, ร่วง, หล่น, ล้ม, ลด, ถอย, ตาย, พังลง, เสื่อม, (แสง) ส่อง)  (เป็นกริยาช่องที่ ๒ ของ  “Fall”)

(c) file    (ยื่น, ยื่นคำร้อง, จัดเข้าแฟ้ม, เก็บเอกสาร)  (ในที่นี้ความหมาย = submit)

(d) fallen    (เป็นกริยาช่องที่ ๓ ของ  “Fall”)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ประโยคคำสั่ง หรือขอร้อง หรือแนะนำ (ในที่นี้คือ  “ให้ยื่นคำร้อง”)  ต้องนำหน้าด้วยกริยาช่องที่ ๑  (Verb 1  หรือ  Infinitive without to)  เพราะเปรียบเสมือนกับอยู่ตามหลังข้อความ  You should (file),  ในกรณีเป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)  ต้องนำหน้าด้วย  “Be”  เนื่องจากลดรูปมาจาก  “You should be............”  ดังตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Always ___________________________________________ honest in whatever you do.

(____________________________________ ซื่อสัตย์สุจริตอยู่เสมอในสิ่งใดก็ตามที่คุณทำ)

(a) are

(b) being

(c) be    (จง)

(d) to be

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นประโยคคำสั่ง  และ  “Honest”  เป็นคำคุณศัพท์  โดยลดรูปมาจาก  “You should always be honest    

                                 ตัวอย่างที่ 

  • _____________________________________________ patient, and you will succeed.

(________________________________________ อดทน  และคุณจะประสบความสำเร็จ)

(a) Being

(b) Be    (จง)

(c) To be

(d) Are

ตอบ   –   ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นประโยคคำสั่ง หรือขอร้อง หรือแนะนำ  จึงต้องขึ้นต้นประโยคด้วย  “Infinitive without to”  (Verb 1)  แต่ในกรณีที่สิ่งที่สั่งให้ทำเป็นคำคุณศัพท์  เช่น  “Patient” (อดทน),  “Careful” (ระมัดระวัง),  จะต้องขึ้นต้นประโยคด้วย  “Be”  ทั้งนี้  ประโยคคำสั่ง หรือแนะนำในตัวอย่างที่ ๓  ลดรูปมาจาก  “You should be patient

                                 ตัวอย่างที่ 

  • If you need any help filling out the forms, ___________________ somebody at the front desk.

(ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือใดๆ ในการกรอกแบบฟอร์ม  ให้ ______ ผู้ที่ (นั่ง) อยู่ที่โต๊ะหน้าเคาเตอร์)

(a) to ask

(b) asking

(c) asks

(d) ask    (ถาม)

ตอบ   -    ข้อ  (d)  เนื่องจากในประโยคคำสั่ง หรือขอร้อง หรือแนะนำ  (ในที่นี้ คือ  “ask somebody at the front desk)  ต้องขึ้นต้นด้วยกริยาช่องที่    ที่ไม่มี   “To”  นำหน้า  (Infinitive without to)  เพราะเปรียบเสมือนกับอยู่ตามหลังข้อความ  You should  (แต่ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ)  ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

  • Buy me a newspaper.   

(ซื้อหนังสือพิมพ์ให้ผมฉบับหนึ่งนะ)

  • Go out. 

(ออกไปห่างๆ – ออกไปให้พ้น)

  • Open the window, please. 

(กรุณาเปิดหน้าต่างหน่อยครับ)

  • (Please) come into the room. 

(โปรดเข้ามาในห้อง)

               ในกรณีที่เป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)  ให้ขึ้นต้นประโยคด้วย  “Be”  เสมอ  เช่น

  • Be careful.   (จงระวัง)
  • Be patient.   (อดทนหน่อยนะ)
  • Be thoughtful to other people.   (จงนึกถึงคนอื่นบ้าง)

            อนึ่ง  ถ้าเป็นประโยคที่สั่งหรือขอร้องไม่ให้ทำ  ก็ยังถือเสมือนว่ามี  “You”  เป็นประธานนำหน้าประโยค  ดังนั้น  จึงต้องขึ้นต้น  “ประโยคคำสั่ง-ขอร้อง-แนะนำไม่ให้ทำ” ด้วย  “Don’t”  เสมอ  เช่น

  • Don’t make a loud noise.  

(จงอย่าทำเสียงดัง)

  • Don’t get up late.   

(อย่าตื่นสายนะ)

  • Don’t bother me while I’m working.

(อย่ากวนผมในขณะที่ผมกำลังทำงาน)

              ในกรณีที่เป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)  ให้ขึ้นต้นประโยคด้วย  “Don’t be”  เสมอ  เช่น

  • Don’t be late for class.    

(อย่าเข้าห้องเรียนสายนะ)

  • Don’t be careless while walking across the street.

(จงอย่าประมาทขณะเดินข้ามถนน)

  • Don’t be too serious with your work.

(จงอย่าเอาจริงเอาจังกับงานมากเกินไป)

  • Don’t be thoughtless when you are with friends.

(อย่านึกถึงแต่ตัวเอง  เมื่อคุณอยู่กับเพื่อนๆ)

  • Don’t be too busy with your work.  You need some rest to keep healthy.

(อย่ายุ่งกับงานมากเกินไป  คุณต้องการการพักผ่อนเพื่อให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ)

 

3. Don’t forget ________ your mobile phone on vibration mode before entering the conference room.

(อย่าลืมที่จะ _________________ โทรศัพท์มือถือของคุณให้อยู่ในระบบสั่น  ก่อนเข้าห้องประชุม)

(a) put

(b) putting

(c) to put    (ปรับ)

(d) in putting

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  Forget to put  หมายถึง  “ลืมที่จะปรับ”  ส่วน  Forget putting  หมายถึง  “ลืมการปรับ”  คือ  ได้ปรับฯ ไปแล้ว  แต่ว่าลืมการกระทำสิ่งนั้นไปเสีย  ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทเดียวกับ  “Forget”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Whenever we meet, we stop ______________________________________________.

(เมื่อใดก็ตามที่เราพบกัน  เราจะหยุด _________________________________________)

(a) talking

(b) talk

(c) to talk    (เพื่อที่จะคุยกัน)

(d) to talking

ตอบ  –  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Stop + To + Verb 1”   หมายถึง  “หยุดเพื่อที่จะทำกริยานั้นๆ”  ส่วน  “Stop + Verb + ing”  หมายถึง  “หยุดการกระทำกริยานั้นๆ”  เช่น

  • We stop to have lunch at 11.30 a.m. every day.

(เราหยุด (ทำงาน) เพื่อกินอาหารเที่ยงตอน  ๑๑.๓๐  น. ทุกๆวัน)

  • We stopped having lunch when the fire broke out.

(เราหยุดการกินอาหารเที่ยง  เมื่อเกิดไฟไหม้ขึ้น)

  • They stopped to work until late at night.

(พวกเขาหยุด (กิน, เล่น, พูดคุย) เพื่อทำงานจนกระทั่งดึก)

  • They stopped working and went to a restaurant.

(พวกเขาหยุดการทำงาน   และไปภัตตาคารเพื่อกินอาหาร)

                                 ตัวอย่างที่ 

  • If you badly need him to support you, _____________ him you are a good friend of his son’s.

(ถ้าคุณต้องการให้เขาสนับสนุนคุณจริงๆ ละก็ ________ เขาว่าคุณเป็นเพื่อนที่ดีของลูกชายของเขา)

(a) need not forget to tell

(b) why you forget to tell

(c) don’t forget to tell    (อย่าลืมบอก)

(d) don’t forget telling    (อย่าลืมการบอก)  (คือ บอกไปแล้ว  แต่ลืมว่าเคยบอก)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                                 ตัวอย่างที่  

  • I sent him two cards because I forgot ________________________________ one already.

(ผมส่งการ์ด (แต่งงาน ฯ) ให้เขา ๒ ใบ  เพราะว่าผมลืม __________ ไปแล้ว  ๑  ใบ)  (คือ  ส่งซ้ำไปอีกใบ  รวมเป็นสองใบ)

(a) to send    (ที่จะส่ง)  (คือ  มิได้ส่งเพราะลืม)

(b) to have sent    (รูปนี้ไม่มีใช้กับ กริยา “Forget”)

(c) having sent    (การได้ส่ง  -  ไปแล้ว)

(d) being sent    (การถูกส่ง)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากต้องการบอกว่า  “ลืมการได้เคยส่งการ์ดไปให้แล้ว  ๑  ใบ  จึงส่งไปให้ซ้ำอีกใบหนึ่ง”  โดยเรียกโครงสร้างแบบนี้ว่า  “Perfect participle”  คือ  ต้องการเน้นว่า  “ลืมการได้เคยทำสิ่งนั้นไปแล้ว”  (สำหรับข้อนี้  อาจตอบ  “Forget sending” ก็ได้)  ทั้งนี้  “Forget to send”  (ลืมที่จะส่ง  คือ  มิได้ส่ง)  ส่วน  “Forget sending”  (ลืมการส่ง  -  คือส่งไปแล้ว  แต่ลืมไปว่าเคยได้ส่ง)  หรือ  “Forget having sent”  (ลืมการได้ส่งไปแล้ว)  (ความหมายเหมือนกับ “Forget sending”  แต่ต้องการเน้นว่า  “ลืมการได้เคยทำสิ่งนั้นไปแล้ว”)  ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทที่ตามด้วย  “To + Verb 1”  หรือ  “Verb + ing”  แล้วมีความหมายต่างกัน  จากประโยคข้างล่าง  อย่างไรก็ตาม  โครงสร้าง  “Perfect participle” สามารถใช้ได้เฉพาะกับกริยา  “Forget”  และ  “Remember”  เท่านั้น  ไม่สามารถใช้กับกริยา  “Stop”  และ  “Try”  ได้

                                 ตัวอย่างที่ 

  • I clearly remember ____________ the clock last night, so I have no idea why the alarm failed ____________ off.

(ผมจำได้ชัดเจน __________ นาฬิกาปลุกเมื่อคืนที่แล้ว  ดังนั้น  ผมไม่รู้เลยว่าทำไมสัญญาณปลุกจึงล้มเหลวที่จะ (ไม่สามารถ) __________)  (ตั้งนาฬิกาปลุกไว้แล้ว  แต่สัญญาณไม่ดัง  -  ไม่ปลุก)

(a) to set ___________ to go

(b) having set ___________ going

(c) setting ___________ to go    (การตั้ง ......................... ดังขึ้น)

(d) setting ___________ going

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Remember + Verb + ing”  =  “จำได้ถึงการทำสิ่งนั้น”  (Remember + To + Verb 1  =  จำได้  หรือ ไม่ลืมที่จะทำสิ่งนั้น)  สำหรับ  “Fail”  =   “ล้มเหลว, ไม่สามารถ”  + “To + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมการใช้กริยา  “Remember, Forget, Stop, Try”  จากประโยคข้างล่าง

                                ตัวอย่างที่ 

  • We never forget ____________________________________ our English books to school.

(เราไม่เคยลืม ______________________________ หนังสือภาษาอังกฤษของเรามาที่โรงเรียน)

(a) bring

(b) bringing    (การนำ)

(c) to bring    (ที่จะนำ)

(d) to be brought

ตอบ  -  ข้อ  (c)  

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Bill is very thoughtful to his mother.  He always remembers _____________ to her every week.

(บิลเอาอกเอาใจ (หรือ คิดถึง-นึกถึง) แม่ของตนเป็นอย่างมาก  เขาจำได้เสมอ __________ (จดหมาย) ถึงเธอทุกสัปดาห์)

(a) he writes

(b) to write    (ที่จะเขียน)

(c) writing

(d) written

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “Remember to write”  =  “จำได้ที่จะเขียน”  คือ  “ไม่ลืมที่จะเขียน”  ส่วน  “Remember writing”  =   “จำการเขียนได้”   คือเขียนเมื่อนานมากมาแล้วในอดีต  และยังคงจำได้ว่าเคยเขียน  (ในกรณีของประโยคข้างบน  ต้องการหมายความว่า  “จำได้ที่จะเขียน  หรือ  ไม่ลืมที่จะเขียน”  (Remember to write)  เนื่องจาก  บิลคิดถึงแม่  หรือ  เอาอกเอาใจแม่มาก)  ดูคำกริยาที่ใช้โครงสร้างต่างกัน  แล้วมีความหมายต่างกัน  จากประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Have you ever tried _______________________________________________ snails?

(คุณเคยลอง ___________________________________________ หอยทากหรือเปล่า)

(a) to eat

(b) eating    (กิน)

(c) of eating

(d) eaten

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “Try + Verb + ing” =  “ลอง ...............”   ส่วน  “Try + to + Verb 1” =  “พยายาม...............”  ดูคำกริยาที่ตามด้วย  “Verb + ing”  และ  “To + Verb 1”  แล้วความหมายต่างกัน  จากประโยคข้างล่าง

                                ตัวอย่างที่  

  • Thai people always ______________________________ on their elders on Songkran Day.

(คนไทย ________________________________ ผู้อาวุโส-ผู้มีอายุมากกว่า  ในวันสงกรานต์)

(a) remember calling

(b) remember to call    (จำได้, ระลึกได้ (เสมอ) ที่จะไปเยี่ยมเยียน)

(c) remembered calling

(d) remembered to call

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากข้อนี้เป็นข้อเท็จจริง (Fact)  จึงถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  จึงใช้ในรูป  “Present simple tense”  (Subject + Verb 1)  ดังนั้น  จึงตัดข้อ  (c) และ  (d) ทิ้ง)  สำหรับข้อ  (b)  หมายถึง  “จำได้-ระลึกได้  ที่จะไปเยี่ยมผู้อาวุโส  ในวันสงกรานต์ ทุกๆ ปี”  มิได้ต้องการหมายถึงใน ข้อ  (a)  ที่ว่า   “ระลึกได้ถึงการไปเยี่ยม ฯ” คือ  ไปเยี่ยมมาแล้ว  และยังคงจำเหตุการณ์นั้นได้

                                 ตัวอย่างที่  

  • Seeing the teacher, ________________________________________________ at once.

(เห็นครู ______________________________________________________ ในทันที)

(a) the game was stopped    (เกมถูกหยุด)

(b) they stopped playing the game    (พวกเขาหยุดการเล่นเกม)

(c) the game stopped    (เกมหยุด)

(d) they stopped to play the game    (พวกเขาหยุดเพื่อจะเล่นเกม)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากประธานของประโยค ที่อยู่หลังเครื่องหมายคอมม่า (หลังคำ  “teacher”)  เป็นผู้ทำกริยาที่ขึ้นต้นประโยค (Seeing)  คือ  “เห็น”  ดังนั้น  จึงต้องเป็นสิ่งมีชีวิต  ซึ่งในที่นี้  คือ  “They”  จึงตัดข้อ  (a, c)  ทิ้งไป  และต้องเลือกข้อ  (b)  เนื่อง จากต้องใช้  “Stop playing”  (นักเรียนหยุดการเล่นเกม)  มิใช่ข้อ  (d)  “นักเรียนหยุดเพื่อจะเล่นเกม”  ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทเดียวกับ  “Stop”  จากประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  ๑๐

  • Try __________________________________________________ water to your drink.

(ทดลอง __________________________________________ น้ำเข้ากับเครื่องดื่มของคุณ)

(a) to add

(b) adding    (ผสม)

(c) added

(d) addition    (การผสม-เติม-เพิ่ม-บวก)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “Try”  ในประโยคนี้หมายถึง  “ทดลอง,  ลอง”  จึงต้องตามด้วย “Gerund”(Verb + ing)  แต่ถ้าหมายถึง  “พยายาม”  ต้องตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  ทั้งนี้  การผสมน้ำเข้ากับเครื่องดื่ม  ไม่ต้องใช้ความพยายามแต่อย่างใด

                                 ตัวอย่างที่  ๑๑

  • Don’t forget ___________________________________________________ my letter !

(จงอย่าลืม ______________________________________________ จดหมายของผม)

(a) post

(b) posting    (การส่ง)

(c) to post    (ที่จะส่ง)

(d) posted

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากต้องการบอกว่า  “อย่าลืมส่ง” (คือ ขณะที่พูดยังมิได้ส่ง)  มิใช่  “ลืมการส่ง”   (คือส่งไปแล้ว  และนานมากแล้ว จนลืมว่าเคยทำเช่นนั้น)  ซึ่งในกรณีหลังนี้  ต้องใช้  “Posting

                                 ตัวอย่างที่  ๑๒

  • Have you ever tried ________________________________________ this kind of food?

(คุณเคยลอง ____________________________________________ อาหารชนิดนี้ไหม)

(a) to eat

(b) eating    (กิน)

(c) of

(d) with

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เมื่อ  “Try”  หมายถึง  “ลอง, ลองทำดู”  ในที่นี้  คือ  “ลองกิน”  ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  ส่วนอีกความหมาย  คือ  “พยายาม”  ต้องตามด้วย  “To + Verb 1”  ในประโยคข้างบน  การกินอาหารไม่ต้องใช้ความพยายาม  “Try”   จึงควรมีความหมายว่า  “ทดลอง, ลองทำดู”)

                                 ตัวอย่างที่  ๑๓

  • Please don’t forget _________________________________________ me your address.

(โปรดอย่าลืม ________________________________________ ที่อยู่ของคุณให้ผมด้วย)

(a) send

(b) to send    (ส่ง)

(c) sending

(d) sent

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Forget + To + Verb 1” = “ลืมที่จะ .............”  คือไม่ได้ทำ  เพราะลืม  ส่วน  “Forget + Verb + ing” =  “ลืมการ .............” หมายถึง  ได้กระทำสิ่งหนึ่งลงไปแล้ว  แต่ลืมว่าได้กระทำสิ่งนั้น  ด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง

                                 ตัวอย่างที่  ๑๔

  • As soon as it stops __________________________________________, I shall go home.

(ในทันทีที่หยุด _____________________________________________ ผมจะกลับบ้าน)

(a) rain

(b) the rain

(c) to rain

(d) raining    (ฝนตก)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก   “It stops raining.”  หมายถึง  “ฝนหยุดการตก”  กล่าวคือ  “Stop + Verb + ing”  =  “หยุดการกระทำสิ่งนั้น”  ส่วน  “Stop + To + Verb 1”  =  “หยุดเพื่อที่จะทำสิ่งนั้น”  สำหรับ  "ฝนหยุดเพื่อที่จะตก"  (Stops to rain)  ไม่มีการใช้รูปนี้  เพราะไม่ได้ความหมาย

                                 ตัวอย่างที่  ๑๕

  • While we were walking in the park, she often stopped ___________________ at the flowers.

(ขณะที่เรากำลังเดินไปในสวนสาธารณะ  เธอมักจะหยุด __________________ ที่ดอกไม้อยู่บ่อยๆ)

(a) to look    (เพื่อที่จะมองดู)

(b) looking    (การมองดู)

(c) looked

(d) for looking

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจาก  Stop + To + Verb 1  =  “หยุดเพื่อที่จะทำสิ่งนั้นๆ”  ส่วน  Stop + Verb + ing  =  “หยุดการกระทำสิ่งนั้นๆ

                                ตัวอย่างที่  ๑๖

  • I remember that restaurant; we stopped there ____________________ on our way to Korat. 

(ผมจำภัตตาคารนั้นได้  เราหยุด (แวะ) ที่นั่น _____________________ ในระหว่างทางไปโคราช)

(a) eating    (การกินอาหาร)

(b) ate

(c) to eat    (เพื่อกินอาหาร)

(d) eaten

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “หยุดหรือแวะเพื่อที่จะกินอาหาร  (Stop to eat)

                                  ตัวอย่างที่  ๑๗

  • How did the cat get into the house?  I remember _____________________ it out last night.

(แมวเข้ามาในบ้านได้อย่างไร  ผมจำได้ถึง ________________ มันไปไว้ข้างนอกเมื่อคืนที่ผ่านมา)

(a) put

(b) to put

(c) putting    (การจับ)

(d) putting away

ตอบ  -  ข้อ  (c)  Remember + Verb + ing  =  “จำได้ถึงการกระทำสิ่งนั้นๆ”  คือ  ทำไปแล้วในอดีต  และยังจำได้ว่าทำ  ในข้อนี้  คือ  จำได้ว่าเอาแมวออกไปไว้ข้างนอกแล้ว  เมื่อคืนก่อน  ส่วน  “Remember + To + Verb 1” =  “จำได้ (ไม่ลืม) ที่จะทำสิ่งนั้นๆ

สรุป   -   มีหลักไวยากรณ์ดังนี้   คือ  เราใช้  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  และ  “Gerund” (Verb + ing)  ตามหลังคำกริยา  “Remember, Forget, Try Stop”  แต่มีความหมายต่างกัน  เช่น

  • I remembered to buy him a newspaper.

(ผมจำได้ที่จะซื้อ (ไม่ลืมซื้อ) หนังสือพิมพ์ให้เขา)

  • I remembered buying (= having bought) him a newspaper.

(ผมจำได้ถึงการซื้อหนังสือพิมพ์ให้เขา  –  คือซื้อเมื่อเดือนที่แล้ว  และยังจำได้ว่าซื้อ)

  • She forgot meeting (= having met) me in New York ten years ago.

(เธอลืมการได้พบกับผมในนิวยอร์คเมื่อ  ๑๐  ปีมาแล้ว  –  คือเคยพบกันเมื่อ ๑๐ ปีมาแล้ว  แต่เธอจำไม่ได้แล้วว่าเคยพบ)

  • She forgot to meet me at my office yesterday.

(เธอลืมที่จะมาพบผมที่สำนักงานเมื่อวานนี้ – สรุปคือ  ไม่ได้มาพบเพราะลืม)

  • He tried to swim across the dangerous river.

(เขาพยายามว่ายข้ามแม่น้ำที่มีอันตราย)

  • He tried eating the food his girlfriend cooked for him.

(เขาทดลองกินอาหารที่แฟนปรุงให้เขากิน)

  • They stopped working and went back home.

(พวกเขาหยุดการทำงาน  และกลับบ้าน)

  • They stopped to work until the report was finished.

(พวกเขาหยุด (กิน, เล่น, พูดคุย, ฯลฯ) เพื่อที่จะทำงาน  จนกระทั่งรายงานเสร็จสิ้น)

 

4. __________ the trainees finish the training program, they will receive a certificate of completion.

(_________ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเสร็จสิ้นโครงการฝึกอบรม  พวกเขาจะได้รับประกาศนียบัตรสำเร็จการฝึกอบรม)

(a) Before    (ก่อน)

(b) Although    (แม้ว่า, ถึงแม้ว่า)

(c) Upon    (บน, เหนือ, ในโอกาส, ในเวลา)  (ตามด้วย  Verb + ing  หรือ คำนาม หรือวลี)

(d) Once    (ในทันทีที่, ครั้งหนึ่ง, ครั้งเดียว, หนเดียว, ทีเดียว, แต่ก่อน, เมื่อก่อน, กาลก่อน)

       (ตามด้วยประโยค  คือ  Subject + Verb)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  สำหรับตัวอย่างการใช้คำอื่นๆ  เช่น

  • I’ve never seen that movie before.

(ฉันไม่เคยดูหนังเรื่องนั้นมาก่อน)

  • You should take off your shoes before coming into the room.

(คุณควรถอดรองเท้าก่อนเข้ามาในห้อง)

  • The train had left before we arrived at the station.

(รถไฟได้ออกไปแล้ว  ก่อนเรามาถึงที่สถานี)

  • Before you leave the house, you must turn off the lights.

(ก่อนคุณออกจากบ้าน  คุณจะต้องปิดไฟทุกดวง)

  • Although (though) they were ordered, the brochures and business cards were never printed.

(แม้ว่ามันได้รับการสั่งซื้อ  โบรชัวร์และนามบัตรไม่เคยได้รับการพิมพ์)

  • Although (Though) Kim was wealthy, she was certainly not happy.

(แม้ว่าคิมมั่งคั่งร่ำรวย  เธอไม่ได้มีความสุขอย่างแน่นอน)

  • Although (Though) he studied hard, he failed.

(แม้ว่าเขาขยันเรียน  เขาสอบตก)

  • They went out although (though) it rained heavily.

(พวกเขาออกไปข้างนอก  แม้ว่าฝนตกหนัก)

  • Upon entering the cabin, she sat down.

(ในทันทีที่เข้ามาในกระท่อม  เธอนั่งลง)

  • He lay down upon the grass.

(เขานอนลงบนหญ้า)

  • She was sitting in a rocking-chair with a mangy cat upon her knee.

(เธอกำลังนั่งอยู่ในเก้าอี้โยกกับแมวขี้เรื้อนตัวหนึ่งบนหัวเข่าของเธอ)

  • In this film you can see pictures of a man walking upon the moon.

(ในภาพยนตร์นี้  คุณสามารถเห็นภาพของชายคนหนึ่งเดินอยู่บนดวงจันทร์)

  • He had a furtive look upon his face.

(เขามีลักษณะลึกลับ – มีเล่ห์กระเท่ห์ – บนใบหน้าของเขา)

  • He recalled the attacks upon him.

(เขาระลึกได้ถึงการจู่โจมต่อตัวเขา)

  • All eyes were upon him.

(ดวงตาทุกคู่จับจ้องมาที่เขา)

  • They had particular emphasis upon the duty of pilgrimage.

(พวกเขาเน้นเป็นพิเศษเรื่องหน้าที่ของการแสวงบุญ)

  • Margaret submitted request upon request to the administration.

(มาร์กาเร็ตยื่นคำร้องมากมายหลายครั้งหลายหน – ไปยังฝ่ายบริหาร)

  • We drove through mile upon mile of brick villas and terrace.

(เราขับรถหลายไมล์ผ่านบ้านพักชานเมืองและระเบียง – ดาดฟ้า – ที่ทำด้วยอิฐ)

  • Christmas is almost upon us again.

(เทศกาลคริสต์มาสใกล้เราเข้ามาอีกครั้งหนึ่งแล้ว)

  • Once the sun had set, the air turned cold.

(ในทันทีที่ดวงอาทิตย์ตก  อากาศหนาว)

  • Once inside her apartment, she opened the letter.

(ในทันทีที่เข้ามาในอพาร์ตเมนต์  เธอเปิดจดหมายอ่าน)

  • What would happen to the infant once it was born ?

(อะไรจะเกิดขึ้นกับทารก  ในทันทีที่เขาเกิดมา)

 

5. Some scientists think that aliens are trying to annihilate (อะ-ไน้-ฮิ-เลท) the human race.

(นักวิทยาศาสตร์บางคนคิดว่า  มนุษย์ต่างดาวกำลังพยายามที่จะ  ทำลายล้างโดยสิ้นเชิง-บดขยี้-ชนะอย่างราบคาบ-ทำให้จบสิ้น  เผ่าพันธุ์มนุษย์)

(a) establish    (อิส-แท้บ-ลิช)  (สร้าง, สถาปนา, ก่อตั้ง, ทำให้เกิดขึ้น, ตั้งมั่น, กำหนด, บัญญัติ, พิสูจน์,

       ทำให้เป็นที่ยอมรับ)

(b) devastate    (ทำลายล้าง, ล้างผลาญ, มีชัยท่วมท้น)

(c) rehabilitate    {พักฟื้น, ทำให้สุขภาพกลับคืนสู่ปกติ, กู้ชื่อเสียง, กู้ฐานะ, บูรณะ (ตึก, อาคาร)}

(d) debilitate    (ทำให้อ่อนแอ-อ่อนเพลีย-หมดกำลัง-ทรุดโทรม)

(e) tolerate    (ท้อล-เลอ-เรท)  (อดทน, อดทนต่อความยากลำบาก, สามารถต้านฤทธิ์ยาได้)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

6. A prominent speaker will precede the ceremony of the granting of the diplomas.  

{ผู้พูดที่มีชื่อเสียง-โด่งดัง  จะมาก่อน  (หมายถึง  พูดก่อน  หรือพิธีพูดจะเกิดขึ้นก่อน) พิธีมอบประกาศนียบัตร}

(a) amplify    (ขยายใหญ่ขึ้น, ขยายความ)   

(b) counterfeit    (เค้าน-เทอะ-ฟิต)  (ทำปลอม, ทำเทียม, ของปลอม-เทียม,  ซึ่งปลอมหรือไม่ใช่ของแท้) 

       (เป็นทั้งคำกริยา, นาม และคุณศัพท์)

(c) meditate    (ไตร่ตรอง, ใคร่ครวญ, ทำสมาธิ)

(d) lead; come before    (มาก่อน, นำ; เกิดขึ้นก่อน, มาก่อน)

(e) prepossess    (ครอบงำจิตมาก่อน, หมกมุ่น, มีจิตโน้มเอียง, ไตร่ตรองมาก่อน, ถูกใจแต่แรกเริ่ม)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

7. I tried to speculate about the reasons for their visits to her office.

(ผมพยายามที่จะ  เก็ง-เดา-คาดการณ์  เกี่ยวกับเหตุผลของการมาเยือนของพวกเขาที่ที่ทำงานของเธอ)

(a) specify    (ระบุ, ระบุรายละเอียด, อธิบายอย่างละเอียด, ระบุชื่อ, กำหนด, กำหนดรายละเอียด)

(b) guess    (เกส)  (คาดเดา, ทาย)

(c) state    (กล่าว, พูด)

(d) contemplate    (ใคร่ครวญ, ไตร่ตรอง, ครุ่นคิด, พิจารณาอย่างระมัดระวัง)

(e) bequeath    (บิ-ควี้ธ)  (ยกให้, ยกมรดกให้, ทำพินัยกรรมยกให้)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

8. I can’t believe what you say unless you give me __________________________________.

(ผมไม่สามารถเชื่อในสิ่งที่คุณพูด  ถ้าคุณไม่ให้ _____________________________ แก่ผม)

(a) description    (การอธิบาย, การพรรณนา, คำบรรยาย, ลักษณะ, รูปร่างลักษณะ, ชนิด, ประเภท)

(b) reasoning    (การให้เหตุผล)

(c) proof    (หลักฐาน, การพิสูจน์, พยาน, การทดสอบ, การตรวจปรู๊ฟ)

(d) test    (การทดสอบ, การสอบ)

(e) explanation    (คำอธิบาย, การอธิบาย-ชี้แจง, สิ่งที่อธิบาย-ชี้แจง, ความหมาย)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป