หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 493)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each question.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละคำถาม)

 

1. Employees who ___________ attending the conference can get a discount on travel arrangements.

(พนักงานผู้ซึ่ง _________ กำลังเข้าร่วมการประชุม  สามารถได้รับส่วนลด (ค่าใช้จ่าย) เรื่องการเตรียมการเดินทาง)

(a) have going

(b) are going

(c) will

(d) will be    (จะ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  Future continuous (progressive) tense {Subject + Will (Shall) + Be + Verb + ing}  มีความหมายใกล้เคียงกับ  Future tense  {Subject + Will (Shall) + Verb 1}  แต่อาจต่างกันเล็กน้อย  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • I will be sleeping at 6 a.m. tomorrow morning.

(ผมจะกำลังนอนหลับอยู่ตอน ๖ โมงเช้าวันพรุ่งนี้)

  • I will go to bed when I arrive home tonight.

(ผมจะเข้านอนเมื่อผมกลับถึงบ้านคืนนี้)

  • She will be having her breakfast at this time tomorrow.

(เธอจะกำลังทานอาหารเช้าอยู่ราวเวลานี้ของวันพรุ่งนี้)

  • They will leave in a few minutes.

(พวกเขาจะออกเดินทางในอีกสองสามนาที)

  • The doctor will be operating for another half hour.

(หมอจะกำลังผ่าตัดอยู่อีกครึ่งชั่วโมง – นับจากนี้ไป)

  • The doctor will operate on him next week.

(หมอจะผ่าตัดเขาสัปดาห์หน้า)

  • She will be having her dinner when we arrive at her home tomorrow.

(เธอจะกำลังทานอาหารเย็นอยู่  เมื่อเราไปถึงบ้านเธอวันพรุ่งนี้)

  • We shall go to the United States soon.

(เราจะไปสหรัฐฯ เร็วๆ นี้)

  • John will be watering in the garden when we call on him tomorrow morning.

(จอห์นจะกำลังรดน้ำต้นไม้ในสวน  ในขณะที่เราไปเยี่ยมเขาเช้าวันพรุ่งนี้)

 

2. The next world trade fair will be held in Seattle, the United States _________ April until May, 2022.

(งานแสดงสินค้าโลกครั้งต่อไปจะถูกจัดขึ้นในเมืองซีแอตเติล  สหรัฐฯ _______ เดือนเมษายน  จนกระทั่ง (ถึง) พฤษภาคม  ๒๐๒๒)

(a) in

(b) on

(c) from    (จาก)

(d) by

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นการใช้คำคู่  From …… until  (จาก ........... จนกระทั่ง)  หรือ  From ……..to  (จาก ............. ถึง)  สำหรับคำคู่อื่นๆ  เช่น  “Between…… and” (ระหว่าง.......และ), “Both……and…..” (ทั้ง.........และ.........),  “Either……or…....” (.......หรือ.........คนใดคนหนึ่ง),  “Neither……nor…….” (ไม่ทั้ง.......และ........),  “Not only…… but also……”  (ไม่เพียงแต่........... แต่...........ด้วย)

                  สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “From”  ได้แก่  “Different”  (แตกต่าง)  -  She is very different from her twin sister.  (เธอแตกต่างอย่างมากมาย  จากน้องสาวฝาแฝด),  “Far”  (ไกล)  -  My house is very far from the office.  (บ้านของผมอยู่ไกลจากที่ทำงานมาก), “Free”  (เป็นอิสระ),  “Safe”  (ปลอดภัย)  -  We were not safe from attack, even at night.  (พวกเราไม่ปลอดภัยจากการ (ถูก) โจมตี  แม้แต่เวลากลางคืน),  “Immune”  (ปลอดภัยจาก, ได้รับความคุ้มกันจาก)  -  There were only a few targets that the United States had considered immune from air attack.  (มีเป้าหมายอยู่เพียงสองสามแห่งเท่านั้นที่สหรัฐฯ ได้พิจารณาว่าปลอดภัยจากการโจมตีทางอากาศ),  “Absent”  (ไม่อยู่, ขาดหายไป)  -   Some students are frequently absent from school.  (นักเรียนบางคนขาดเรียนบ่อย),  “Away”  (อยู่ห่าง)  -  Most people don’t like to be away from home for a long time.  (คนส่วนใหญ่ไม่ชอบอยู่ห่างจากบ้านเป็นเวลานานๆ),  “Evident”  (เห็นได้ชัด)  -  Their exact purpose was not evident from my observation.  (วัตถุประสงค์ที่แน่ชัดของพวกเขา  เห็นได้ไม่ชัดเจนจากการสังเกตของผม),  เป็นต้น

                  สำหรับคำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “From”  ได้แก่  “Differ”  (แตกต่าง)  -  Modern cars differ from the early ones in many major ways.  (รถยนต์สมัยใหม่แตกต่างจากรถในยุคแรกๆ ในลักษณะสำคัญๆ หลายประการ),  - Although our looks differ, we are both physically attractive.  (แม้ว่าลักษณะท่าทางภายนอกของเราแตกต่างกัน  เราทั้งสองคนมีเสน่ห์ - ดึงดูดใจคน - ในทางสรีระ),  “Borrow”  (ขอยืม)  -  You can borrow the car from your friend.  (คุณสามารถยืมรถยนต์จากเพื่อนของคุณ),  “Abstain”  (ละเว้น, หลีกเลี่ยง, งดออกเสียง)  -  You should abstain from drinking too much.  (คุณควรหลีกเลี่ยงจากการดื่มมากเกินไป) – He abstained from eating for six days.  (เขาละเว้นการกินอาหารเป็นเวลา ๖ วัน),  “Prevent”  (ขัดขวาง,  ป้องกัน)  -  The rain prevented her from going out.  (ฝนขัดขวางเธอมิให้ออกไปข้างนอก),  “Suffer”  (ป่วยเป็น, ทุกข์ทรมาน, เดือดร้อน)  -  He suffered a great deal from cancer prior to his death.  (เขาทุกข์ทรมานอย่างมากจากมะเร็งก่อนตาย),  “Refrain”  (ละเว้น, หลีกเลี่ยง)  -  We refrained from direct association with the president.  (เราหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์โดยตรงกับท่านประธาน),  “Stop”  (หยุด, ขัดขวาง)  -  The police stopped the robber from moving further.  (ตำรวจขัดขวางนักปล้นมิให้เคลื่อนที่ต่อไป),  “Separate”  (แยก, แยกออก, สกัด) -  He is sensible enough to separate good people from bad ones.  (เขาฉลาดพอที่จะแยกคนดีจากคนเลว),  “Protect”  (ปกป้อง, คุ้มครอง)  -  The soldiers protect the country from the enemies.  (ทหารปกป้องประเทศจากศัตรู),  “Prohibit”  (ห้ามไม่ให้)  -  The club prohibited women from applying for membership.  (สโมสรห้ามผู้หญิงสมัครเป็นสมาชิก),  “Hinder”  (ขัดขวางไม่ให้)  -  Floods and landslides hindered the enemy from attacking the town.  (น้ำท่วมและแผ่นดินถล่มขัดขวางศัตรูมิให้โจมตีเมือง),  “Defend”  (ป้องกัน)  -  The country needs a stronger army to defend itself from the enemy’s invasion.  (ประเทศต้องการกองทัพที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น  เพื่อป้องกันตนเองจากการรุกรานของศัตรู),  “Draw”  (ดึงหรือลากออกมา),  “Recover”  (ฟื้นจาก)  -  I hope you will recover from your illness soon.  (ผมหวังว่าคุณจะฟื้นจากไข้โดยเร็ว),   เป็นต้น

                ส่วนวลีอื่นๆ  ที่ใช้  “From”  ได้แก่  “From time to time”  (เป็นครั้งคราว, เป็นบางโอกาส),  “Live from hand to mouth”  (ดำรงชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำ),  “From the beginning”  (จากเริ่มต้น, จากเริ่มแรก),  “From place to place”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง),  “From one place to another place”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง),  “From the bottom of one’s heart”  (จากก้นบึ้งหัวใจของคนๆนั้น,  ด้วยความจริงใจ),  “From 2 to 4 p.m.”  (จาก  ๒  โมง  ถึง  ๔  โมงเย็น),  “From January to April”  (จากเดือนมกราคม ถึงเมษายน),  “Go from bad to worse”  (เลวร้ายหรือแย่ยิ่งกว่าเดิมที่แย่อยู่แล้ว)  - Jack’s conduct in school has gone from bad to worse.  (ความประพฤติของแจ๊คในโรงเรียนเลวหนักยิ่งกว่าเดิม  ซึ่งก็เลวอยู่แล้ว)  -  Dick’s typing went from bad to  worse when has was tired.  (การพิมพ์ของดิ๊กซึ่งห่วยแตกอยู่แล้ว  กลับห่วยมากขึ้นไปอีก  เมื่อตอนเขามีอาการเหนื่อยล้า),  “From hand to hand”  (จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งและอีกคนหนึ่ง)  -  The box of candy was passed from hand to hand.  (กล่องลูกอมถูกส่งจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง  และอีกคนหนึ่งจนทั่วถึง),  “Fall from grace”  (กลับไปมีนิสัยเลวเหมือนเดิมอีก, ทำสิ่งเลวๆอีกครั้ง)  -  The boy fell from grace when he lied.  (เด็กคนนั้นทำในสิ่งที่ไม่ดี  เมื่อเขาโกหก),  “From pillar to post”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง  หลายๆครั้ง  แบบระเหเร่ร่อน  -  เปรียบเหมือนนกเกาะเสาต้นหนึ่ง  แล้วโผไปอีกต้นหนึ่ง)  -  Jim’s father changed jobs several times a year, and the family was moved from pillar to post  (พ่อของจิมเปลี่ยนงานหลายครั้งในแต่ละปี  และครอบครัวต้องย้ายบ้านหลายครั้งหลายหน),  “From scratch”  (จากศูนย์, จากไม่มีอะไรเลย, จากมือเปล่า)  -  Tom started his business from scratch.  (ทอมเริ่มต้นธุรกิจของเขาจากที่ไม่มีอะไรเลย  -  หรือจากศูนย์),  “From across the world”  (จากทั่วโลก),  “From door to door”  (จากบ้านหนึ่งไปยังอีกบ้านหนึ่ง)  -  She sells face cream from door to door.  (เธอขายครีมทาหน้าจากบ้านหลังหนึ่ง  สู่บ้านอีกหลังหนึ่ง  และอีกหลังหนึ่ง),  “From head to foot”  (จากหัวถึงเท้า,  อย่างพินิจพิเคราะห์, อย่างรอบคอบ)  -  The stranger looked the boy over from head to foot.  (คนแปลกหน้ามองเด็กคนนั้นอย่างรอบคอบ-ระมัดระวัง),  “From end to end”  (ทั่วทั้งบริเวณ)  -  The dog sniffed the yard from end to end in search of a bone  (หมาสูดดมสนามทั่วทั้งบริเวณ  เพื่อค้นหากระดูก), “From top to bottom”  (จากบนถึงล่าง, ทั่วทั้งหมด)  -  This new car has been redesigned from top to bottom.  (รถใหม่คันนี้ถูกเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งคัน),  “From now on” = “นับจากนี้เป็นต้นไป”  -  From now on, all employees must come to work on time.  (นับจากนี้เป็นต้นไป  พนักงานทุกคนจะต้องมาทำงานทันเวลา),  เป็นต้น

 

3. If you are interested in receiving more information, please provide _____________ email address, home address or phone number.

(ถ้าคุณสนใจที่จะได้รับข้อมูลเพิ่มเติม  กรุณาให้ที่อยู่อีเมล, ที่อยู่ทางบ้าน หรือเบอร์โทรฯ __________)

(a) yours    (ของคุณ)  (เป็น  Possessive pronoun)

(b) your    (ของคุณ)  (เป็น  Possessive adjective)

(c) you

(d) you’re

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ขยายหน้าคำนาม  (Email address, home address or phone number)  ต้องใช้  Possessive adjective (His, Her, My, Your, Our, Their, Its)  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

  • This is her car.

(นี่เป็นรถของเธอ)

  • That big house is hers.

(บ้านหลังใหญ่นั้นเป็นของเธอ)

  • My notebook is on the table.

(โน้ตบุ๊คของผมอยู่บนโต๊ะ)

  • The red hat is mine.

(หมวกสีแดงใบนั้นเป็นของผม)

 

4. The Central Bank warned that cutting interest rates is _____________ the solution to the current economic problems.

(ธนาคารกลางเตือนว่าการลดอัตราดอกเบี้ย _________ วิธีแก้ปัญหาของปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน)

(a) no

(b) none

(c) not    (มิใช่)

(d) nothing    ()

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “No, None, Not, Nothing”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Some elephants have two tusks, but others have _______________________________.

(ช้างบางตัวมีงา  ๒  ข้าง (กิ่ง), แต่บางตัว (ตัวอื่นๆ) ______________________________ มี)

(a) no

(b) never one

(c) not some

(d) none    (ไม่)

ตอบ  -  ข้อ  (d)                            

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Pantomime refers to a short drama in which _____________________ words are spoken.

(ละครใบ้เกี่ยวโยงไปถึง (หมายถึง) ละครสั้นซึ่ง _______________ คำพูดถูกพูดออกมา)  (แต่ใช้อากัปกิริยาท่าทางของนักแสดงแทนคำพูด)

(a) never

(b) not

(c) no    (ไม่มี)

(d) none

ตอบ  -  ข้อ  c)     

                                 ตัวอย่างที่ 

  • It was unnecessary for you to have told Lucy anything.  It was ___________ of her business.

(มันไม่จำเป็นเลยสำหรับคุณที่ได้บอกลูซี่ไปแล้วในเรื่องใดๆ  (เพราะ) มัน __________ เรื่องของเธอเลย)  (มันไม่เกี่ยวกับเธอเลย)

(a) all

(b) no

(c) not

(d) none    (มิใช่)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

                                 ตัวอย่างที่ 

  • It’s ______________ surprise to me that he failed the test.  He hardly prepared for his exam.

(มัน ___________ ความประหลาดใจ (สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจ) สำหรับผมที่ว่าเขาสอบตก  เขาแทบจะไม่ได้เตรียมตัวสำหรับการสอบเลย)

(a) none

(b) no    (มิใช่)

(c) any

(d) not

ตอบ  -  ข้อ  (b)                            

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Since Alaska attained statehood in 1959, __________ single party has dominated politics there.

(ตั้งแต่รัฐอลาสก้าได้บรรลุถึงความเป็นรัฐในปี ๑๙๕๙, __________ พรรคการเมืองเดียวโดดๆ ได้ครอบงำการเมืองที่นั่น)  (หมายถึง  ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากที่รัฐนี้  หรืออาจผลัดกันครองเสียงข้างมาก)

(a) none

(b) no    (ไม่มี)

(c) not

(d) never

ตอบ  -  ข้อ  (b)

                                 ตัวอย่างที่ 

  • __________ definite boundary exists between the Earth’s atmosphere and interplanetary space.

(__________ ขอบเขตที่แน่นอนระหว่างบรรยากาศของโลก  และห้วงอวกาศระหว่างดาวเคราะห์)  (คือ  เวิ้งว้างโดยไม่มีขอบเขต  ต่างจากน่านฟ้าหรือน่านน้ำของประเทศต่างๆ ในโลก  ที่มีการกำหนดขอบเขตที่แน่นอน)

(a) Not

(b) No    (ไม่มี)

(c) None

(d) There is no

ตอบ  -   ข้อ  (b)  หรืออาจใช้โครงสร้าง  “There is no definite boundary between the …...…”  ก็ได้

                                  ตัวอย่างที่ 

  • An invertebrate is an animal with _______________________________________ spine.

(สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง  คือสัตว์ที่ ____________________________________ กระดูกสันหลัง)

(a) not

(b) no    (ไม่มี)

(c) none

(d) and no

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ใช้  “No”  นำหน้าคำนาม  (Spine)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Some people take ________________________________________ pride in their work.

(คนบางคน ________________________________________ ความภูมิใจในงานของตน)

(a) none

(b) no    (ไม่มี)

(c) not

(d) nothing

ตอบ  -  ข้อ  (b)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I am very sorry that you have _________________________________ good books to read.

(ผมเสียใจอย่างมากว่า  คุณ ____________________________________ มีหนังสือดีๆ อ่าน)

(a) some

(b) any

(c) no    (ไม่)

(d) a few    (พอมีอยู่บ้าง แม้ไม่มาก)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากดูจากข้อความ  “ผมเสียใจอย่างมาก”  จึงควรบอกว่า  “ไม่มีหนังสือดีๆ อ่าน

                                  ตัวอย่างที่  ๑๐          จงเลือกข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์ จากข้อ (๑) – (๔)

  • Not woman held a presidential cabinet (2) position in the United States (3) until 1933 when Frances Perkins (4) became Secretary of Labor.  

(ไม่มีผู้หญิงดำรงตำแหน่งในคณะรัฐบาลของประธานาธิบดี (หมายถึง ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประธานา

ธิบดี) ในสหรัฐฯ  จนกระทั่งปี  ๑๙๓๓  เมื่อฟรานเซส  เพอร์คินส์  ได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน)

ตอบ  -  ข้อ    แก้เป็น  “No”  เนื่องจาก  “No”  ใช้นำหน้าคำนาม (Woman)  ส่วน  “Not”  มักใช้วางไว้ข้างหน้า  “A, A, The, Any”  ซึ่งขยายหน้าคำนามอีกทีหนึ่ง  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • No city in Laos is as big as Bangkok.

(ไม่มีเมืองใน สปป. ลาว  ใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

  • No other city in Thailand is as big as Bangkok.

(ไม่มีเมืองอื่นใดในประเทศไทยที่ใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

  • We saw no difference between them. 

(=  We did not see any difference in them.)

(เราไม่เห็นความแตกต่างระหว่างพวกเขาเลย)

  • She has no book.

(=  She has not any books.)

(เธอไม่มีหนังสือ)

  • He has not a book.

(=  He does not have a book.)

(เขาไม่มีหนังสือ)

  • They have not any books.

(=  They do not have any books.)

(พวกเขาไม่มีหนังสือเลย)

  • No one man can do it.

(ไม่มีใครสักคนเดียวสามารถทำมันได้)  (ใช้  “No” แสดงการเน้น  จะเป็นเพศหญิงหรือชายก็ได้  เพราะ  “Man”  ในที่นี้ หมายถึง  “บุคคล”)

  • No two men think alike.

(ไม่มีใคร (บุคคล)   คน  ที่คิดเหมือนกัน)  (แสดงการเน้นเหมือนประโยคข้างบน)

หมายเหตุ  -  Not”  อาจจะใช้กับคำนามได้  โดยหมายถึง “ไม่ใช่”  แต่ “No + Noun”  =  ไม่มี  ดังตัวอย่าง

  • You must go to the bank, not the post office.

(คุณต้องไปที่ธนาคารนะ  ไม่ใช่ที่ทำการไปรษณีย์)

  • No post office is close to my home.

(ไม่มีที่ทำการไปรษณีย์อยู่ใกล้บ้านผม)

                  ในกรณี  “No”  เป็น  “Adverb”  มีการใช้ดังนี้  คือ

  • He is no better yet.

(เขาอาการยังไม่ดีขึ้นเลย)

  • There were no fewer than 50 people at the party.

(มีคนไม่น้อยกว่า  ๕๐  คนที่งานเลี้ยง)

  • She went no further than the station.

(เธอไปไม่ไกลกว่าสถานี)  (คือ  ไปแค่สถานี)

                  นอกจากนั้น  เรายังสามารถใช้   “Not”  กับ  “Infinitive with to”  และ  “Gerund” (Verb + ing) ได้  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • He was careless in not crossing the street at a zebra crossing.

(เขาประมาทในการไม่ข้ามถนนตรงทางม้าลาย)

  • You were wrong in not coming to see me last week.

(คุณผิดนะ – หรือ คิดผิดนะ  -  ที่ไม่มาพบผมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

  • She promised not to do it again.

(เธอสัญญาที่จะไม่ทำแบบนั้นอีก)

  • They asked me not to blame them.

(พวกเขาขอร้องไม่ให้ผมตำหนิพวกเขา)

               ในกรณีเป็นการห้ามทำ  ต้องใช้รูป  “No + Verb + ing”  เช่น  “No Swimming” (ห้ามว่ายน้ำ),  “No Fishing” (ห้ามตกปลา),  “No Parking” (ห้ามจอดรถ),  “No Smoking” (ห้ามสูบบุหรี่),   “No entry” (ห้ามเข้า)  เป็นต้น

                  สำหรับตัวอย่างของ  “No” และ  “Not”  ในความหมายต่างๆ  ได้แก่

  • No matter what he says, she does not believe him.

(ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรก็ตาม  เธอก็ไม่ยอมเชื่อเขา)

  • You can’t go in no matter who you are.

(คุณจะเข้ามาข้างในนี้ไม่ได้นะ  ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม)  (หมายถึง จะใหญ่ขนาดไหนก็ตาม  ก็เข้ามาไม่ได้)

  • He has to get the car fixed no matter how much it costs.

(เขาจำเป็นต้องเอารถไปซ่อม  ไม่ว่าจะราคา (ค่าซ่อม) เท่าใดก็ตาม)

  • She no longer loves him. 

(=  She does not love him any longer.)

(เธอไม่รักเขาต่อไปอีกแล้ว)

  • The two men no longer talk to each other.

(ชาย ๒ คนนั้นไม่พูดคุยกันอีกต่อไป  -  คือโกรธกัน)

  • The shore was no longer in sight.

(มองไม่เห็นชายฝั่งอีกต่อไปแล้ว (ไม่อยู่ในสายตา)  -  คือ เรือออกมาไกลมากแล้ว)

  • He could no longer be trusted, and we had to let him go.

(เขาเชื่อถือไม่ได้อีกต่อไป  และเราจำเป็นต้องให้เขาไป  -  คือไล่เขาออก)

  • There was no end to the letters pouring into the post office.

(มีจดหมายหลั่งไหลเข้ามาที่ทำการไปรษณีย์อย่างมากมาย  -  ไม่รู้จบรู้สิ้น)

  • Bob and Dick become close friends, and have no end of fun together.

(บ๊อบและดิ๊กกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน  และสนุกด้วยกันอย่างมากมาย  -  ไม่รู้จบรู้สิ้น)

  • No doubt Susan is the smartest girl in her class.

(ไม่ต้องสงสัยเลย (แน่นอนทีเดียว)  ซูซานเป็นเด็กหญิงที่ฉลาดที่สุดในชั้นเรียนของเธอ)

  • Jim is no doubt one of the best staff in the company.

(จิมเป็นพนักงานที่ดีที่สุดคนหนึ่งของบริษัทอย่างไม่ต้องสงสัยเลย)  (อย่างแน่นอนเลย)

  • There is no saying what will happen.

(ไม่มีทางที่จะพูด (บอก) ได้หรอกว่า  อะไรจะเกิดขึ้น)

  • There is no denying that more difficulty will come.

(ไม่มีทางที่จะปฏิเสธได้ว่า  ความยากลำบากยิ่งขึ้นกำลังจะมาถึง)

  • It is no good (no use) complaining about the weather.

(ไม่มีประโยชน์ใดๆ  ที่จะบ่น-ร้องทุกข์เกี่ยวกับดินฟ้าอากาศ)

  • There is not the book you want in the bookstore.

(ไม่มีหนังสือที่คุณต้องการในร้านขายหนังสือ)

  • There is not any car in the street right now.

(ไม่มีรถอยู่ในถนนเลยในขณะนี้)

  • There is not even a single man on the bus.

(ไม่มีแม้กระทั่งคนเดียวบนรถประจำทาง)

                  สำหรับ  “None”  เป็น  “Pronoun” (= Not one, Not any)  =  “ไม่มีอะไรเลย”  หรือ  “ไม่มีใครเลย”  ดังตัวอย่าง

  • None of her students failed in the examination.

(ลูกศิษย์ของเธอไม่มีใครสอบตกเลย)

  • None of us understood the play.

(ไม่มีพวกเราสักคนที่เข้าใจละครเรื่องนั้น)

  • I want some more coffee but there is none left.

(ผมอยากได้กาแฟอีกหน่อย  แต่ไม่มีเหลือเลย)

  • This created a class of large landowners where none had existed before.

(สิ่งนี้ได้ก่อให้เกิดชนชั้นเจ้าของที่ดินจำนวนมากมาย  ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนเลย)

  • I have answered every single question.  My opponent has answered none.

(ผมได้ตอบคำถามแล้วทุกคำถาม  (แต่)  ฝ่ายตรงข้ามผมไม่ตอบเลย)

  • She showed none of the belligerence and arrogance I had expected.

(เธอมิได้แสดงความมุ่งร้ายและความยโสโอหังใดๆ  ที่ผมได้คาดหวังเอาไว้)

  • None could afford the books or food.

(ไม่มีใครเลยที่มีเงินพอจะซื้อหนังสือ  หรืออาหาร)

  • Most people are kind.  Lots of them very kind.  But none so kind as Stephen.

(คนส่วนใหญ่ใจดี,  หลายคนใจดีมาก  แต่ไม่มีใครใจดีเหมือนสตีเฟน)  (เขาใจดีมากกว่าคนอื่นๆ)

  • Go away.  This is none of your business.

(ไปให้พ้น  นี่ไม่ใช่ธุระของคุณเลย)  (คุณไม่ต้องมายุ่ง)

  • It was none other than Jimmy, who took my bike.

(ไม่มีคนอื่น  นอกจากจิมมี่  ผู้ซึ่งเอารถจักรยานของผมไป)

  • As a doctor he is second to none.

(ในฐานะแพทย์  เขาไม่เป็นสองรองใคร)  (เขาเก่งกว่าคนอื่นๆ)

  • Half a loaf is better than none (หรือ  no bread).

(ขนมปังครึ่งปอนด์ยังดีกว่าไม่มีขนมปังเลย)  (หมายถึง  การได้อะไรมา  หรือทำอะไรแม้จะเพียงส่วนเดียว  ยังดีกว่าไม่ได้เลย  หรือมิได้ทำอะไรเลย)

  • “How many fish did you catch?”  “None (at all).”

(คุณจับปลาได้กี่ตัว)  (ไม่ได้เลยครับ)

                 สำหรับตัวอย่างการใช้  “Nothing”  เช่น

  • She shook the bottle over the glass, but nothing came out.

(เธอเขย่าขวดเหนือถ้วยแก้ว  แต่ไม่มีอะไรออกมา)

  • The man nodded but said nothing.

(ชายคนนั้นพยักหน้า – ผงกศีรษะ – แต่ไม่พูดอะไร)

  • There’s nothing to worry about.

(ไม่มีอะไรต้องกังวล)

  • I had nothing else to do.

(ฉันไม่มีอะไรอื่นต้องทำ)

  • Nothing much was happening here at the time.

(ไม่มีอะไรมากนักเกิดขึ้นที่นี่ในขณะนั้น – เวลานั้น)

  • A fight started over nothing.

(การต่อสู้เริ่มต้นด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง)  (เรื่องขี้หมูขี้หมา  หรือไม่มีสาระอะไรเลย)

  • They sold their land for nothing.

(พวกเขาขายที่ดินไปในราคาต่ำมาก)

  • There is nothing new about this technique.

(ไม่มีอะไรใหม่เกี่ยวกับเทคนิคนี้)

  • If there is nothing wrong, we'll arrive in London early tomorrow.

(ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด  เราจะไปถึงลอนดอนเช้าตรู่วันพรุ่งนี้)

  • He usually drank nothing stronger than beer.

(ปกติแล้ว  เขาไม่ดื่มอะไรที่แรงไปกว่าเบียร์)

  • I didn’t know that Peter was ill.  It’s nothing serious, I hope.

(ฉันไม่รู้ว่าปีเตอร์ป่วย  ฉันหวังว่ามันไม่ร้ายแรงนะ)

  • There’s nothing more satisfying than a good laugh.

(ไม่มีอะไรให้ความพอใจ – หรือแก้ปัญหา – ได้มากไปกว่าการหัวเราะอย่างต็มที่)

  • Personally, I can think of nothing more terrible.

(โดยส่วนตัวแล้ว  ฉันนึกไม่ออกถึงเรื่องที่น่ากลัว – เลวร้าย – ไปกว่านี้อีกแล้ว)

  • There’s nothing so embarrassing as when things go wrong.

(ไม่มีอะไรน่ากระดากอาย – กระอักกระอ่วนใจ – เท่ากับเมื่อสิ่งต่างๆ ดำเนินไปอย่างผิดพลาด)

  • I hate you.  You’re disgusting.  You’re nothing.

(ฉันเกลียดคุณ  คุณมันน่าขยะแขยง  คุณไม่มีค่าอะไรเลย)

  • This man is a petty criminal!  He’s nothing compared to most people we go after.

(ผู้ชายคนนี้เป็นอาชญากรกระจอกงอกง่อย  เขาไม่มีค่า (ความสำคัญ) อะไรเลย  เมื่อเทียบกับอาชญากรส่วนใหญ่ที่เรา (ตำรวจ) กำลังไล่ล่า)

  • He meant nothing to her now.

(เขาไม่มีความหมายไม่มีค่า – อะไรสำหรับเธอเลยในขณะนี้)  (เธอไม่สนใจเขาเลย)

  • Suspension means nothing to us.

(การพักงาน – การถูกเข้ากรุ – ไม่มีความหมายสำหรับเรา)  (เราไม่สนใจเรื่องนี้)

  • Of course, in those days time was nothing.  Now it’s everything.

(แน่ละ  ในอดีตโน้น  เราไม่สนใจเรื่องเวลา  (แต่) ในปัจจุบัน  มันเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง)  (เวลามีค่าสำหรับเรามาก)

 

5. She was just beginning to recuperate from her illness.

(เธอเพิ่งจะเริ่มต้น  ฟื้นคืน-กลับมีสภาพหรือกำลังเหมือนเดิม-พักฟื้น-ทำให้ฟื้นคืน (สุขภาพ, กำลัง, แรง, ฐานะทางเศรษฐกิจ)-กู้-เอาคืน  จากความเจ็บป่วย)

(a) avoid    (หลีกเลี่ยง)

(b) endure    (ทน, ทนทาน, อดทน, อดกลั้น)

(c) recover    (คืนสภาพ, กลับคืนอย่างเดิม, ทำให้คืนสภาพหรือกลับอย่างเดิม, เอากลับคืน, กู้,

       ค้นพบใหม่)

(d) infect    (ทำให้ติดเชื้อ-ติดโรค, ทำให้เปื้อน-มัวหมอง, มีผลต่อความรู้สึกหรือการกระทำ)

(e) chat    (พูดคุย, พูดคุยอย่างกันเอง)

ตอบ  -   ข้อ  (c)

 

6. A sudden fire caused panic (แพ้น-นิค) among residents of the apartment.  

(ไฟไหม้อย่างฉับพลันทันใด  ก่อให้เกิด  ความตกใจกลัว-ความอกสั่นขวัญหาย  ในบรรดาผู้อยู่อาศัยในอพาร์ตเมนต์) 

(a) amusement    (ความสนุกขบขัน, มหรสพ, ความอภิรมย์, เครื่องหย่อนใจ)

(b) amazement    (ความทึ่ง, ความประหลาดใจ)

(c) terror    (ความหวาดกลัว, ความน่ากลัว, ความสยองขวัญ)

(d) conflict    (ความขัดแย้ง)

(e) pinnacle    (พิ-นะ-เคิ่ล)  (ยอดเขา, ยอดแหลมสุดของอาคาร, จุดสูงสุดของอำนาจ-ชื่อเสียง-ความสำเร็จ ฯลฯ)

ตอบ  -   ข้อ  (c)

 

7. A saw and a hammer are indispensable equipment for all carpenters.

(เลื่อยและค้อนเป็นอุปกรณ์ที่  จำเป็นยิ่ง-จะขาดเสียมิได้  สำหรับช่างไม้ทุกคน)

(a) appropriate    (เหมาะสม)

(b) essential    (เอส-เซ้น-เชิ่ล)  (จำเป็นที่สุด, ซึ่งขาดเสียมิได้, เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ, เป็นปัจจัย,

       เป็นพื้นฐาน)

(c) convenient    (สะดวก, เหมาะสม, ใกล้มือ)

(d) inadequate    (ไม่เพียงพอ, ขาดแคลน)

(e) elegant    (เอ๊ล-ลิ-เกิ้นท)  (งดงาม, สวยงาม, เก๋, สละสลวย, เรียบร้อย, ดีเลิศ)

ตอบ  -   ข้อ  (b)

 

8. It is getting quite late.  You _______________________________________ go home now.

(มันสายมากแล้ว  คุณ _______________________________________ กลับบ้านได้แล้ว)

(a) would better

(b) would rather    (อยากจะ)

(c) had better    (ควรจะ)

(d) should better

ตอบ  –  ข้อ  (c)  เพราะได้ความหมายดีที่สุด

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป