หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 492)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each question.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละคำถาม)

 

1. The operator ______________________________ Mr. Smith if she knew where to reach him.

(พนักงานรับโทรศัพท์ ______________________ มิสเตอร์สมิธ  ถ้าเธอรู้ว่าจะติดต่อเขาได้ที่ไหน)

(a) will call    (จะโทรฯ ไปหา)  (ในอนาคต)

(b) had called   

(c) called   

(d) would call    (จะโทรฯ ไปหา)  (ในขณะนี้)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากประโยคนี้เป็นประโยค  “If clause”  แบบที่  ๒  “Present unreal” (ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน  แม้จะมีรูปเป็นอดีต)  คือ  “ประโยคเงื่อนไขในปัจจุบันที่ไม่เป็นความจริง  หรือในบางกรณีเกิดขึ้นได้ยาก”  กล่าวคือ  “โอเปอร์เรเตอร์จะโทรไปหามิสเตอร์สมิธ (ในขณะนี้หรืออนาคต)  ถ้าเธอรู้ว่าจะติดต่อเขาได้ที่ไหน”  แต่ในความเป็นจริงคือ  “เธอไม่ได้โทรฯ ไปหาสมิธ (ในขณะนี้)  เพราะเธอไม่รู้ว่าจะติดต่อเขาได้ที่ไหน”  ประโยคเงื่อนไข  “If clause  แบบที่  ”  (Present unreal)  ในประโยคใหญ่  (Main clause)  จะใช้รูป  “Subject + Would + (Not) + Verb ช่องที่ 1 + ส่วนขยาย  เช่น  She would call him (เธอจะโทรฯ ไปหาเขา),  ส่วนในประโยคย่อย  หรืออนุประโยค  (Subordinate clause  หรือ  If clauseจะใช้รูป  “ If + Subject + Verb ช่องที่ 2 + ส่วนขยาย  เช่น  If she knew his phone number  (ถ้าเธอรู้เบอร์โทรฯ ของเขา(แต่เธอไม่ได้โทรฯ ไปหาเขา – ในขณะนี้ –  เพราะเธอไม่รู้เบอร์โทรฯ ของเขา)  และในกรณีมี  “Verb to be”  ให้ใช้  “Were”  กับประธานทุกตัว  (He, She, It, I, We, You, They)  เช่น  If I were you  (ถ้าผมเป็นคุณ),  If she were a bird  (ถ้าเธอเป็นนก),  If he were a millionaire  (ถ้าเขาเป็นเศรษฐี)

                 สำหรับการใช้  “If clause”  แบบที่    นี้  มักใช้เมื่อ  (๑) เหตุการณ์ไม่เกิด ขึ้นจริง  หรือในบางกรณีเป็นไปไม่ได้  ในปัจจุบัน  ดังประโยคข้างบน  (เหตุการณ์ไม่เกิดขึ้นจริง)  กล่าวคือ  โอเปอร์เรตอร์ไม่ได้โทรฯ ไปหาสมิธ (ในขณะนี้)  เพราะเธอไม่รู้ว่าจะติดต่อเขาได้ที่ไหน,  หรือไม่ก็  (๒)  ผู้พูดมีความเชื่อว่าข้อความที่พูดออกมามีโอกาสเกิดขึ้นได้ยาก  ดูเพิ่มเติม  “If clause”  แบบที่  ๒ จากตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  ๑

  • If our ship ___________________ fewer passengers, the crew would not have to share rooms.

(ถ้าเรือของเรา ___________ ผู้โดยสารน้อยลง – กว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ – ลูกเรือคงไม่จำเป็นต้องแชร์ห้องกัน)  (คือ อยู่ห้องเดียวกันหลายๆ คน)

(a) have

(b) had    (มี)

(c) will have

(d) would have

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากประโยคนี้เป็นประโยค  “If clause”  แบบที่  ๒  “Present unreal” (ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน  แม้จะมีรูปเป็นอดีต)  คือ  “ประโยคเงื่อนไขในปัจจุบันที่ไม่เป็นความจริง  หรือในบางกรณีเกิดขึ้นได้ยาก”  กล่าวคือ  “ถ้าในปัจจุบัน  เรือมีผู้โดยสารน้อยกว่าที่เป็นอยู่  ลูกเรือก็คงไม่จำเป็นต้องแชร์ห้องกัน”  แต่ในความเป็นจริงคือ  “เรือมีผู้โดยสารมาก  ลูกเรือเลยต้องแชร์ห้องกัน”  ประโยคเงื่อนไข  “If clause  แบบที่  (Present unreal)  ในประโยคใหญ่ (Main clause)  จะใช้รูป  “Subject + Would + (Not) + Verb ช่องที่ 1 + ส่วนขยาย  เช่น  She would pass the test  (เธอจะสอบผ่าน),  ส่วนในประโยคย่อย หรืออนุประโยค (Subordinate clause  หรือ  If clauseจะใช้รูป  “ If + Subject + Verb ช่องที่ 2 + ส่วนขยาย  เช่น  If she studied hard enough  (ถ้าเธอขยันเรียนมากพอ) (แต่ผู้พูดเชื่อว่า  เธอจะสอบตก  เพราะเธอไม่ขยันมากพอ)  และในกรณีมี  “Verb to be”  ให้ใช้  “Were”  กับประธานทุกตัว  (He, She, It, I, We, You, They)  เช่น  If I were in your position  (ถ้าผมอยู่ในสถานะของคุณ),  If she were a princess  (ถ้าเธอเป็นเจ้าหญิง),  If he were a king  (ถ้าเขาเป็นพระราชา)

                                  ตัวอย่างที่  ๒

  • If you lived closer to the office, you _____________________ trouble getting to work on time.

(ถ้าคุณอาศัยอยู่ใกล้กับสำนักงานมากกว่านี้  คุณ ________________ ปัญหาเรื่องไปทำงานทันเวลา)

(a) don’t have

(b)  didn’t have

(c)  won’t have

(d) wouldn’t have    (จะไม่มี)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากประโยคนี้เป็นประโยค  “If clause”  แบบที่  ๒  “Present unreal”  (ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน)  คือ  “ประโยคเงื่อนไขในปัจจุบันที่ไม่เป็นความจริง”  กล่าวคือ  “ถ้าในปัจจุบัน  คุณอาศัยอยู่ใกล้ออฟฟิศมากกว่านี้  คุณก็จะไม่มีปัญหาเรื่องการมาทำงานสาย”  แต่ในความเป็นจริง คือ  “บ้านคุณอยู่ไกลจากออฟฟิศมาก  คุณก็เลยมาทำงานสายบ่อย”  

                                  ตัวอย่างที่  

  • If I _________________________________ you, I would think twice before taking the job.

(ถ้าผม ___________________________ คุณ  ผมจะพิจารณาอย่างรอบคอบ  ก่อนรับงานมาทำ)

(a) was

(b) were    (เป็น)

(c) should be    (ควรจะ)

(d) might be    (อาจจะ)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่ ๒  “Present unreal”  เป็นการสมมติในปัจจุบัน  ที่ไม่เป็นความจริง  หรือเป็นไปไม่ได้  กล่าวคือ  ผมจะเป็นคุณไปไม่ได้,  ในกรณี  If clause  มี  “Verb to be”  ให้ใช้  “Were”  กับประธานทุกตัว  (He, She, It, I, We, You, They)  เช่น  If I were your husband  (ถ้าผมเป็นสามีของคุณ),  If she were a bird  (ถ้าเธอเป็นนก),  If he were a millionaire  (ถ้าเขาเป็นเศรษฐี)

                                ตัวอย่างที่  

  • If I ______________________________________________ you, I should leave quickly.

(ถ้าฉัน __________________________________ คุณ  ฉันจะจากไป (ออกไป) อย่างรวดเร็ว)

(a) was

(b) am

(c) were    (เป็น)

(d) like

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่ ๒  “Present unreal”  เป็นการสมมติในปัจจุบัน  ที่ไม่เป็นความจริง  หรือเป็นไปไม่ได้  กล่าวคือ  ฉันจะเป็นคุณไปไม่ได้  ในกรณี  If clause  มี  “Verb to be”  ให้ใช้  “Were”  กับประธานทุกตัว  (He, She, It, I, We, You, They)  เช่น  If I were still young  (ถ้าผมยังเป็นวัยรุ่นอยู่),  If she were my wife  (ถ้าเธอเป็นภรรยาของผม),  If he were a doctor  (ถ้าเขาเป็นหมอ)

                                  ตัวอย่างที่  

  • This test is in English.  If it were in Thai, I ________________________________ it at all.  

(แบบทดสอบนี้เป็นภาษาอังกฤษ  ถ้ามันเป็นภาษาไทย  ฉัน ________________________ มันเลย)

(a) shall not mind

(b) am not minding

(c) would not mind    (จะไม่รังเกียจ)

(d) would not be minded

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่  ๒  “Present unreal”  คือการสมมติที่ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน  กล่าวคือ  การทดสอบเป็นภาษาอังกฤษ  ฉันเลยรังเกียจมัน   

                    สำหรับใน  “If clause”  ที่มีกริยา  “Were”  เราสามารถใช้โครงสร้าง  “ผกผัน”  (Inversion)  คือเอา  “Were”  มาไว้ข้างหน้าประโยคแทน  “If”  ได้  ดังประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • _____________________________________ I in your position, I would accept his offer.

(ถ้าผม _____________________________ ในสถานะของคุณ  ผมจะยอมรับข้อเสนอของเขา)

(a) If

(b) Am

(c) Were    (อยู่)

(d) When

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่ ๒  “Present unreal”  เป็นการสมมติในปัจจุบัน  ที่ไม่เป็นความจริง  กล่าวคือ  ผมมิได้อยู่ในสถานะของคุณ

                    สำหรับตัวอย่างอื่นๆ ของ  “If clause  แบบที่  (Present unreal)  ดูจากประโยคข้างล่าง

  • If you came to the party today  (หรือ  tomorrow), you would meet my wife.

(ถ้าคุณมางานเลี้ยงวันนี้ – หรือพรุ่งนี้ – คุณก็จะได้พบภรรยาผม)   

                   ในประโยคข้างบน  ผู้พูดค่อนข้างจะเชื่อว่า  “คุณคงจะไม่มาหรอก  และคุณก็จะไม่ได้พบภรรยาผม”  แต่ถ้าผู้พูดมั่นใจว่า  “คุณ”  คงมางานเลี้ยงแน่  และคงได้พบภรรยาผมแน่  ผู้พูดก็จะพูดในรูป  “If clause  แบบที่ 1”  คือ  “If + Subject + Verb 1 + ส่วนขยาย, Subject + Will + Verb 1 + ส่วนขยาย”  คือ

  • If you come to the party today, you will meet my wife.

(ถ้าคุณมางานเลี้ยงวันนี้  คุณก็จะได้พบภรรยาผม)  (ผู้พูดมั่นใจว่า  “คุณ” จะมางานเลี้ยงแน่ๆ  และก็จะได้พบภรรยาผมแน่)    

                   ตัวอย่างอื่นๆ ของ  “If clause” แบบที่    เช่น

  • If I were a poor student, I would not go on holiday as often as I would.

(ถ้าผมเป็นเด็กนักเรียนยากจน (ในขณะนี้)  ผมก็คงจะไม่ไปเที่ยววันหยุดพักผ่อนบ่อยเหมือนกับที่ผมทำอยู่)  (แต่เนื่องจากผมไม่ได้เป็นนักเรียนยากจน  ผมเลยไปเที่ยววันหยุดบ่อยๆ)

  • If I were you, I would not let him say such things.

(ถ้าผมเป็นคุณ (ในขณะนี้)  ผมจะไม่ปล่อยให้เขาพูดเช่นนั้น)   (แต่ว่าผมไม่ได้เป็นคุณ)

  • If you met the Queen, how would you address her?

(ถ้าคุณพบราชินี (ในตอนนี้)  คุณจะพูดกับพระองค์อย่างไร)  (แต่ผู้พูดคิดว่า  มีโอกาสน้อยมากที่คุณจะได้พบกับราชินี)

  • If she were a princess, she would be very happy.

(ถ้าเธอเป็นเจ้าหญิง (ในขณะนี้)  เธอคงจะมีความสุขมาก)  (แต่เธอมิได้เป็นเจ้าหญิง – เป็นเรื่องสมมติที่เป็นไปไม่ได้ - เธอเลยไม่มีความสุข)

  • If I were a bird, I would fly to the moon.

(ถ้าผมเป็นนก (ในตอนนี้)  ผมจะบินไปดวงจันทร์)  (เป็นเรื่องสมมติที่เป็นไปไม่ได้  ผมก็เลยไม่ได้บินไปดวงจันทร์)

  • If you ever met the Queen, what would you do?

(ถ้าคุณพบกับราชินี  คุณจะทำอย่างไร)  (ผู้พูดเชื่อว่า  คุณคงไม่มีโอกาสได้พบหรอก  หรือยากเต็มที)

  • I could not possibly go there unless my parents gave me some money.  (Unless  =  if …………not)

(ผมคงไม่สามารถไปที่นั่นได้ (ในขณะนี้ หรือ อนาคต)  ถ้าพ่อแม่ไม่ให้เงินผม)  (แต่ผมก็ไปได้  เพราะพ่อแม่ให้เงิน)

  • Can you come?  I would if I could but I can’t.  

(คุณมาได้ไหมล่ะ  ผมจะมาถ้าผมสามารถทำได้ (ในปัจจุบัน)  แต่ผมก็ไม่สามารถมาได้)  (ผู้พูดสมมติเหตุการณ์ที่เป็นไปไม่ได้  หรือมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก  ที่เขาจะมาได้)

                    สำหรับการใช้รูป  “ผกผัน” (Inversion)  ในกรณีมี “Were” ใน  “If clause  ดูจากตัวอย่างข้างล่าง

  • Were he to leave today, he would be there by Friday.

(= If he were to leave today, he would be there by Friday.)

(ถ้าเขาตั้งใจออกเดินทางวันนี้ (เป็นการสมมติเหตุการณ์ปัจจุบัน)  เขาคงไปถึงที่นั่นราววันศุกร์)   (แต่เป็นไปได้ยากมาก  หรือเป็นไปไม่ได้เลย  ที่เขาจะออกเดินทางวันนี้)

  • Were it less expensive, we would buy it.

(=  If it were less expensive, we would buy it.)

(ถ้ามันราคาแพงน้อยกว่านี้ (ในขณะนี้ หรือ ในอนาคต)  เราจะซื้อมัน)   (แต่เนื่องจากมันราคาแพง  เราเลยไม่ซื้อ)

  • Were I you, I would not let him say such things.

(=  If I were you, I would not let him say such things.)

(ถ้าผมเป็นคุณ (ในขณะนี้)  ผมจะไม่ปล่อยให้เขาพูดเช่นนั้น)  (แต่เพราะว่าผมไม่ได้เป็นคุณ  ผมเลยไม่ได้ห้ามเขาพูดเช่นนั้น)

  • I would not go to school every day were I a poor student.

(=  I would not go to school every day if I were a poor student.)

(ผมจะไม่ไปโรงเรียนทุกวัน  ถ้าผมเป็นนักเรียนยากจน  -  ในปัจจุบัน)  (แต่ผมไปโรงเรียนทุกวัน  เพราะผมไม่ได้เป็นนักเรียนยากจน)

 

2. The use of recording devices is strictly _______________ in the auditorium and violators will be prosecuted to the full extent of the law.

(การใช้อุปกรณ์บันทึกเสียงถูก ___________ อย่างเข้มงวดกวดขันในห้องประชุม  และผู้ฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด)

(a) permitted    (อนุญาต)

(b) enforced    (บังคับใช้, บังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย, ใช้กำลังบังคับ, ทำให้ปฏิบัติตาม)

(c) prohibited    (โพร-ฮิ้บ-บิท)  (ห้าม, ป้องกัน, ขัดขวาง)

(d) prohibiting

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ต้องใช้กริยาช่องที่ ๓  (Prohibited)  เนื่องจากการใช้อุปกรณ์ฯ ถูกกระทำ คือ “ถูกห้าม”  (Passive voice)

 

3. Everyone must pass ____________________________________________ sooner or later.

(ทุกคนจะต้อง ________________________________________________ ไม่ช้าก็เร็ว)

(a) off

(b) away    (“Pass away”  =  ตาย)

(c) on    (“Pass on”  =  ส่งต่อๆกันไป)

(d) in

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

4. If _______________ enough interest, the proposed flexible work schedule will be implemented.

(ถ้า _____________ ความสนใจพอ  กำหนดเวลาทำงานแบบยืดหยุ่นที่ถูกเสนอ  จะได้รับการปฏิบัติ)  (คือ  เอามาใช้จริงๆ)

(a) there be

(b) there will be

(c) there are

(d) there is    (มี)

ตอบ  –  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่    กล่าวคือ ใน  “If clause” ใช้รูป  “Present simple tense”  (If + Subject + Verb 1 + ส่วนขยาย)  ส่วนใน  “Main clause”  ใช้รูป  “Future tense”  (Subject + Will (Shall) + Verb 1 + ส่วนขยาย)  ดูเพิ่มเติม  “If clause”  แบบที่ จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  ๑

  • If this report is sent by overnight delivery, it __________________ Milan by noon tomorrow.

(ถ้ารายงานนี้ถูกส่งโดยการส่งเวลากลางคืน  มัน ___________________ มิลานตอนบ่ายวันพรุ่งนี้)

(a) reaches    (ไปถึง)

(b) will reach    (จะไปถึง)

(c) is reaching    (กำลังไปถึง)

(d) has reached    (ได้ไปถึงแล้ว)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่ ๑  (If + Subject + Verb 1 + ส่วนขยาย,  Subject + Will (Shall) + Verb 1 + ส่วนขยาย)  คือ  ผู้พูดมีความมั่นใจว่า  ถ้าเหตุการณ์ในประโยคย่อย  (If clause)  เกิดขึ้นจริง  เหตุการณ์ในประโยคใหญ่  (Main clause)  ก็จะเกิดขึ้นตามไปด้วย  (ถ้ารายงานนี้ถูกส่งโดยการส่ง (ทางไปรษณีย์) เวลากลางคืน  มันจะไปถึงมิลานตอนบ่ายวันพรุ่งนี้)  ทั้งนี้  กริยาในประโยคใหญ่มักเป็น  “Will (Shall) + Verb 1”  ดูเพิ่มเติม  “If clause”  แบบนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

  • If the waiter cannot handle your request, the captain will assist you.

(ถ้าพนักงานบริการไม่สามารถจัดการกับคำร้องขอของคุณได้  กัปตันเรือจะช่วยเหลือคุณ)

  • If the customer is not satisfied, please have him call the manager.

(ถ้าลูกค้าไม่พอใจ  กรุณาให้เขาโทรศัพท์ไปที่ผู้จัดการ)

(ในกรณีประโยคใหญ่เป็นคำสั่งหรือขอร้องให้ทำเช่นนั้นเช่นนี้  ดังเช่นประโยคข้างบน  ให้ขึ้นต้นประโยคใหญ่ด้วยคำกริยาช่องที่ ๑ (Verb 1)  โดยอาจมี  “Please”  นำหน้า)

  • If Ms. Sylvia leaves at 2:00, she will arrive at the station on time.

(ถ้านางสาวซิลเวียออกเดินทางเวลาบ่ายสองโมง  เธอจะมาถึงที่สถานีทันเวลา)

  • If you agree, I will take the car now.

(ถ้าคุณเห็นด้วย  ผมจะซื้อรถยนต์ตอนนี้เลย)

  • If you submit your application tomorrow, you will still be eligible for the job.

(ถ้าคุณส่งใบสมัครของคุณวันพรุ่งนี้  คุณจะยังคงมีสิทธิ์สำหรับงานนี้อยู่)

  • They may have a cold if they stay outside too long at night.

(พวกเขาอาจเป็นหวัด  ถ้าพวกเขาอยู่นอกบ้านนานเกินไปตอนกลางคืน)

  • She will be angry if we make fun of her.

(เธอจะโกรธ  ถ้าเราล้อเลียนเธอ)

 

5. Finally, she got a permanent job as a clerk in a law office in Boston.

(ในที่สุด  เธอได้งาน  ถาวร-ยืนยง-คงทน-ยาวนาน-(สี) ไม่ตก  เป็นเสมียนในสำนักงานกฎหมายในเมืองบอสตัน)

(a) lasting    (ถาวร, ทน, ทนทาน, คงทน, ยืนหยัด)

(b) temporary    (ชั่วคราว)

(c) menial    (ต่ำต้อย, เป็นขี้ข้า, เกี่ยวกับคนใช้, อย่างคนใช้)

(d) difficult    (ยาก)

(e) eccentric    (อิค-เซ้น-ทริค)  (ประหลาดๆ, ไม่ปกติ)  (ใช้กับคนเท่านั้น)

ตอบ  –  ข้อ  (a)

 

6. They are tremendously experienced and have outstanding business acumen (อะ-คู้-เม่น).

(พวกเขามีประสบการณ์อย่างมากมาย  และมี  ไหวพริบและความเฉียบแหลม  ทางธุรกิจที่โดดเด่น)

(a) investment    (การลงทุน)

(b) initiative    (การริเริ่ม, ความคิดริเริ่ม)

(c) shrewdness    (ชรู้ด-นิส)  (ความเฉียบแหลม-หลักแหลม, ความเฉลียวฉลาด, ความว่องไว)

(d) organization    (องค์กร, การจัดองค์กร)

(e) delight    (ดิ-ไล้ท)  (ความรื่นรมย์, ความพอใจ, ความบันเทิงใจ)  (ถ้าเป็นคำกริยา  หมายถึง  รื่นรมย์, พอใจ,

       บันเทิงใจ, ทำให้รื่นรมย์-พอใจ-บันเทิงใจ)

ตอบ  –  ข้อ  (c)

 

7. She is a salesperson and has to travel extensively.  

(เธอเป็นพนักงานขาย  และจำเป็นต้องเดินทาง  อย่างกว้างขวาง-อย่างมากมาย)

(a) continuously    (อย่างต่อเนื่อง, ติดต่อกัน)

(b) hastily    (อย่างรีบเร่ง)

(c) pleasantly    (อย่างรื่นรมย์, อย่างยินดี, อย่างพอใจ)

(d) widely    (อย่างกว้างขวาง)

(e) immutable   (เปลี่ยนแปลงไม่ได้, ไม่มีการเปลี่ยนแปลง)

ตอบ  –  ข้อ  (d)

 

8. The fruit delivered directly from the orchard was _______________________ also delicious.

(ผลไม้ซึ่งส่งโดยตรงมาจากสวนผลไม้ ______________________________ อร่อยอีกด้วย)

(a) not only ripe and

(b) not only ripe but    (ไม่เพียงแต่สุกเท่านั้น  แต่ยัง)

(c) only ripe

(d) as ripe as but

ตอบ  –  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นการใช้คำคู่   “Not only………….but also”  (ไม่เพียงแต่...........เท่านั้น  แต่ยัง...........อีกด้วย)  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  ๑

  • Please tell me the difference _______________________________ a habit and a custom.

(โปรดบอกผมความแตกต่าง _________ นิสัย (หรือธรรมเนียมปฏิบัติ) และขนบธรรมเนียมประเพณี)

(a) of

(b) from

(c) between    (ระหว่าง)

(d) in

ตอบ  –  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นการใช้  “คำคู่”  “Between”  และ  “And”  สำหรับคำคู่อื่นๆ  เช่น  “both…..…and….......” (ทั้ง...........และ.........),  “either…..…or…......” (......... หรือ.......... คนใดคนหนึ่ง),  “neither…...…nor….......” (ไม่ทั้ง..........และ.............),  “not only…..… but also…...…”  (ไม่เพียงแต่............ แต่............ด้วย)  ดูจากตัวอย่างข้างล่าง

  • Either John or his sister will come to my party.

(จอห์นหรือน้องสาวของเขา  คนใดคนหนึ่ง – ระหว่างเขากับน้องสาว –.จะมางานเลี้ยงของผม)

  • Neither you nor I can achieve the goals.

(ไม่ทั้งคุณและผมสามารถบรรลุจุดหมาย  –  คือทั้งคุณและผมไม่สามารถบรรลุจุดหมาย)

  • Not only Peter but also Frank passes the test.

(ไม่เพียงแต่ปีเตอร์  แต่ยังแฟร้งค์อีกด้วย  ที่ผ่านการสอบ  –  คือสอบผ่านทั้ง ๒ คน)

  • Both Mary and her sister have divorced their husbands.

(ทั้งแมรี่และพี่สาวของเธอได้หย่าร้างกับสามี)

  • The training session has been changed from 8:30 to 9:00.

(การประชุมฝึกอบรมถูกเปลี่ยนจาก ๘.๓๐ น. เป็น ๙.๐๐ น.)

  • Both breakfast and lunch are served in the company cafeteria.

(ทั้งอาหารเช้าและอาหารกลางวันได้รับการเสิร์ฟในโรงอาหารของบริษัท)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป