หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 488)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each question.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละคำถาม)

 

1. Did Mr. Fisk ____________________________ the reference guide from the company library ?

(มิสเตอร์ฟิสค์ ____________________ หนังสือแนะนำการอ้างอิงจากห้องสมุดของบริษัทใช่ไหม)

(a) loan    (ให้ยืม, ให้กู้)  (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “การให้กู้-ยืม, เงินที่ให้กู้, สิ่งที่ให้ยืม)

(b) borrow    (ขอยืม)

(c) lend    (ให้ยืม)

(d) sent    (ส่ง)  (เป็นกริยาช่องที่ ๑ และ ๒ ของ  “Send”)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ใช้  “Borrow …………. from”  =  ขอยืม .............. จาก

 

2. Mr. Norton ____________________________ in charge of the research division for two years.

(มิสเตอร์นอร์ตัน __________________ รับผิดชอบ – กำกับดูแล – แผนกวิจัยมาเป็นเวลา ๒ ปีแล้ว)

(a) has

(b) has been    (เป็นผู้)

(c) is

(d) had

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ใช้รูป  Present perfect tense {Subject + Has (Have) + Verb 3}  หรือ {Subject + Has (Have) + Been + วลี  หรือ  Adjective} (เช่นประโยคใน ข้อ ๒)  เพื่อแสดงว่าประธานของประโยคทำกริยานั้นตั้งแต่ในอดีต  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน (ขณะที่พูด)  ในที่นี้  คือ  มิสเตอร์นอร์ตันรับผิดชอบแผนกวิจัยมา ๒ ปีแล้ว  จนถึงขณะนี้  ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ  Present perfect tense  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่

  • I __________________________________________________ to Japan several times.

(ผม ____________________________________________________ ญี่ปุ่นหลายครั้ง)

(a) have gone    (ได้ไปอยู่ที่ – คือในตอนนี้ก็ยังอยู่ที่ญี่ปุ่น ยังไม่กลับมา)

(b) have been    (เคยไป – ในขณะนี้ไม่ได้อยู่ที่ญี่ปุ่นแล้ว)

(c) had gone

(d) had been

ตอบ  –  ข้อ  (b)  ต้องใช้ในรูป  “Present perfect tense”  ดูหลักเกณฑ์การใช้  “Present perfect tense”  โดยเฉพาะ ข้อ  ๓  และ ข้อ  ๕  จากข้างล่าง

                      ๑. ใช้กับการกระทำหรือเหตุการณ์ที่เพิ่งสิ้นสุด  หรือจบลงไปไม่นาน ณ ขณะที่พูดนั้น  สังเกตได้จาก  Just  =  เพิ่งจะ,  Recently  =  เมื่อเร็วๆนี้,  Lately  =  หมู่นี้, เมื่อเร็วๆนี้  เช่น

  • I have just finished my assignment.

(ผมเพิ่งจะทำการบ้าน – งานที่ได้รับมอบหมาย – เสร็จ)

  • My friend has recently got married.

(เพื่อนของผมแต่งงานเมื่อเร็วๆนี้)

  • I haven’t seen John lately.

(ผมไม่เห็นจอห์นเลยหมู่นี้)

                     ๒. ใช้บอกข้อความว่า  “ทำแล้ว, ยังไม่ได้ทำ, ทำหรือยัง”  มักมีคำว่า  “Already”  (ใช้กับประโยคบอกเล่า และคำถาม)  และ  “Yet”  (ใช้กับประโยคปฏิเสธและคำถาม)  ทั้งนี้  อาจไม่ต้องมี  “Already”  และ  “Yet”  ก็ได้  เช่น

  • I have (already) eaten my dinner.

(ผมกินอาหารค่ำแล้ว)

  • She has not (yet) had her breakfast. (=  She has not had her breakfast yet.)

(เธอยังไม่ได้กินอาหารเช้าเลย)

  • Have you (already) done your homework?

(คุณทำการบ้านแล้วหรือยัง)

  • I’ve (already) answered that question.

(ผมได้ตอบคำถามนั้นแล้ว)

  • Have you (already) finished your report? (=  Have you finished your report already?)

(คุณทำรายงานเสร็จหรือยัง)

                    ๓. ใช้กับการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต  และยังคงดำเนินหรือมีผลต่อมาจนถึงปัจจุบัน  และคาดว่าเหตุการณ์นั้นยังจะปรากฏในอนาคตอีก  สังเกตจาก  For  =  เป็นเวลา (For + ความยาวของเวลา),  Since  =  ตั้งแต่  (Since + จุดเริ่มต้นของเวลา),  Up to now, up to the present time,  up until now  =  จนถึงบัดนี้,  So far =  เท่าที่ผ่านมา, หมู่นี้  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • She has lived here for10 years.

(เธออาศัยอยู่ที่นี่มา ๑๐ ปีแล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • He has been in Chicago since last week. (=  He has gone to Chicago since last week.)

(เขาอยู่ในชิคาโกตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • We have lived in Bangkok since we were young.

(เราอาศัยอยู่ในกรุงเทพตั้งแต่เรายังเด็ก)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • So far, you have not done your best. (=  You have not done your best so far.)

(เท่าที่ผ่านๆมา  คุณยังไม่ได้ทำดีที่สุดเลย)

  • I have sent him only one letter up to now.

(ผมส่งจดหมายให้เขาเพียงฉบับเดียว  จนถึงบัดนี้)

                      ๔. ใช้กับเหตุการณ์ที่เคยหรือไม่เคยทำในอดีต  แต่ไม่ได้กำหนดเวลาแน่นอน  สังเกตจาก  Ever”, “Never”  เช่น

  • Have you ever been to Japan?

(คุณเคยไปญี่ปุ่นไหม)

  • Has your father ever played football?

(พ่อของคุณเคยเล่นฟุตบอลไหม)

  • I have never seen him before.

(ผมไม่เคยเห็นเขามาก่อน)

                    ๕. ใช้กับการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำๆ  ในอดีต  และยังอาจเกิดขึ้นได้อีก  สังเกตจาก  “Adverb of frequency”  เหล่านี้   “Again and again”  =  ซ้ำแล้วซ้ำอีก,  “Many times”, “Several times”  =  หลายครั้ง,  “Sometimes”  =  บางที,  “Over and over”  (=  Over and over again)  =  ซ้ำแล้วซ้ำอีก,  “This is the first (second) time”  =  นี่เป็นครั้งแรก  (ครั้งที่ )  เช่น

  • He has made the same mistake again and again.

(เขาทำความผิดเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก)

  • I have been to New York several times.

(ผมไปนิวยอร์กมาหลายครั้งแล้ว)

  • She has told that story over and over again.

(เธอเล่าเรื่องนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก)

  • This is the first time I have tried to play golf.

(นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้พยายามเล่นกอล์ฟ)

                      ๖. ใช้กับการเปรียบเทียบ  “ขั้นสุด”  (Superlative degree)  เช่น

  • He is the best man I have found.

(เขาเป็นคนดีที่สุดที่ผมได้พบมา)

  • She is the most clever girl I have talked to.

(เธอเป็นเด็กหญิงที่ฉลาดที่สุดที่ผมได้คุยด้วย)

  • It is the most difficult problem she has solved.

(มันเป็นปัญหาที่ยากที่สุดที่เธอแก้)

  • They are the most diligent people I have ever seen in my life

(พวกเขาเป็นคนที่ขยันที่สุดที่ผมได้เคยเห็นมาในชีวิต)

                     ๗. ใช้บอกเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกิดในระยะเวลาช่วงหนึ่ง  และจบสิ้นไปแล้ว  สังเกตได้จากวลี  “This morning,  This week,  This month,  This year”  เช่น

  • I have read three books this month.

(ผมได้อ่านหนังสือ เล่ม เดือนนี้)  (คือ  อ่านจบแล้ว)

  • He has done a lot of work this week.

(เขาทำงานมากมายสัปดาห์นี้)  (คือ  งานเสร็จแล้ว)

                       แต่ถ้ายังทำไม่เสร็จ  ใช้รูป  “Continuous”  เช่น

  • He is working hard this year.

(เขากำลังทำงานหนักปีนี้)

  • They are studying hard this term.

(พวกเขากำลังขยันเรียนเทอมนี้)

                     ๘. ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำในอดีตที่สิ้นสุดลงแล้ว  ไม่บ่งเวลาที่แน่ชัด  แต่ยังแสดงผลให้เห็นอยู่จนถึงปัจจุบัน  เช่น

  • I have lost my key.  

(ผมทำกุญแจหาย)  (ตอนนี้ก็ยังไม่เจอ)

  • I have locked the door.  

(ผมล็อคประตูแล้ว)  (ประตูยังปิดอยู่)

  • John has read many books on astronomy.

(จอห์นได้อ่านหนังสือมากมายด้านดาราศาสตร์)  (คือ  อ่านจบไปแล้ว)

                      แต่ถ้าบอกเวลาในอดีตที่แน่นอน  จะต้องใช้  “Past simple” (Verb 2)  เช่น

  • I lost my key last week.

(ผมทำกุญแจหายอาทิตย์ที่แล้ว)

  • She studied in the library this morning.

(เธออ่านหนังสือในห้องสมุดเมื่อเช้านี้)

  • I locked the door last night.

(ผมล็อคประตูเมื่อคืนนี้)

 

3. Every _________ should be aware of his or her consumer rights before signing up for a credit card.

(_______ ทุกคนควรตระหนักถึงสิทธิผู้บริโภคของเขาหรือเธอ  ก่อนที่จะลงนาม (สมัคร) รับบัตรเครดิต)

(a) man    (ผู้ชาย, มนุษย์)  (ใช้สรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ  “His”)

(b) people    (คน, คนเรา, ผู้คน, ประชาชน, ประชากร, พลเมือง, ราษฎร, พสกนิกร)  (เป็นคำนาม พหูพจน์, 

       ใช้สรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ  “Their”)

(c) personnel    (เจ้าหน้าที่, พนักงาน, บุคลากร)  (ของหน่วยงาน หรือองค์กร)

(d) person    (บุคคล, คน, ร่าง, ร่างกาย, ตัว, ผู้, บุรุษ – ในไวยากรณ์)  (ถือเป็น “เอกพจน์”  จึงต้องใช้

       สรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ  “Possessive adjective”  His  หรือ  Her)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  สังเกตจากสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ  His or her

 

4. The ____________________ baby, __________________ hard, was clinging to its mother.

(เด็กทารก _______________ (และ) _____________ เสียงดัง,  กำลังเกาะแม่ของตัวเองแน่น)

(a) frightened __________ cried

(b) frightening __________ cried

(c) frightening __________ crying    (ที่น่ากลัว ..................... ร้องไห้)

(d) frightened __________ crying    (ที่ตกใจกลัว ................... ร้องไห้)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  Crying hard  ลดรูปมาจาก  “who cried hard”  หรือ  “who was crying hard”  ส่วน  “was clinging”  (กำลังเกาะ..........) เป็นกริยาแท้ของประโยค  จึงไม่สามารถใช้  “cried”  ได้  เนื่องจากจะเป็นกริยาแท้ซ้อนขึ้นมาอีก ๑ ตัว  ซึ่งผิดหลักไวยากรณ์  เพราะไม่มีคำเชื่อม  เช่น  And, Or, But, So  เป็นต้น  ทั้งนี้  เครื่องหมายคอมม่า  ไม่สามารถใช้เชื่อมกริยาแท้ ๒ ตัวได้

 

5. ___________________________ commonly chosen as the first step to a career in public office.

(____________ ถูกเลือกโดยทั่วๆ ไป  ในฐานะก้าวแรกไปสู่อาชีพในตำแหน่งสาธารณะ)  (คือ  ตำแหน่งทางการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง)

(a) Legal training that is

(b) Legal training is    (การศึกษาเล่าเรียนทางกฎหมาย)

(c) It is legal training

(d) Why legal training is

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Legal training”  เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Is chosen”  เป็นกริยา  และ  “as the first step to a career in public office”  เป็นส่วนขยายกริยา  เช่นเดียวกับกริยาวิเศษณ์ (Commonly),  ความหมายของประโยคนี้  คือ  ผู้ที่จะเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง  (ส.ส., ส.ว., และผู้บริหารท้องถิ่นอื่นๆ)  มักเลือกเรียนทางด้านกฎหมายเป็นสิ่งแรก

 

6. You can wait in the coffee shop.  Your flight will _________________________ in half an hour.

(คุณสามารถรอคอยในร้านกาแฟก็ได้  เที่ยวบินของคุณจะ _________________ ในอีกครึ่งชั่วโมง)

(a) be announced    (ถูกประกาศ)

(b) be announcing

(c) announce

(d) to be announced

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากต้องอยู่ในรูป  Passive voice  (Will be announced)  เพราะเที่ยวบินของคุณถูกกระทำ  คือ  “ถูกประกาศ

 

7. The invention of the telephone was a magnificent (แม็ก-นิฟ-ฟิ-เซิ่นท) achievement for mankind. 

(การประดิษฐ์โทรศัพท์เป็นความสำเร็จที่  ดีเลิศ-ดีมาก-น่าประทับใจมาก-โอ่อ่า-งดงาม-สง่า-สวยมาก  สำหรับมนุษยชาติ)

(a) frugal    (ประหยัด)

(b) grand; excellent    (ดีเยี่ยม-สำคัญมาก-ชั้นหนึ่ง; ดีเยี่ยม-ดีเลิศ)

(c) altruistic    (ไม่เห็นแก่ตัว, ชอบช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์)

(d) sedentary    {(งาน) ที่นั่งทำอยู่กับโต๊ะ, นั่งติดอยู่กับที่, (ชีวิต) ที่ไม่กระฉับกระเฉง}

(e) introspective    (พิจารณาตนเอง, มองตนเอง)

ตอบ  -  ข้อ  (b

 

8. The party will begin immediately after the opening of the new building.  

(งานเลี้ยงจะเริ่มต้นในทันทีทันใด  หลังจาก  การเปิด-การเริ่ม-การเปิดเผย-ที่โล่ง-กลาง แจ้ง-รูเปิด-ช่อง-การลงมือ  ของอาคารหลังใหม่)

(a) mitigation    (การทำให้บรรเทาเบาบาง, การทำให้ลดน้อยลง)

(b) inauguration    (อิน-ออ-กิว-เร้-ชั่น)  (การเปิดทำการ, การเริ่มเป็นทางการ,  การเข้ารับตำแหน่งเป็น

       ทางการ, การเปิดฉาก)

(c) compunction    (คัม-พั้งค-ชั่น)  (ความเสียใจต่อการกระทำของตน, ความไม่สบายใจหรือวิตกกังวลต่อสิ่งที่ได้

       ทำไปแล้ว)

(d) precipitation    {ผลิตผลการรวมตัวกันของไอน้ำในอากาศ (ฝน, หิมะ, ลูกเห็บ, น้ำค้าง), ปริมาณที่รวมตัวกัน

       ดังกล่าว, การเร่งให้เกิดขึ้น, การตกตะกอน, ความใจร้อน-เร่งรีบ-หุนหันพลันแล่น}

(e) dissemination    (การแพร่กระจาย, การเผยแพร่, การทำให้กระจัดกระจาย)

ตอบ  -  ข้อ  (b

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป