หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 486)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each question.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละคำถาม)

 

1. Most employees drive to work and ______________________ the building from the parking lot.

(พนักงานส่วนใหญ่ขับรถไปทำงานและ ________________ ตัวอาคาร (สำนักงาน) จากลานจอดรถ)

(a) enter    (เข้าไปใน, เข้า, เข้าร่วม, เข้ามา, เริ่ม, แทง, สอด, ลงทะเบียน, เป็นสมาชิก, สมัครเข้าเป็น)

(b) entered  

(c) entering 

(d) entrance    (การเข้า, ทางเข้า, การเข้าโรงเรียน, การเริ่มลงมือ, การเริ่มการแสดง)  (เป็นคำนาม)

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เป็นการใช้คำกริยา ๒ ตัวให้สอดคล้องกัน  คือ  “Drive”  และ  “Enter”  (Present simple tense)  เพื่อบอกการกระทำในปัจจุบัน

 

2. The finance committee will meet again ______________________________ the eighth of July.

(คณะกรรมการการเงินจะประชุมอีกครั้ง ____________________________ วันที่ ๘ กรกฎาคม)

(a) for

(b) to

(c) from

(d) on    (ใน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  วันที่  ต้องใช้  Preposition “On

                  สำหรับวลีที่ใช้  “On”  ได้แก่  “On page 5”  (ในหน้าที่  ๕),  Waste his time on”  (ใช้เวลา – ของเขา - อย่างสิ้นเปลือง-สุรุ่ยสุร่ายกับ), on business  (ด้วยเรื่องธุรกิจ)He went to Canada on business.  (เขาไปแคนาดาด้วยเรื่องธุรกิจ), keep on  (ดำเนินต่อไป) – They kept on reading.  (พวกเขาอ่านหนังสือต่อไป), rely on  (ไว้วางใจ, เชื่อใจ, พึ่งพาอาศัย) – I can rely on my close friend. (ผมสามารถไว้ใจเพื่อนสนิท), depend on (upon)  (พึ่งพาอาศัย, ขึ้นอยู่กับ, อยู่ที่) – Most children have to depend on (upon) their parents.  (เด็กๆ ส่วนใหญ่จำเป็นต้องพึ่งพาพ่อแม่ของตน), insist on  (ยืนกราน, ยืนหยัด, เรียกร้อง) – She insisted on going out with her boyfriend.  (เธอยืนกรานจะออกไปข้างนอกกับแฟนของเธอ), on the floor  (บนพื้น), on a hill  (บนเนินเขา), on the top shelf  (บนชั้นบนของหิ้ง), bet money on  (พนันเงินกับ)  -  He bet a lot of money on that horse.  (เขาพนันเงินจำนวนมากกับม้าตัวนั้น), on a sofa  (บนเก้าอี้โซฟา), to turn his back on his country  (หันหลังให้กับประเทศของตน  -  หมายถึงละทิ้งประเทศ  เช่น  หนีการเกณฑ์ทหาร  หรือไปเข้ากับฝ่ายศัตรู), on the contrary  (ในทางตรงกันข้าม), on the drawing board   (กำลังอยู่ในขั้นวางแผนหรือเตรียมการ  คือยังไม่ได้ลงมือทำ หรือนำมาใช้งานจริงๆ ),  on the dot (on the  button)  (ตรงเวลาเผง, ตรงเวลาพอดี)  -  Susan arrived at the party at 3:00 p.m. on the dot.  (ซูซานมาถึงที่งานเลี้ยงเวลาบ่าย    โมงตรงพอดี)get (climb, jump) on the bandwagon  (ทำตามอย่างที่คนอื่นทำ  แม้จะไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น, เข้าร่วมในกิจกรรมที่มีคนนิยมทำกันมาก  และล่าสุด  เช่น ถีบจักรยาน หรือ เล่นฟิตเนส,  โยคะ  -  แปลตรงๆ ตัว คือ ปีนหรือกระโดดขึ้นไปบนรถดนตรีในขบวนแห่)  -  When all Jim’s friends decided to vote for Bill, Jim climbed on the bandwagon too.  (เมื่อเพื่อนทุกคนของจิมตัดสินใจลงคะแนนให้บิล  จิมก็ตัดสินใจลงคะแนนให้บิลเช่นเดียวกัน  -  คือทำตามเพื่อนๆ แบบไม่ต้องมีเหตุผล), on the (an) average   (โดยเฉลี่ย),   a dog peeing (pissing) on a tree  (หมาเยี่ยวรดต้นไม้),  on condition that  (โดยมีเงื่อนไขว่า)  -  I will lend you the money on condition that  you pay it back in one month.  (ผมจะให้คุณยืมเงินโดยมีเงื่อนไขว่า  คุณต้องใช้คืนภายใน    เดือน),  on deck   (อยู่บนดาดฟ้าเรือ, เตรียมพร้อมที่จะทำอะไรบางอย่าง, มาปรากฏตัว หรือมาถึงที่นัดหมาย)  –  The passengers are relaxing on deck.  (ผู้โดยสารกำลังพักผ่อนหย่อนใจอยู่บนดาดฟ้าเรือ)   -  The scout leader told the boys to be on deck at 8:00 Saturday morning for the hike.  (ผู้นำลูกเสือบอกให้ลูกเสือมาถึงที่นัดหมายเวลา ๘.๐๐ น. เช้าวันเสาร์  เพื่อออกเดินทางไกล),  on deposit   (ในธนาคาร)  -  I have $ 500 on deposit in my account.  (ผมมีเงินอยู่  ๕๐๐ ดอลลาร์ในบัญชีธนาคาร),  on duty  (อยู่ปฏิบัติหน้าที่, ขณะปฏิบัติหน้าที่)   -  There is always one teacher on duty during study hour.  (มีครูอยู่ คนเสมอ  อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างชั่วโมงเรียน  -  คือคอยให้คำแนะนำปรึกษาแก่นักเรียน)on earth (= in the world(ใน หรือ บนโลกนี้, เกิดขึ้นได้ หรือเป็นไปได้อย่างไร  มักใช้แสดงการเน้นในประโยคคำถาม) - Where on earth did I put my wallet?  (ไม่รู้ว่าผมเอากระเป๋าสตางค์ไปวางไว้ตรงไหนในโลกนี้   -   คือบ่นคร่ำครวญเนื่องจากหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ)   -  The boys wondered how on earth the mouse got out of the cage.  (พวกเด็กๆสงสัยว่า เป็นไปได้อย่างไรที่หนูออกจากกรงไป  -  ทั้งๆที่ล็อคทางออกไว้อย่างแน่นหนา),  have, (keep, with) one eye on  (คอยเฝ้าดูหรือเอาใจใส่  -  บุคคลหรือสิ่งของ  -  ในขณะที่กำลังทำสิ่งอื่นไปด้วย)  -  Mother had one eye on baby as she ironed.  (แม่รีดผ้าและดูแลลูกน้อยไปด้วยในเวลาเดียวกัน)  -  Chris tried to study with one eye on the TV set.  (คริสพยายามอ่านหนังสือ  และดูทีวีไปด้วยในในเวลาเดียวกัน), on account of  (เนื่องมาจาก, เพราะว่า),  -  The picnic was held in the gym on account of the rain.  (ปิกนิกถูกจัดในโรงยิม  -  แทนในสนาม  -  เนื่องมาจากฝนตก),  on a shoestring  (ด้วยเงินจำนวนเล็กน้อยสำหรับใช้จ่าย, ด้วยงบประมาณที่น้อยมาก  -  แปลตรงๆตัว คือ ด้วยเชือกผูกรองเท้า)  -  The couple was seeing Europe on a shoestring.  (สามี-ภรรยาคู่นั้นกำลังเที่ยวยุโรป  ด้วยเงินจำนวนเพียงนิดเดียว  -  คือ  แบบประหยัดสุดๆ),  to walk on air  (รู้สึกมีความสุขและตื่นเต้น)  -  Kim has been walking on air since she won the prize.  (คิมมีความสุขและตื่นเต้นมาโดยตลอด  ตั้งแต่ที่เธอได้รับรางวัล),  to wait on (upon)  (รับใช้, ให้บริ การ)  -  The clerk in the store waits on all customers.  (เสมียนในร้านนั้นให้บริการ (รับใช้) ลูกค้าทุกคน),  (sitting) on top of the world  (ปลาบปลื้มยินดีและมีความสุข, รู้สึกประสบความสำเร็จ)  -  John was (sitting) on top of the world when he found out that he got into college.  (จอห์นดีใจและมีความ สุข  เมื่อเขาพบว่าเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้),  on behalf of  (ในนามของ),  on board  (บนเรือ)  -  A ship was leaving the harbor, and we saw the people on board waving.  (เรือลำหนึ่งกำลังออกจากท่า  และเราเห็นผู้คนบนเรือโบกไม้โบกมือ  -  เพื่ออำลาญาติพี่น้องที่มาส่ง),  off and on (= on and off)  (ไม่สม่ำเสมอ, เป็นครั้งคราว หรือบางโอกาส)  -  It rained off and on all day.  (ฝนตกๆหยุดๆตลอดทั้งวัน  -  คือ ตกแล้วหยุด  แล้วก็ตกแล้วหยุดอีก  สลับกันไปแบบนี้ตลอดทั้งวัน),  the posters on the walls   (โปสเตอร์บนกำแพง), a sticker on her car  (สติ๊กเกอร์ติดรถของเธอ), pictures on the screen  (รูปภาพบนจอ), on the ceiling  (บนเพดาน), on the roof  (บนหลังคา), on all fours  (คลาน เท้า), get on a bus  (ขึ้นรถเมล์), on a highway  (บนทางหลวง), on the plane  (บนเครื่องบิน), on foot  (โดยทางเท้าหรือเดินไป), to walk on tiptoe  (เดินบนปลายเท้าหรือเขย่งส้นเท้า), on horseback  (บนหลังม้า), on a bicycle  (โดยรถจักร ยาน), on Monday  (ในวันจันทร์), on a Sunday afternoon  (ตอนบ่ายวันอา ทิตย์), on an occasion like this  (ในโอกาสเช่นนี้), on April10th  (ในวันที่ ๑๐ เมษายน), on Thursday night   (ในคืนวันพฤหัสฯ), on the first day of term  (ในวันแรกของภาคการศึกษา), books on art and religion  (หนังสือเกี่ยวกับศิลปะและศาสนา), on the subject of rents  (ในเรื่องเกี่ยวกับค่าเช่า), ideas on how films should be made  (ความคิดเกี่ยวกับว่าควรจะสร้างหนังอย่างไร), to comment on the issue  (แสดงความคิดเห็นในประเด็นนั้น), a talk on agriculture  (การสนทนาเกี่ยวกับเกษตรกรรม), cars running on petrol (รถยนต์ที่วิ่งด้วยน้ำมัน), appear on TV  (ปรากฏตัวทางทีวี), to hear it on the radio  (ได้ยินมันทางวิทยุ), on stage  (บนเวที), on the phone  (ทางโทรศัพท์ หรือกำลังพูดโทรศัพท์), on and on  (ไม่รู้จักจบสิ้น, ไม่หยุดหย่อน, ไม่สิ้นสุด), on edge  (รุ่มร้อน, กระวนกระวาย, ตื่นเต้น, ประสาทเสีย, ปวดสมอง), on one’s own  (ด้วยตนเอง, เป็นอิสระ, หาเลี้ยงตนเอง), on purpose  (โดยเจตนา, โดยตั้งใจทำ), on the carpet  (ดุด่าว่ากล่าว, สวด), on the fence  (ยังไม่แน่ใจ, ยังไม่ตัดสินใจ-ตกลงใจ), on the hook  (อยู่ในฐานะลำบาก), on the spot  (ที่กำลังพูดถึง-เอ่ยถึง), to be on  (กำลังปรากฏ, กำลังฉายอยู่. กำลังแสดง), on the go  (มีธุระ ยุ่ง, เคลื่อนไหวทำโน่นทำนี่อยู่ตลอด)  –  I’m usually on the go all day long.  (ผมมักมีธุระยุ่งตลอดทั้งวัน), on the market  (มีขาย, เสนอขาย)– I had to put my car on the market.  (ผมจำเป็นต้องเอารถออกขาย) - This is the finest home computer on the market.  (นี่เป็นคอมพิวเตอร์ประจำบ้านที่ดีที่สุดที่วางขายในตลาด), on the mend  (สบายดี, หายป่วยไข้) – My cold was terrible, but I’m on the mend now.  (ไข้หวัดของผมย่ำแย่มากเลย  แต่ตอนนี้ผมหายไข้แล้ว) – What you need is some hot chicken soup.  Then you’ll really be on the mend.  (สิ่งที่คุณต้องการ คือ ซุปไก่ร้อนๆ  แล้วคุณจะหายป่วยจริงๆเลย), on the tip of one’s tongue  (ติดอยู่แค่ริมฝีปาก  คือ เกือบจะพูดออกมาแล้ว หรือ เกือบจะนึกออกแล้ว) – I have his name right on the tip of my tongue.  I’ll think of it in a second  (ผมมีชื่อของเขาติดอยู่ที่ริมฝีปาก  ผมจะนึกมันออกในอีกวินาทีเดียว) – John had the answer on the tip of his tongue, but Ann said it first  (จอห์นเกือบจะบอกคำตอบออกมาแล้ว  แต่แอนพูดออกมาเสียก่อน  -  คือชิงบอกคำตอบก่อน), on the wrong track  (ไปหรือเดินผิดลู่หรือราง, ทำตามสมมติฐานที่ผิด)  – You’ll never get the right answer.  You’re on the wrong track.  (คุณไม่มีวันจะได้คำตอบที่ถูกต้องหรอก คุณเดินผิดทางนี่ หรือ คุณตั้งสมมติฐานไว้ผิดนี่), be (skate) on thin ice  (อยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงหรือมีอันตราย) – If you try that, you’ll really be on thin ice.  That’s too risky.  (ถ้าคุณลองทำสิ่งนั้น  คุณจะตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง  มันเสี่ยงเกินไป) – If you don’t want to find yourself (skating) on thin ice, you must be sure of your facts  (ถ้าคุณไม่ต้องการพบตัวเองตกอยู่ในอันตราย  คุณต้องมั่นใจในข้อเท็จจริง  - ไม่เช่นนั้นคุณอาจแพ้คดีและต้องจ่ายเงินมากมาย), on tiptoe  (เดินเขย่างเท้า), on vacation  (เดินทางไปเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน)  – Where are you going on vacation this year?  (คุณจะเดินทางไปพักผ่อนที่ไหนในวันหยุดปีนี้) – I’ll be away on vacation for three weeks.  (ผมจะเดินทางไปพักผ่อนวันหยุดเป็นเวลา ๓ สัปดาห์),  เป็นต้น

 

3. Jennifer could not resist _____________________________________ her friend the secret.

(เจนนิเฟอร์ไม่สามารถยับยั้ง (อดใจ) _______________________ ความลับให้เพื่อนของเธอฟัง)

(a) tell

(b) to tell

(c) telling    (บอก)

(d) told

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Resist” + Gerund (Verb + ing)  ดูคำกริยาที่ตามด้วย Gerund (Verb + ing) จากประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • What are we going to do?  I don’t feel ___________________________________ tonight.

(เราจะทำอะไรกันนี่  ผมไม่รู้สึก __________________________________________ คืนนี้)

(a) like read

(b) like to read

(c) like reading    (อยากอ่านหนังสือ)

(d) like I’m going to read

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Feel like” (อยาก, ชอบ)  ต้องตามด้วย  “Gerund”  (Verb + ing)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • They practiced _______________________________________________ at our school.

(พวกเขาฝึกหัด ___________________________________________ ที่โรงเรียนของเรา)

(a) teach

(b) to teach

(c) teaching    (การสอน)

(d) taught

ตอบ  -  ข้อ  (c)  กริยา  “Practice”  ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)     

                                 ตัวอย่างที่ 

  • I can’t stand ______________________________________ the same word many times.

(ผมทนไม่ได้ที่จะ ___________________________________________ คำพูดเดิมหลายๆครั้ง)

(a) repeat

(b) to repeat

(c) repeating    (พูดซ้ำ, ทำซ้ำ)

(d) repeated

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Can’t stand + Verb + ing”  =  “ทนไม่ได้ที่จะ...................                           

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Don’t risk _________________________________________________ your car here.

(อย่าเสี่ยง ______________________รถของคุณที่ตรงนี้)  (เพราะอาจโดนใบสั่ง หรือทุบกระจก)

(a) park

(b) to park

(c) parking    (จอด, จอดรถ)

(d) at parking

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Risk + Gerund (Verb + ing)”                       

                                ตัวอย่างที่ 

  • Do you mind _____________________________________________ for me this time?

(คุณรังเกียจที่จะ _______________________________________ สำหรับผมไหม  คราวนี้)

(a) pay

(b) paying    (จ่ายเงิน, ออกเงิน, จ่ายค่าอาหาร)

(c) to pay

(d) to paying

ตอบ  –  ข้อ  (b)  เนื่องจากหลังกริยา  “Mind”  ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)   

                                  ตัวอย่างที่ 

A : Is your brother going to camp ?

(พี่ชายคุณจะไปค่ายพักแรมหรือไม่)

B : He signed up, but he’s considering ___________________________________________.

(เขาลงชื่อแล้ว  แต่ว่าเขากำลังพิจารณา ______________________________________)

(a) not going    (จะไม่ไป, ไม่ไป)

(b) to not go

(c) not to go

(d) he doesn’t go

ตอบ  -  ข้อ  (a)  “Consider + Verb + ing”  =  “พิจารณาทำ...............”  ส่วน  “Consider + Not + Verb + ing”  =  “พิจารณาไม่ทำ..............”  เช่น   “She considered not applying for the job.”  (เธอพิจารณาไม่สมัครงานนั้น)

                                 ตัวอย่างที่  

  • I don’t mind ___________________________ to bed early, but I don’t like to get up early.

(ผมไม่รังเกียจ ____________________________ นอนแต่หัวค่ำ  แต่ผมไม่ชอบตื่นแต่เช้าตรู่)

(a) go

(b) to go

(c) going    (ไป, เข้า)

(d) gone

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Mind + Verb + ing

                                 ตัวอย่างที่ 

  • He keeps _______________________________________ the most outrageous things.

(เขา _____________ ไม่หยุด (ต่อไปเรื่อยๆ) ในสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เจ็บแค้น (ที่เกะกะระราน, ที่รุนแรง) มากที่สุด)

(a) to say

(b) say

(c) saying    (พูด)

(d) having said

ตอบ  -  ข้อ  (c)  กริยา  “Keep” =  (..............ต่อไปเรื่อยๆ, ไม่ยอมหยุด)  ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  เช่น  (Keep walking  (เดินต่อไปเรื่อยๆ), Keep reading  (อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ),  Keep talking  (คุยไปเรื่อย  ไม่ยอมหยุด)

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Instead of playing as a small boy, he enjoyed nothing _________________ the farm machines.

(แทนที่จะเล่นเหมือนเด็กเล็กๆ  เขามิได้สนุกเพลิดเพลินกับอะไร ___________ เครื่อง จักรกลในไร่นา)

(a) more to fix

(b) more than fix

(c) more than fixing    (มากไปกว่าการซ่อมแซม)

(d) more than having fixed

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  {Enjoy + (nothing more than) + Verb + ing  (Fixing)}

                                  ตัวอย่างที่  ๑๐

  • I can’t help _________________________________________ him in spite of his faults.

(ผมอดไม่ได้ที่จะ ___________________________________ เขา  ทั้งๆที่เขามีข้อผิดพลาด)

(a) admire

(b) admired

(c) admiring    (ยกย่อง, ชื่นชม)

(d) to admire

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Can’t help + Verb + ing”  สำหรับคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  ได้แก่  “Feel like” (อยาก, ต้องการ),  “Avoid”  (หลีกเลี่ยง),  “Consider” (พิจารณา),  “Suggest” (แนะนำ),  “Enjoy” (สนุกสนาน),  “Finish” (ทำเสร็จ),  “Keep  หรือ  Keep on” (ทำต่อไป),  “Go on” (ทำต่อไป),  “Insist on” (ยืนกราน),  “Object to” (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย),  “Look forward to” (ตั้งตารอคอย),  “Put off” (เลื่อน, ผัดไป),  “Be opposed to” (คัดค้าน),  Appreciate” (ยกย่อง, เห็นคุณค่า),  “Allow” (อนุญาต), “Permit” (อนุญาต),  “Postpone” (เลื่อนออกไป), Practice” (ฝึกหัด, ฝึกซ้อม),  “Prohibit” (ห้าม)Mind” (รังเกียจ),  “Deny” (ปฏิเสธ),  “Resist” (ยับยั้ง, ระงับ), “Recall” (นึกได้, ระลึกได้)“Resent” (ไม่ชอบ, ไม่พอใจ),  “Cannot stand” (ทนไม่ได้)“Admit” (ยอมรับ),  “Delay” (ประวิงเวลา), “Confess”  (สารภาพ)“Imagine” (นึกคิด, จินตนาการ)“Cannot help” (อดไม่ได้, ช่วยไม่ได้),  “Excuse” (ให้อภัย), “Forgive” (ให้อภัย), “Dislike” (ไม่ชอบ),  “Miss” (พลาดโอกาส)“Discuss” (ประชุมปรึกษาหารือ, อภิปราย, สาธยาย)  ตัวอย่างประโยค  เช่น

  • She enjoys reading novels.   

(เธอสนุกสนานกับการอ่านนิยาย)

  • I cannot stand listening to his complaints any more.   

(ผมทนการฟังข้อร้องเรียนของเขาไม่ไหวต่อไปอีกแล้ว)

  • We could not avoid meeting him.    

(เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพบกับเขา)

  • They enjoyed listening to music.   

(พวกเขาสนุกกับการฟังดนตรี)

  • She dislikes talking a lot.  

(เธอไม่ชอบการพูดมาก)

  • Jim finished writing a report last night.  

(จิมเสร็จสิ้นการเขียนรายงานเมื่อคืนที่ผ่านมา)

  • The man admitted taking the bicycle.  

(นายคนนั้นยอมรับว่าเอารถจักรยานไป)

  • She is sorry that she missed meeting you.  

(เธอเสียใจว่าเธอพลาดโอกาสการได้พบคุณ)

  • They practice speaking French every day.   

(พวกเขาฝึกซ้อมการพูดภาษาฝรั่งเศสทุกวัน)

  • We consider buying a new home.  

(เราพิจารณาจะซื้อบ้านหลังใหม่)

  • They allow smoking in this room.  

(เขาอนุญาตให้สูบบุหรี่ในห้องนี้ได้)

  • Do you mind opening the window?  

(คุณรังเกียจที่จะเปิดหน้าต่างไหมครับ)

  • The teacher suggested working harder.

(ครูแนะนำ (นักเรียน) ให้ขยันมากขึ้น)

  • They object to smoking.

(พวกเขาไม่เห็นด้วยกับการสูบบุหรี่)

  • We look forward to meeting you soon.

(เราตั้งตารอคอยที่จะพบคุณเร็วๆนี้)

                     สำหรับคำคุณศัพท์และวลีที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  ดูจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  ๑๑

  • Victor’s car was too badly damaged to be worth _______________________________.

(รถยนต์ของวิคเตอร์ได้รับความเสียหายมากจนเกินกว่าที่จะคุ้มค่า _____________________)

(a) repaired

(b) repair

(c) to repair

(d) repairing    (การซ่อมแซม)

(e) to be repaired

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “To be worth (คุ้มค่า, ควรค่า) + Verb + ing”  ทั้งนี้  มีคำคุณศัพท์  ๒  ตัว  ที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  คือ  “Worth” (คุ้มค่า, ควรค่า)  และ  “Busy” (ยุ่งอยู่กับ)  ดังประโยคข้างล่าง

  • She was busy reading in the library. 

(เธอยุ่งอยู่กับการอ่านหนังสือในห้องสมุด)

  • They are busy preparing for the party.

(พวกเขายุ่งอยู่กับการเตรียมงานเลี้ยง)

  • Lots of things in this shop are worth buying.

(หลายสิ่งในร้านนี้ควรค่า (คุ้มค่า) ต่อการซื้อ)

  • These newspapers are not worth reading.

(หนังสือพิมพ์เหล่านี้ไม่ควรค่าต่อการอ่าน)

                      นอกจากนั้น  ยังมีอีก  ๒  วลี ที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  คือ  “It is no good”  (ไม่ดีที่จะ)  และ  “It is no use”  (ไม่มีประโยชน์ที่จะ)  เช่น

  • It’s no good crying like a baby.

(ไม่ดีเลยที่จะร้องไห้เหมือนเด็ก)

  • It’s no use talking to him.

(ไม่มีประโยชน์ที่จะคุยกับเขา)

 

4. Silver is ___________________________________________________________ gold.

(เงินมี _________________________________________________________ ทอง)

(a) valuable less than    (ไม่ใช้รูปนี้)

(b) more valuable than    (ค่ามากกว่า)

(c) less valuable than    (ค่าน้อยกว่า)

(d) valuable more than    (ไม่ใช้รูปนี้)

(e) as valuable as    (ค่าเท่ากัน, ค่าเท่ากับ)

ตอบ  –  ข้อ  (c)  เนื่องจากมีความหมายถูกต้อง  ทั้งนี้  การเรียงคำในแบบข้อ  (b) (c)  และ  (e)  เป็นการเรียงคำที่ถูกต้อง  แต่ต้องดูความหมายด้วย

 

5. He has to work very hard so that he _______________________________ to buy a new car.

(เขาจำเป็นต้องทำงานหนักมาก  เพื่อที่ว่าเขา ________________________ ซื้อรถยนต์คันใหม่)

(a) is able

(b) has been able

(c) was able

(d) will be able    (จะสามารถ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอนาคต  และต้องให้สอดคล้องกับกริยาในประโยคใหญ่  (Has to)  ดูเพิ่มเติมความสอดคล้องของกริยา  จากประโยคข้างล่าง

  • He had to work very hard so that he would be able to buy a new car.   (เป็นเหตุการณ์ในอดีต)

 

6. The cobra is a ______________________________________________________ snake.

(งูเห่าเป็นงู _________________________________________________________)

(a) poisoned

(b) poison    (ยาพิษ, ให้ยาพิษ, วางยาพิษ)  (เป็นทั้งคำนามและกริยา)

(c) poisoning

(d) poisonous    (เป็นพิษ, มีพิษ, มีอันตราย)  (เป็นคำคุณศัพท์)

ตอบ  –  ข้อ  (d)  เนื่องจากขยายหน้าคำนาม (Snake)  จึงใช้คำคุณศัพท์

 

7. Hotels proliferate as the new city expands rapidly in response to the demand of fun-loving travelers.  

(โรงแรม  ขยาย-เพิ่มทวี-ผุดขึ้น-งอก-แพร่หลาย-แพร่พันธุ์-เผยแพร่  ในขณะที่เมืองใหม่ขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว  เพื่อตอบสนองความต้องการของนักเดินทาง-ท่องเที่ยวที่รักสนุก)

(a) vanish    (อันตรธานหายไป)

(b) deteriorate    (แย่ลง, เลวลง, เสื่อมลง, ชำรุด, ทำให้เสื่อมเสีย, ทำให้เลวลง)

(c) multiply    (เพิ่มขึ้นมาก, เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว, คูณ)

(d) cluster    (จับกันเป็นกลุ่มก้อน, เป็นกลุ่มก้อน, กลุ่ม, ก้อน, ช่อ, พวง)

(e) scatter    (ทำให้กระจัดกระจาย-กระเจิง, กระจัดกระจาย, แตกกระเจิง, สาด,  โปรย, หว่าน, การทำให้กระจัด

      กระจาย-กระเจิง, การสาด-โปรย-หว่าน)

ตอบ  –  ข้อ  (c)

 

8. I shall have left this place by the time she ______________________________________.

(ผมจะได้จากสถานที่นี้ไปแล้ว  ในเวลาที่เธอ ___________________________________)

(a) will arrive

(b) arrives    (มาถึง)

(c) is arriving

(d) will have arrived

ตอบ  -  ข้อ  (b)  หมายถึง  “เมื่อเธอมาถึงสถานที่แห่งนี้  ณ เวลาหนึ่งในอนาคต  ผมคงจะได้จากสถานที่แห่งนี้ไปแล้ว”  ทั้งนี้  “By the time”  =  “When”  กริยาในอนุประโยค  จึงใช้รูป  “Present simple tense”  (Arrives)  ทั้งนี้  กริยาในอนุประโยคที่นำหน้าด้วย  “When, Before, After, As soon as”  มักอยู่ในรูป  Simple tense  ส่วนจะเป็น  Present simple  หรือ  Past simple  ต้องให้สอดคล้องกับกริยาในประโยคใหญ่ (Main clause) ด้วย  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • When he has enough money, he will buy a new car.

(เมื่อเขามีเงินพอ  เขาจะซื้อรถคันใหม่)

  • When he had enough money, he would buy a new car.

(เมื่อเขามีเงินพอ  เขาจะซื้อรถคันใหม่)

  • When you finish your work, we will go out for dinner.

(เมื่อคุณทำงานเสร็จ  เราจะออกไปกินอาหารเย็นกัน)

  • When you finished your work, we would go out for dinner.

(เมื่อคุณทำงานเสร็จ  เราจะออกไปกินอาหารเย็นกัน)

  • She will leave the room before we finish the meeting.

(เธอจะออกจากห้อง  ก่อนเราประชุมเสร็จ)

  • She would leave the room before we finished the meeting.

(เธอจะออกจากห้อง  ก่อนเราประชุมเสร็จ)

  • We will start our work after we discuss with our boss.

(เราจะลงมือทำงาน  หลังจากเราปรึกษากับหัวหน้าของเรา)

  • We would start our work after we discussed with our boss.

(เราจะลงมือทำงาน  หลังจากเราปรึกษากับหัวหน้าของเรา)

  • We will begin our journey as soon as my sister arrives.

(เราจะเริ่มออกเดินทางในทันทีที่น้องสาวของผมมาถึง)

  • We would begin our journey as soon as my sister arrived.

(เราจะเริ่มออกเดินทางในทันทีที่น้องสาวของผมมาถึง)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป