หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 485)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each question.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละคำถาม)

 

1. __________________ none of us were familiar with the city.  Mr. Gustav drove us to the meeting.

(_______________________ พวกเราไม่คุ้นเคยกับเมือง  มิสเตอร์กุสตาฟขับรถพาเราไปประชุม)

(a) Although    (แม้ว่า, ถึงแม้ว่า)  (ใช้กับข้อความที่ขัดแย้งกัน ๒ ข้อความ)

(b) Because    (เพราะว่า, เนื่องจาก)  (ใช้นำหน้าข้อความที่เป็นเหตุ)

(c) Therefore    (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)  (ใช้นำหน้าข้อความที่เป็นผล)

(d) However    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)  (ใช้กับข้อความที่ขัดแย้งกัน ๒ ข้อความ)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากข้อความเป็นเหตุเป็นผลกัน  กล่าวคือ  “พวกเราไม่คุ้นเคยกับเมือง” (เป็นเหตุ)  ส่วน  “มิสเตอร์กุสตาฟขับรถพาเราไปประชุม” (เป็นผล)  โดยใช้  Because” นำหน้าข้อความที่เป็นเหตุ,  ตัวอย่างการใช้คำอื่นๆ  เช่น

  • Because it rained all night, there was a flood the following day.

(เพราะว่าฝนตกตลอดทั้งคืน  มีน้ำท่วมในวันต่อมา)

  • She missed the plane because she left home very late.

(เธอตกเครื่องบิน  เพราะว่าเธอออกจากบ้านสายมาก)

  • Because it was Mr. Peterson’s birthday, his staff took him to lunch.

(เพราะว่ามันเป็นวันเกิดของมิสเตอร์ปีเตอร์สัน  คณะผู้ร่วมงานของเขาพาเขาไปทานอาหารกลางวัน)

  • Although (Though) Kim was wealthy, she was not happy.

(แม้ว่าคิมมั่งคั่งร่ำรวย  เธอไม่มีความสุข)

  • Although (Though) he studied hard, he failed.

(แม้ว่าเขาขยันเรียน  เขาสอบตก)

They went out although (though) it rained heavily.

(พวกเขาออกไปข้างนอก  แม้ว่าฝนตกหนัก)

  • Although (Though) they were ordered, the brochures and business cards were never printed.

(แม้ว่ามันได้รับการสั่งซื้อ  โบรชัวร์และนามบัตรไม่เคยได้รับการพิมพ์)

  • She studied hard.  Therefore, she passed her exam.

(เธอขยันเรียน  ดังนั้นเธอจึงสอบได้)

  • He had very poor health.  Therefore, he was not happy.

(เขามีสุขภาพแย่มาก  ดังนั้นเขาไม่มีความสุข)

  • The Chairman was sick; therefore, the meeting was canceled.

(ท่านประธานป่วย  ดังนั้นการประชุมถูกยกเลิก)

  • He studied hard.  However, he failed.

(เขาขยันเรียน  อย่างไรก็ดี  เขาสอบตก)

  • It rained heavily.  However, they went out.

(ฝนตกหนัก  อย่างไรก็ตาม  พวกเขาออกไปข้างนอก)

  • Kim was wealthy; however, she was not happy.

(คิมร่ำรวย  อย่างไรก็ดี  เธอไม่มีความสุข)

  • Bill proposed to Sarah; however, she refused it.

(บิลขอแต่งงานกับซาร่าห์  อย่างไรก็ตาม  เธอปฏิเสธมัน)

 

2. If this report is sent by overnight delivery, it ____________________ Milan by noon tomorrow.

(ถ้ารายงานนี้ถูกส่งโดยการส่งเวลากลางคืน  มัน ___________________ มิลานตอนบ่ายวันพรุ่งนี้)

(a) reaches    (ไปถึง)

(b) will reach    (จะไปถึง)

(c) is reaching    (กำลังไปถึง)

(d) has reached    (ได้ไปถึงแล้ว)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่ ๑  (If + Subject + Verb 1, Subject + Will (Shall) + Verb 1)  คือ  ผู้พูดมีความมั่นใจว่า  ถ้าเหตุการณ์ในประโยคย่อย (If clause) เกิดขึ้นจริง  เหตุการณ์ในประโยคใหญ่ (Main clause) ก็จะเกิดขึ้นตามไปด้วย  (ถ้ารายงานนี้ถูกส่งโดยการส่งเวลากลางคืน  มันจะไปถึงมิลานตอนบ่ายวันพรุ่งนี้)  ทั้งนี้  กริยาในประโยคใหญ่มักเป็น  “Will (Shall) + Verb 1”  ดูเพิ่มเติม  “If clause”  แบบนี้จากตัวอย่างข้างล่าง  

  • If the waiter cannot handle your request, the captain will assist you.

(ถ้าพนักงานบริการไม่สามารถจัดการกับคำร้องขอของคุณได้  กัปตันเรือจะช่วยเหลือคุณ)

  • If the customer is not satisfied, please have him call the manager.

(ถ้าลูกค้าไม่พอใจ  กรุณาให้เขาโทรศัพท์ไปที่ผู้จัดการ)

(ในกรณีประโยคใหญ่เป็นคำสั่งหรือขอร้องให้ทำเช่นนั้นเช่นนี้  ดังเช่นประโยคข้างบน  ให้ขึ้นต้นประโยคใหญ่ด้วยคำกริยาช่องที่ ๑ (Verb 1)  โดยอาจมี  “Please”  นำหน้า)

  • If Ms. Sylvia leaves at 2:00, she will arrive at the station on time.

(ถ้านางสาวซิลเวียออกเดินทางเวลาบ่ายสองโมง  เธอจะมาถึงที่สถานีทันเวลา)

  • If you agree, I will take the car now.

(ถ้าคุณเห็นด้วย  ผมจะซื้อรถยนต์ตอนนี้เลย)

  • If you submit your application tomorrow, you will still be eligible for the job.

(ถ้าคุณส่งใบสมัครของคุณวันพรุ่งนี้  คุณจะยังคงมีสิทธิ์สำหรับงานนี้อยู่)

  • They may have a cold if they stay outside too long at night.

(พวกเขาอาจเป็นหวัด  ถ้าพวกเขาอยู่นอกบ้านนานเกินไปตอนกลางคืน)

  • She will be angry if we make fun of her.

(เธอจะโกรธ  ถ้าเราล้อเลียนเธอ)

 

3. Recently, I ____________________________________________________ rather badly.

(หมู่นี้  (เร็วๆ มานี้)  ผม ________________________________________ ไม่ค่อยจะหลับ)

(a) sleep

(b) am sleeping

(c) was sleeping

(d) have been sleeping    (ได้กำลังนอน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  “Recently” (หมู่นี้, เร็วๆ มานี้)  ใช้กับ  “Present perfect continuous tense”  {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing หรือ  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}  เพื่อบอกว่าเหตุการณ์หนึ่ง (นอนไม่หลับ)  เกิดขึ้นในอดีต  และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันขณะที่พูด  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่            

  • It __________________________________________________ ever since last Sunday.

(ฝน _______________________________________________ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่แล้ว)

(a) rained

(b) had rained

(c) has rained

(d) has been raining    (ได้กำลังตก)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ใช้รูป  “Present perfect continuous tense”  {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing}  เนื่องจากแสดงทั้งความต่อเนื่อง  และยาวนานของเหตุการณ์ (ฝนตก)  ที่เกิดตั้งแต่ในอดีต (วันอาทิตย์ที่แล้ว)  จนถึงปัจจุบัน (ขณะที่พูด)  และมีแนวโน้มที่จะเกิดต่อไปในอนาคตด้วย  ซึ่งดีกว่าการใช้  ข้อ  (c)  (Present perfect tense)  เพราะแสดงเพียงความต่อเนื่องของเหตุการณ์ (ฝนตก)  ที่เกิดในอดีตมาจนถึงปัจจุบันเท่านั้น  มิได้แสดงความยาวนานของเหตุการณ์  หรือบ่งชี้ว่าจะเกิดต่อไปในอนาคตด้วยเหมือนกับ  “Present perfect continuous tense”  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Present perfect continuous tense”  จากประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • In the last few years our town _____________________________________ a great deal.

(ในช่วงสอง-สามปีที่ผ่านมา  เมืองของเรา _____________________________ อย่างมากมาย)

(a) grew

(b) had grown

(c) is growing

(d) has been growing    (ได้กำลังเติบโต)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ใช้โครงสร้าง  “Present perfect continuous tense” {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing}  เพื่อบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  และดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน (ขณะที่พูด)  คือ  เมืองของเราเริ่มเติบโตเมื่อสอง-สามปีที่แล้ว  ปัจจุบันก็ยังคงเติบโตอยู่  และมีแนวโน้มจะเติบโตต่อไปในอนาคตด้วย  อีกนัยหนึ่ง  คือ  เน้นการเติบโตแบบต่อเนื่อง  หรือติดต่อกันเป็นเวลาสอง-สามปี                     

                                 ตัวอย่างที่ 

  • He looks so exhausted because he __________________________ around the town all day.

(เขามีท่าทางเหน็ดเหนื่อย-อ่อนล้ามาก  เพราะว่าเขา ___________________ รอบเมืองตลอดทั้งวัน)

(a) ran

(b) had run

(c) had been running

(d) has been running    (ได้กำลังวิ่ง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ใช้รูป  “Present perfect continuous tense”  {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing}  เพื่อแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์จากอดีตมาจนถึงปัจจุบันขณะที่พูด (คือ การวิ่งรอบเมือง)  และมีแนวโน้มว่าจะกระทำ (วิ่ง) ต่อไปในอนาคตด้วย  (คือ  ภายหลังจากที่พูดประโยคนี้)   ส่วนอีกนัยหนึ่ง  ต้องการแสดงความต่อเนื่องยาวนานของการทำกริยาวิ่ง  ว่าได้กระทำมาแล้วหลายๆ ชั่วโมงติดต่อกัน  (สำหรับนัยยะหลัง  อาจต่อเนื่องแบบหลายๆ ชั่วโมง  วัน  เดือน  ปี  ก็ได้)

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Mother __________________________________ very badly for the last few months.

(แม่ _____________________________________ ไม่หลับเลยในช่วง ๒ – ๓ เดือนที่แล้วมา)

(a) sleeps

(b) slept

(c) has been sleeping    (นอน)

(d) had slept

ตอบ    ข้อ  (c)  เนื่องจากอยู่ในรูป  “Present perfect continuous tense”  คือบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  และแสดงความยาวนานของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย   “แม่นอนไม่หลับเลยในช่วง ๒ – ๓ เดือนที่ผ่านมา”  

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I ____________________ of changing my job for some time, but I haven’t made up my mind.

(ผม _______________ ถึงการเปลี่ยนงานมาเป็นเวลาหนึ่งแล้ว  แต่ผมยังมิได้ตัดสินใจ - ที่จะเปลี่ยน)

(a) am thinking

(b) thought

(c) have been thinking    (ได้กำลังคิด)

(d) think

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากอยู่ในรูป   “Present perfect continuous tense”  {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ingคือ  กล่าวถึงเหตุการณ์หนึ่งซึ่งเกิดในอดีต  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  คือ  คิดจะเปลี่ยนงานตั้งแต่ในอดีต  และปัจจุบัน (ขณะที่พูดประโยคนี้)  ก็ยังคิดจะเปลี่ยนงานอยู่

                                 ตัวอย่างที่ 

  • She _______________________________________________ in London for 20 years.

(เธอ _________________________________________ ในลอนดอนเป็นเวลา  ๒๐  ปีแล้ว)

(a) has come to live

(b) has been living    (ได้กำลังอาศัย)

(c) comes to live

(d) is living

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ใช้รูป  “Present perfect continuous tense”  {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing}  เพื่อแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์หนึ่ง  (เธออาศัยอยู่ในลอนดอน)  ซึ่งเกิดขึ้นในอดีต  และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน (ขณะที่พูดถึง)  และมีแนวโน้มจะอาศัยอยู่ต่อไปในอนาคตด้วย

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Although Mark _________________ for years, he ________________ has not graduated. 

(แม้ว่ามาร์ค _________________ เป็นเวลาหลายปี  เขา ________________ ไม่จบการศึกษา)

(a) has been studying …….. already   (ได้กำลังศึกษา................. แล้ว)

(b) has been studied ………still

(c) has been studying ……..still    (ได้กำลังศึกษา ................. ยังคง)

(d) has been studied……….already

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ใช้โครงสร้าง  “Present perfect continuous tense” {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing}  ในแบบ  “Active voice”  {ข้อ  (b)  และ  (d)  เป็น  “Present perfect tense”  ในรูป  “Passive voice”}  เนื่องจากมาร์คเป็นผู้กระทำ (ศึกษา)  สำหรับข้อนี้หมายความว่า  “มาร์คเรียนหนังสือมาหลายปี  แต่ยังคงไม่จบการศึกษา”  (แสดงการศึกษาต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี)

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Miss Kim _________________________________________ with us since last October.

(มิสคิม ______________________________________ กับเราตั้งแต่เดือนตุลาคม  ปีที่แล้ว)

(a) works

(b) worked

(c) has been working      (ได้กำลังทำงาน)

(d) is working

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็น  “Present perfect continuous tense”  {Subject + Have (Has) + Been + V. ing}  โดยสังเกตจาก  Since last October”  ทั้งนี้  “Present perfect continuous”  ใช้บอกเหตุการณ์ในอดีตที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  และเน้นความยาวของช่วงเวลา  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันด้วย   ซึ่งอาจจะเป็นหลายๆวัน, เดือน, ปี, หลายๆปี  หรือเพียง ๒ – ๓ ชั่วโมงก็ได้   ซึ่งประโยคข้างบนมีความหมายว่า  “มิสคิมทำงานกับเราตั้งแต่ตุลาฯ ปีที่แล้ว”  คือปัจจุบันก็ยังคงทำอยู่  และเน้นความต่อเนื่องของการทำงาน  ว่าทำมานานหลายเดือนแล้ว  อนึ่ง  สามารถใช้รูป  “Present perfect” {Subject + Have (Has) + Verb 3}  แทนก็ได้  โดย  “Present perfect tense”  ก็บอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเช่นกัน  แต่ไม่เน้นความต่อเนื่อง หรือยาวนาน  (รวมทั้งไม่เน้นว่าจะทำต่อเนื่องไปในอนาคตด้วย)  ซึ่งต่างจาก  “Present perfect continuous”  นอกจากนั้น  “Present perfect”  ยังบอกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งจะจบสิ้นลงไปแล้ว  หรือเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  แต่ไม่ระบุเวลาที่แน่ชัด  หรือใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำๆ ในอดีตด้วย                         

                 รูปแบบของ  “Tense”  ทั้ง ๒ ที่กล่าวมาข้างต้น  มักจะมีคำจำพวกนี้อยู่ในประโยค  ได้แก่  since (ตั้งแต่),  for (เป็นเวลา),  recently (หมู่นี้),  lately (เมื่อเร็วๆ นี้),  so far (เท่าที่ผ่านมาหรือเป็นมา),  up to now (จนกระทั่งถึงบัดนี้),  up till now  (จนถึงบัดนี้),  up to the present (จนถึงปัจจุบัน),  already (แล้ว),  yet (ใช้ในประโยคคำถาม),  not yet (ใช้ในประโยคปฏิเสธ),  ever (เคย),  never (ไม่เคย),  just  (เพิ่งจะ),  this is the first (second) time (นี่เป็นครั้งแรก – ครั้งที่สอง),  หรืออาจตามด้วยประโยคที่เป็น  “Past tense  เช่น  since we were born(ตั้งแต่เราเกิด),  “since they were at college(ตั้งแต่พวกเขาเรียนมหา วิทยาลัย),  since I was young(ตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก),  since she left the country(ตั้งแต่ที่เธอจากประเทศไป),  ตัวอย่างประโยค  เช่น

  • I have already eaten my breakfast.

(ผมกินอาหารเช้าแล้ว)  (เน้นว่ากินแล้ว และยังไม่นานนัก)

  • She has not eaten her dinner yet.

(เธอยังมิได้กินอาหารเย็นเลย)  (เน้นว่ายังไม่ได้ทำ)

  • He has just gone out.

(เขาเพิ่งจะออกไป)  (เน้นว่าเพิ่งจะจบสิ้น)

  • I have seen her on TV several times.

(ผมได้เห็นเธอทางทีวีหลายครั้ง)  (เน้นว่าทำซ้ำๆ)

  • They have lived here for ten years.

(พวกเขาอยู่ที่นี่มา  ๑๐  ปีแล้ว)  (เน้นว่าต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน)

  • We have not seen each other since 2010.

(เราไม่ได้เจอกันตั้งแต่ปี  ๒๐๑๐)  (เน้นว่าต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน)

  • They have been playing since the morning.

(พวกเขาเล่นกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว)  (เน้นว่าต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  และความยาวของเวลาว่าหลายชั่วโมง)

  • They have been waiting here for two hours.

(พวกเขารอคอยอยู่ที่นี่มา ๒ ชั่วโมงแล้ว)  (เน้นความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  และความนานของเวลาคือ ๒ ชั่วโมง)

  • We have been living here since we were born.

(เราอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่เราเกิด)  (เน้นความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  และความยาวนานของการอาศัยที่นี่  คือหลายสิบปีแล้ว)

 

4. Both of them can drive but Bill drives ___________________________________________.

(ทั้ง คนขับรถเป็น  แต่บิลขับ _____________________________________________)

(a) careful

(b) more careful

(c) more carefully    (ระมัดระวังกว่า)

(d) most carefully    (ระมัดระวังที่สุด)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากขยายกริยา  “Drives”,  “Careful”  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์ (Adverb)  และขยายด้วย  “More”  เมื่อแสดงการเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า” (Comparative degree)  เนื่องจากเป็นคำพยางค์ยาว  คือ  “บิลขับรถระมัดระวังมากกว่าอีกคนหนึ่ง   

 

5. The family was in great distress over the accident that maimed Kenny.  

(ครอบครัวนั้นอยู่ใน  ความโศกเศร้าเสียใจ-ความทุกข์ยากลำบาก-ความเคราะห์ร้าย-ภัยพิบัติ-ทำให้เศร้าโศกหรือทุกข์ยาก (กริยา)   อย่างใหญ่หลวง  ในเรื่องอุบัติเหตุซึ่งทำให้เคนนี่ต้องพิการ)

(a) endurance    (เอน-ดิ๊ว-เริ่นซ)  (ความทรหดอดทน, ความอดกลั้น, ความทนทาน, ความไม่ตาย)

(b) great pain or sorrow    (ความเจ็บปวด หรือความเสียใจอย่างยิ่ง)

(c) verdict    {คำตัดสิน (ของศาล), คำชี้ขาด (ของกรรมการ, ผู้ตัดสิน)}

(d) outcome    (ผลลัพธ์)

(e) incantation    (อิน-แคน-เท้-ชั่น)  (การร่ายเวทมนตร์, การเสกเป่า, คาถา, เวทมนตร์คาถา, พิธีร่ายเวทมนตร์)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  

 

6. Whenever I come to your house, your dog’s tail is _________________________________.

(เมื่อใดก็ตามที่ผมมาบ้านคุณ  หางของสุนัขของคุณกำลัง ___________________________)

(a) barking    (เห่า)

(b) wagging    (กระดิก, แกว่ง, แกว่งไกว, ขึ้นๆลงๆ, กระดก (ลิ้น), ชี้มือชี้นิ้ว, สั่นหัว)

(c) wailing    (ร่ำไห้, คร่ำครวญ, ร้องคร่ำครวญ, ร้องสะอึกสะอื้น, ร้องโหยหวน, (ลม) พัดเสียงดังโหยหวน)

(d) waiving    (ละทิ้ง, สละสิทธิ, ละเว้น. ทิ้ง, ปัดออก)

(e) ignoring    (ไม่สนใจ, ไม่นำพาต่อ, ไม่พูดจาด้วยหรือไม่ทักทาย)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  

 

7. If the iron is put in the rain for a long time, it will become ____________________________. 

 (ถ้าเหล็กถูกวางตากฝนเป็นเวลานาน  มันจะ ____________________________________)

(a) rustic    (บ้านนอก, เกี่ยวกับชิวิตชนบท, ธรรมดาๆ, เกี่ยวกับคนบ้านนอก, เงอะงะ)

(b) fragile    (แฟร้จ-ไจล)  (เปราะ, หักง่าย, แตกง่าย. เสียหายง่าย, อ่อนแอ, บอบบาง)

(c) rife    (ไรฟ)  (มีอยู่ทั่วไป, แพร่หลาย, อุดม, อุดมสมบูรณ์, แน่นหนา)

(d) rusty    (เป็นสนิม, ขึ้นสนิม)

(e) parsimonious    (พาร์-ซิ-โม้-เนียส)  (ประหยัดมากเกินไป, ขี้เหนียว, ตระหนี่, ใจแคบ) 

ตอบ  -  ข้อ  (d)  

 

8. There are two temples and ___________________________________ of them are Thai style.

(มีวัด    วัด และ ___________________________________________ เป็นแบบทรงไทย)

(a) one

(b) all

(c) both    (ทั้งคู่)

(d) each

ตอบ  –  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  "Both"  ใช้กับ  “จำนวน  ”,  สำหรับ  “All”   ใช้กับจำนวนตั้งแต่    ขึ้นไป  ส่วน ข้อ  (a)  และ  (d)  ถ้าจะใช้   ต้องแก้ข้อความเป็น  “One  หรือ  Each of them is Thai style”  (วัดหนึ่ง  (หรือ แต่ละวัด)  เป็นแบบทรงไทย)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป