หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 482)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each question.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละคำถาม)

 

1. The new insurance plan is especially ____________________ with employees who have families.

(แผนประกันภัยแผนใหม่ _________________________ เป็นพิเศษกับพนักงานผู้ซึ่งมีครอบครัว)

(a) popularized    (ถูกทำให้เป็นที่นิยม หรือรู้จักกันทั่วไป)  (เป็นคำกริยา)

(b) popular    (เป็นที่นิยม, ได้รับความนิยม, เป็นที่ยอมรับกัน, เกี่ยวกับประชากร-ราษฎร, ทั่วไป,

       พื้นๆ, โดยประชาชน)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) populated    (อาศัยอยู่, พำนักอยู่, ตั้งถิ่นฐานใน, นำผู้คนเข้าไปตั้งรกรากในบริเวณหนึ่ง)  (เป็นคำกริยา)

(d) popularity    (ชื่อเสียง, เกียรติคุณ, ความเป็นที่นิยม, ความแพร่หลาย)  (เป็นคำนาม)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

2. The airline will refund the money ___________________________ you cancel the reservation.

(สายการบินจะคืนเงิน ______________________________________ คุณยกเลิกการจอง)

(a) during    (ในระหว่าง)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี  เช่น  During summer  = ระหว่างฤดูร้อน, During her

       vacation  =   ระหว่างการท่องเที่ยววันหยุดของเธอ)

(b) soon    (โดยเร็ว, ในไม่ช้า)

(c) when    (เมื่อ)  (ตามด้วยอนุประโยค  คือ  “Subject + Verb”)

(d) until    (จนกระทั่ง, จนกว่า)  (ตามด้วยคำนาม หรืออนุประโยค  คือ  “Subject + Verb”  เช่น  Until noon  

       =  จนกระทั่งบ่าย,  Until I come back  =  จนกระทั่งฉันกลับมา)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

3. You should check your messages _____________________________________________.

(คุณควรตรวจสอบข่าวสารของคุณ _________________________________________)

(a) as soon as    (ในทันทีที่)  (ตามด้วยอนุประโยค  คือ  “Subject + Verb”  เช่น  As soon as it rains  =  

       ในทันทีที่ฝนตก)

(b) twice a day    (วันละ ๒ ครั้ง)

(c) seldom    (ไม่ใคร่จะ, แทบจะไม่)

(d) rarely    (ไม่ใคร่จะ, แทบจะไม่)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  สำหรับ  Adverb of frequency  ที่เป็นคำๆ เดียว  เช่น  Rarely, Seldom, Always (สม่ำเสมอ, เป็นประจำ), Sometimes (บางที, บางครั้ง, บางโอกาส), Never (ไม่เคย), Usually (เป็นประจำ, ตามปกติ), Occasionally (เป็นบางครั้ง), Often (บ่อย), Hardly (แทบจะไม่), Scarcely (แทบจะไม่), Generally (โดยทั่วไป), Normally (ตามปกติ), Never before (ไม่เคยมาก่อนเลย)  มีหลักการเรียงคำในประโยค  คือ

                         ๑. วางไว้หน้าคำกริยาทั่วไป  เช่น

  • They always come late.   (พวกเขามาสายเสมอ)
  • She usually goes shopping.   (เธอไปซื้อของเป็นประจำ)
  • He seldom drives to work.   (เขาแทบจะไม่ได้ขับรถไปทำงาน)

                         ๒. วางไว้หลัง  “Verb to be”  เช่น

  • He is often late for class.   (เขาเข้าห้องเรียนสายบ่อยๆ)
  • They are always busy with their work.   (พวกเขามักยุ่งอยู่กับงานเสมอ)
  • She is never contented with her life.   (เธอไม่เคยพอใจในชีวิตเลย)

                         ๓. ถ้ามีคำกริยา    ตัวในประโยค  ให้วางไว้ตรงกลางคำกริยานั้น  เช่น

  • They have always had lunch there.    (พวกเขากินอาหารกลางวันที่นั่นเสมอ)
  • She will never love him.   (เธอจะไม่มีวันรักเขา)
  • You should never come to class late.   (คุณไม่ควรจะมาเรียนสาย)
  • He is always asking me.   (เขาถามคำถามผมอยู่เสมอ)
  • We have never traveled to New York.   (เราไม่เคยเดินทางไปนิวยอร์ก)

                     ๔. ในกรณีของประโยค  Passive voice  ให้วางไว้ตรงกลางระหว่าง   Verb to be  และกริยาช่องที่ ๓,  สำหรับ  Passive voice  ของประโยคที่เป็น  Present perfect  หรือ  Past perfect tense  ให้วาง  Adverb of frequency  ไว้ระหว่าง  Has (Had)  และ  Been,  ส่วนในประโยค  Future tense  ให้วางไว้ระหว่าง  Will (Shall)  และ  Be  กล่าวโดยสรุปคือ  ถ้ามีกริยา ๓ ตัว  ให้วาง  Adverb of frequency  ไว้ระหว่างกริยาตัวที่ ๑ และ ๒  ดังตัวอย่าง

  • He is often punished by his teacher.

(เขาถูกลงโทษโดยครูบ่อยๆ)

  • She is always appreciated by her classmates.

(เธอได้รับการชื่นชมโดยเพื่อนร่วมชั้นอยู่เสมอ)

  • We were frequently visited by our old friends.

(เราได้รับการเยี่ยมเยือนโดยเพื่อนเก่าของเราอยู่บ่อยๆ)

  • I have always been mistaken for my brother as we are twins.

(ผมถูกเข้าใจผิดว่าเป็นน้องชายอยู่เสมอ  เพราะว่าเราเป็นฝาแฝดกัน)  (มักมีคนมาทักผมผิดตัว  โดยคิดว่าผมคือน้องชาย)

  • The same story had usually been told by that old woman.

(เรื่องเดิมถูกเล่าเป็นประจำโดยหญิงชราคนนั้น)

  • That best-seller will always be asked for.

(หนังสือที่ขายดีที่สุดจะถูกถามหาอยู่เสมอ)

  • The room must frequently be cleaned.

(ห้องจะต้องได้รับการทำความสะอาดบ่อยๆ)

                  ๕. สำหรับกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์บอกความถี่  เช่น  Every day (ทุกวัน), Once a month (เดือนละครั้ง), Twice a week (สัปดาห์ละ ๒ ครั้ง), Three times a year (ปีละ ๓ ครั้ง), Every other day (วันเว้นวัน), From time to time (เป็นครั้งคราว, ไม่บ่อย), Once in a while (ไม่บ่อย), Every now and then (บ่อยๆ)  เป็นต้น  มักวางไว้ท้ายประโยคสุด  หรือไม่ก็หน้าประโยค  เช่น

  • The children go to school every day.

(เด็กๆ ไปโรงเรียนทุกวัน)

  • Every year our company has a party.  (= Our company has a party every year.)

(ทุกปี  บริษัทของเรามีงานเลี้ยง)

  • She goes swimming twice a week.

(เธอไปว่ายน้ำสัปดาห์ละ ๒ ครั้ง)

  • Three times a year they have an examination.  (= They have an examination three times a year.)

(ปีละ ๓ ครั้ง  พวกเขามีการสอบ)

 

4. Please tell me the difference __________________________________ a habit and a custom.

(โปรดบอกผมความแตกต่าง __________ นิสัย (หรือธรรมเนียมปฏิบัติ) และขนบธรรมเนียมประเพณี)

(a) of

(b) from

(c) between    (ระหว่าง)

(d) in

ตอบ  –  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็นการใช้  “คำคู่”  “Between”  และ “And”  สำหรับคำคู่อื่นๆ  เช่น  “both…..…and…....” (ทั้ง.........และ.........),  “either….…or….....” (......... หรือ......... คนใดคนหนึ่ง),  “neither…..…nor….....” (ไม่ทั้ง.........และ..........),  “not only…….. but also...……”  (ไม่เพียงแต่........... แต่...........ด้วย)  เช่น

  • Either John or his sister will come to my party.

(จอห์นหรือน้องสาวของเขา  คนใดคนหนึ่ง – ระหว่างเขากับน้องสาว –จะมางานเลี้ยงของผม)

  • Neither you nor I can achieve the goals.

(ไม่ทั้งคุณและผมสามารถบรรลุจุดหมาย  –  คือทั้งคุณและผมไม่สามารถบรรลุจุดหมาย)

  • Not only Peter but also Frank passes the test.

(ไม่เพียงแต่ปีเตอร์  แต่ยังแฟร้งค์อีกด้วย  ที่ผ่านการสอบ  –  คือสอบผ่านทั้ง ๒ คน)

  • Both Mary and her sister have divorced their husbands.

(ทั้งแมรี่และพี่สาวของเธอได้หย่าร้างกับสามี)

  • The training session has been changed from 8:30 to 9:00.

(การประชุมฝึกอบรมถูกเปลี่ยนจาก ๘.๓๐ น. เป็น ๙.๐๐ น.)

  • Both breakfast and lunch are served in the company cafeteria.

(ทั้งอาหารเช้าและอาหารกลางวันได้รับการเสิร์ฟในโรงอาหารของบริษัท)

 

5. There is someone _________________________________________________ at the door.

(มีใครบางคน ___________________________________________________ ที่ประตู)

(a) knock

(b) knocks

(c) knocking    (เคาะ, กำลังเคาะ)

(d) knocked

ตอบ  –  ข้อ  (d)  เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  Who knocks at the door”  หรือ  “Who is knocking at the door”  โดยในที่นี้  “Knocking”  เป็น  “Present participle”  ซึ่งถือเป็นคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง  ใช้ขยายข้างหลังหรือหน้าคำนาม  เพื่อที่จะบอกว่าคำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ  ซึ่งในประโยคข้างบน  “ใครบางคนเป็นผู้เคาะ (กำลังเคาะ) ประตู

 

6. If you can use a word correctly, there is a good chance that you comprehend it. 

(ถ้าคุณสามารถใช้คำได้อย่างถูกต้อง  มีโอกาสดีที่คุณจะ  เข้าใจ  มัน)

(a) understand    (เข้าใจ)

(b) malign    (มะ-ไลน)  (พูดให้ร้าย, กล่าวร้าย, ใส่ร้าย, กล่าวหา, ทำให้เสียชื่อเสียง)

(c) belittle    (ทำให้ดูด้อยค่า, ทำให้ความสำคัญลดลง, ดูถูก, ดูแคลน, เหยียดหยาม)

(d) assault    (อะ-ซ้อลท)  (โจมตี, จู่โจม, ทำลาย, ข่มขืน, การโจมตีอย่างรุนแรง, การจู่โจม, การทำลาย (ชื่อ

       เสียง), การข่มขืน)

(e) infer    (สรุป, ลงความเห็น, อนุมาน, ส่อให้เห็น, ชี้ให้เห็นว่า, แนะนำ)

ตอบ  –  ข้อ  (a)

 

7. The earthquake had devastated (เดฟ-เวิส-เทท) the entire village.

(แผ่นดินไหวได้  ทำลายล้าง-ล้างผลาญ  ทั้งหมู่บ้าน)

(a) established    (สร้าง, ก่อตั้ง, สถาปนา)

(b) ruined    (รู้-อิ้น หรือ รู้-เอิ้น) (ทำให้พินาศ-ย่อยยับ, ทำลายให้ล่มจม, ล่มจม, ล้มละลาย, ย่อยยับ) 

       (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “ความพินาศ-หายนะ-ย่อยยับ, ซากปรักหัก พัง”)

(c) flooded    (น้ำท่วม, ท่วม)

(d) recovered    (ฟื้นจากไข้, หายเป็นปกติ, กลับคืนสู่สภาพเดิม, นำกลับคืนมา)

(e) amplified    (มาจากกริยา “Amplify”  =  ขยาย, เพิ่มให้มากขึ้น)

ตอบ  –  ข้อ  (b)

 

8. We can build buildings hundreds of feet high in a short time by using modern _______________.

(เราสามารถสร้างอาคาร (ตึก) สูงหลายร้อยฟุต ในเวลาอันสั้น  โดยการใช้ _____________ สมัยใหม่)

(a) mechanic    (ช่างเครื่องยนต์)

(b) machine    (เครื่องจักร, อุปกรณ์)  (เป็นคำนามนับได้)

(c) machinery    (เครื่องจักร, เครื่องกล, เครื่องกลไก)  (เป็นคำนามนับไม่ได้)

(d) mechanical    (เกี่ยวกับเครื่องยนต์กลไก)  (เป็นคำคุณศัพท์)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  หรืออาจตอบข้อ (b)  แต่ต้องแก้เป็น  Machines”  เนื่องจากคำนามนับได้  เอกพจน์  จะอยู่ลอยๆ ไม่ได้  ต้องนำหน้าด้วย  “Article” (A, An, The)  หรือไม่เช่นนั้น  ก็ต้องทำเป็นรูปพหูพจน์   

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป