หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 481)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer to each question.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดของแต่ละคำถาม)

 

1. A manager ______________________________________ new things from his or her staff.

(ผู้จัดการ ______________________________ สิ่งใหม่ๆ จากคณะผู้ร่วมงานของเขาหรือเธอ)

(a) learning sometimes can

(b) can sometimes learn    (บางครั้งสามารถเรียนรู้)

(c) sometimes learn can

(d) sometimes can learning

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นการเรียงคำในประโยคที่ถูกต้อง  ทั้งนี้  Adverb of frequency  ที่เป็นคำๆ เดียว  เช่น  Sometimes (บางครั้ง, บางโอกาส, บางที),  Rarely (แทบจะไม่), Always (เป็นประจำ, สม่ำเสมอ), Never (ไม่เคย), Usually (เป็นประจำ), Occasionally (เป็นบางครั้ง), Often (บ่อย), Seldom (แทบจะไม่), Hardly (แทบจะไม่), Scarcely (แทบจะไม่), Generally (โดยทั่วไป), Normally (ตามปกติ), Never before (ไม่เคยมาก่อนเลย)  มีหลักการเรียงคำในประโยค  คือ  ถ้ามีคำกริยา    ตัวในประโยค  ให้วางไว้ตรงกลางคำกริยานั้น  เช่น

  • They have always had lunch there.   (พวกเขากินอาหารกลางวันที่นั่นเสมอ)
  • She will never love him.   (เธอจะไม่มีวันรักเขา)
  • You should never come to class late.   (คุณไม่ควรจะมาเรียนสาย)
  • He is always asking me.   (เขาถามคำถามผมอยู่เสมอ)
  • We have never traveled to New York.   (เราไม่เคยเดินทางไปนิวยอร์ก)
  •  

2. The final purchase price was higher than the investors _______________________________.

(ราคาการจัดซื้อ (สิ่งของที่ซื้อ) ขั้นสุดท้าย  สูงกว่าที่นักลงทุน __________________________)

(a) had expected    (ได้คาดหมาย)

(b) expect    (คาดหมาย)

(c) are expecting    (กำลังคาดหมาย)

(d) will expect    (จะคาดหมาย)

ตอบ  -  ข้อ  (a)  ต้องใช้กริยาในประโยคย่อยในรูปอดีต  Past perfect tense (Had + Verb 3)  เพื่อให้สอดคล้องกับกริยาในประโยคใหญ่  คือ  Was (Past simple tense)  ทั้งนี้อาจใช้  Expected  ก็ได้,  สำหรับการใช้  Past perfect tense  คู่กับ  Past simple tense  นั้น  เพื่อต้องการแสดงว่า  เหตุการณ์ใน  Past perfect tense  เกิดขึ้นก่อน  ส่วนเหตุการณ์ใน  Past simple tense  เกิดขึ้นทีหลัง  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่

  • By the time we got to the train station, the train _________________________________.

(ในตอนที่เราไปถึงสถานีรถไฟ,  รถไฟ ___________________________________________)

(a) has already left

(b) had already left    (ได้ออกไปแล้ว)

(c) had already been left

(d) will have already left

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากต้องอยู่ในรูป  “Past perfect tense” (Had + Verb 3)  เพื่อแสดงว่า  รถไฟได้ออกไป  ก่อนที่เราจะไปถึงสถานีรถไฟ (ซึ่งเกิดทีหลัง)  เป็นการใช้  Past perfect tense  (เหตุการณ์ที่เกิดก่อน)  คู่กับ  Past simple tense  (เหตุการณ์ที่เกิดทีหลัง)  คือ  Verb 2 (got to)  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่

  • After he _______________________________________ his meal, he drank some water.

(หลังจากเขา ______________________________________ อาหารของเขา,  เขาก็ดื่มน้ำ)

(a) had

(b) has had

(c) had had    (ได้รับประทาน)

(d) was having

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากใช้  “Past perfect tense”  (Subject + Had + Verb 3)  กับเหตุการณ์ที่เกิดก่อน (และจบก่อน)  คือ  “กินอาหาร”  และใช้  “Past simple tense”  (Subject + Verb 2)  กับเหตุการณ์ที่เกิดทีหลัง (ดื่มน้ำ)

                                  ตัวอย่างที่

  • Margaret didn’t remember what I ______________________________ her the day before.

(มาร์กาเร็ตจำไม่ได้ว่า  ผม _________________________________ อะไรแก่เธอเมื่อวันก่อน)

(a) would tell

(b) had told    (ได้บอก)

(c) had been told

(d) told

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นการใช้  “Past perfect tense”  (Had + Verb 3) (Had told)  ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน (ผมได้บอกเธอฯ)  คู่กับ  “Past simple”  (Verb 2) (Didn’t remember  -  จำไม่ได้)  ซึ่งเกิดขึ้นทีหลัง

                                  ตัวอย่างที่

  • After the ice _____________________________ for about three days, we could skate on it.

(หลังจากน้ำแข็ง _______________________ เป็นเวลา  ๓  วัน  เราจึงสามารถเล่นสเกตบนมันได้)

(a) was froze

(b) is froze

(c) had been froze

(d) had been frozen    (ถูกทำให้เย็นจัดจนกลายเป็นน้ำแข็ง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเหตุการณ์  “น้ำแข็งถูกทำให้เย็นจัดฯ”  เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์  “เราสามารถเล่นสเกตฯ”  จึงต้องใช้รูป  “Past perfect tense”  (Subject + Had + Verb 3)  และในกรณีนี้ต้องอยู่ในรูป  “Passive voice”  (Subject + Had +Been + Verb 3) (ถูกทำให้เย็นจัดจนแข็ง)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Past perfect tense”  และ  “Past simple tense”  (Subject + Verb 2) จากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่

  • In his evidence the policeman said that the accused _________ dismissed from his employment three weeks before.

(จากพยานหลักฐาน  ตำรวจกล่าวว่า  ผู้ถูกกล่าวหา ___________ ไล่ออกจากงาน  ๓  สัปดาห์ก่อนหน้านั้น)  (คือ  ก่อนหน้าที่เขาจะก่ออาชญากรรม)

(a) has been

(b) had been    (ได้ถูก)

(c) was being

(d) is

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เป็นการใช้โครงสร้าง  “Past perfect tense”  (Subject + Had + Verb 3)  ในรูป  “Passive voice”  (Subject + Had + Been + Verb 3)  สำหรับประโยคข้างบน  ผู้ถูกกล่าวหา  “ถูกกระทำ”  คือ  ถูกไล่ออกจากงาน)

                                 ตัวอย่างที่         (จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ (๑) – (๔)

  • The front porch was (1) a common feature of (2) wooden houses that (3) had built in the U.S. (4) around 1900.

(ระเบียงหน้าบ้านเป็นลักษณะธรรมดาสามัญของบ้านไม้  ซึ่งถูกสร้างขึ้นในสหรัฐฯ  ราวๆ ปี ๑๙๐๐)  (หมายถึงในยุคนั้น  บ้านไม้ในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่จะมีระเบียงหน้าบ้าน)

ตอบ  -  ข้อ   แก้เป็น  “had been built”  เนื่องจากต้องอยู่ในรูป  “Passive voice”  ของ  “Past perfect tense” (Subject + Had + Verb 3)  ซึ่งเมื่ออยู่ในรูปของ  “Passive voice”  จะมีโครงสร้าง  “Subject + Had + Been + Verb 3)

                                 ตัวอย่างที่

  • Cash awards were given to employees who _________ suggestions to improve quality and raise production.

(รางวัลเงินสดถูกมอบให้กับพนักงาน   ผู้ซึ่ง___________ คำแนะนำเพื่อปรับปรุงคุณภาพและยกระดับการผลิต)

(a) had offered    (ได้เสนอ)

(b) had been offered

(c) have offered

(d) are offering

ตอบ  -  ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นการใช้รูป  “Past perfect tense”  (Had offered)  ควบคู่กับ  “Past simple tense”  (Were givenในที่นี้อยู่ในรูป  “Passive voice”)  กล่าวคือ  มีเหตุการณ์ในอดีตเกิดขึ้น เหตุการณ์ (จบลงไปแล้วทั้งคู่)  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน  และจบลงก่อน  ใช้  “Past perfect” (Subject + Had + Verb 3)  ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดทีหลัง  และจบทีหลัง  ใช้  “Past simple”  (Subject + Verb 2)  ทั้งนี้  ในประโยคข้างบน  ข้อความ  “รางวัลเงินสดถูกมอบให้กับพนักงาน”  เกิดขึ้นภายหลังข้อความ  “(พนักงาน) ผู้ซึ่งเสนอคำแนะนำเพื่อปรับปรุง ....................”  กล่าวคือ  “เสนอคำแนะ นำ”  เกิดขึ้นก่อน  จึงใช้  “Past perfect”  (Had offered)  ส่วน  “มอบรางวัล  หรือ  รางวัลถูกมอบ”  เกิดขึ้นทีหลัง  (เพื่อเป็นการตอบแทนพนักงานเหล่านั้น)  จึงใช้  “Past simple”  (Were given)  ประโยคในลักษณะนี้  ส่วนใหญ่จะมีคำ  “Before”, “After”  หรือ  “When”  ปรากฏอยู่ด้วย   ตัวอย่างประโยคลักษณะนี้  ได้แก่

  • Dang had learnt English before he went to England.

(แดงได้เรียนภาษาอังกฤษก่อนแล้ว  ก่อนที่เขาจะไปอังกฤษ)

(การเรียนเกิดก่อน  ใช้  “Past perfect”  การไปอังกฤษเกิดทีหลัง  ใช้  “Past simple”)

  • When I called on Jim, his sister told me that he had left home.

(เมื่อผมไปเยี่ยมจิม  น้องสาวของเขาบอกผมว่า  เขาได้ออกจากบ้านไปแล้ว)

(“ออกจากบ้าน”  เกิดก่อน  จึงใช้  “Past perfect”  ส่วน  “บอกผม”  เกิดทีหลัง  จึงใช้  “Past simple”)

  • We went out for a walk after we had eaten dinner.

(เราออกไปเดินเล่น  หลังจากที่เราได้กินอาหารค่ำแล้ว)

(กินอาหารค่ำเกิดก่อน  จึงใช้  “Past perfect”  ออกไปเดินเล่นเกิดทีหลัง  ใช้  “Past simple”)

  • When we reached the theater, the movies had started.

(เมื่อเราไปถึงโรงหนัง  หนังได้เริ่มฉายไปแล้ว)

(ไปถึงโรงหนังเกิดทีหลัง  ใช้  “Past simple”  หนังฉายเกิดขึ้นก่อน  ใช้  “Past perfect”)

 

3. _____________________________________ Kim was wealthy, she was certainly not happy.

(_________________________________ คิมมั่งคั่งร่ำรวย  เธอไม่ได้มีความสุขอย่างแน่นอน)

(a) Because    (เพราะว่า)

(b) Although    (แม้ว่า)

(c) Since    (ตั้งแต่, เพราะว่า)

(d) When    (เมื่อ)

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากข้อความในประโยคย่อย (แม้ว่าคิมมั่งคั่งร่ำรวย)  แย้งกับข้อความในประโยคใหญ่ (เธอไม่ได้มีความสุขอย่างแน่นอน)

 

4. A : ___________________________________________ did he pay for his new CD player?

(A : เขาจ่ายเงิน _________________________________ สำหรับเครื่องเล่นซีดีใหม่ของเขา)

   B : Only eighty dollars.

(B : เพียง  ๘๐  ดอลลาร์เท่านั้น)

(a) How often    (บ่อยเท่าใด)

(b) How high    (สูงเท่าใด)  (ใช้ถามความสูง-ต่ำ)

(c) How many    (มากเท่าใด)  (ใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์)

(d) How much    (มากเท่าใด)  (ใช้ถามเกี่ยวกับราคา, จำนวนเงิน, เวลา  หรือคำนามนับไม่ได้อื่นๆ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)     

 

5. They ____________________________________ that the more one has the more he wants.

(พวกเขา _________________ ว่า  ยิ่งคนเรามีมาก  เขาก็ยิ่งต้องการมาก)  (ยิ่งมีมาก ยิ่งโลภมาก)

(a) tell    (บอก, เล่า)  (มักใช้ว่า  “They tell us that………….”)

(b) ask    (ถาม, ขอ, ขอร้อง)

(c) inquire    (ถาม, สอบถาม, สืบสวน, สอบสวน)

(d) say    (พูด, กล่าว)

ตอบ  -  ข้อ  (d)     

 

6. Her adviser gave her a sensible suggestion. 

(อาจารย์ที่ปรึกษาของเธอให้คำแนะนำที่  ฉลาด-มีเหตุผล-มีไหวพริบ  แก่เธอ)   

(a) significant    (สำคัญ)

(b) delectable    (อร่อย)

(c) imaginative    (ช่างคิด, ช่างจินตนาการ)

(d) valiant    (กล้าหาญ)

(e) reasonable    (มีเหตุผล, เหมาะสม, พอสมควร, ไม่แพงเกินไป, ราคาพอสมควร)

ตอบ  -  ข้อ  (e)     

 

7. The boy had looked up to his older brother all his life.

(เด็กชายคนนั้น  ยกย่อง-ชื่นชม-เคารพ-ให้เกียรติ-ถือเป็นตัวอย่างที่ดี  พี่ชายของเขาตลอดชีวิต)

(a) despised    (ดูถูก, ดูหมิ่น, เหยียดหยาม)

(b) admired    (ยกย่อง, ชื่นชม)

(c) safeguarded    (ปกป้อง, คุ้มครอง, เฝ้าระวัง)

(d) conjectured    (เดา, ทาย, คาดคะเน, การเดา, การทาย, การคาดคะเน)

(e) forsaken    (มาจากกริยา  “forsake”)  (ทอดทิ้ง, ละทิ้ง, ตัดขาด, เลิก)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

8. The oil fuel ____________________________ in Diesel engines is much cheaper than petrol.

(เชื้อเพลิงน้ำมันที่ ________________ ในเครื่องยนต์ดีเซล  มีราคาถูกกว่าน้ำมันเบนซินอย่างมาก)

(a) is used

(b) being used    (กำลังถูกใช้)

(c) using

(d) used    (ถูกใช้)

ตอบ  –  ข้อ  (d)  เพราะลดรูปมาจากอนุประโยคในแบบ  “Adjective clause”  ที่ขึ้นต้นด้วย  “Which is used”  หรือ  “That is used”  สำหรับข้อ (b) ถูกหลักไวยากรณ์  แต่ไม่ควรใช้  เนื่องจากไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเน้นว่า  เหตุการณ์กำลังเกิดขึ้น (น้ำมันกำลังถูกใช้)  ส่วนข้อ (a) ใช้ไม่ได้  เนื่องจากประโยคข้างต้นมีกริยาแท้อยู่แล้ว  คือ  “Is”  จึงไม่อาจมีกริยาแท้ซ้อนขึ้นมาอีกตัวหนึ่ง

     

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป