หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 415)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the answer which is closest in meaning to the given sentence.

(จงเลือกคำตอบซึ่งมีความหมายใกล้เคียงที่สุดกับประโยคที่ให้มา)

 

1. Mr. Friedman’s works are best known among East Coast art dealers.

(ผลงานของมิสเตอร์ฟรีดแมนเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดในบรรดาพ่อค้าศิลปะแถบชายฝั่งทะเลตะวันออก – ของสหรัฐฯ)  (ประกอบด้วยรัฐที่อยู่ติดกับชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก  มีภูมิอากาศหนาวเย็นกว่าบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันตก  เช่น  รัฐเมน, แมสซาชูเชตส์, โรดไอแลนด์, คอนเนคทิคัต, นิวยอร์ก, นิวเจอร์ซีย์, เพนซิลเวเนีย, จอร์เจีย, ฟลอริดา ฯ) 

(a) Mr. Friedman works best on the East Coast.    (มิสเตอร์ฟรีดแมนทำงานได้ดีที่สุดทางชายฝั่งทะเลตะวัน

       ออก)  (ทำได้ดีกว่าเมื่ออยู่ภาคอื่นๆ)

(b) Mr. Friedman is co-star in a well-known show.    (มิสเตอร์ฟรีดแมนเป็นดาราภาพยนตร์แสดงร่วมในภาพ

       ยนตร์ที่มีชื่อเสียง)

(c) Mr. Friedman is among art dealers in the East.    (มิสเตอร์ฟรีดแมนเป็นพ่อค้า (ขาย) งานศิลปะในภาค

       ตะวันออก)

(d) Mr. Friedman’s art has a reputation in the East.    (งานศิลปะของมิสเตอร์ฟรีดแมนมีชื่อ

       เสียงในภาคตะวันออก)

(e) Mr. Friedman sells most of his art works to dealers on the East Coast.    (มิสเตอร์ฟรีดแมนขายผลงาน

       ศิลปะส่วนใหญ่ของเขาให้กับพ่อค้าทางชายฝั่งทะเลตะวันออก)  (ใจความใน ข้อ (d) มีความหมายใกล้เคียง

       มากกว่า)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

2. We mustn’t keep her waiting.

(เราจะต้องไม่ทำให้เธอรอคอย)

(a) We should keep it wet.    (เราควรเก็บมันไว้เปียกๆ)  (หรือ เราควรทำให้มันเปียกไว้เสมอ)

(b) We must attend her wedding.    (เราจะต้องไปร่วมงานแต่งงานของเธอ)

(c) We should be on time to meet her.    (เราควรไปพบเธอตรงเวลา)

(d) We must ask how much it weighs.    (เราจะต้องถามว่ามันหนักเท่าไร)

(e) She may get angry if we let her wait for us.    (เธออาจโกรธ  ถ้าเราปล่อยให้เธอรอคอยเรา)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

3. All his explanations were in vain.

(คำอธิบายทั้งหมดของเขาไม่ได้ผล – เปล่าประโยชน์)

(a) He explained all about the circulatory system.    (เขาอธิบายเกี่ยวกับระบบหมุนเวียน – ของอากาศ, การ

       จำหน่ายหนังสือพิมพ์ – ทั้งหมด)

(b) He said the same thing over and over again.    (เขาพูดเรื่องเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีก)

(c) What he said persuaded nobody.    (สิ่งที่เขาพูดไม่ได้ทำให้ใครเชื่อ)  (ไม่มีใครเชื่อสิ่งที่เขาพูด)

(d) His explanations were a source of pride.    (คำอธิบายของเขาคือแหล่งกำเนิด (บ่อเกิด) แห่งความภาค

       ภูมิใจ)

(e) His explanations were vainglorious and other people found them ridiculous.    (คำอธิบายของเขา

       โอ้อวด-โม้ (หรือลำพองใจ)  และคนอื่นๆ พบว่ามันน่าหัวเราะเยาะ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “In vain”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “ไม่สำเร็จ,  ไม่มีประโยชน์,  ไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ,  ปราศจากเหตุผลหรือวัตถุประสงค์ที่ดี”  ดังตัวอย่าง

  • The drowning man called in vain for help.

(ชายที่กำลังจะจมน้ำตายร้องขอความช่วยเหลือ  แต่ไร้ผล)  (เขาจมน้ำตาย)

  • To cry over spilled milk is to cry in vain.

(การร้องไห้กับนมที่หกไปแล้วก็คือการร้องไห้ที่ไร้ประโยชน์)  (หมายถึง  การเสียใจกับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว  แก้ไขไม่ได้แล้ว  เป็นเรื่องไร้ประโยชน์  เหมือนกับนมที่หกราดบนพื้นแล้ว  แม้จะเสียใจอย่างไร  ก็ไม่สามารถได้นมนั้นกลับคืนมา)

  • We tried in vain to discover what orders would be given.

(เราพยายามอย่างล้มเหลวที่จะค้นหาว่าจะมีคำสั่งอะไรออกมา – ให้เราปฏิบัติ)  (เราไม่สามารถค้นพบ

คำสั่งนั้น)

  • They knew that all their efforts might be in vain.

(พวกเขารู้ว่าความพยายามทั้งหมดของตนอาจจะไม่สำเร็จ)

  • Your son didn’t die in vain.

(ลูกชายของคุณไม่ได้ตายโดยเปล่าประโยชน์ – ตายอย่างไร้ค่า)  (เขาตายเพื่อเสรีภาพ)

 

4. John had a number of irons in the fire, and he managed to keep all of them hot.

(จอห์นมีโครงการ (งาน, กิจกรรม) จำนวนมาก  และเขาสามารถรักษามันให้ดำเนินไปได้ทุกโครงการ)  (แปลตรงตัว  คือ  จอห์นมีเหล็กในกองไฟจำนวนมาก  และเขาสามารถรักษาให้มันร้อนได้ทั้งหมด)  (เพื่อจะตีเหล็กให้เป็นเครื่องมือต่างๆ)

(a) He was a hard-working ironsmith.    (เขาเป็นช่างตีเหล็กซึ่งทำงานหนัก)

(b) He was an ironmonger who managed his shop well.    (เขาเป็นพ่อค้าเครื่องเหล็กซึ่งบริหารร้านของตนได้ดี)

(c) He left a lot of iron in the fire to keep them hot all the time.    (เขาทิ้งเหล็กจำนวนมากไว้ในกองไฟ  เพื่อ

       ทำให้มันร้อนตลอดเวลา)

(d) He preferred to strike while the iron was hot.    (เขาชอบตีเหล็กขณะที่มันยังร้อนอยู่  มากกว่า)  (หมายถึง 

       เขาถือสุภาษิตน้ำขึ้นให้รีบตัก  คือรีบคว้าโอกาสที่ตนมี  ก่อนที่มันจะหลุดมือไปเสีย)

(e) He was working on several things at the same time, and doing them well.    (เขากำลังทำ

       งานหลายๆ เรื่องในเวลาเดียวกัน  และทำมันได้ดี)

ตอบ  -  ข้อ  (e)  “Iron in the fire”  (เหล็กในกองเพลิง)  เป็นสำนวน  หมายถึง  “สิ่งที่กำลังทำอยู่,  โครงการหนึ่งซึ่งบุคคลกำลังง่วนทำอยู่ (ยุ่งอยู่กับมัน),  กิจกรรม,  แผนการ,   งาน”  มีที่มาจากเหล็กที่ช่างกำลังตีอยู่ในกองไฟ  ดังตัวอย่าง

  • Jack has a dozen things going all the time, but none of them seem to work out.  No wonder, he has too many irons in the fire.

(แจ๊คมีสิ่งต่างๆ มากมายทำอยู่ตลอดเวลา  แต่ไม่มีสิ่งใดเลยดูเหมือนว่าจะได้ผล (สำเร็จ),  ไม่ต้องสงสัยเลย  เขามีงาน (โครงการ) มากเกินไป)  (ไม่แปลกที่ว่าโครงการส่วนใหญ่ของเขาล้มเหลว  เขาทำโครงการหลายๆ อย่างพร้อมๆ กัน  เลยทำอะไรไม่ได้ดีหรือสำเร็จสักอย่าง)

  • Mary has got plenty of irons in the fire.

(แมรี่มีกิจกรรม – โครงการ – มากมาย)

  • Your trouble is that you’ve too many irons in the fire.

(ปัญหาของคุณก็คือว่า  คุณมีงาน (โครงการ, แผนการ, กิจกรรม) มากเกินไป)

 

5. By listening to this program regularly, you will learn that all poets are teachers.

(โดยการฟังรายการนี้อย่างสม่ำเสมอ  คุณจะเรียนรู้ว่ากวีทุกคนคือครู)  (เพราะบทประพันธ์ของกวีมักให้ข้อคิด  หรือคติสอนใจอยู่เสมอ)

(a) Teachers listen to this program regularly.    (ครูฟังรายการนี้เป็นประจำ)

(b) Poets and teachers present this program.    (กวีและครูนำเสนอรายการนี้)

(c) This is a list of regular teachers.    (นี่คือรายชื่อของครูประจำ)  (ตรงข้ามกับครูพาร์ตไทม์)

(d) This program is about poets.    (รายการนี้เกี่ยวกับกวี)

(e) All poets have teachers to teach them how to write good poems.    (กวีทุกคนมีครูสอนพวกเขาวิธีการเขียน

       บทกวีที่ดี)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

6. It seemed as though I’d waited for an hour, but the bus came after only fifteen minutes.

(มันดูราวกับว่า (ประหนึ่งว่า, เสมือนว่า) ฉันได้รอคอยเป็นเวลา ๑ ชั่วโมง  แต่รถประจำทางมาหลังจาก (ฉันรอ) เพียง ๑๕ นาทีเท่านั้น)

(a) The bus came fifteen minutes ago.    (รถประจำทางมาถึงเมื่อ ๑๕ นาทีล่วงมาแล้ว)

(b) I waited for an hour to take a fifteen-minute ride.    (ฉันรอ ๑ ชั่วโมงเพื่อที่จะนั่งรถ ๑๕ นาที)

(c) I felt tired even though I hadn’t waited long.    (ฉันรู้สึกเหน็ดเหนื่อย  ถึงแม้ว่าฉันมิได้รอนาน) 

       (เป็นการสรุป-อนุมานข้อความใน ข้อ ๖  คือ  รอรถเพียง ๑๕ นาที  แต่ดูเหมือนรอ ๑ ชั่วโมง  ซึ่งแสดง

       ว่าผู้พูดมีความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยในขณะนั้น)

(d) Our bus comes after this one.    (รถประจำทางของเรามาหลังจากคันนี้)

(e) Although I waited for an hour for the bus, it took me only fifteen minutes to get to my office.    (แม้ว่า

       ฉันรอรถประจำทาง ๑ ชั่วโมง  ฉันใช้เวลาเพียง ๑๕ นาทีเท่านั้นในการไปถึงที่ทำงาน)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ดูรายละเอียดการใช้  “As though,  As if”  (ประหนึ่งว่า,  ราวกับว่า,  เสมือนว่า)  ในหมวดข้อสอบ  TOEIC  ตอนที่  ๓๔๙  ข้อ  ๑๘

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป