หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 414)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the answer which is closest in meaning to the given sentence.

(จงเลือกคำตอบซึ่งมีความหมายใกล้เคียงที่สุดกับประโยคที่ให้มา)

 

1. You moved here at the very end of the year ?

(คุณย้ายมาที่นี่ตอนสิ้นปีใช่ไหมคะ)

(a) You were here all last year.    (คุณอยู่ที่นี่ตลอดปีที่แล้ว)

(b) You seem to move every year.    (คุณดูเหมือนว่าย้ายทุกปี)

(c) Did you arrive at the end of the year ?    (คุณมาถึง (ที่นี่) ตอนสิ้น (ปลาย) ปีใช่ไหมคะ)

(d) Are you moving again this year ?    (คุณจะย้ายอีกปีนี้ใช่ไหมคะ)

(e) Why didn’t you move here at other time of the year ?    (ทำไมคุณไม่ย้ายมาที่นี่ ณ เวลาอื่นของปีล่ะคะ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

2. Betty looked at a part of the leaf under the microscope.

(เบ็ตตี้มองดูส่วนหนึ่งของใบไม้ด้วยกล้องจุลทรรศน์)

(a) Betty put the microscope away.    (เบ็ตตี้เอากล้องจุลทรรศน์ไปเก็บเข้าที่)

(b) Betty examined the leaf.    (เบ็ตตี้ตรวจดูใบไม้)

(c) Betty was looking for the microscope.    (เบ็ตตี้กำลังมอง (ค้น) หากล้องจุลทรรศน์)

(d) Betty was left apart from the group.    (เบ็ตตี้ถูกปล่อย (ทิ้ง) ไว้แยกจากกลุ่ม)

(e) Betty looked at the leaf under the tree.    (เบ็ตตี้มองใบไม้ใต้ต้นไม้)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

3. The pencil sharpener is beside the card catalog.

(เครื่องเหลาดินสออยู่ข้างๆ แคตตาล็อกนามบัตร)

(a) There’s a pencil near the card catalog.    (มีดินสออยู่ใกล้แคตตาล็อกนามบัตร)

(b) The card has a catalog number on the side.    (นามบัตรมีหมายเลขแคตตา ล็อกอยู่ด้านข้างมัน)

(c) The edges of the cards are quite sharp.    (ริม – ขอบ – ของนามบัครคมมาก)

(d) The pencil sharpener is next to the card catalog.    (เครื่องเหลาดินสออยู่ข้างๆ (ถัดไปจาก)

       แคตตาล็อกนามบัตร)

(e) Beside the card catalog, we also need the pencil sharpener.    (นอกเหนือจากแคตตาล็อกนามบัตร  เรายัง

       ต้องการเครื่องเหลาดินสอด้วย)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

4. The main theme of the book is that crime does not pay.

(ใจความ – สาระ – สำคัญที่สุดของหนังสือก็คือว่า  อาชญากรรมไม่ได้ให้รางวัล หรือผลตอบแทน)  (หมายถึง  การทำผิดกฎหมาย  เช่นปล้นทรัพย์  แม้จะได้ทรัพย์สินมาก็จริง  แต่เมื่อถูกจับได้  ก็จะโดนยึดทรัพย์นั้นกลับคืนไป  และถูกลงโทษด้วย)

(a) Stealing books is a crime.    (การขโมยหนังสือเป็นอาชญากรรม)

(b) Climbing fences is dangerous.    (การปีนรั้วเป็นอันตราย)

(c) Paying for books is a major expense.    (การจ่ายเงินค่าหนังสือคือรายจ่ายส่วนใหญ่)

(d) The books about crime do not cost a lot of money.    (หนังสือเกี่ยวกับอาชญากรรมไม่ได้มีราคามากมาย)

(e) Breaking the law is not worthwhile.    (การละเมิดกฎหมายไม่คุ้มค่า)

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

5. What Tom had done was wrong and when he got caught, he had to face the music.

(สิ่งที่ทอมทำเป็นความผิด  และเมื่อเขาถูกจับได้  เขาต้องถูกลงโทษ – หรือรับผิดชอบสิ่งที่เขาทำ)

(a) He liked to listen to the music.    (เขาชอบฟังดนตรี)

(b) He was wrong because he went to the concert without his parents’ permission.    (เขาผิดเพราะว่า

       เขาไปดูคอนเสิร์ทโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพ่อแม่)

(c) He was arrested by the police while listening to the music.    (เขาถูกตำรวจจับ  ในขณะกำลังฟังดนตรี)

(d) He had to accept his punishment.    (เขาต้องยอมรับการลงโทษ)

(e) He was facing the musical band when he saw something wrong.    (เขากำลังหันหน้าไปทางวงดนตรี 

       เมื่อเขาเห็นอะไรบางอย่างผิดปกติ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  “Face the music”  (เผชิญหน้ากับเสียงดนตรี)  เป็นสำนวน  หมายถึง  “ยอมรับการลงโทษหรือตำหนิในสิ่งที่ตนทำ,  รับผิดชอบในสิ่งที่ตนทำ,  เผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากหรือไม่น่ารื่นรมย์,  เผชิญกับปัญหา-ความยุ่งยาก-อันตราย  เนื่องมาจากสิ่งที่ตนทำ,  งานเข้าเพราะความผิดที่ตัวทำ หรือปัญหาที่ตัวก่อ   ดังตัวอย่าง

  • Bill was caught cheating in an exam and had to face the music.

(บิลถูกจับได้ว่าทุจริตในการสอบ  และจำเป็นต้องรับผิดชอบ)  (เขาไม่สามารถหลบหนีการถูกลงโทษได้)

  • The official who had taken bribes was exposed by a newspaper, and had to face the music.

(เจ้าหน้าที่ซึ่งรับสินบนถูกเปิดเผยโดยหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง  และจำต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก)  (เขาต้องยอมรับการไต่สวนคดีและส่งตัวเข้าคุก)

  • Mark knew his mother would cry when he told her, but he decided to go home and face the music.

(มาร์ครู้ว่าแม่ของเขาจะร้องไห้เมื่อเขาเล่าให้เธอฟัง  แต่เขาตัดสินใจกลับบ้านและพบกับปัญหา-สิ่งไม่น่ารื่นรมย์)  (เขาไม่ต้องการทำให้แม่ร้องไห้  แต่เขาตัดสินใจว่าเขาจะต้องเล่าให้แม่ฟัง  แม้จะต้องพบเจอกับสิ่งที่เขาไม่อยากให้เกิด  คือเห็นแม่ร้องไห้)

  • When George's wife found that he had an affair with his secretary, he had to face the music.

(เมื่อภรรยาของจอร์ชพบว่าเขามีชู้กับเลขานุการของเขา  เขาเลยงานเข้า)  (เขาโดนภรรยาด่า หรือฟ้องหย่า)

 

6. I don’t mean to cause you so much trouble.

(ฉันไม่ได้ตั้งใจก่อปัญหาให้คุณมากมาย)

(a) I don’t think you will have any difficulty.    (ฉันไม่คิดว่าคุณพบความยากลำบาก – อุปสรรค - ใดๆ)

(b) I’m not the cause of your problems.    (ฉันไม่ได้เป็นต้นเหตุของปัญหาของคุณ)

(c) I came because I heard you were in trouble.    (ฉันมาเพราะว่าฉันได้ยินว่าคุณกำลังมีปัญหา)

(d) Making a loud noise doesn’t mean causing you much trouble.    (การทำเสียงดังไม่ได้หมายความว่า

       ก่อปัญหาให้คุณมากมาย)

(e) I’m sorry to have inconvenienced you.    (ฉันเสียใจที่ได้รบกวนคุณ – ทำให้คุณไม่สะดวก

       สบาย)

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป