หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 412)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the answer which is closest in meaning to the given sentence.

(จงเลือกคำตอบซึ่งมีความหมายใกล้เคียงที่สุดกับประโยคที่ให้มา)

 

1. Susan seldom misses class.

(ซูซานแทบจะไม่พลาด (ขาด) เรียน) (ซูซานเข้าเรียนเป็นประจำ)

(a) Susan regrets not coming to class.    (ซูซานเสียใจที่ไม่ได้มาเรียน)

(b) Susan usually comes to class.    (ซูซานมาเรียนเป็นประจำ) (โดยปกติแล้ว  ซูซานเข้าเรียน)

(c) Susan wishes the class met less often.    (ซูซานปรารถนาว่าชั้นเรียนพบกัน (มีการเรียนการสอน) บ่อยน้อยลง)

(d) Susan can’t find the classroom.    (ซูซานหาห้องเรียนไม่เจอ)

(e) Susan rarely attends class.    (ซูซานไม่ใคร่จะเข้าเรียน)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

2. Whichever restaurant you recommend, I’ll be glad to try.

(ไม่ว่าภัตตาคารใดก็ตามที่คุณแนะนำ  ฉันยินดีที่จะไปลอง – ทาน)

(a) I’ve tried all these restaurants.    (ฉันได้ลอง (ทานอาหารที่) ภัตตาคารทั้งหมดเหล่านี้แล้ว)

(b) Let’s order something from the store.    (เรามาสั่งซื้อของจากร้านนี้กันเถอะ)

(c) I’ll accept your recommendation about where to eat.    (ฉันจะยอมรับคำแนะนำของคุณ

       เกี่ยวกับว่าจะไปทานที่ไหน)

(d) They recommended that I try to get some rest.    (พวกเขาแนะนำว่าฉันควรพยายามพักผ่อนเสียบ้าง)

(e) I’ll be happy to buy any restaurant you recommend.    (ฉันจะมีความสุขที่จะซื้อภัตตาคารใดๆ ที่คุณแนะนำ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

3. In a nutshell, Jerry’s problem is this : he is lazy.

(พูดสั้นๆ นะ  ปัญหาของเจอร์รี่คืออย่างนี้ – เขาขี้เกียจ)

(a) Jerry has a problem because he eats too many nuts.    (เจอร์รี่มีปัญหา  เพราะว่าเขากินผลไม้เปลือกแข็ง

       มากเกินไป)

(b) Jerry may have some problems since he is very lazy.    (เจอร์รี่อาจมีปัญหา  เพราะว่าเขาขี้เกียจมาก)

(c) Jerry has a problem with a nutshell.    (เจอร์รี่มีปัญหากับผลไม้เปลือกแข็ง)

(d) In a few words, Jerry is lazy.    (พูดสั้นๆ นะ  เจอร์รี่ขี้เกียจ)

(e) Jerry is too lazy to do anything.    (เจอร์รี่ขี้เกียจเกินไปกว่าที่จะทำอะไร)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  “In a nutshell” (ในเปลือกผลไม้เปลือกแข็ง)  หมายถึง  “พูดสั้นๆ,  อย่างสั้นๆ,  โดยไม่บอกเรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับมัน”  เช่น

  • We are in a hurry, so I’ll give you the story in a nutshell.   

(เรากำลังรีบนะ  ดังนั้น  ผมจะเล่าเรื่องให้คุณฟังอย่างสั้นๆ)  (ผมจะเล่าใจความสำคัญของเรื่องให้คุณฟังอย่างเร็วๆ   โดยไม่บอกรายละเอียดทั้งหมด)

  • In a nutshell, the car is no bargain.   

(พูดสั้นๆนะ  รถยนต์คันนี้ไม่คุ้มค่ากับเงินที่ซื้อมาเลย)  

 

4. Tom coughed, sneezed, and blew his nose.

(ทอมไอ, จาม และสั่งน้ำมูก)

(a) Tom is a weather forecaster.    (ทอมเป็นนักพยากรณ์อากาศ)

(b) The wind is blowing from the north.    (ลมกำลังพัดจากทิศเหนือ)

(c) The doctor know what is wrong.    (หมอรู้ว่าอะไร – สิ่งใด – ผิด)

(d) Tom will go to see his doctor soon.    (ทอมจะไปพบหมอเร็วๆ นี้)

(e) Tom probably has a cold.    (ทอมอาจเป็นไข้หวัด)

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

5. There right beside the road is a large grey house.

(ตรงนั้น  อยู่ข้างๆ ถนนคือบ้านสีเทาหลังใหญ่)

(a) A large greyhound is beside the road.    (หมาเกรเฮานด์ตัวใหญ่อยู่ข้างถนน)

(b) A large house is on the right side of the road.    (บ้านหลังใหญ่อยู่ทางด้านขวามือของถนน)

(c) The roses are behind the house.    (กุหลาบอยู่หลังบ้าน)

(d) A large grey house is next to the road.    (บ้านสีเทาหลังใหญ่อยู่ข้างถนน)

(e) There is a light beside the road and a grey house.    (มีไฟ ๑ ดวงอยู่ข้างถนนและบ้านสีเทา)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  “Right”  ในประโยคใน ข้อ ๕  มิได้แปลว่า  “ขวามือ”  แต่เป็นเพียงคำที่เสริมเข้ามา  เพื่อใช้ไนวัตถุประสงค์ต่างๆ  เช่น

                    ๑. เพื่อเน้นย้ำสถานที่ที่กำลังพูดถึง (เช่นประโยคใน ข้อ ๕)  ดังตัวอย่างข้างล่าง 

  • Our hotel was right on the beach.

(โรงแรมของเราอยู่บนชายหาดเลยละ)

  • Stay right here.

(อยู่ที่ตรงนี้นะ)

  • The pistol is right there by the bed.

(ปืนพกอยู่ตรงข้างเตียงนั่น)

  • The store is right in front of the church.

(ร้้านอยู่่ข้างหน้าโบสถ์พอดีเลย)

  • The bank is right opposite to the university.

(ธนาคารอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัย)

                    ๒. ใช้เน้นว่าบางสิ่งเคลื่อนไหวหรือขยายออกไปไกลเพียงใด  หรือบางสิ่งดำเนินต่อไปนานเพียงใด  เช่น

  • We took the lift right down to the basement.

(เราขึ้นลิฟท์ลงไปที่ห้องใต้ดิน)

  • The train will take you right through to London.

(รถไฟจะพาคุณผ่านทะลุ – เมืองต่างๆ – ไปสู่ลอนดอน)

  • I worked right on till four o’clock in the morning.

(ฉันทำงานต่อไปเรื่อย  จนกระทั่งตีสี่)

                    ๓. ใช้เน้นคุณสมบัติเฉพาะ (ทั้งดีและเลว) ของคำนามที่มันขยาย  เช่น

  • They’ve made a right mess of that, haven’t they ?

(พวกเขาได้ทำความสกปรกเลอะเทอะ (ความปั่นป่วนวุ่นวาย) กับสิ่งนั้น (เรื่องนั้น) ใช่หรือเปล่า)

  • He’s a right idiot.

(เขาเป็นคนปัญญาอ่อนสุดๆ)

                    ๔. นอกจากนั้น  “Right”  ยังหมายถึง  “ทันทีทันใด  และโดยไม่รอช้า”  เช่น

  • I’ll be right back.

(ผมจะกลับมาในทันที)  (ในอีกชั่วประเดี๋ยวเดียว)

  • The Music Hall is going to close down right after Easter.

(“หอดนตรี”  จะปิดตัวลงทันทีหลังเทศกาลอีสเตอร์)

 

6. Sally has undertaken a complicated project.

(แซลลี่ได้เข้าดำเนินการโครงการที่ยาก-สลับซับซ้อน)

(a) Sally had to go under the projector to find it.    (แซลลี่จำเป็นต้องเข้าไปใต้เครื่องฉายเพื่อหามัน)

(b) Sally thought the job had been completed already.    (แซลลี่คิดว่างานได้ถูกทำเสร็จแล้ว)

(c) Sally has begun a complex project.    (แซลลี่ได้เริ่มต้นโครงการยาก)

(d) Sally gave the project to someone else.    (แซลลี่ให้โครงการกับคนอื่นไป)

(e) Sally underestimated the project and so failed to do it.    (แซลลี่ประเมินโครงการต่ำไป  และดังนั้น

       จึงไม่สามารถทำมันได้ – ทำมันไม่สำเร็จ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป