หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 407)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the answer which is closest in meaning to the given sentence.

(จงเลือกคำตอบซึ่งมีความหมายใกล้เคียงที่สุดกับประโยคที่ให้มา)

 

1. Jennifer got married and moved to California.

(เจนนิเฟอร์แต่งงานและย้ายไปอยู่แคลิฟอร์เนีย)

(a) Jennifer got married on the West Coast.    (เจนนิเฟอร์แต่งงานทางฝั่งตะวันตก – ของสหรัฐฯ)  (อาณาเขต

       ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก  ทางทิศใต้ติดกับประเทศเม็กซิโก  ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นหุบเขา  และมีอากาศอบ

       อุ่นกว่าทางฝั่งตะวันออก)

(b) Jennifer lived in California before she got married.    (เจนนิเฟอร์อาศัยในแคลิฟอร์เนียก่อนเธอแต่งงาน)

(c) Jennifer and her husband now live in California.    (เจนนิเฟอร์และสามีของเธออาศัยอยู่ใน

       แคลิฟอร์เนียในปัจจุบัน)

(d) Jennifer and her husband plan to move out of the state.    (เจนนิเฟอร์และสามีของเธอวางแผนจะย้าย

       ออกไปนอกรัฐ)

(e) Jennifer got married and moved to live with her husband.    (เจนนิเฟอร์แต่งงานและย้ายไปอยู่กับสามี

       ของเธอ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

2. If I eat one more thing, I’ll burst.

(ถ้าฉันกินอะไรเพิ่มขึ้นอีกอย่าง  ฉันจะท้องแตก)

(a) I don’t like the food.    (ฉันไม่ชอบอาหาร)

(b) I don’t have anything else to eat.    (ฉันไม่มีอะไรอื่นอีกแล้วที่จะกิน)

(c) I’m going to take a dinner break.    (ฉันจะหยุดพักกินอาหารเย็น)

(d) I have already eaten more than enough.    (ฉันได้กินมากเกินพอแล้ว)

(e) If I eat more than you, I may get sick.    (ถ้าฉันกินมากกว่าคุณ  ฉันอาจไม่สบาย)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  “Burst”  ยังมีความหมายอื่นๆ  เช่น

                    ๑. ระเบิดในทันทีทันใด (ความหมายของประโยคในข้อ ๒),  ทำให้ระเบิดหรือแตกออกในทันใด,  เปิดออกในทันใดและอย่างรุนแรง  เช่น  มีคนผลัก  เช่น

  • As he braked, a tyre burst.

(ในขณะที่เขาเหยียบเบรกรถ  ยางรถข้างหนึ่งระเบิดออก)

  • She burst the balloon.

(เธอทำลูกโป่งแตก)

  • There was a burst water pipe in the street.

(มีท่อน้ำประปาแตกบนถนน)

  • I was sure the door was going to burst open any minute.

(ฉันแน่ใจว่าประตูจะพังออกมาในนาทีใดก็ได้)  (ด้วยแรงผลักของคนจำนวนมาก)

               เมื่อใช้เป็นคำนาม  (Noun)  หมายถึง  “การระเบิด,  การแตกออก”  เช่น

  • I’ve to phone the plumber.  I’ve got a burst.

(ผมต้องโทรฯ ไปหาช่างประปาแล้ว  ผมมีท่อน้ำแตก)

                    ๒. ทำให้แตกกระเจิงด้วยพลังมากมาย  เช่น

  • The boar burst the advancing line of hunters.

(หมูป่าทำให้แนวรุกของนักล่าแตกกระเจิง – ด้วยแรงของมัน)

                    ๓. ฝ่าหรือพรวดพราดเข้าไปหรือออกมาในทันใดด้วยความรีบร้อน  เช่น

  • James burst in through the front door.

(เจมส์พรวดพราดเข้ามาทางประตูหน้า)

  • A woman burst her way through the guests at the buffet.

(หญิงคนหนึ่งพรวดพราดฝ่ากลุ่มแขกเข้าไปที่อาหารบุฟเฟ่)

  • The others burst from their tents.

(คนอื่นๆ ผลุนผลันออกมาจากกระโจมที่พัก)

                    ๔. “Burst out”  หมายถึง  “มีความสำคัญในทันใดในสถานการณ์เฉพาะ  และมีผลกระทบต่อมันอย่างมาก  หลังจากที่ซ่อนอยู่หรือไม่มีใครรู้จัก  เช่น

  • An election will allow pent-up political forces to burst out.

(การเลือกตั้งจะปลดปล่อยพลังทางการเมืองที่ถูกกักขังอยู่ให้เผยโฉมออกมา)

  •   Let me describe some of the developments waiting to burst from our laboratories and factories.

(ให้ผมอธิบายให้คุณฟังพัฒนาการบางอย่างที่รอคอยที่จะปรากฏออกมาจากห้องปฏิบัติการและโรงงานของเรา)  (เช่น  ผลิตภัณฑ์หรืออุปกรณ์บางอย่างที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คน)

  • The computer burst upon the scene around 1950.

(คอมพิวเตอร์เผยโฉมออกมากับเหตุการณ์ราวๆ ปี ๑๙๕๐)  (ซึ่งมีความสำคัญและผลกระทบกับชีวิตผู้คนในอนาคตอย่างมาก)

                    ๕. มีอารมณ์รุนแรงด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  เช่น

  • I thought my heart was going to burst.

(ฉันคิดว่าหัวใจของฉันกำลังจะระเบิด – ด้วยความตื่นเต้นดีใจ)

  • I could have burst with pride.

(ฉันอาจจะระเบิดด้วยความภูมิใจ)  (ภูมิใจอย่างมาก)

                    ๖. หัวเราะก๊าก,  ร้องไห้โฮ,  บานออกในทันใด (ใบไม้, ดอกไม้),  พูดเสียงดังและในทันใด,  ระเบิดออกอย่างรุนแรงและในทันใด

  • She keeps bursting into tears.

(เธอร้องไห้โฮออกมาตลอดเวลา)

  • The whole room burst into laughter.

(คนทั้งห้องหัวเราะก๊ากออกมา)

  • Uncle Tony burst into song.

(ลุงโทนี่ร้องเพลงออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย)

  • Susan burst out "Get into the car, Jim, can't you ?"

(ซูซานพูดเสียงดังลั่น  "เข้าไปในรถได้ไหม  จิม")

  • The plants burst into flower.

(ต้นไม้มีดอกผลิออกมา)

  • The satellite burst into flames and disintegrated.

(ดาวเทียมลุกไหม้เป็นไฟในทันใดและสลายตัวเป็นชิ้นๆ)

 

3. By the time we arrived, she’d already gone.

(เมื่อเรามาถึง  เธอได้ไปเสียแล้ว)

(a) When we got there, she was leaving.    (เมื่อเราไปถึงที่นั่น  เธอกำลังจากไป)

(b) She arrived as we were leaving.    (เธอมาถึงขณะที่เรากำลังจากไป)

(c) She was ready to go when we arrived.    (เธอพร้อมจะไปเมื่อเรามาถึง)

(d) We arrived in time to see her leave.    (เรามาทันเวลาเห็นเธอจากไป)

(e) She left before we got there.    (เธอจากไปก่อนเราไปถึงที่นั่น)

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

4. You’re the woman who called this morning, aren’t you ?

(คุณคือผู้หญิงที่ผมโทรฯ มาหาผมเมื่อเช้านี้  ใช่ไหมครับ)

(a) I spoke to someone else this morning.    (ผมพูดกับคนอื่นเมื่อเช้านี้)

(b) Would you mind calling back in the morning ?    (คุณรังเกียจที่จะโทรฯ กลับมาในตอนเช้าไหมครับ)

(c) I believe we spoke to each other a few hours ago.    (ผมเชื่อว่าเราคุยกันเมื่อสองสามชั่วโมง

       ที่แล้วมา)

(d) Are you called this morning ?    (คุณถูกโทรฯ ไปหาเมื่อเช้านี้ใช่ไหมครับ)

(e) I called you this morning, right ?    (ผมโทรฯ ไปหาคุณเมื่อเช้านี้ใช่ไหม)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

5. I think I’ll take the movie camera along on the trip.

(ฉันคิดว่าฉันจะเอากล้องถ่ายภาพยนตร์ติดไปด้วยในการเดินทาง)

(a) The movie is all about travel.    (ภาพยนตร์เกี่ยวกับการเดินทางทั้งหมด)

(b) My camera is too heavy to carry.    (กล้องของฉันหนักเกินไปที่จะถือ)

(c) I think this trip is too long.    (ฉันคิดว่าการเดินทางคราวนี้นานเกินไป)

(d) I’ll probably take some movies of the trip.    (ฉันอาจจะถ่ายภาพยนตร์เกี่ยวกับการเดินทาง)

(e) May I borrow your movie camera for my trip ?    (ฉันขอยืมกล้องถ่ายภาพยนตร์ของคุณสำหรับการเดินทาง

      ของฉันได้ไหม)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

6. How well behaved those children are !

(เด็กพวกนั้นช่างประพฤติตัวดีเหลือเกิน)  (เป็นคำอุทานกล่าวชมเด็ก)

(a) How many children are well behaved ?    (มีเด็กกี่คนที่ประพฤติตัวดี)

(b) Are the children well behaved ?    (เด็กๆ ประพฤติตัวดีใช่ไหม)

(c) The children certainly behave well.    (เด็กๆ ประพฤติตัวดีอย่างแน่นอน)

(d) The children don’t know how to behave themselves.    (เด็กๆ ไม่รู้ว่าจะประพฤติตัว – ทำตัว – อย่างไร)

(e) I’m not sure whether those children behave well or not.    (ฉันไม่แน่ใจว่าเด็กพวกนั้นประพฤติตัวดีหรือไม่)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป