หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 403)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the answer which is closest in meaning to the given sentence.

(จงเลือกคำตอบซึ่งมีความหมายใกล้เคียงที่สุดกับประโยคที่ให้มา)

 

1. She is the first-year law student.

(เธอเป็นนักเรียนกฎหมายปีที่ ๑)

(a) She didn’t like the school rules.    (เธอไม่ชอบกฎระเบียบของโรงเรียน – มหาวิทยาลัย)

(b) This is the first time she’s broken the law.    (นี่เป็นครั้งแรกที่เธอละเมิดกฎหมาย)

(c) She has just begun her legal studies.    (เธอเพิ่งจะเริ่มต้นการศึกษาด้านกฎหมายของเธอ)

(d) Her academic work is first-rate.    (งานวิชาการของเธอดีมาก)

(e) She studies law for only one year.    (เธอศึกษากฎหมายเพียงปีเดียวเท่านั้น – แล้วก็เลิก)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

2. If I had known the bank would be closed today, I would have gone there yesterday.

(ถ้าฉันได้รู้ว่าธนาคารจะปิดวันนี้  ฉันคงจะได้ไปที่นั่นเมื่อวานนี้แล้ว)  (แต่ฉันไม่รู้ฯ  ฉันก็เลยไม่ได้ไปธนาคารเมื่อวานนี้)

(a) Yesterday the bank was closed.    (เมื่อวานนี้ธนาคารปิด)

(b) I knew the bank would be closed today.    (ฉันรู้ว่าธนาคารจะปิดวันนี้)

(c) Yesterday I asked the bank for a loan.    (เมื่อวานนี้ฉันขอกู้เงินธนาคาร)

(d) I didn’t go to the bank yesterday.    (ฉันไม่ได้ไปธนาคารเมื่อวานนี้)

(e) I went to the bank today since I knew it was closed yesterday.    (ฉันไปธนาคารวันนี้  เพราะว่าฉันรู้ว่ามันปิด

       เมื่อวานนี้)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ข้อความ  “If I had known the bank would be closed today, I would have gone there yesterday.”  เป็น  “If clause”  แบบที่ ๓  คือการสมมติที่ไม่เป็นจริงในอดีต  หรือเหตุการณ์เกิดตรงข้ามกับข้อความในประโยค  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • If I had won the first prize in lottery, I would have bought a new house.

(ถ้าผมถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ ๑ (ในอดีต)  ผมคงจะได้ซื้อบ้านหลังใหม่ไปแล้ว)  (แต่ผมไม่ถูกรางวัล  ผมเลยไม่ได้ซื้อบ้านหลังใหม่)

  • If he had studied hard before the exam, he would have passed it.

(ถ้าเขาได้ขยันเรียนก่อนสอบ  เขาก็คงสอบผ่านไปแล้ว)  (แต่เขาไม่ได้ขยันเรียน  เขาเลยสอบตก)

  • I would have been happy to help if he had asked me.   

(ผมคงจะมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือ  ถ้าเขาได้ขอร้องผม)  (แต่เขาก็ไมได้ขอร้องให้ผมช่วย)

  • I would have gone to the movie if I had known what was playing.

(ผมคงจะได้ไปดูหนังแล้ว  ถ้าผมได้รู้ว่าหนังกำลังฉายเรื่องอะไร)  (แต่ผมไม่ได้ไปดู  เพราะว่าผมไม่รู้ว่าหนังฉายเรื่องอะไร)

  • If he had not robbed the bank, he would not have been in jail.

(ถ้าเขาไม่ปล้นธนาคาร  เขาคงไม่ติดคุก)  (แต่เขาปล้นธนาคาร  เขาจึงติดคุก)

  • If Bill had proposed to Mary, she would have married him.

(ถ้าบิลได้ขอแต่งงานกับแมรี่  เธอคงจะได้แต่งงานกับเขาแล้ว)  (แต่บิลไม่ได้ขอแต่งงานกับเธอ  เธอจึงไม่ได้แต่งงานกับเขา)

****หมายเหตุ  –  ดูเพิ่มเติมการใช้  “If clause”  แบบที่ ๓  ในหมวดข้อสอบ  TOEIC  ตอนที่ ๓๕๗  ข้อ ๗

 

3. In computer programming, Susan is head and shoulder above the rest of us.

(ในการสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์  ซูซานเก่งกว่าพวกเราที่เหลืออย่างมาก)  (แปลตรงตัว คือ  มีศีรษะและหัวไหล่สูงกว่าพวกเรา)

(a) Susan is much better than we are in this subject.    (ซูซานเก่งกว่าพวกเรามากในวิชานี้)

(b) Susan is the tallest person in the group.    (ซูซานเป็นคนที่สูงที่สุดในกลุ่ม)

(c) A good haircut would make Susan look better.    (ทรงผม – การตัดผม – ที่ดีจะทำให้ซูซานดูดีขึ้น)

(d) Because of an injury, Susan has to be absent from class.    (เนื่องมาจากบาดแผล  ซูซานจำเป็นต้อง

       ขาดเรียน)

(e) Susan’s body is bigger than the rest of us.    (ร่างกายของซูซานใหญ่กว่าพวกเราที่เหลือ)

ตอบ  -  ข้อ  (a)  “Head and shoulder” (ศีรษะและหัวไหล่)  เป็นกริยาวิเศษณ์ (Adverb)  มีความหมาย ๒ อย่าง คือ

               ๑. อย่างมากมาย (By a great deal;  very much;  by far)  เช่น

  • She is head and shoulder above the rest of the class in singing.

(เธอเก่งกว่าเพื่อนร่วมชั้นที่เหลืออย่างมาก  ในด้านการร้องเพลง)  (เธอร้องเพลงเก่งกว่าคนอื่นๆ ในชั้นอย่างมาก)

               ๒. โดยการวัดศีรษะและไหล่ (By the measure of the head and shoulder)  เช่น

  • The basketball player is head and shoulder taller than the other boys.

(นักบาสเก็ตบอลคนนั้นมีศีรษะและไหล่สูงกว่าศีรษะของเด็กชายคนอื่นๆ)

 

4. For the next half an hour, we will work out in the gym.

(สำหรับครึ่งชั่วโมงถัดไป (จากนี้ไป)  เราจะออกกำลังกายในโรงยิม)

(a) The gymnasium will be open for one more hour.    (โรงยิมจะเปิดเพิ่มอีก ๑ ชั่วโมง)

(b) We will finish our homework in half an hour.    (เราจะทำการบ้านเสร็จในอีกครึ่งชั่วโมง – ข้างหน้า)

(c) We will work on our math calculations now.    (เราจะคำนวณคณิตศาสตร์ในขณะนี้)

(d) We will be exercising in the gymnasium for 30 minutes.    (เราจะออกกำลังกายในโรงยิม

       เป็นเวลา ๓๐ นาที)  (นับจากนี้เป็นต้นไป)

(e) We will work out in the field in half an hour.    (เราจะออกกำลังกายในสนามในครึ่งชั่วโมง – ข้างหน้า)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

5. When will these pictures be ready ?

(รูปภาพเหล่านี้จะเสร็จเมื่อไรเนี่ย)  (แสดงความหงุดหงิด  เพราะรอนาน)

(a) The pictures weren’t clear enough.    (รูปภาพไม่ชัดเจนพอ)

(b) These aren’t the pictures I really wanted.    (เหล่านี้ไม่ใช่รูปภาพที่ฉันต้องการจริงๆ)

(c) I know the pictures will be ready shortly.    (ฉันรู้ว่ารูปภาพจะเสร็จเร็วๆ นี้)

(d) When the pictures are ready, I’ll buy them.    (เมื่อภาพเสร็จ  ฉันจะซื้อมัน)

(e) I’ve waited too long for the pictures.    (ฉันรอนานเกินไปแล้วสำหรับรูปภาพ)

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

6. Maria was taught to drive by her brother.  

(มาเรียถูกสอนขับรถโดยพี่ชายของเธอ)

(a) She wanted him to drive.    (เธอต้องการให้เขาขับรถ)

(b) They drove to class together.    (พวกเขาขับรถไปเรียนด้วยกัน)

(c) He taught her how to drive.    (เขาสอนเธอวิธีขับรถ)

(d) They’re both learning to drive.    (ทั้งคู่กำลังเรียนขับรถ)

(e) He thought that she wanted to drive.    (เขาคิดว่าเธอต้องการขับรถ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป