หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 401)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the answer which is closest in meaning to the given sentence.

(จงเลือกคำตอบซึ่งมีความหมายใกล้เคียงที่สุดกับประโยคที่ให้มา)

 

1. It is unnecessary to take the test in the course you audit.

(มันไม่จำเป็นต้องสอบในวิชาที่คุณเข้าฟังแต่ไม่เอาคะแนน)

(a) You must take a test if you want to add that course.    (คุณต้องเข้าสอบ  ถ้าคุณต้องการเพิ่มวิชานั้นเข้าไป)

(b) Of course it’s necessary to buy some textbooks.    (อ๋อ  แน่ละ  มันจำเป็นต้องซื้อหนังสือเรียน)

(c) If you audit a course, you don’t have to take the tests.    (ถ้าคุณเข้าฟังวิชาที่ไม่เอาคะแนน

       คุณก็ไม่จำเป็นต้องสอบ)

(d) You won’t need a text for the audition.    (คุณไม่ต้องการ (ใช้) ตำราสำหรับการเข้าฟังวิชาที่ไม่เอาคะแนน)

(e) You don’t have to take a course that you don’t want to.    (คุณไม่จำเป็นต้องเรียนวิชาที่คุณไม่ต้องการเรียน)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

2. I would have gone to the movie if I had known what was playing.

(ผมคงจะได้ไปดูหนังแล้ว  ถ้าผมได้รู้ว่าหนังกำลังฉายเรื่องอะไร)  (แต่ผมไม่ได้ไปดู  เพราะว่าผมไม่รู้ว่าหนังฉายเรื่องอะไร)

(a) I expected the movie to be very good.    (ผมคาดหวังว่าหนังจะดีมาก)

(b) The movie that I went to isn’t showing any more.    (หนังที่ผมไปดูไม่ได้ฉายต่อไปอีกแล้ว)

(c) If the movie is still showing, I’ll probably go to see it.    (ถ้าหนังยังคงกำลังฉายอยู่  ผมอาจจะไปดูมัน)

(d) Since I didn’t know what movie was playing, I didn’t go.    (เพราะผมไม่รู้ว่ากำลังฉายหนัง

        เรื่องอะไร  ผมเลยไม่ได้ไปดู)

(e) I didn’t go to the movie because I didn’t know where it was playing.    (ผมไม่ได้ไปดูหนัง  เพราะว่าผม

       ไม่รู้ว่ามันกำลังฉายที่ไหน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ข้อความ  I would have gone to the movie if I had known what was playing.”  เป็น  “If clause”  แบบที่ ๓  คือการสมมติที่ไม่เป็นจริงในอดีต  หรือเหตุการณ์เกิดตรงข้ามกับข้อความในประโยค  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • If I had won the first prize in lottery, I would have bought a new house.

(ถ้าผมถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ ๑ (ในอดีต)  ผมคงจะได้ซื้อบ้านหลังใหม่ไปแล้ว)  (แต่ผมไม่ถูกรางวัล  ผมเลยไม่ได้ซื้อบ้านหลังใหม่)

  • If he had studied hard before the exam, he would have passed it.

(ถ้าเขาได้ขยันเรียนก่อนสอบ  เขาก็คงสอบผ่านไปแล้ว)  (แต่เขาไม่ได้ขยันเรียน  เขาเลยสอบตก)

  • I would have been happy to help if he had asked me.   

(ผมคงจะมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือ  ถ้าเขาได้ขอร้องผม)  (แต่เขาก็ไมได้ขอร้องให้ผมช่วย)

****หมายเหตุ  –  ดูเพิ่มเติมการใช้  “If clause”  แบบที่ ๓  ในหมวดข้อสอบ  TOEIC  ตอนที่ ๓๕๗  ข้อ ๗

 

3. I can’t see the need for a car.

(ผมไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องมีรถยนต์)

(a) I dropped a needle in the car.    (ผมทำเข็มหล่นในรถ)

(b) A car doesn’t seem necessary.    (รถยนต์ดูเหมือนว่าไม่จำเป็น)

(c) There’s a good reason to get a car.    (มีเหตุผลที่ดีที่จะซื้อรถยนต์)

(d) The car is too far away for me to see.    (รถอยู่ไกลเกินไปสำหรับผมที่จะมองเห็นได้)  (รถอยู่ไกลเกิน

       กว่าที่ผมจะมองเห็น)

(e) I can’t see the car that I want to buy.    (ผมมองไม่เห็นรถยนต์ที่ผมต้องการซื้อ)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

4. Brian asked the dean to waive certain requirements.

(ไบรอันขอร้องให้คณบดียกเว้นข้อกำหนดบางอย่าง)

(a) Brian’s dean was certain of the requirements.    (คณบดีของไบรอันเชื่อมั่น (มั่นใจ) เกี่ยวกับข้อกำหนด) 

       (ไม่มีข้อสงสัยในข้อกำหนดเลย)

(b) Brian was dean before his retirement.    (ไบรอันเป็นคณบดีก่อนการเกษียณอายุงานของเขา)

(c) Brian wanted exemption from some of the requirements.    (ไบรอันต้องการการยกเว้น

       จากข้อกำหนดบางอย่าง)

(d) Brian was required to wait for the dean.    (ไบรอันถูกต้องการให้รอคอยคณบดี))

(e) Brian was asked to deal with some requirements.    (ไบรอันถูกขอร้องให้จัดการ (แก้ปัญหา) กับข้อกำหนด)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

5. Sarah was dead tired at the end of the day’s work.

(ซาร่าห์เหน็ดเหนื่อยมาก (หมดแรง, อ่อนเพลีย) เมื่อทำงานมาจนสิ้นสุดวัน)

(a) She died due to her hard work.    (เธอตายเนื่องจากทำงานหนัก)

(b) She was slightly tired after working the whole day.    (เธอเหน็ดเหนื่อยเล็กน้อยหลังจากทำงานตลอดวัน)

(c) She tried to finish her work before the end of the day.    (เธอพยายามทำงานให้เสร็จก่อนสิ้นวัน)

(d) She had no energy left after she had worked the entire day.    (เธอหมดแรงหลังจากทำงาน

       ทั้งวัน)

(e) She died on the last day of her work.    (เธอตายในวันสุดท้ายของการทำงาน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

6. Low profits gave the company an excuse to clean out the dead wood.

(ผลกำไรต่ำให้ข้ออ้าง (ข้อแก้ตัว) แก่บริษัทที่จะโละทิ้งพนักงานที่ทำงานมานานมากและไม่มีประโยชน์กับบริษัท)  (โละทิ้งพนักงานซังกะตาย)

(a) The company didn’t give a bonus to its staff due to low profits.    (บริษัทไม่ให้โบนัสพนักงานเนื่องมาจาก

       มีกำไรต่ำ)

(b) The company was cleaning out its office for new furniture.    (บริษัทกำลังเอาของออกจากสำนักงานเพื่อ

       นำเฟอร์นิเจอร์มาใส่แทน)

(c) The company made low profits because its wood products can’t be sold.    (บริษัทมีกำไรต่ำเพราะว่า

       ผลิตภัณฑ์ไม้ของบริษัทขายไม่ได้)

(d) The company used low profits as an excuse to close down itself.    (บริษัทใช้กำไรต่ำเป็นข้ออ้างที่จะปิด

       ตัวเองลง)

(e) The company laid off the old and useless staff.    (บริษัทปลดพนักงานที่ชราและไม่มีประ

       โยชน์)

ตอบ  -  ข้อ  (e)  “Dead wood”  (ไม้ตายซากหมายถึง  บุคคลหรือสิ่งของที่ถูกใช้งานมานานจนหมดสภาพ  และไม่มีประโยชน์อีกต่อไป

 

7. We are on common ground as far as the project itself is concerned, but we differ over the timing.

(เรามีความเห็นเหมือนกัน (ร่วมกัน) ในส่วนที่เกี่ยวกับตัวโครงการเอง  แต่เรา (เห็น) ต่างกันในเรื่องการเลือกเวลาที่เหมาะสมที่สุด (timing) – ที่จะดำเนินโครงการ)

(a) We live in the same building which is far from the project.    (เราอาศัยในอาคารเดียวกัน  ซึ่งอยู่ไกลจาก

      โครงการ)

(b) We live far from the project and travel at different time.    (เราอยู่ไกลจากโครงการ  และเดินทางในเวลา

       ต่างกัน)

(c) We are of the same opinion on the project but differ on what time it should be

       implemented.    (เรามีความเห็นเหมือนกันเรื่องโครงการ  แต่แตกต่างกันเรื่องว่าควรดำเนินการ

       มันเมื่อใด)

(d) We have different opinion on the project but agree to the timing.    (เรามีความเห็นต่างกันเรื่องโครงการ 

       แต่เห็นพ้องกันเรื่องการเลือกเวลาที่เหมาะสมที่สุด – ที่จะดำเนินโครงการ)

(e) We are concerned about the timing of the project.    (เราวิตกกังวลเกี่ยวกับการเลือกเวลาที่เหมาะสมที่สุด

       (หรือระยะเวลา) (timing) ของโครงการ)

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Common ground”  หมายถึง  “ความเห็น, ความเชื่อ, ความสนใจ, ความเข้าใจ  หรือประสบการณ์ที่เหมือนกันหรือร่วมกันรูปแบบหรือวิธีการที่ผู้คน (ทำ) เหมือนๆ กัน  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

  • Bob and Frank don’t like each other because they have no common ground.

(บ๊อบและแฟร้งค์ไม่ชอบหน้ากัน  เพราะว่าพวกเขาไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลย)  (ทั้งคู่ไม่ชอบหรือไม่มีความเชื่อในสิ่งเดียวกัน)

  • The only common ground between us is that we went to the same school.

(สิ่งที่เหมือนกันเพียงอย่างเดียวระหว่างเราก็คือว่า  เราเรียนหนังสือโรงเรียน – มหาวิทยาลัย – เดียวกัน)  (สิ่งเดียวที่เรารู้เกี่ยวกับตัวเราและคุยกันก็คือโรงเรียนที่เราทั้ง ๒ คนไปเรียน)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป