หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 383)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

สำหรับ ข้อ ๑ – ๓

 

          Paul and Grace are classmates in a senior high school.  One morning Paul tells Grace that he is going to start a business.  The following is their conversation.

 

Paul     I’ve something to tell you, Grace.  Please keep quiet after you hear it.  I’m going to quit school. 

Grace  Oh, no.  I don’t recommend that.  It’s hard for you to get a job at present if you don’t have

                   good education.

Paul     :  Don’t worry about that.  I’m going to start a business.

Grace  What kind of business ?

Paul     :  I’m going to make a robot that does chores.  It will definitely helps relieve the boring work of

                   most housewives. 

Grace  Have you made the robot yet ?

Paul     :  No, but I’m starting to.  This is the reason why I’ve to quit school.  I don’t have time to study if

                   I am to succeed in my business. 

Grace  If you do manage to complete your robot, it would sell well.

Paul     Sure.  So, am I right to quit school to become a business owner and then a millionaire ?

Grace  You’re right.  Who needs school if you have a great idea ?

Paul     :  I’m just worried that my parents won’t understand me.

Grace  They love you.  They’ll understand if you explain it to them.  Don’t give up easily if you’re to

                   become a millionaire.

Paul     :  I’ll try my best to make my parents understand me.  Thanks a lot for your encouragement. 

                  You’re always my best friend, Grace.

 

(คำแปล)

          พอลและเกรซเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายแห่งหนึ่ง  เช้าวันหนึ่ง  พอลบอกเกรซว่าเขาจะเริ่มต้นธุรกิจ  ต่อไปนี้เป็นการสนทนาของพวกเขา

 

พอล   :  ผมมีอะไรจะบอกคุณ  เกรซ,  โปรดเงียบไว้นะหลังจากคุณได้ยินมัน  ผมจะลาออกจากโรงเรียน

               (I’m going to quit school.)

เกรซ  :  โอ้  ไม่เอาน่า,  ฉันไม่แนะนำเรื่องนั้น  มันยากสำหรับคุณที่จะได้งานทำในปัจจุบัน  ถ้าคุณไม่มี

               การศึกษาอย่างดีนะ

พอล   :  ไม่ต้องวิตกเรื่องนั้นหรอก  ผมจะเริ่มต้นธุรกิจน่ะ

เกรซ  :  ธุรกิจอะไรหรือ

พอล   :  ผมจะสร้างหุ่นยนต์ (make a robot) ซึ่งทำงานบ้าน (งานประจำที่น่าเบื่อ, งานเล็กๆ น้อยๆ)

               (chores),  มันจะช่วยแบ่งเบา (ปลดเปลื้อง, ทำให้ลดลง) (relieve) งานที่น่าเบื่อของแม่

               บ้านส่วนใหญ่อย่างแน่นอน (definitely) ทีเดียว

เกรซ  :  แล้วคุณสร้างหุ่นยนต์หรือยังล่ะ

พอล   :  ยัง  แต่ผมกำลังเริ่มต้นทำ,  นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผมจำเป็นต้องลาออกจากโรงเรียน,  ผมไม่มี

               เวลาเรียนหรอก  ถ้าผมมุ่งมั่น (มีเจตจำนงค์) ที่จะประสบความสำเร็จ (If I am to succeed) 

               ในธุรกิจของผม

เกรซ  :  ถ้าคุณสามารถสร้างหุ่นยนต์ได้สำเร็จจริงๆ (If you do manage to complete your robot)  

               มันคงจะขายดีเชียวละ

พอล   :  แน่นอน,  ดังนั้นผมทำถูกไหมล่ะที่จะลาออกจากโรเรียน (am I right to quit school) เพื่อเป็น

               เจ้าของธุรกิจ  และต่อจากนั้นก็เป็นเศรษฐี (millionaire)

เกรซ  :  คุณทำ (พูด) ถูกแล้ว  ใครจะต้องการโรงเรียน (เรียนหนังสือ) ล่ะ (Who needs school)  ถ้าคุณมี

               ความคิดที่ยอดเยี่ยม (if you have a great idea)

พอล   :  ผมเพียงแต่วิตกว่าพ่อแม่ของผมจะไม่เข้าใจผมนะสิ

เกรซ  :  พวกเขารักคุณ,  พวกเขาจะเข้าใจ  ถ้าคุณอธิบายให้พวกเขาฟัง,  อย่ายอมแพ้ง่ายๆ สิ (Don’t

               give up easily)  ถ้าคุณมุ่งมั่นจะเป็นเศรษฐี (if you’re to become a millionaire)

พอล   :  ผมจะพยายามอย่างดีที่สุด (I’ll try my best) เพื่อทำให้พ่อแม่เข้าใจผม,  ขอบคุณมากนะสำหรับ

               การให้กำลังใจ (การสนับสนุน, การกระตุ้น) (encouragement) ของคุณ,  คุณเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด

               ของผมเสมอนะ  เกรซ

 

1. What is Paul’s problem ?

(ปัญหาของพอลคืออะไร)

(a) He’s making a robot.    (เขากำลังสร้างหุ่นยนต์)

(b) He can’t decide whether he should study or start a business.    (เขาตัดสินใจไม่ได้ว่า  เขาควรเรียนหนังสือ

       หรือเริ่มต้นธุรกิจ)

(c) He’s afraid that he can’t get a job after graduation.    (เขาเกรงว่าเขาจะหางานทำไม่ได้หลังเรียนจบ)

(d) He’s going to quit school.    (เขาจะลาออกจากโรงเรียน)

(e) He doesn’t have enough money to pay for the tuition fee.    (เขามีเงินไม่พอที่จะจ่ายค่าเล่าเรียน – ค่า

      เทอม)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

2. Why does Paul have to quit school ?

(ทำไมพอลจำเป็นต้องลาออกจากโรงเรียน)

(a) He is too poor to afford his education.    (เขาจนเกินกว่าที่จะมีเงินพอสำหรับการศึกษา)

(b) He has to work to support his family.    (เขาจำเป็นต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว)

(c) He’s starting his business and so doesn’t have time to study.    (เขาจะเริ่มต้นธุรกิจ

       และดังนั้นจึงไม่มีเวลาที่จะเรียนหนังสือ)

(d) He is so lazy that he doesn’t want to study.    (เขาขี้เกียจมากจนกระทั่งไม่ต้องการเรียนหนังสือ)

(e) His best friend recommends him to do so.    (เพื่อนที่ดีที่สุดของเขาแนะนำให้เขาทำเช่นนั้น)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

3. Why is Paul worried ?

(ทำไมพอลวิตกกังวล)

(a) He’s afraid that his business may not be successful.    (เขาเกรงว่าธุรกิจของเขาอาจไม่ประสบความสำเร็จ)

(b) He’s afraid that the bank won’t give him a loan to begin his business.    (เขาเกรงว่าธนาคารจะไม่ให้เงินกู้

       แก่เขาเพื่อเริ่มต้นธุรกิจ)

(c) He’s afraid that Grace will reveal his secret that he’s going to quit school.    (เขาเกรงว่าเกรซจะเปิดเผย

       ความลับของเขาที่ว่าเขาจะลาออกจากโรงเรียน)

(d) He’s afraid that he can’t sell his robot after completing it.    (เขาเกรงว่าเขาจะไม่สามารถขายหุ่นยนต์ของ

       เขาได้  หลังจากสร้างมันเสร็จ)

(e) He’s afraid that his parents won’t understand him.    (เขาเกรงว่าพ่อแม่ของเขาจะไม่เข้าใจ

       เขา)

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

4. Fred   What size do you need ?

      Sally  I’m not too sure.  I wear a 51/2 or a 6 in Europe, and a 7 in Canada, but I think I need a 71/2

                           here.

Question  What size will Fred probably bring ?

(a) He will probably bring her a size 5.    (เขาน่าจะนำขนาด ๕ มาให้เธอ)

(b) He will probably bring her a size 51/2.    (เขาน่าจะนำขนาด ๕ ครึ่งมาให้เธอ)  (เป็นขนาดที่แซลลี่สวมใน

       ยุโรป) 

(c) He will probably bring her a size 6.    (เขาน่าจะนำขนาด ๖ มาให้เธอ)  (เป็นขนาดที่แซลลี่สวมในยุโรป) 

(d) He will probably bring her a size 7.    (เขาน่าจะนำขนาด ๗ มาให้เธอ)  (เป็นขนาดที่แซลลี่สวมในแคนาดา) 

(e) He will probably bring her a size 71/2.    (เขาน่าจะนำขนาด ๗ ครึ่งมาให้เธอ)  (ดูจากคำพูดของ

       แซลลี่ที่ว่า  “.............ฉันคิดว่าฉันต้องการเบอร์ ๗ ครึ่งที่นี่ค่ะ)

(คำแปล)

เฟร็ด   :  คุณต้องการขนาดอะไรครับ

แซลลี่  :  ฉันไม่แน่ใจนักหรอกค่ะ,  ฉันสวมเบอร์ ๕ ครึ่งหรือ ๖ ในยุโรป  และเบอร์ ๗ ในแคนาดา (อเมริกา

                เหนือ)  แต่ฉันคิดว่าฉันต้องการเบอร์ ๗ ครึ่งที่นี่ค่ะ

คำถาม  :  เฟร็ดน่าจะนำ (รองเท้า) ขนาดอะไรมา (ให้แซลลี่) ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

5. Lucas                 Does attendance count toward the grade in this class ?

     Prof. Smith    :  No.  I have an attendance requirement for undergraduates, but not for graduate

                                     students.

Question  What does Professor Smith mean ?

(a) She has no attendance policy.    (เธอไม่มีนโยบายการเข้าเรียน – ของนักศึกษา)  (ไม่จริง,  เธอมีนโยบายฯ

       สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี)

(b) The attendance policy is not the same for undergraduates and graduate students.   

       (นโยบายการเข้าเรียนไม่เหมือนกัน  สำหรับนักศึกษาปริญญาตรีและนักศึกษาภาคบัณทิต)  (อาจารย์

       สมิธกล่าวว่า  “ฉันมีความต้องการ (ข้อกำหนด) ในการเข้าเรียน (หมายถึง  นักศึกษาต้องเข้าเรียนใน

       ชั้น) สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี,  แต่ไม่มีข้อกำหนดสำหรับนักศึกษาภาคบันทิต (ระดับปริญญาโท-

       เอก)”)

(c) The grade will be affected by absences.    (คะแนนจะไม่ได้รับผลกระทบจากการขาดเรียน)  (ไม่จริง,  อาจารย์

       สมิธตอบว่า “ไม่เหมือนกันระหว่างนักศึกษาป. ตรี และป. โท-เอก”  เมื่อถูกถามว่าการเข้าเรียนนับเป็นคะแนนหรือ

       เปล่า)  (นักศึกษาปริญญาตรีต้องเข้าเรียนในชั้น)

(d) This class is not for graduate students.    (ชั้นเรียนนี้มิใช่สำหรับนักศึกษาภาคบัณทิต)  (ไม่จริง,  อาจารย์

       สมิธมีข้อกำหนดให้ต้องเข้าเรียนสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี  แต่ไม่มีฯ สำหรับนักศึกษาภาคบัณทิต,  ซึ่งแสดง

       ว่าชั้นเรียนนี้สำหรับนักศึกษากลุ่มหลังนี้ด้วย)

(e) She prefers to teach undergraduates to graduate students.    (เธอชอบสอนนักศึกษาปริญญาตรีมากกว่า

       นักศึกษาภาคบัณทิต)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

ลูคัส  :  การเข้าเรียนนับเป็นคะแนน (attendance count toward the grade) ในชั้นเรียนนี้เหรือเปล่า

              ครับ

สมิธ  :  ไม่หรอก,  ฉันมีความต้องการ (ข้อกำหนด) ในการเข้าเรียน (attendance requirement)

              (หมายถึง  นักศึกษาต้องเข้าเรียนในชั้น) สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี (undergraduates),  

              แต่ไม่มีข้อกำหนดสำหรับนักศึกษาภาคบันทิต (ระดับปริญญาโท-เอก) (graduate students)

คำถาม  :  อาจารย์สมิธหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)  การเข้าเรียนในชั้นของนักศึกษาปริญญาตรี  ถือเป็นคะแนนในชั้นเรียน  แต่สำหรับนักศึกษาภาคบัณทิต  ไม่ถือเป็นคะแนน (จะเข้าเรียนในชั้นหรือไม่ก็ได้)

 

6. Carol  :  Vanesa got accepted to Yale.

     Eddy   Really ?  I thought they required a 600 or 650 on the TOEFL.

Question  What had Eddy assumed about Vanesa ?

(a) She was planning to go to Yale.    (เธอกำลังวางแผนที่จะเรียนที่เยล)  (เป็นแผนของวาเนสซา  มิใช่การ

       สันนิษฐานของเอ็ดดี้)

(b) She could not score in the 600s on the TOEFL.    (เธอไม่สามารถทำคะแนนโทเฟิลในช่วง

       ๖๐๐ ขึ้นไป)  (เนื่องจากเอ็ดดี้แสดงความประหลาดใจที่วาเนสซาได้รับเข้าเรียนในเยล  และแสดง

       ความเห็นเกี่ยวกับข้อกำหนดคะแนนโทเฟิล  เขาจะต้องสันนิษฐานว่าวาเนสซาไม่ได้ทำคะแนน

       โทเฟิลได้สูงพอที่จะเข้าเรียนในเยล)

(c) She would be accepted at Yale.    (เธอจะได้รับเข้าเรียนที่เยล)  (ไม่จริง  เนื่องจากเอ็ดดี้ประหลาดใจในการ

      ได้รับการยอมรับเข้าเรียนของเธอ)

(d) She didn’t want to go to Yale.    (เธอไม่ต้องการไปเรียนที่เยล)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) She scored between 600 and 650 on the TOEFL.    (เธอทำคะแนนโทเฟิลได้ระหว่าง ๖๐๐ และ ๖๕๐) 

       (ไม่จริง  เขาสันนิษฐานว่าวาเนสซาทำคะแนนโทเฟิลได้ไม่สูงพอตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด  คือ  ๖๐๐ หรือ

       ๖๕๐)

(คำแปล)

แคโรล  :  วาเนสซาได้รับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเยลค่ะ

เอ็ดดี้    :  จริงหรือ  ผมคิดว่ามหาวิทยาลัยฯ ต้องการคะแนนโทเฟิล ๖๐๐ หรือ ๖๕๐ คะแนนนะครับ

คำถาม  :  เอ็ดดี้ได้สันนิษฐานอะไรเกี่ยวกับวาเนสซา ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)   

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป