หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 382)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

สำหรับ ข้อ ๑ – ๓

 

          John asks Alice, his former classmate in the university, her opinion on the job he is going to do.  The following is their conversation.

 

John  Can you do me a favor, Alice ?

Alice  Sure.  What is it ?

John  :  I have a problem and I would like to ask your honest opinion about it.

Alice  Tell me about it.  I’m all ears.

John  I got hired at a restaurant and a clothing store.

Alice  I congratulate you on that.  What’s the problem ?

John  I can only work for one of them.  I can’t make up my mind which to choose.

Alice  :  I think you should work at the restaurant.

John  Tell me why.

Alice  Folding clothes is annoying.  In my opinion, it is a job for women, not men.

John  What else is bad about clothing stores ?

Alice  Customers always mess up the clothes.

John  Anything else ?

Alice  You get tips at restaurants.  Besides, you can also meet people from all walks of life there.  It’s

                 more exciting if you like to meet people.

John  That’s a good point.  I’ll take your advice.

Alice  When will you start your job ?

John  :  The day after tomorrow.

Alice  Good luck.  I may become your customer some days.

John  Thanks a lot for your opinion.

Alice  You’re welcome.

 

(คำแปล)

          จอห์นถามอลิซ  ซึ่งเป็นอดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขาในมหาวิทยาลัย  เกี่ยวกับความคิดเห็นของเธอในงานที่เขาจะทำ  ต่อไปนี้เป็นการสนทนาของพวกเขา

 

จอห์น  :  คุณช่วยผมหน่อยได้ไหมครับ (Can you do me a favor) อลิซ

อลิซ    :  ได้สิ  อะไรหรือคะ

จอห์น  :  ผมมีปัญหาและอยากถามความคิดเห็นที่จริงใจ (honest opinion) ของคุณเกี่ยวกับมันครับ

อลิซ    :  เล่าให้ฉันฟังซิ (Tell me about it.)  ฉันตั้งใจฟังอยู่นะคะ (I’m all ears.)

จอห์น  :  ผมได้รับการว่าจ้าง (got hired) ที่ภัตตาคารและร้านขายเสื้อผ้า (clothing store) ครับ

อลิซ    :  ฉันแสดงความยินดีกับคุณด้วยค่ะ  แล้วมีปัญหาอะไรหรือคะ (What’s the problem ?)

จอห์น  :  ผมสามารถทำงานได้เพียงที่เดียวเท่านั้นครับ  ผมตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกที่ไหนดี (I can’t

                make up my mind which to choose.)

อลิซ    :  ฉันคิดว่าคุณควรทำงานที่ภัตตาคารค่ะ

จอห์น  :  บอกผมสิครับว่าทำไม

อลิซ    :  การพับผ้าน่ารำคาญค่ะ (Folding clothes is annoying.)ในความเห็นของฉัน (In my

                opinion)  มันเป็นงานสำหรับผู้หญิง  ไม่ใช่ผู้ชายค่ะ

จอห์น  :  อะไรอีกที่ไม่ดีเกี่ยวกับร้านขายเสื้อผ้าครับ (What else is bad about clothing stores ?)

อลิซ    :  ลูกค้ามักทำให้เสื้อผ้ายับหรือสกปรก (mess up the clothes) อยู่เป็นประจำค่ะ

จอห์น  :  มีอะไรอื่นอีกไหมครับ (Anything else ?)

อลิซ    :  คุณได้เงินค่าทิป (tips) ที่ภัตตาคารค่ะ  นอกจากนั้น  คุณสามารถพบปะผู้คนจากทุกสาขาอาชีพ

                (people from all walks of life) ด้วยที่นั่น,  มันน่าตื่นเต้นมากกว่า  ถ้าคุณชอบพบปะผู้คนค่ะ

จอห์น  :  นั่นเป็นเหตุผลที่ดีนะ (That’s a good point.)  ผมจะทำตามคำแนะนำของคุณครับ (I’ll take

                your advice.)

อลิซ    :  คุณจะเริ่มงานเมื่อไรคะ

จอห์น  :  มะรืนนี้ครับ (The day after tomorrow.)

อลิซ    :  โชคดีค่ะ  ฉันอาจจะเป็นลูกค้าของคุณสักวันหนึ่ง

จอห์น  :  ขอบคุณมากครับสำหรับความคิดเห็นของคุณ

อลิซ    :  ยินดีช่วยคุณค่ะ (You’re welcome.)

 

1. What is John’s problem ?

(ปัญหาของจอห์นคืออะไร)

(a) He can’t find a job after graduation.    (เขาไม่สามารถหางานทำได้หลังเรียนจบ)

(b) He can’t decide what to do, to get a job or further his study.    (เขาตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำอะไรดี 

       ระหว่างหางานทำกับเรียนต่อ)

(c) He can’t decide which job to choose, working at a restaurant or a clothing store.   

       (เขาตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกงานใดดี  ระหว่างทำงานที่ภัตตาคาร กับที่ร้านขายเสื้อผ้า)

(d) He can’t get Alice to help him.    (เขาไม่สามารถให้อลิซช่วยเหลือเขาได้)

(e) He gets a job but he can’t make ends meet.    (เขามีงานทำ  แต่ไม่สามารถมีเงินพอใช้ชนเดือน)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

2. What can be inferred about John ?

(สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับจอห์น)

(a) He finally decides to work at a clothing store.    (เขาในที่สุดแล้วตัดสินใจทำงานที่ร้านขายเสื้อผ้า)

(b) He isn’t interested in Alice’s advice.    (เขาไม่สนใจคำแนะนำของอลิซ)

(c) He is a self-confident person.    (เขาเป็นคนเชื่อมั่นในตนเอง)  (ไม่จริง  เขาตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกทำงาน

       ที่ใดดี)

(d) He finally decides to work at a restaurant as suggested by Alice.    (เขาในที่สุดแล้วตัดสิน

       ใจทำงานที่ภัตตาคาร  ตามที่อลิซแนะนำ)

(e) He doesn’t like to meet people.    (เขาไม่ชอบพบปะผู้คน)  (ไม่จริง  เขาเลือกทำงานที่ภัตตาคาร  เพราะว่าได้

       พบกับผู้คนมากมาย)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

3. What do we learn from the conversation ?

(เรารู้อะไรจากการสนทนา)

(a) Alice used to work at a restaurant.    (อลิซเคยทำงานที่ภัตตาคาร)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) Alice thinks that working at a restaurant is a job for women.    (อลิซคิดว่าการทำงานที่ภัตตาคารเป็นงาน

      สำหรับผู้หญิง)  (ไม่จริง  เธอคิดว่าการทำงานในร้านขายเสื้อผ้าเป็นงานสำหรับผู้หญิง)

(c) We meet only a few people when we work at a restaurant.    (เราพบปะผู้คนเพียงไม่กี่คน  เมื่อเราทำงานที่

       ภัตตาคาร)  (ไม่จริง  เราพบปะกับผู้คนทุกสาขาอาชีพ)

(d) John will begin his work next month.    (จอห์นจะเริ่มทำงานเดือนหน้า)  (ไม่จริง  เขาจะเริ่มทำงานมะรืนนี้)

(e) Some people like to work at a restaurant because they get tips apart from their

       wages.    (บางคนชอบทำงานที่ภัตตาคาร  เพราะว่าพวกเขาได้เงินค่าทิปนอกเหนือจากค่าจ้าง)

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

4. Ralph  :  Have you started writing your paper for history ?

     Jenny  Not yet.  I’m still writing up my laboratory assignments for chemistry and studying for my

                        midterms in English and French.

Question  For which class must Jenny begin to prepare ?

(a) She must begin writing a paper for her history class.    (เธอจะต้องเริ่มต้นเขียนรายงาน

       สำหรับชั้นเรียนวิชาประวัติศาสตร์)  (ดูจากข้อความ  “คุณได้เริ่มเขียนรายงานสำหรับวิชาประวัติ

       ศาสตร์หรือยังครับ”  และ  “ยังค่ะ”)  (“Write up”  =  เขียนอย่างประณีตและเสร็จสมบูรณ์)

(b) She must start writing up her laboratory assignments for her chemistry class.    (เธอจะต้องเริ่มเขียน

       การบ้านห้องแล็บสำหรับชั้นเรียนวิชาเคมี)  (เป็นการบ้านที่เธอกำลังทำอยู่ในขณะนี้  มิใช่การบ้านที่เธอจะต้อง

       เริ่มทำ)

(c) She must begin studying for her English examination.    (เธอจะต้องเริ่มเรียนเพื่อการสอบวิชาภาษาอัง

       กฤษ)  (เป็นการบ้านที่เธอกำลังทำอยู่ในขณะนี้  มิใช่การบ้านที่เธอจะต้องเริ่มทำ)

(d) She must begin studying for her French examination.    (เธอจะต้องเริ่มเรียนเพื่อการสอบวิชาภาษาฝรั่ง

       เศส)  (เป็นการบ้านที่เธอกำลังทำอยู่ในขณะนี้  มิใช่การบ้านที่เธอจะต้องเริ่มทำ)

(e) She must start reading textbooks for all the courses for her midterms.    (เธอจะต้องเริ่มอ่านตำราสำหรับ

       ทุกวิชาสำหรับการสอบกลางปี)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

ราล์ฟ  :  คุณได้เริ่มเขียนรายงานสำหรับวิชาประวัติศาสตร์หรือยังครับ

เจนนี่   :  ยังค่ะ,  ฉันยังคงกำลังเขียนการบ้านห้องปฏิบัติการสำหรับวิชาเคมีให้แล้วเสร็จ (writing up my

                laboratory assignments for chemistry)  และกำลังอ่านหนังสือเพื่อสอบกลางปีของวิชา

                ภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสอยู่ค่ะ

คำถาม  :  เจนนี่จะต้องเริ่มต้นเตรียมสำหรับชั้นเรียน (วิชา) ใด ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

5. Mary  :  Were you cited for the accident ?

     Mark  No.  It wasn’t my fault and no one was hurt.  But my insurance rates went up anyway.

Question  What problem does Mark have ?

(a) His citation.    {หมายศาล-หมายเรียก (การอ้าง, การอ้างอิง) ของเขา}  (ไม่จริง  เนื่องจากเขาไม่ได้ถูกออก

       หมายเรียกตัวไปศาล) 

(b) His injuries.    (บาดแผลของเขา)  (ไม่จริง  เนื่องจากไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ)

(c) His guilty conscience.    (ความรู้สึก (สำนึก) ผิดของเขา)  (ไม่จริง  เนื่องจากมาร์ครู้ว่ามันไม่ใช่ความผิดของเขา)

(d) His reputation.    (ชื่อเสียงของเขา)  (ไม่จริง  เนื่องจากไม่ใช่ความผิดของเขา)

(e) His insurance rates.    (อัตรา (เบี้ย) ประกันภัยของเขา)  (ดูจากข้อความ  “..........อัตราประกันภัย

       ของผมสูงขึ้น...........”)  (เขาต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้น  เนื่องจากประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์)

(คำแปล)

แมรี่    :  คุณถูกออกหมายเรียกตัวไปศาล (อ้างอิง, กล่าวอ้าง, ชมเชย, กระตุ้น, เรียกหา) (cited) สำหรับ

               อุบัติเหตุหรือเปล่าคะ

มาร์ค  :  ไม่ครับ,  มันไม่ใช่ความผิด (fault) ของผม  และไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ (ได้รับอันตราย) (was

                hurt)  แต่อัตรา (เบี้ย) ประกันภัย (insurance rates) ของผมเพิ่มสูงขึ้น  อย่างไรก็ตาม

คำถาม  มาร์คมีปัญหาอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e) 

 

6. Frank  What are you going to do this weekend ?  Maybe we can play some tennis. 

     Janet   Don’t tempt me.  I have to study for my qualifying examinations.  I take them on Monday.

Question What does Janet mean ?

(a) She does not know how to play tennis.    (เธอไม่รู้วิธีเล่นเทนนิส)  (ไม่จริง  เนื่องจากเจเน็ตพูดว่าเธอถูกยั่วใจ

       ให้ไปเล่นฯ)

(b) She has to study.    (เธอจำเป็นต้องอ่านหนังสือ)  (ตามที่เจเน็ตกล่าว  เธอต้องอ่านหนังสือเพื่อการ

       สอบเพื่อให้มีคุณวุฒิครบถ้วน – ก่อนจบการศึกษา)

(c) She does not like Frank.    (เธอไม่ชอบแฟรงค์)  (ไม่จริง  เนื่องจากเจเน็ตพูดว่าเธอถูกยั่วใจให้ไปเล่นฯ)

(d) She does not qualify to play.    (เธอไม่มีคุณสมบัติที่จะเล่น)  (ไม่ใช่,  เจเน็ตจะเข้าสอบเพื่อให้มีคุณวุฒิครบ

       ถ้วนเพื่อรับปริญญา  เธอไม่ได้กำลังพยายามจะมีคุณวุฒิเพื่อเล่นเทนนิส)

(e) She is willing to play tennis after her exam.    (เธอเต็มใจจะเล่นเทนนิสภายหลังการสอบ)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แฟรงค์  :  คุณจะทำอะไรสุดสัปดาห์นี้  บางที  เราสามารถเล่นเทนนิสได้นะ

เจเน็ต    :  อย่ายั่วใจ (ยั่วยวน, ล่อ, ล่อใจ, หยั่งเชิง, ทดสอบ) (tempt) ฉันเลย,  ฉันจำเป็นต้องเรียนหนังสือ

                  เพื่อการสอบเพื่อให้มีคุณวุฒิครบถ้วน (qualifying examinations),  ฉันจะสอบมันในวันจันทร์

                  (ที่จะถึง)

คำถาม  :  เจเน็ตหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป