หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 381)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

สำหรับ ข้อ ๑ – ๓

 

          Kevin is at the train station ticket counter buying a ticket to London.  The following is a conversation between him and the ticket counter clerk.

 

Clerk   May I help you, sir ?

Kevin  Sure.  When is the next train to London ?

Clerk   The next train leaves at 9:00.

Kevin  That’s about an hour from now.  Is there any train before then ?

Clerk   There’s a local train that leaves at 8:20, but that gets to London later than the 9:00 train.

Kevin  What time is the 9:00 train due in London ?

Clerk   That train gets there at eleven o’clock.

Kevin  Well, I guess I have to wait.  Let me have a ticket for the 9:00 train, please.

Clerk   One-way or round-trip, sir ?

Kevin  One-way in first class, please.

Clerk   Here it is.

Kevin  Which platform will my train be at ?

Clerk   Platform 12.  Just follow the red arrows.  One more thing, sir, you should take an umbrella

                   with you too.  The weather report said that there would be lots of rain in London today.

Kevin  Thanks a lot.  I’ll buy an umbrella before I get on the train.

Clerk   You’re welcome.

 

(คำแปล)

          เควิ่นอยู่ที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วของสถานีรถไฟแห่งหนึ่งเพื่อซื้อตั๋วไปลอนดอน  ต่อไปนี้เป็นการสนทนาระหว่างเขากับเสมียนขายตั๋ว

 

เสมียน  :  มีอะไรให้ดิฉันรับใช้ไหมคะ

เควิ่น     :  มีครับ  รถไฟไปลอนดอนเที่ยวต่อไปออกเวลาไหนครับ

เสมียน  :  รถไฟเที่ยวต่อไปออก ๙.๐๐ น. ค่ะ

เควิ่น     :  นั่นประมาณหนึ่งชั่วโมงจากตอนนี้  มีรถไฟเที่ยวก่อนนั้นไหมครับ (Is there any train before

                  then ?)

เสมียน  :  มีรถไฟท้องถิ่นซึ่งออก ๘.๒๐ น.  แต่ว่ามันไปถึง (gets to) ลอนดอนช้ากว่ารถเที่ยว ๙.๐๐ น. ค่ะ

เควิ่น     :  รถไฟเที่ยว ๙.๐๐ น. มีกำหนด (due) ถึงลอนดอนเมื่อไรครับ

เสมียน  :  รถนั่นไปถึงลอนดอนเวลา ๑๑.๐๐ น. ค่ะ

เควิ่น     :  เอ้อ  ผมคิดว่าผมต้องรอ (รถเที่ยว ๙.๐๐ น.) แล้วละ (I guess I have to wait)  ผมขอตั๋วรถ

                 เที่ยว ๙.๐๐ น. ๑ ใบครับ (Let me have a ticket for the 9:00 train)

เสมียน  :  เที่ยวเดียวหรือไป-กลับคะ (One-way or round-trip, sir ?)

เควิ่น     :  ขอเที่ยวเดียว  รถชั้นหนึ่งครับ (One-way in first class, please.)

เสมียน  :  นี่ค่ะตั๋ว (Here it is.)

เควิ่น     :  รถไฟผมจะจอดที่ชานชลาไหนครับ (Which platform will my train be at ?)

เสมียน  :  ชานชลา ๑๒ ค่ะ,  เดินตามลูกศรสีแดงไปนะคะ (Just follow the red arrows.)อีกเรื่องหนึ่ง

                  ค่ะ (One more thing)  คุณควรนำร่มติดตัวไปด้วยนะคะ  รายงานอากาศบอกว่า  จะมีฝนตก

                  มากในลอนดอนวันนี้ค่ะ

เควิ่น     :  ขอบคุณมากครับ  ผมจะซื้อร่มก่อนขึ้นรถไฟครับ

เสมียน  :  ยินดีช่วยเหลือคุณค่ะ (You’re welcome.)

 

1. When does Kevin’s train leave ?

(รถไฟของเควิ่นออกเมื่อไร)

(a) At 8:00 a.m.    (๘.๐๐ น.)

(b) At 8:20 a.m.    (๘.๒๐ น.)

(c) At 8:45 a.m.    (๘.๔๕ น.)

(d) At 9:00 a.m.    (๙.๐๐ น.)

(e) At 11:00 a.m.    (๑๑.๐๐ น.)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

2. Why does Kevin take the 9:00 train instead of the 8:20 train ?

(ทำไมเควิ่นไปรถไฟเที่ยว ๙.๐๐ น. แทนเที่ยว ๘.๒๐ น.)

(a) He is too late to catch the 8:20 train.    (เขามาสายเกินไปที่จะทันรถเที่ยว ๘.๒๐ น.)

(b) The former arrives in London later than the latter.    (รถไฟเที่ยวแรกมาถึงลอนดอนช้ากว่าเที่ยวหลัง)

(c) The former arrives in London before the latter.    (รถไฟเที่ยวแรกมาถึงลอนดอนก่อน

       เที่ยวหลัง)

(d) The latter has no first-class compartment.    (รถไฟเที่ยวหลังไม่มีตู้โดยสารชั้นหนึ่ง) 

(e) The latter has no dining car.    (รถไฟเที่ยวหลังไม่มีตู้เสบียง)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

3. What do we learn from the conversation ?

(เรารู้อะไรจากการสนทนา)

(a) Kevin will walk through the rain in London.    (เควิ่นจะเดินฝ่าสายฝนในลอนดอน)

(b) Kevin buys a round-trip ticket.    (เควิ่นซื้อตั๋วไป-กลับ)

(c) Kevin travels in second-class train.    (เควิ่นเดินทางในรถไฟชั้นสอง)

(d) The clerk lends Kevin her umbrella.    (เสมียนให้เควิ่นยืมร่มของเธอ)

(e) Kevin arrives in London about 11:00 a.m.    (เควิ่นมาถึงลอนดอนประมาณ ๑๑.๐๐ น.)

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

4. George  :  Good morning, Mary.  How are you ?

      Mary     Oh, fine.  I’m just on my way to work, but I thought that I would drop by for a minute.

Question What does Mary mean ?

(a) She is not going to go to work today.    (เธอจะไม่ไปทำงานวันนี้)  (ไม่จริง,  เธอกำลังอยู่ระหว่างทางไป

       ทำงาน)

(b) She can talk by phone for a short time before work.    (เธอสามารถคุยทางโทรศัพท์เป็นเวลาสั้นๆ ก่อน

       ทำงาน)  (ไม่จริง,  แมรี่โทรฯ ไปหาจอร์ชก่อน  เพื่อทำการนัดหมายไปเยี่ยม  ไม่ใช่เพื่อสนทนา)

(c) She will visit George.    (เธอจะไปเยี่ยมจอร์ช)  (“Drop by”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “แวะไปเยี่ยม,

       มาเยี่ยม”)

(d) She does not want to see George.    (เธอไม่ต้องการพบจอร์ช)  (ไม่จริง,  เธอต้องการไปเยี่ยมเขา)

(e) She was driving to work but dropped her car key and had to look for it for a few minutes.    (เธอกำลัง

       ขับรถไปทำงาน  แต่ทำกุญแจรถหล่น  และจำเป็นต้องค้นหามันสักสองสามนาที)  (เป็นการแปลความหมายคำพูด

       ของแมรี่ที่ไม่ถูกต้อง)

(คำแปล)

จอร์ช  :  สวัสดีครับแมรี่  คุณเป็นอย่างไรบ้างครับ

แมรี่     :  โอ  สบายดีค่ะ,  ฉันกำลังอยู่ระหว่างทางไปทำงาน (I’m just on my way to work) (โดยขับรถ

                ไป)  แต่ฉันคิดว่าฉันจะแวะไปเยี่ยม (คุณ) (drop by) สักประเดี๋ยวหนึ่งค่ะ (for a minute)

คำถาม  :  แมรี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

5. Claudia  :  I still haven’t heard from Columbia University yet.

     Martin   :  I know it looks grim right now, but don’t give up ! 

 Question  What does Martin mean ?

(a) The university has been slow to respond.    (มหาวิทยาลัยตอบจดหมายช้า)

(b) There are other universities.    (มีมหาวิทยาลัยอื่นๆ)

(c) The situation is not that bad.    (สถานการณ์มิได้เลวร้ายขนาดนั้น)

(d) Claudia should keep trying.    (เคลาเดียควรพยายามต่อไป)

(e) He is confident that Claudia will be admitted to the university.    (เขามั่นใจว่าเคลาเดียจะได้รับการรับ

       เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย)  (ไม่จริง  เขาบอกเคลาเดียว่าความหวังของเธอริบหรี่  แต่แนะนำไม่ให้เธอยอมแพ้

       หรือให้พยายามต่อไป)

(คำแปล)

เคลาเดีย  :  ฉันยังคงไม่ได้รับจดหมาย (รับโทรศัพท์) (heard from) จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียเลยค่ะ

มาร์ติน     :  ผมรู้ว่ามันดูมีความหวังริบหรี่ (เคร่งขรึม, เข้มงวด, น่ากลัว, ดุร้าย, ร้ายกาจ) (grim) ในขณะนี้, 

                     แต่อย่ายอมแพ้ (ยอมเลิกเสีย, ยอมรับว่าทำไม่ได้, ละทิ้ง, เลิกทำ, ยอมเข้ามอบตัว) (give up)

                     นะครับ

คำถาม  :  มาร์ตินหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)  “Don’t give up !  เป็นสำนวน  หมายถึง  “อย่ายอมแพ้,  พยายามต่อไป”  สำหรับ  ข้อ  A, B   และ  C  เป็นการแปลความหมายคำพูดของมาร์ตินที่ไม่ถูกต้อง

 

6. Mary  :  Are you glad that you came to Washington ?

     John  :  Yes, indeed.  I’d considered going to New York or Boston, but I’ve never regretted my

                      decision.

Question  Where does John live ?

(a) In New York.    (ในรัฐนิวยอร์ก)  (เป็นสถานที่ที่จอห์นคิดจะไปอยู่  ก่อนที่จะมาอยู่วอชิงตัน)

(b) In Boston.    (ในเมืองบอสตัน)  (เป็นสถานที่ที่จอห์นคิดจะไปอยู่  ก่อนที่จะมาอยู่วอชิงตัน)

(c) In Michigan.    (ในรัฐมิชิแกน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) In Washington.    (ในรัฐวอชิงตัน)  (ดูจากข้อความ  “คุณดีใจไหมคะที่คุณมา (อยู่) ที่รัฐวอชิงตัน

       นี่น่ะ”  และ  “ครับ  ดีใจจริงๆ เลย”)

(e) In Baltimore.    (ในเมืองบัลติมอร์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แมรี่     :  คุณดีใจไหมคะที่คุณมา (อยู่) ที่รัฐวอชิงตันนี่น่ะ

จอห์น  :  ครับ  ดีใจจริงๆ เลย,  ผมคิดที่จะไป (อยู่) นิวยอร์ก หรือบอสตัน (ในตอนแรก)  แต่ผมไม่เคยเสียใจ

                การตัดสินใจ (มาอยู่ที่วอชิงตัน) ของผมเลยครับ

คำถาม  :  จอห์นอาศัยอยู่ที่ไหน ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป