หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 359)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

สำหรับ ข้อ ๑ – ๓

 

          The following is a quarrel between two colleagues, Peter and Paul.           

 

Peter  :  Hey, Paul.  I have a bone to pick with you.  Did you take my watch ?

Paul    What makes you think that ?

Peter  :  Because it’s missing.

Paul    So why do you think I took it ?

Peter  :  Because you have eyes like a thief.

Paul    In just five seconds you’re going to have two black eyes.

Peter  :  Who’s going to give them to me ?

Paul    I am, if you don’t shut up.

Peter  :  You’re talking pretty smart for a man your size. 

Paul    I could be half this size and still whip you easily.

Peter  :  And I could knock you through the wall with one hand tied behind my back.

Paul    Hey, the boss is coming !  We’d better get back to work.

Peter  :  Yeah, and I’d better go to finish pouring that concrete.

Paul    Hurry, before he sees us.  He may know we’ve been quarreling.

 

(คำแปล)

          ต่อไปนี้เป็นการทะเลาะกันระหว่างเพื่อนร่วมงาน ๒ คน คือ ปีเตอร์ และพอล

 

ปีเตอร์  :  เฮ่  พอล  ฉันมีเหตุที่ต้องทะเลาะกับแกนะ (I have a bone to pick with you.),  แกเอานาฬิกา

                 ของฉันไปใช่ไหม   

พอล     :  อะไรทำให้แกคิดเช่นนั้นล่ะ

ปีเตอร์  :  เพราะว่ามันหายไปน่ะสิ (it’s missing)

พอล     :  แล้วทำไมแกถึงคิดว่าฉันเอามันไปล่ะ

ปีเตอร์  :   เพราะว่าแกมีตาเหมือนกับ (ตา) โจรน่ะสิ

พอล     :  ในอีก ๕ วินาที  แกจะมีตาเขียว (เพราะถูกชก) ทั้ง ๒ ข้าง (two black eyes) เลย

ปีเตอร์  :  ใครนะจะทำให้ตาของฉันเขียว (Who’s going to give them to me ?)

พอล     :  ฉันเอง  ถ้าแกยังไม่หุบปาก (shut up)

ปีเตอร์  :  แกพูดฉลาดมาก  สำหรับคนตัวขนาดแกเนี่ย (for a man your size)

พอล     :  ถึงฉันจะตัวเล็กลงอีกครึ่งหนึ่ง (I could be half this size) ฉันยังคงเอาชนะ (เฆี่ยน, ตี, โบย,

                 หวด, ลงแส้) (whip) แกได้อย่างง่ายดาย

ปีเตอร์  :  และฉันก็สามารถต่อยแกทะลุกำแพงได้ (knock you through the wall) โดยมัดมือไว้ข้างหลัง

                 ข้างหนึ่ง (with one hand tied behind my back) (หมายถึง  ต่อยด้วยมือข้างเดียว)

พอล     :  เฮ่  หัวหน้า (ลูกพี่, เจ้านาย) (boss) กำลังมาว่ะ  เราควรจะกลับไปทำงานกันดีกว่า

ปีเตอร์  :  ใช่แล้ว  ฉันควรไปเทปูนให้เสร็จดีกว่า (I’d better go to finish pouring that concrete)

พอล     :  เร็วๆ เข้า  ก่อนที่หัวหน้าจะเห็นพวกเรา,  เขาอาจจะรู้นะว่าพวกเรากำลังทะเลาะกัน

 

****หมายเหตุ  -  ข้อความ  “Have a bone to pick with”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “มีเหตุที่ต้องโต้เถียง-ทะเลาะ หรือไม่เห็นด้วยกับ;  มีเรื่องที่ต้องโวยหรือโต้เถียงด้วยกับมีเรื่องที่โกรธเคืองและต้องการพูดคุยด้วยกับ”  แปลตรงตัวคือ  “มีกระดูกที่ต้องแทะกับ .............”  ซึ่งเป็นกริยาของสุนัขที่ทะเลาะกันเพราะแย่งกระดูกมาแทะ  มักใช้พูดแบบติดตลก  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • I have a bone to pick with you, Bill.

(ฉันมีเรื่อง – เหตุผล – ต้องทะเลาะ (หรือ ไม่เห็นด้วย) กับแกนะบิล)

  • There was always a bone to pick about which one would shave first in the morning.

(มีการถกเถียงกันเสมอเกี่ยวกับว่าใครจะ (ได้) โกนหนวดเป็นคนแรกในตอนเช้า)

  • I have a bone to pick with you.  Why weren’t you at work yesterday ?

(ผมมีเรื่องต้องโวยกับคุณนะ  ทำไมคุณไม่มาทำงานเมื่อวานนี้)

            สำหรับสำนวนใกล้เคียง  คือ  “Bone of contention” (กระดูกแห่งการต่อสู้-โต้เถียง)  (แปลตรงตัว คือ กระดูกที่สุนัขแย่ง-ทะเลาะกัน)  ซึ่งหมายถึง  “เรื่องที่ต่อสู้หรือทะเลาะกัน;  เหตุผลสำหรับการทะเลาะ;  หัวข้อของการต่อสู้”  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • The boundary line between the farms was a bone of contention between the two farmers.

(เส้นแบ่งเขตแดนระหว่างฟาร์ม  เป็นเรื่อง (สาเหตุ) ที่ต่อสู้-ทะเลาะกันระหว่างชาวนาทั้ง ๒ คน)

  • The use of the car was a bone of contention between Joe and his wife.

(การใช้รถยนต์เป็นสาเหตุุของการทะเลาะกันระหว่างโจและภรรยาของเขา)  (พวกเขาทะเลาะกันเรื่องการใช้รถยนต์)

 

1. What are Peter and Paul quarreling about ?

(ปีเตอร์และพอลกำลังทะเลาะกันเรื่องอะไร)

(a) Paul is usually late for work.    (พอลมาทำงานสายเป็นประจำ)

(b) Paul doesn’t pay back the money he has borrowed from Peter.    (พอลไม่คืนเงินที่เขายืมจากปีเตอร์)

(c) Peter thinks that Paul has stolen his watch.    (ปีเตอร์คิดว่าพอลขโมยนาฬิกาของเขาไป)

(d) Paul doesn’t help Peter clean their room.    (พอลไม่ช่วยปีเตอร์ทำความสะอาดห้องของพวกเขา)

(e) Paul didn’t pick up Peter on time.    (พอลมารับปีเตอร์ไม่ตรงเวลา)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

2. What do we learn from the conversation ?

(เรารู้อะไรจากการสนทนา)

(a) Paul is afraid to fight against Peter.    (พอลกลัวที่จะต่อสู้กับปีเตอร์)

(b) Peter thinks that he can beat Paul with only one hand.    (ปีเตอร์คิดว่าเขาสามารถเอาชนะ

       พอลด้วยมือเพียงข้างเดียว)

(c) Paul has taken Peter’s watch.    (พอลเอานาฬิกาของปีเตอร์ไป)

(d) Peter and Paul are white-collar workers.    (ปีเตอร์และพอลเป็นคนงานในสำนักงาน – ทำงานในออฟฟิศ) 

       (ไม่จริง  พวกเขาเป็นกรรมกร)

(e) Peter has a bigger body than Paul.    (ปีเตอร์ตัวใหญ่กว่าพอล)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

3. What are true about Peter and Paul ?

(อะไรเป็นความจริง – ถูกต้อง – เกี่ยวกับปีเตอร์และพอล)

(a) They have no supervisor.    (พวกเขาไม่มีผู้ควบคุมดูแล)  (ไม่จริง  พวกเขามีหัวหน้างาน)

(b) They’ve never quarreled before.    (พวกเขาไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) They fight against each other before their boss comes.    (พวกเขาต่อสู้กันก่อนที่หัวหน้ามา)

(d) They work for a construction company.    (พวกเขาทำงานให้กับบริษัทก่อสร้าง)

(e) They’ve finished their work before they start to quarrel.    (พวกเขาทำงานเสร็จแล้วก่อนเริ่มต้นทะเลาะ

       กัน)  (ไม่จริง  พวกเขายังเทปูนไม่เสร็จ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

4. Waitress  Will that be together, or do you want separate checks ?

     James       :  Separate, please.

Question  What is James going to do ?

(a) Check the menu.    (ตรวจสอบรายการอาหาร)

(b) Eat alone.    (ทานอาหารตามลำพัง)

(c) Leave the table.    (ออกจากโต๊ะ)

(d) He wants to separate with the waitress after meal.    (เขาต้องการแยกกับเด็กเสิร์ฟหลังจากทานอาหาร)

(e) Pay for his own meal.    (จ่ายเงินค่าอาหารของเขาเอง)  (“Separate checks”  เป็นสำนวน  หมาย

       ถึง  “เช็คบิลแยกกัน  คือ  แต่ละคนจะจ่ายเงินค่าอาหารของเขาหรือเธอเอง”)

(คำแปล)

เด็กเสิร์ฟ  :  นั่นจะ (คิดตังค์) รวมกัน  หรือคุณต้องการให้แยกเช็คบิล (คิดเงินแยก) (separate checks)

                     คะ

เจมส์         :  กรุณา (คิดตังค์) แยก (Separate, please.) ครับ

คำถาม  :  เจมส์จะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)  สำหรับ  ข้อ  A, B, C  และ  D  เป็นการแปลความหมายคำพูดของเจมส์ที่ไม่ถูกต้อง

 

5. Billy        What is an appropriate gift to take to some friends who have invited you to their house

                           for dinner ?  I was thinking maybe some candy.

     Sandra That sounds good.  Or you could get a plant.

Question  What does Sandra suggest ?

(a) Billy should invite his friends to dinner.    (บิลลี่ควรเชิญเพื่อนไปทานอาหารค่ำ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) Billy’s friends should come to his house.    (เพื่อนของบิลลี่ควรมาที่บ้านของเขา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) Billy could take a plant to his friends.    (บิลลี่สามารถนำต้นไม้ไปให้เพื่อนของเขา)  (เธอแนะนำ

       ให้บิลลี่เอาต้นไม้ไปให้เพื่อนเป็นของขวัญ)

(d) Billy likes candy.    (บิลลี่ชอบลูกกวาด-ขนมหวาน)  (บิลลี่คิดจะนำลูกกวาดไปให้เพื่อน  ไม่ใช่คำแนะนำของ

       แซนดร้า)

(e) Billy prefers candy to a plant as a gift for his friends.    (บิลลี่ชอบลูกกวาดมากกว่าต้นไม้  เป็นของขวัญ

       สำหรับเพื่อน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

บิลลี่         :  อะไรคือของขวัญที่เหมาะสมที่จะนำไปให้เพื่อนซึ่งเชื้อเชิญคุณไปที่บ้านของเขาเพื่อทานอาหาร

                    ค่ำ,  ผมกำลังนึกถึง, บางทีนะ, ลูกกวาด (ขนมหวาน) (candy) ครับ

แซนดร้า  :  นั่นฟังดูดีนะคะ,  หรือว่าคุณเอาต้นไม้ (ไปให้) ก็ได้ค่ะ (Or you could get a plant.)

คำถาม  :  แซนดร้าแนะนำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

6. Hillary Did you hear about the accident ?

     Bill        Yes.  If Sue hadn’t had her seat belt on, she would have been killed.

Question  What do we know about Sue ?

(a) She was not involved in the accident.    (เธอไม่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ)  (ไม่จริง,  ซูประสบอุบัติเหตุ)

(b) She was not hurt badly.    (เธอไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) She had her seat belt on.    (เธอสวมเข็มขัดนิรภัย)  (ดูจากข้อความ  “ถ้าซูไม่ได้สวมเข็มขัดนิรภัย 

       เธอก็คงจะตายไปแล้ว”  แต่ความจริงคือ  เธอสวมเข็มขัดฯ  เธอจึงไม่ตาย)

(d) She died in a car accident.    (เธอตายในอุบัติเหตุ)  (ไม่จริง,  เธอไม่ตาย)

(e) She was seriously injured since she didn’t wear her seat belt.    (เธอได้รับบาดเจ็บสาหัส  เพราะว่าเธอไม่

       สวมเข็มขัดนิรภัย)  (ไม่จริง,  เธอสวมเข็มขัดนิรภัย)

(คำแปล)

ฮิลลารี่  :  คุณได้ยินเกี่ยวกับอุบัติเหตุหรือเปล่าคะ

บิล        :  ครับ,  ถ้าซูไม่ได้สวมเข็มขัดนิรภัย (If Sue hadn’t had her seat belt (= safety belt) on) 

                 เธอคงตายไปแล้ว (แต่เธอสวมฯ  เธอเลยไม่ตาย)

คำถาม  :  เรารู้อะไรเกี่ยวกับซู ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ประโยค  If Sue hadn’t had her seat belt on, she would have been killed.  หมายถึง  “ถ้าซูไม่ได้สวมเข็มขัดนิรภัย  เธอก็คงจะตายไปแล้ว”  เป็น  “If clause”  แบบที่ ๓  คือ  การสมมติที่ตรงข้ามกับความเป็นจริง  หรือตรงข้ามกับข้อความในประโยค  ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เป็นจริงคือ  “ซูสวมเข็มขัดฯ  เธอจึงไม่ตาย”  ดูเพิ่มเติม  “If clause”  แบบที่ ๓  ในหมวดข้อสอบ  TOEIC  ตอนที่ ๓๕๗  ข้อ ๗

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป