หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 358)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

สำหรับ ข้อ ๑ – ๓

 

          Bill and Ruth are neighbors.  One morning they meet in the street while jogging.  The following is their conversation.

 

Bill     :  Hi, Ruth.  How are you ?

Ruth  Hi, Bill.  I’m fine.  What about you ?

Bill     :  I feel good.  Are you busy these days ?

Ruth  I’m going to the bank downtown this afternoon.

Bill     :  I can drive you there.  I want to buy some electric appliances at the shopping mall.

Ruth  Thanks.  I’m going to apply for a loan.

Bill     :  Why do you need a loan ?

Ruth  I have to purchase a new car.

Bill     :  What’s wrong with your car ?

Ruth  It won’t start, and it’s fifteen years old.  I’m tired of having it fixed regularly.  Yesterday it broke

                 down on my way home from work.

Bill     :  I’m sorry to hear that.  But how much will a new car cost ?

Ruth  About twenty thousand dollars.

Bill     :  Wow !  That’s a lot of money.  I can’t afford such an expensive car.

Ruth  I know.  That’s why I need a loan.  I’ll call you this afternoon when I’m ready to go.  Are you

                okay ?

Bill     :  I’ll wait for your call, Ruth.

 

(คำแปล)

          บิลและรูธเป็นเพื่อนบ้านกัน  เช้าวันหนึ่ง  พวกเขาพบกันบนถนนขณะกำลังวิ่ง (ออกกำลัง)  ต่อไปนี้เป็นการสนทนาของพวกเขา

 

บิล  :  หวัดดี  รูธ,  คุณเป็นอย่างไรบ้างครับ

รูธ   :  หวัดดี  บิล,  ฉันสบายดีค่ะ  แล้วคุณล่ะเป็นอย่างไรบ้าง

บิล  :   ผมสบายดี  คุณมีงานยุ่งไหมครับหมู่นี้

รูธ   :  ฉันจะไปธนาคารในเมือง (ย่านศูนย์การค้าของเมือง) (downtown) บ่ายนี้ค่ะ

บิล  :  ผมขับรถไปส่งคุณที่นั่นได้นะ  ผมต้องการไปซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า (electric appliances) ที่ห้างสรรพ

           สินค้าครับ

รูธ   :  ขอบคุณนะ  ฉันจะไปขอกู้เงิน (apply for a loan) ค่ะ

บิล  :  ทำไมคุณต้องการเงินกู้ (การให้กู้, สิ่งที่ให้ยืม, การให้ยืม) (a loan) ล่ะครับ

รูธ   :  ฉันจำเป็นต้องซื้อรถยนต์คันใหม่ค่ะ

บิล  :  มีอะไรไม่ปกติกับรถของคุณครับ (รถของคุณเป็นอะไรหรือครับ) (What’s wrong with your

           car ?)

รูธ   :  มันสตาร์ทไม่ติด  แล้วก็อายุ ๑๕ ปีแล้ว  ฉันเบื่อ (เหนื่อย) (tired) ที่จะซ่อม (fixed) มันเป็นประจำ, 

           เมื่อวานนี้  มันเสีย (ไม่ทำงาน) (broke down) ในระหว่างทางที่ฉันกลับบ้านจากที่ทำงานค่ะ

บิล  :  ผมเสียใจด้วยครับ  แต่ว่ารถยนต์คันใหม่จะราคาเท่าไรล่ะครับ

รูธ   :  ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ดอลลาร์ค่ะ

บิล  :  ว้าว !  นั่นเป็นเงินมากโขเลยนะ  ผมไม่มีเงินพอสำหรับรถแพงแบบนั้นหรอกครับ (I can’t afford

           such an expensive car.)

รูธ   :  ฉันรู้  นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมฉันต้องการเงินกู้ (That’s why I need a loan.),  ฉันจะโทรฯ ไปหา

           คุณบ่ายนี้  เมื่อฉันพร้อมจะไป  คุณตกลงไหมคะ

บิล  :  ผมจะรอคุณโทรฯ มาครับ  รูธ

 

1. Why is Ruth going to the bank ?

(ทำไมรูธจะไปธนาคาร)

(a) To buy some electric appliances.    (เพื่อซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า)

(b) To see someone there.    (เพื่อพบใครบางคนที่นั่น)

(c) To take a loan.    (เพื่อกู้เงิน)

(d) To cash a check.    (เพื่อขึ้นเงินเช็ค)

(e) To open a new account.    (เพื่อเปิดบัญชีใหม่)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

2. What is true about Ruth ?

(อะไรเป็นความจริง – ถูกต้อง – เกี่ยวกับรูธ)

(a) She needs a loan guarantor.    (เธอต้องการผู้ค้ำประกันเงินกู้)

(b) She regularly fixes her car.    (เธอซ่อมรถของเธอเป็นประจำ)  (ไม่จริง  เธอให้ช่างซ่อมให้)

(c) She goes jogging every morning.    (เธอออกวิ่งทุกเช้า)

(d) She owns an old car.    (เธอมีรถยนต์คันเก่า)

(e) She used to study in the same class as Bill.    (เธอเคยเรียนห้องเดียวกับบิล)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

3. What do we learn from the conversation ?

(เรารู้อะไรจากการสนทนา)

(a) Bill and Ruth have been neighbors for a long time.    (บิลและรูธเป็นเพื่อนบ้านกันมานานแล้ว)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(b) Ruth doesn’t like her car because it’s old.    (รูธไม่ชอบรถของเธอเพราะมันเก่า)  (ไม่จริง  เพราะมันเสียบ่อย)

(c) Ruth’s car broke down on her way to the office yesterday.    (รถของรูธเสียในระหว่างทางไปที่ทำงานเมื่อ

      วานนี้)  (ไม่จริง  รถเสียระหว่างทางกลับบ้านจากที่ทำงาน)

(d) Bill is sorry to hear that Ruth’s new car is very expensive.    (บิลเสียใจที่ได้ยินว่ารถคันใหม่ของรูธราคา

       แพงมาก)  (ไม่จริง  เขาเสียใจที่ได้ยินว่ารถของเธอเสียระหว่างเดินทางกลับบ้าน)

(e) It costs a lot of money to buy a new car.    (ต้องใช้เงินมากในการซื้อรถยนต์คันใหม่)

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

4. Jessica  So the course is closed.  This is terrible !  I have to have it to graduate.

     Phillip  You’re okay.  Just Dr. Collin’s section is closed.  There is another section that’s still open,

                           but nobody knows who’s teaching it.  It’s marked “staff.”

Question  What will Jessica probably do ?

(a) Register for Dr. Collin’s class.    (ลงทะเบียนสำหรับชั้นเรียนของด็อกเตอร์คอลลิน)  (ไม่จริง  เนื่องจาก 

       “Section” (ส่วนวิชา) ของด็อกเตอร์คอลลินปิด)

(b) Graduate at a later date.    (จบการศึกษาในเวลาต่อๆ มา – อีกนาน)  (ไม่จริง  เธอวิตกเพราะว่าเธอมีแผนที่จะ

       จบการศึกษาในไม่ช้านี้)

(c) Enroll in the section marked “staff.”    (ลงทะเบียนในส่วนวิชาที่มีเครื่องหมาย  “คณะผู้ร่วม

       งาน”)  (เนื่องจากเจสซิคาจะต้องเรียนวิชานี้เพื่อจบการศึกษา  และส่วนวิชาของด็อกเตอร์คอลลินปิด 

       เธอจึงน่าจะลงทะเบียนเรียนในส่วนวิชาที่มีเครื่องหมาย  “คณะผู้ร่วมงาน”  เป็นผู้สอน)

(d) Find out who is teaching the other section of the class.    (ค้นหาว่าใครกำลังสอนอีก  “Section”  หนึ่งของ

       ชั้นเรียน)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอต้องการเรียนวิชานี้เพื่อให้จบการศึกษา  และสนใจในวิชามากกว่าอาจารย์ผู้สอน)

(e) Ask Dr. Collin to teach his section.    (ขอร้องด็อกเตอร์คอลลินให้สอน  “Section” ของเขา)  (การสนทนามิได้

      กล่าวถึง)

(คำแปล)

เจสซิคา  :  ถ้างั้น  วิชานี้ปิด,  นี่แย่มาก (ร้ายแรง, น่ากลัว, น่าเกรงขาม, สยองขวัญ) (terrible) เลย,  ฉัน

                   จำเป็นต้องมี (เรียน) วิชานี้เพื่อจบการศึกษา (ได้รับปริญญา) (graduate) ค่ะ

ฟิลลิป     คุณไม่ต้องวิตกหรอกครับ (You’re okay.),  เพียงแต่ส่วน (วิชา) ของด็อกเตอร์คอลลินเท่านั้น

                   ที่ปิด  ยังมีอีกส่วน (วิชา) หนึ่งที่ยังคงเปิดอยู่  แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าใครกำลังสอนมัน,  มันถูกทำเครื่อง

                   หมาย “คณะผู้ร่วมงาน” (marked) ไว้ (หมายถึง  อาจารย์คนอื่นๆ หรือผู้ช่วยสอน (Teaching

                   assistant) ซึ่งเป็นผู้ร่วมงานของอาจารย์เจ้าของวิชา  เป็นผู้สอน)

คำถาม  :  เจสซิคาน่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)    

หมายเหตุ  -  วิชาต่างๆ ในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ  ถ้ามีนักศึกษาจำนวนมาก  อาจจะมีการสอนโดยอาจารย์มากกว่า ๑ คน (รวมทั้งผู้ช่วยสอนที่เป็นนักศึกษาปริญญาเอกด้วย)  ทั้งนี้เพื่อทำให้ชั้นเรียนเล็กลง  ซึ่งเรียกว่าแบ่งออกเป็น  “Section”  โดยอาจารย์แต่ละคนก็จะสอน  “Section”  ของตน  ซึ่งมีเนื้อหาวิชาเหมือนกัน  ดังนั้น  นักศึกษาอาจเลือกเรียนกับ  “Section”  ของอาจารย์คนใดก็ได้  ตามแต่เวลาสะดวกของตน)

 

5. Janet  Would you help me on Saturday when I move out of the dorm ?

     John   When would you like me to be there ?

Question What can be inferred about John ?

(a) He lives in the dorm.    (เขาอาศัยในหอพัก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) He will help Janet.    (เขาจะช่วยเหลือเจเน็ต)  (เนื่องจากจอห์นต้องการเตรียมการเรื่องเวลา  จึง

       อาจสรุปได้ว่าเขาจะช่วยเจเน็ตขนของออกจากหอพัก)

(c) He has to work on Saturday.    (เขาต้องทำงานวันเสาร์)  (ไม่จริง  เนื่องจากเขาจะไปที่หอพักของเจเน็ตใน

      วันเสาร์)

(d) He keeps his promises.    (เขาทำตามสัญญา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) He likes to visit Janet’s dorm.    (เขาชอบไปเที่ยวหอพักของเจเน็ต)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เจเน็ต  :  คุณจะช่วยฉันในวันเสาร์  เมื่อฉันย้ายออกจากหอพักได้ไหมคะ

จอห์น  :  คุณอยากให้ผมไปที่นั่น (หอพัก) เมื่อไร (เวลาใด) ครับ

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับจอห์น ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

6. Larry   Could you please sign my course request form ?

     Kathy  I’m sorry.  You have to get your advisor’s signature on that.

Question What can be inferred about Kathy ?

(a) She is not polite.    (เธอไม่สุภาพ-มีมารยาท – ที่ไม่ลงนามในแบบฟอร์ม)  (แม้เคธี่จะกล่าว่าเธอเสียใจ  นั่นไม่

       ใช่เหตุผลที่เธอไม่สามารถลงนามในแบบฟอร์ม  จึงว่าเธอไม่สุภาพไม่ได้)

(b) She does not have a course request form.    (เธอไม่มีแบบฟอร์มร้องขอวิชาเรียน)  (ไม่จริง  เนื่องจากลาร์รี่

       ขอให้เธอลงนามในแบบฟอร์มดังกล่าว)

(c) She will help Larry.    (เธอจะช่วยลาร์รี่)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอไม่ใช่อาจารย์ที่ปรึกษาของเขา  เธอจึงไม่

       สามารถลงนามในแบบฟอร์ม)

(d) She will get Larry’s advisor’s signature for him.    (เธอจะไปเอาลายเซ็นของอาจารย์ที่ปรึกษาของลาร์รี่

       มาให้เขา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) She is not Larry’s advisor.    (เธอไม่ใช่อาจารย์ที่ปรึกษาของลาร์รี่)  (เนื่องจากเคธี่ปฏิเสธที่จะ

       เซ็นชื่อ  และบอกลาร์รี่ว่าเขาจำเป็นต้องได้ลายเซ็นของอาจารย์ที่ปรึกษาของเขา  จึงอาจสรุปได้ว่า

       เธอไม่ใช่อาจารย์ที่ปรึกษาของเขา)

(คำแปล)

ลาร์รี่  :  คุณจะกรุณาเซ็นชื่อในแบบฟอร์มร้องขอวิชาเรียน (course request form) ของผมได้ไหมครับ

เคธี่    :  ฉันเสียใจค่ะ,  คุณจำเป็นต้องได้ลายเซ็นของอาจารย์ที่ปรึกษาของคุณในเรื่องนั้นค่ะ

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับเคธี่ ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป