หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 350)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

สำหรับ ข้อ ๑ – ๔

 

          Professor Baker is having a class discussion with two of his students, John and Mary.

 

John     :  British English and American English are really about the same, aren’t they ?

Mary    :  I don’t think so.  It seems to me that some of the spellings are different.   

Baker  :  You’re right, Mary.  Words like theater and center end in re in England instead of in er, the

                   way that we spell them.  Let me write that on the board.  Can you think of any more

                   examples ?

Mary    The word color ?

Baker  :  Good.  In fact, many words that end in or in American English are spelled our in British

                   English.  

John     :  I’m still not convinced.  I mean, if someone comes here from England, we can all understand

                    what he’s saying.  The spelling doesn’t really matter that much. 

Baker  Okay.  Are we just talking about spelling ?  Or are there some differences in pronunciation and

                   meaning too ? 

Mary    Professor Baker ?

Baker  :  Yes.

Mary   I remember seeing an English movie where the actors kept calling their apartment a flat.  Half

                  of the movie was over before I realized what they were talking about.

John    :  So there are slight differences in spelling and some vocabularies. 

Mary   And pronunciation, too.  You aren’t going to tell me that you sound like Richard Burton. 

John    :  Richard Burton wasn’t English.  He was Welsh. 

Mary   Okay.  Anyway, the pronunciation is different. 

Baker  :  I think that what we are really disagreeing about is the extent of the difference.  We all agree

                   that British English and American English are different.  Right ?

Mary    Yes.  

John    Sure. 

Baker  :  But not so different that it prevents us from understanding each other.

John    :  That’s what I mean. 

Mary   :  That’s what I mean, too.

 

(คำแปล)

           อาจารย์เบเก้อร์กำลังอภิปรายในชั้นเรียนกับนักเรียนของเขา ๒ คน คือ จอห์นและแมรี่

 

จอห์น    :  ภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและภาษาอังกฤษแบบอเมริกันเกือบจะเหมือนกันจริงๆ เลยใช่ไหมครับ

แมรี่       :  ฉันไม่คิดอย่างนั้นค่ะ  สำหรับฉันแล้ว  มันดูเหมือนว่าการสะกดคำ (spellings) บางคำแตกต่าง

                  ออกไปค่ะ

เบเก้อร์  :  เธอพูดถูก  แมรี่,  คำต่างๆ เช่น “โรงหนัง, โรงละคร” และ “ศูนย์กลาง” ลงท้ายด้วย “re” ในภา

                  ษาอังกฤษ  แทนที่จะลงท้ายด้วย “er”  ตามแบบที่พวกเรา (ชาวอเมริกัน) สะกดมัน,  ให้ผม

                  เขียนคำนั้นบนกระดานนะ  พวกเธอสามารถนึกถึงตัวอย่างอื่นๆ เพิ่มไหมล่ะ

แมรี่       :  คำว่า “สี” หรือคะ

เบเก้อร์  :  ดี,  ตามความเป็นจริง (In fact)  คำจำนวนมากซึ่งลงท้ายด้วย “or” ในภาษาอังกฤษแบบ

                  อเมริกัน  ถูกสะกดด้วย “our” ในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ 

จอห์น    :  ผมยังคงไม่ปักใจเชื่อ (convinced) ครับ  ผมหมายความว่า  ถ้าใครสักคนมาที่นี่ (อเมริกา) จาก

                  อังกฤษ  เราทุกคนสามารถเข้าใจสิ่งที่เขากำลังพูด,  การสะกดคำไม่มีความหมาย (มีความสำ

                  คัญ) จริงๆ มากขนาดนั้น (really matter that much) ครับ

เบเก้อร์  :  ใช่  (แต่) เรากำลังพูดเกี่ยวกับการสะกดคำเท่านั้นหรือ  หรือว่ามีความแตกต่างในเรื่องการออก

                  เสียง (pronunciation) และความหมาย (meaning) ด้วย

แมรี่       อาจารย์เบเก้อร์ว่าอย่างไรคะ (Professor Baker ?)

เบเก้อร์  :  ใช่ (มีความแตกต่าง)

แมรี่       :  ฉันจำได้ถึงการดูภาพยนตร์อังกฤษที่ผู้แสดงเรียกอพาร์ตเมนต์ของตนว่า “แฟลต” อยู่เรื่อยๆ, 

                  ภาพยนตร์ครึ่งเรื่องได้จบ (ผ่าน) ไปแล้ว (was over) ก่อนที่ฉันจะตระหนัก (realized) ว่าพวก

                  เขา (นักแสดง) กำลังคุยเกี่ยวกับอะไรค่ะ

จอห์น    งั้นก็มีความแตกต่างนิดหน่อย (slight differences) ในการสะกดคำและคำ (ศัพท์) บางคำครับ

แมรี่       :  และการออกเสียงด้วยค่ะ  คุณจะไม่บอกฉันหรอกนะว่าคุณมีเสียงคล้ายกับริชาร์ด เบอร์ตันค่ะ

จอห์น    :  ริชาร์ด เบอร์ตัน ไม่ใช่คนอังกฤษ  เขาเป็นชาวเวลส์ (สหราชอาณาจักร) ครับ (เป็นนักแสดงผู้

                  มีชื่อเสียงในด้านมีเสียงแบริโทนน่าฟัง)

แมรี่       :  ค่ะ  อย่างไรก็ตาม  การออกเสียงมีความแตกต่างค่ะ (ระหว่างภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและ

                  อเมริกัน)

เบเก้อร์  :  ผมคิดว่าสิ่งที่เราไม่เห็นพ้องต้องกัน (disagreeing) อย่างแท้จริงคือระดับ (ขนาด, ขอบเขต)

                  (extent) ของความแตกต่าง,  เราทุกคนเห็นพ้องกันว่าภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและภาษาอัง

                  กฤษแบบอเมริกันมีความแตกต่างกัน  ใช่ไหม

แมรี่       :  ใช่ค่ะ

จอห์น    :  แน่นอนครับ

เบเก้อร์  :  แต่ก็ไม่แตกต่างกันมากจนกระทั่งมันขัดขวางเรามิให้เข้าใจซึ่งกันและกันนะ

จอห์น     :  นั่นคือสิ่งที่ผมหมายความถึงครับ

แมรี่        :  นั่นคือสิ่งที่ฉันหมายความถึงด้วยเช่นกันค่ะ

 

1. What do the speakers mainly discuss ?

(ผู้พูดอภิปรายอะไรเป็นส่วนใหญ่)

(a) British English pronunciation.    (การออกเสียงภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ)  (เป็นประเด็นรองที่ใช้สร้างประเด็น

       หลัก  คือ  ภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน) 

(b) Spelling patterns.    (รูปแบบการสะกดคำ)  (เป็นประเด็นรองที่ใช้สร้างประเด็นหลัก) 

(c) British and American English.    (ภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน)  (ดู

       จากข้อความ  “............ เราทุกคนเห็นพ้องกันว่าภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและภาษาอังกฤษแบบอเม

       ริกันมีความแตกต่างกัน  ใช่ไหม”  และ  “แต่ก็ไม่แตกต่างกันมากจนกระทั่งมันขัดขวางเรามิให้เข้าใจ

       ซึ่งกันและกันนะ)

(d) Movies.    (ภาพยนตร์)  (เป็นประเด็นรองที่ใช้สร้างประเด็นหลัก) 

(e) How languages influence people.    (ภาษามีอิทธิพลต่อผู้คนอย่างไร)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

2. According to this discussion, how is the word center spelled in British English ?

(สอดคล้องกับการอภิปรายนี้  คำว่า “ศูนย์กลาง” ถูกสะกดอย่างไรในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ)

(a) Center.    (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน)

(b) Centre.    (ภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ

(c) Centr.    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(d) Centere.    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(e) Centralize.    (รวมศูนย์, รวบอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง)  (เป็นคำกริยา)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

3. What does the word flat mean in British English ?

(คำว่า  “แฟลต”  หมายความว่าอะไรในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ)

(a) A smooth surface.    (ผิวหน้าที่ราบเรียบ)

(b) An actor.    (นักแสดง)

(c) A movie.    (ภาพยนตร์)

(d) An apartment.    (อพาร์ตเมนต์)

(e) A flag.    (ธง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

4. On what did the class agree ?

(ชั้นเรียนเห็นพ้องกันในเรื่องอะไร)

(a) That British English and American English are the same.    (ว่าภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและภาษาอังกฤษ

       แบบอเมริกันเหมือนกัน)  (เป็นความเห็นของจอห์นในตอนแรกของการสนทนา  แต่ไม่ใช่ข้อสรุปของชั้นเรียน)

(b) That British English and American English are so different that Americans cannot understand

       Englishmen when they speak.    (ว่าภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและภาษาอังกฤษแบบอเมริกันแตกต่างกันมาก 

       จนกระทั่งคนอเมริกันไม่สามารถเข้าใจคนอังกฤษเมื่อพวกเขาพูด)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) That British English and American English have different spelling and vocabulary but the same

       pronunciation.    (ว่าภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมีการสะกดคำและคำศัพท์

       แตกต่างกัน  แต่มีการออกเสียงเหมือนกัน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) That British English and American English have slightly different spelling,

       vocabulary, and pronunciation, but Americans and Englishmen still understand

       each other.    (ว่าภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมีการสะกดคำ, คำศัพท์

       และ การออกเสียง  แตกต่างกันเล็กน้อย  แต่ชาวอเมริกันและชาวอังกฤษยังคงเข้าใจซึ่งกันและกัน

       (ดูจากข้อความ  “............ เราทุกคนเห็นพ้องกันว่าภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและภาษาอังกฤษแบบ

       อเมริกันมีความแตกต่างกัน  ใช่ไหม”  และ  “แต่ก็ไม่แตกต่างกันมากจนกระทั่งมันขัดขวางเรามิให้

       เข้าใจซึ่งกันและกันนะ)

(e) That British English and American English are equally used across the world.    (ว่าภาษาอังกฤษแบบ

       อังกฤษและภาษาอังกฤษแบบอเมริกันถูกใช้เท่าๆ กันทั่วโลก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

5. Sophie  Writing the paper was fun.

     Steven  Reading it was too.

Question  What is Steven’s comment about the paper ?

(a) It was ready at two.    (มันพร้อม (เขียนเสร็จ) ตอนตีสอง)

(b) It was about lightning.    (มันเกี่ยวกับฟ้าแลบ)

(c) It was enjoyable to read.    (มันน่าสนุก-น่าเพลิดเพลินที่จะอ่าน)

(d) It was too humorous.    (มันตลก-น่าขบขันเกินไป)

(e) It was too long to read.    (มันยาวเกินไปที่จะอ่าน)

(คำแปล)

โซฟี่     :  การเขียนรายงานเป็นเรื่องสนุกนะคะ

สตีเว่น  :  การอ่านมัน (ก็สนุก) ด้วยครับ

คำถาม  :  ข้อคิดเห็นของสตีเว่นเกี่ยวกับรายงานคืออะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

6. Jenny   :  I’m going to ask my neighbors to turn the music down.  I can’t hear myself think.

     Alfred  Do you really think it makes any different to them ?

Question  What does Alfred imply ?

(a) Jenny should move to another place.    (เจนนี่ควรย้ายไปอีกที่หนึ่ง)

(b) He wants to listen to different music.    (เขาต้องการฟังดนตรีที่แตกต่างออกไป)

(c) He doesn’t think the music is particularly loud.    (เขาไม่คิดว่าดนตรีเสียงดังเป็นพิเศษ)

(d) The neighbors probably won’t turn down the music.    (เพื่อนบ้านอาจจะไม่ลดเสียงดนตรีลง)

(e) Jenny is different from her neighbors because she doesn’t like music.    (เจนนี่แตกต่างจากเพื่อนบ้านของ

       เธอ  เพราะว่าเธอไม่ชอบดนตรี)

(คำแปล)

เจนนี่       :  ฉันจะขอร้องให้เพื่อนบ้านของฉันลด (หรี่) เสียงดนตรีลง (turn the music down)มันเสียง

                    ดังมากจนฉันไม่สามารถมีสมาธิหรือคิดถึงเรื่องใดค่ะ (I can’t hear myself think.)

อัลเฟร็ด  :  คุณคิดจริงๆ หรือว่ามันจะทำให้แตกต่างออกไป (it makes any different) กับพวกเขาครับ

                    (หมายถึง  คุณคิดหรือว่าเมื่อคุณไปขอร้องเขาแล้ว  เขาจะลดเสียงดนตรีลง)

คำถาม  :  อัลเฟร็ดบอกเป็นนัยอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

7. Randy  I don’t know why Professor Klein’s phone number isn’t listed in the directory.

     Emily   But, it is.

Question  What does Emily say about Professor Klein’s phone number ?

(a) She’s not sure where it has been put.    (เธอไม่แน่ใจว่ามันถูกใส่ (บันทึก) ไว้ที่ไหน)

(b) It has been changed recently.    (มันถูกเปลี่ยนแปลงเมื่อเร็วๆ มานี้)

(c) She agrees that it should have been published.    (เธอเห็นพ้องว่ามันควรได้รับการตีพิมพ์แล้ว)  (แต่ก็ไม่ได้

       พิมพ์)

(d) It isn’t given in the telephone book.    (มันไม่ได้ถูกให้ไว้ในสมุดโทรศัพท์)

(e) It can be found in the telephone book.    (มันสามารถหาเจอในสมุดโทรศัพท์)

(คำแปล)

แรนดี้  :  ผมไม่ทราบว่าทำไมเบอร์โทรศัพท์ของอาจารย์ไคลน์จึงมิได้ถูกบันทึก (ลงรายการ) (listed) ไว้ใน

                สมุดโทรศัพท์ครับ

เอมิลี่   :  แต่มันถูกบันทึก (ลงรายการ) นะคะ

คำถาม  :  เอมิลี่พูดอะไรเกี่ยวกับเบอร์โทรศัพท์ของอาจารย์ไคลน์ ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป