หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 342)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

สำหรับ ข้อ ๑ – ๔

 

           Erika has worked in her company for a few years.  One morning she comes to see Mr. Clark, the personnel department manager, for a resignation.  The following is their conversation.

 

Erika  :  Good morning, Mr. Clark.  May I talk to you for a few minutes ?

Clark  Good morning, Erika.  What’s the matter ?

Erika  :  I’d like to talk about my job.  I don’t think I can work here any more.  This is my resignation,

                 Mr. Clark.  I want to quit my job. 

Clark  :  What’s the trouble ?  I think you’re working well.

Erika  :  I don’t think Peter has the talent to be a leader.  He isn’t flexible with his colleagues.  He

                  frequently quarrels with most staff in the marketing department.  Besides, he pays only a

                  little attention to working methods.  It’s a great torture to work with him.

Clark  Go ahead with your words, I’m all ears. 

Erika  :  Sorry.  I know it is not decent to say behind his back.  I’m sorry to say I can’t put up with him. 

                  So, I decide to resign. 

Clark  Take a seat and cool yourself down.  It shouldn’t be you that decide to leave.  Instead, it should

                  be Peter to be asked to leave.  His work hasn’t lived up to the standard so far.  The company’s

                  board of directors has warned him about this several times.

Erika  :  Oh, really ?

Clark  :  Right.  I’m tired of hearing complaints about him.  You’ll work in a friendly, united and

                 cooperative atmosphere soon.

Erika  :  Thank you very much, Mr. Clark.

Clark  You’re welcome.  Hush up and get on with your work.

Erika  :  Sure, I’ll. 

 

(คำแปล)

            เอริก้าได้ทำงานในบริษัทของเธอมาเป็นเวลา ๒ – ๓ ปี  เช้าวันหนึ่ง  เธอมาพบมิสเตอร์คลาร์ก  ซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคล  เพื่อขอลาออกจากงาน  ต่อไปนี้เป็นการสนทนาของพวกเขา

 

เอริก้า    :  สวัสดีค่ะคุณคลาร์ก  ฉันขอคุยกับคุณสักสองสามนาทีได้ไหมคะ

คลาร์ก  :  สวัสดีเอริก้า  มีอะไรหรือ (เป็นอะไรหรือ) (What’s the matter ?) ครับ

เอริก้า    :  ฉันอยากคุยเกี่ยวกับงานค่ะ  ฉันไม่คิดว่าฉันสามารถทำงานที่นี่ได้อีกแล้ว  นี่ใบลาออก (การลา

                  ออก, การลาออกจากตำแหน่ง, การสละ, การยอม, การจำนน) (resignation) ของฉัน  คุณ

                  คลาร์ก,  ฉันต้องการลาออก (เลิก, หยุด, ยุติ, สลัด, ละทิ้ง) (quit) จากงานค่ะ

คลาร์ก  :  มีปัญหาอะไรหรือครับ  ผมคิดว่าคุณกำลังทำงานได้ดีนะ

เอริก้า    :  ฉันไม่คิดว่าปีเตอร์มีพรสวรรค์ (ความสามารถพิเศษ, บุคคลที่มีความสามารถพิเศษ) (talent) ที่

                  จะเป็นผู้นำค่ะ  เขาไม่ยืดหยุ่นกับเพื่อนร่วมงานของเขา  เขาทะเลาะกับคณะผู้ร่วมงาน (staff)

                  ส่วนใหญ่ในฝ่ายการตลาดบ่อยๆ ค่ะ  นอกจากนั้น  เขาให้ความสนใจ (การเอาใจใส่, การดูแล,

                  การเอาอกเอาใจ) (attention) เพียงเล็กน้อยเท่านั้นกับวิธีการทำงาน,  มันเป็นความทุกข์

                  ทรมาน (ความเจ็บปวด, การทรมาน) (torture) อย่างยิ่งที่จะทำงานกับปีเตอร์ค่ะ

คลาร์ก  :  พูดต่อไปสิ (Go ahead with your words)ผมตั้งใจฟัง (ผมสนใจมาก) (I’m all ears.) ครับ

เอริก้า    :  เสียใจค่ะ  ฉันรู้ว่ามันไม่เหมาะสม (มีสมบัติผู้ดี, สุภาพ, มีเกียรติ, น่านับถือ) (decent) ที่จะพูดลับ

                  หลังปีเตอร์ (say behind his back)  ฉันเสียใจที่จะพูดว่าฉันไม่สามารถทนเขาได้ (I can’t put

                  up with him)  ดังนั้น  ฉันตัดสินใจลาออกค่ะ

คลาร์ก  :  นั่งลงและใจเย็นๆ ครับ (Take a seat and cool yourself down)  มันไม่ควรเป็นคุณที่จะตัดสิน

                 ใจจากไป (ลาออก),  แทนที่จะเป็นเช่นนั้น (Instead),  มันควรจะเป็นปีเตอร์ที่ถูกขอร้องให้จาก

                 ไป  งานของเขาไม่ได้มาตรฐานเท่าที่ผ่านมา (His work hasn’t lived up to the standard so

                  far.)  คณะกรรมการบริษัทได้เตือน (warned) เขาเกี่ยวกับเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้วครับ   

เอริก้า    :  โอ้  จริงๆ หรือคะ

คลาร์ก  :  ถูกแล้ว  ผมเบื่อได้ยินการร้องเรียนเกี่ยวกับปีเตอร์ (I’m tired of hearing complaints about

                  him.)  คุณจะได้ทำงานในบรรยากาศที่เป็นมิตร, สามัคคี (ปรองดองกัน) (united), และร่วมมือ

                  กัน (cooperative) ในไม่ช้านี้ครับ

เอริก้า    :  ขอบคุณมากค่ะ  คุณคลาร์ก

คลาร์ก  :  ยินดีครับ,  แล้วเงียบไว้นะ (อย่าบอกให้ใครรู้นะ, หยุดส่งเสียง) (Hush up)  และทำงานของคุณ

                  ต่อไป (get on with your work)

เอริก้า    :  ได้ค่ะ  ฉันจะทำเช่นนั้นค่ะ

 

1. Why does Erika go to see Mr. Clark ?

(ทำไมเอริก้าไปพบมิสเตอร์คลาร์ก)

(a) Because she wants to congratulate him on his promotion.    (เพราะว่าเธอต้องการแสดงความยินดีกับเขาที่

       ได้เลื่อนตำแหน่ง)

(b) Because Mr. Clark asks to see her.    (เพราะว่ามิสเตอร์คลาร์กขอพบเธอ)

(c) Because she decides to quit her job.    (เพราะว่าเธอตัดสินใจลาออกจากงาน)

(d) Because Mr. Clark wants to tell her to improve her performance.    (เพราะว่ามิสเตอร์คลาร์กต้องการบอก

       เธอให้ปรับปรุงการทำงานของเธอ)

(e) Because she wants to transfer to another department.    (เพราะว่าเธอต้องการย้ายไปอยู่อีกฝ่ายหนึ่ง)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

2. Why does Erika want to resign from her job ?

(ทำไมเอริก้าต้องการลาออกจากงาน)

(a) Because she gets a new job in another company.    (เพราะว่าเธอได้งานใหม่ในอีกบริษัทหนึ่ง)

(b) Because she wants to run her own business.    (เพราะว่าเธอต้องการดำเนินธุรกิจของเธอเอง)

(c) Because she wants to further her study in the graduate school.    (เพราะว่าเธอต้องการศึกษาต่อในบัณทิต

       วิทยาลัย – ระดับปริญญาโทและเอก)

(d) Because she can’t put up with her boss, Peter.    (เพราะว่าเธอไม่สามารถทนกับหัวหน้าของ

       เธอคือปีเตอร์ได้)

(e) Because her current job is too hard for her.    (เพราะว่างานปัจจุบันของเธอหนักเกินไปสำหรับเธอ)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

3. What is true about Clark ?

(อะไรเป็นความจริง – ถูกต้อง – เกี่ยวกับคลาร์ก)

(a) He is flexible with his colleagues.    (เขายืดหยุ่นกับเพื่อนร่วมงาน)

(b) He rarely quarrels with his staff in the marketing department.    (เขาไม่ใคร่จะทะเลาะกับพนักงานในฝ่าย

      การตลาด)

(c) He pays much attention to working methods.    (เขาให้ความสนใจมากกับวิธีการทำงาน)

(d) His work lives up to the standard.    (งานของเขาได้มาตรฐาน)

(e) He has no talent to be a leader.    (เขาไม่มีพรสวรรค์ที่จะเป็นผู้นำ)

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

4. What do we learn from the conversation ?

(เรารู้อะไรจากการสนทนา)

(a) Erika has finally quitted her job.    (เอริก้าได้ลาออกจากงานในที่สุด)

(b) Erika never has any problems with her work.    (เอริก้าไม่เคยมีปัญหาใดๆ เลยกับงานของเธอ)

(c) Peter will be asked to leave the company soon.    (ปีเตอร์จะถูกขอร้องให้ออกจากบริษัท

       เร็วๆ นี้)

(d) Mr. Clark doesn’t usually listen to the staff’s complaints.  (มิสเตอร์คลาร์กปกติแล้วไม่ฟังการร้องเรียน

       ของคณะผู้ร่วมงาน)

(e) Peter will be given a chance to turn over a new leaf.    (ปีเตอร์จะได้รับโอกาสให้ปรับปรุงตัวเองเสียใหม่)

       (“Turn over a new leaf”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “กลับตัวเสียใหม่”  หรือ  “ปรับปรุงตัวใหม่”  โดยแปลตรงตัว

       คือ  “ผลัดใบใหม่”)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

5. Joseph   :  Are you satisfied with your new CD player ?

     Brenda  Satisfied ?  I think it’s fantastic.

Question  What does Brenda mean ?

(a) She isn’t sure whether she’s satisfied or not.    (เธอไม่แน่ใจว่าเธอพึงพอใจหรือไม่)

(b) She’s not able to play CDs with ease.    (เธอไม่สามารถเล่นซีดีด้วยความง่ายดาย-สะดวก)

(c) She thinks the CD player produces a lot of static.    (เธอคิดว่าเครื่องเล่นซีดีสร้างการรบกวนของคลื่นวิทยุ

       มากมาย)

(d) She’s extremely happy with her CD player.    (เธอมีความสุขอย่างยิ่งกับเครื่องเล่นซีดีของเธอ)

(e) She thinks the CD player produces a too soft sound.    (เธอคิดว่าเครื่องเล่นซีดีสร้างเสียงที่เบาเกินไป)

(คำแปล)

โจเซฟ    :  คุณพอใจกับเครื่องเล่นซีดีเครื่องใหม่ของคุณหรือเปล่าครับ

เบร็นด้า  พอใจหรือคะ  ฉันคิดว่ามันดีเยี่ยม (มหัศจรรย์, ใหญ่มาก, แปลกประหลาด, มากมาย)

                   (fantastic) ค่ะ   

คำถาม  :  เบร็นด้าหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

6. Morris  Lately my back’s been hurting whenever I lift anything. 

     Paula    You’d better take it easy for a few days.

Question  What does Paula suggest ?

(a) That Morris should pick an easier career.    (ว่ามอร์ริสควรเลือกอาชีพที่ง่ายกว่า – อาชีพปัจจุบัน)

(b) That Morris is getting stronger every day.    (ว่ามอร์ริสกำลังแข็งแรงมากขึ้นทุกวัน)

(c) That Morris should avoid straining his back.    (ว่ามอร์ริสควรหลีกเลี่ยงการทำให้หลังของเขา

       บาดเจ็บ)

(d) That Morris should do easy work instead of hard work.    (ว่ามอร์ริสควรทำงานง่ายแทนงานยาก)

(e) That Morris should take back the things he can’t lift.    (ว่ามอร์ริสควรนำสิ่งต่างๆ ที่เขาไม่สามารถยกได้

       กลับไป)

(คำแปล)

มอร์ริส   :  หมู่นี้  หลังของผมเจ็บ  เมื่อไรก็ตามที่ผมยกสิ่งใดๆ

พอลล่า  :  คุณควรหลีกเลี่ยงงานหนัก (take it easy) สักสองสามวันดีกว่าค่ะ

คำถาม  :  พอลล่าแนะนำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

****หมายเหตุ  -  Take it easy”  หรือ  “Take things easy”  หรือ  “Go easy”  เป็นสำนวน  มี ๒ ความหมาย  ดังตัวอย่างข้างล่าง

          ๑. หลีกเลี่ยงงานหนักหรือความกังวล;  ใช้เวลาแบบสบายๆ;  มีชีวิตอยู่อย่างสบาย  เช่น

  • The doctor said that Bob would have to take it (things) easy for awhile after he had his tonsils out.

(หมอกล่าวว่าบ๊อบจำเป็นต้องพักและไม่ทำงานหนักหรือเล่นชั่วเวลาหนึ่ง  หลังจากเขาตัดต่อมทอนซิลทิ้งไป)

  • Barbara likes to take it (things) easy.

(บาร์บาร่าไม่ชอบทำงานหนักและขี้เกียจ)

  • Grandfather will retire from his job next year and take it (things) easy.

(คุณปู่จะเกษียณจากงานปีหน้า  และจะไม่ทำงานอีกเล้ว)

  • Mr. Wilson has made a lot of money and can take it (things) easy now.

(มิสเตอร์วิลสันหาเงินได้มากมาย  และไม่ต้องทำงานหนักอีกต่อไป  เพราะว่าเขามีเงินเพียงพอแล้วขณะนี้))

          ๒. ไปหรือทำอย่างช้าๆ, ระมัดระวัง และนุ่มนวล (มักใช้กับ “On”) เช่น

  • Take it easy. (Go easy.)  The roads are icy.

(ขับรถช้าๆ และระมัดระวังนะ  ถนนเป็นน้ำแข็งครับ)

  • Go easy,” said Bill to the other boys carrying the tables down the stairs.

(เดินให้ระวังและอย่าหกล้มเสียล่ะ”  บิลบอกเด็กคนอื่นๆ ที่กำลังแบกโต๊ะลงบันได)

  • Take it easy on John and don’t scold him too much,” said Mrs. Jones to Mr. Jones.

(“อย่าเข้มงวดกับ (ลูก) จอห์นมากเกินไป  และอย่าดุด่า-ต่อว่าลูกมากเกินไปนะ,  นางโจนส์บอกสามีของเธอ)

  • Take it easy (Go easy) on the cakeThere isn’t much left.

(อย่ากินเค้กทั้งหมดเร็วเกินไป  มีเหลืออยู่ไม่มากแล้ว)

 

7. Sherry   :  For tomorrow you should finish reading chapter II.

     Kelvin   But I haven’t finished the first one yet.

Question  What does Kelvin mean ?

(a) He only has one chapter to read.    (เขามีบทเดียวต้องอ่านเท่านั้น)

(b) He’s already read the chapter once.    (เขาได้อ่านบทนั้น (ที่ ๒) แล้วหนึ่งครั้ง)

(c) He hasn’t been to class yet.    (เขายังไม่ได้ไปห้องเรียนเลย)

(d) He’s finished chapter 2, but not chapter 1.     (เขาอ่านบทที่ ๒ จบแล้ว  แต่บทที่ ๑ ยังไม่จบ)

(e) He is behind in his work.    (เขาทำงานล่าช้า)  (หมายถึง  อ่านหนังสือไม่ทัน)

(คำแปล)

เชอร์รี่  :  สำหรับวันพรุ่งนี้  คุณควรอ่านจบบทที่ ๒ ค่ะ

เคลวิ่น  :  แต่ผมยังอ่านบทที่ ๑ ไม่จบเลยครับ

คำถาม  :  เคลวิ่นหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป