หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 339)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

สำหรับ ข้อ ๑ – ๕

 

          Mike and Jill work in the same company.  One morning they meet in the company’s canteen.  The following is their conversation.

 

Mike  :  Good morning, Jill.  Do you come so early today ?

Jill      Good morning, Mike.  I moved to live near the office last month.  My neighbor dropped me off

                 here on the way to her office.  She’s very kind to me.

Mike  :  Wonderful.  That’s why you arrive at the office so early.  For me I have to get up very early in

                 the morning to catch the early bus to the office.  I wish I had nice neighbors like yours. 

Jill      I’m very fortunate.  I met my new neighbor at the bus stop last Sunday.  We talked for a long

                 time.  She then offered to give me a ride to the office because she drives past our office

                 every morning.  Do you have any neighbors, Mike ? 

Mike  :  Sure.  My neighbor is a university student.  He lives next to my apartment.

Jill      When did you become neighbors ?

Mike  :  I first met him when I moved to this apartment two years ago.  It’s a few kilometers from a

                 university.  We met each other while jogging one morning.

Jill      Is he friendly ?

Mike  :  Yes, he is.  He always smiles when he sees me.  We usually talk when we meet at the

                 apartment’s canteen.

Jill      How often do you see him ?

Mike  :  Every day at the gate.  Sometimes I invite him to my apartment when I throw a party.  We have

                 fun together from time to time.

Jill      Do you have any problems with him ?  I mean, do you sometimes quarrel ?

Mike  :  Only once when he sang karaoke too loud, which kept me awake all night.  He had a birthday

                 party with his friends that night.  We ended up talking to each other the next day, and he

                 never sang karaoke at midnight from then on.

Jill      Does he usually help you ?

Mike  :  Yes, he does.  He usually helps me run errands when he can.  And I help him too when chances

                 permit.

Jill      Would you be sad if he moves to another area ?

Mike  :  Yes, of course.  That will upset me if he leaves.  It’s not easy to find nice neighbors.

Jill      What’s the difference between friends and neighbors ?  Can you tell me ?

Mike  :  I’m not quite sure, but I think the difference may lie in the relationship.  A friend can be

                 someone you share your feelings with, while a neighbor can just be someone living next door. 

                 I mean a friend is someone who is always willing to help you, but a neighbor may be just

                 someone who lives nearby.

Jill      What do you need to be a good neighbor ?

Mike  :  Being respectful is the most important factor in building a good relationship.  A good neighbor

                is usually thoughtful to us.  He or she really cares about what other people want, need, or feel,

                and try not to upset them.

 

(คำแปล)

            ไมค์และจิลทำงานในบริษัทเดียวกัน  เช้าวันหนึ่งพวกเขาพบกันในโรงอาหารของบริษัท  ต่อไปนี้เป็นการสนทนาของพวกเขา

         

ไมค์  :  หวัดดีจิล  คุณมาแต่เช้าเลยนะวันนี้

จิล     :  หวัดดีไมค์  ฉันย้ายมาอยู่ใกล้ที่ทำงานเมื่อเดือนที่แล้ว  เพื่อนบ้านของฉันแวะส่งฉัน (dropped me

              off) ที่นี่  ในระหว่างทางไปที่ทำงานของเธอ (on the way to her office),  เธอใจดีกับฉันมากเลย

ไมค์  :  วิเศษเลย  นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมคุณมาถึงที่ทำงานเช้ามาก  สำหรับผมนะ  ผมต้องตื่นแต่เช้าตรู่

              มากเพื่อให้ทันรถเมล์เที่ยวเช้า (catch the early bus) มาที่ทำงาน,  ผมปรารถนาว่าผมมีเพื่อน

              บ้านดีๆ เหมือนเพื่อนบ้านของคุณครับ

จิล     :  ฉันโชคดีมากค่ะ  ฉันพบเพื่อนบ้านใหม่ที่ป้ายรถเมล์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา  เราคุยกันนานเลยค่ะ 

              เธอเสนอที่จะขับรถมาส่งฉันที่ที่ทำงาน (offered to give me a ride to the office) เพราะว่า

              เธอขับรถผ่านที่ทำงานของเราทุกเช้า,  คุณมีเพื่อนบ้านบ้างไหม  ไมค์

ไมค์  :  มีครับ  เพื่อนบ้านของผมเป็นนักเรียนมหาวิทยาลัย  เขาอยู่ถัดห้องเช่าของผม (He lives next to

              my apartment.)

จิล     :  คุณ (สองคน) เป็นเพื่อนบ้านกันเมื่อไรคะ (When did you become neighbors ?)

ไมค์  :  ผมพบเขาครั้งแรกเมื่อผมย้ายเข้าไปอยู่ (moved to) ในอพาร์ตเมนต์ (ห้องเช่า) นี้เมื่อ ๒ ปีมาแล้ว 

              มันอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ๒ – ๓ กิโลเมตร  เราพบกันขณะกำลังวิ่ง (jogging) เช้าวัน

              หนึ่งครับ

จิล     :  เขาเป็นมิตร (ชอบช่วยเหลือ) (friendly) หรือเปล่าคะ

ไมค์  :  ใช่ครับ  เขายิ้มเสมอเมื่อเขาเจอผม  เรามักจะคุยกันเป็นประจำเมื่อเราพบกันที่โรงอาหาร

              (canteen) ของอพาร์ตเมนต์ครับ

จิล     :  คุณเจอเขาบ่อยเพียงไรคะ

ไมค์  :  ทุกวันเลยที่ประตู (อพาร์ตเมนต์) (gate)  บางทีผมก็เชิญเขามาที่ห้อง (เช่า) ของผมเมื่อผมจัดงาน

              เลี้ยง (throw a party),  เราสนุกด้วยกันเป็นครั้งคราว (เป็นบางโอกาส) (from time to time)

              ครับ

จิล     :  คุณมีปัญหากับเขา (เพื่อนบ้าน) บ้างไหมคะ  ฉันหมายความว่าพวกคุณทะเลาะกันไหมบางครั้ง

ไมค์  :  เพียงครั้งเดียวเท่านั้นเอง  เมื่อเขาร้องคาราโอเกะเสียงดังเกินไป  ซึ่งทำให้ผมตื่นอยู่ตลอดคืน

              (kept me awake all night),  เขามีงานวันเกิดกับเพื่อนๆ ของเขาคืนนั้น  เราจบลง (ended up)

              ด้วยการคุยกันวันถัดไป  และเขาไม่ร้องคาราโอเกะตอน ๒ ยามอีกเลยจากนั้นเป็นต้นมา (from

              then onครับ

จิล     :  เขาช่วยเหลือคุณเป็นประจำหรือเปล่าคะ

ไมค์  :  ครับ  เขาช่วย,  เขาช่วยผมทำธุระ (run errands) เป็นประจำเมื่อเขาสามารถทำได้  และผมก็ช่วย

              เหลือเขาด้วยเหมือนกันเมื่อโอกาสเปิดให้ (chances permit) ครับ

จิล     :  คุณจะเสียใจไหมถ้าเขาย้ายไปอยู่ที่อื่น (moves to another area)

ไมค์  :  เสียใจ  แน่ละครับ,  นั่นจะทำให้ผมไม่มีความสุข (หรือผิดหวัง) (upset me) ถ้าเขาจากไป,  มันไม่

              ง่ายที่จะหาเพื่อนบ้านดีๆ ครับ

จิล     :  อะไรคือความแตกต่างระหว่างเพื่อนและเพื่อนบ้าน  คุณสามารถบอกฉันได้ไหมคะ

ไมค์  :  ผมไม่แน่ใจครับ  แต่ผมคิดว่าความแตกต่างอาจจะตั้งอยู่ในความสัมพันธ์ (lie in the

             relationship)  เพื่อนอาจเป็นใครสักคนที่คุณแบ่งปันความรู้สึกกับเขา (มีความรู้สึกร่วมกับเขา)

             (share your feelings with)  ในขณะที่เพื่อนบ้านอาจเป็นเพียงใครสักคนที่อาศัยอยู่บ้านหลังถัด

             ไป (อาศัยอยู่ข้างบ้าน) (living next door)  ผมหมายความว่าเพื่อนคือใครสักคนที่เต็มใจช่วย

             เหลือคุณอยู่เสมอ  แต่เพื่อนบ้านอาจเป็นเพียงคนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง (lives nearby) ครับ

จิล     :  คุณต้องการ (คุณสมบัติ) อะไรที่จะเป็นเพื่อนบ้านที่ดีคะ

ไมค์  :  ให้ความเคารพนับถือ (ให้ความยำเกรง, สุภาพเรียบร้อย) (respectful) เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดใน

             การสร้างความสัมพันธ์ที่ดี  เพื่อนบ้านที่ดีมักจะนึกถึง (เกรงใจ, ครุ่นคิด, ไตร่ตรอง, ใช้ความคิด)

             (thoughtful) เราเป็นปกติ,  เขาหรือเธอเอาใจใส่ (ดูแล, ระมัดระวัง, เป็นห่วง, อยากได้, ชอบ,

             รัก) (cares) อย่างแท้จริงเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้อื่นต้องการ, จำเป็น หรือรู้สึก  และพยายามที่จะไม่ทำให้

             พวกเขา (ผู้อื่น) ไม่มีความสุขหรือผิดหวัง (try not to upset them) ครับ

 

1. What is true about Mike ?

(อะไรถูกต้อง – เป็นจริง – เกี่ยวกับไมค์)

(a) He walks from his apartment to office every morning.    (เขาเดินจากอพาร์ตเมนต์ไปที่ทำงานทุกเช้า)

(b) His neighbor drops him off at the office every morning.    (เพื่อนบ้านของเขาแวะส่งเขาที่ทำงานทุกเช้า)

(c) He goes to his office by bus every morning.    (เขาไปที่ทำงานโดยรถประจำทางทุกเช้า)

(d) Jill gives him a ride to his office every morning.    (จิลขับรถไปส่งเขาที่ทำงานทุกเช้า)

(e) He drives to his office every morning.    (เขาขับรถไปที่ทำงานทุกเช้า)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

2. Where did Mike first meet his neighbor ?

(ไมค์พบเพื่อนบ้านของเขาครั้งแรกที่ไหน)

(a) At a bus stop.    (ที่ป้ายรถประจำทาง)

(b) At a university.    (ที่มหาวิทยาลัย)

(c) At his office.    (ที่ที่ทำงานของเขา)

(d) In the street while jogging.    (บนถนนในขณะกำลังวิ่ง)

(e) At the apartment’s canteen.    (ที่โรงอาหารของอพาร์ตเมนต์)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

3. What is true about Mike’s neighbor ?

(อะไรเป็นความจริง – ถูกต้อง – เกี่ยวกับเพื่อนบ้านของไมค์)

(a) He teaches in a university.    (เขาสอนในมหาวิทยาลัย)

(b) He studies in a university.    (เขาเรียนในมหาวิทยาลัย)

(c) He works in an office.    (เขาทำงานในสำนักงาน)

(d) He doesn’t live in the same apartment as Mike.    (เขามิได้อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์เดียวกับไมค์)

(e) He drives to his university every day.    (เขาขับรถไปมหาวิทยาลัยทุกวัน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

4. What does Mike’s neighbor usually help him do ?

(เพื่อนบ้านของไมค์ช่วยเขาทำอะไรเป็นประจำ)

(a) Do his homework.    (ทำการบ้าน)

(b) Feed his cats.    (ให้อาหารแมว)

(c) Water his house plants.    (รถน้ำต้นไม้ในบ้าน – อพาร์ตเมนต์)

(d) Get the mail out of the box.    (เอาจดหมายออกจากตู้จดหมาย)

(e) Do some errands.    (ทำธุระบางอย่าง)

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

5. According to Mike, what is the most significant property of a good neighbor ?

(ตามที่ไมค์กล่าว  อะไรคือคุณสมบัติสำคัญที่สุดของเพื่อนบ้านที่ดี)

(a) Being friendly to others.    (เป็นมิตรกับผู้อื่น)

(b) Always smile to others.    (ยิ้มให้ผู้อื่นเสมอ)

(c) Being respectful to others.    (เคารพ-ยำเกรงผู้อื่น)

(d) Being sincere to others.    (จริงใจกับผู้อื่น)

(e) Take care of others’ kids when they’re not at home.    (ดูแลลูกๆ ของผู้อื่นเมื่อพวกเขาไม่อยู่บ้าน)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

6. Monica  George, there’s a phone call for you.

     George  For me, who would be calling me at work ?

Question  What can be inferred from George’s question ?

(a) He wants a telephone of his own.    (เขาต้องการ (มี) โทรศัพท์ของตนเอง)

(b) He’s looking for a new place to work.    (เขากำลังมองหาที่ทำงานใหม่)

(c) He doesn’t usually get calls here.    (เขาโดยปกติแล้วไม่ได้รับโทรศัพท์ที่นี่)  (ปกติไม่มีใครโทรฯ

       มาหาที่ทำงาน)

(d) He doesn’t answer a call when he works.    (เขาไม่รับโทรศัพท์เมื่อเขาทำงาน)

(e) He doesn’t know the caller’s name.    (เขาไม่ทราบชื่อของผู้ที่โทรฯ มา)

(คำแปล)

โมนิก้า  :  จอร์ช  มีโทรศัพท์ถึงคุณค่ะ

จอร์ช    :  ถึงผมหรือครับ  ใครนะโทรฯ มาหาผมที่ทำงาน

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้จากคำถามของจอร์ช ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

7. Mark  Do you know what time the library closes on Sundays ? 

     Rose  Nine, isn’t it ?

Question  What does Rose say about the library ?

(a) She doesn’t know its working hours.    (เธอไม่ทราบชั่วโมงทำงานของห้องสมุด)

(b) She thinks it closes at nine.    (เธอคิดว่ามันปิด ๓ ทุ่ม)

(c) It’s open all night during exam periods.    (มันเปิดทั้งคืนระหว่างช่วงเวลาสอบ)

(d) It isn’t open on Sundays.    (มันปิดวันอาทิตย์)

(e) It’s open till nine every day.    (มันเปิดถึง ๓ ทุ่มทุกวัน)

(คำแปล)

มาร์ค  :  คุณทราบไหมว่าห้องสมุดปิดเวลาอะไร (ตอนไหน) ในวันอาทิตย์

โรส     :  ๓ ทุ่ม  ใช่หรือเปล่าคะ

คำถาม  :  โรสพูดอะไรเกี่ยวกับห้องสมุด ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

8. Sarah     :  You want another sandwich ?

     Joseph  I usually eat a lot when I’m nervous.

Question  What does Joseph mean ?

(a) He gets nervous when he goes to dinner parties.    (เขาวิตกกังวลเมื่อเขาไปงานเลี้ยงอาหารค่ำ)

(b) He thinks the other sandwich would be much better.    (เขาคิดว่าแซนวิชอีกชิ้นหนึ่งจะดีกว่า (ชิ้นแรก)

      มาก)

(c) He wants Sarah to eat the rest of the food.    (เขาต้องการให้ซาร่าห์ทานอาหารที่เหลือ)

(d) He eats when he needs to calm down.    (เขาทานเมื่อเขาต้องการสงบอารมณ์)

(e) He eats much when he is furious.    (เขาทานมากเมื่อเขาโกรธจัด)

(คำแปล)

ซาร่าห์  :  คุณต้องการแซนวิชอีกชิ้นหรือคะ (คุณกินเยอะแล้วนะ)

โจเซฟ  :  ผมมักทานเยอะเมื่อผมวิตกกังวล (หงุดหงิด, เกี่ยวกับประสาท, มีผลต่อประสาท) (nervous)

                 ครับ

คำถาม  :  โจเซฟหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                 

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป