หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 32)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุด)

 

1. Tom spends the weekend with friends at their house in the country.  When he leaves, he says to his host, “_____________”

(ทอมใช้เวลาในวันสุดสัปดาห์กับเพื่อนๆ ที่บ้านของพวกเขาในชนบท,  เมื่อเขาจะกลับ  เขาพูดกับเจ้าของบ้านว่า  “_____________”)

(1) Thank you for having me.    (ขอบคุณที่เชิญผมมา, ขอบคุณที่ให้ผมพักที่บ้าน)

(2) I admire your hostess.    (ผมชื่นชมเจ้าของบ้านหญิง, ผมชื่นชมภรรยาของคุณ)

(3) You are too kind to take me.    (คุณใจดีเกินไปที่รับผมไว้)

(4) You make me feel so good.    (คุณทำให้ผมรู้สึกสบายใจจัง)

 

2. At a wedding reception, the uncle of the bride stands up and says, “_________________”

(ที่งานเลี้ยงรับรองการแต่งงานแห่งหนึ่ง  ลุงของเจ้าสาวยืนขึ้นและกล่าวว่า  “_____________)

(1) I’d like to give a talk to the bride and groom.    (ผมใคร่จะบรรยายให้เจ้าสาวและเจ้าบ่าวฟัง)

(2) Please join me in wishing the newlyweds a happy life together.    (ขอให้ทุกท่านมาร่วมกับผมในการแสดงความปรารถนาดีแก่คู่บ่าวสาว  ให้มีความสุขด้วยกันตลอดไป)  (เป็นคำพูดที่นิยมใช้ในโอกาสนี้)

(3) Let’s join the bride and groom while they are having a drink.    (ขอให้พวกเรามาร่วมดื่มกับคู่บ่าวสาวกันเถอะ)

(4) Please stand and have some toast with them.    (โปรดยืนขึ้นและดื่มอวยพรพร้อมกับพวกเขา)

 

3. Jane is having trouble opening a classroom door, so her friend says, “___________________”

(เจนกำลังมีปัญหาเรื่องการเปิดประตูห้องเรียน (คือ  ไม่สามารถเปิดประตูห้องเรียนได้)  ดังนั้น  เพื่อนของเธอจึงกล่าวว่า  “______________”)

(1) Knock on it hard.    (เคาะประตูแรงๆ หน่อย)

(2) Leave it open.    (เปิดประตูทิ้งไว้)

(3) Put your hands on it.    (วางมือของเธอไว้บนประตู)

(4) Give it a good push.    (ผลักประตูแรงๆ)

หมายเหตุ –  Good”  ยังใช้ในการเน้นย้ำเกี่ยวกับ “ขนาด, จำนวน, ปริมาณ” ดังเช่นในคำตอบ ข้อ (๔)  และตัวอย่างข้างล่าง

  • She gave the door a good push and it finally opened.

(เธอผลักประตูอย่างแรง  และมันก็เปิดออกในที่สุด)

  • I waited for her for a good two hours.

(ผมรอเธอ ๒ ชั่วโมงเต็มๆ)

  • The police took a good look at the murder scene.

(ตำรวจจ้องมองสถานที่ฆาตกรรมอย่างเต็มตา)

  • One good shake of my head and it would fall off.

(ผมเขย่าหัวตัวเองอย่างแรง  แล้วมันก็ร่วงลงมา)

  • She left a good while ago.

(เธอจากไปเมื่อครู่ใหญ่ๆ นี้เอง)

  • He owes me a good hundred dollars by now.

(เขาเป็นหนี้ผม ๑๐๐ ดอลลาร์เต็มๆ ในขณะนี้)

  • It would be a good bit cheaper if you buy it now.

(มันจะราคาถูกกว่ากันนิดเดียว  ถ้าคุณซื้อมันในตอนนี้)

 

4. A customer in a fast food shop orders a hamburger and French fries.  The man behind the counter asks him, “______________”

(ลูกค้าในร้านอาหารจานด่วนแห่งหนึ่งสั่งแฮมเบอร์เกอร์และมันฝรั่งทอด,  ชายหลังเคาน์เตอร์ (พนักงานของร้าน) ถามเขาว่า  “________________

(1) Would you like anything to drink with that?    (คุณต้องการเครื่องดื่มอะไรบ้างไหมครับ)  (คุณต้องการเครื่องดื่มด้วยไหมครับ)

(2) Is that all you’re going to order?    (นั่นคือทั้งหมดที่คุณจะสั่งใช่ไหมครับ)

(3) Are you thinking of going out?    (คุณกำลังคิดจะออกไปข้างนอกหรือครับ)

(4) Would you like to suggest something else?    (คุณอยากจะแนะนำอย่างอื่นไหมครับ)

 

5. You’ve been invited to a party, but unfortunately you can’t go.  When you tell the host, he says, “______________”

(คุณได้รับเชิญไปงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง  แต่โชคไม่ดีเลย  คุณไม่สามารถไปได้,  เมื่อคุณบอกเจ้าของงาน  เขาพูดว่า  _______________”)

(1) We’ll miss you.    (เราจะคิดถึงคุณ)  (หมายถึง  ตอนที่เราสนุกกันที่งานเลี้ยง  เราคงจะคิดถึงคุณที่ไม่สามารถมาร่วมสนุกกับเราได้)

(2) Fine with me.    (ยังไงก็ได้)

(3) See you later.    (แล้วพบกันใหม่นะ)

(4) Pity me.    (เห็นใจผมเถอะ)

 

6. You can’t hear the news on the radio, so you say to your American friend, “_____________”

(คุณไม่สามารถได้ยินข่าวจากวิทยุ  ดังนั้น  คุณจึงพูดกับเพื่อนชาวอเมริกันของคุณว่า  _______”)

(1) How about switching it on?    (ช่วยเปิดวิทยุหน่อยเป็นไง)

(2) Could you pick it up, please?    (โปรดเก็บมันขึ้นมาหน่อยได้ไหม)

(3) Would you mind turning it up?    (ช่วยเปิดเสียงให้ดังอีกหน่อยได้ไหม)

(4) Can you please put it on?    (โปรดสวมมันหน่อยได้ไหม)

หมายเหตุ  -   Turn up”  หมายถึง  “เปิดเสียง (วิทยุ, โทรทัศน์) ให้ดังขึ้น”  ส่วน  Turn down”  หมายถึง  “หรี่เสียง (วิทยุ, โทรทัศน์) ให้เบาลง,  ส่วน  Turn on” = “Switch on หมายถึง  “เปิด (วิทยุ, โทรทัศน์, ไฟฟ้า)”  ในขณะที่  Turn off”  = “Switch off หมายถึง  “ปิด (วิทยุ, โทรทัศน์, ไฟฟ้า)”

 

7. Sally is always complaining because her boyfriend doesn’t have enough money to buy a car.  One day he says to her angrily, “_______________”

(แซลลี่มักจะบ่นอยู่เสมอ  เพราะว่าแฟนของเธอมีเงินไม่พอซื้อรถยนต์,  วันหนึ่ง  เขาพูดกับเธออย่างโกรธเคืองว่า  “_______________)

(1) How am I supposed to think?    (ผมควรที่จะคิดอย่างไร)

(2) You’re driving me crazy.    (คุณกำลังทำให้ผมบ้าแล้วนะ)

(3) Don’t be so serious.    (อย่าจริงจังมากเกินไป)

(4) How can I do that to you?    (ผมจะทำอย่างนั้นกับคุณได้อย่างไร)

 

8. You ask to speak to your boss on the phone.  You say, “__________________________”

(คุณโทรศัพท์ไปเพื่อขอพูดกับเจ้านายของคุณ,  คุณพูดว่า  “______________________)

(1) I’d like Mr. Baxter to speak to me.    (ผมอยากให้คุณแบกซ์เตอร์มาพูดกับผมหน่อย)

(2) I intend to talk to Mr. Baxter.    (ผมตั้งใจจะพูดกับคุณแบกซ์เตอร์)

(3) Can you direct me to Mr. Baxter?    (คุณช่วยนำทางผมไปยังคุณแบกซ์เตอร์ได้ไหมครับ)

(4) Could you put me through to Mr. Baxter?    (ช่วยต่อสายไปที่คุณแบกซ์เตอร์หน่อยครับ)

 

9. You are in Bangkok, talking to your friend in Singapore.  You mention that you are flying down next weekend.  Your friend says, “_____________ at the airport.”

(คุณอยู่ในกรุงเทพฯ  คุยกับเพื่อนของคุณ (ทางโทรศัพท์) ในสิงคโปร์,  คุณกล่าวว่าคุณกำลังจะบินไปสิงคโปร์สัปดาห์หน้า,  เพื่อนของคุณพูดว่า  “_____________ ที่สนามบิน”)

(1) I’ll go and receive you    (ผมจะไปและต้อนรับคุณ)  (ไม่นิยมใช้สำนวนนี้)

(2) I’ll pick you up    (ผมจะไปรับคุณ)

(3) I’ll come after you    (ผมจะมาทีหลังคุณ)

(4) I’ll be there for you    (ผมจะอยู่ที่นั่นเพื่อคุณ)

 

10. As you are leaving a shop, the salesgirl says pleasantly, “_________________________”

(ในขณะที่คุณกำลังออกจากร้าน  พนักงานขายหญิงพูดอย่างมีมิตรไมตรีจิตว่า  “__________)

(1) Where are you going?    (คุณกำลังจะไปไหนคะ)

(2) Please come again.    (โปรดกลับมาใช้บริการของเราอีกนะคะ)

(3) Watch your purse.    (ระวังกระเป๋าสตางค์ของคุณด้วยค่ะ)

(4) Did you forget to pay?    (คุณลืมจ่ายเงินหรือเปล่าคะ)

 

11. As a woman is entering a restaurant with her poodle, the manager comes over to her and says, “_____________”

(ในขณะที่ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเข้าไปในภัตตาคารกับสุนัขพันธุ์พุดเดิลของเธอ  ผู้จัดการ (ร้าน) เดินเข้ามาหาเธอและพูดว่า  “_______________)

(1) Why don’t you put it away?    (ทำไมคุณไม่เอามันไปเก็บเสียล่ะ)

(2) It’s a good idea to leave it alone.    (เป็นความคิดที่ดีที่จะปล่อยมันไว้ตามลำพัง)

(3) We don’t allow pets in here.    (เราไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในนี้ครับ)

(4) Our customers don’t like poodles.    (ลูกค้าของเราไม่ชอบหมาพุดเดิลครับ)

 

12. You are standing at a bus stop.  When a bus comes along, you ask the man next to you, “___

________ to Siam Square?”

(คุณกำลังยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์,  เมื่อรถเมล์คันหนึ่งวิ่งมา  คุณถามชายที่ยืนอยู่ข้างๆ คุณว่า  “___

_________ สยามสแควร์หรือเปล่า”)

(1) Is this the one we get on for the trip    (นี่คือรถที่เราจะขึ้นเพื่อการเดินทางไป)

(2) Does this bus go    (รถเมล์คันนี้ไป)

(3) Will this bus run    (รถเมล์คันนี้จะวิ่ง)

(4) Can I get this bus to take me    (ผมสามารถเอารถคันนี้เพื่อพาผมไป)

 

13. You are short of sugar, so you ring your neighbor’s bell and say, “_____________________”

(คุณมีน้ำตาล (เพื่อปรุงอาหาร) ไม่พอ  ดังนั้น  คุณจึงกดกระดิ่งที่ประตูของเพื่อนบ้านของคุณ  และพูดว่า  “______________)

(1) Can I use your sugar?    (ผมขอใช้น้ำตาลของคุณได้ไหมครับ)  (สำนวนนี้ไม่สุภาพ)

(2) Give me some sugar.    (เอาน้ำตาลให้ผมหน่อย)  (สำนวนนี้ไม่สุภาพ)

(3) May I borrow some sugar?    (ผมขอยืมน้ำตาลหน่อยได้ไหมครับ)

(4) I would like to take your sugar.    (ผมอยากจะเอาน้ำตาลของคุณไป)  (สำนวนนี้ไม่สุภาพ)

 

14. You are in the dentist’s chair and the dentist says to you, “________________________”   

(คุณนั่งอยู่บนเก้าอี้ของร้านทำฟัน  และหมอฟันพูดกับคุณว่า  “_____________________)

(1) Go ahead.    (เดินตรงไปข้างหน้าเลยครับ, เชิญทำไปเลยครับ, แซงขึ้นหน้า (ผม) ไปเลยครับ)  (ความหมายหลังนี้ใช้กับการเดินหรือขี่จักรยาน)

(2) Let’s have a look.    (มาดูกันหน่อยว่า (ฟันของคุณ) เป็นอย่างไร)

(3) Make yourself at home.    (ทำตัวตามสบายนะครับ)

(4) Wait and see.    (ต้องคอยดูกันต่อไป,  คอยก่อนแล้วจะได้เห็นกัน)

 

15. Your friend tells you that her father just lost his job.  You say, “_____________________”

(เพื่อนของคุณบอกคุณว่าพ่อของเธอเพิ่งจะตกงาน,  คุณจึงพูดว่า  “___________________)

(1) It’s all for the best.    (เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วครับ)

(2) All’s well that ends well.    (ใช้พูดภายหลังสถานการณ์ใดๆ ที่จบลงด้วยดี  หมายถึง  “ทุกอย่างจบลงด้วยดี”)

(3) Don’t mention it.    (ไม่เป็นไรครับ)  (ใช้ตอบคำขอบคุณ)

(4) I’m sorry to hear that.    (ผมเสียใจที่ได้ยิน (ทราบ) เรื่องนี้ครับ)  (สำนวนนี้ใช้เมื่อมีผู้บอกข่าวร้ายของเขาให้เราฟัง)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

               ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป