หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 28)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุด)

 

1. An explosion at London subway last August killed a French journalist and injured 58 ________ people.

(การระเบิดบริเวณรถไฟใต้ดินในกรุงลอนดอนเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว  ทำให้นักข่าวชาวฝรั่งเศสเสียชีวิต    คน  และทำให้ผู้คน __________ อีก  ๕๘  คนได้รับบาดเจ็บ)

(a) other    (อื่นๆ)

(b) another

(c) others

(d) any other

ตอบ   –   ข้อ   (a)   

 

2. Deserts are often formed __________ they are cut off from rain-bearing winds by the surrounding mountain ranges.

 (ทะเลทรายได้รับการก่อตัวบ่อยๆ _________ มันถูกตัดขาดจากลมที่ก่อให้เกิดฝน  โดยเทือกเขาที่ล้อมรอบมัน)

(a) so    (ดังนั้น)

(b) due to    (เนื่องมาจาก)

(c) in spite of    (ทั้งๆที่)

(d) because    (เพราะว่า)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Because + Subject + Verb”    ส่วน  “Due to + วลีหรือคำนาม

 

3. I am very ___________________________________________________ to see you here.

(ผม _______________________________________________ อย่างมาก  ที่พบคุณที่นี่)

(a) please    (ทำให้ยินดี-พอใจ-เพลิดเพลิน)

(b) pleased    (มีความรู้สึกยินดี-พอใจ-เพลิดเพลิน)

(c) pleasing    (น่ายินดี, น่าพอใจ, น่าเพลิดเพลิน)

(d) pleasure    (เพล้ช-เช่อะ)  (ความยินดี-พอใจ-ถูกใจ, ความสบาย, ความสุข)

ตอบ   –   ข้อ   (b)   

 

4. I _________________________________________________ Mr. Smith for a long time.

(ผม ___________________________________________ มิสเตอร์สมิธมาเป็นเวลานาน)

(a) know

(b) knew

(c) have known    (ได้รู้จัก)

(d) had known

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ใช้   “Present perfect tense”  (Have known)  เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  (รู้จักมิสเตอร์สมิธ)  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  (ก็ยังคงรู้จักอยู่)  ดูเพิ่มเติม  “Present perfect tense”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • It ____________________________________________ every day so far this week.

(ฝน ___________________________________ ทุกวันเท่าที่ผ่านมา (หมู่นี้) ในสัปดาห์นี้)

(a) has rained    (ได้ตก)

(b) rained

(c) is raining

(d) rains

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ใช้  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}  กับ  “So far”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • I ___________________________________________ a policeman for fifteen years.

(ผม _________________________________________ ตำรวจมาเป็นเวลา  ๑๕  ปีแล้ว)

(a) have became

(b) became

(c) have been    (ได้เป็น)

(d) am

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ใช้   “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3  หรือ  Subject + Has (Have) + Been + Noun  หรือ  Adjective}   เนื่องจากเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต  และดำเนินมาถึงปัจจุบัน  (คือการเป็นตำรวจนาน  ๑๕  ปี)   สำหรับข้อนี้  จะตอบ ข้อ  (a) ก็ได้  แต่ต้องแก้เป็น  “Have become”  ดูเพิ่มเติม  “Tense”  นี้จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • ___________________________________________ a lot of changes since you left.

(__________________________________ ความเปลี่ยนแปลงมากมาย  ตั้งแต่คุณจากไป)

(a) There will be    (จะมี)

(b) There are    (มี)  (ปัจจุบัน)

(c) There were    (มี)  (อดีต)

(d) There have been    (ได้มี)

(e) There is    (มี)    (ปัจจุบัน)

(f) There was    (มี)    (อดีต)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ใช้รูป  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}  หรือ  “There has been, There have been”  (กรณีนี้  ใช้   “There have been”  เพราะ  “Changes”  เป็นรูปพหูพจน์)  เนื่องจากเหตุการณ์ (มีความเปลี่ยนแปลง) เกิดขึ้นต่อเนื่อง  เริ่มจากในอดีต  (ตั้งแต่คุณจากไป)  จนถึงปัจจุบัน  (ขณะที่พูดประโยคนี้)  (คือ  ปัจจุบัน  ความเปลี่ยนแปลงก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่)

                                         ตัวอย่างที่  

  • As a mass production method, it _________________ great advances in the last few years.

(ในฐานะวิธีการผลิตสินค้าเป็นจำนวนมาก  มัน (วิธีการ) __________ ความก้าวหน้าอย่างยิ่ง   ในช่วง     ถึง    ปีที่ผ่านมา)

(a) makes

(b) is making

(c)made

(d) has made    (ได้ทำให้เกิด)

ตอบ   -   ข้อ   (d เนื่องจากข้อความ   “In the last few years”  (ในช่วง    ถึง     ปีที่ผ่านมา)   แสดงการเกิดขึ้นของเหตุการณ์  (การผลิตครั้งละมากๆ  ซึ่งก่อให้เกิดความก้าวหน้า)   ในอดีต  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน   (ขณะที่พูด)  จึงใช้  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}

                                        ตัวอย่างที่  

  • __________ impressive increases in expenditure on the advertising of tobacco goods in recent years.

(___________ การเพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจ  ในค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณาสินค้ายาสูบ  ในช่วงไม่กี่ปีที่เพิ่งผ่านมานี้)

(a) There are

(b) There were

(c) There have been    (มี, ได้มี)

(d) There has been

ตอบ   -   ข้อ  (c)    ใช้รูป  “Present perfect tense”  {Subject +Has (Have) + Verb 3}  (ต้องใช้  “Have been” เนื่องจาก  “Impressive increases” อยู่ในรูปพหูพจน์)   เนื่องจากบอกการกระทำ  หรือเหตุการณ์  ที่เกิดขึ้นในอดีต  และยังคงดำเนินหรือมีผลต่อมาจนถึงปัจจุบัน  (ขณะที่พูดประโยคนี้)  และคาดว่าเหตุการณ์นั้นยังจะปรากฏในอนาคตอีก   สังเกตจาก   “For”  =  (เป็นเวลา)  (For + ความยาวของเวลา),  “Since”  =  (ตั้งแต่),  (Since + จุดเริ่มต้นของเวลา),  “Up to now”  (= Up to the present time  =  Up until now) =  (จนถึงบัดนี้),  “So far”  =  ( เท่าที่ผ่านมา, หมู่นี้),  “Lately”  (= Recently) =   (หมู่นี้, เร็วๆ นี้),  “Over the past years”  (ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา),  “In recent years”  (ในช่วงไม่กี่ปีที่เพิ่งผ่านมา),  Since the sun set  (ตั้งแต่พระอาทิตย์ตก),  Since they were in college  (ตั้งแต่พวกเขาเรียนมหาวิทยาลัย),  Since we were young  (ตั้งแต่เรายังเป็นเด็ก),  Since she was born  (ตั้งแต่เธอเกิด),  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • She has lived here for10 years.

(เธออาศัยอยู่ที่นี่มา ๑๐ ปีแล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • He has been in Chicago since last week. (= He has gone to Chicago since last week.)

(เขาอยู่ในชิคาโกตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • We have lived in Bangkok since we were young.

(เราอาศัยอยู่ในกรุงเทพตั้งแต่เรายังเด็ก)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • So far, you have not done your best. (= You have not done your best so far.)

(เท่าที่ผ่านๆมา  คุณยังไม่ได้ทำดีที่สุดเลย)

  • I have sent him only one letter up to now.

(ผมส่งจดหมายให้เขาเพียงฉบับเดียว  จนถึงบัดนี้)

  • The climate has changed a great deal over the past years.

(ภูมิอากาศได้เปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา)  (จนถึงปัจจุบัน  ขณะที่พูด)

  • Crime has significantly increased in recent years.

(อาชญากรรมได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา)

  • The gate has been closed since the sun set.

(ประตูได้ถูกปิดตั้งแต่พระอาทิตย์ตก)  (ขณะที่พูดประโยคนี้  ประตูก็ยังปิดอยู่)

  • I have known them since we were in college.

(ผมรู้จักกับพวกเขา  ตั้งแต่เราเรียนมหาวิทยาลัย)  (ปัจจุบันก็ยังรู้จักอยู่)

  • They have lived there since they were born.

(พวกเขาอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่เกิด)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

 

5. His daughter wrote to him that she was looking forward to _________________ home soon.

(ลูกสาวของเขาเขียนจดหมายถึงเขา  บอกว่าเธอกำลังตั้งหน้าตั้งตารอคอย ________ บ้านเร็วๆ นี้)

(a) come

(b) coming    (การกลับมา)

(c) be coming

(d) have come

ตอบ    -    ข้อ   (b)    เนื่องจาก  “Look  forward to + Verb + ing”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • I shall look forward ________________________________________ from you soon.

(ผมจะตั้งตารอ ____________________________________________ จากคุณโดยเร็ว)

(a) to hear

(b) for hear

(c) to hearing     (ที่จะได้ยินข่าว – คือได้รับจดหมายหรือการติดต่อด้วยวิธีอื่นๆ)

(d) for hearing

ตอบ    -    ข้อ   (c)

                                         ตัวอย่างที่  

  • I wish you and your wife many years of happiness together and look forward ________ you both.

(ผมขออวยพรให้คุณและภรรยามีความสุขด้วยกันตลอดไป  และหวังอย่างยิ่งกับ  (หรือ “ตั้งตารอ”) _________ คุณทั้ง    คน)  (หมายถึงในวันข้างหน้า) 

(a) to see

(b) to seeing    (การได้พบ)

(c) for seeing

(d) to be seeing

ตอบ    -    ข้อ  (b)   เนื่องจาก  “To”   ที่ตามหลังคำกริยาต่อไปนี้   ถือเป็น  “Preposition”   จึงต้องตามด้วยคำนามหรือ   “Gerund” (Verb + ing)   ได้แก่  “Look forward to” (ตั้งตารอคอย),  “Be opposed to”  (คัดค้านหรือไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง),  “Object to” (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย)“Admit”  (ยอมรับ),  “Devote… …….…...to”  (อุทิศ..................ให้กับ),  “Dedicate……….…to”  (อุทิศ..............ให้กับ),   “Apply…………to”  (ประยุกต์....................เข้ากับ)    ดังประโยคตัวอย่าง

  • She looks forward to buying a new home next year.

(เธอตั้งตาคอยซื้อรถคันใหม่ปีหน้า)

  • He looks forward to his  birthday party next week.

(เขาตั้งตารอคอยงานเลี้ยงวันเกิดของเขาในสัปดาห์หน้า)       

  • We object to going to bed late tonight as we will have to start our trip early tomorrow.

(เราไม่เห็นด้วยกับการนอนดึกคืนนี้  เพราะเราจะต้องออกเดินทางแต่เช้าวันพรุ่งนี้)

  • She objected to his plan to move to London after their marriage.

(เธอคัดค้านแผนการของเขาที่จะย้ายไปลอนดอนหลังการแต่งงาน)

  • He admitted to having an extramarital affair that ended in a pregnancy.

(เขายอมรับว่ามีความสัมพันธ์ทางเพศกับคนอื่นที่มิใช่ภรรยา  ซึ่งจบลงด้วยการตั้งครรภ์)

  • He devotes most of his time to studying in the library.

(เขาอุทิศเวลาส่วนใหญ่ให้กับการศึกษาในห้องสมุด)

  • We were opposed to paying a lot of money for luxurious goods.

(เราไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการจ่ายเงินจำนวนมากกับสินค้าฟุ่มเฟือย)

  • The President was opposed to the development of nuclear weapons.  (หรือwas opposed to developing nuclear weapons”)

(ท่านประธานาธิบดีไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์)        

  • They applied their knowledge gained from training overseas to performing their daily work. 

(พวกเขาประยุกต์ความรู้ที่ได้จากการอบรมในต่างประเทศ  เข้ากับการทำงานประจำวัน)

 

6. We keep tinned goods ____________________________________ every kind in our shop.

(เรามีสินค้าบรรจุกระป๋อง (อาหารกระป๋อง) ____________________________ ทุกชนิดในร้าน)

(a) in

(b) by

(c) with

(d) of    (เพื่อขาย)

(e) for

ตอบ  -  ข้อ   (d)   

                               สำหรับคำกริยา,  คุณศัพท์  หรือ  วลีที่ใช้กับ  “Of”  ได้แก  “source of”  (แหล่งของ)  -  Meat is an excellent source of vitamins.  (เนื้อเป็นแหล่งที่ดีเยี่ยมของวิตามิน),  “kind of”  (ค่อนข้างจะ)  -  She is kind of an envious woman.  (เธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างจะขี้หึง),  “keep out of”  (อย่ายุ่ง, อยู่ให้ไกล, ออกห่างจาก, ไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง)  - Please keep out of my business.  (โปรดอย่าเข้ามายุ่งกับเรื่องของผม),  “in honor of”  (เพื่อเป็นเกียรติแก่)  -  The building was named in honor of the late President.”  (อาคารถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านประธานาธิบดีผู้ล่วงลับไปแล้ว),  “in charge of” (= take charge of)  (ดูแล, รับผิดชอบ)  -  They are in charge of organizing the meeting.  (พวกเขารับผิดชอบการจัดประชุม), “inform someone of something”  (บอกใครเกี่ยว กับเรื่องอะไร)  -  Please inform me of your decision.  (โปรดบอกผมเกี่ยวกับการตัดสินใจของคุณ),   “of age”  (โตพอที่จะทำอะไรบางอย่าง, อายุมากพอที่จะลงคะแนนเลือกตั้ง  หรือซื้อเหล้า-เบียร์, ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่)  -  Mary will be of driving age on her next birthday  (แมรี่จะถึงวัยที่ได้รับอนุญาตให้ขับรถได้  ในวันเกิดของเธอปีหน้า),  “of course”  (แน่นอน, ไม่ต้องสงสัยเลย, เป็นเรื่องธรรมดา, เหมือนที่คาดหวังไว้)  -  Of course you know that girl; she is in your class  (แน่นอน  คุณรู้จักเด็กผู้หญิงคนนั้น  เธอเป็นเด็กนักเรียนของคุณ  -  หรือ เธอเรียนอยู่ในชั้นเดียวกับคุณ  –  คือเป็นเพื่อนคุณ),  “remind someone of”  (เตือนใครให้นึกถึงเรื่อง.................)  -  She reminded me of her mother.  (เธอเตือนให้ผมนึกถึงแม่ของเธอ  -  ด้านรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอ),  “approve”  (อนุมัติ, เห็นชอบ)  -  “The company doses not approve of women smoking.”  (บริษัทไม่เห็น ชอบให้ผู้หญิงสูบบุหรี่),  “boast”  (คุยโม้)  -  “He often boasts of his wealth.”  (เขามักคุยอวดความร่ำรวย), “think”  (คิดถึงเรื่อง)  -  “We are thinking of buying her a present.”  (พวกเรากำลังคิดถึงเรื่องซื้อของขวัญให้เธอ),  “warn”  (เตือน)  -  “She warned me of the danger.”  (เธอเตือนผมถึงอันตราย),   “accuse someone of”  (กล่าวหาใครในเรื่อง.....................)  -  They accused him of stealing their car.  (พวกเขากล่าวหาเขาว่าขโมยรถยนต์),  “suspect”  (สงสัย),  “consist”  (ประกอบด้วย),  “be composed of”  (ประ กอบด้วย)  -  Our team is composed of a number of experts in several fields.   (ทีมของเราประกอบ ด้วยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจากหลายสาขา),  “dream”  (ฝัน)  -  She never dreams of traveling abroad.  (เธอไม่เคยฝันว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ),  “hear”  (ได้ยิน)  -  “We have never heard of his plan.”  (เราไม่เคยรู้เกี่ยว กับแผนของเขาเลย)  -  “Have you heard of Lewis Baker?”  (คุณรู้จักลูอิส  เบเกอร์ ไหม),  “beware”  (ระวัง)  -  “Beware of dogs !”  (ระวังสุนัข !),  “complain”  (บ่น, ร้องทุกข์)  -  They never complain of their hardship.  (พวกเขาไม่เคยบ่นอุทธรณ์ความยากลำบากเลย),  “convince”  (ทำให้เชื่อ)  -  “These experiences served to convince me of the drug’s harmful effects.”  (ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ผมเชื่อในผลกระทบที่เป็นอันตรายของยา),  “disapprove”  (ไม่อนุมัติ, ไม่เห็นด้วย)  -  “The other members disapproved of his methods.”  (สมาชิกคนอื่นๆ ไม่เห็นด้วยกับวิธีของเขา),  “assure”  (รับรอง, ทำให้มั่นใจ-เชื่อมั่น-  “After he had been assured of his daughter’s safety, he was relaxed.”  (หลังจากที่เขาถูกทำให้เชื่อมั่นในความปลอดภัยของลูกสาว  เขารู้สึกผ่อนคลาย)  -  “Visitors can always be assured of the best in Manhattan Hotel.”  (ผู้มาเยือน (แขก) สามารถจะมั่นใจได้เสมอ  ถึงสิ่งที่ดีที่สุดในโรงแรมแมนฮัตตัน  -  ในด้านการให้บริการ),  “cure”  (รักษา  หรือทำให้หายจากโรคหรืออาการบาง อย่าง,  การรักษาโรค),  -  “I’m interested in the cure of cancer.”  (ผมสนใจในการรักษาโรคมะเร็ง)  -  “The shock of losing my purse cured me of all my former absent-mindedness.”  (ความตกใจจากการทำกระเป๋าสตางค์หาย  ทำให้ผมหายจากอาการใจลอยเมื่อก่อนนี้ทั้งหมดทั้งสิ้น),   “smell”  (กลิ่น, ได้กลิ่น)  -  “We had a smell of fresh bread when we entered the shop.”  (เราได้กลิ่นขนมปังสดเมื่อเราเข้าไปในร้าน)  -  “The room smelled of cigars.”  (ห้องมีกลิ่นซิการ์),  “full”  (เต็มไปด้วย)  - The street was full of water.   (ถนนเจิ่งนองไปด้วยน้ำ), “fond”  (ชอบ, หลงใหล)  -  She is fond of music.  (เธอชอบดนตรี), “careful”  (ระวัง, รอบคอบ)  -  “Be careful of the floor.  I’ve just polished it.”  (ระวังพื้นลื่นนะ  ผมเพิ่งจะขัดมัน),  “frightened”  (ตกใจกลัว)  -  She is frightened of the dark.  (เธอกลัวความมืด), “confident”  (มั่นใจ)  -  You should be confident of yourselves.  (พวกคุณควรมั่นใจในตนเอง), “short”  (ขาดแคลน)  -  They were short of food and water.  (พวกเขาขาดแคลนอาหารและน้ำ),  “tired”  (เบื่อ, เหนื่อย),  “sure”  (มั่นใจ),  “aware”  (ตระหนัก, รู้ดี),  “certain” (มั่นใจ, แน่ นอน),  “free”  (ยกเว้น),  “proud”  (ภูมิใจ),  “hopeful”  (มีความหวัง), “glad”  (ดีใจ),  “capable”  (สามารถ),  “ashamed”  (ละอายใจ), “suspicious”  (สงสัย, ระแว),  “tolerant”   (อดทนต่อ, ใจกว้างต่อ), “considerate”  (เกรงใจ),  “ignorant”  (ไม่รู้),  “convinced”  (เชื่อ), “ahead”  (ล่วงหน้า), “shy”  (อาย, ละอาย), “conscious”  (รู้สึกถึง), “jealous”  (อิจฉา, หึงหวง), “envious”  (อิจฉา, หึงหวง),  “a cup of tea”  (ชา ถ้วย),  “a sheet of paper”  (กระดาษ แผ่น),  “a number of dogs”  (หมาจำนวนมาก),  “the number of students”  (จำนวนนักเรียน),  “a pair of trousers”  (กางเกงขายาว ตัว), “millions of dollars”  (เงินหลายล้านดอลลาร์),  “two gallons of water”  (น้ำ แกลลอน),  “10% of the population”  (๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร),  “a town of 2,000 people”  (เมืองที่มีประชากร  ๒,๐๐๐ คน),  “Half of the boats sank.”  (เรือจำนวนครึ่งหนึ่งจมลง),  “Your letter of the 25th ”  (จดหมายของคุณซึ่งลงวันที่  ๒๕),  “a bag of gold”  (ทองถุงหนึ่ง),  “at a rate of 20 dollars a day”  (ในอัตรา ๒๐ เหรียญต่อวัน),  “a boy of sixteen”  (เด็กอายุ ๑๖ ปี),  “at the age of five”  (ตอนอายุ ขวบ),  “a baby of 6 months”  (ทารกอายุ ๖ เดือน),  “the first of a series of movies”  (ตอนแรกของภาพยนตร์ซีรี่ส์),  “one of the problems”  (หนึ่งในหลายปัญหา),  “two of the three”   ( ใน ),  “many of the students”  (นักเรียนหลายคน),  “a meeting of executives”  (การประชุมผู้บริหาร),  “a map of Sweden”  (แผนที่ประเทศสวีเดน),  “a picture of the refugees”  (ภาพของผู้อพยพ),  “an account of the event”  (เรื่องราวของเหตุการณ์),  “a collection of watches”  (การสะสมนาฬิกา),  “a big piece of cake”  (เค้กชิ้นใหญ่),  “Natural gas accounts for about 10% of our total energy consumption.”  (กาซธรรมชาติคิดเป็นประมาณ  ๑๐  เปอร์เซ็นต์  ของการบริโภคพลังงานทั้งหมดของเรา),  “the House of Representatives”  (สภาผู้แทนราษ ฎร),  “We must do it with the approval of the trade unions.”  (เราจะ ต้องทำมันด้วยความเห็นชอบของสหภาพการค้า),  “We need the permission of the judge.”  (เราต้องการการอนุญาตจากผู้พิพากษา),  “the religious beliefs of the ancient people”  (ความเชื่อทางศาสนาของคนโบราณ),  “the average age of participants is over 50”  (อายุเฉลี่ยของผู้เข้าร่วม  คือ  เกินกว่า  ๕๐  ปี),  “the traditional role of women”  (บทบาทดั้งเดิมของสตรี),  “That is a book of mine.”  (นั่นเป็นหนังสือของผม),  She would like to have a house of her own.”  (เธอต้องการจะมีบ้านเป็นของตัวเอง),  “A child of hers was run over by a car.”  (ลูกคนหนึ่งของเธอถูกรถทับ),  “He is a friend of Stephen’s.”  (เขาเป็นเพื่อนของสตีเฟน), เป็นต้น

 

7. Father left a message for ___________________________________________________.

(พ่อทิ้งข้อความไว้สำหรับ ________________________________________________)

(a) I and you

(b) you and I

(c) me and you

(d) you and me    (คุณและผม)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   เนื่องจากในภาษาอังกฤษ   ให้กล่าวถึงตัวผู้พูดทีหลังสุด  เพราะแสดงถึงความสุภาพ  และเนื่องจากอยู่หลัง   Preposition   “For”    จึงต้องอยู่ในรูป  “กรรม”   คือ  “Me”,   สำหรับ   “You”  เป็นทั้ง  “ประธาน” และ “กรรม”   ในตัวเดียวกัน    ในที่นี้ถือว่าอยู่ในรูป   “กรรม”   เปรียบเทียบกับตัวอย่างข้างล่าง

  • Father left a message for her, him and me.

 

8. I am very sorry that you have _______________________________ good books to read.

(ผมเสียใจอย่างมากว่า  คุณ __________________________________ มีหนังสือดีๆอ่าน)

(a) some

(b) any

(c) no    (ไม่)

(d) a few    (พอมีอยู่บ้าง แม้ไม่มาก)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากดูจากข้อความ  “ผมเสียใจอย่างมาก”  จึงควรบอกว่า  “ไม่มีหนังสือดีๆ อ่าน”  ดูเพิ่มเติมการใช้  “No”  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่      จงเลือกข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์ จากข้อ (๑) – (๔)

(1) Not woman held a presidential cabinet (2) position in the United States (3) until 1933 when Frances Perkins (4) became Secretary of Labor.  

{ไม่มีผู้หญิงดำรงตำแหน่งในคณะรัฐบาลของประธานาธิบดี (หมายถึง  ผู้ที่ได้รับการแต่ง ตั้งโดยประธานาธิบดี) ในสหรัฐฯ  จนกระทั่งปี ๑๙๓๓  เมื่อฟรานเซส  เพอร์คินส์  ได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน}

ตอบ   -   ข้อ    แก้เป็น  “No”  เนื่องจาก  “No”  ใช้นำหน้าคำนาม (Woman)  ส่วน  “Not”  มักใช้วางไว้ข้างหน้า  “A, A, The, Any”  ซึ่งขยายหน้าคำนามอีกทีหนึ่ง  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • No city in Laos is as big as Bangkok.

(ไม่มีเมืองใน สปป. ลาว  ใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

  • No other city in Thailand is as big as Bangkok.

(ไม่มีเมืองอื่นใดในประเทศไทยที่ใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

  • We saw no difference between them. 

(= We did not see any difference in them.)

(เราไม่เห็นความแตกต่างระหว่างพวกเขาเลย)

  • She has no book. (= She has no books.)

(เธอไม่มีหนังสือ)

  • He has not a book. (= He does not have a book.)

(เขาไม่มีหนังสือ)

  • They have not any books. (= They do not have any books.)

(พวกเขาไม่มีหนังสือเลย)

  • No one man can do it.

(ไม่มีใครสักคนเดียวสามารถทำมันได้)  ( ใช้  “No”  แสดงการเน้น  จะเป็นเพศหญิงหรือชายก็ได้  เพราะ  “Man”  ในที่นี้ หมายถึง “บุคคล”)

  • No two men think alike.

(ไม่มีใคร – บุคคล -  คน ที่คิดเหมือนกัน)  (แสดงการเน้นเหมือนประโยคข้างบน)

หมายเหตุ  -  “Not”  อาจจะใช้กับคำนามได้  โดยหมายถึง  “ไม่ใช่”  แต่  “No + Noun”  =  ไม่มี  ดังตัวอย่าง

  • You must go to the bank, not the post office.

(คุณต้องไปที่ธนาคารนะ  ไม่ใช่ที่ทำการไปรษณีย์)

  • No post office is close to my home.

(ไม่มีที่ทำการไปรษณีย์อยู่ใกล้บ้านผม)

                                        นอกจากนั้น  เรายังสามารถใช้  “Not”  กับ  “Infinitive with to” และ  “Gerund” (Verb + ing) ได้  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • He was careless in not crossing the street at a zebra crossing.

(เขาประมาทในการไม่ข้ามถนนตรงทางม้าลาย)

  • You were wrong in not coming to see me last week.

(คุณผิดนะ – หรือ คิดผิดนะ  -  ที่ไม่มาพบผมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

  • She promised not to do it again.

(เธอสัญญาที่จะไม่ทำแบบนั้นอีก)

  • They asked me not to blame them.

(พวกเขาขอร้องไม่ให้ผมตำหนิพวกเขา)

                                       ในกรณีเป็นการห้ามทำ  ต้องใช้รูป  “No + Verb + ing”  เช่น  “No Swimming” (ห้ามว่ายน้ำ),  “No Fishing” (ห้ามตกปลา),  “No Parking” (ห้ามจอดรถ),  “No Smoking(ห้ามสูบบุหรี่)

                                       สำหรับตัวอย่างของ  “No”  และ  “Not”   ในความหมายต่างๆ  ได้แก่

  • No matter what he says, she does not believe him.

(ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรก็ตาม  เธอก็ไม่ยอมเชื่อเขา)

  • You can’t go in no matter who you are.

(คุณจะเข้ามาข้างในนี้ไม่ได้นะ  ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม)  (หมายถึง  จะใหญ่ขนาดไหนก็ตาม)

  • He has to get the car fixed no matter how much it costs.

(เขาจำเป็นต้องเอารถไปซ่อม  ไม่ว่าจะราคา (ค่าซ่อม) เท่าใดก็ตาม)

  • She no longer loves him.  (= She does not love him any longer.)

(เธอไม่รักเขาต่อไปอีกแล้ว)

  • The two men no longer talk to each other.

(ชาย    คนนั้นไม่พูดคุยกันอีกต่อไป)  (คือ  โกรธกัน)

  • The shore was no longer in sight.

{มองไม่เห็นชายฝั่งอีกต่อไปแล้ว (ไม่อยู่ในสายตา)}  (คือ  เรือออกมาไกลมากแล้ว)

  • He could no longer be trusted, and we had to let him go.

(เขาเชื่อถือไม่ได้อีกต่อไป  และเราจำเป็นต้องให้เขาไป)  (คือ  ไล่เขาออก)

  • There was no end to the letters pouring into the post office.

(มีจดหมายหลั่งไหลเข้ามาที่ทำการไปรษณีย์อย่างมากมาย)  (ไม่รู้จบรู้สิ้น)

  • Bob and Dick become close friends, and have no end of fun together.

(บ๊อบและดิ๊กกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน  และสนุกด้วยกันอย่างมากมาย)  (ไม่รู้จบรู้สิ้น)

  • No doubt, Susan is the most intelligent girl in her class.

(ไม่ต้องสงสัยเลย  -  แน่นอนทีเดียว  -  ซูซานเป็นเด็กหญิงที่ฉลาดที่สุดในชั้นเรียนของเธอ)

  • Jim is no doubt one of the best staff in the company.

(จิมเป็นพนักงานที่ดีที่สุดคนหนึ่งของบริษัทอย่างไม่ต้องสงสัยเลย)  (อย่างแน่นอนเลย)

  • There is no saying what will happen.

(ไม่มีทางที่จะพูด (บอก) ได้หรอกว่า  อะไรจะเกิดขึ้น)

  • There is no denying that more difficulty will come.

(ไม่มีทางที่จะปฏิเสธได้ว่า  ความยากลำบากยิ่งขึ้นกำลังจะมาถึง)

  • It is no good (no use) complaining about the weather.

(ไม่มีประโยชน์ใดๆ  ที่จะบ่น-ร้องทุกข์  เกี่ยวกับดินฟ้าอากาศ)

  • There is not the book you want in the bookstore.

(ไม่มีหนังสือที่คุณต้องการในร้านขายหนังสือ)

  • There is not any car in the street right now.

(ไม่มีรถอยู่ในถนนเลยในขณะนี้)

  • There is not even a single man on the bus.

(ไม่มีแม้กระทั่งคนเดียวบนรถประจำทาง)

                                        สำหรับ  “Few” (มีน้อยมาก  -  ใช้ในทางลบ  คือ ไม่ดี)    และ  “A few”  (พอมีอยู่บ้าง  แม้ไม่มาก  -  ใช้ในทางบวก คือ ดี)  ทั้ง    คำนี้ต้องตามด้วยคำนามนับได้-พหูพจน์  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • She has few friends, so she is very lonely.

(เธอมีเพื่อนน้อยมาก  ดังนั้น  เธอเหงามาก)  (ความหมายในทางลบ)

  • She has a few friends, so she is happy.

(เธอพอมีเพื่อนอยู่บ้าง  ดังนั้น  เธอมีความสุข)  (ความหมายในทางบวก)

  • It was a rainy day, so few people came to see the football match.

(มันเป็นวันที่ฝนตก  ดังนั้น  มีคนน้อยมากมาดูการแข่งขันฟุตบอล)  (ความหมายในทางลบ)

  • It was a sunny day, so a few people came to see the football match.

(มันเป็นวันที่แดดจ้า  ดังนั้น  พอมีคนมาดูการแข่งขันฟุตบอลอยู่บ้าง)  (ความหมายในทางบวก)

 

9. Harvard, ___________ in 1636, is one of the most prestigious universities in the United States.

(ฮาร์วาร์ด, __________ ในปี  ๑๖๓๖,  เป็นหนึ่งในบรรดามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในสหรัฐ)

(a) founding

(b) it was founded

(c) founded    (ถูกก่อตั้ง, ถูกสร้าง)

(d) found    (ถูกค้นพบ, ถูกค้นหา, ถูกเจอ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   กริยา  “Found, Founded, Founded”  =  “ก่อตั้ง, สร้าง, สถาปนา, วางรากฐาน”   โดยลดรูปมาจากอนุประโยค  “………….., which was founded in 1636”  ส่วน  “Find, Found, Found”  =   “พบ, ค้น, ค้นพบ, ค้นหา, เจอ

 

10. I prefer reading to ______________________________________________________.

(ผมชอบการอ่านมากกว่า ________________________________________________)

(a) write

(b) to write

(c) writing    (การเขียน)

(d) to writing

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้ให้สมดุลกับ  “Reading”   ทั้งนี้   “Prefer”  สามารถตามด้วย   “Gerund” (Verb + ing)   หรือ  “Infinitive with to” (To + verb 1)   ก็ได้   โดยมีความหมายเหมือนกัน   ดังนั้น  ประโยคข้างบน  อาจใช้อีกอย่างหนึ่ง   คือ

  • I prefer to read to to write.  

(อย่างไรก็ตาม  ไม่นิยมใช้โครงสร้างนี้  เนื่องจากมี  “To”  ถึง    ตัว)

                            กริยาต่อไปนี้ สามารถตามด้วย   “Infinitive with to” (To + Verb 1)  หรือ  “Gerund” (V. + ing)   แล้วความหมายเหมือนกัน  ได้แก่   “Begin,  Start,  Continue  (ทำต่อไป),  Like,  Dislike  (ไม่ชอบ, เกลียด),  Love,  Hate  (เกลียด),  Propose  (เสนอ),  Prefer  (ชอบมาก กว่า),  Help,  Intend  (ตั้งใจ),  Fear,  Attempt  (พยายาม),  Bear  (ทน)”   เช่น

  • They started to play football. (= They started playing football.)

(เขาเริ่มเล่นฟุตบอล)

  • She likes to dance. (= She likes dancing.)

(เธอชอบการเต้นรำ)

  • We continued to study for our exam. (= We continued studying for our exam.)

(เราเรียนต่อไปเพื่อการสอบ)

  • She hates to stay in a dirty place. (= She hates staying in a dirty place.)

(เธอเกลียดการพักในสถานที่สกปรก)

 

11. When a motor tyre (= tire) is fully inflated, it is ____________________ considerable pressure.

(เมื่อยางรถยนต์ถูกสูบลมเข้าไปจนเต็ม,  มันอยู่ __________ ความดัน  -  หรือแรงดัน  -  อย่างมากมาย)

(a) having

(b) with

(c) under   (ภายใต้)

(d) above

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Under pressure” =  “ภายใต้แรงดัน หรือความกดดัน” 

                                 สำหรับวลีที่ใช้กับ  “Under”  ได้แก่  “under his arm”  (หนีบอยู่ใต้รักแร้),  “in his hand”  (อยู่ในมือ),  “under age”  (อายุน้อยเกินไป, ยังไม่โตพอ, ยังไม่บรรลุนิติภา วะ), “under arrest” (ถูกจับกุมโดยตำรวจ),  “under cover” (ภายใต้กำบัง, อย่างซ่อนเร้น, อย่างปิดบังอำพราง), (The prisoners escaped under cover of darkness. – นักโทษหลบหนีไปภายใต้กำบังของความมืด หรือ โดยซ่อนเร้นไปกับความมืด)  “under fire” (ถูกยิงหรือถูกโจมตี, ถูกโจมตีด้วยอาวุธปืนหรือคำพูด),  “under one’s breath” (ในแบบกระซิบ, ด้วยเสียงที่แผ่วเบา),  (I told Jim the news under my breath, but Tom overheard me.  –  ผมบอกข่าวแก่จิมด้วยเสียงที่แผ่วเบาหรือแบบกระซิบ  แต่ทอมแอบได้ยินผมพูด), “under one’s nose  (= under the nose of)”   อยู่ในสายตา, เห็นอยู่ตำตา, ต่อหน้าต่อตา,  อยู่ในที่ที่สามารถมองเห็นหรือสังเกตเห็นได้ง่าย, (The thief walked out of the museum with the painting, right under the nose of the guards. – เจ้าขโมยเดินออกไปจากพิพิธภัณฑ์พร้อมกับภาพวาด  ต่อหน้าต่อตา รปภ. เลยทีเดียว  -   โดยที่ รปภ. ไม่เห็น),  “under one’s wing”  (ภายใต้การดูแลเอาใจใส่ หรือปกป้องคุ้มครองของ,  “under the circumstances  (= in the circumstances)”  (ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่, ในสภาวะปัจจุบัน, ตามที่สิ่งต่างๆเป็นอยู่),  “under the sun”  (บนโลกนี้, ในโลกนี้  -  ใช้เพื่อแสดงการเน้น), (The President’s assassination shocked everyone under the sun.    การลอบสังหารท่านประธานาธิบดีทำให้ทั้งโลกตกตะลึง), (Where under the sun could I have put my purse?  –  ไม่รู้ว่าผมเอากระเป๋าสตางค์ไปวางไว้ที่ไหนบนโลกนี้), “under the counter”  (แอบซื้อหรือขายกันอย่างลับๆ  –  เปรียบเหมือนใต้เคาน์เตอร์), (The liquor dealer was arrested for selling beer under the counter to teenagers.  –  คนขายสุราถูกตำรวจจับเพราะขายเบียร์ให้เด็กวัยรุ่นอย่างผิดกฎหมาย   -   คือลักลอบขาย),  “under the table”  (ใต้โต๊ะ),  “under the bench”  (ใต้ม้านั่ง),  “under the blanket”  (ใต้ผ้าห่ม หรือห่มผ้าห่ม),  “under the earth (the ground)”  (ใต้ดิน),  “under the sea”  (ใต้ทะเล),   “under difficult circumstances”  (ภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบาก), “China under Chairman Mao”  (จีนภายใต้การปกครองของประ ธานเหมา), “Vietnam under communist rule”  (เวียดนามภายใต้การปกครองระบอบคอมมิวนิสต์),  “under capitalism”  (ภายใต้ระบอบทุนนิยม),  “under repair” (กำลังอยู่ระหว่างการซ่อมแซม),  “under investigation” (กำลังอยู่ระ หว่างการสืบสวน-สอบสวน),  “under construction”  (กำลังอยู่ระหว่างการก่อ สร้าง),  “under discussion”  (กำลังอยู่ระหว่างการปรึกษาหารือกัน), “under supervision”  (ภายใต้การกำกับดูแล)  “under cultivation” (กำลังอยู่ระหว่างการเพาะปลูก),  “under surveillance” (อยู่ภายใต้การสอดส่องดูแล-สำรวจตรวจตรา),  “under attack”  (ถูกโจมตี),  “under guard” (ได้รับความคุ้มครอง),  “under suspicion” (ถูกระแวงสงสัย),  “under his influence”  (ภายใต้อิทธิพลของเขา),  “under the impression” (มีความประทับใจ),  “under the assumption”  (มีหรือภายใต้ข้อสมมติฐาน),  “under pressure”  (อยู่ภายใต้ หรือได้รับความกดดัน),  “under stress” (อยู่ภายใต้ หรือได้รับความเครียด),  “under immediate threat”  (อยู่ภายใต้ หรือได้รับการคุกคาม-อันตรายโดยตรง),  “under treatment”  (ได้รับการเยียวยารักษา),  (He is under treatment for an ulcer.)  –   (เขากำลังได้รับการเยียวยารักษาแผลพุพอง-เน่าเปื่อย),  “under his real name”  (เขียนหนังสือ) โดยใช้ชื่อจริง  -  มิได้ใช้นามแฝงหรือชื่อคนอื่น),  “land under cash crops”  (ที่ดินที่กำลังใช้ปลูกพืชเศรษฐกิจ),  “He studied under Professor Thomas.”  (เขาเรียนภายใต้การสอนโดยอาจารย์โทมัส),  “John worked under his supervisor.” (จอห์นทำงานภายใต้การสอนหรือกำกับของผู้ควบคุมดูแลของเขา),  “I’ve got two clerks under me in my section.”  (ผมมีเสมียนเป็นลูกน้อง  ๒  คนในแผนก),  “children under 12”  (เด็กอายุต่ำกว่า  ๑๒),  “expenditure under $ 10 million”  (ค่าใช้จ่ายต่ำกว่า  ๑๐  ล้านเหรียญ),   “under retirement age”  (อายุต่ำกว่าวัยเกษียณ  คือ ต่ำกว่า  ๖๐  ปี)  เป็นต้น

 

12. I try to cut down the production cost, thereby ______________ to invest in another project.

(ผมพยายามที่จะตัดทอนต้นทุนการผลิต, (และ) ดังนั้น __________ ที่จะลงทุนในอีกโครงการหนึ่ง)

(a) to save a lot of money

(b) saving a lot of money    (ประหยัดเงินได้มากมาย)

(c) being saved a lot of money

(d) a lot of money saved

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “……....….. cost, which thereby saved a lot of money ……...……” 

 

13. My teacher has _____________________________________ patience with the students.

(ครูของผมมีความอดทน _________________________________________ กับเด็กนักเรียน)

(a) very    (มาก)  (ใช้นำหน้าคำคุณศัพท์ และกริยาวิเศษณ์)  (very big, poor, rich, hot, cold, difficult, carefully, rapidly, powerfully)

(b) too    (มากเกินไป)  (ใช้นำหน้าคำคุณศัพท์ และกริยาวิเศษณ์)  (too bad, too small, too weak, too poor, too quickly, too slowly)

(c) a lot of    (มากมาย)  (ใช้ทั้งกับนามนับไม่ได้  และนามนับได้พหูพจน์)

(d) many    (มากมาย, หลาย)  (ใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Patience”  (ความอดทน)  เป็นนามนับไม่ได้  ต้องใช้กับ  “a lot of, lots of, much, a great (good) deal of, a large (great) amount of  ในกรณีหมายถึง  “มาก

 

14. The Queen always _________________________________ when she opens Parliament.

(พระราชินี _________________________________________ เสมอ เมื่อพระองค์เปิดรัฐสภา)

(a) does speech

(b) makes speech

(c) give a speech    (กล่าวสุนทรพจน์)

(d) makes a speech    (กล่าวสุนทรพจน์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   สุนทรพจน์ เป็นคำนามเอกพจน์ นับได้  จึงต้องมี  “A”  นำหน้า  สำหรับ  ข้อ  (c)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น  “gives a speech”  เนื่องจากประธานของประโยค  (The Queen)  เป็นเอกพจน์  กริยาจึงต้องเติม  “S

                                    สำหรับวลีที่ต้องใช้  “A, An”  ได้แก่  “Take a seat”  (นั่ง),  “Take a break”  (พัก, หยุดพัก),  “Take a back seat”  (ยอมเป็นผู้ตาม, เป็นช้างเท้าหลัง), “Take a good look”  (มองให้เต็มตา),  “Take a good picture”  (ถ่ายรูปสวย, ถ่ายรูปขึ้น),  “Take a bad picture”  (ถ่ายรูปไม่สวย, ถ่ายรูปไม่ขึ้น),  “Take a hand in”  (มีส่วนร่วม, ช่วยเหลือใน),  “Take a stand”  (ประกาศความสำคัญของตนเอง, ประกาศจุดยืน),  “Take a person at his word  (เชื่อคำพูดคน ๆนั้น),  “Once in a while  (เป็นครั้งคราว, เป็นบางโอกาส),  “Once in a blue moon” (นานทีปีหน, นานๆ ครั้ง),  “Once upon a time”  (กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว),  “Have a walk”  (เดิน),  “Have a haircut”  (ตัดผม),  “Have an idea”  (มีความคิด),  “Take (Have) a bath”  (อาบน้ำ),  “Take a shower”  (อาบน้ำ), “Make (Give) a speech”  (กล่าวสุนทรพจน์),  “Give a bath”  (อาบน้ำให้), “Make a change”  (เปลี่ยนแปลง),  “Make an exchange”  (แลกเปลี่ยน), “Give (Express) an opinion”  (แสดงความคิดเห็น),  “Give an idea”  (ให้ความคิด),  “Give a kiss”  (จูบ),  “Take a pride”  (ภาคภูมิใจ),  “Take a rest”  (พักผ่อน),  “Do a favor”  (ช่วยเหลือ),  “Give an answer”  (ตอบ), “Make a decision”  (ตัดสินใจ),  “Come to a decision”  (ตกลงใจ, ตัดสินใจ), “Make a suggestion”  (แนะนำ),  “Make a statement”  (กล่าว, พูด), “Make an announcement”  (ประกาศ),  “Make a discovery”  (ค้น พบ),  “Make a choice”  (เลือก),  “Make a good doctor”  (เป็นหมอที่ดี),  “Make you a good secretary”  (เป็นเลขานุการที่ดีของคุณ),  “Go for a walk”  (ไปเดินเล่น), “Go for a drive”  (ไปขับรถ),  “Have a headache”  (ปวดหัว),  “Have a cough”  (มีอาการไอ),  “Have a cold”  (เป็นหวัด),  “Have a toothache”  (ปวดฟัน),  “Have an earache”  (เจ็บหู, ปวดหู),  “Have a sore throat”  (เจ็บคอ), “Have a pain”  (มีความเจ็บปวด),  เป็นต้น

 

15. A number of people ______________________________________ in this year’s election.

(ประชาชนจำนวนมาก ____________________________________ ในการเลือกตั้งสำหรับปีนี้)

(a) is active

(b) are active    (กระตือรือร้น-สนใจ,  ตื่นตัว)

(c) is being active

(d) being active

ตอบ    -    ข้อ   (b)   ดูคำอธิบาย  “A number of”  (จำนวนมาก)   และ  “The number of”   (จำนวนของ.....................)  จากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่

  • The number of _________________________ one has depends upon one’s kindness. 

(จำนวนของ ______________________ ที่คนเรามี  ขึ้นอยู่กับความเมตตากรุณา-ใจดีของเขา)

(a) friend

(b) friends   (เพื่อน)

(c) friendly   (เป็นมิตร)

(d) friendship   (มิตรภาพ)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “The number of + Noun (นับได้ พหูพจน์)”  หมายถึง  “จำนวนของ.....................”  ถือเป็นเอกพจน์  (จำนวนรวมทั้งหมด)  และต้องใช้กับกริยาที่เป็นเอกพจน์ด้วย   (Is, Has, Depends)

                                         ตัวอย่างที่

  • The number of people who ask questions at the end of the lecture _________ always quite astonishing.

(จำนวนของผู้คนที่ถามคำถามเมื่อตอนเสร็จสิ้นการบรรยาย ____________ น่าประ หลาดใจทีเดียว)  (คือ  บางครั้งก็มีผู้ถามคำถามมากมาย  หรือแทบจะไม่มีคำถามเลย  จนน่าประหลาดใจ  หรือนึกไม่ถึง)

(a) be

(b) is

(c) are

(d) were

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “The number of”  แม้จะตามด้วยคำนามที่เป็นพหูพจน์  (Plural)  แต่ต้องใช้กับกริยาเอกพจน์  (Singular)  ซึ่งในที่นี้คือ  “Is”  เพราะหมายถึง  “จำนวน”  ดังตัวอย่างประโยค  เช่น

  • The number of boys is twenty. 

(จำนวนเด็กผู้ชายคือ ๒๐ คน)

  • The number of people who came to the motor show was quite impressive. 

(จำนวนคนที่มางานมอเตอร์โชว์น่าประทับใจมาก)  (คือ  มากันเยอะแยะ)

                                    สำหรับ  “A number of”  (จำนวนมาก)  ต้องตามด้วยคำนามพหูพจน์  และ ถือเป็นพหูพจน์  จึงต้องใช้กับกริยาพหูพจน์  ดังตัวอย่าง

  • A number of students are in the classroom.

(นักเรียนจำนวนมากอยู่ในห้องเรียน)

  • A number of tourists have visited Thailand over the past few years. 

(นักท่องเที่ยวจำนวนมากได้มาเยือนประเทศไทยในช่วง ปีที่ผ่านมา)

  • A number of women have become executives in both the government and the private sector.

(ผู้หญิงจำนวนมากได้เป็นผู้บริหารทั้งในภาครัฐและเอกชน)

 

16. I select the most difficult jobs for myself, because I find that the more a job challenges me, __________.

(ผมเลือกงานที่ยากที่สุดสำหรับตัวผม  เพราะว่าผมพบว่า   ยิ่งงานท้าทายผมมากขึ้น ________)

(a) I like it the most

(b) the more I am liking it

(c) I like it more

(d) the more I like it    (ผมก็ยิ่งชอบมันมากขึ้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • On enough logical reasons, the fewer seeds, ________________________________.

(ตามเหตุผลที่เป็นไปตามหลักตรรกะอย่างเพียงพอ  ยิ่งเมล็ดน้อย _____________________)

(a) the less plants grow

(b) the fewer plants    (ก็ยิ่งต้นไม้ (หรือพืช) น้อย)  (ความหมาย คือ  ยิ่งหว่านเมล็ดลงไปน้อย  ก็ยิ่งได้ต้นไม้น้อย)

(c) the less plants

(d) the plants the fewer

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Fewer”  (น้อยกว่า)  มาจาก  “Few”  ต้องใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์  ส่วน  “Less”  (น้อยกว่า)  มาจาก  “Little”  ใช้กับคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)   ในประโยคข้างบน  “Seeds”  และ  “Plants”  เป็นนามนับได้  พหูพจน์  จึงต้องตัด  ข้อ  (a)  และ  (c)  ทิ้งไป  สำหรับการเรียงโครงสร้าง  “ยิ่ง..................ก็ยิ่ง.....................” ดูจากตัวอย่างข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่  

  • The longer you stay here, _______________________________________________.

(ยิ่งคุณพักอยู่ที่นี่นานยิ่งขึ้น  ______________________________________________)

(a) it will be better

(b) it will be the better

(c) the better will it be

(d) the better it will be    (มันก็ยิ่งดีมากขึ้น)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “The + Adjective  (ขั้นกว่า)  + Subject + Verb,  the + Adjective  (ขั้นกว่า)  + Subject + Verb”  หรือ  แบบย่อๆ  เช่น

  • The sooner, the better.   (ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี)
  • The more, the merrier.   (ยิ่ง (คน) มาก  ก็ยิ่งสนุก)
  • The slower, the safer.   (ยิ่งช้า  ก็ยิ่งปลอดภัย)
  • The longer, the higher price.   (ยิ่งนานไป  ก็ยิ่งราคาสูงขึ้น)

                                         ตัวอย่างที่  

  • The older he grows, __________________________________________ he becomes.

(ยิ่งเขาอายุมากขึ้น  เขาก็ _______________________________________________)

(a) more foolish

(b) foolish

(c) foolisher    (ไม่มีใช้รูปนี้)

(d) the more foolish    (ยิ่งโง่มากขึ้น)

ตอบ  -  ข้อ   (d)

                                         ตัวอย่างที่     (จงเลือกข้อที่ผิดไวยากรณ์จากข้อ  ๑ – ๔)

  • Sometimes (1) the more we attempt to explain (2) our mistake, the (3) worst our story (4) sounds.  

(บางครั้ง  ยิ่งเราพยายามที่จะอธิบายความผิดของเรา (คือแก้ตัว)  เรื่อง (ที่พูดแก้ตัว) ของเรา  ก็ดูเหมือนว่ายิ่งเลวร้ายมากยิ่งขึ้น)

ตอบ   –   ข้อ   (3)   แก้เป็น  “Worse”  (มาจาก  “Bad,  Worse,  Worst” – แย่-เลวร้าย, แย่กว่า-เลวร้ายกว่า, แย่ที่สุด-เลวร้ายที่สุด)  เนื่องจากมาจากรูป  “ยิ่ง...............ก็ยิ่ง................”   โดยมีโครงสร้าง  คือ  (The + Adjective (ขั้นกว่า)  + Subject + Verb , the + Adjective (ขั้นกว่า) + Subject + Verb)   เช่น

  • The more one has, the more one wants.

(คนเรายิ่งมีมาก  ก็ยิ่งต้องการมาก)

  • The sooner she arrives, the better it is.

(ยิ่งเธอมาถึงเร็ว  ก็ยิ่งดี)

  • The bigger the house is, the more expensive it is.

(ยิ่งบ้านยิ่งหลังใหญ่ขึ้น  ราคาก็ยิ่งแพงขึ้น)

  • The more he tried to explain, the less she understood him.

(ยิ่งเขาพยายามอธิบายมากยิ่งขึ้น  เธอก็ยิ่งเข้าใจเขาน้อยลง)

  • The more the people come to our party, the funnier it will be.

(ยิ่งคนมางานเลี้ยงของเรามากขึ้น  มันก็ยิ่งสนุกมากขึ้น)

  • The heavier the boxes are, the more difficult it is to carry them.

(ยิ่งกล่องยิ่งใหญ่ขึ้น  ก็ยิ่งแบกมันลำบากมากยิ่งขึ้น)

  • The more he loves her, the less she loves him.

(ยิ่งเขารักเธอมากขึ้น  เธอก็ยิ่งรักเขาน้อยลง)

  • The more money we gave them, the more (money) they wanted from us. 

(ยิ่งเราให้เงินเขามากขึ้น  เขาก็ยิ่งต้องการ (เงิน) จากเรามากขึ้น)

  • The more we read, the wiser we become.

(ยิ่งเราอ่านมากขึ้น  เราก็ยิ่งฉลาดมากขึ้น)

  • The more loan he takes, the deeper he is in debt.

(ยิ่งเขากู้เงินมากขึ้น  เขาก็ยิ่งเป็นหนี้มากขึ้น)

 

17. This is the way ____________________________________________ it ought to be done.

(นี่เป็นวิธี _____________________________________________________ มันควรจะถูกทำ)

(a) of which

(b) in which   (ในแบบที่)

(c) of with

(d) in with

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากนิยมใช้  “In”  กับ  “Way”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • You can qualify for a pension in 2 ways.

(คุณสามารถมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะรับบำเหน็จบำนาญ  ใน  วิธีด้วยกัน)

  • There are many ways in which the present service can be improved.

(มีหลายวิธีที่จะสามารถปรับปรุงการบริการในปัจจุบันได้)

  • In what way can I help you?

(ผมจะสามารถช่วยคุณได้ในแบบใด)

  • He smiles in a superior way.

(เขายิ้มในแบบที่เหนือกว่าหรือเป็นต่อ)

  • She was brought up in the old ways.

(เธอได้รับการเลี้ยงดู-อบรมมาในแบบโบราณ)

  • Breast feeding is valuable in a number of ways.

(การให้ทารกกินนมจากเต้า  มีคุณค่าในหลายประการ)

  • The job was changing me in a way that I had not in the least expected.

(งานกำลังเปลี่ยนผม  ในแบบที่ว่าผมไม่ได้คาดคิดมาก่อนแม้แต่น้อย)

  • Do you remember the way in which the boat leaked?

(คุณจำได้ถึงวิธีที่เรือมันรั่วหรือเปล่า)  (เช่น เอียงไปทางซ้าย-ขวา, มีคนโดยสารมากเกินไป, หรือชนกับเรืออีกลำ ฯลฯ)

  • A large tree was in the way.

(มีต้นไม้ใหญ่ขวางหน้าเราอยู่นะ)  (เช่น  ขวางทางเดิน หรือทางรถวิ่ง)

 

18. According to his neighbors, old Mr. William __________ himself at the age of eighty-three to learn German.

(ตามที่เพื่อนบ้านของเขาบอก, มิสเตอร์วิลเลียมผู้ชรา __________ ด้วยตนเอง  เมื่ออายุ  ๘๓  ปี  ที่จะเรียนรู้ภาษาเยอรมัน)

(a) did an effort

(b) made an effort    (พยายาม, ทำความพยายาม)

(c) used an effort

(d) tried an effort

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมวลีที่ต้องใช้   “A”  หรือ  “An”  ในข้อ    ของข้อสอบชุดนี้

 

19. Those were the soldiers ____________________________________ to save the country.

(เหล่าโน้นคือทหาร ____________________________________ รักษา (ป้องกัน) ประเทศ)

(a) whose responsibility it was    (ผู้ซึ่งความรับผิดชอบของพวกเขา  คือ)

(b) whose was the responsibility

(c) from whom the responsibility came

(d) in whom there was a responsibility

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ต้องใช้   “Whose”  เนื่องจากแสดงความเป็นเจ้าของ  (ความรับผิดชอบของพวกเขา)  และ  “Whose + Noun”   เช่นในประโยคข้างล่าง

  • The man whose house was burnt down is my teacher.

(ผู้ชายซึ่งบ้านของเขาถูกไฟไหม้  เป็นครูของผม)

  • The woman whose car was stolen reported it to the police.

(ผู้หญิงซึ่งรถของเธอถูกขโมย  แจ้งความกับตำรวจ)

  • The boy whose sister is sick is here.

(เด็กชายซึ่งพี่สาวของเขาป่วย  อยู่ที่นี่แล้ว)

  • The student whose family is rich will further his study abroad.

(นักเรียนซึ่งครอบครัวของเขาร่ำรวย  จะไปเรียนต่อต่างประเทศ)

 

20. Have you a book about ___________________________________________________?

(คุณมีหนังสือเกี่ยวกับ _______________________________________________ ไหม)

(a) to fish    (ตกปลา)

(b) fishing    (การตกปลา)

(c) the fishing

(d) the fishery   (การทำประมง)

ตอบ  -  ข้อ   (b)   หลัง  “About”  (เกี่ยวกับ)  ซึ่งเป็น  “Preposition”  ต้องเป็นคำนาม  สำหรับข้อ  (d)  เป็นคำนามเช่นเดียวกัน  แต่เนื่องจากข้อความมิได้เน้น  หรือชี้เฉพาะลงไปว่า  เป็นการประมงที่ใด-ของใคร  จึงไม่ต้องใช้  “The”  นำหน้า  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Have you any books about _____________________________________________?

(คุณมีหนังสือเกี่ยวกับ ___________________________________________ บ้างไหม)

(a) die

(b) to die   (ตาย)  (เป็นคำกริยา)

(c) death   (เดธ)  (ความตาย)  (เป็นคำนาม)

(d) dead   (เดด)  (ตาย, ไม่มีชีวิต)  (เป็นคำคุณศัพท์)

ตอบ  -  ข้อ  (c)   เนื่องจากหลัง  “Preposition” (About  =  เกี่ยวกับ)  ต้องเป็นคำนาม  หรือ  “Gerund”  (Verb + ing)

                                        ตัวอย่างที่ 

  • Do you think that that party is capable of _________________________ the country?

(คุณคิดว่าพรรคการเมืองนั้น   สามารถ __________________________ ประเทศหรือเปล่า)

(a) government

(b) governed

(c) governing    (ปกครอง, บริหาร)

(d) govern

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หลัง  “Preposition” (In, On, At, By, Of, Before, After, Without, etc.)  ต้องตามด้วยคำนาม  หรือ  “Gerund” (Verb + ing)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่  

  • She raced by in a car, with her hair _________________________________ behind.

(เธอขับรถผ่านมาด้วยความเร็ว  โดยผมของเธอ _________________________ ไปข้างหลัง)

(a) streamed

(b) streams

(c) streaming    (สะบัดพลิ้ว)

(d) stream

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจากอยู่หลัง  “Preposition” {“With” (her hair}  จึงต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)

                                         ตัวอย่างที่  

  • I get tired of cleaning the house and ___________________ to the market every day.  

(ผมเบื่อการทำความสะอาดบ้านและ (เบื่อ) ________________________ ไปตลาดทุกวัน)

(a) ran

(b) run

(c) to run

(d) running    (การวิ่ง)

ตอบ  -   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องใช้ให้สมดุลกับ  “Cleaning”   โดยถือว่าตามหลัง  “Preposition” (Of)  เหมือนกันทั้ง คำ  ดูการใช้  “Gerund” (Verb + ing)  เมื่อตามหลัง  “Preposition” {ทำหน้าที่เป็นกรรมของ  “Preposition”}  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • He is interested in collecting stamps.

(เขาสนใจกับการสะสมแสตมป์)

  • She was surprised at finding her lost ring.

(เธอประหลาดใจกับการพบแหวนที่หาย)

  • They are fond of reading.

(พวกเขาชอบการอ่าน)

  • We came here by taking a taxi.

(เรามาที่นี่โดยการนั่งรถแท็กซี่)

  • This equipment is for gardening.

(อุปกรณ์นี้สำหรับการทำสวน)

  • They kept on playing football till night came.

(พวกเขาเล่นฟุตบอลต่อไปจนกระทั่งราตรีมาเยือน)

  • They left without saying goodbye to us.

(พวกเขาจากไปโดยมิได้กล่าวคำอำลากับเรา)

  • She locked the door before going out.

(เธอล็อคประตูก่อนออกไป)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป