หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 268)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

สำหรับ ข้อ ๑ – ๓

 

Nick     :  Excuse me.  Can you tell me where I can find manila envelopes ?

Grace  :  They’re on Aisle 6, on the shelf below the printer paper.  And   you’re in luck.  They’re on sale

                    this week for 20% off.

Nick     Great.  I always love to save money.

Grace  If you don’t see the style you want, I’d happy to order some for you, and you’d still get the 20%

                   discount if you order today.

 

(คำแปล)

นิค     :  ขอโทษครับ  คุณจะสามารถบอกผมได้ไหมว่าผมจะหาซองจดหมาย (ซองกระดาษ, สิ่งห่อหุ้ม,

               เปลือกหุ้ม) (envelopes) ที่ทำจากป่านมนิลาได้ที่ไหนครับ

เกรซ  :  มันอยู่ที่ทางเดินเป็นช่องๆ ในซูเปอร์มาเก็ตหรือร้านขายเครื่องเขียน (ทางเดินระหว่างที่นั่งใน

               โบสถ์, โรงหนัง, เครื่องบิน) (Aisle) หมายเลข ๖, บนชั้นใต้กระดาษพิมพ์ค่ะ  และคุณโชคดี

               (you’re in luck) นะ  ซองฯ ขายลดราคา ๒๐ เปอร์เซ็นต์สัปดาห์นี้ค่ะ

นิค     :  ดีมากเลย  ผมชอบประหยัดเงินเสมอครับ

เกรซ  :  ถ้าคุณไม่เจอชนิด (รูปแบบ, ลักษณะ, ท่าทาง, สำนวน) (style) (ของซอง) ที่คุณต้องการ  ฉันจะ

               มีความสุขที่จะสั่งซื้อมันให้คุณค่ะ  และคุณจะยังคงได้ลดราคา ๒๐ เปอร์เซ็นต์ถ้าคุณสั่งซื้อวันนี้ค่ะ

 

1. Where does this conversation take place ?

(การสนทนานี้เกิดขึ้นที่ไหน)

(a) An airport.    (สนามบิน)

(b) A post office.    (ที่ทำการไปรษณีย์)

(c) A stationery.    (ร้านขายเครื่องเขียน,  เครื่องเขียน)  (เนื่องจากขายสินค้าซองจดหมาย-ซอง

      กระดาษ, กระดาษพิมพ์)

(d) A computer store.    (ร้านขายคอมพิวเตอร์)

(e) A bank.    (ธนาคาร)

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

2. What is Nick looking for ?

(นิคกำลังมองหาอะไร)

(a) A plane ticket to the Philippines.    (ตั๋วเครื่องบินไปประเทศฟิลิปปินส์)

(b) Manila paper.    (กระดาษสีน้ำตาลอ่อนทำจากป่านมนิลา)

(c) A pot of vanilla.    (พืชไม้เลื้อยเมืองร้อนจำพวกวานิลลากระถางหนึ่ง)

(d) Manila envelopes.    (ซองกระดาษทำจากป่านมนิลา)  (นิคถามเกรซว่าเขาจะสามารถหาสิ่งนี้ได้

       ที่ไหน)

(e) A place where he can save his money.    (สถานที่ที่เขาสามารถเก็บเงินได้)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

3. What does Grace offer to do ?

(เกรซเสนอที่จะทำอะไร)

(a) Order manila paper for Nick.    (สั่งซื้อกระดาษมนิลาให้นิค)

(b) Find manila envelopes for Nick.    (หาซองมนิลาให้นิค – หมายถึงหาในร้าน)

(c) Sell envelopes at half price if Nick buy them today.    (ขายซองครึ่งราคา  ถ้านิคซื้อมันวันนี้)

(d) Sell Nick printer paper at a 20% discount price.    (ขายกระดาษพิมพ์ให้นิคโดยลดราคา ๒๐ เปอร์เซ็นต์)

(e) Order manila envelopes for Nick.    (สั่งซื้อซองกระดาษมนิลาให้นิค)  (ดูจากข้อความที่เกรซพูด 

       “ถ้าคุณไม่เจอชนิดที่คุณต้องการ  ฉันจะมีความสุขที่จะสั่งซื้อมันให้คุณค่ะ ...............)

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

4. Floyd     :  What was it you wanted to talk to me about yesterday ?

     Debbie  Never mind, it wasn’t important.

Question  What does Debbie mean ?

(a) Floyd should ask for what he wants.    (ฟลอยด์ควรขอในสิ่งที่เขาต้องการ)

(b) Floyd should pay more attention to her.    (ฟลอยด์ควรเอาใจใส่เธอมากขึ้น)

(c) Floyd should find more important things to talk about.    (ฟลอยด์ควรหาเรื่องสำคัญมากขึ้นมาพูดคุย)

(d) Floyd should disregard what she said.    (ฟลอยด์ไม่ควรใส่ใจ-เอาใจใส่-สนใจกับสิ่งที่เธอพูด

       (ดูจากข้อความที่เด็บบี้พูด  “ไม่เป็นไร  มันไม่สำคัญหรอกค่ะ)

(e) Floyd should never mind talking to her.    (ฟลอยด์ไม่ควรรังเกียจการพูดคุยกับเธอ)

(คำแปล)

ฟลอยด์  :  คุณต้องการคุยกับผมเกี่ยวกับเรื่องอะไรเมื่อวานนี้ครับ

เด็บบี้      :  ไม่เป็นไร  มันไม่สำคัญหรอกค่ะ

คำถาม  :  เด็บบี้หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

5. Calvin  :  The library is offering a new service.  It has something to do with a computer.

     Sarah   I know what it is.  For twenty-five dollars they will make a computer search of bibliographic

                       materials on a given topic. 

Question  What does the library provide ?

(a) A news program.    (รายการข่าว)

(b) Research topics.    (หัวข้อการวิจัย)

(c) Bibliographies.    (บรรณานุกรม,  รายชื่อเอกสารอ้างอิง)  (ดูจากข้อความที่ซาร่าห์พูด  “...........

       ห้องสมุดจะใช้คอมพิวเตอร์สำรวจหารายชื่อเอกสารอ้างอิง (หนังสือบรรณานุกรม) ตามหัวข้อที่ต้อง

       การให้)

(d) A dating service.    (บริการนัดหมายให้ชาย-หญิงมาพบกัน)

(e) An inter-library loan service.    (บริการให้ยืมหนังสือระหว่างมหาวิทยาลัย)

(คำแปล)

คาลวิ่น  :  ห้องสมุดกำลังเสนอให้บริการใหม่  มันเกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ครับ

ซาร่าห์  :  ฉันทราบว่ามันคืออะไรค่ะ  ถ้าจ่ายเงิน ๒๕ ดอลลาร์  ห้องสมุดจะใช้คอมพิวเตอร์สำรวจหารายชื่อ

                  เอกสารอ้างอิง (หนังสือบรรณานุกรม, รายชื่อหนังสือเฉพาะเรื่องหรือกลุ่มเรื่อง, รายชื่อผลงาน

                  เขียนของนักเขียนคนหนึ่ง) (bibliographic materials) ตามหัวข้อที่ต้องการให้ (แก่ผู้จ่าย

                  เงิน) ค่ะ

คำถาม  :  ห้องสมุดจัดหาให้อะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

****หมายเหตุ  –  “Interlibrary loan”  คือ บริการการให้ยืมหนังสือระหว่างมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ และแคนาดา  อาจเป็นระหว่างมหาวิทยาลัยในประเทศ  หรือข้ามประเทศ (ของระหว่าง ๒ ประเทศนี้ที่มีข้อตกลงกัน)  เช่น  นักศึกษาในมหาวิทยาลัยในแคนาดาต้องการยืมหนังสือ (เอกสารวิจัย, วิทยานิพนธ์ ฯลฯ) เล่มหนึ่งในมหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ  ก็เพียงแต่แจ้งยืมที่เคาน์เตอร์ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยของตนเหมือนการยืมตามปกติ  แล้วมหาวิทยาลัยของเขาก็จะส่งอี-เมลไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆ ในสหรัฐฯ เพื่อสอบถามว่ามีหนังสือเล่มนั้นๆ หรือไม่  เมื่อพบหนังสือเล่มนั้นแล้ว  มหาวิทยาลัยดังกล่าวก็จะส่งวัสดุที่ขอยืม  ซึ่งอาจเป็นหนังสือ, วิทยานิพนธ์ในแบบเป็นเล่มหรือซีดี, ไมโครฟิล์ม (ของหนังสือ, งานวิจัย, วิทยานิพนธ์ ฯลฯ) หรืออื่นๆ  มาให้มหาวิทยาลัยในแคนาดาผู้ขอยืม  แล้วมหาวิทยาลัยก็จะแจ้งให้นักศึกษาผู้ขอยืมทราบเพื่อมารับหนังสือ  สำหรับระยะเวลาตั้งแต่เริ่มขอยืมหนังสือและหนังสือเดินทางมาถึง  มักไม่เกิน ๑๐ วัน  (ในกรณีที่สามารถระบุชื่อมหาวิทยาลัยที่มีหนังสือ-เอกสาร-งานวิจัยที่ต้องการยืม  อาจได้รับสิ่งเหล่านี้ภายใน ๓ วัน) ส่วนระยะเวลาที่สามารถยืมหนังสือไปครอบครองได้  จะถูกกำหนดโดยมหาวิทยาลัยเจ้าของหนังสือ  วิธียืมหนังสือแบบนี้  ถือเป็นบริการที่ทันสมัยและสะดวกรวดเร็ว  และเป็นที่นิยมใช้ของนักศึกษาในสหรัฐฯ และแคนาดา

 

6. Larry   Would you like to possess your own business ?

     Nancy  :  I wouldn’t mind a bit.   

Question  What did Nancy mean ?

(a) She couldn’t make up her mind.    (เธอไม่สามารถตัดสินใจได้)

(b) She doesn’t have time for a job.    (เธอไม่มีเวลาสำหรับงาน)

(c) She has a mind of her own.    (เธอมีความคิดเห็น-เหตุผลของเธอเอง)

(d) She doesn’t mind conducting business transactions with Larry.    (เธอไม่รังเกียจที่จะทำธุรกิจกับลาร์รี่)

(e) She would like to have a company of her own.    (เธออยากมีบริษัทเป็นของเธอเอง)  (เมื่อลาร์รี่

       ถามว่าเธออยากมีธุรกิจของตัวเองหรือไม่  แนนซี่ตอบว่าเธอไม่รังเกียจเลย)

(คำแปล)

ลาร์รี่    :  คุณอยากเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองหรือเปล่าครับ

แนนซี่  :  ฉันมิได้รังเกียจแม้แต่น้อยค่ะ

คำถาม  :  แนนซี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน