หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 25)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุด)

 

1. Someone calls your office and asks to speak to your boss.  You say, “_________________”

(ใครบางคนโทรฯ มาที่ทำงานของคุณ  และขอพูดกับเจ้านายของคุณ  คุณพูดว่า  “________)

1. Who are you?    (คุณเป็นใคร)  (ไม่สุภาพ)

2. What do you want?    (คุณต้องการอะไร)  (ไม่สุภาพ)

3. Could I have your name, please?    (ขอทราบชื่อคุณด้วยครับ)  (เพื่อเรียนให้เจ้านายทราบ)

4. Would you please call me again?    (โปรดโทรฯ มาหาผมอีกได้ไหม)  (ไม่เข้ากับสถานการณ์)

ตอบ  -  ข้อ 

 

2. You are in class and need to go to the toilet.  You say to your teacher, “________________”

(คุณอยู่ในชั้นเรียนและต้องการไปห้องน้ำ  คุณพูดกับครูว่า  “______________________)

1. Must I go out now, please?    (ผมต้องออกไปตอนนี้ใช่ไหม)

2. I want to go away now.    (ผมต้องการไปตอนนี้)  (ไม่สุภาพ)

3. Just a moment, please.    (โปรดรอประเดี๋ยวนึงนะ)  (ไม่เข้ากับสถานการณ์)

4. May I leave the room?    (ผมขอออกไปนอกห้องได้ไหมครับ)

ตอบ  -  ข้อ 

 

3. The students are very noisy.  The teacher says, “_________________________________”

(นักเรียนส่งเสียงดังมาก  ครูพูดว่า  “________________________________________)

1. Keep quiet.    (เงียบๆ หน่อย)

2. Speak up.    (พูดดังๆ หน่อย)

3. Come down.    (ลงมาข้างล่างนี่)

4. Stay calm.    (ใจเย็นๆ, ไม่ต้องตื่นตระหนก)

ตอบ  -  ข้อ 

 

4. Your friend is about to cross the street and he doesn’t see a fast-approaching car.  You shout, “__

___________”

(เพื่อนของคุณกำลังจะข้ามถนน  และเขามองไม่เห็นรถยนต์ที่กำลังวิ่งใกล้เข้ามาอย่างเร็ว,  คุณตะโกนว่า  “____________”)

1. Hurry up!    (เร็วๆ เข้า)

2. Run fast!    (วิ่งเร็วๆ)

3. Watch out!    (ระวัง)

4. Look up!    (เงยหน้าขึ้น)  (“Look out”  =  ระวัง)

ตอบ  -  ข้อ 

 

5. You see two tourists standing on the street looking at a map and you think they are lost.  You say, “____________”

(คุณเห็นนักท่องเที่ยว ๒ คนยืนอยู่บนถนนและกำลังดูแผนที่  และคุณคิดว่าพวกเขาหลงทาง,  คุณพูดว่า  “________ ___)

1. How did you lose it?    (คุณทำมันหายได้ยังไง)

2. Do you need some help?    (คุณต้องการความช่วยเหลือไหมครับ)

3. Can’t you read a map?    (คุณอ่านแผนที่ไม่เป็นหรือ)  (ไม่สุภาพ)

4. What’s wrong with you?    (เกิดอะไรขึ้นกับคุณหรือครับ)  (มีปัญหาอะไรหรือครับ)  (ใจความสู้ข้อ ๒ ไม่ได้)

ตอบ  -  ข้อ 

 

6. You are in a shop and want to buy a watch but there is no price tag.  You say to the shopkeeper, “____________”

(คุณอยู่ในร้านแห่งหนึ่งและต้องการซื้อนาฬิกา  แต่ไม่มีป้ายบอกราคา,  คุณพูดกับเจ้าของร้านว่า  “____________)

1. What’s the expense?    (ค่าใช้จ่ายเท่าไรนะ)

2. How many do you want?    (คุณต้องการจำนวนเท่าใด)

3. What’s the worth of this watch?    (นาฬิกาเรือนนี้มีคุณค่าอะไร)

4. How much does this cost?    (นาฬิกาเรือนนี้ราคาเท่าไร)

ตอบ  -  ข้อ 

 

7. Your brother is annoying you.  You say, “______________________________________”

(น้องชายของคุณกำลังรบกวนคุณ,  คุณพูดว่า  “_____________________________”)

1. Get lost.    (ไปให้พ้น)

2. Go far.    (ไปไกล)  (ในภาษาอังกฤษต้องใช้ “Go away”  =  “ไปห่างๆ, ไปให้พ้น”)

3. Get back.    (กลับมาซิ)

4. Be gone.    (ไม่ใช้สำนวนพูดในภาษาอังกฤษ)

ตอบ  -  ข้อ 

 

8. You are in a shoe store trying on shoes.  The sales clerk asks you, “__________________”

(คุณอยู่ในร้านรองเท้า  กำลังลอง (สวม) รองเท้าอยู่,  พนักงานขายถามคุณว่า  “__________”)

1. Why are your feet so big?    (ทำไมเท้าของคุณใหญ่จัง)

2. How big are you?    (คุณใหญ่แค่ไหน)  (ใจความไม่ชัดเจน  ไม่รู้ว่าอะไรใหญ่  ถ้าต้องการบอกว่า “เท้าของคุณใหญ่จัง”  ต้องกล่าวเป็นประโยคอุทานว่า  “How big your feet are!”)

3. Are you comfortable?    (คุณรู้สึกสบายดีหรือ)

4. Do they fit?    (รองเท้าใส่พอดีไหมครับ)

ตอบ  -  ข้อ 

 

9. You would like to interrupt someone during a class discussion.  You raise your hand and say, “_____________”

(คุณอยากขัดจังหวะใครบางคนในระหว่างการถกปัญหาในชั้นเรียน  คุณยกมือขึ้นและพูดว่า  “___

__________”)

1. Stop talking and let me speak.    (หยุดพูดแล้วให้ผมพูดบ้าง)

2. Can I say something?    (ผมขอพูดอะไรบ้างได้ไหม)

3. Why don’t you let me talk?    (ทำไมคุณไม่ให้ผมพูดล่ะ)

4. It’s my time now.    (ถึงตา (คราว) ผม (พูด) บ้างแล้วตอนนี้)

ตอบ  -  ข้อ 

 

10. You want to borrow a book from the library.  You say, “___________________________”

(คุณต้องการยืมหนังสือจากห้องสมุด,  คุณพูดว่า  “____________________________”)

1. Please rent this book to me.    (โปรดให้ผมเช่าหนังสือเล่มนี้)

2. Is this book for rent?    (หนังสือเล่มนี้ให้เช่าใช่ไหม)

3. Can I take this book out?    (ผมขอยืมหนังสือเล่มนี้ได้ไหม)  (แปลตรงตัว คือ ผมนำหนังสือเล่มนี้ออกนอกห้องสมุดได้ไหม)

4. Please borrow this book for me.    (โปรดยืมหนังสือเล่มนี้ให้ผมหน่อย)

ตอบ  -  ข้อ 

 

11. You are visiting a friend in the hospital.  When you leave you say, “___________________”

(คุณกำลังเยี่ยมเพื่อนอยู่ในโรงพยาบาล,  เมื่อคุณออกจากโรงพยาบาล  คุณพูดว่า  “________”)

1. Get well soon.    (หายเร็วๆ นะ)

2. Recover better.    (ฟื้นตัวดีขึ้นนะ)  (ไม่ใช้สำนวนนี้  แต่สามารถใช้ว่า  “Recover soon”  หรือ  “หายเร็วๆ นะ”)

3. Get in shape.    (ดูแลรูปร่างนะ)

4. Speed up.    (เร่งมือหน่อย, เร็วๆ หน่อย)

ตอบ  -  ข้อ 

 

12. Your friends have come to see you off at the airport because you will be studying abroad.  Before you get on the plane, you say, “___________”

(เพื่อนๆ ของคุณได้มาส่งคุณที่สนามบิน  เพราะว่าคุณกำลังจะไปศึกษาต่างประเทศ,  ก่อนที่คุณจะขึ้นเครื่องบิน  คุณพูดว่า  “___________”)

1. Wish you were here.    (อยากให้คุณอยู่ที่นี่จัง)  (แต่ในความเป็นจริงคือไม่ได้อยู่)

2. Thank you for coming.    (ขอบคุณที่มาส่ง)

3. Long time to see.    (ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ)

4. Have a good trip.    (ขอให้เดินทางโดยปลอดภัยนะ, ขอให้โชคดีนะ)  (ใช้อวยพรให้คนที่กำลังจะเดินทาง)

ตอบ  -  ข้อ 

 

13. You are in a meeting and it’s getting late.  You say, “__________________.  Let’s meet again tomorrow.”

(คุณกำลังประชุม  และตอนนี้ก็เริ่มค่ำมืดแล้ว,  คุณจึงพูดว่า  “_________ เราประชุมกันอีกครั้งวันพรุ่งนี้เอามั๊ย”)

1. Better late than never    (มาสายดีกว่าไม่มาเลย)

2. It’s a good day    (วันนี้อากาศดีนะ, วันนี้เป็นวันดีนะ)

3. It’s been a long day    (เราประชุมกันมาทั้งวันแล้วนะ)

4. Give me a break    (ขอผมพักหน่อยนะ)

ตอบ  -  ข้อ 

 

14. Someone asks you where the nearest post office is.  You say, “_____________________”

(ใครบางคนถามคุณว่า  ที่ทำการไปรษณ๊ย์ใกล้ที่สุดอยู่่ที่ไหน,  คุณพูดว่า  "____________")

1. It’s far from here two kilometers.    (มันไกลจากที่นี่ ๒ กม.)  (ไม่ใช้สำนวนนี้)

2. It’s two kilometers away.    (มันห่างจากที่นี่ ๒ กม.)  (เป็นสำนวนที่ถูกต้อง  หรืออาจตอบว่า  “It’s two kilometers from here.”  (มันห่างจากที่นี่ ๒ กม.)  โดยไม่ต้องมี  “Far”)

3. It’s two kilometers in distance.    (มันระยะทาง ๒ กม.)  (ไม่ใช้สำนวนนี้)

4. It’s near here two kilometers.    (มันใกล้ที่นี่ ๒ กม.)  (ไม่ใช้สำนวนนี้)

ตอบ  -  ข้อ 

 

15. You are taking a very difficult exam and you say to yourself, “_____________________”

(คุณกำลังทำข้อสอบที่ยากมาก  และคุณพูดกับตัวเองว่า  “_______________________”)

1. How hard this test is!    (ข้อสอบนี้ยากจังว่ะ)  (เป็นประโยคอุทาน)

2. How is this test difficult?    (ข้อสอบนี้ยากอย่างไร)

3. What difficulty this test is!    (ไม่ใช้สำนวนนี้  แต่ต้องใช้ว่า  “What a difficult test this is!”  หมายถึง  “มันช่างเป็นข้อสอบที่ยากเสียจริง”)

4. What is this test?    (ข้อสอบนี้คืออะไร)

ตอบ  -  ข้อ    ดูเพิ่มเติมโครงสร้างประโยคอุทานจากตัวอย่างข้างล่าง

  • How dirty the house is!

(บ้านช่างสกปรกอะไรเช่นนั้น!)

  • How strong he is!

(เขาช่างแข็งแรงเสียจริง)

  • What a long beard that man has!

(ชายคนนั้นช่างมีเครายาวเสียจริง)  (เป็นประโยคอุทาน  แสดงความประหลาดใจ)

  • What grand ideas you have! (= What a grand idea you have!)

(คุณช่างมีความคิดที่วิเศษอะไรเช่นนี้)

  • What a fool he is! (= What a foolish man he is!)

(เขาช่างเป็นคนโง่เสียจริง –โง่เสียนี่กระไร)

  • What a poor girl she is!

(เธอเป็นเด็กหญิงที่น่าสงสารเสียนี่กระไร)

  • What an amusing movie (s) it is!

(มันช่างเป็นหนังที่สนุกอะไรอย่างนี้)

  • What beautiful houses they are!

(มันเป็นบ้านที่สวยอะไรเช่นนั้น)

   What beautiful houses they have!

(พวกเขามีบ้านที่สวยอะไรเช่นนั้น)  

  • What stubborn boys those students are!

(เจ้าเด็กนักเรียนเหล่านั้นช่างดื้อเสียนี่กระไร)

  • How lovely that little girl is!

(เธอเป็นเด็กหญิงตัวน้อยๆที่น่ารักอะไรเช่นนั้น)

  • How clever they are!

(พวกเขาช่างฉลาดเสียจริง)

  • How heavy the storm was!

(พายุช่างจัด (รุนแรง) เสียจัง)

  • How smart our teacher is!

(ครูของเราฉลาดอะไรอย่างนี้)

  • How slowly they walked!

(พวกเขาช่างเดินช้ากันเสียจริง)

  • How efficiently his new secretary did her job!

(เลขาฯ คนใหม่ของเขาช่างทำงานมีประสิทธิภาพอะไรเช่นนั้น)

  • How beautifully she sings!

(เธอช่างร้องเพลงเพราะเสียจริง)

  • How gracefully those young people danced!

(พวกคนหนุ่มสาวเหล่านั้นช่างเต้นรำได้สง่างามเสียจริง)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป