หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 24)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุด)

 

1. Give me all the statistics ___________________________________________________.

(จงเอาสถิติ (ข้อมูลตัวเลข) ทั้งหมด ____________________________________ มาให้ผม)

(a) you have collected them

(b) you have collected    (ซึ่งคุณได้เก็บรวบรวมไว้)

(c) what you have collected

(d) that have collected by you

ตอบ   -   ข้อ  (b)  เนื่องจากมาจาก  “……….......…statistics which (that) you have collected”  แต่สามารถละ  “Which, That”  ได้  เพราะว่าเป็นกรรมของอนุประโยค  คือ  กรรมของกริยา  “Have collected”  ทั้งนี้  ไม่ต้องมี  “Them”  อีก  เนื่องจาก  “Which”  หรือ  “That”  แทน  “Them”  อยู่แล้ว  แม้จะละ (ไม่เขียน) คำทั้งสองลงไปก็ตาม

                                     อย่างไรก็ตาม  ข้อนี้  อาจตอบ ข้อ  (d)  ก็ได้  แต่ต้องแก้เป็น  “That have been collected by you”  (ซึ่งได้ถูกเก็บรวบรวมโดยคุณ)  ซึ่งอยู่ในรูป  “Passive voice”  ของ  ข้อ  (b)

 

2. One of the oldest large suspension bridges still _______________ today is the George Washington Bridge between New York City and Fort Lee, New Jersey.

(หนึ่งในบรรดาสะพานแขวนขนาดใหญ่และเก่าแก่ที่สุดที่ยังคง ___________ ในปัจจุบัน  คือ  สะพานยอร์ช วอชิงตัน  (เชื่อม) ระหว่างกรุงนิวยอร์กและป้อมปราการลี, รัฐนิวเจอซี่)

(a) uses

(b) is used

(c) the use of

(d) in use    (ใช้งานอยู่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “………......…bridges which are still in use today……….....…”  สำหรับ  ข้อ  (b)   ไม่สามารถใช้ได้  เพราะว่า  “Is used”  เป็นกริยาแท้  เช่นเดียวกับกริยาแท้ (Is) ของประโยค   อย่างไรก็ตาม  อาจตอบ  “Used”  (Passive voice)  ซึ่งเป็นกริยาช่องที่    (กริยาไม่แท้)  ได้  เพราะลดรูปมาจากอนุประโยค  “……...……..bridges which are still used today ............…..…

 

3. Write a composition and then take it to your teacher _______________________________.

(จงเขียนเรียงความ  และต่อจากนั้นนำมันไปให้ครูของคุณ ____________________________)

(a) to be corrected    (เพื่อถูกตรวจ)  (หมายถึงเรียงความ)

(b) for correct

(c) to be correct

(d) to be correcting

ตอบ   -   ข้อ   (a)  หรืออาจตอบ   “For correction”  (เพื่อการตรวจแก้ไข)  ก็ได้

 

4. Have _____________________________ people anything to do with the progress of society?

(คน _____________________________ มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับความก้าวหน้าของสังคมหรือไม่) 

(a) educating

(b) education

(c) educated    (ซึ่งมีการศึกษา, ซึ่งถูกให้การศึกษา)

(d) to educate

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นกริยาช่องที่    แสดงการถูกกระทำ  (Passive voice)  คือ  “ถูกให้การศึกษา” (มีการศึกษา)  (“Educate”  =  ให้การศึกษา)

 

5. _______________________ has won consistent praise for her novels about Black children.

(_______________ ได้รับการสรรเสริญอย่างสม่ำเสมอสำหรับนิยายของเธอเกี่ยวกับเด็กๆ ผิวดำ)

(a) Virginia Hamilton who

(b) Because Virginia Hamilton

(c) Virginia Hamilton    (เวอร์จิเนีย แฮมิลตัน)

(d) The fact that Virginia Hamilton

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นประธานของประโยค

 

6. Anesthetics (แอน-เนส-เธท-ทิค) are used ___________ insensitivity to pain during surgical operations.

(ยาสลบ (ยาชา) ถูกใช้ ________________ ความไม่รู้สึกต่อการเจ็บปวดในระหว่างการผ่าตัด)

(a) the cause

(b) causing

(c) to cause    (เพื่อทำให้เกิด)

(d) cause of

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากหลังโครงสร้าง  “Passive voice”  (Are used)  ต้องตามด้วย  “Infinitive with to”  (To + Verb 1)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • Tortoises are said to live long.

(เต่าถูกกล่าวว่ามีอายุยืน)

  • She is said to be the most beautiful woman in the country.

(เธอถูกเล่าขานว่าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในประเทศ)

  • They were believed to tell the truth.

(พวกเขาถูกเชื่อว่าพูดความจริง)

  • Customers are advised to arrive early.

(ลูกค้าได้รับการแนะนำให้มาถึงแต่เนิ่นๆ)

  • Job applicants were recommended to bring 3 copies of their resume.

(ผู้สมัครงานได้รับการแนะนำให้นำประวัติโดยย่อมา    ชุด)

 

7. Conifers first appeared on the Earth __________ the early Permian Period, some 270 million years ago.

{ต้นสนปรากฏขึ้นครั้งแรกบนโลก ___________ ยุคเปอร์เมียนตอนต้นๆ (ประมาณ  ๒๒๐-๒๗๐  ล้านปีก่อน  เป็นยุคที่เริ่มมีสัตว์เลื้อยคลาน),  เมื่อประมาณ  ๒๗๐  ล้านปีล่วงมาแล้ว}

(a) when    (เมื่อ)  (ต้องตามด้วย  “Subject + Verb)

(b) and

(c) or

(d) during    (ในระหว่าง, ระหว่างเวลา)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

 

8. Vitamin C, discovered in 1932, ___________ first vitamin for which the molecular structure was established.

(วิตามินซี, ถูกค้นพบในปี  ๑๙๓๒, ____________ วิตามินตัวแรกซึ่งโครงสร้างโมเลกุลได้ถูกกำหนด (สร้าง) ขึ้นมา)

(a) the

(b) was the    (เป็น)

(c) as the

(d) being the

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นกริยาของประโยค  (Was)  โดยมี  “Vitamin C”  เป็นประธาน

 

9. All gases and most liquids and solids expand ______________________________ heated.

(กาซทุกชนิด  และของเหลวและของแข็งส่วนใหญ่ขยายตัว _________________ ถูกทำให้ร้อน)

(a) in

(b) how

(c) when    (เมื่อ)

(d) where    (ที่ซึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “………...........expand when they are heated”  (....................ขยายตัว  เมื่อมันถูกทำให้ร้อน)

 

10. Small parrots may lay as many as nine eggs each season, ___________ large parrots may lay only one.

(นกแก้วเล็กอาจวางไข่ได้มากถึง    ฟอง แต่ละฤดูกาล, _______________ นกแก้วใหญ่อาจวางไข่เพียงฟองเดียวเท่านั้น)

(a) lest    (ด้วยเกรงว่า)

(b) whereas    (แต่ทว่า, ในทางตรงกันข้าม)

(c) instead    (แทนที่)

(d) otherwise    (มิฉะนั้น)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Whereas”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่

  • He is never tired, _____________________________________________ I always am.

(เขาไม่เคยเหน็ดเหนื่อยเลย _________________________________ ผมเหน็ดเหนื่อยเสมอ)

(a) provided that    (ถ้า)

(b) unless    (ถ้า...........................ไม่)

(c) whereas    (แต่ทว่า, ในทางตรงกันข้าม)

(d) since    (เพราะว่า, ตั้งแต่)

ตอบ   -   ข้อ   (c)

 

11. She is always ready to help the people around her, ___________ makes her very popular among them.

(เธอพร้อมอยู่เสมอที่จะช่วยเหลือผู้คนรอบๆ ตัวเธอ ___________ ทำให้เธอเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่พวกเขา)

(a) who

(b) whom

(c) that

(d) which    (ซึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   โดย   “Which”  แทนข้อความในประโยคใหญ่  (Main clause)  (She is always ready to help the people around her)  ทั้งประโยค

 

12. I’m looking forward to ____________________________________________________.

(ผมกำลังตั้งตารอคอย  __________________________________________________)

(a) a vacation’s week

(b) a week’s vacation    (การไปเที่ยววันหยุด    สัปดาห์)

(c) a vacation of the week

(d) a week of the vacation

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • The bus station is ten _______________________________________ walk from here.

(สถานีรถประจำทาง  เดินสิบ ________________ จากที่นี่)  (คือ  อยู่ห่างออกไปโดยเดิน  ๑๐  นาที)

(a) minutes

(b) minutes’    (นาที)

(c) minute

(d) minutes by

ตอบ   -   ข้อ   (b) 

                                         ตัวอย่างที่ 

  • The landlord said that the tenant owed several _______________________________.

(เจ้าของบ้านกล่าวว่า  ผู้เช่าบ้านเป็นหนี้ ______________________________________)

(a) rent weeks

(b) weeks rent

(c) week rent

(d) weeks’ rent    (ค่าเช่าหลายสัปดาห์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูคำอธิบายจากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • They understood the problem after half an _________________________ explanation.

(พวกเขาเข้าใจปัญหา  หลังจากการอธิบายครึ่ง __________________________________)

(a) hours

(b) day’s

(c) hour’s    (ชั่วโมง)

(d) our

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • The mountain was a _______________________________________ from the village.

(ภูเขานั้นเป็น _____________ จากหมู่บ้าน)  (คือ  ภูเขาลูกนั้นใช้เวลาเดินทาง    วัน จากหมู่บ้าน)

(a) day’s journey   (การเดินทาง (ระยะ)    วัน)

(b) journey of a day

(c) journey for a day

(d) journey in a day

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เป็นการใช้ในแบบ  “Apostrophe S”  คือ  แสดงความเป็นเจ้าของ  “การเดินทางของ    วัน”  หรือ อาจเขียนได้อีกแบบ  คือ  “a one-day journey from…..........…..”  ดูตัวอย่างเพิ่มเติมจากข้างล่าง

  • A moment’s pause    (การหยุดชั่วครู่หนึ่ง)
  • A month’s rent    (ค่าเช่า   เดือน)
  • A week’s holiday  (วันหยุด    สัปดาห์)
  • Two months’ notice  (การแจ้งให้ทราบล่วงหน้า    เดือน)
  • Three weeks’ journey  (การเดินทางนาน    สัปดาห์)
  • Four years’ time   (ระยะเวลา    ปี)

 

13. The water in the sea is made up of many elements, the chief ones __________ oxygen, hydrogen, and salt.

(น้ำในทะเลถูกสร้างขึ้นด้วยธาตุ (ส่วนประกอบสำคัญ) จำนวนมาก, (โดย) ธาตุสำคัญที่ สุด (ธาตุหลัก) __________ ออกซิเจน, ไฮโดรเจน, และเกลือ)

(a) being    (คือ)

(b) which are

(c) are

(d) to be

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจาก  “Being oxygen, hydrogen, and salt”  เป็น  “Absolute phrase”  (วลีเบ็ดเสร็จ)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • The sun ____________________________________ set, the temperature fell rapidly.

(ดวงอาทิตย์ __________________ ตก _________________, อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว)

(a) have

(b) had

(c) having    (ได้ ..................... (ตก) ........................ ไปแล้ว)

(d) been

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  “Absolute phrase”  (วลีเบ็ดเสร็จ หรืออิสระ)  ซึ่งเป็นวลีที่มีลักษณะคล้ายกับเป็นประโยค  แต่มิได้เป็นประโยค  เพราะไม่มีกริยาแท้  (Finite verb)  วลีพวกนี้มักมีคำนามหรือสรรพนามนำหน้า  ทำหน้าที่คล้ายกับเป็นประธานของวลี  และมีคำซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับกริยาประกอบอยู่หลังคำนาม  โดยแบ่งออกเป็น  ๓  ประเภท  คือ

                                     . Absolute phrase  - ที่ใช้รูป  “Having + Verb 3” (Active voice)  หรือ  “Having + Been + Verb 3”  (Passive voice)  ประกอบหลังคำนามหรือสรรพนาม  เช่น

  • The sun having set, the farmers went home.

(= After the sun had set, the farmers went home.)

(หลังจากดวงอาทิตย์ตกดินแล้ว  พวกชาวนาก็กลับบ้าน)

  • The guests having arrived, the party began.

(= After the guests had arrived, the party began.)

(หลังจากแขกมาถึงแล้ว  งานเลี้ยงก็เริ่มขึ้น)

  • The house having been burnt, we had to live in our friend’s home.

(= Because the house had been burnt, we had to live in our friend’s home.)

(เพราะว่าบ้านถูกไฟไหม้  เราจำเป็นต้องอาศัยในบ้านของเพื่อน)

  • The car having been stolen, its owner reported to the police.

(= After the car had been stolen, its owner reported to the police.)

(หลังจากรถยนต์ถูกขโมย  เจ้าของแจ้งความกับตำรวจ)

หมายเหตุ   -   วลี   “The sun having set”, “The guests having arrived”,  “The house having been burnt”,  “The car having been stolen”  เป็น  “Absolute phrase”  ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ขยายกริยา  “Went”, “Began”, “Live”, “Reported”  ตามลำดับ

                                     ๒. Absolute phrase  - ที่ใช้รูป  “Verb + ing”  (Active voice)  หรือ  “Verb 3”  (Passive voice)  ประกอบหลังคำนามหรือสรรพนาม  เช่น

  • The concert being over, everyone went away.

(= When the concert was over, everyone went away.)

(เมื่อการแสดงดนตรีจบลง  ทุกคนก็กลับ)

  • Nobody being there, I didn’t know who to talk to.

(= Because nobody was there, I didn’t know who to talk to.)

(เพราะว่าไม่มีใครอยู่ที่นั่น  ผมไม่รู้ว่าจะคุยกับใคร)

  • The train being late, they had to stay overnight at the station.

(= Because the train was late, they had to stay overnight at the station.)

(เพราะว่ารถไฟมาช้า  พวกเขาเลยจำต้องพักค้างคืนที่สถานีรถไฟ)

  • The daughter not coming home at regular hour, her parents became worried.

(= Because the daughter did not come home at regular hour, her parents became worried.)

(เพราะว่าลูกสาวไม่กลับบ้านตามเวลาปกติ  พ่อแม่เริ่มวิตกกังวล)

  • The houses (being) destroyed by the earthquake, the government helped repair them.

(= Because the houses were destroyed by the earthquake, the government helped repair them.)

(เพราะว่าบ้านถูกทำลายโดยแผ่นดินไหว  รัฐบาลจึงช่วยซ่อมแซมมัน)

  • The girl (being) murdered, the police made an investigation.

(= When the girl was murdered, the police made an investigation.)

(เมื่อเด็กหญิงถูกฆาตกรรม  ตำรวจจึงทำการสืบสวนสอบสวน)

หมายเหตุ   -   วลี   The concert being over”,  “Nobody being there”,  “The train being late”,  “The daughter not coming home at regular hour”,  “The houses (being) destroyed by the earthquake”,  “The girl (being) murdered”  เป็น  “Absolute phrase”  ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ขยายกริยา  “Went”, “Didn’t know”, “Stay”, “Became worried”, “Helped repair”, “Made”   ตามลำดับ

                          . Absolute phrase  - ที่ไม่มีกริยาใดๆ อยู่ในวลีเลย  โดยเหมือนกับการสร้างประโยคธรรมดาทั่วไป  เพียงแต่ไม่ใส่กริยาเอาไว้  เหมือนกับละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ  เพื่อให้โครงสร้างประโยคผิดไปจากธรรมดา  ดูแล้วมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น  ซึ่งเป็นสไตล์การเขียนที่นิยมแบบหนึ่ง  เช่น

  • I looked at her from top to bottom, my hands behind my back.

(ผมมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า  โดยมือของผมไพล่อยู่ข้างหลัง)

  • The old town was completely deserted, its homes and streets dusty and messy.

(เมืองเก่าถูกทิ้งร้างโดยสิ้นเชิง  โดยบ้านและถนนของเมืองเต็มไปด้วยฝุ่นและรกรุงรัง) 

หมายเหตุ   -   วลี  “My hands behind my back”  และ  “Its homes and streets dusty and messy”  เป็น  “Absolute phrase”  ทำหน้าที่ขยายประโยค  “I looked at her from top to bottom”  และ  The old town was completely deserted”  (ขยายทั้งประโยค)  ตามลำดับ

 

14. __________ in the great financial district of New York City, archaeologists have uncovered what they believe to be the remains of New York’s first city hall.

(__________ ในย่านการเงินที่สำคัญของกรุงนิวยอร์ก, นักโบราณคดีได้เปิดเผยสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นซากที่หลงเหลืออยู่ของศาลากลางหลังแรกของนิวยอร์ก)

(a) Dug    (ขณะที่นักโบราณคดีถูกขุด)

(b) Digging    (ขณะที่นักโบราณคดีขุด)

(c) To be dug

(d) Having been dug    (ขณะที่นักโบราณคดีได้ถูกขุดไปแล้ว)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากประธานของประโยค  “Archaeologists”  (นักโบราณ คดี)  เป็นผู้ทำกริยา  “ขุด”  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Roaming in immense herds that tore up the prairies, _________________________.

(ท่องเที่ยวไปเป็นฝูงขนาดใหญ่มากซึ่งทำให้ทุ่งหญ้าแหลกลาญ, ______________________)

(a) hunters could easily track buffaloes    (นักล่าสามารถตามรอยเหล่าควายได้อย่างง่ายดาย)

(b) hunters killed buffaloes for their food    (นักล่าฆ่าควายเพื่อเป็นอาหารของตน)

(c) tourists could see hunters prey on buffaloes    (นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นนักล่าจับควายกินเป็นอาหาร)

(d) buffaloes could be easily tracked by hunters    (เหล่าควายสามารถถูกตามรอย (ติดตาม) ได้อย่างง่ายดายโดยนักล่า)  (เช่น สิงโต หรือสัตว์กินเนื้ออื่นๆ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “ควาย”  เป็นผู้ทำกริยา  “ท่องเที่ยวไปเป็นฝูงขนาดใหญ่ฯ”  มิใช่  “นักล่า”  หรือ  “นักท่องเที่ยว”  ที่เป็นผู้ทำกริยานี้  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่ 

  • Entering the room, ____________________________________________________.

(เข้ามาในห้อง, _______________________________________________________)

(a) Professor Collins was greeted with their smile

(b) a smile was given to the class

(c) what was greeting the students was Professor Collins’s smile.

(d) Professor Collins greeted his students with a smile    (อาจารย์คอลลินส์ทักทายนักเรียนด้วยการยิ้ม)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากวลีที่ขึ้นต้นประโยคอยู่ในรูป  “Verb + ing”  (Present participle)  ดังนั้น  ประธานของประโยคที่อยู่ข้างหลังเครื่องหมายคอมมาจึงต้องสามารถทำกริยา (Entering)  ตัวนั้นได้  จึงต้องตัด ข้อ  (b)  และ  (c)  ทิ้งไป  (เพราะทำกริยา  “เข้ามาฯ”  ไม่ได้)  จึงเหลือ ข้อ  (a)  และ  (d)  (อาจารย์คอลลินส์สามารถทำกริยา  “เข้ามาฯ ได้)  แต่เลือก  ข้อ  (d)  เพราะใจ ความดีกว่า  และชัดเจนกว่า  (บอกชัดเจนว่าอาจารย์ทักทายนักเรียนด้วยการยิ้ม)  ส่วน ข้อ  (a)  ใจความไม่ชัดเจนว่าเป็นการยิ้มของใคร  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Walking along the road, _____________________________________ at the college.

(ขณะที่เดินไปตามถนน, _________________________________ สมัยเรียนมหาวิทยาลัย)

(a) my old friend was seen by me    (เพื่อนเก่าถูกเห็นโดยผม)

(b) I saw my old friend    (ผมพบเพื่อนเก่า)

(c) a taxi hit my old friend    (รถแท็กซี่ชนเพื่อนเก่าของผม)

(d) a dog bit me    (สุนัขกัดผม)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากประธานของประโยค  (I)  เป็นผู้ทำกริยา  “เดิน”  สำหรับ  ข้อ  (a)  ใช้ไม่ได้  เพราะแม้ว่า  “เพื่อนเก่า”  จะสามารถทำกริยา  “เดิน”  ได้ก็ตาม  แต่ข้อความในส่วนหลังผิดจากความเป็นจริง  เพราะบอกว่า  “เพื่อนเก่าถูกเห็นฯ สมัยเรียนมหาวิทยาลัย  หรือ ถูกเห็นที่มหาวิทยา ลัย”  ซึ่งมิใช่ความหมายที่ผู้พูดต้องการจะสื่อ  สำหรับ  ข้อ  (c)  และ  (d)  ใช้ไม่ได้เลย  เนื่องจากหมายความว่า  “รถแท็กซี่ หรือ สุนัข เดินไปตามถนน”  (รถฯ ทำกริยาเดินไม่ได้  และสุนัขก็ไม่สามารถทำทั้งกริยา “เดิน”  และ  “กัดผม”  ที่มหาวิทยาลัยในเวลาเดียวกันได้)  จงดูเปรียบเทียบประโยคที่ถูกและผิดจากข้างล่าง  (ประโยคที่ถูกต้อง  คือ  ประธานฯ ที่อยู่หลังเครื่องหมายคอมมา  ต้องสามารถทำกริยา  (Verb + ing)  ที่ขึ้นต้นประโยคได้)

ถูก  : Sitting in a chair, he saw a dog come to him.

(ขณะที่เขานั่งอยู่ในเก้าอี้  เขาเห็นสุนัขมาหาเขา)  (ประโยคนี้ถูก  เพราะผู้ทำกริยา  “Sitting”  คือ  “He)

ผิด  : Sitting in a chair, a dog came to him.

(ขณะที่สุนัขนั่งอยู่ในเก้าอี้  สุนัขมาหาเขา)  (ประโยคนี้ผิดหลักความเป็นจริง  เพราะสุนัขจะนั่งอยู่ในเก้าอี้  และมาหาเขาในเวลาเดียวกันไม่ได้)

ถูก  : Crossing the street, she was hit by a car.

(ขณะที่เธอข้ามถนน  เธอถูกชนโดยรถยนต์)  (ประโยคนี้ถูก  เพราะผู้ทำกริยา  “Crossing”  คือ  “She)

ผิด  : Crossing the street, a car hit her.

(ขณะที่รถยนต์ข้ามถนน  รถยนต์ชนเธอ)  (ประโยคนี้ผิดหลักความเป็นจริง  เพราะรถยนต์ไม่สามารถทำกริยา  “ข้ามถนน”  ได้)

(ที่ถูกต้องแก้เป็น  Going at full speed, a car hit her (รถวิ่งห้อมาเต็มเหยียด  รถชนเธอ)  (รถเป็นผู้ทำกริยา  “วิ่งห้อมาเต็มเหยียด”)

ถูก  : Going down the road, I saw many houses decorated with flags.

(ขณะที่ผมไปตามถนน  ผมเห็นบ้านเรือนมากมายประดับประดาไปด้วยธง)  (ประโยคนี้ถูก  เพราะผู้ทำกริยา  “Going”  คือ  “I”)

ผิด  : Going down the road, there were many houses decorated with flags.

(ขณะไปตามถนน  มีบ้านเรือนมากมายประดับประดาไปด้วยธง)  (ประโยคนี้ผิดหลักความเป็นจริง  เพราะ  “มี”  ไม่สามารถทำกริยา  “ไปตามถนน”  ได้)

ถูก  : Beating the second time, they killed the snake.

(ขณะที่พวกเขาตีงูเป็นครั้งที่  ๒  พวกเขาฆ่างู  -  ทำให้งูตาย)  (ประโยคนี้ถูก  เพราะผู้ทำกริยา  “Beating”  คือ  “They)

ผิด  : Beating the second time, the snake was killed by them.

(ขณะที่งูตีเป็นครั้งที่  ๒  งูถูกฆ่าโดยพวกเขา)  (ประโยคนี้ผิดหลักความเป็นจริง  เพราะ  “งู”  ไม่สามารถทำกริยา  “ตี”  ได้)

(ที่ถูกต้องแก้เป็น  Beaten the second time, the snake was killed by them.”  (ถูกตีเป็นครั้งที่  ๒  งูถูกฆ่าโดยพวกเขา)  (งูเป็นผู้ถูกตี)

                                        ดูเพิ่มเติมโครงสร้างข้างต้นจากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • Going at full speed, ___________________________________________________.

(วิ่งห้อเต็มเหยียด, ____________________________________________________)

(a) a little girl hit the car    (เด็กหญิงตัวเล็กๆชนรถ)

(b) a little girl was hit by the car    (เด็กหญิงตัวเล็กๆถูกรถชน)

(c) the car hit a little girl    (รถคันนั้นชนเด็กหญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง)

(d) the car was hit by a little girl    (รถคันนั้นถูกเด็กหญิงตัวเล็กๆชน)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ต้องดูว่าการ  “วิ่งห้อเต็มเหยียด”  เป็นกริยาของรถ  จึงตัด ข้อ  (a)  และ  (b)  ทิ้งไป  และเลือกข้อ  (c)  เพราะ  “รถชนเด็ก”  ไม่ใช่  ข้อ  (d)  “รถถูกเด็กชน”   ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่  

  • Searching in the library, I came ____________________ an old forgotten manuscript.

(ค้นคว้าในห้องสมุด  ผม ____________________________ ต้นฉบับเก่าแก่ที่ถูกลืมไปแล้ว)

(a) off

(b) without

(c) over

(d) across   (Come across = พบหรือเจอโดยบังเอิญ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  และดูโครงสร้างกริยา   “Verb + ing”  (Present participle)   ขึ้นต้นวลีและอยู่หน้าประโยค  โดยขยายประธานฯ ที่อยู่ในประโยค  (หลังเครื่องหมายคอมม่า)  เพื่อบอกว่า  ประธานฯเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ  คือ  แสดงการเป็นผู้กระทำ  (Active voice)  จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • While traveling through the Rocky Mountains, _______________________________.

(ในขณะเดินทางผ่านเทือกเขาร็อกกี้  ________________________________________)

(a) the breath-taking scenes attracted the travelers    (ทัศนียภาพที่น่ากลัวมาก  ทำให้นักเดินทางหลงเสน่ห์)

(b) the scenes attracted the travelers deeply    (ทัศนียภาพทำให้นักเดินทางหลงเสน่ห์อย่างลึกล้ำ)

(c) the travelers attracted the scenes    (นักเดินทางทำให้ทัศนียภาพหลงเสน่ห์)

(d) the travelers were awed by the breath-taking scenes    (นักเดินทางรู้สึกกลัว-เกรงขาม-หวาดเสียว  จากภาพภูมิประเทศ (ทัศนียภาพ)  ที่น่ากลัวมาก-น่าตื่นเต้นยินดีมาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  การใช้วลี   “While traveling” หรือ  “Traveling” (Present participle)  ขึ้นต้นประโยค  โดยมีประธานฯ อยู่ข้างในประโยค (หลังเครื่องหมายคอมม่า)   เพื่อต้องการแสดงว่า  ประธานฯ เป็นผู้ทำกริยาที่อยู่ข้างหน้าประโยคนั้น   ซึ่งในประโยคข้างบน  คือ  “Traveling” (เดินทาง)  ซึ่งประธานฯ จะต้องเป็นสิ่งมีชีวิต  (คนหรือสัตว์)  เท่านั้น  จึงจะทำกริยานี้ได้  ดังนั้น  จึงต้องตัด ข้อ (a) และ (b) ทิ้งไป  เนื่องจากมีประธานฯ  คือ  “Scenes” (ทัศนียภาพ)  ซึ่งไม่สามารถทำกริยา  “เดินทาง”  ได้  สำหรับข้อ   (c)  ผิดความหมาย   เพราะกล่าวว่า  “นักเดินทางทำให้ทัศนียภาพหลงเสน่ห์”  ซึ่งความจริงกลับกัน   คือ   “นักเดินทางหลงเสน่ห์ในทัศนียภาพ”  (the travelers were attracted by the scenes)

                                        ตัวอย่างที่  

  • ________________ how the engine worked, Peter began to study books that told about the techniques used.

(_____________ ว่าเครื่องจักรทำงานอย่างไร  ปีเตอร์เริ่มศึกษาหนังสือ  ซึ่งบอกเกี่ยวกับเทคนิคต่างๆ ที่ถูกใช้  –  ในเครื่องจักร)

(a) Wonder

(b) Wondered

(c) To wonder

(d) Wondering     (รู้สึกประหลาดใจ-สงสัย) 

ตอบ   -   ข้อ  (d)  เนื่องจากประธานของประโยค  (Peter)  เป็นผู้ทำกริยา  “รู้สึกประหลาดใจ-สงสัย”   คำกริยาที่นำหน้าวลี   ขยายความ  “ปีเตอร์”  จึงต้องอยู่ในรูป  “Verb + ing”  (Present participle)  แสดง  “Active voice”  ว่าปีเตอร์เป็นผู้ทำกริยา

                                       ทั้งนี้  เมื่อประธานซึ่งอยู่ข้างในประโยค   (หลังคอมม่า)   เป็นผู้กระทำกริยา (Active voice)  จะต้องนำหน้าประโยคด้วย “Verb + ing” (Present participle)  ดังตัวอย่าง  เช่น

  • Walking along the road, he met his old friend.

(เดินไปตามถนน  เขาพบเพื่อนเก่าของเขา) (เขาเป็นผู้ทำกริยา  “เดิน”)

  • Seeing her teacher, Jane went to greet him.

(เห็นครูของเธอ  เจนเข้าไปทักทายเขา) (เจนเป็นผู้ทำกริยา  “เห็น”)

  • Looking out of the window, we could see beautiful scenery.

(มองออกไปนอกหน้าต่าง  เราสามารถเห็นทัศนียภาพที่สวยงาม) (เราเป็นผู้ทำกริยา  “มอง”)

  • Hoping to be there in time, Kim started early in the morning.

(หวังว่าจะไปที่นั่นให้ทันเวลา  คิมเริ่มออกเดินทางแต่เช้าตรู่)  (คิมเป็นผู้ทำกริยา  “หวัง”)

                                        สำหรับ  “Present participle” (Verb + ing)  ถือเป็นคำคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง  จึงสามารถใช้ขยายคำนามได้เหมือนกับคำคุณศัพท์ทั่วๆไป  (โดยอาจอยู่หน้าหรือหลังคำนามที่มันขยาย)   เพื่อที่จะบอกว่า  คำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ   (แสดง  “Active voice”)   เช่น

  • Working men are constructing a bridge.

(คนทำงานกำลังก่อสร้างสะพาน)

  • Drinking horses were seen near the bank of the river.

(ม้าที่ดื่มน้ำถูกมองเห็นใกล้ตลิ่งของแม่น้ำ)

  • The mother took good care of her sleeping baby.

(แม่ดูแลทารกที่นอนหลับเป็นอย่างดี)

  • The audience appreciated the good works of the producing team.

(ผู้ชมยกย่อง-ชื่นชมผลงานที่ดีของทีมผู้สร้าง – ภาพยนตร์)

  • The people working in the office are my colleagues.

(ผู้คนที่ทำงานในสำนักงาน  คือเพื่อนร่วมงานของผม)

  • The woman walking across the street is my sister.

(ผู้หญิงที่เดินข้ามถนนเป็นน้องสาวของผม)

  • The man living next door is a bank manager.

(ชายที่อาศัยอยู่บ้านหลังถัดไปเป็นผู้จัดการธนาคาร)

  • The children playing in the field are my neighbors’ kids.

(เด็กๆที่เล่นอยู่ในสนามเป็นลูกของเพื่อนบ้านของผม)

                                       สำหรับในกรณีที่ประธานของประโยค  (หลังเครื่องหมายคอมมา)  เป็นผู้ถูกกระทำ  (Passive voice)  กริยาที่นำหน้าวลีซึ่งขึ้นต้นประโยค  (ทำหน้าที่ขยายประธาน)  จะต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่    (Past participle)  ดังตัวอย่างข้างล่าง

                                       ตัวอย่างที่ 

  • ______________ in all parts of the state, pines are the most common trees in Georgia.

(_____________ ในทุกส่วนของรัฐ  ต้นสนเป็นต้นไม้ธรรมดา-สามัญที่สุดในรัฐจอร์เจีย  -  ของสหรัฐฯ)  (คือ  ต้นสนมีอยู่ในทุกส่วนของรัฐ)

(a) They are found

(b) Found    (ถูกพบ)

(c) Finding them

(d) To find them

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่    (Passive voice)  เพราะว่าประธานของประโยค  (ต้นสน)  เป็นผู้ถูกกระทำ  (ถูกพบ)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากข้าง ล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • ________________________________________________ by the tiger, he ran away.

(__________________________________________________ โดยเสือ   เขาวิ่งหนีไป)

(a) Seeing    (เห็น)

(b) To see

(c) Seen    (ถูกเห็น)

(d) Having seen

ตอบ   -    ข้อ   (c)   เนื่องจากประธานของประโยค   (He)  เป็นผู้ถูกเห็นโดยเสือ  กริยาข้างหน้าประโยคจึงต้องเป็นกริยาช่อง    (Past participle)  เพื่อแสดงการถูกกระทำ (Passive voice)

                                         ตัวอย่างที่  ๑๐

  • ___________________ in wine, snails are a great luxury in various parts of the world. 

(___________________ ในไวน์  หอยทากเป็นอาหารราคาแพงอย่างมากในหลายๆส่วนของโลก)

(a) To cook

(b) Cooking    (ปรุง)

(c) Cooked    (ถูกปรุง)

(d) Cook

ตอบ   -    ข้อ   (c)   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “Snails”  ซึ่งถูกปรุงในไวน์  (Cooked)  หรือเป็นผู้   “ถูกกระทำ”   จึงต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่    (แสดง “Passive voice)

 

15. He worked ____________________________________________ 8.00 a.m. till 6.00 p.m.

(เขาทำงาน  _________________________________________ ๘  โมงเช้าถึง  ๖  โมงเย็น)

(a) about

(b) from    (จาก)  (หรือ  from 8.00 a.m. to 6.00 p.m.)

(c) at

(d) between     (between 8.00 a.m. and 6.00 p.m.)

ตอบ   -    ข้อ   (b)

 

16. John used to have lots of dogs, and Mary ___________________________________ too.

(จอห์นเคยมีหมาเยอะแยะ  และแมรี่ก็ __________________________________ ด้วยเช่นกัน)

(a) used

(b) had

(c) did    (เคยมีหมาเยอะแยะ)

(d) used to

ตอบ   -   ข้อ    (c)   “Used to”  =  “เคย......................”   เป็นอดีตเสมอ  เมื่อจะกล่าวซ้ำคำนี้อีกครั้งหนึ่ง  จึงต้องแทนด้วย  “Did”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมเรื่องนี้จากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่  

     A: “Who went to London with you?”

(ใครไปลอนดอนกับคุณ)

     B: “__________________________________________________________.”

(a) My brother went

(b) My brother did    (น้องชายของผมไปครับ)

(c) No, my brother didn’t

(d) Yes, my brother went with me

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เมื่อคำถามขึ้นต้นด้วย   “Question words”  (What, When, Where, Why, How, How much, How many, How long, How often, etc.)   ไม่ต้องตอบด้วย   “Yes” หรือ  “No”  แต่ต้องตอบให้ตรงคำถาม   และต้องใช้กริยาช่วย  (Do, Does, Did  -  ซึ่งแล้วแต่ประธานและ Tense)   แทนกริยาที่พูดไปแล้วก่อนหน้า  เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กริยาตัวนั้นซ้ำ   (ในที่นี้คือ  “Went” จึงต้องใช้  “Did” แทน)

 

17. Can you tell me ____________________________ or not this train stops at Bang-Pa-In?

(คุณสามารถบอกผมได้ไหมว่า  รถไฟขบวนนี้จอดที่บางปะอิน ________________________)

(a) if     (ไม่มีการใช้  “if or not”)

(b) whether    (หรือไม่)

(c) exactly    (อย่างแน่นอน, อย่างถ่องแท้)

(d) (No word is needed.) 

ตอบ   -   ข้อ   (b)  หรือ  อาจใช้ว่า  “Can you tell me whether (หรือ  “if”) this train stops at Bang-Pa-In or not?”  ก็ได้

 

18. Previously _______________ as Siam, Thailand is one of the most popular tourist spots in Asia.

(___________ เมื่อก่อนนี้ในฐานะประเทศสยาม  ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเอเชีย)

(a) to know

(b) knowing

(c) known    (เป็นที่รู้จัก)

(d) having known

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากลดรูปมาจากประโยค  “It was previously known as Siam

 

19. Rome, ____________ the tourists can visit many historic places, is one of the most ancient cities.

(โรม  -  __________ นักท่องเที่ยวสามารถไปเยือนสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์จำนวนมาก  -  เป็นหนึ่งในบรรดาเมืองที่เก่าแก่-โบราณมากที่สุด)

(a) which

(b) to which

(c) in where

(d) where    (ที่ซึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากใช้ขยายสถานที่  (Rome)

 

20. It is a good idea to keep water in your car when you drive through the desert __________ your car breaks down and get you stranded.

(มันเป็นความคิดที่ดีที่จะเก็บน้ำไว้ในรถยนต์ของคุณเมื่อคุณขับรถผ่านไปในทะเลทราย __________ รถของคุณเสีย  และทำให้คุณอยู่ในฐานะที่ทำอะไรไม่ได้)

(a) instead of    (แทนที่, แทนที่จะ)

(b) in case    (ในกรณีที่)

(c) so that    (เพื่อที่ว่า)

(d) due to    (เนื่องจาก, เพราะว่า)  (ต้องตามด้วยคำนาม  หรือวลี)

ตอบ   -   ข้อ   (b)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป