หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 233)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Frank  Oh, no.  I’ve run out of checks and the rent is due.

     Mary   Maybe you could get a cashier’s check at the bank.

Question  What is Frank’s problem ?

(a) He does not have a checking account.    (เขาไม่มีบัญชีเช็ค (เงิน) – ในธนาคาร)  (ไม่จริง  แฟร้งค์เช็คหมด)

(b) He does not have any checks.    (เขาไม่มีเช็คใดๆ เลย)  (ดูจากข้อความ  “ผมเช็คหมดแล้ว”)

       (“Run out of”  =  “ไม่มีแล้ว, หมดแล้ว”)

(c) He does not have the money to pay his rent.    (เขาไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) There is a line at the cashier’s window.    (มีแถว – คิว – ที่ช่องของแคชเชียร์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) He cannot cash his check because there is no money in his account.    (เขาไม่สามารถขึ้นเงินเช็คได้ 

       เพราะว่าไม่มีเงินในบัญชี)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แฟร้งค์  :  โอ้  ไม่นะ,  ผมเช็คหมดแล้ว (I’ve run out of checks) และค่าเช่าครบกำหนดแล้ว (the rent

                   is due) ครับ

แมรี่       :  บางที  คุณสามารถซื้อเช็คเงินสดได้ที่ธนาคารนะคะ

คำถาม  :  ปัญหาของแฟร้งค์คืออะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

หมายเหตุ  -  แคชเชียร์เช็คหรือเช็คเงินสดเป็นเช็คที่ธนาคารรับรอง  โดยใช้เงินของธนาคารค้ำประกันและลงนามโดยแคชเชียร์ของธนาคาร  มักใช้ในการซื้อของที่มีราคาสูง  เช่น  บ้าน, รถยนต์  ฯลฯ  เหมาะที่จะใช้เมื่อไม่สามารถจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต,  แคชเชียร์เช็คมีความปลอดภัยสูง  เนื่องจากเช็คมีลายน้ำและมักมีเจ้าหน้าที่ธนาคารลงนาม ๒ คน  ทำให้การปลอมแปลงเป็นไปได้ยาก  ดังนั้น  เมื่อจ่ายเงินด้วยแคชเชียร์เช็ค  ทุกฝ่ายสามารถมั่นใจได้ว่า  การทำธุรกรรมมีความปลอดภัย  และความเสี่ยงจากการถูกลักขโมยเช็คหรือฉ้อโกงมีน้อยมาก

 

2. Alice   My roommate is getting married next month.  I’d like to live by myself, but I really can’t

                     afford to.

     Paul    Why don’t you sign up on the message board in the housing office ?

Question  What is Alice’s problem ?

(a) She does not like to live alone.    (เธอไม่ชอบอาศัยอยู่คนเดียว)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอกล่าวว่า  เธออยาก

       จะอยู่ตามลำพัง  แต่เธอไม่มีเงินพอที่จะทำเช่นนั้น)

(b) Her roommate will be moving out.    (เพื่อนร่วมห้องของเธอกำลังจะย้ายออกไป)  (เนื่องจาก

       เพื่อนร่วมห้องของเธอจะแต่งงาน  จึงอาจสรุปได้ว่า  เพื่อนคนนี้จะย้ายออกจากหอพัก)

(c) She wants to get married.    (เธอต้องการแต่งงาน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) She does not have any messages.    (เธอไม่มีข่าวสาร-ข้อความใดๆ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) She does not have enough money to buy a house.    (เธอไม่มีเงินพอที่จะซื้อบ้าน)  (การสนทนามิได้

       กล่าวถึง)

(คำแปล)

อลิซ  :  เพื่อนร่วมห้องพักของฉันจะแต่งงานเดือนหน้าแล้ว (และย้ายออกจากหอพัก)  ฉันอยากจะอยู่

               ตามลำพัง (คนเดียว) (live by myself)  แต่ฉันไม่มีเงินพอ (can’t afford) (จะเช่าห้องอยู่

               คนเดียว) จริงๆ ค่ะ

พอล  :  ทำไมคุณไม่ลงนามในบอร์ดข่าวสารว่าต้องการทำงาน (sign up on the message board) ใน

               สำนักงานจัดหาที่พักอาศัย (housing office) (ของมหาวิทยาลัย) ล่ะครับ (เพื่อหาเงินมาเช่า

               ห้องพักอยู่คนเดียว) (“Sign up”  =  “ลงนามในแบบฟอร์มหรือเอกสารแสดงความประสงค์ว่า

               ต้องการจะทำงาน  หรือเรียนวิชาใดวิชาหนึ่ง”)

คำถาม  :  ปัญหาของอลิซคืออะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

3. Sarah  What’s the matter ?

     David  I can’t register until I get my advisor’s signature on my registration form, and, as usual, I

                      can’t find him.

Question  What is David’s problem ?

(a) He needs his advisor to sign the registration form.    (เขาต้องการให้อาจารย์ที่ปรึกษา

       ลงนามในแบบฟอร์มการลงทะเบียน)  (เนื่องจากเดวิดไม่สามารถลงทะเบียนได้  ถ้าไม่มีลายเซ็น

       อาจารย์ที่ปรึกษาในแบบฟอร์มลงทะเบียน,  จึงอาจสรุปได้ว่า  เขาต้องการให้อาจารย์ที่ปรึกษาลง

       นาม – เซ็นชื่อ - ในแบบฟอร์มฯ)

(b) He does not have an academic advisor.    (เขาไม่มีอาจารย์ที่ปรึกษาทางด้านวิชาการ)  (ไม่จริง  เนื่องจาก

       เขากำลังมองหาตัวอาจารย์ที่ปรึกษา  เพื่อขอลายเซ็น)

(c) He does not know how to register for next semester.    (เขาไม่รู้วิธีลงทะเบียนสำหรับภาคการศึกษาหน้า) 

       (ไม่จริง  เนื่องจากเขามีแบบฟอร์มการลงทะเบียน)

(d) He can’t find his registration.    (เขาไม่สามารถหาหนังสือรับรองการลงทะเบียนได้)  (เขาหาตัวอาจารย์ที่

       ปรึกษาไม่พบ  ไม่ใช่หาหนังสือรับรองฯ ไม่พบ)

(e) His advisor does not help him to register.    (อาจารย์ที่ปรึกษาของเขาไม่ช่วยเขาลงทะเบียน)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

ซาร่าห์  :  มีเรื่องอะไรหรือคะ

เดวิด     :  ผมไม่สามารถลงทะเบียนได้  จนกว่าผมจะได้ลายเซ็นของอาจารย์ที่ปรึกษาในแบบฟอร์มการ

                  ลงทะเบียนครับ  และ, ตามเคย (as usual)  ผมหาอาจารย์ฯ ไม่พบครับ

คำถาม  :  ปัญหาของเดวิดคืออะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

4. Betty      Can you give me a lift ?  My car’s in the shop and I’m already late to work.

     Andrew  Sure.  I’ll drop you off on my way to class.

Question  What is Betty’s problem ?

(a) She does not have a car.    (เธอไม่มีรถยนต์)  (ไม่จริง  เนื่องจากรถของเธออยู่ในร้านซ่อม)

(b) She needs a ride.    (เธอต้องการเดินทางด้วยรถ)  (เนื่องจากเบ็ตตี้ขอให้แอนดรูว์ขับรถไปส่งเธอ 

       จึงอาจสรุปได้ว่า  เธอต้องการเดินทางด้วยรถ)  (“To give someone a lift”  เป็นสำนวน  หมายถึง 

       “ขับรถไปส่งผู้นั้น”)

(c) She is late to class.    (เธอไปเรียนสาย)  (ไม่จริง  เธอไปทำงานสาย  ไม่ใช่ไปเรียนสาย)

(d) She has to go shopping.    (เธอต้องไปช้อปปิ้ง)  (เธอจะไปทำงาน)

(e) She wants Andrew to fix her car.    (เธอต้องการให้แอนดรูว์ซ่อมรถของเธอ)  (ไม่จริง  รถของเธออยู่ใน

       ร้านซ่อม)

(คำแปล)

เบ็ตตี้       :  เธอขับรถไปส่งพี่หน่อยได้ไหม (Can you give me a lift),  รถของพี่อยู่ในร้าน (ซ่อม)  และ

                    พี่ไปทำงานสายแล้ว

แอนดรูว์  :  ได้ครับ  ผมจะส่งพี่ลง (drop you off) ในระหว่างทางไปเรียนครับ

คำถาม  :  ปัญหาของเบ็ตตี้คืออะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

5. Jenny   Great !  Professor Jones is using a different book this semester.  Now I’ll have to buy a

                       new one.

    Ralph   Me, too.  My friend let me have a copy of the book he used last semester, but that won’t

                      do me any good now.

Question  What is the problem that Ralph and Jenny are talking about ?

(a) They don’t have a good book for their class.    (พวกเขาไม่มีหนังสือดีๆ สำหรับชั้นเรียนของตน)  (การสน

       ทนามิได้กล่าวถึง)

(b) They don’t like Professor Jones.    (พวกเขาไม่ชอบอาจารย์โจนส์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) Books are very expensive.    (หนังสือมีราคาแพงมาก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) They think the old book is better than a new one.    (พวกเขาคิดว่าหนังสือเล่มเก่า – ซึ่งใช้เมื่อเทอมที่แล้ว

       – ดีกว่าหนังสือเล่มใหม่ – ที่จะใช้เทอมนี้)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) The professor changed the book this semester.    (อาจารย์เปลี่ยนหนังสือเทอมนี้)  (ดูจากข้อ

        ความ  “อาจารย์โจนส์จะใช้หนังสือเล่มที่ต่างออกไปเทอมนี้”)

(คำแปล)

เจนนี่  :  วิเศษจริง (ยอดเลย) (Great) (พูดประชด)  อาจารย์โจนส์จะใช้หนังสือเล่มที่ต่างออกไป (จากปี

                ก่อน) สำหรับภาคการศึกษานี้,  ตอนนี้ฉันเลยจำเป็นต้องซื้อหนังสือเล่มใหม่ค่ะ

ราล์ฟ  :  ผมด้วยครับ  เพื่อนของผมให้หนังสือเล่มที่เขาใช้เมื่อเทอมที่แล้วแก่ผม  แต่นั่นจะไม่ช่วย (เป็น

                ประโยชน์) อะไร (กับ) ผมเลย (won’t do me any good) ในตอนนี้ (เพราะผมต้องซื้อหนังสือ

                เล่มใหม่)

คำถาม  :  ราล์ฟและเจนนี่กำลังคุยกันเกี่ยวกับปัญหาอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

6. Emily    Sorry.  I have to stay here until someone comes from the phone company to install

                        my phone.

     Joseph  That’s too bad.  I wish you could go with us to the movie.

Question  What is Emily’s problem ?

(a) She has to wait for the telephone to be installed.    (เธอจำเป็นต้องรอติดตั้งโทรศัพท์)

       (ดูจากข้อความ  “ฉันจำเป็นต้องอยู่ที่นี่  จนกว่าจะมีคน (ช่าง) มาจากบริษัทโทรศัพท์เพื่อติดตั้ง

       โทรศัพท์ของฉันค่ะ”)

(b) She does not have a telephone.    (เธอไม่มีโทรศัพท์)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอกำลังรอติดตั้งโทรศัพท์)

(c) She has already seen the movie.    (เธอได้ดูหนังเรื่องนี้แล้ว)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) She cannot go to the movie because she has company.    (เธอไม่สามารถไปดูหนังได้  เพราะว่าเธอมี

       หมู่เพื่อนฝูง-แขก)  (“Company”  ในการสนทนา  หมายถึง  “บริษัทโทรศัพท์”  มิได้หมายถึง  “หมู่เพื่อนฝูง,

       แขก”)

(e) She has to stay home to answer the phone.    (เธอจำเป็นต้องอยู่บ้านเพื่อรับโทรศัพท์)  (ไม่จริง  เธออยู่

       บ้านเพื่อรอให้ช่างมาติดตั้งโทรศัพท์)

(คำแปล)

เอมิลี่    :  เสียใจค่ะ  ฉันจำเป็นต้องอยู่ที่นี่ (บ้าน, หอพัก)  จนกว่าจะมีคน (ช่าง) มาจากบริษัทโทรศัพท์

                 เพื่อติดตั้งโทรศัพท์ของฉันค่ะ

โจเซฟ  :  น่าเสียดายจังครับ (ต้องขอโทษด้วยครับ, แย่จังเลยครับ) (That’s too bad) ผมปรารถนาว่า

                 คุณสามารถไปดูหนังกับพวกเราได้ (แต่ก็ไม่สามารถไปได้)

คำถาม  :  ปัญหาของเอมิลี่คืออะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน