หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 231)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Cynthia  Do you deliver ?

     Jimmy   That depends.  We do if you are within three miles of the university.

Question  What will Jimmy probably do ?

(a) Take the delivery to the university.    (นำของที่จะส่ง – เช่น อาหาร, สินค้า – ไปยังมหาวิทยาลัย)  (ไม่น่า

       เป็นไปได้  เนื่องจากซินเธียไม่ได้บ่งชี้ว่าเธออยู่ที่มหาวิทยาลัย)

(b) Refuse to make the delivery to the woman.    (ปฏิเสธที่จะส่ง – อาหาร, สินค้า – ไปให้ซินเธีย)  (ไม่น่าเป็น

       ไปได้  เนื่องจากซินเธียอาจจะอยู่ในพื้นที่ที่ทางร้านสามารถส่งของให้ได้  คือ  ระยะ ๓ ไมล์จากมหาวิทยาลัย)

(c) Make the delivery to the woman if she is close to the university.    (ส่ง – อาหาร, สินค้า –

       ให้ซินเธีย  ถ้าเธออยู่ใกล้มหาวิทยาลัย)  (เนื่องจากจิมมี่ส่งฯ ให้ภายในระยะทาง ๓ ไมล์จากมหาวิทยา

       ลัย  เขาจึงน่าจะส่งฯ ให้ซินเธีย  ถ้าเธออยู่ใกล้มหาวิทยาลัย)

(d) Deliver to a main location three miles from the university where Cynthia can pick it up.    (ส่งไปยัง

       สถานที่สำคัญซึ่งห่างจากมหาวิทยาลัย ๓ ไมล์  ที่ซึ่งซินเธียสามารถรับของได้)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Make the delivery to the woman if she places an order in advance.    (ส่งของไปให้ซินเธีย  ถ้าเธอสั่ง

       ซื้อล่วงหน้า)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

ซินเธีย  :  คุณส่ง (อาหาร, สิ่งของ) หรือเปล่าคะ

จิมมี่      :  นั่นก็แล้วแต่ (That depends.),  เราส่งถ้าคุณอยู่ในระยะ ๓ ไมล์จากมหาวิทยาลัยครับ (ร้านนี้

                  อยู่ในบริเวณหรือข้างมหาวิทยาลัย)

คำถาม  :  จิมมี่น่าจะ (อาจจะ) ทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

2. Jennifer  It will be about a twenty-minute wait if you want to sit indoors.  We can seat you outdoors

                          on the patio in five minutes.

     Eddy       Okay.  I don’t have twenty minutes to wait.

Question  What will Eddy probably do ?

(a) Wait twenty minutes to be seated.    (รอ ๒๐ นาทีเพื่อให้ทางร้านจัดที่นั่งให้)  (ไม่น่าเป็นไปได้  เนื่องจาก

       เอ็ดดี้กล่าวว่าเขาไม่มีเวลารอ ๒๐ นาที)

(b) Wait five minutes to be seated.    (รอ ๕ นาทีเพื่อให้ทางร้านจัดหาที่นั่งให้)  (เนื่องจากเอ็ดดี้

       ไม่มีเวลารอ ๒๐ นาที  เขาจึงน่าจะรอ ๕ นาทีเพื่อให้ทางร้านจัดที่นั่งให้ข้างนอกร้านตรงบริเวณลาน)

(c) Go right in to be seated.    (เดินตรงเข้าไปในร้านเลย  เพื่อให้ทางร้านจัดที่นั่งให้)  (ไม่น่าเป็นไปได้  เนื่องจาก

       ทั้งข้างในและภายนอกร้านมี “Waiting list” สำหรับลูกค้า)

(d) Go outside while he waits to be seated.    (ออกไปนอกร้านในขณะที่เขารอที่นั่ง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) He has no time to wait and will therefore go to another restaurant.    (เขาไม่มีเวลารอและดังนั้นจะไป

       ที่อีกภัตตาคารหนึ่ง)  (ไม่จริง  เขาจะรอ ๕ นาทีเพื่อให้ได้ที่นั่งข้างนอกร้านบริเวณลาน)

(คำแปล)

เจนนิเฟอร์  :  มันจะเป็นการรอประมาณ ๒๐ นาที (a twenty-minute wait)  ถ้าคุณต้องการนั่งข้างในร้าน

                       (sit indoors) ค่ะ,  (แต่) เราสามารถจัดที่นั่งให้คุณข้างนอกร้าน (seat you outdoors) ที่

                       ลาน (ข้างร้าน) (patio) ได้ภายใน ๕ นาทีค่ะ

เอ็ดดี้          :  ตกลงครับ  ผมไม่มีเวลารอ ๒๐ นาทีหรอกครับ

คำถาม  :  เอ็ดดี้น่าจะ (อาจจะ) ทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

3. Susan   That book is on reserve, so you can’t take it out of the library.  You can use it here for

                        two hours, though.  Or, you can wait until an hour before closing and check it out

                        until the library opens at eight in the morning.

     Robert  Okay.  I’ll come back tonight.

Question  What does Robert imply ?

(a) He will not use the book.    (เขาจะไม่ใช้หนังสือ)  (ไม่น่าเป็นไปได้  เนื่องจากเขามีแผนจะกลับมาห้อง

       สมุดคืนนี้)

(b) He will use the book in the library for two hours.    (เขาจะใช้หนังสือในห้องสมุดเป็นเวลา ๒ ชั่วโมง) 

       (ไม่น่าเป็นไปได้  เนื่องจากเขาออกจากห้องสมุดไป  และจะกลับมา ๑ ชั่วโมงก่อนห้องสมุดปิด)

(c) He will check the book out before closing.    (เขาจะยืมหนังสือออกนอกห้องสมุดก่อนมันปิด)

       (เนื่องจากโรเบิร์ตพูดว่าเขาจะกลับมาคืนนี้  เขาบอกเป็นนัยว่าเขาจะยืมหนังสือออกนอกห้องสมุดก่อน

       มันปิด)

(d) He will reserve the book.    (เขาจะจองหนังสือ)  (ไม่น่าเป็นไปได้  เนื่องจากหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือจอง

       อยู่แล้ว)

(e) He will buy the book at the bookstore at night instead of borrowing it from the library.    (เขาจะซื้อ

       หนังสือที่ร้านขายหนังสือในตอนกลางคืน  แทนที่จะยืมมันจากห้องสมุด)  (ไม่จริง  เขาจะกลับมายืมหนังสือ

       ก่อนห้องสมุดปิด  และนำมาคืนตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น)

(คำแปล)

ซูซาน   :  หนังสือเล่มนั้นเป็นหนังสือจองค่ะ (That book is on reserve),  ดังนั้นคุณไม่สามารถนำ

                  มันออกนอกห้องสมุด,  อย่างไรก็ตาม (though)  คุณสามารถใช้มันที่นี่ (ห้องสมุด) ได้เป็น

                  เวลา ๒ ชั่วโมง,  หรือคุณสามารถรอจนกระทั่ง ๑ ชั่วโมงก่อนห้องสมุดปิด  และยืมหนังสือ

                  ออกไป (check it out) จนกระทั่งห้องสมุดเปิดเวลา ๘ โมงในตอนเช้าค่ะ (หมายถึง  ต้องนำ

                  หนังสือมาคืนเวลา ๘ โมงเช้าในวันรุ่งขึ้น)

โรเบิร์ต  :  ตกลงครับ  ผมจะกลับมาคืนนี้ (คือ  กลับมาห้องสมุด ๑ ชั่วโมงก่อนปิด  เพื่อยืมหนังสือจอง 

                   และนำมาคืนตอน ๘ โมงเช้า)

คำถาม  :  โรเบิร์ตบอกเป็นนัยว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

4. Paula  Do you know where I can get a soda ?

     David  :  Isn’t there a machine downstairs ?

Question  What does David imply ?

(a) Paula cannot get a soda.    (พอลล่าไม่สามารถได้ (ซื้อ) น้ำโซดา)  (ไม่น่าเป็นไปได้  เนื่องจากมีตู้กดน้ำโซดา

       อยู่ข้างล่าง)

(b) He will go downstairs to get Paula a soda.    (เขาจะลงไปข้างล่างเพื่อเอาน้ำโซดาให้พอลล่า)  (ไม่น่าเป็น

       ไปได้  เนื่องจากเขาบอกทางไปกดน้ำโซดาแก่พอลล่าแล้ว)

(c) Paula should go downstairs to get a soda.    (พอลล่าควรลงไปข้างล่างเพื่อซื้อน้ำโซดา – จาก

       ตู้กดเครื่องดื่ม)  (เนื่องจากเดวิดพูดว่ามีตู้กดเครื่องดื่มอยู่ข้างล่าง  เขาบอกเป็นนัยว่า  พอลล่าควรลง

       ไปข้างล่างเพื่อกดน้ำโซดาจากตู้)

(d) He does not know where to get a soda.    (เขาไม่รู้ว่าจะได้น้ำโซดาจากไหน)  (ไม่จริง  เขาบอกให้พอลล่า

       ไปกดน้ำโซดาจากตู้ข้างล่าง)

(e) He does not know whether there is a machine downstairs.    (เขาไม่รู้ว่ามีตู้กดน้ำโซดาอยู่ข้างล่างหรือไม่) 

       (ไม่จริง  เนื่องจากเป็นการแปลความหมายคำพูดของเดวิดที่ไม่ถูกต้อง)

(คำแปล)

พอลล่า  :  คุณทราบไหมว่าฉันจะซื้อน้ำโซดาได้ที่ไหนคะ

เดวิด      :  มีตู้กดเครื่องดื่มอยู่ข้างล่างไม่ใช่หรือครับ (คุณสามารถกดน้ำโซดาได้จากตู้ฯ)

คำถาม  :  เดวิดบอกเป็นนัยว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

5. Justin   Why do you have to take the TOEFL ?  I thought if you graduated from an American

                        high school, you didn’t have to take it.

     Laura   I thought so, too.  But the universities where I applied required a score even with an

                       American diploma.

Question  What do we know about Laura ?

(a) She thought she had applied to the right school.    (เธอคิดว่าเธอได้สมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่

       เหมาะสมแล้ว)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) She attends an American university now.    (เธอเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยอเมริกันขณะนี้)  (ไม่น่าเป็น

       ไปได้  เนื่องจากลอร่ากำลังสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยอเมริกันในขณะนี้)

(c) She does not have to take the TOEFL.    (เธอไม่จำเป็นต้องสอบโทเฟิล)  (ไม่จริง  เนื่องจากตอนแรก

       ลอร่าคิดว่าเธอไม่ต้องสอบโทเฟิล  แต่เธอจำเป็นต้องสอบมันเพราะมหาวิทยาลัยที่เธอสมัครเข้าเรียน 

       ต้องการคะแนนโทเฟิล)

(d) She thought all American universities require a TOEFL score from a graduate from an American

       high school.    (เธอคิดว่ามหาวิทยาลัยอเมริกันทั้งหมดต้องการคะแนนโทเฟิลจากนักเรียนที่เรียนจบจาก

       โรงเรียนมัธยมอเมริกัน)  (ไม่จริง  เธอคิดตรงกันข้าม  คือ  มหาวิทยาลัยอเมริกันทั้งหมดไม่ต้องการคะแนน

       โทเฟิลจากผู้ที่เรียนจบจากโรงเรียนมัธยมอเมริกัน)

(e) She graduated from an American high school.    (เธอเรียนจบจากโรงเรียนมัธยมอเมริกัน)

       (เนื่องจากจัสตินแสดงความประหลาดใจว่าลอร่าจำเป็นจะต้องสอบโทเฟิล  และกล่าวว่าเขาคิดว่า

       ผู้ที่เรียนจบจากโรงเรียนมัธยมอเมริกัน  ได้รับการยกเว้นไม่ต้องสอบโทเฟิล  เราเลยรู้ว่าลอร่าเรียน

       จบจากโรงเรียนมัธยมอเมริกัน)

(คำแปล)

จัสติน  :  ทำไมคุณจำเป็นต้องสอบโทเฟิลล่ะครับ,  ผมคิดว่า  ถ้าคุณเรียนจบจากโรงเรียนมัธยมอเมริกัน 

                 คุณไม่จำเป็นต้องสอบมันครับ

ลอร่า    :  ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ,  แต่มหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ฉันสมัครไป  ต้องการคะแนน (โทเฟิล)  

                 แม้กระทั่งกับประกาศนียบัตร (จากโรงเรียนมัธยม) อเมริกันค่ะ

คำถาม  :  เรารู้อะไรเกี่ยวกับลอร่า ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

หมายเหตุ  -  มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ และแคนาดามิได้กำหนดให้นักเรียนที่เรียนจบชั้นมัธยมปลายในทั้ง ๒ ประเทศต้องสอบโทเฟิลเมื่อสมัครเข้าเรียนระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัย แต่ต้องสอบ SAT (Scholastic Aptitude Test หรือ Scholastic Assessment Test)  ส่วนนักเรียนต่างชาติที่ไม่ได้เรียนจบจากโรงเรียนมัธยมในสหรัฐฯ หรือแคนาดา (เช่น นักเรียนไทย, จีน, ญี่ปุ่น ฯลฯ) ต้องสอบทั้ง  TOEFL และ SAT ทั้งนี้  อาจมีข้อยกเว้นที่บางมหาวิทยาลัยต้องการคะแนนโทเฟิลด้วยเช่นกันจากผู้ที่เรียนจบโรงเรียนมัธยมในสหรัฐฯ หรือแคนาดา  เช่นในกรณีของ “ลอร่า”

             สำหรับการศึกษาระดับปริญญาโทและเอกในสหรัฐฯ และแคนาดา  กำหนดให้ผู้ที่จบปริญญาตรีในทั้ง ๒ ประเทศ  ต้องสอบ  GRE (Graduate Record Examination)  ซึ่งมีการแยกเป็น “General Test”  และ “Specific Test” แล้วแต่ความต้องการของแต่ละคณะและมหาวิทยาลัย  แต่ถ้าเป็นสาขาบริหารธุรกิจหรือบัญชี  ให้สอบ  GMAT (Graduate Management Admission Test) แทน GRE

          ส่วนนักศึกษาต่างชาติที่ไม่ได้จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ หรือแคนาดา  ต้องสอบทั้ง  TOEFL  และ GRE (ซึ่งมีการแยกเป็น “General Test”  และ “Specific Test” แล้วแต่ความต้องการของแต่ละคณะและมหาวิทยาลัย)  แต่ถ้าเป็นสาขาบริหารหรือบัญชี  ต้องสอบ TOEFL  และ GMAT

             ส่วนการสอบ IELTS (International English Language Testing System) เป็นการสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษ  ซึ่งมหาวิทยาลัยในอังกฤษ และประเทศในเครือจักรภพ เช่น ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ แคนาดา และประเทศในยุโรปบางประเทศ  กำหนดให้นักศึกษาที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยของประเทศเหล่านี้ในระดับปริญญาตรี-โท-เอก ต้องสอบ,  ข้อสอบ  IELTS  มี ๒ ประเภท คือ  IELTS Academic  และ  IELTS General Training  มีความแตกต่างกันคือ  IELTS Academic  ใช้ทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ  คือ  การศึกษาในระดับปริญญาตรี-โท-เอก  หรือเพื่อการทำงานที่ต้องใช้ทักษะทางภาษาอย่างสูง  หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่น  เช่น  การศึกษาในสถาบันในเมืองไทยหลักสูตรอินเตอร์  ส่วน  IELTS General Training  ใช้วัดความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน  วัดความรู้ภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐาน  หรือเพื่อศึกษาต่อระดับที่ตำ่กว่าปริญญาตรี  เช่น  ระดับมัธยม  หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่น  เช่น  การทำงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะทางภาษาที่สูงมากทั้งในและต่างประเทศ  การสมัครขอวีซ่าเข้าประเทศ  และการอพยพย้ายถิ่นฐานไปอยู่ต่างประเทศที่กำหนดให้ผู้ขออพยพต้้องมีความรู้ภาษาอังกฤษในระดับใช้งานได้    ทั้งนี้  ข้อสอบ  IELTS ทั้ง ๒ ประเภท  ประกอบด้วย ๔ ทักษะ  คือ  ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน,  ข้อสอบ  IELTS Academic  มีความยากกว่าข้อสอบ  IELTS General Training  ในด้านทักษะการฟังและพูด,  ส่วนทักษะการอ่านและเขียน  ข้อสอบจะเหมือนกับ  IELTS General Training (หมายถึง  การสอบในคราวเดียวกัน  ที่แต่ละครั้งจะมี ๒ ชุดให้เลือกสอบ),  สำหรับหลักเกณฑ์การให้คะแนนข้อสอบทั้ง ๒ ประเภท  แบ่งออกเป็น  Scale  คือ  Band 1-9  สำหรับคะแนนที่มหาวิทยาลัยกำหนดสำหรับการศึกษาระดับปริญญาโท-เอก  คือ  Band 6 ขึ้นไป  แล้วแต่มหาวิทยาลัยและคณะ  แต่ถ้าเป็นการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือตำ่กว่า  ก็จะกำหนด  Band 5.5 ลงมา (มีการแบ่งออกเป็นครึ่ง Band ด้วย  เช่น  Band 5.5  หรือ  Band 6.5)  อย่างไรก็ตาม  ในปัจจุบัน  มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ และแคนาดาหลายแห่งที่เคยกำหนดให้ผู้ที่สมัครเข้าเรียน  ต้องสอบ  TOEFL สามารถเลือกสอบ  IELTS  แทนได้  และในทางกลับกัน  มหาวิทยาลัยหลายแห่งที่เคยกำหนดให้ต้องสอบ  IELTS ก็อนุญาตให้เลือกสอบ  TOEFL  แทนได้  ทั้งนี้  ต้องดูความต้องการของมหาวิทยาลัยและคณะเป็นสำคัญ  เพราะข้อกำหนดของแต่ละมหาวิทยาลัยมิได้เหมือนกัน

 

6. Pamela   How long did it take you to register ?  I was in line for two hours.

     Andrew  You were lucky.

Question  What did Andrew mean ?

(a) Pamela was in line for a long time.    (พาเมล่าอยู่ในแถวเป็นเวลานาน)  (เป็นความจริง  แต่มิใช่

       สิ่งที่แอนดรูว์ต้องการสื่อความหมายจากคำพูด-ความคิดเห็นของเขา)

(b) Andrew was in line longer than Pamela.    (แอนดรูว์อยู่ในแถวนานกว่าพาเมล่า)

       (เนื่องจากแอนดรูว์กล่าวว่าพาเมล่าโชคดีที่อยู่ในแถว ๒ ชั่วโมง  เขาจึงน่าจะหมายความ

       ว่าเขาต้องเข้าแถวเพื่อลงทะเบียนนานกว่าพาเมล่า  มากที่สุด)

(c) Andrew registered quickly.    (แอนดรูว์ลงทะเบียนอย่างรวดเร็ว)  (ไม่จริง  เนื่องจากแอนดรูว์คิดว่า 

       การรอในแถว ๒ ชั่วโมงของพาเมล่าถือว่าโชคดี  เมื่อเปรียบเทียบกับของเขา)

(d) Pamela did not register.    (พาเมล่ามิได้ลงทะเบียน)  (ไม่จริง  เนื่องจากพาเมล่าใช้เวลา ๒ ชั่วโมง

       ในการลงทะเบียน)

(e) Pamela and Andrew were in the same line but both did not know about that.    (พาเมล่าและ

       แอนดรูว์อยู่ในแถวเดียวกัน  แต่ทั้งคู่ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนั้น)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(คำแปล)

พาเมล่า   :  คุณใช้เวลาลงทะเบียนนานเท่าไรคะ  ฉันเข้าแถว ๒ ชั่วโมงเลยค่ะ

แอนดรูว์  :  คุณโชคดีครับ

คำถาม  :  แอนดรูว์หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน