หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 23)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุด)

 

1. You want to change the time you arranged to meet your friend, Bob.

    You phone him and say, “_______________________________”

(คุณต้องการเปลี่ยนเวลาซึ่งคุณได้เตรียมการที่จะพบกับเพื่อนของคุณ คือ บ๊อบ,  คุณโทรฯ ไปหาเขาและพูดว่า “___________________)

1. Sorry Bob, you’ve got to give me more time.    (เสียใจนะบ๊อบ  คุณจำเป็นต้องให้เวลาผมมากกว่านี้)

2. Bob, you stood me up.  What about tomorrow?    (บ๊อบ  คุณไม่มาตามนัดนี่นา  (งั้นเจอกัน) พรุ่งนี้เป็นไง)

3. Sorry Bob, I have to see you more often.    (เสียใจนะบ๊อบ  ผมจำเป็นต้องพบคุณบ่อยขึ้น)

4. Bob, I can’t make it at 2 o’clock.  Are you free at 4?    (บ๊อบ  ผมไม่สามารถไปพบคุณได้ตอนบ่าย ๒ โมง  คุณว่างมั๊ยตอน ๔ โมง)

ตอบ  –  ข้อ ๔

 

2. Your friend has changed her hair style.  You compliment her on her appearance by saying “______________”

(เพื่อนของคุณได้เปลี่ยนทรงผมของเธอ  คุณชมเชยเธอเกี่ยวกับลักษณะท่าทาง (รูปโฉมภายนอก) ของเธอ) โดยการพูดว่า _________________”)

1. It really looks at you.    (มันจ้องมองเธอจริงๆ นะ)

2. You look terrific.    (เธอดูแจ๋วจริงๆ-เธอดูดีมากเลย)

3. You look strange indeed!    (เธอดูแปลกประหลาดจริงๆ)

4. What have you done now?    (เธอทำอะไรอยู่ล่ะตอนนี้)

ตอบ  –  ข้อ ๒

 

3. A friend is walking with you along the pavement.  You see he is about to step in a puddle of water and say, “_________________”

(เพื่อนคนหนึ่งกำลังเดินกับคุณไปบนบาทวิถี  คุณเห็นว่าเขาจวนจะเหยียบไปบนแอ่ง (หลุม) น้ำเล็กๆ บนพื้น (ถนน หรือดิน)  และพูดว่า “________________)

1. Look up!    (ค้นหาคำศัพท์ – ในหนังสือ หรือพจนานุกรม)

2. Look out!    (ระวังนะ)

3. Step along!    (เหยียบไปเลย)

4. Step over!    (เหยียบ)

ตอบ  –  ข้อ ๒

 

4. John is talking to Mary when she sneezes.  He asks her, “__________________”

(จอห์นกำลังคุยกับแมรี่เมื่อเธอจามออกมา  เขาถามเธอว่า  “__________________”)

1. Are you likely to get better?    (คุณมีแนวโน้มว่าจะดีขึ้นไหม)

2. Are you getting cold?    (คุณกำลังหนาวหรือ)

3. Do you have a cold?    (คุณเป็นหวัดใช่ไหม)

4. Do you want a hand?    (คุณต้องการความช่วยเหลือหรือเปล่า)  หรืออาจถามว่า“May I give you a hand?”  (ให้ผมช่วยไหมครับ)

ตอบ  –  ข้อ ๓

 

5. When you check your bill at the restaurant, you find you have been overcharged.  You say to the waiter, “________________”

(เมื่อคุณตรวจดูใบเสร็จ (เรียกเก็บเงิน) ที่ภัตตาคาร  คุณพบว่าคุณถูกคิดเงินเกิน,  คุณพูดกับบริกร (เด็กเสิร์ฟ) ว่า  “__________________)

1. I think there has been a mistake.    (ผมคิดว่ามีความผิดพลาดนะ – ผมคิดว่าคุณคิดเงินผิดนะ)

2. I want another bill.    (ผมอยากได้ใบเสร็จอีกใบ)

3. There is too much to pay.    (ผมต้องจ่ายเงินมากบรรลัยเลย)

4. You are cheating me.    (คุณกำลังโกง-ต้มผมนะ)

ตอบ  –  ข้อ ๑

 

6. You hear your friend uses an English word that you don’t know, so you ask, “_________

________”

(คุณได้ยินเพื่อนของคุณใช้คำ (ศัพท์) ภาษาอังกฤษคำหนึ่งซึ่งคุณไม่รู้จัก,  ดังนั้น  คุณจึงถามว่า  “________________)

1. Can that be written?    (ช่วยเขียนคำนั้นได้ไหม)

2. How do you spell that?    (คุณสะกดคำนั้นยังไงนะ)

3. Can you say that again?    (คุณพูดคำนั้นอีกทีได้ไหม)

4. What does that mean?    (คำนั้นหมายความว่าอย่างไร)

ตอบ  –  ข้อ ๔

 

7. Your teacher asks your opinion about an outside reading book.  You found it boring but you want to be polite, so you say, “________________”

(อาจารย์ของคุณถามความเห็นของคุณเกี่ยวกับหนังสืออ่านนอกเวลาเรียน,  คุณพบว่ามันน่าเบื่อ  แต่คุณต้องการที่จะสุภาพ  ดังนั้น  คุณจึงพูดว่า  “_________________)

1. How could you assign such a boring book?    (อาจารย์มอบหมายให้ (เรา) อ่านหนังสือน่าเบื่อเช่นนั้นได้อย่างไรครับ)

2. The book I liked was certainly not this one.    (หนังสือที่ผมชอบย่อมไม่ใช่เล่มนี้แน่นอนครับ)

3. I prefer the book we read last term.    (ผมชอบหนังสือที่พวกเราอ่านเมื่อเทอมที่แล้วมากกว่า)

4. The book was unreadable, wasn’t it?    (หนังสือเล่มนั้นอ่านเข้าใจยากใช่ไหมครับ)

ตอบ  –  ข้อ ๓

 

8. A tourist is visiting Bangkok for the first time and wants to go to Wat Po.  He asks a policeman, “_________________”

(นักท่องเที่ยวคนหนึ่งกำลังเยือนกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก  และต้องการไปวัดโพธิ์  เขาถามตำรวจว่า  “_________________)

1. Give me the map of Wat Po, thanks.    (ขอแผนที่วัดโพธิ์ด้วย,  ขอบคุณนะ)

2. What is the best way to get to Wat Po?    (วิธีไหนที่จะไปวัดโพธิ์ได้ดีที่สุดนะ)

3. I am travelling to Wat Po.  Please tell me how.    (ผมกำลังเดินทางไปวัดโพธิ์  โปรดบอกผมด้วยว่าไปอย่างไร)

4. I want to go to Wat Po.  Please take me there.    (ผมต้องการไปวัดโพธิ์  โปรดพาผมไปที่นั่นด้วย)

ตอบ  –  ข้อ ๒

 

9. You are meeting a friend at Don Muang airport.  The first thing you say is, “_________________”

(คุณกำลังพบกับเพื่อนคนหนึ่งที่สนามบินดอนเมือง  สิ่งแรกที่คุณพูด  คือ  “_________________)

1. Good afternoon.  Did you fly?    (สวัสดี  คุณขึ้นเครื่องบินมาหรือ)

2. Let’s find a way to go to town.    (เรามาหาทางเข้าไปในเมืองกันเถอะ)

3. I’ve waited a long time to meet you.    (ผมรอมานานที่จะได้พบคุณ)

4. Hi!  Did you have a good flight?    (หวัดดี  คุณเดินทางราบรื่นดีมั้ย)

ตอบ  –  ข้อ ๔

 

10. Your friend did not get a scholarship to study abroad.  You try to cheer him up by saying, “_________________”

(เพื่อนของคุณไม่ได้รับทุนไปศึกษาต่างประเทศ  คุณพยายามให้กำลังใจเขาโดยการพูดว่า  “_________________)

1. You can’t teach an old dog new tricks.    (ไม้แก่ดัดยาก)  (หมายถึง  คนแก่มักไม่ยอมรับสิ่งใหม่ๆ)  (คุณไม่สามารถสอนกลเม็ดใหม่ๆ ให้หมาแก่ได้)

2. Birds of a feather flock together.    (คนประเภทเดียวกันมักจะอยู่ด้วยกัน)  (นกที่ขนเหมือนกันก็มักจะจับกลุ่มอยู่ด้วยกัน)

3. Every cloud has a silver lining.    (ฝนซาฟ้าส่าง)  (หมายถึง  เมื่อความทุกข์ยาก (เปรียบเหมือนเมฆ) ผ่านพ้นไป   ความสุข (เปรียบเหมือนขอบเมฆสีเงิน) ย่อมเข้ามาแทนที่  ดังนั้น  จงอย่าสิ้นหวัง  ซึ่งตรงกับอีกสุภาษิตหนึ่ง  คือ  “ชั่วเจ็ดที  ดีเจ็ดหน)  (เมฆ (ดำ) ทุกก้อน  มีขอบสีเงิน)

4. Strike while the iron is hot.    (ตีเหล็กเมื่อมันยังร้อนอยู่  หรือ น้ำขึ้นให้รีบตัก)  (หมายถึง  เมื่อพบโอกาส  จงรีบคว้าเอาไว้)

ตอบ  –  ข้อ ๓

 

11. You meet a friend who has just had her car stolen.  You say, “__________________”

(คุณพบเพื่อนคนหนึ่งผู้ซึ่งรถของเธอเพิ่งจะถูกขโมยไป,  คุณพูดว่า  “__________________”)

1. Very disappointed in you.    (ผิดหวังในตัวเธอมากๆ เลย)

2. Never more excited for you.    (ไม่เคยตื่นเต้นมากกว่านี้เลยสำหรับเธอ)

3. Really sorry to hear the news.    (เสียใจจริงๆ เลยที่ได้ยินข่าวนี้)  (ข่าวที่รถถูกขโมย)

4. Can’t stand such a loss.    (ผมทนไม่ได้กับการสูญเสียเช่นนั้น)

ตอบ  –  ข้อ ๓

 

12. Bill and Anne have been to a pop concert to listen to their favorite band.  On their way home, Anne says disappointedly, “__________________”

(บิลและแอนได้ไปฟังดนตรีป๊อบเพื่อฟังวงดนตรีที่ตนโปรดปราน,  โดยในระหว่างเดินทางกลับบ้าน  แอนกล่าวอย่างผิดหวังว่า  “__________________”)

1. They are not as good as they used to be.    (พวกเขาเล่นได้ไม่ดีเหมือนกับที่เคยเป็น)  (เล่นได้ไม่ดีเหมือนก่อน)

2. They are less good than they ever were.    (พวกเขาเล่นดีน้อยกว่าที่เคย)

3. They were much worse during the last month.    (พวกเขาเล่นแย่ลงมากในช่วงเดือนที่ผ่านมา)

4. They always play such brilliant music.    (พวกเขาเล่นดนตรีได้ยอดเยี่ยมเสมอ)

ตอบ  –  ข้อ ๑

 

13. Just after an important examination, Alan asks James, “____________________”

(หลังการสอบครั้งสำคัญ  อลันถามเจมส์ว่า  “______________________”)

1. What did you do?    (คุณทำงานอะไร)  (เมื่อในอดีต)

2. Can you find it OK?    (คุณหามันเจอไหม)

3. Did you do it?    (คุณเข้าสอบหรือเปล่า)

4. How did you do?    (คุณทำข้อสอบเป็นอย่างไรบ้าง)

ตอบ  –  ข้อ ๔

 

14. Betty has been unable to study because of the loud hammering coming from the room next to hers.  She phones the apartment manager and says, “_______________, but could you do something about the noise?”

(เบ็ตตี้ไม่สามารถอ่านหนังสือได้เนื่องมาจากการทุบด้วยค้อนเสียงดัง  ซึ่งมาจากห้องที่ถัดจากห้องของเธอ,  เธอโทรศัพท์ไปหาผู้จัดการอพาร์ตเมนต์  และพูดว่า  “________________,  แต่คุณช่วยทำอะไรสักอย่างกับเจ้าเสียงนั่นได้ไหม”)

1. I’m sorry to bother you    (ฉันเสียใจที่ต้องรบกวนคุณนะ)

2. There’s something going on    (มีบางอย่างเกิดขึ้น)

3. Excuse me for saying this    (ขอโทษนะที่ต้องพูดแบบนี้)

4. Please accept my apologies    (โปรดยอมรับคำขอโทษของฉันด้วย)

ตอบ  –  ข้อ ๑

 

15. In an examination room, a student’s mobile phone starts to ring.  The teacher says, “_____

__________”

(ในห้องสอบ  มือถือของเด็กนักเรียนคนหนึ่งดังขึ้นมา  อาจารย์พูดว่า  “________________”)

1. Turn that off.    (ปิดเครื่องเสียนะ)

2. Let it out.    (ปล่อยมันออกมา)

3. Who’s calling?    (ใครโทรฯ มาล่ะ)

4. What happens?    (เกิดอะไรขึ้น)

ตอบ  –  ข้อ ๑

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป