หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 228)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Paul   You mean this test isn’t open book ?

     Alice  Not this time.

Question  What had Paul assumed about the test ?

(a) The test would not be timed.    (การสอบจะไม่ถูกกำหนดเวลา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) The test could be taken home to complete.    (การสอบสามารถถูกนำไปทำให้แล้วเสร็จที่บ้าน) 

       (หมายถึงการสอบแบบ  “Take home”  มิใช่แบบ  “Open book”)

(c) He would be able to use his book during the test.    (เขาจะสามารถใช้หนังสือของเขาได้

       ระหว่างการสอบ)  (เนื่องจากพอลประหลาดใจว่าการสอบครั้งนี้มิได้เป็นแบบการเปิดหนังสือ  จึง

       อาจสรุปได้ว่าเขาสันนิษฐานว่า  เขาสามารถใช้หนังสือ (เปิดตำรา) ได้ระหว่างการสอบ  คือ  การ

       สอบครั้งนี้ก็คงเป็นการสอบแบบเปิดตำราได้เหมือนที่ผ่านๆ มา)  (คาดว่า  ปกติอนุญาตให้เปิด

       ตำราได้  ยกเว้นการสอบครั้งนี้)

(d) He would have to study very hard for the test.    (เขาจำเป็นต้องเรียนอย่างหนักสำหรับการสอบ) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) He couldn’t use his book during the test.    (เขาไม่สามารถใช้หนังสือ – เปิดตำรา – ระหว่างการสอบ) 

       (ไม่จริง  เนื่องจากพอลประหลาดใจว่าการสอบครั้งนี้มิได้เป็นแบบการเปิดตำราได้  เขาจึงสันนิษฐานว่า  เขา

       น่าจะเปิดตำราได้ในการสอบ  เหมือนที่ผ่านๆ มา) 

(คำแปล)

พอล  :  คุณหมายความว่าการสอบครั้งนี้มิใช่การเปิดหนังสือ (เพื่อทำสอบ) ใช่ไหมครับ

อลิซ  :  ไม่ใช่ค่ะ (สำหรับการสอบ) คราวนี้

คำถาม  :  พอลได้สันนิษฐานอะไรเกี่ยวกับการสอบ ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

หมายเหตุ  -  การสอบในมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯและแคนาดา  ระดับปริญญาตรี-โท-เอก  มี ๓ แบบ  คือ  ๑. การสอบแบบปกติ  คือ นักศึกษาทำข้อสอบในห้องเรียน  วิชาละประมาณ ๒ – ๓ ชั่วโมง,  ๒. การสอบแบบ  “Open book”  คือ  นักศึกษาทำข้อสอบในห้องเรียน  โดยสามารถเปิดตำราได้  วิชาละประมาณ ๒ – ๓ ชั่วโมงเช่นกัน  ทั้งนี้  อยู่ที่การพิจารณาของอาจารย์ผู้สอน,  ๓. การสอบแบบ  “Take home”  ซึ่งนักศึกษาสามารถนำข้อสอบไปทำที่บ้านได้  เปิดตำราทำข้อสอบได้  มักใช้เวลาไม่เกิน ๑ วันในแต่ละวิชา  และนำคำตอบมาส่งอาจารย์ในวันรุ่งขึ้น,  แต่ถ้าเป็นการสอบ  “Comprehensive”  หรือ  “Qualifying Exam”  ของนักศึกษาปริญญาโท-เอก  ซึ่งมักมี ๓ วิชา  (เป็นการสอบเพื่อแสดงความรู้แบบกว้างก่อนการเขียนวิทยานิพนธ์)  นักศึกษาสามารถตกลงกับอาจารย์ (โดยปกติมี ๓ คน  ซึ่งเป็นกรรมการวิทยานิพนธ์  และผู้ออกข้อสอบ) ได้ว่าจะเลือกสอบแบบ  “Open book”  หรือ  “Take home”   ซึ่งถ้าเป็นแบบแรก  นักศึกษาจะใช้เวลาทำข้อสอบตลอดทั้งวันในห้องสอบ  ก่อนส่งข้อสอบเมื่อหมดเวลาในตอนเย็น  หรือถ้านักศึกษาเลือกสอบแบบหลัง (Take home) ก็จะนำข้อสอบทั้ง ๓ วิชากลับไปทำที่บ้าน  และปกติจะใช้เวลา ๗ วันในการทำข้อสอบ  ก่อนนำกลับมาส่งอาจารย์  ซึ่งนักศึกษาปริญญาโท-เอกส่วนใหญ่  มักเลือกวิธีการสอบแบบที่สองนี้  ส่วนหลักเกณฑ์ในการตรวจให้คะแนนของอาจารย์ก็จะแตกต่างกันไปสำหรับการสอบทั้ง ๒ วิธี  ซึ่งแน่นอนว่าการสอบแบบ  "Take home"  ให้เวลามากกว่าการสอบในห้องเรียนแบบ  "Open book"  หลายเท่า  ดังนั้น  หลักเกณฑ์ที่ใช้ในการตรวจให้คะแนนจึงต้องเข้มข้นกว่าแบบแรกมาก   

 

2. Cathy  I just used the security deposit from my old apartment for a deposit on the new one.

      Jeff     So you did get your deposit back after all.

 Question  What had Jeff assumed ?

(a) Cathy would not receive her deposit.    (เคธี่จะไม่ได้รับเงินประกันของเธอ – จากห้องเช่าเก่า)

       (เนื่องจากเจฟฟ์ประหลาดใจว่าเคธี่ได้เงินประกันคืนมาแล้วจากห้องเช่าเดิม  จึงอาจสรุปได้ว่า  เขาสัน

       นิษฐานว่าเธอจะไม่ได้ – หรือยังไม่ได้ – เงินประกันคืนมา)

(b) The old apartment was not safe.    (ห้องเช่าเก่าไม่ปลอดภัย)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) The new apartment would require a deposit.    (ห้องเช่าใหม่จะต้องการเงินประกัน)  (การสนทนามิได้

       กล่าวถึง)

(d) Cathy would not move.    (เคธี่จะไม่ย้ายออก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Cathy could not use deposit from her old apartment for the new apartment.    (เคธี่ไม่สามารถใช้เงิน

       ประกันจากห้องเช่าเก่าของเธอ  สำหรับห้องเช่าแห่งใหม่)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เคธี่     :  ฉันเพิ่งจะใช้เงินประกันความปลอดภัย (เงินประกันของเสียหาย) (security deposit) จากห้อง

                เช่าเก่าของฉัน  สำหรับเงินประกันฯ ห้องเช่าใหม่ค่ะ (หมายถึง  เอาเงินประกันความเสียหายจาก

                ห้องเช่าเก่า  มาใช้ประกันห้องเช่าแห่งใหม่)

เจฟฟ์  :  ถ้างั้น  คุณก็ได้เงินประกันกลับคืนมาแล้ว (จากห้องเช่าเก่า) สิครับ

คำถาม  :  เจฟฟ์ได้สันนิษฐานอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

3. Bob    :  You mean you are going out with Phil again ?

     Julia  Just for lunch.

Question  What had Bob assumed about Julia ?

(a) She would not have lunch.    (เธอจะไม่ทานอาหารกลางวัน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) She would not start dating Phil again.    (เธอจะไม่เริ่มต้นออกเดท – ออกไปพบตามนัด – กับ

       ฟิลอีก)  (เนื่องจากบ๊อบประหลาดใจว่าจูเลียจะออกไปกับฟิลอีกครั้งหนึ่ง  จึงอาจสรุปได้ว่า  เขาสัน

       นิษฐานว่า  เธอจะไม่เริ่มต้นออกเดทกับฟิลอีก)

(c) She would have lunch with him.    (เธอจะทานอาหารกลางวันกับเขา)  (การออกเดท – ไปตามนัด – เป็น

       ระหว่างจูเลียกับฟิล  มิใช่กับบ๊อบ)

(d) She would have to go before lunch.    (เธอจำเป็นต้องไปก่อนอาหารกลางวัน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) She would enjoy going out with Phil.    (เธอจะเพลิดเพลินกับการออกไปข้างนอกกับฟิล)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

บ๊อบ   :  คุณหมายความว่าคุณจะออกไปกับฟิลอีกใช่ไหมครับ

จูเลีย  :  เพียงเพื่อ (ทาน) อาหารกลางวันเท่านั้นเองค่ะ

คำถาม  :  บ๊อบได้สันนิษฐานอะไรเกี่ยวกับจูเลีย ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

4. Mary   My daughter’s first birthday is Saturday.  Why don’t you come ?

     David  You don’t mean it.  She can’t be a year old already.

Question  What had David assumed about Mary’s daughter ?

(a) She was younger.    (เธออายุน้อยกว่า ๑ ขวบ)  (เนื่องจากเดวิดประหลาดใจว่าลูกสาวของแมรี่

       อายุถึง ๑ ขวบแล้ว  จึงอาจสรุปได้ว่า  เขาคิดว่าเธอน่าจะอายุอ่อนกว่านั้น)

(b) She was having a birthday party.    (เธอจะมีงานวันเกิด)  (เป็นสิ่งที่แมรี่พูด  ไม่ใช่เดวิดพูด)

(c) She was joking with him.    (เธอ – ลูกสาว – จะพูดเล่น-พูดตลกกับเขา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(d) She would invite him to her house.    (เธอ – ลูกสาว – จะเชิญเขาไปที่บ้านของเธอ)

(e) She was too young to attend the party.    (เธออายุน้อยเกินไปที่จะร่วมงานเลี้ยง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แมรี่   :  วันเกิดแรกของลูกสาวของฉันคือวันเสาร์ (ที่จะถึง)  ทำไมคุณไม่มา (ร่วมงานเลี้ยงสำหรับเธอเสีย

              หน่อย) ล่ะคะ

เดวิด  :  คุณไม่ได้หมายความที่พูด (ว่าเป็นเรื่องจริงใช่ไหมครับ)  ลูกสาวของคุณอายุยังไม่น่าถึง ๑ ขวบ

              หรอกครับ

คำถาม  :  เดวิดได้สันนิษฐานอะไรเกี่ยวกับลูกสาวของแมรี่ ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

5. James  We’re almost finished with the handouts for Anne.

      Lucia   Anne is going to give the presentation for the group ?

Question  What had Lucia assumed about the presentation ?

(a) There would not be any handouts.    (จะไม่มีเอกสารสรุปข้อมูลเรื่องที่จะนำเสนอ)  (ไม่จริง  เนื่องจาก

       พวกเขาเกือบทำเอกสารเสร็จแล้ว)

(b) Anne would finish the handouts.    (แอนจะทำเอกสารฯ ให้แล้วเสร็จ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) The group members will make the presentation together.    (สมาชิกของกลุ่มจำนำเสนอด้วยกัน) 

       (ไม่จริง  แอนจะเป็นผู้นำเสนอเพียงคนเดียว)

(d) The presentation had already been made.    (ได้มีการนำเสนอไปแล้ว)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Anne would not make the presentation.    (แอนจะไม่นำเสนอ)  (เนื่องจากลูเซียประหลาดใจ

      ว่าแอนจะนำเสนอสำหรับกลุ่ม  จึงอาจสรุปได้ว่า  เธอสันนิษฐานในตอนแรกว่าแอนมิได้เป็นผู้นำเสนอ)

(คำแปล)

เจมส์  :  เราเกือบจะทำเอกสารสรุปข้อมูลเรื่องที่จะนำเสนอหรือบรรยาย (ข่าวแถลง, ของที่แจกเป็นทาน,

               สิ่งที่ให้เปล่า) (handouts) สำหรับแอนเสร็จแล้วครับ (หมายถึง  ทำฯ เพื่อให้แอนนำเสนอ)

ลูเซีย  :  แอนจะนำเสนอสำหรับกลุ่มหรือคะ

คำถาม  :  ลูเซียได้สันนิษฐานอะไรเกี่ยวกับการนำเสนอ ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

6. Peter   The health center is in the student services building, not in the union.

     Jenny  No wonder I couldn’t find it.  Now I have to go all the way over to North Campus.

Question  What had Jenny assumed about the health center ?

(a) The health center was in the student services building.    (ศูนย์สุขภาพอยู่ในอาคารบริการนักศึกษา) 

       (ไม่จริง  เนื่องจากเจนนี่ไปที่องค์การนักศึกษา  มิใช่ไปที่อาคารบริการนักศึกษา)

(b) The health center was in the union.    (ศูนย์สุขภาพอยู่ในสโมสร (องค์การ) นักศึกษา) 

       (เนื่องจากปีเตอร์บอกเจนนี่ว่าศูนย์สุขภาพมิได้อยู่ในสโมสรนักศึกษา  จึงอาจสรุปได้ว่า  เธอ

       คิดว่ามันอยู่ที่นั่น)

(c) The health center was on North Campus.    (ศูนย์สุขภาพอยู่ทางตอนเหนือของบริเวณมหาวิทยาลัย) 

       (เป็นสถานที่ที่เจนนี่จะต้องไป  มิใช่สถานที่ที่เธอสันนิษฐานว่าเป็นที่ตั้งของศูนย์สุขภาพ)

(d) The health center was not on campus.    (ศูนย์สุขภาพมิได้อยู่ในบริเวณมหาวิทยาลัย)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(e) The health center was too far away to walk.    (ศูนย์สุขภาพอยู่ไกลเกินไปกว่าที่จะเดินได้)  (การสน

       ทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

ปีเตอร์  :  ศูนย์สุขภาพอยู่ในอาคารบริการนักศึกษา  มิใช่ในองค์การ (สโมสร) นักศึกษา (union) ครับ

เจนนี่    :  ไม่ประหลาดใจเลยที่ฉันไม่สามารถหามันเจอค่ะ,  ตอนนี้ฉันเลยจำเป็นต้องเดินไปตลอดทางยัง

                 บริเวณมหาวิทยาลัยตอนเหนือค่ะ (เพื่อไปศูนย์สุขภาพ)

คำถาม  :  เจนนี่ได้สันนิษฐานอะไรเกี่ยวกับศูนย์สุขภาพ ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน