หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 22)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Yesterday there was a car accident on Belmont Street, and it took __________ nearly an hour to get the traffic on the move again.

(เมื่อวานนี้   มีอุบัติเหตุรถยนต์บนถนนเบลมอนต์  และมันทำให้ ___________ ใช้เวลาเกือบ  ๑  ชั่วโมง  ในการทำให้การจราจรเคลื่อนไหวต่อไปได้อีก)

(a) the police    (เจ้าหน้าที่ตำรวจ)

(b) a police

(c) police

(d) policeman

ตอบ   -   ข้อ    (a)   “Police”  มี  ๒  ความหมาย  คือ  ๑. สถาบันตำรวจ  ๒. เจ้าหน้าที่ตำรวจ  ถือเป็นคำนามพหูพจน์  และต้องใช้กับ  “The”   เสมอ  ทั้งนี้  อาจตอบว่า   “A policeman”  หรือ   “Policemen”  (ไม่ต้องใช้  “The”  เนื่องจากไม่ได้ชี้เฉพาะเจาะจงลงไปว่า  เป็นตำรวจกลุ่มใด)  ก็ได้

 

2. Frank: I think the radio is too loud.  It’s annoying.

(แฟรงค์:  ผมคิดว่าวิทยุเสียงดังเกินไป  มันน่ารำคาญนะ)

    Peter: Oh, sorry.  ______________________________________________________.

(ปีเตอร์:  โอ้  เสียใจครับ _______________________________________________)

(a) I shall turn it up a little bit    (ผมจะเปิดเสียงให้ดังเพิ่มขึ้นอีกหน่อย)

(b) You are so annoying, too    (คุณเองก็น่ารำคาญมากเช่นกันนะ)

(c) I will turn it off now    (ผมจะปิดมัน (วิทยุ) ตอนนี้เลยครับ)

(d) I think I will turn on the TV instead    (ผมคิดว่าผมจะเปิดทีวีแทน)

ตอบ   -   ข้อ    (c)

 

3. Jim: What will Tom do after the final examination?

(จิม:  ทอมจะทำอะไรหลังจากสอบไล่)

    Bill: _________________________________________________________________.

(บิล: ____________________________________________________________)

(a) He did not do well in the exam    (เขาทำสอบได้ไม่ดี)   

(b) I’m planning to read lots of books    (ผมกำลังวางแผนจะอ่านหนังสือเยอะแยะเลย)

(c) He will spend his time with us in England    (เขาจะใช้เวลากับพวกเราในอังกฤษ)  (คือ ไปเที่ยวกับเรา)

(d) Tom never prepares for his exam    (ทอมไม่เคยเตรียมตัวสำหรับการสอบเลย)

ตอบ   -   ข้อ    (c)

 

4. Tim: Do you mind if I turn on the air-conditioner?

(ทิม:  คุณจะรังเกียจไหม  ถ้าผมจะเปิดแอร์)

    Bob: ______________________________________________________ I’ve a fever now.

(บ๊อบ: ____________________________________________ ผมเป็นไข้อยู่ครับ  ขณะนี้)

(a) I’m afraid I can’t.    (ผมเกรงว่า  ผมทำไม่ได้ครับ)

(b) No, please do.    (ไม่รังเกียจครับ  เชิญได้เลย)

(c) Yes, I do.  Sorry,    (รังเกียจสิครับ  เสียใจด้วยนะ)

(d) No way! I’m sick of it.    (ไม่มีทาง  ผมเบื่อ (เอียน) มันจัง)

ตอบ   -   ข้อ    (c)

 

5. ___________________________________________ no rain here for the next few weeks.

(_____________________________________ ฝนตกที่นี่  สำหรับ ๒ – ๓ สัปดาห์ข้างหน้า)

(a) There was

(b) There has been

(c) There are

(d) There will be    (จะไม่มี)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นเรื่องของอนาคต  การทำนายดินฟ้าอากาศ

 

6. We were just about to go for a picnic, _____________________________ it started to rain.

(เราจวนจะออกไปปิกนิกอยู่พอดี ___________________________________ ฝนเริ่มตก)

(a) unless    (ถ้า..............................ไม่)

(b) as soon as    (ในทันทีที่)

(c) while    (ในขณะที่)

(d) when    (เมื่อ)

ตอบ   -   ข้อ    (d)

 

7. _____________________________________ you keep your mouth shut, you will be safe.

(_____________________________________ คุณหุบปากของคุณไว้  คุณก็จะปลอดภัย)

(a) Unless    (ถ้า..........................ไม่)

(b) So long as    (ตราบใดที่, ตราบเท่าที่)

(c) In case of    (ในกรณีของ)

(d) So far as    (เท่าที่.........................ผมรู้มา, เขาบอกผม, ฯลฯ)

ตอบ   -   ข้อ    (b)

 

8. _____________________________ faults Mr. Martin may have, dishonesty is not one of them.

(_________ ความผิด-ความบกพร่อง __________ ที่มิสเตอร์มาร์ตินอาจจะมี  ความไม่ซื่อสัตย์สุจริตมิใช่หนึ่งในบรรดาสิ่งเหล่านั้น)  (หมายถึง  แม้ว่ามาร์ตินจะมีความผิด-บกพร่องมากมาย  แต่เขาซื่อสัตย์สุจริตเสมอ)

(a) However    (อย่างไรก็ตาม, ไม่ว่า.......................อย่างไรก็ตาม)

(b) In spite of    (ทั้งๆ ที่)

(c) Whatever    (ไม่ว่า...........................อะไรก็ตาม, อะไรก็ตาม)

(d) Whenever    (เมื่อใดก็ตาม)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “Whatever”  และ  “However”  จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • ________________________________________ you may say, I still think I am right.

(__________________ คุณอาจจะพูด _________________ ผมยังคงคิดว่าผมเป็นฝ่ายถูก)

(a) However    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)

(b) Whatever    {ไม่ว่า (คุณอาจจะพูด) อะไรก็ตาม}

(c) Though    (ถึงแม้ว่า)

(d) As    (เพราะว่า, ในขณะที่)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “Whatever”  และ  “However”  จากประโยคข้างล่าง

  • Whatever he may say, she doesn’t believe him.

(ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ตาม  เธอไม่เชื่อเขาเลย)

  • Whatever happens, keep calm.

(ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม  ให้นิ่งเข้าไว้  - หรือใจเย็นเข้าไว้)

  • He volunteered to do whatever he could.

(เขารับอาสาทำ  อะไรก็ตามที่เขาสามารถทำได้)

  • Bill had given up whatever hopes he may have had.

(บิลได้ยกเลิกความหวังอะไรก็ตาม  ที่เขาอาจจะเคยมี)

  • I have to bring my family back whatever happens.

(ผมจำเป็นต้องนำครอบครัวกลับมา  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม)

  • Whatever you do, don’t take a trip to the Arctic.

(ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม  จงอย่าเดินทางไปอาร์คติก  - หรือขั้วโลกเหนือ)

  • He will never succeed however hard he may try.

(เขาจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ  ไม่ว่าเขาจะพยายามอย่างหนักอย่างไรก็ตาม)

  • However quickly they walked, they could not catch the bus.

(ไม่ว่าพวกเขาจะเดินเร็วอย่างไรก็ตาม  พวกเขาไม่สามารถไปขึ้นรถได้ทัน)

  • However carefully she walked, she was hit by a car.

(ไม่ว่าเธอจะเดินอย่างระมัดระวังอย่างไรก็ตาม  เธอถูกรถชน)

  • He studied hard; however, he did not pass the exam.

(เขาขยันเรียน  อย่างไรก็ตาม (= แต่)  เขาสอบตก)

 

9. ________________________________ the air being so warm, he decided to sleep outside.

(______________________ มีอากาศที่อบอุ่นมาก  เขาตัดสินใจนอนข้างนอก)  (ห้อง หรือบ้าน)

(a) Since

(b) With    (ด้วย)

(c) As

(d) For

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากข้อความที่ตามหลัง  “With”  ต้องอยู่ในรูปวลี  “The air being so warm

 

10. Monkeys sometimes act as if they _____________________________________ human.

(ลิงบางที (บางครั้ง) ทำตัวราวกับว่าพวกมัน _______________________________ มนุษย์)

(a) be

(b) are

(c) were    (เป็น)

(d) being

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจาก  “Clause”  ที่ตามหลัง  “As if, As though”  (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า  -  แต่มิได้เป็นเช่นนั้นจริงๆ)  กริยาต้องอยู่ในรูป  “Past simple tense”  (Verb 2)  ถ้าเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน,  และใช้รูป  “Past perfect tense”  (Had + Verb 3)    ถ้าเป็นเหตุการณ์ในอดีต  (เรียกโครงสร้างแบบนี้ว่า  “Past subjunctive”)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่ 

  • He acted as though he ________________________________________ a mad man.

(เขา ทำราวกับว่า  (ประหนึ่งว่า) เขา ____________________________________ คนบ้า)

(a) is

(b) was

(c) were    (เป็น)  (ใช้กับเหตุการณ์ปัจจุบัน)

(d) had been    (เป็น)  (ใช้กับเหตุการณ์ในอดีต)

(e) would have been

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูคำอธิบาย   “As though, As if”   (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่      {จงเลือกข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ (๑) – (๔)}

(1) Despite its size, a whale can swim (2) as it (3) were (4) almost weightless

(ทั้งๆ ที่ขนาด (ใหญ่โต) ของมัน  ปลาวาฬสามารถว่ายน้ำได้ราวกับว่า (ประหนึ่งว่า)  มันเกือบจะไร้น้ำหนัก)

ตอบ   -    ข้อ      แก้เป็น  “as if หรือ  as though”เพราะมีความหมายว่า  “ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า”  และต้องตามด้วย  “Past simple tense” (Verb 2)  (ถ้าใช้ในความ หมายปัจจุบัน  และต้องใช้  “Were”  กับประธานทุกตัวในกรณีของ “Verb to be”)   สำหรับในกรณีที่ใช้กับเหตุการณ์ในอดีต  ให้ใช้  “Past perfect tense” (Had + Verb 3)   อนึ่ง  ที่ต้องใช้รูป “Past simple” (Verb 2)  หรือ “Past perfect” (Had + Verb 3)  หลัง “As if, As though”  เนื่องจากเป็นเพียงการเปรียบเทียบว่า  “ราวกับว่าเป็นเช่นนั้น, ประหนึ่งว่าเป็นเช่นนี้”  ซึ่งมิใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ  หรือตรงข้ามกับความเป็นจริง  เหมือนกับการใช้  “Wish”  โดยเราเรียกการใช้โครงสร้างแบบนี้ว่า“Past subjunctive”  

                                         ตัวอย่างที่  

  • He spends his money ________________________ though he were a very rich man.

(เขาใช้จ่ายเงิน __________________ เขาเป็นคนที่ร่ำรวยมาก)  (แต่จริงๆแล้วมิได้เป็นคนรวย)

(a) so much

(b) as    (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)

(c) very little

(d) (No word is needed.)

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “As though”  หรือ  “As if”  หมายถึง  “ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า”  โดยในกรณีนี้เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  (สังเกตจากกริยา “spends”)  จึงใช้  “were”  กับประธาน  “He”  ในประโยคย่อย  แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์ในอดีต  ต้องเปลี่ยน เป็น  “Had been” (…….......…as though he had been a……....…..)  ตัวอย่างประโยคอื่นๆ  ได้แก่

  • He acts as if he were a millionaire.  (เป็นปัจจุบัน)

(เขาทำตัวราวกับว่าเขาเป็นเศรษฐี – ปัจจุบัน)  (แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็น)

  • He acted as though he had been a millionaire.  (เป็นอดีต)

(เขาทำตัวราวกับว่าเป็นเศรษฐี – ในอดีต)  (แต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็น)

  • The boy plays with his toy as if it were a living thing.  (เป็นปัจจุบัน)

(เด็กคนนั้นเล่นกับของเล่น  ราวกับว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต – ปัจจุบัน)  (แต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็น)

  • He says as though he loved her.  (เป็นปัจจุบัน)

(เขาพูดราวกับว่าเขารักเธอ – ปัจจุบัน)  (แต่จริงๆแล้วไม่ได้รัก)

  • I saw it a long time ago, but I remember it as though I had seen it yesterday(เป็นอดีต)

(ผมเห็นมันเมื่อนานมาแล้ว  แต่ผมจำมันได้  ราวกับว่า  ผมเห็นมันเมื่อวานนี้ – เป็นอดีต)  (จริงๆ แล้ว  ไม่ได้เห็นเมื่อวานนี้)

 

11. She was thirsty; ______________________________, she refused to drink any soft drink.

(เธอกระหายน้ำ __________________ เธอปฏิเสธที่จะดื่มเครื่องดื่มเย็นๆที่ปราศจากแอลกอฮอล์)

(a) since    (เพราะว่า, ตั้งแต่)

(b) moreover    (ยิ่งไปกว่านั้น, นอกจากนั้น)

(c) so that    (เพื่อที่ว่า)

(d) nevertheless    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี, แต่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจตอบ   “However, Nonetheless, But”   (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี, แต่) ก็ได้  เนื่องจากข้อความที่อยู่ข้างหน้า และหลังคำเหล่านี้จะมีความขัดแย้งกัน  (เธอกระหายน้ำ  แต่ไม่ดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ)

 

12. The fire which broke ___________ in a theater last night caused tremendous loss of both lives and properties.

(ไฟไหม้ซึ่ง  _____________ ในโรงหนังเมื่อคืนวาน  ก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมโหฬารทั้งชีวิตและทรัพย์สิน)

(a) down    (“Break down”  =  (เครื่องจักร, เครื่องใช้ไฟฟ้า) ชำรุด, เสีย, ไม่ทำงาน)

(b) off    (“Break off”  =  ตัดความสัมพันธ์ทางการทูต)

(c) out    (“”Break out”  =  (ไฟ, สงคราม, โรคระบาด, การทะเลาะวิวาท) เกิดขึ้น)

(d) up    (“Break up”  =  (คู่รัก) ตัดความสัมพันธ์, เลิกคบ, เลิกรากันไป)

ตอบ   -   ข้อ   (c)

 

13. Jewish boys would begin to study __________________________________ the age of 3.

(เด็กชายชาวยิวจะเริ่มเรียนหนังสือ (เข้าโรงเรียน) _______________________ อายุ  ๓  ขวบ)

(a) early as

(b) so early as

(c) as early as    (โดยเร็วเท่ากับ, แต่เนิ่นๆ เท่ากับ)

(d) when early as

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Early” เป็นทั้งคำคุณศัพท์  (Adjective) และกริยาวิเศษณ์ (Adverb)  ในที่นี้ใช้เป็นกริยาวิเศษณ์  เนื่องจากขยายกริยา  “Study

 

14. His son was given a watch for his birthday, and his daughter a necklace for ______________.

(ลูกชายของเขาได้รับนาฬิกาสำหรับวันเกิดของตน  และลูกสาวได้สร้อยคอสำหรับ (วันเกิด) ______)

(a) him

(b) her

(c) hers    (ของเธอ)

(d) his

ตอบ    -    ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องอยู่ในรูป  “Possessive pronoun”  (His, Hers, Its, mine, yours, ours, theirs)   จึงสามารถอยู่ลอยๆ คำเดียวได้   ไม่ต้องมีคำนามตามหลัง  ซึ่งมีค่าเท่ากับ  “Her birthday”  ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

  • My house is small but yours (= your house) is big.

(บ้านของผมหลังเล็ก  แต่ของคุณหลังใหญ่)

  • His dog is ferocious while hers (= her dog) is tame and lovely.

(หมาของเขาดุร้าย  ในขณะที่ของเธอเชื่องและน่ารัก)

 

15. Last night, in a radio address, the President urged us ________________ to the Red Cross.

(เมื่อคืนที่ผ่านมา  ในคำกล่าวทางวิทยุ  ท่านประธานาธิบดีกระตุ้นให้พวกเรา ______ ให้กับกาชาด)

(a) subscribe

(b) subscribing

(c) that we subscribe

(d) to subscribe    (บริจาค, ช่วยเหลือ, บอกรับเป็นสมาชิก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Urge + กรรม + To + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมคำกริยาประเภทเดียวกันจากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • I told my daughter _____________________ good care of herself while she was away.

(ผมบอกลูกสาวของผม (ให้) _____________ ตนเองเป็นอย่างดี  ในขณะที่เธอออกไปข้างนอก)

(a) taking

(b) to take    (“Take care”  =  ดูแล)

(c) she will take

(d) that she take

ตอบ   -   ข้อ    (b)   “Subject + Tell + กรรม + To + Verb 1”  (I told my daughter to take ……………)  ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทเดียวกับ  “Tell”   ในประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • The teacher permitted him ______________________________________ by himself.

(ครูอนุญาตให้เขา ___________________________ ด้วยตัวของเขาเอง)  (คือ  คิดตามลำพัง)

(a) to thinking

(b) to think    (คิด)

(c) think

(d) thinking

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจาก  “Subject + Permit + กรรม + To + Verb 1

                                        ตัวอย่างที่ 

  • The workers are all gone.  Because of the bad weather, the boss permitted them ________ early.

(คนงานไปกันหมดแล้ว  เนื่องจากอากาศเลว  เจ้านาย (หัวหน้า) อนุญาตให้พวกเขา ________ แต่เนิ่นๆ)

(a) leave

(b) to leaving

(c) to be going

(d) to leave    (ออกจากที่ทำงาน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ตามโครงสร้าง   “Subject + Permit + กรรม + To + Verb 1

                                       ตัวอย่างที่ 

  • I want you ____________________________________ on an errand for me tomorrow.

(ผมต้องการให้คุณ ______________________________________ ทำธุระให้ผมวันพรุ่งนี้)

(a) go

(b) to do

(c) to go    (ไป)

(d) going

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Want + กรรม + To + Verb 1”  และ  “Go on an errand” =  ไปทำธุระ

                                         ตัวอย่างที่ 

  • We don’t allow anyone ________________________________________ in this pond.

(เราไม่อนุญาตให้ใครก็ตาม _______________________________________ ในสระน้ำนี้)

(a) swim

(b) swimming

(c) to swim   (ว่ายน้ำ)

(d) for swimming

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Allow + กรรม + To + Verb 1

                                         ตัวอย่างที่  

  • He told one of the men __________________________ with his back against the wall. 

(เขาบอกชายคนหนึ่งให้ _________________________ โดยเอาหลังชิด (หรือพิง) กำแพง)

(a) turn and sit

(b) to turn and sit    (หันมาและนั่ง)

(c) turned and sat

(d) turning and sitting

ตอบ   -    ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Subject + Tell + กรรม  + To + Verb 1”  กล่าวคือ   กริยาที่อยู่หลังกรรมรอง  (บุคคลหรือสิ่งของ)  ของคำกริยาต่อไปนี้   จะต้องเป็นรูป  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  เสมอ  ได้แก่  “Expect, Want, Cause,  Force,  Compel,  Invite,  Advise,  Instruct, Persuade,  Allow,  Permit,  Encourage,  Press,  Warn,  Order,  Request,  Tempt,  Teach,  Tell,  Oblige”   ตัวอย่างประโยค  เช่น

  • We ordered him to leave.

(เราสั่งให้เขาไปซะ)

  • She forced her servant to finish the work by noon.

(เธอบังคับให้สาวใช้ทำงานให้เสร็จในตอนบ่าย)

  • They invited her to go to their party.

(พวกเขาเชิญเธอไปร่วมงานเลี้ยง)

  • The teacher instructed him to study hard.

(ครูแนะนำเขาให้ขยันเรียน)

  • I told him to play outside.

(ผมบอกให้เขาไปเล่นข้างนอก)

  • he taught him (how) to cook.

(หล่อนสอนเขา (วิธี) ปรุงอาหาร)

  • We encouraged her to fight against cancer.

(พวกเราให้กำลังใจเธอต่อสู้กับมะเร็ง)

  • The flood caused the train to move slowly.

(น้ำท่วมเป็นเหตุให้รถไฟเคลื่อนไปอย่างช้าๆ)

  • She requested him to buy her a new dress.

(เธอขอร้องเขาให้ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอ)

  • The manager advised his staff to work harder.

(ผู้จัดการแนะให้สตาฟของเขาทำงานให้หนักขึ้น)

                                       ในกรณีเป็นประโยคปฏิเสธ  ให้ใส่  “Not”  ไว้หน้า  “To + Verb 1”  (Not + To + Verb 1)  เช่น

  • She asked me not to arrive late.

(เธอขอร้องผมมิให้มาสาย)

  • He told her not to go out at night.

(เขาบอกเธอมิให้ออกไปข้างนอกเวลากลางคืน)

  • We forced him not to resign from his work.

(เราบังคับเขามิให้ลาออกจากงาน)

  • She expects him not to fail again.

(เธอคาดหวังเขาว่าจะไม่ล้มเหลวอีกหน)

 

16. ______________________________________ most beginners, he worried about details.

(________________________ ผู้เริ่มต้น (มือใหม่) ส่วนใหญ่  เขาวิตกกังวลเกี่ยวกับรายละเอียด)

(a) As    (ตามที่, ดังที่, ในฐานะ)

(b) Just as    (ตามที่, ดังที่)

(c) Like    (เหมือนกับ, คล้ายกับ, เป็นลักษณะเฉพาะของ)

(d) Even though    (ถึงแม้ว่า)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Like”  เมื่อเป็น   “Preposition”  หมายถึง  “เหมือนกับ, คล้ายกับ”  ต้องตามด้วยคำนาม หรือวลี   (ในข้อนี้  คือ “most beginners”)  ดูเพิ่มเติมการใช้   “Like, As, Just as”  จากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่  

  • This car has an engine ___________________________________ one in an airplane.

(รถยนต์คันนี้มีเครื่องยนต์ _________________________________ เครื่องยนต์ในเครื่องบิน)

(a) as    (= ในฐานะ, เป็น  -  เมื่อเป็น  “Preposition”  ตามด้วยคำนามหรือวลี)  (=เหมือน, เหมือนกับที่, ตามที่, ดังที่  -  เมื่อเป็น “Conjunction”  = Just as  ตามด้วยประโยค  “Subject + Verb”)

(b) the same    (เหมือนกัน, อย่างเดียวกัน)

(c) as like as    (โครงสร้างนี้ไม่มีใช้)

(d) like    (เหมือน, คล้าย)  (เป็น  “Preposition”)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Like  (เหมือน, คล้าย) +  คำนามหรือวลี  ส่วน  “As (ตามที่, ดังที่) + ประโยค”  (As + Subject + Verb)  สำหรับอีกโครงสร้างหนึ่งที่สามารถใช้ได้สำหรับข้อที่  ๓  คือ  “This car has the same engine as one in an airplane.”  หรือ  “This car’s engine and one in an airplane are the same.  (หรือ  “are alike, are similar”)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Like, As, Alike”  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • What is the climate ____________________________________ in your home town?

(อากาศ ________________________________ อย่างไร (เช่นไร) ในเมืองบ้านเกิดของคุณ)

(a) alike

(b) likely

(c) like    (เป็นเหมือน, เหมือน, คล้าย)

(d) (No word is needed.)

ตอบ  -  ข้อ   (c)   ในที่นี้  “Like”  เป็น “Preposition”  หมายถึง  “เป็นเหมือน, เหมือน, คล้าย”   ใช้กับ  “Verb to be”  หรือ  “Look”  (มีลักษณะ, มีท่าทาง)  ต้องตามด้วยคำนาม

                                         ตัวอย่างที่  

  • The sky is cloudy and it looks like _________________________________________.

(ท้องฟ้ามีเมฆมาก  และมันดูเหมือน _________________________________________)

(a) rain    (ฝน)  (เป็นคำนาม)

(b) to rain   (ฝนตก)

(c) rainy   (ซึ่งมีฝนตก)

(d) it will rain

ตอบ   –    ข้อ  (a)  เนื่องจาก  “Like”   ในที่นี้เป็น  “Preposition”  หมายถึง  “เหมือน, คล้าย”  ต้องตามด้วยคำนาม  ซึ่งในที่นี้  คือ  “ฝน

                                         ตัวอย่างที่  

  • He became a doctor ___________________________________________ his father.

(เขาเป็นหมอ _______________________________________________ พ่อของเขา)

(a) same as

(b) like    (เหมือน)

(c) such as

(d) as

ตอบ    –    ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Like”  เมื่อหมายถึง  “เหมือน, คล้าย”  จะเป็น “Preposition”  จึงต้องตามด้วยคำนามหรือวลี   สำหรับข้อนี้อาจตอบได้อีกอย่าง  คือ  “the same as”  ส่วน   “As”  (เหมือนกับ)  ต้องตามด้วย  “Subject + Verb”  ดูความแตกต่างการใช้  “Like” และ  “As”  จากประโยคข้างล่าง

  • Like the other nations of Eastern Europe, Poland was politically dominated by the Soviet Union during the Cold War.

(เหมือนกับประเทศอื่นๆในยุโรปตะวันออก  โปแลนด์ถูกครอบงำทางการเมืองโดยสหภาพ โซเวียต  ในระหว่างสงครามเย็น)

หมายเหตุ  -  ประโยคข้างบนใช้  “Like”  เนื่องจาก  “Like” (หมายถึง “เหมือน, คล้าย”)   ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี   เช่น  “the other nations” “his father”  “most hard-working people” (คนทำงานหนักส่วนใหญ่)  ส่วน  “as” (หมายถึง “เหมือนกับ”)   ต้องตามด้วยอนุประโยค  (As + Subject + Verb)  เช่น

  • He did as (just as) his father had told him to do.

(เขาทำเหมือนที่พ่อของเขาบอกให้ทำ)

  • She smiled as (just as) her mother did when she was young.

(เธอยิ้มเหมือนที่แม่ของเธอยิ้ม  เมื่อตอนที่ (แม่) เป็นเด็ก)

                                        สำหรับ  “As”  เมื่อเป็น  “Preposition”  มีความหมายว่า  “ในฐานะ หรือ เป็น”  จะต้องตามด้วยคำนามหรือวลี  เช่น

  • She works as a doctor.

(เธอทำงานเป็นหมอ)

  • He is known as a man who keeps his words.

(เขาเป็นที่รู้จักกันในฐานะคนที่รักษาคำพูด)

  • They have been recognized as the men who died for their country.

(พวกเขาได้รับการจดจำในฐานะคนที่ตายเพื่อชาติบ้านเมือง)

  • As a good citizen, everyone has to pay a proper amount of tax each year.

(ในฐานะพลเมืองดี  ทุกคนจำเป็นต้องจ่ายภาษีในจำนวนที่เหมาะสมทุกๆปี)

                                         สำหรับ  “Alike”  เป็นทั้งคำคุณศัพท์และกริยาวิเศษณ์  หมายถึง  เหมือนกัน, คล้ายกัน, อย่างเดียวกัน”  ดังประโยคข้างล่าง

  • These two things are alike.

(ของ ๒ สิ่งนี้เหมือนกันเลย)

  • Tom and his brother are both alike.

(ทอมและพี่ชายของเขาคล้ายกัน  -  รูปร่างหน้าตาหรือการกระทำ)

  • No two people think or behave alike.

(ไม่มีใคร ๒ คน คิดหรือประพฤติตัวเหมือนกัน)

  • The two sisters are remarkably alike in appearance.

(พี่สาวน้องสาว ๒ คนนั้นคล้ายกันเป็นพิเศษ (อย่างน่าสังเกต) ในด้านรูปร่างหน้าตา-ลักษณะท่าทาง)

  • They did everything alike.

(พวกเขาทำทุกอย่างเหมือนๆกัน)

  • The children are all treated alike.

(เด็กๆได้รับการปฏิบัติเหมือนๆกันทุกคน)

  • The strike is damaging to managers and workers alike.

(การนัดหยุดงานกำลังสร้างความเสียหายให้กับผู้จัดการและคนงานเหมือนๆกัน)

  • The snowstorm affected the southern and northern states alike

 (พายุหิมะมีผลกระทบต่อรัฐทางตอนเหนือและใต้  เหมือนๆกัน)

 

17. She is fond of people who think _______________________________________ she does.

(เธอชอบผู้คนซึ่งคิด _______________________________________________ เธอคิด)

(a) about    (เกี่ยวกับ)

(b) like    (เหมือน, คล้าย, เป็นเหมือน)  (เป็น  “Preposition” ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(c) just like    (ความหมายเหมือน  “Like”)

(d) as    (เหมือนกับที่, ดังที่, ตามที่)  (เป็น  “Conjunction”  ตามด้วยประโยค คือ  Subject + Verb)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมในข้อ  ๑๖  ของข้อสอบชุดนี้

 

18. You can learn _____________________________________ the word from the dictionary.

(คุณสามารถเรียนรู้ _______________________________________ คำจากพจนานุกรม)

(a) pronunciation    (การออกเสียง, วิธีการออกเสียง)

(b) pronouncing

(c) to pronounce    (ที่จะออกเสียง)

(d) pronounce

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Learn + to + Verb 1” ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่

  • I’ll try ________________________________________________________ my best.

(ผมจะพยายาม __________________________________________________ ดีที่สุด)

(a) to make

(b) to work

(c) to show

(d) to do   (ทำ)

ตอบ    –    ข้อ   (d)  “Do one’s best” = “ทำดีที่สุด” และหลังกริยา  “Try”  ต้องตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  สำหรับกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  ได้แก่   “promise (สัญญา),  offer (เสนอ),   want (ต้องการ),   hope (หวัง),   plan (วางแผน),   hesitate (รีรอ, ลังเลใจ),   fail  (ล้มเหลว),   learn  (เรียนรู้),   expect  (คาดหวัง),   refuse (ปฏิเสธ), need  (ต้องการ),  dare  (กล้า),  claim  (อ้าง),   agree  (ตกลง),  demand  (เรียกร้อง),   wish  (ปรารถนา),   intend  (ตั้งใจ),  seem (ดูเหมือนว่า),  resolve  (ตกลงใจ),  determine  (ตัดสินใจ),  decide  (ตัดสินใจ),   pretend (แสร้งทำ),  afford  (มีฐานะพอ, สามารถหามาได้),  happen  (บังเอิญ),  appear (ดูเหมือนว่า),  prove  (พิสูจน์ว่า),   ask  (ขอร้อง),  beg  (ขอร้อง),   choose (เลือก),  manage  (ประสบความสำเร็จ),   hurry  (เร่งรีบ),   tend  (มักจะชอบ),   arrange  (จัดแจง, เตรียมการ),   care  (สนใจ),  come  (มา)   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • They want to take a rest.

(พวกเขาต้องการพักผ่อน)

  • She expects to arrive there in time.

(เธอคาดหวังว่าจะไปถึงที่นั่นทันเวลา)

  • He pretended not to see me.

(เขาแสร้งทำเป็นไม่เห็นผม)

  • We decided to buy a new home.

(เราตัดสินใจซื้อบ้านใหม่)

  • He came to see me late at night.

(เขามาพบผมเวลากลางคืนตอนดึก)

  • We must learn to work hard and to save money.

(เราจะต้องเรียนรู้เรื่องการทำงานหนักและออมเงิน)

  • She refused to go out with him.

(เธอปฏิเสธที่จะออกไปข้างนอกกับเขา

  • She affords to buy an expensive car.

(เธอมีฐานะพอที่จะซื้อรถยนต์ราคาแพง)

  • They agreed to take a vacation this summer.

(พวกเขาตกลงที่จะเดินทางวันหยุดพักผ่อนหน้าร้อนนี้)

  • We wish to graduate in a few months and to get a job.

(เราปรารถนาที่จะเรียนจบในอีก ๒ – ๓ เดือนข้างหน้าและได้งานทำ)

  • He asked to play a role in the school play.

(เขาขอร้องที่จะแสดงในบทในละครของโรงเรียน)

  • They promised to come and they did come.

(พวกเขาสัญญาว่าจะมา และก็มาจริงๆ)

  • The team failed to win a place in the finals.

(ทีมนั้นไม่สามารถที่จะได้เข้ารอบสุดท้าย)

  • They hoped to meet their parents after separating with them for years.

(พวกเขาหวังจะได้พบกับพ่อแม่หลังจากแยกกับพ่อแม่เป็นเวลาหลายปี)

  • Did you manage to get anything to eat before you came?

(คุณประสบความสำเร็จ (สามารถ) หาอะไรกินก่อนมาที่นี่หรือเปล่า)

 

19. How old must one ____________________________________________ in an election?

(คนเราจะต้องอายุเท่าใด ______________________________________ ในการเลือกตั้ง)

(a) to vote

(b) to be voted

(c) to be to vote

(d) be to vote    (ที่จะลงคะแนนเสียง)

ตอบ    -    ข้อ  (d)  เนื่องจากมาจากประโยคบอกเล่า   “One must be 20 years old to vote in an election.”  (คนเราจะต้องอายุ ๒๐ ปี  ถึงจะลงคะแนนในการเลือกตั้งได้)   และ  “Must”  ต้องตามด้วย  “Infinitive without to” (Verb 1)  ดังนั้น  จึงต้องใช้  “One must be 20 years……….....….” จะใช้ “Must is, Must are”  ไม่ได้   และเมื่อเป็นประโยคคำถาม   จึงต้องใช้ว่า  “How old must one be to vote………....…..?”   (คนเราจะต้องอายุเท่าใด  จึงจะลงคะแนน .......................)

 

20. A: Let’s go to the country tomorrow.

(A: พวกเราไปบ้านนอก (ชนบท) กันนะ  วันพรุ่งนี้)

      B: All right, if it _____________________________________________________ rain.

(B: ตกลง  ถ้าฝน  ____________________________________________________)

(a) won’t

(b) isn’t

(c) doesn’t    (ไม่ตก)

(d) isn’t being

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ในประโยค   “If clause”   (แบบที่  )  ใช้  “Present simple tense

 

21. A: What do you think of the rain we’ve been having?

(คุณคิดอย่างไรกับฝนที่เรากำลังมี  -  กำลังตก  -  อยู่ในตอนนี้)

      B: I’ve never seen __________________________________________ terrible weather.

(ผมไม่เคยเห็นอากาศที่เลวร้าย ___________________________________________)

(a) such the

(b) such a

(c) such    (มากมายเช่นนั้น)

(d) so

ตอบ   -   ข้อ    (c)   {Such + A (An) + Adjective + Noun (เอกพจน์  นับได้)}  หรือ   {Such + Adjective + Noun (นับไม่ได้)}  ในที่นี้   “Weather”  เป็นนามนับไม่ได้  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • She is such a nice girl that everyone loves her.

(เธอเป็นเด็กดีมาก  จนกระทั่งทุกคนรักเธอ)

  • It was such dirty water that nobody could drink it.

(มันเป็นน้ำที่สกปรกมาก  จนกระทั่งไม่มีใครดื่มมัน)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป