หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 210)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Paula  What seems to be the problem ?

     Larry  Well I understand the lectures but I get mixed up when I try to read the book.

Question  What does Larry mean ?

(a) The book is confusing.    (หนังสือน่างง-สับสน)  (“To get mixed up”  เป็นสำนวน  หมายถึง 

       “รู้สึกสับสน หรืองงงวย”)

(b) He is doing well in the class.    (เขากำลังทำได้ดีในชั้นเรียน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) The teacher is not very clear.    (อาจารย์ไม่ค่อยชัดเจนมากนัก)  (ไม่จริง  เนื่องจากลาร์รี่เข้าใจการบรรยาย)

(d) The lectures are from the book.    (การบรรยายมาจากหนังสือ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) He mixes the lectures with the book he read.    (เขาผสม-ปนเปการบรรยายเข้ากับหนังสือที่เขาอ่าน) 

       (เป็นการแปลความหมายคำพูดของลาร์รี่ที่ไม่ถูกต้อง)

(คำแปล)

พอลลา  :  อะไรดูเหมือนเป็นปัญหา (ของคุณ) คะ

ลาร์รี่      :  เอ้อ  ผมเข้าใจการบรรยาย  แต่ผมสับสน (งง) (get mixed up) เมื่อผมพยายามอ่าน

                  หนังสือครับ

คำถาม  :  ลาร์รี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

2. John    Do you know Randy Johnson ?

     Nancy  :  Yes.  He sure has it made, doesn’t he ?

Question  What does Nancy mean ?

(a) Randy is a confident person.    (แรนดี้เป็นบุคคลที่มั่นใจ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(b) Randy is very fortunate.    (แรนดี้โชคดีมาก)  (“To have it made”  เป็นสำนวน  หมายถึง 

       “โชคดีมาก”  )

(c) She does not know Randy.    (เธอไม่รู้จักแรนดี้)  (ไม่จริง,  เมื่อถูกถาม  เธอตอบว่าเธอรู้จักแรนดี้)

(d) She is not sure whether she knows Randy.    (เธอไม่แน่ใจว่าเธอรู้จักแรนดี้หรือไม่)  (ไม่จริง,  เมื่อถูก

       ถาม  เธอตอบว่าเธอรู้จักแรนดี้)

(e) Randy makes sure that he knows Nancy.    (แรนดี้มั่นใจว่าเขารู้จักแนนซี่)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(คำแปล)

จอห์น  :  คุณรู้จักแรนดี้ จอห์นสัน ไหมครับ

แนนซี่  :  ค่ะ  เขาแน่นอนเลยเป็นคนที่โชคดีมาก (has it made) ใช่ไหมคะ

คำถาม  :  แนนซี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

3. Gary    This paper isn’t due until next week.

     Laura  Yes, I know.  But I wanted to turn it in ahead of time if that’s all right. 

Question  What does Laura mean ?

(a) She wants to submit her paper early.    (เธอต้องการส่งรายงานของเธอแต่เนิ่นๆ)  (“To turn

       in”  หมายถึง  “ส่ง, ส่งมอบ, เข้านอน, ส่ง (คนร้าย) ให้ตำรวจ”  ส่วน   “Ahead of time”  หมายถึง 

       “ล่วงหน้า, ก่อนเวลา”)

(b) The answers on the paper are all correct.    (คำตอบในรายงานถูกต้องทั้งหมด)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(c) The deadline has passed for the paper.    (เส้นตายได้ผ่านไปแล้วสำหรับรายงาน)  (ไม่จริง  เนื่องจากลอร่า

       ต้องการส่งรายงานก่อนครบกำหนด)

(d) The paper is not quite finished.    (รายงานยังไม่เสร็จดี)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอพร้อมที่จะส่งรายงาน)

(e) She won’t submit her paper until next week.    (เธอจะไม่ส่งรายงานจนกระทั่งสัปดาห์หน้า)  (ไม่จริง 

       เนื่องจากเธอจะส่งรายงานล่วงหน้า  คือก่อนครบกำหนดสัปดาห์หน้า)

(คำแปล)

แกรี่    :  รายงานนี้ยังไม่ครบกำหนด (ส่งอาจารย์) จนกระทั่งสัปดาห์หน้าครับ

ลอร่า  :  ค่ะ  ฉันทราบ,  แต่ฉันต้องการส่งมันก่อนเวลา (ล่วงหน้า) (ahead of time)  ถ้านั่นสามารถทำได้

               (if that’s all right) ค่ะ

คำถาม  :  ลอร่าหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

4. Jeff     Why don’t you do the solo ?

     Anne  You’ve never heard me sing, have you ?

Question  What does Anne imply ?

(a) She prefers singing a solo.    (เธอชอบร้องเพลงเดี่ยวมากกว่า)  (เจฟฟ์แนะนำให้เธอร้องเพลงเดี่ยว 

       ไม่ใช่แอนชอบร้องฯ)

(b) She does not want to help Jeff.    (เธอไม่ต้องการช่วยเจฟฟ์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(c) She is not a good singer.    (เธอไม่ใช่นักร้องที่ดี-เก่ง)  (เนื่องจากแอนเตือนให้เจฟฟ์ระลึกว่า 

       เขาไม่เคยได้ยินเธอร้องเพลง  เธอจึงบอกเป็นนัยว่าเธอมิใช่นักร้องที่ดี)

(d) She does not like music.    (เธอไม่ชอบดนตรี)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(e) She does not want Jeff to listen her sing.    (เธอไม่ต้องการให้เจฟฟ์ฟังเธอร้องเพลง)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)  

(คำแปล)

เจฟฟ์  :  ทำไมคุณไม่แสดง (ร้องเพลง) เดี่ยว (คนเดียว) (do the solo) ละครับ

แอน    :  คุณไม่เคยได้ยินฉันร้องเพลง  ใช่ไหมคะ

คำถาม  :  แอนบอกเป็นนัยว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

5. Peter    I can’t stand this class !

    Jessica  Well, you might as well get used to it.  You have to take it in order to graduate.

Question  What does Jessica say about the class ?

(a) She does not like the class.    (เธอไม่ชอบชั้นเรียนนี้)  (การไม่ชอบชั้นเรียนเป็นทัศนคติของปีเตอร์  ไม่ใช่ความ

       คิดเห็นของเจสสิคา)

(b) It is not a required class.    (มันไม่ใช่ชั้นเรียนที่กำหนด – บังคับ - ให้ต้องเรียน)  (ไม่จริง  ชั้นเรียนนี้กำหนดให้

       ต้องเรียนเพื่อจบการศึกษา)

(c) She has already taken the class.    (เธอได้เรียนในชั้นเรียนนี้แล้ว)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)     

(d) Peter will have to take the class.    (ปีเตอร์จำเป็นจะต้องเรียนชั้นนี้)  (ดูจากข้อความ  “คุณจำเป็น

       ต้องเรียนชั้นนี้เพื่อจบการศึกษา”)

(e) Peter will get used to the class if he studies hard.    (ปีเตอร์จะคุ้นเคย (เคยชิน) กับชั้นเรียนนี้  ถ้าเขาขยัน

       เรียน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(คำแปล)

ปีเตอร์    :  ผมทนชั้นเรียน (การสอน) นี้ไม่ไหวแล้ว (I can’t stand this class)

เจสสิคา  :  อ้อ  คุณก็อาจจะคุ้นเคย (เคยชิน) กับมัน (get used to it) ด้วยเช่นกัน (ถ้าคุณพยายาม

                   อดทน),  คุณต้องเรียนมัน (ชั้นเรียนนี้) เพื่อจบการศึกษา

คำถาม  :  เจสสิคาพูดอะไรเกี่ยวกับชั้นเรียน ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

6. Thomas  That was Dale on the phone.  His car broke down on the way here, so he won’t be able

                          to make it.

      Sandy    He’d better trade that car in.

Question  What does Sandy suggest that Dale do ?

(a) Get his car repaired.    (เอารถของเขาไปซ่อม)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(b) Buy a different car.    (ซื้อรถยนต์คันใหม่-อีกคันหนึ่ง)  (ดูจากข้อความ  “เขาควรจะเอารถคัน

       นั้นไปแลก (รถอีกคันหนึ่ง),”) (“To trade the car in”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “เอารถเก่าไปแลก

       รถคันใหม่  เพื่อให้ได้ราคา – รถใหม่ - ที่ถูกลง)

(c) Borrow a car.    (ยืมรถ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(d) Bring the car in.    (นำรถเข้ามาข้างใน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(e) Have someone drive for him.    (ให้คนอื่นขับรถให้เขา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(คำแปล)

โทมัส   :  นั่นคือเดลพูดสาย (เมื่อกี้นี้)  รถยนต์ของเขาเสีย (broke down) ในระหว่างทางมาที่นี่ (on

                 the way here),  ดังนั้น  เขาจะไม่สามารถมาที่นี่ได้ (หรือทันตามนัด) (make it)

แซนดี้  :  เขาควรจะเอารถคันนั้นไปเทอร์น (แลกรถใหม่) (trade that car in) ดีกว่า

คำถาม  :  แซนดี้แนะนำว่าเดลควรทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

7. Mary  How are you going to get ready for an oral final ?

     Dick   The professor said we should study alone, but the T.A. said to get into a study  group and

                     quiz each other.

Question  What did the T.A. suggest the students do ?

(a) Prepare for an oral final.    (เตรียมสอบไล่ปากเปล่า)  (การสอบไล่ปากเปล่าเป็นรูปแบบการสอบที่นักเรียน

       จะต้องเจอ  มิใช่คำแนะนำของผู้ช่วยสอน)

(b) Review the quizzes.    (ทบทวนคำถาม)  (ไม่ใช่  ผู้ช่วยสอนแนะนำให้นักเรียนถามคำถามกันเอง – ผลัดกัน

       ถาม

(c) Take the professor’s advice.    (ทำตามคำแนะนำของอาจารย์)  (ไม่จริง  อาจารย์แนะนำให้ศึกษาตามลำพัง 

       มิใช่เป็นกลุ่ม)

(d) Ask the professor to put off an oral final.    (ขอร้องอาจารย์ให้เลื่อนการสอบไล่ปากเปล่าออกไป) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)     

(e) Study together.    (ศึกษาด้วยกัน)  (ดูจากข้อความ  “.............. ผู้ช่วยสอนบอกให้ศึกษาเป็นกลุ่ม

       และถามปัญหากันเอง”)

(คำแปล)

แมรี่  :  คุณจะเตรียมพร้อมสำหรับการสอบไล่ปากเปล่า (oral final) อย่างไรคะ

ดิ๊ก    :  อาจารย์กล่าวว่าเราควรศึกษาตามลำพัง  แต่ผู้ช่วยอาจารย์สอน (T.A.) บอกให้ศึกษาเป็นกลุ่ม

             (get into a study group) และถามคำถาม (quiz) ซึ่งกันและกัน (ผลัดกันถาม)

คำถาม  :  ผู้ช่วยอาจารย์สอนแนะนำนักเรียนให้ทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน