หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 19)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. I didn’t ________________________________________ work until almost eight o’clock.

(ผมมิได้ _______________________________________ งาน  จนกระทั่งเกือบ    ทุ่ม)

(a) get into

(b) get up

(c) get through    (ทำสำเร็จ,  ทำจนเสร็จสิ้น)  (หมายถึง ทำงานแล้วเสร็จ)

(d) get in

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Get through”  =  complete

 

2. Homemaking in preindustrial America required ____________________________ and skill.

(การสร้างบ้านในอเมริกาในยุคก่อนอุตสาหกรรม  ต้องการ ___________ และทักษะ-ความชำนาญ)  (หมายถึง  ของผู้สร้าง)

(a) and strength

(b) strength additional

(c) both strength    (ทั้งพละกำลัง)

(d) strength besides

ตอบ   -   ข้อ    (c)   หรืออาจตอบ  “Strength and skill”  (พละกำลังและทักษะ)  หรือ  “Strength besides skill”  (พละกำลังนอกจากทักษะ)  ก็ได้

 

3. ________ cubic mile of seawater contains about 12 billion pounds of dissolved magnesium.

(___________ ลูกบาศก์ไมล์ (กว้าง    ไมล์  ยาว    ไมล์  และสูง    ไมล์) ของน้ำทะเล  มีธาตุแมกนีเซียมที่ละลายน้ำอยู่ประมาณ  ๑๒  พันล้าน  (  หมื่น    พันล้าน) ปอนด์

(a) Whole

(b) In a

(c) For the

(d) Each    (แต่ละ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจตอบ  “A”  ก็ได้

 

4. My job is ________________________ different from ___________________________.

(งานของผมแตกต่าง _______________________ จาก ________________________)

(a) little _____________ her

(b) no _____________ herself

(c) much ____________ hers    (อย่างมาก _____________ งานของเธอ)

(d) so _____________ she

ตอบ   -   ข้อ   (c)   Possessive pronoun  “hers”  มาจาก  “her job”  สำหรับ  ข้อ   A, B   คำหน้า  (little, a little, no)  สามารถใช้ได้   แต่คำหลัง  ต้องแก้เป็น  “hers

 

5. He will come with his __________________________________________________ niece.

(เขาจะมากับหลานสาว _____________________________________________ ของเขา)

(a) seventeen years old

(b) seventeen-years-old

(c) seventeen year old

(d) seventeen-year-old    (อายุ  ๑๗  ปี)

ตอบ    –   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องใช้โครงสร้างแบบนี้

 

6. _____________________________________________________, Jim saw a car accident.

(______________________________________________, จิมเห็นอุบัติเหตุทางรถยนต์)

(a)  He was standing on the road

(b)  Stood on the road

(c)  Standing on the road    (ยืนอยู่บนถนน)

(d)  Stand on the road

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Standing on the road”  เป็น   “Present participle phrase”   ที่ลดรูปมาจากอนุประโยค   “Adverb clause of time” (While he was standing on the road,)  ทำหน้าที่ขยายประธานของประโยค (Jim)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • Returning to my apartment, _____________________________________________.

(กลับไปยังอพาร์ตเมนต์ของผม ____________________________________________)

(a) my watch was missing

(b) I found my watch disappeared

(c) I found my watch missing    (ผมพบว่านาฬิกาของผมหายไป)

(d) the watch was missed

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากประโยคนี้ขึ้นต้นด้วยวลีซึ่งนำหน้าด้วย  “Present participle”  (Returning)  ดังนั้น  ประธานของประโยค  ซึ่งอยู่หลังเครื่องหมายคอมม่า  จะต้องสามารถทำกริยา  “Return”  ได้  ซึ่งมีสอง  “Choice”  คือ  (b)  และ  (c)   ทั้งนี้  ถ้าจะตอบ  ข้อ  (b)  ต้องแก้เป็น  “I found my watch disappear (หรือ  disappearing)”  (ผมพบว่านาฬิกาของผมหายไปดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • _____________________ a man of action, he found it difficult to sit still for long periods.

(____________ คนที่ไม่อยู่นิ่ง (มีงานยุ่งเสมอ)  เขาพบว่ามันยากที่จะนั่งอยู่นิ่งๆ เป็นเวลานาน)  (คือ  ต้องหาอะไรทำอยู่เสมอ)

(a) Been

(b) Be

(c) Being    (เป็น)

(d) He is

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “He”  กริยาซึ่งนำหน้าวลี  ที่อยู่ตอนหน้าสุดของประโยค  จึงต้องอยู่ในรูป  “Present participle”  (Verb + ing)  (คือ   “Being”)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Searching in the library, I came ____________________ an old forgotten manuscript.

(ค้นคว้าในห้องสมุด  ผม ____________________________ ต้นฉบับเก่าแก่ที่ถูกลืมไปแล้ว)

(a) off

(b) without

(c) over

(d) across   (Come across  =  พบหรือเจอโดยบังเอิญ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  และดูเพิ่มเติมโครงสร้างกริยา  “Verb + ing”  (Present participle)   ขึ้นต้นวลีและอยู่หน้าประโยค  โดยขยายประธานฯ ที่อยู่ในประโยค  (หลังเครื่องหมายคอมม่า)  เพื่อบอกว่า  ประธานฯ เป็นผู้ทำกริยานั้นๆ  คือ  แสดงการเป็นผู้กระทำ  (Active voice)  จากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่  

  • While traveling through the Rocky Mountains, ________________________________.

(ในขณะเดินทางผ่านเทือกเขาร็อกกี้  ________________________________________)

(a) the breath-taking scenes attracted the travelers    (ทัศนียภาพที่น่ากลัวมาก  ทำให้นักเดินทางหลงเสน่ห์)

(b) the scenes attracted the travelers deeply    (ทัศนียภาพทำให้นักเดินทางหลงเสน่ห์อย่างลึกล้ำ)

(c) the travelers attracted the scenes    (นักเดินทางทำให้ทัศนียภาพหลงเสน่ห์)

(d) the travelers were awed by the breath-taking scenes    (นักเดิน ทางรู้สึกกลัว-เกรงขาม-หวาดเสียว  จากภาพภูมิประเทศ (ทัศนียภาพ)  ที่น่ากลัวมาก-น่าตื่นเต้นยินดีมาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  การใช้วลี   “While traveling”  หรือ  “Traveling” (Present participle)  ขึ้นต้นประโยค  โดยมีประธานฯ อยู่ข้างในประโยค (หลังเครื่องหมายคอมม่า)   เพื่อต้องการแสดงว่า  ประธานฯ เป็นผู้ทำกริยาที่อยู่ข้างหน้าประโยคนั้น   ซึ่งในประ โยคข้างบน  คือ  “Traveling” (เดินทาง)  ซึ่งประธานฯ จะต้องเป็นสิ่งมีชีวิต  (คนหรือสัตว์)  เท่านั้น  จึงจะทำกริยานี้ได้  ดังนั้น  จึงต้องตัด ข้อ  (a)  และ (b) ทิ้งไป  เนื่องจากมีประธานฯ  คือ  “Scenes” (ทัศนียภาพ) ซึ่งไม่สามารถทำกริยา  “เดินทาง”  ได้  สำหรับข้อ   (c)   ผิดความหมาย   เพราะกล่าวว่า  “นักเดินทางทำให้ทัศนียภาพหลงเสน่ห์”   ซึ่งความจริงกลับกัน  คือ  “นักเดินทางหลงเสน่ห์ในทัศนียภาพ”  (The travelers were attracted by the scenes)

                                         ตัวอย่างที่  

  • ___________ how the engine worked, Peter began to study books that told about the techniques used.

(______________________ ว่าเครื่องจักรทำงานอย่างไร  ปีเตอร์เริ่มศึกษาหนังสือ  ซึ่งบอกเกี่ยวกับเทคนิคต่างๆ ที่ถูกใช้  –  ในเครื่องจักร)

(a) Wonder

(b) Wondered

(c) To wonder

(d) Wondering    (รู้สึกประหลาดใจ-สงสัย)  

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากประธานของประโยค  (Peter)  เป็นผู้ทำกริยา  “รู้สึกประ หลาดใจ-สงสัย”  คำกริยาที่นำหน้าวลี  ขยายความ  “ปีเตอร์”  จึงต้องอยู่ในรูป  “Verb + ing” (Present participle)  แสดง  “Active voice”  ว่าปีเตอร์เป็นผู้ทำกริยา

                                          ทั้งนี้  เมื่อประธานซึ่งอยู่ข้างในประโยค  (หลังคอมม่า)   เป็นผู้กระทำกริยา (Active voice)  จะต้องนำหน้าประโยคด้วย “Verb + ing” (Present participle)    ดังตัวอย่าง  เช่น

  • Walking along the road, he met his old friend.

(เดินไปตามถนน  เขาพบเพื่อนเก่าของเขา)  (เขาเป็นผู้ทำกริยา  “เดิน”)

  • Seeing her teacher, Jane went to greet him.

(เห็นครูของเธอ  เจนเข้าไปทักทายเขา)  (เจนเป็นผู้ทำกริยา  “เห็น”)

  • Looking out of the window, we could see beautiful scenery.

(มองออกไปนอกหน้าต่าง  เราสามารถเห็นทัศนียภาพที่สวยงาม) (เราเป็นผู้ทำกริยา  “มอง”)

  • Hoping to be there in time, Kim started early in the morning.

(หวังว่าจะไปที่นั่นให้ทันเวลา  คิมเริ่มออกเดินทางแต่เช้าตรู่)  (คิมเป็นผู้ทำกริยา  “หวัง”

                                         สำหรับ  “Present participle” (Verb + ing)  ถือเป็นคำคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง  จึงสามารถใช้ขยายคำนามได้เหมือนกับคำคุณศัพท์ทั่วๆไป  (โดยอาจอยู่หน้าหรือหลังคำนามที่มันขยาย)  เพื่อที่จะบอกว่า  คำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ  (แสดง  “Active voice”)   เช่น

  • Working men are constructing a bridge.

(คนทำงานกำลังก่อสร้างสะพาน)

  • Drinking horses were seen near the bank of the river.

(ม้าที่ดื่มน้ำถูกมองเห็นใกล้ตลิ่งของแม่น้ำ)

  • The mother took good care of her sleeping baby.

(แม่ดูแลทารกที่นอนหลับเป็นอย่างดี)

  • The audience appreciated the good works of the producing team.

(ผู้ชมยกย่อง-ชื่นชมผลงานที่ดีของทีมผู้สร้าง – ภาพยนตร์)

  • The people working in the office are my colleagues.

(ผู้คนที่ทำงานในสำนักงาน  คือเพื่อนร่วมงานของผม)

  • The woman walking across the street is my sister.

(ผู้หญิงที่เดินข้ามถนนเป็นน้องสาวของผม)

  • The man living next door is a bank manager.

(ชายที่อาศัยอยู่บ้านหลังถัดไปเป็นผู้จัดการธนาคาร)

  • The children playing in the field are my neighbors’ kids.

(เด็กๆที่เล่นอยู่ในสนามเป็นลูกของเพื่อนบ้านของผม)

                                          สำหรับในกรณีที่ประธานที่อยู่ข้างในประโยค  เป็นผู้ถูกกระทำ (Passive Voice)  กริยาที่นำหน้าวลี  และอยู่หน้าประโยค  (ทำหน้าที่ขยายประธาน)  จะต้องอยู่ในรูป กริยาช่องที่ ๓  (Past Participle)  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                      ตัวอย่างที่ 

  • ________________________________________________ by the tiger, he ran away.

(__________________________________________________ โดยเสือ   เขาวิ่งหนีไป)

(a) Seeing   (เห็น)

(b) To see

(c) Seen   (ถูกเห็น)

(d) Having seen

ตอบ   -    ข้อ   (c)   เนื่องจากประธานของประโยค  (He)  เป็นผู้ถูกเห็นโดยเสือ  กริยาข้างหน้าประโยคจึงต้องเป็นกริยาช่อง    (Past participle)  เพื่อแสดงการถูกกระทำ (Passive voice)

                                        ตัวอย่างที่  

  • ___________________ in wine, snails are a great luxury in various parts of the world. 

(__________________ ในไวน์  หอยทากเป็นอาหารราคาแพงอย่างมากในหลายๆส่วนของโลก)

(a) To cook

(b) Cooking    (ปรุง)

(c) Cooked    (ถูกปรุง)

(d) Cook

ตอบ   -    ข้อ   (c)   เนื่องจากประธานของประโยค คือ  Snails”  ซึ่งถูกปรุงในไวน์  (Cooked)  หรือเป็นผู้   “ถูกกระทำ”  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่  ๓  (แสดง “Passive voice)

 

7. Come back as __________________________________________________ as possible.

(จงกลับมาให้ ___________________________________________ เท่าที่จะเป็นไปได้)

(a) quick

(b) quickly    (อย่างเร็ว)  (หมายถึงเดินหรือวิ่ง)  (แต่ในประโยคข้างบน ต้องการบอกเพียงว่า  “กลับมาให้เร็วเท่าที่ทำได้”  ไม่เน้นว่าจะโดยวิธีใด)

(c) soon    (เร็ว)

(d) earlily    (คำนี้ไม่มีใช้  มีแต่  “Early”  ซึ่งเป็นทั้งคำคุณศัพท์ และกริยาวิเศษณ์)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  หรืออาจตอบ  “Early”  (แต่เนิ่นๆ, เช้า, แต่เช้า)  ก็ได้

 

8. My brother doesn’t drink, and I don’t, __________________________________________.

(พี่ชายของผมไม่ดื่มเหล้า  และผมก็ไม่ (ดื่ม) _____________________________________)

(a) too  

(b) either    (เช่นเดียวกัน)

(c) also

(d) neither

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Either,  Neither”  จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • Kimberly won’t have enough time and Betty _________________________________.

(คิมเบอร์ลี่คงจะไม่มีเวลาพอ   และเบ็ตตี้_______________________________________)

(a) won’t too.

(b) doesn’t either

(c) won’t either    (ก็จะไม่มีเวลาพอเช่นเดียวกัน)

(d) does neither

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Either”  ที่ใช้ในประโยคข้างบน  ถือเป็นกริยาวิเศษณ์ (Adverb)  เมื่อใช้ในประโยคปฏิเสธ  ในความหมาย  “เช่นกัน, เช่น เดียวกัน”  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • She does not like dogs.  I don’t like dogs either. (= I don’t either.) 

                                          สำหรับในประโยคข้างบน  จะใช้   “Neither”  หรือ  “Nor”  ก็ได้  โดยวางไว้หน้าประโยค   และต้องใช้กับรูปกริยาบอกเล่าเท่านั้น  เนื่องจาก  “Neither” (Nor)   มีความหมายในทางปฏิเสธอยู่แล้ว   คือ  “ไม่เช่นเดียวกัน”   ทั้งนี้ต้องให้อยู่ใน  “Tense”  เดียวกันด้วย   และต้องให้สอดคล้องกับประธานของประโยคด้วย  ดังประโยคข้างล่าง

  • She does not like dogs.  Neither do I. (= Nor do I.)

                                         สำหรับตัวอย่างอื่นๆ  ได้แก่

  • They didn’t work hard.  We didn’t either. (= Neither did we. = Nor did we.)

(พวกเขามิได้ทำงานหนัก  เราก็ไม่ได้ทำงานหนักเช่นกัน)

  • She doesn’t like her new home.  Her sisters don’t either. (= Neither do her sisters. = Nor do her sisters)

(เธอไม่ชอบบ้านหลังใหม่  พี่สาวน้องสาวของเธอก็ไม่ชอบเช่นกัน)

                                         สำหรับการใช้   “Either”  (อี๊-เธอะ  หรือ ไอ๊-เธอะ)  ในความหมายอื่นๆ  เช่น  เมื่อเป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)  หมายถึง   “แต่ละ, อันละ, ชิ้นละ, อันใดอัน หนึ่ง (ของ ๒ อัน), ด้านใดด้านหนึ่ง (ใน ด้าน), คนใดคนหนึ่งใน    คน”  แต่เมื่อเป็นคำสรรพนาม  (Pronoun)  หมาย ถึง   “หนึ่งในระหว่างสอง, อย่างใดอย่างหนึ่ง”  แต่ถ้าเป็นคำสันธานหรือคำเชื่อม   (Conjunction)  หมายถึง   “(ถ้า) ไม่..................ก็.................”  ส่วนเมื่อเป็นคำกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  หมายถึง  “ด้วย, เหมือนกัน, เช่น เดียวกัน”   ดังตัวอย่างประโยค

  • There are shops on either side.  (เป็นคำคุณศัพท์)

(มีร้านค้าอยู่บนถนนแต่ละด้าน – คือมีทั้ง ด้าน)

  • Either train goes to London.  (เป็นคำคุณศัพท์)

(รถไฟขบวนใดขบวนหนึ่ง – ใน ขบวน – ไปลอนดอน)

  • You may take either seat.  (เป็นคำคุณศัพท์)

(คุณอาจจะนั่งเก้าอี้ตัวใดตัวหนึ่ง - ใน ตัว – ก็ได้)

  • On either side of the street is a pavement.  (เป็นคำคุณศัพท์)

(บนถนนแต่ละด้านมีทางเดินเท้า – คือมีทางเดินเท้าทั้ง ด้าน)

  • Either of the men is her father.  (เป็นคำสรรพนาม)

(ชายคนใดคนหนึ่ง – ใน คน – เป็นพ่อของเธอ)

  • Either the mother or her children have to come.  (เป็นคำสันธาน)

(ถ้าไม่แม่ก็ลูกๆของเธอ  จำเป็นจะต้องมา)

  • John can’t swim and Bob can’t either(เป็นคำกริยาวิเศษณ์)

(จอห์นว่ายน้ำไม่เป็น  และบ๊อบก็ว่ายฯไม่เป็นเช่นเดียวกัน)

 

9. Hawks serve an important purpose in the scheme of nature ____________ on destructive rodents, such as mice and rats.

(เหยี่ยวทำหน้าที่ตามวัตถุประสงค์สำคัญในระบบการจัดการของธรรมชาติ ___________ สัตว์ที่ใช้ฟันแทะซึ่งทำให้เกิดความเสียหาย, เช่น หนูและสัตว์ที่คล้ายหนู)

(a) that they prey

(b) than to prey

(c) by preying    (โดยการล่าเหยื่อหรือจับกินเป็นอาหาร)

(d) in order that preying

ตอบ  -  ข้อ   (c)

 

10. Elected to the United States House of Representatives in 1968, Shirley Chisholm quickly gained ___________ as an outspoken advocate of the interests of the poor.

{เมื่อได้รับเลือกตั้งเข้าสภาผู้แทนฯ ของสหรัฐฯ ในปี  ๑๙๖๘, เชอร์ลีย์  ชิสโฮล์ม  ได้รับ _______ อย่างรวดเร็ว  ในฐานะผู้สนับสนุนผลประโยชน์ของคนยากคนจน  ซึ่งพูดจาโผงผาง (ขวานผ่าซาก)  -  หมายถึงตัวเชอร์ลีย์}

(a) attention national

(b) national attention    (ความสนใจระดับชาติ)

(c) national as attention

(d) as national attention

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หมายถึง  “คนทั่วสหรัฐฯ ให้ความสนใจเธอ

 

11. Everyone is responsible for ___________________________________ own composition.

(ทุกคนรับผิดชอบต่อเรียงความ ________________________________________ เอง)

(a) their

(b) nobody’s

(c) all their

(d) his    (ของตน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “Everyone”  เป็นเอกพจน์  แทนด้วยสรรพนาม  “He”  และเมื่อแสดงความเป็นเจ้าของ  ใช้  “His

 

12. The teacher was delighted to tell us _________________________ passed the examination.

(ครูยินดี-พอใจที่บอกเราว่า ________________________________________ สอบผ่าน)

(a) we all having

(b) we had all    (พวกเราทุกคน)

(c) we all have

(d) all we have

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจตอบ  “We all had”  หรือ  “All of us had”  (ทั้ง    ข้อความมีความหมายว่า  “พวกเราทุกคน”)   ก็ได้

 

13. She explained _________________________________________________________.

(เธออธิบาย _________________________________________________________)

(a) him the idea    (ไม่ใช้รูปแบบนี้สำหรับกริยา  “Explain” )

(b) the idea him

(c) to him the idea

(d) the idea to him    (ความคิดให้เขาฟัง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

 

14. I’ve been working on my design every evening _________________________________.

(ผมได้กำลังทำงานด้านการออกแบบของผมทุกคืน ______________________________)

(a) during the last three months

(b) for the last three months    (สำหรับช่วงเวลา    เดือนที่ผ่านมา)  (ในขณะที่พูดนี้ก็ยังทำฯ อยู่)  (ต้องใช้  “For” )

(c) three months ago    (๓  เดือนผ่านมาแล้ว)  (เป็นอดีต)

(d) in the last three months

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากใช้กับ   “Present perfect continuous tense”  {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing}  ดูเพิ่มเติม   “Tense”  นี้จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • She _____________________________________________ in London for 20 years.

(เธอ ________________________________________ ในลอนดอนเป็นเวลา  ๒๐  ปีแล้ว)

(a) has come to live

(b) has been living    (ได้กำลังอาศัย)

(c) comes to live

(d) is living

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ใช้รูป   “Present perfect continuous tense”  {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing}  เพื่อแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์หนึ่ง   (เธออาศัยอยู่ในลอนดอน)   ซึ่งเกิดขึ้นในอดีต  และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  (ขณะ ที่พูดประโยคนี้)

                                        ตัวอย่างที่ 

  • Although Mark ______________ for years, he _______________ has not graduated. 

(แม้ว่ามาร์ค ______________ เป็นเวลาหลายปี  เขา ________________ ไม่จบการศึกษา)

(a) has been studying ……….. already   (ได้กำลังศึกษา ................. แล้ว)

(b) has been studied ……..…still

(c) has been studying ………..still   (ได้กำลังศึกษา ................. ยังคง)

(d) has been studied………….already

ตอบ    -    ข้อ   (c)   ใช้โครงสร้าง  “Present perfect continuous tense” {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing}   ในแบบ  “Active voice”  (ข้อ  (b)  และ  (d)   เป็น  “Passive voice”)  เนื่องจาก  มาร์คเป็นผู้กระทำ  (ศึกษา)  สำหรับข้อนี้หมายความว่า  “มาร์คเรียนหนังสือมาหลายปี  แต่ยังคงไม่จบการศึกษา”   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมการใช้  “Present perfect continuous”  จากประโยคข้างล่าง

                                       ตัวอย่างที่  

  • Miss Kim _______________________________________ with us since last October.

(มิสคิม _____________________________________ กับเราตั้งแต่เดือนตุลาคม  ปีที่แล้ว)

(a) works

(b) worked

(c) has been working     (ได้กำลังทำงาน)

(d) is working

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็น  “Present perfect continuous tense”  {Subject + Have (Has) + Been + V. ing}  โดยสังเกตจาก  “Since last October”  ทั้งนี้   “Present perfect continuous”  ใช้บอกเหตุการณ์ในอดีตที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน   และเน้นความยาวของช่วงเวลา  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันด้วย   ซึ่งอาจจะเป็นหลายๆ วัน,   เดือน,   ปี,   หลายๆ ปี,   หรือเพียง  ๒ – ๓  ชั่วโมงก็ได้   ซึ่งประโยคข้างบนมีความหมายว่า  “มิสคิมทำงานกับเราตั้งแต่ตุลาฯ ปีที่แล้ว”  และปัจจุบันก็ยังคงทำอยู่   และเน้นความต่อเนื่องของการทำงาน  ว่าทำมานานหลายเดือนแล้ว  อนึ่ง สามารถใช้รูป  “Present perfect” (Subject + Have (Has) + Verb 3)   แทนก็ได้   โดย   “Present perfect”  ก็บอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดในอดีตและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเช่นกัน   แต่ไม่เน้นความต่อเนื่อง  หรือยาวนานเหมือนกับ  “Present perfect continuous”  นอกจากนั้น  “Present perfect”  ยังบอกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งจะจบสิ้นลงไปแล้ว  หรือเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  แต่ไม่ระบุเวลาที่แน่ชัด  หรือใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำๆ ในอดีต

                                        รูปแบบของ  “Tense”  ทั้ง    ที่กล่าวมาข้างต้น   มักจะมีคำจำพวกนี้อยู่ในประโยค ได้แก่  since  (ตั้งแต่)  for  (เป็นเวลา)  recently  (หมู่นี้)  lately  (เมื่อเร็วๆนี้)  so far  (เท่าที่ผ่านมาหรือเป็นมา)  up to now  (จนกระทั่งถึงบัดนี้)  up till now  (จนถึงบัดนี้)  up to the present  (จนถึงปัจจุบัน)  already  (แล้ว)  yet  (ใช้ในประโยคคำถาม)  not yet  (ใช้ในประโยคปฏิเสธ)  ever  (เคย)  never  (ไม่เคย)  just  (เพิ่งจะ)  this is the first (second) time  (นี่เป็นครั้งแรก – ครั้งที่สอง)  หรือตามด้วยประโยคที่เป็น   “Past tense   เช่น   “since we were born”  (ตั้งแต่เราเกิด)   “since they were at college”  (ตั้งแต่พวกเขาเรียนมหา วิทยาลัย)   ตัวอย่างประโยค   เช่น

  • I have already eaten my breakfast.

(ผมกินอาหารเช้าแล้ว – เน้นว่ากินแล้ว และยังไม่นานนัก)

  • She has not eaten her dinner yet.

(เธอยังมิได้กินอาหารเย็นเลย – เน้นว่ายังไม่ได้ทำ)

  • He has just gone out.

(เขาเพิ่งจะออกไป – เน้นว่าเพิ่งจะจบสิ้น)

  • I have seen her on TV several times.

(ผมได้เห็นเธอทางทีวีหลายครั้ง – เน้นว่าทำซ้ำๆ)

  • They have lived here for ten years.

(พวกเขาอยู่ที่นี่มา ๑๐ ปีแล้ว – เน้นว่าต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน)

  • We have not seen each other since 2010.

(เราไม่ได้เจอกันตั้งแต่ปี  ๒๐๑๐ – เน้นว่าต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน)

  • They have been playing since the morning.

(พวกเขาเล่นกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว – เน้นว่าต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  และความยาวของเวลาว่าหลายชั่วโมง)

  • They have been waiting here for two hours.

(พวกเขารอคอยอยู่ที่นี่มา    ชั่วโมงแล้ว – เน้นความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันและความนานของเวลาคือ    ชั่วโมง)

  • We have been living here since we were born.

(เราอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่เราเกิด - เน้นความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  และความยาวนานของการอาศัยที่นี่  คือ  หลายสิบปีแล้ว)

 

15. _____________, Lois Weber either wrote or adapted all but seven of the hundreds of films she produced.

(____________, ลอยส์ เวเบอร์  หากไม่เขียนก็ดัดแปลงทั้งหมด,  ยกเว้น    เรื่อง,  ของภาพยนตร์จำนวนหลายร้อยเรื่องที่เธอสร้าง)  (หมายถึง  เธอเขียน หรือไม่ก็ดัดแปลงภาพยนตร์ทั้งหมดจำนวนหลายร้อยเรื่องที่เธอสร้าง  ยกเว้น    เรื่อง)

(a) A prolific writer that

(b) A prolific writer    (เป็นนักเขียนที่มีวัตถุดิบในการเขียนมากมาย)

(c) She was a prolific writer

(d) A writer as prolific as

ตอบ   -   ข้อ   (b)    เป็นการใช้วลี  (A prolific writer)  นำหน้าประโยค  เพื่อขยายประธาน  (Lois Weber)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • The capital of Thailand, Bangkok is one of the crowded cities.

(เป็นเมืองหลวงของประเทศไทย, กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่แออัดยัดเยียดเมืองหนึ่ง)

  • The son of a carpenter, Jimmy learned a lot from his father.

(เป็นลูกของช่างไม้, จิมมี่เรียนรู้มากมายจากพ่อของเขา)

  • A diplomat and statesman, Winston Churchill was born in a wealthy family.

(เป็นนักการทูตและรัฐบุรุษ, วินสตัน  เชอร์ชิลล์  เกิดในครอบครัวที่ร่ำรวย)

  • A schoolteacher and writer, Joan Silverton became Nebraska’s representative in 1956.

(เป็นครูโรงเรียนและนักเขียน, โจแอน  ซิลเวอร์ตัน  เป็น  ส.ส. ของรัฐเนบราสก้าในปี  ๑๙๕๖)

 

16. Through microscopes people can see objects ______________________ to the naked eye.

(มองผ่านกล้องจุลทรรศน์  ผู้คนสามารถมองเห็นวัตถุ ____________________ ด้วยตาเปล่า)

(a) which invisible

(b) the invisible

(c) that are invisible    (ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้)

(d) are the invisible

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ  “Which are invisible”  หรือ  “Invisible” (ลดรูป)  ก็ได้

 

17. Storks have no vocal cords, but ________________________________ by clacking their bills.

(นกกระสาไม่มีเส้นเสียง (ช่วยทำให้เกิดเสียงพูด-ร้อง), แต่ ___________ โดยทำให้จะงอยปากกระทบกันเกิดเสียงแกร๊กๆ)

(a) communicating

(b) which communicating

(c) communicate    (สื่อสาร)

(d) their communication

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นกริยาตัวที่    ของประโยค  โดยกริยาตัวแรก  คือ  “Have

 

18. Great numbers of tiny shelled animals ___________________________ on the ocean floor.

(สัตว์ตัวเล็กจิ๋วซึ่งมีเปลือกจำนวนมากมาย __________________________ บนพื้นมหาสมุทร)

(a) living

(b) live    (อาศัยอยู่)

(c) they live

(d) to live

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากเป็นกริยาแท้ของประโยค

 

19. The main sport at the college are ____________________________________, and baseball.

(กีฬาหลักที่มหาวิทยาลัยคือ _______________________________________ และเบสบอล)

(a) archery, to ride

(b) archery, ride

(c) archery and ride

(d) archery, riding    (การยิงธนู, การขี่จักรยาน)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากนิยมใช้   “Gerund” (Riding)  มากกว่า  “Infinitive with to”  (To ride)  (ใน ข้อ “a”)  และใช้  “and”  เชื่อมกิจกรรมคู่สุดท้าย  (riding, baseball)

 

20. Dams can be very beneficial to the areas ______________________________________.

(เขื่อนสามารถเป็นประโยชน์อย่างมากกับพื้นที่ ___________________________________)

(a) which they are built

(b) where are they built

(c) in which they are built     (ซึ่งมันถูกสร้างขึ้น)

(d) in which they build.

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “In which  =  Where”  สำหรับข้อ  (b)  ก็ใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น  “Where they are built”  ส่วนข้อ  (a)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น  “Which they are built in”  แต่ก็ไม่นิยมใช้เหมือนข้อ (c)  ที่เอา  Preposition “In”  มาวางไว้ข้างหน้า  “Which”  ทั้งนี้ให้สังเกตว่า  ทั้งข้อ  (a),  (b)  และ  (c)  ต่างก็อยู่ในรูป  “Passive voice”  เนื่องจากหมายถึง  “พื้นที่ซึ่งเขื่อนถูกสร้าง”  ส่วนข้อ (d)  ใช้ไม่ได้  เนื่องจากอยู่ในรูป  “Active voice”  หมายถึง   “พื้นที่ซึ่งเขื่อนสร้าง”   ตัวอย่างอื่นๆ  ในแบบเดียวกัน  เช่น

  • The house where I live is on Sukhumvit Road.

(บ้านซึ่งผมอาศัยอยู่  อยู่บนถนนสุขุมวิท)

(= The house in which I live is on Sukhumvit Road.)

(= The house which I live in is on Sukhumvit Road.)

(= The house that I live in is on Sukhumvit Road.)

(= The house I live in is on Sukhumvit Road.)

หมายเหตุ   –  ประโยคทั้ง   ประโยคข้างบน  มีความหมายเหมือนกันทุกประการ   แต่ทั้งนี้   ห้ามใช้   ประโยค    ประโยคข้างล่าง

  • The house in that I live is on Sukhumvit Road. 

(ผิด  –  หลัง  “In”  ต้องตามด้วย  “Which”  เสมอ)

  • The house where I live in is on Sukhumvit Road.  

(ผิด  –  เมื่อมี   “Where”  แล้ว  ห้ามใช้   “In”)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป