หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 17)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Look _____________________________________ ways before you walk across the road.

(จงมอง ________________________________ ทาง (ซ้ายและขวา) ก่อนคุณเดินข้ามถนน)

(a) two    (สอง)

(b) double    (สองเท่า)

(c) both    (ทั้งสอง)

(d) either    (อันใดอันหนึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ   (c)

 

2. I think he will be late _________________________________________________ usual.

(ผมคิดว่าเขาจะมาสาย __________________________________________________)

(a) for

(b) as    (“As usual”  =  ตามเคย, เหมือนเดิม)

(c) in

(d) when 

ตอบ   -   ข้อ   (b)

 

3. I don’t believe that the problem _______________________________________________.

(ผมไม่เชื่อว่า  ปัญหา ___________________________________________________)

(a) to be solved

(b) is being solved    (กำลังถูกแก้ไข, กำลังได้รับการแก้ไข)

(c) being solved

(d) been solved

ตอบ   -   ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นกริยาแท้ของประโยคย่อย  (that the problem is being solved)  ซึ่งเป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Believe”  สำหรับ  “is being solved”  อยู่ในรูป  “Present simple tense”  ในแบบ  “Passive voice”  เนื่องจากประธานของประโยคย่อยคือ  “The problem”  ถูกกระทำกริยา  คือ  “กำลังถูกแก้ไข”  สำหรับโครงสร้างในแบบ  “Passive voice”  ของ  “Present continuous tense”  คือ  “Subject + Is (Am, Are) + Being + Verb 3

 

4. The food is ________________________________________________ that I can’t eat it.

(อาหาร _______________________________________ จนกระทั่งผมไม่สามารถกินมัน)

(a) very hot

(b) too hot    (ร้อนเกินไป)

(c) so hot    (ร้อนมาก)

(d) hot enough    (ร้อนพอ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูโครงสร้างวลีในแต่ละข้อจากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่

  • I am _________________________________________ weak to lift this heavy stone.

(ผมอ่อนกำลัง (อ่อนแอ) _________________________________ ที่จะยกหินหนักก้อนนี้)

(a) so

(b) very

(c) too    (เกินไป, มากเกินไป)

(d) quite

ตอบ  -  ข้อ  (c)  สำหรับโครงสร้างที่แตกต่างกัน  แต่มีความหมายเหมือนกันมีดังนี้  คือ

  • I am too weak to lift this heavy stone.
  • I am very (หรือ so, quite) weak and I cannot lift this heavy stone.
  • I am not strong enough to lift this heavy stone.
  • I am so weak that I cannot lift this heavy stone.
  • I am such a weak person that I cannot lift this heavy stone.

(ประโยคทั้ง  ๕  ประโยคข้างบนมีความหมายเหมือนกัน)

                                        ตัวอย่างประโยคอื่นๆ ที่มีโครงสร้างต่างกัน  แต่ความหมายเหมือนกัน  เช่น

  • The car is too small for us to get into it.

(รถยนต์คันนั้นเล็กเกินไปสำหรับเราที่จะเข้าไปนั่งได้)

  • The car is very (หรือ so, quite) small and we cannot get into it.
  • The car is not big enough for us to get into it.
  • The car is so small that we cannot get into it.
  • It is so small a car that we cannot get into it.
  • It is such a small car that we cannot get into it.

หมายเหตุ  -  ประโยคทั้งหมดข้างบนมีความหมายเหมือนกัน

 

5. Many of these costumes for the play are torn _____________________________________.

(เครื่องแต่งกายสำหรับละครเหล่านี้จำนวนมากฉีกขาด  ______________________________)

(a) and mending is required for them

(b) but need mending    (แต่จำเป็นต้องถูกซ่อมแซม  หรือได้รับการซ่อมแซม)

(c) and need to be mended    (จำเป็นต้องถูกซ่อมแซม  หรือ ได้รับการซ่อม แซม)

(d) but require to be mended

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Need”  (จำเป็น)  สามารถตามด้วยโครงสร้าง  ๒  แบบ คือ   “Need + Verb + ing”  และ  “Need + To be + Verb 3”   โดยมีความหมายเหมือนกัน  สำหรับประโยคข้างบน  อาจตอบข้อ  (b)  ก็ได้  แต่ต้องแก้เป็น  “and need mending”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                       ตัวอย่างที่ ๑

  • That little child will need ________________________________________________.

(เด็กเล็กๆ คนนั้นจำเป็นต้องได้รับ___________________________________________)

(a) looking after    (การดูแล, การเอาใจใส่)

(b) to look after

(c) being looked after

(d) to be looking after

ตอบ   -   ข้อ  (a)  เนื่องจาก  “Need”  (จำเป็น)  สามารถตามด้วยโครงสร้าง ๒ แบบ  โดยมีความหมายเหมือนกัน  คือ  “Need + Verb + ing”  (Need + Looking after)  และ  “Need + To Be + Verb 3”  (Need + To Be + Looked after)  ดูจากประโยคข้างล่าง

  • These clothes need washing.

(= These clothes need to be washed.)

(เสื้อผ้าเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการซักล้าง)

  • The room needs cleaning.

(= The room needs to be cleaned.)

(ห้องจำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาด)

  • His car needs repairing soon.

(= His car needs to be repaired soon.)

(รถยนต์ของเขาจำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซมโดยเร็ว)

 

6. ______________________________________________ people were at Hua-Hin this year.

(ผู้คน (จำนวน) _____________________ ไป (เที่ยว) หัวหิน  ในปีนี้)  (เปรียบเทียบกับเมื่อปีที่แล้ว)

(a) Less    (น้อยลง, น้อยกว่า)  (ใช้กับนามนับไม่ได้  เช่น  “Information, Advice, Furniture, Equipment”)

(b) Fewer    (น้อยลง, น้อยกว่า)  (ใช้กับนามนับได้ พหูพจน์  เช่น  “Cars, Books, Houses, People, Children, Women, Participants” )

(c) Much    (มาก)  (ใช้กับนามนับไม่ได้)

(d) Little    (น้อยมาก)  (ใช้กับนามนับไม่ได้)

ตอบ   -   ข้อ  (b)

 

7. A: “How often do you go to the movies?”

(คุณไปดูหนังบ่อยเพียงใด)

    B: “___________________________________________________________.

(a) Hardly never    (ต้องใช้  “Hardly ever” (แทบจะไม่เคยเลย)  เพราะ “Hardly =  แทบจะไม่” เป็น “Negative” อยู่แล้ว  ไม่สามารถใช้กับ “Never” เพราะจะเป็นปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ)

(b) Only once a month    (เพียงเดือนละครั้ง)

(c) Well enough    (ดีเพียงพอ)

(d) Once and for all    (ครั้งเดียวและตลอดไป)

ตอบ   -   ข้อ  (b)  สำหรับ  “Once an for all”  ใช้ดังนี้  คือ

                                        ๑. ครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย  เช่น

  • Let me say, for once and for all, you must not go to the party on Sunday.

(ผมขอบอกนะ  ครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายเลย  คุณต้องไม่ไปงานเลี้ยงวันอาทิตย์)

                                       ๒. อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย  เช่น

  • For once and for all, I will not go swimming with you.

(แน่นอนเลย  ผมจะไม่ไปว่ายน้ำกับคุณ)

                                      ๓. อย่างถาวร  เช่น

  • The repair will end the leak once and for all.

(การซ่อมจะยุติการรั่วไหล – ของท่อประปา – อย่างถาวร)

  • The President decided that an air strike would destroy the enemy and terminate the war once and for all.

(ท่านประธานาธิบดีตัดสินใจว่า  การโจมตีทางอากาศจะทำลายข้าศึกและยุติสงครามอย่างถาวร)

 

8. The trees here are the largest and the flowers the most gigantic that I __________________.

(ต้นไม้ที่นี่ใหญ่ที่สุด  และดอกไม้ใหญ่ที่สุด ที่ผม ________________________________)

(a) had ever seen    (เคยเห็น)

(b) ever saw

(c) have ever seen    (เคยเห็นมา)

(d) had never seen    (ไม่เคยเห็น)

ตอบ   -   ข้อ  (c)  ใช้  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}  กับเหตุการณ์ที่เคย หรือไม่เคยทำในอดีต  แต่ไม่ได้กำหนดเวลาแน่นอน  สังเกตจาก  “Ever,”  “Never”  (แต่ในกรณีที่ประโยคใหญ่เป็น  “The trees here were the …….......…..”   ในประโยคย่อย  ต้องเป็น “……..….. that I had ever seen” )  เช่น

  • He is one of the best students I have ever talked to.

(เขาเป็นนักเรียนที่ดีที่สุดคนหนึ่งที่ผมเคยคุยด้วย)

(แต่ใช้  “He was one of the best students I had ever talked to.)

  • It is one of the best movies we have ever seen in our life.

(มันเป็นหนังที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งที่พวกเราเคยดูมาในชีวิต)

  • Have you ever been to Japan?

(คุณเคยไปญี่ปุ่นไหม)

  • Has your father ever played football?

(พ่อของคุณเคยเล่นฟุตบอลไหม)

  • I have never seen him before.

(ผมไม่เคยเห็นเขามาก่อน)

 

9. I would rather _______________________________________________ this town at once.

(ผมอยากจะ __________________________________________ เมืองนี้โดยทันทีทันใด)

(a) to leave

(b) leaving

(c) leave    (ออกจาก)

(d) left

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Would rather + Verb 1

 

10. A: Isn’t it easy?

(มันไม่ง่ายดอกหรือ)  (ผู้ถามรู้ว่ามันง่าย จึงถามออกไป)

      B: _______________________________________________________________.

(a) Yes, it’s very difficult    (ใช่ครับ  มันยากมากเลย)

(b) No, it isn’t very difficult    (ไม่ใช่ครับ  มันไม่ยากมากนักหรอก)  (หมายถึง ง่าย) 

(c) Yes, it’ s very easy    (ใช่ครับ  มันง่ายมากเลย)

(d) Yes, it isn’t very easy    (ใช่ครับ  มันได้ง่ายมากนักหรอก)  (หมายถึง ยาก)

ตอบ    -    ข้อ   (c)  การถามแบบฝรั่ง  เมื่อถามว่า  “มันไม่ง่ายดอกหรือ”  เวลาตอบ  “Yes”  หมายถึง  “ง่าย”   แต่ถ้าตอบ  “No”  หมายถึง  “ไม่ง่าย  หรือยาก”  จะไม่ตอบตรงกันข้ามแบบคนไทย  เช่น  ตอบว่า  “ใช่  มันยาก”  หรือ  “ไม่ใช่   มันง่าย”  ซึ่งเป็นการตอบที่ผิดทั้ง  ๒  อย่าง  ฝรั่งฟังแล้วงง  ดังนั้น  จึงต้องจำรูปแบบนี้  ซึ่งไม่เหมือนกับการตอบของคนไทย  ทั้งนี้  คำตอบในข้อ  (a)  และ  (d)  มีความหมายเหมือนกัน

 

11. Why will you buy grapes when they are much __________________________ mangoes?

(คุณจะซื้อองุ่นทำไม  ในเมื่อมัน ___________________________________ มะม่วงมาก)

(a) expensive more than

(b) more expensive than    (แพงกว่า)

(c) expensive than

(d) expensive over

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “Expensive”  เป็นคำพยางค์ยาว  เมื่อเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า”  ต้องขยายด้วย  “More”  ทั้งนี้  ข้อนี้อาจใช้ว่า  “……..........… are far more expensive than ……..............”  (แพงกว่ามาก)  (Far  =  Much)  ก็ได้

 

12. Today almost the whole population of Great Britain makes use ___________ the National Health Service.

(ปัจจุบัน  ประชากรของสหราชอาณาจักรเกือบทั้งหมด  ใช้ประโยชน์ ________________ หน่วยงาน  “บริการสุขภาพแห่งชาติ”)

(a) from

(b) on

(c) of    (ของ)

(d) in

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Make use of”  =  “ใช้ประโยชน์,  ใช้ประโยชน์ของ

 

13. It is thought that Thai people have rapidly changed because Western influence and economic problems have made them ___________ their religion.

(คิดกันว่าคนไทยได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  เพราะว่าอิทธิพลตะวันตกและปัญหาเศรษฐกิจได้ทำให้พวกเขา ___________ ศาสนาของตน)

(a) neglected

(b) to neglect

(c) neglecting

(d) neglect   (ไม่สนใจ, ไม่เอาใจใส่, ละเลย, ทอดทิ้ง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ตามโครงสร้าง  “Subject + Make + กรรม + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทเดียวกันจากตัวอย่างข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • It makes you ____________________________________ with delight to think of that.

(มันทำให้คุณ ______________________________ ด้วยความปลาบปลื้มเมื่อคิดถึงเรื่องนั้น)

(a) to laugh

(b) laughed

(c) laughing

(d) laugh    (หัวเราะ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจาก  “Subject + Make + กรรม + Verb 1” 

                                        ตัวอย่างที่ 

  • She made her guests __________________________________________________.

(เธอทำให้แขกของเธอ _____________________________________________________)

(a) laugh    (หัวเราะ)

(b) laughed

(c) laughing

(d) to laugh

ตอบ   –   ข้อ   (a)  เนื่องจากอยู่ในรูป  “Subject + Make + กรรม  + Infinitive without to (Verb 1)

                                        ตัวอย่างที่ 

  • Professor Collins ______________________________________________ about him.

(อาจารย์คอลลินส์ ___________________________________________ เกี่ยวกับตัวเขา)

(a) heard the students to talk

(b) heard the talk by the students

(c) heard the students’ talking

(d) heard the students talk    (ได้ยินนักเรียนพูดคุย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูเพิ่มเติมการใช้คำกริยาประเภทเดียวกับ  “Hear”  จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • We begged him to let us ______________________________ through the telescope.

(เราขอร้องเขาให้อนุญาตให้เรา ____________ ผ่านกล้องโทรทัศน์ (กล้องส่องทางไกล) ตัวนั้น)

(a) look    (มอง, ดู)

(b) to look

(c) looking

(d) looked

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจาก  “Let + กรรม + Verb 1  ดูเพิ่มเติมกลุ่มคำกริยาที่ตามด้วยกรรม  และ  “Infinitive without to” (Verb 1)  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • What she saw made her ___________________________________________ pale.

(สิ่งที่เธอเห็นทำให้เธอ ________________________________________ หน้าซีดเผือด)

(a) turn    (กลายเป็น)

(b) turning

(c) to turn

(d) turned

ตอบ   -   ข้อ  (a)  เนื่องจาก “Make +กรรม + Verb 1

                                        ตัวอย่างที่ 

  • The manager let everyone _____________ the office early to attend the convention.

(ผู้จัดการปล่อย (ยอม) ให้ทุกคน __________ สำนักงานแต่เนิ่นๆเพื่อไปเข้าร่วมการประชุม)

(a) to leave

(b) leaves

 (c) left

(d) leave    (ออกจาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากหลังกรรมของ  “Make, Let, Have (ใช้), See, Hear, Feel”  ต้องอยู่ในรูป  “Infinitive without to”  คือ  กริยาช่องที่ ที่ไม่มี  “To” นำหน้า (Verb 1)  ดังตัวอย่างประโยค  เช่น

  • She lets them play in the field.

(เธอปล่อยให้พวกเขาเล่นในสนาม)

  • We made them laugh.

(เราทำให้พวกเขาหัวเราะ)

  • I heard her sing.

(ผมได้ยินเธอร้องเพลง)

  • He saw her walk in the street.

(เขาเห็นเธอเดินในถนน)

  • She had them clean her room.

(เธอให้พวกเขาทำความสะอาดห้อง)

 

14. The man always devotes his life to helping underprivileged people.  The work __________ by him seems incredible to most people.

(ชายคนนั้นอุทิศชีวิตของเขาเสมอ  เพื่อช่วยเหลือคนด้อยโอกาส  งาน ___________ โดยเขาดูเหมือนเหลือเชื่อสำหรับคนส่วนใหญ่)

(a) does

(b) did

(c) done    (ถูกทำ)

(d) doing

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากลดรูปมาจาก  “The work which is (was) done by him……….......….

 

15. As usual, after you __________ by the customs officers, your luggage will be passed through an X-ray machine.

(ตามปกติ  หลังจากคุณ ____________ โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร  กระเป๋าเดินทางของคุณจะถูกส่งผ่านเครื่องเอกซเรย์)

(a) were being searched

(b) were searched

(c) had been searched

(d) have been searched    (ถูกค้นตัวแล้ว)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากประโยคนี้เป็นข้อเท็จจริง  (Fact)  จึงถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  จึงใช้รูป  “Present perfect tense”  ในแบบ  “Passive voice”  (Have been searched)  เพื่อให้สอดคล้องกับกริยาในประโยคใหญ่  ที่อยู่ในรูป  “Future tense in passive voice”  คือ  “Will be passed”  อย่างไรก็ตาม  ข้อนี้อาจตอบ  “Are searched”  ก็ได้

 

16. They got accustomed ______________________________________________ overtime.

(พวกเขาคุ้นเคย-เคยชิน ___________________________________________ ล่วงเวลา)

(a) to work

(b) to working    (กับการทำงาน)

(c) in working

(d) at working

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากหลัง  “Get (Be) accustomed to”  (คุ้นเคย, เคยชิน)  ต้องตามด้วยคำนาม หรือ  “Gerund”  (Verb + ing)  เช่น

  • We get (are) accustomed to getting up early.

(เราคุ้นเคย-เคยชินกับการตื่นแต่เช้าตรู่)  (ในปัจจุบัน)

  • They got (were) accustomed to studying late at night when they were young.

(พวกเขาคุ้นเคย-เคยชินกับการอ่านหนังสือจนดึก  เมื่อตอนพวกเขาเป็นเด็ก)  (ในอดีต)

  • Tourists get (are) used to hot weather in Thailand soon.

(นักท่องเที่ยวคุ้นเคย-เคยชินกับอากาศร้อนในประเทศไทยในไม่ช้า)  (ในปัจจุบัน)

  • Most Thai people get (are) used to eating spicy food.

(คนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคย-เคยชินกับการกินอาหารรสจัด)  (ในปัจจุบัน)

  • She got (was) used to cooking her own meal when she was in college.

(เธอคุ้นเคย-เคยชินกับการปรุงอาหารกินเอง  เมื่อตอนเธอเรียนมหาวิทยาลัย)  (ในอดีต)

 

17. I have asked around but no one seems to know __________ the ferry leaves for Vancouver Island.

(ผมถามเขาไปทั่ว  แต่ดูเหมือนว่าไม่มีใครรู้ว่า ______________ (ที่) เรือข้ามฟากออกเดินทางไปเกาะแวนคูเวอร์)

(a) how long    (นานเท่าใด)

(b) how often    (บ่อยเท่าใด(คือ  วันละกี่เที่ยว)

(c) how far    (ไกลเท่าใด)

(d) how much    (มากเท่าใด)

ตอบ   -   ข้อ   (b)

 

18. I’m going to the hairdresser’s to _____________________________________________.

(ฉันจะไปที่ร้านทำผมเพื่อ ________________________________________________)

(a) have my hair cut    (ตัดผม)  (หมายถึง  ให้ช่างตัดให้)

(b) cut my hair

(c) have cut my hair

(d) cut me my hair

ตอบ   -   ข้อ  (a)  เนื่องจากอยู่ในรูป  “Causative use”  (ใครใช้ให้ใครทำอะไร  หรือ  ใครใช้ให้อะไรถูกทำโดยใคร)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่ 

  • He had his letter ____________________________________ before he left the office.

(เขาให้จดหมาย ______________ ก่อนที่เขาจะออกจากสำนักงาน)  (คือ  เขาสั่งให้ (เลขาฯ) พิมพ์จดหมาย  ก่อนออกจากสำนักงาน)

(a) typing

(b) to be typed

(c) typed    (ถูกพิมพ์)

(d) being typed

(e) to type

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้าง  “Causative use”  {Subject + Have (Get) + กรรม + Verb 3}  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • Paul worked all night so that he could ________________________________ in time.

(พอลทำงานตลอดทั้งคืน  เพื่อที่ว่าเขาจะได้สามารถ __________________________ ทันเวลา)

(a) get the job done    (ทำงานได้เสร็จ)

(b) get the job to do

(c) got the job done

(d) got the job to do

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ  “Causative use”  คือ  “Subject + Get (Have) + Something + Done + (By someone)”  {ให้อะไรถูกทำ (โดยใคร)}  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • After the car accident, Jenny decided to __________ by a famous plastic surgeon suggested to her by a close friend.

(หลังจากอุบัติเหตุทางรถยนต์  เจนนี่ตัดสินใจที่จะ __________ โดยศัลยแพทย์พลาสติกที่มีชื่อเสียง  ซึ่งได้รับการแนะนำกับเธอ  โดยเพื่อนที่ใกล้ชิดคนหนึ่ง)

(a) have her nose to reshape

(b) have her nose reshape

(c) have reshaped her nose

(d) have her nose reshaped    (แปลงโฉมจมูกของเธอ)  (โดยให้หมอทำให้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  “Causative use

                                        ตัวอย่างที่ 

  • What would you __________________________________________ me do for you?

(คุณจะ __________________________________________ ให้ผมทำอะไรให้คุณครับ)

(a) want

(b) hope

(c) wish

(d) have

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากเป็น  “Causative use”  (ประธานฯ ใช้ให้ใครทำอะไร)  (Subject + Have + Someone + Do + Something)  สำหรับ  “Want”  และ  “Wish” จะต้องใช้โครงสร้างเป็น  “What would you want (wish) me to do?

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Today if I finish my shopping early enough, I may go and _______________________.

(วันนี้  ถ้าผมไปช้อปปิ้งเสร็จแต่เนิ่นๆ พอ  ผมอาจจะไป (และ) ________________________)

(a) to have my hair done

(b) have my hair do

(c) have my hair done    (ทำผม)  (ให้ช่างทำผม)

(d) will have my hair done

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ต้องใช้  “Have”  เพราะถือว่าอยู่หลัง  “May”  เหมือนกับ  “Go” และดูคำอธิบายการใช้   “I have my hair done.”  จากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • He had the cook ______________________________________________ some tea.

(เขาใช้ให้พ่อครัว ________________________________________________ น้ำชา)

(a) make     (ชง)

(b) making

(c) made

(d) did

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Subject + Have + Someone + Do + Something

                                        ตัวอย่างที่  

  • Please have the porter __________________________ these boxes up to my room.

(โปรดให้พนักงานแบกของ ______________________ ลังเหล่านี้ขึ้นไปบนห้องของผมด้วย)

(a) to carry

(b) carrying

(c) carried

(d) carry    (ยก, แบก, ถือ)

ตอบ   -   ข้อ  (d)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  “Causative use” {Subject + Have (Has) + Someone + Do + Something}  คือ  {ประธานฯใช้ให้ใครทำอะไร}

                                        ตัวอย่างที่  

  • What would you have me ______________________________________________?

(คุณจะให้ผม __________________________________________________ อะไรครับ)

(a) mend    (ซ่อม)

(b) mending

(c) mended

(d) to mend

ตอบ   -    ข้อ   (a)  เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างของ  “Causative use” {Subject + Has (Have) + Someone + Do (Verb 1) + Something} (ประธานใช้ให้ใครทำอะไรบางอย่าง)  โดยแบ่งออกเป็นโครงสร้างแบบ  “Active voice”  และ “Passive voice

                                             สำหรับการใช้โครงสร้าง  “Causative use”  ในแบบ  “Active voice”  คือ  “Subject + Have + Someone + Do  (กริยาอะไรก็ได้ช่องที่ ๑) + Something”  หรือ  (= Subject + Get +  Someone + To do  (กริยาอะไรก็ได้  แต่ต้องมี  “To” นำหน้า) + Something) (ประธานใช้ให้ใครทำอะไรบางอย่าง)  มีดังนี้ คือ

                                  ๑. Subject + have + someone + do + something  (กรรมของ  Verb “Do”)

                                  ๒. Subject + get + someone + to do + something  (กรรมของ Verb “Do”)

(ประธาน  +  ใช้ให้  +   ใครบางคน  +   ทำ (กริยาอะไรก็ได้)  +  บางสิ่งบาง อย่าง)

                                             ทั้ง  ๒  โครงสร้างข้างบน  ถือว่าอยู่ในรูปของ  “Active voice”  เนื่องจากประธานเป็นผู้ใช้ให้ใครบางคนไปทำอะไรบางอย่าง  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • He had the doctor examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

  • He got the doctor to examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

  • She has her maid wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

  • She gets her maid to wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

  • We had our neighbors clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

  • We got our neighbors to clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

                                         อย่างไรก็ตาม  ถ้าต้องการใช้ในรูป  “Passive voice”  คือ {Subject + Have (Get) + Something + Done + (By someone)} {(ประธาน  ใช้ให้บางสิ่ง  ถูกกระทำ  (กริยาอะไรก็ได้  อยู่ในรูปกริยาช่องที่ ๓)  +  (โดยบางคน)}  ในกรณีนี้   ทั้ง  “Have” และ  “Get”  ในโครงสร้างแบบนี้   จะใช้ในรูปประโยคที่เหมือนกันทุกประการ  ดังตัวอย่าง

  • He had his eyes examined (by the doctor).

(ถ้าแปลตรงๆ ตัว คือ  “เขาให้ตาถูกตรวจโดยหมอ”  แต่ในภาษาไทยไม่นิยมพูดแบบนี้  โดยนิยมพูดแต่เพียงว่า  “เขาไปตรวจตา”)

  • He got his eyes examined (by the doctor).

(เขาไปตรวจตา)

  • She has her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)

  • She gets her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)

  • We had our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)

  • We got our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)

  • He has his hair cut once a month.

(= He gets his hair cut one a month.)

(เขาตัดผมเดือนละ ๑ ครั้ง – คือไปให้ช่างตัดให้)

  • She has her room cleaned every day.

(= She gets her room cleaned every day.)

(เธอทำความสะอาดห้องทุกวัน – คือให้คนรับใช้ทำให้)

  • We had our car washed once a week last year.

(= We got our car washed once a week last year.)

(เราล้างรถอาทิตย์ละ ๑ ครั้ง เมื่อปีที่แล้ว – คือให้อู่ล้างให้)

 

19. In response to the rising problem of __________ to do with millions of tons of plastic waste, the government is looking for an effective approach to recycle plastics.  

(เพื่อตอบสนองกับปัญหาที่เพิ่มขึ้นของ (ว่า) จะทำ ___________ กับขยะพลาสติกหลายล้านตัน  รัฐบาลกำลังมองหาวิธีการที่มีประสิทธิผลที่จะรีไซเคิลพลาสติก)

(a) how     (ไม่ใช้รูป  “How to do”)

(b) when

(c) which

(d) what    (อย่างไร, อะไร)

ตอบ   -    ข้อ   (d)

 

20. I really can’t go now.  I’ll have to go with you ___________________________________.

(ผมไม่สามารถไปได้จริงๆขณะนี้  ผมจำเป็นจะต้องไปกับคุณ __________________________)

(a) the other day    (วันก่อน)  (เป็นอดีต)

(b) the next day    (วันถัดไป)  (ใช้กับประโยค  “Indirect speech”  แทน “Tomorrow”)  (เช่น “He said he would go the next day.”)

(c) some other day    (วันอื่นๆ ในอนาคต)

(d) any other day    (วันอื่นใดก็ตาม)

ตอบ   -    ข้อ   (c)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป