หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 168)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุด)

 

1. Some metals are malleable, ________ others are so brittle that they break easily when bent quickly.

(โลหะบางชนิดสามารถถูกตีออกเป็นแผ่นบางหรือรูปร่างต่างๆ ได้ (ดัดหรืองอได้), __________ โลหะชนิดอื่นๆ เปราะ (งอไม่ได้) มาก  จนกระทั่งมันแตกหักอย่างง่ายดาย  เมื่อถูกทำให้โค้งหรืองออย่างเร็ว)

(a) but    (แต่)

(b) like    (เหมือน, เช่น)

(c) which    (ซึ่ง)

(d) there

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากข้อความข้างหน้าและหลัง  “But”  จะมีความขัดแย้งกัน  (โลหะบางชนิดงอได้  แต่บางชนิดเปราะ หรืองอไม่ได้)

 

2. ________________ a spaceship far out in the solar system, the Earth would appear as a tiny dot.

(________________ ยานอวกาศที่อยู่ไกลออกไปในระบบสุริยะ,  โลกจะปรากฏเป็นเหมือนจุดเล็กจิ๋ว)

(a) When

(b) Where

(c) From    (จาก)

(d) That

ตอบ   -   ข้อ    (c)

                       สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “From”  ได้แก่  “Different”  (แตกต่าง)  -  She is very different from her twin sister.  (เธอแตกต่างอย่างมากมาย  จากน้องสาวฝาแฝด),  “Far”  (ไกล)  -  My house is very far from the office.  (บ้านของผมอยู่ไกลจากที่ทำงานมาก), “Free”  (เป็นอิสระ),  “Safe”  (ปลอดภัย)  -  We were not safe from attack, even at night.  (พวกเราไม่ปลอดภัยจากการ (ถูก) โจมตี  แม้แต่เวลากลางคืน),  “Immune”  (ปลอดภัยจาก, ได้รับความคุ้มกันจาก)  -  There were only a few targets that the United States had considered immune from air attack.  (มีเป้าหมายอยู่เพียงสองสามแห่งเท่านั้นที่สหรัฐฯ ได้พิจารณาว่าปลอดภัยจากการโจมตีทางอากาศ),  “Absent”  (ไม่อยู่, ขาดหายไป)  -   Some students are frequently absent from school.  (นักเรียนบางคนขาดเรียนบ่อย),  “Away”  (อยู่ห่าง)  -  Most people don’t like to be away from home for a long time.  (คนส่วนใหญ่ไม่ชอบอยู่ห่างจากบ้านเป็นเวลานานๆ),  “Evident”  (เห็นได้ชัด)  -  Their exact purpose was not evident from my observation.  (วัตถุประสงค์ที่แน่ชัดของพวกเขา  เห็นได้ไม่ชัดเจนจากการสังเกตของผม),  เป็นต้น

                         สำหรับคำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “From”  ได้แก่  “Differ”  (แตกต่าง)  -  She is much different from her sister.  (เธอแตกต่างจากน้องสาวของเธอมาก)  (ในด้านรูปร่างหน้าตา-นิสัยใจคอ),  “Borrow”  (ขอยืม)  -  You can borrow the car from your friend.  (คุณสามารถยืมรถยนต์จากเพื่อนของคุณ),  “Abstain”  (ละเว้น, หลีกเลี่ยง, งดออกเสียง)  -  You should abstain from drinking too much.  (คุณควรหลีกเลี่ยงจากการดื่มมากเกินไป) – He abstained from eating for six days.  (เขาละเว้นการกินอาหารเป็นเวลา ๖ วัน),  “Prevent”  (ขัดขวาง,  ป้องกัน)  -  The rain prevented her from going out.  (ฝนขัดขวางเธอมิให้ออกไปข้างนอก),  “Suffer”  (ป่วยเป็น, ทุกข์ทรมาน, เดือดร้อน)  -  He suffered a great deal from cancer prior to his death.  (เขาทุกข์ทรมานอย่างมากจากมะเร็งก่อนตาย),  “Refrain”  (ละเว้น, หลีกเลี่ยง)  -  We refrained from direct association with the president.  (เราหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์โดยตรงกับท่านประธาน),  “Stop”  (หยุด, ขัดขวาง)  -  The police stopped the robber from moving further.  (ตำรวจขัดขวางนักปล้นมิให้เคลื่อนที่ต่อไป),  “Separate”  (แยก, แยกออก, สกัด) -  He is sensible enough to separate good people from bad ones.  (เขาฉลาดพอที่จะแยกคนดีจากคนเลว),  “Protect”  (ปกป้อง, คุ้มครอง)  -  The soldiers protect the country from the enemies.  (ทหารปกป้องประเทศจากศัตรู),  “Prohibit”  (ห้ามไม่ให้)  -  The club prohibited women from applying for membership.  (สโมสรห้ามผู้หญิงสมัครเป็นสมาชิก),  “Hinder”  (ขัดขวางไม่ให้)  -  Floods and landslides hindered the enemy from attacking the town.  (น้ำท่วมและแผ่นดินถล่มขัดขวางศัตรูมิให้โจมตีเมือง),  “Defend”  (ป้องกัน)  -  The country needs a stronger army to defend itself from the enemy’s invasion.  (ประเทศต้องการกองทัพที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น  เพื่อป้องกันตนเองจากการรุกรานของศัตรู),  “Draw”  (ดึงหรือลากออกมา),  “Recover”  (ฟื้นจาก)  -  I hope you will recover from your illness soon.  (ผมหวังว่าคุณจะฟื้นจากไข้โดยเร็ว),  เป็นต้น

                     ส่วนวลีอื่นๆ  ที่ใช้  “From”  ได้แก่  “From time to time”  (เป็นครั้งคราว, เป็นบางโอกาส),  “Live from hand to mouth”  (ดำรงชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำ),  “From the beginning”  (จากเริ่มต้น, จากเริ่มแรก),  “From place to place”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง),  “From one place to another place”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง),  “From the bottom of one’s heart”  (จากก้นบึ้งหัวใจของคนๆนั้น,  ด้วยความจริงใจ),  “From 2 to 4 p.m.”  (จาก  ๒  โมง  ถึง  ๔  โมงเย็น),  “From January to April”  (จากเดือนมกราคม ถึงเมษายน),  “Go from bad to worse”  (เลวร้ายหรือแย่ยิ่งกว่าเดิมที่แย่อยู่แล้ว)  - Jack’s conduct in school has gone from bad to worse.  (ความประพฤติของแจ๊คในโรงเรียนเลวหนักยิ่งกว่าเดิม  ซึ่งก็เลวอยู่แล้ว)  -  Dick’s typing went from bad to  worse when he was tired.  (การพิมพ์ของดิ๊กซึ่งห่วยแตกอยู่แล้ว  กลับห่วยมากขึ้นไปอีก  เมื่อตอนเขามีอาการเหนื่อยล้า),  “From hand to hand”  (จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งและอีกคนหนึ่ง)  -  The box of candy was passed from hand to hand.  (กล่องลูกอมถูกส่งจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง  และอีกคนหนึ่งจนทั่วถึง),  “Fall from grace”  (กลับไปมีนิสัยเลวเหมือนเดิมอีก, ทำสิ่งเลวๆอีกครั้ง)  -  The boy fell from grace when he lied.  (เด็กคนนั้นทำในสิ่งที่ไม่ดี  เมื่อเขาโกหก),  “From pillar to post”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง  หลายๆครั้ง  แบบระเหเร่ร่อน  -  เปรียบเหมือนนกเกาะเสาต้นหนึ่ง  แล้วโผไปอีกต้นหนึ่ง)  -  Jim’s father changed jobs several times a year, and the family was moved from pillar to post  (พ่อของจิมเปลี่ยนงานหลายครั้งในแต่ละปี  และครอบครัวต้องย้ายบ้านหลายครั้งหลายหน),  “From scratch”  (จากศูนย์, จากไม่มีอะไรเลย, จากมือเปล่า)  -  Tom started his business from scratch.  (ทอมเริ่มต้นธุรกิจของเขาจากที่ไม่มีอะไรเลย  -  หรือจากศูนย์),  “From across the world”  (จากทั่วโลก),  “From door to door”  (จากบ้านหนึ่งไปยังอีกบ้านหนึ่ง)  -  She sells face cream from door to door.  (เธอขายครีมทาหน้าจากบ้านหลังหนึ่ง  สู่บ้านอีกหลังหนึ่ง  และอีกหลังหนึ่ง),  “From head to foot”  (จากหัวถึงเท้า,  อย่างพินิจพิเคราะห์, อย่างรอบคอบ)  -  The stranger looked the boy over from head to foot.  (คนแปลกหน้ามองเด็กคนนั้นอย่างรอบคอบ-ระมัดระวัง),  “From end to end”  (ทั่วทั้งบริเวณ)  -  The dog sniffed the yard from end to end in search of a bone  (หมาสูดดมสนามทั่วทั้งบริเวณ  เพื่อค้นหากระดูก), “From top to bottom”  (จากบนถึงล่าง, ทั่วทั้งหมด)  -  This new car has been redesigned from top to bottom.  (รถใหม่คันนี้ถูกเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งคัน),  “From now on” = “นับจากนี้เป็นต้นไป”  -  From now on, all employees must come to work on time.  (นับจากนี้เป็นต้นไป  พนักงานทุกคนจะต้องมาทำงานทันเวลา),  เป็นต้น

 

3. Settlers along the whole western frontier were living in log cabins ______________ the American Revolution.

(ผู้ตั้งรกรากถิ่นฐานทางพรมแดน (เขตแดน) ทางตะวันตกทั้งหมด  กำลังอาศัยอยู่ในกระท่อมไม้ซุง ____________ การปฏิวัติอเมริกัน)  (หมายถึง  สงครามที่ชาวอเมริกันซึ่งอาศัยอยู่ในอาณานิคมของอังกฤษขณะนั้น  ประกาศเอกราชจากการยึดครองของอังกฤษ)

(a) it was the time of    (มันเป็นเวลาของ)

(b) as long as    (นานเท่ากันกับ, ตราบใดที่, ตราบเท่าที่)

(c) before there was    (ก่อนมี)

(d) by the time of    (ในช่วงเวลาของ,  เมื่อเกิด)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจตอบ  “During”  ก็ได้

 

4. Kenyon Cox, an art critic and painter, ______________ best known for his murals, portraits, and decorative designs in public buildings throughout the United States.

(เคนยอน ค้อกซ์,  นักวิจารณ์ศิลปะและช่างเขียนภาพ (จิตรกร), ___________ ถูกรู้จักดีที่สุดในด้าน (ผลงาน) จิตรกรรมฝาผนัง,  ภาพครึ่งตัว,  และการออกแบบตกแต่ง-ประดับประดาของเขา  ในอาคารสาธารณะ (ของรัฐบาล) ทั่วทั้งประเทศสหรัฐฯ)

(a) who is

(b) he is

(c) is   

(d) and he is

ตอบ   -   ข้อ    (c)   {Is (best) known}  เป็นกริยาแท้และเพียงตัวเดียวของประโยคในแบบ  “Passive voice”  (ถูกรู้จัก)

 

5. He possesses all ___________________________________________ makes life agreeable.

(เขาครอบครอง (เป็นเจ้าของ) ทุกสิ่งทุกอย่าง ___________________ ทำให้ชีวิตน่าพอใจ-น่ายินดี)

(a) which    (ซึ่ง, ที่)

(b) what

(c) those

(d) to

ตอบ   -   ข้อ   (a)   หรืออาจตอบ   “that”  ก็ได้

 

6. I bought this cloth ___________________________________________ 100 baht a meter.

(ผมซื้อผ้าชิ้นนี้ _________________________________________ เมตรละ  ๑๐๐  บาท)

(a) at    (ที่,  ในอัตรา)

(b) for

(c) by

(d) with

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ใช้   “At”  กับ  “อัตรา”  เช่น  “At twenty baht a kilo”  =  “ที่ราคากิโลกรัมละ ๒๐ บาท”,  “at 100 miles per hour”  =  “ในอัตรา ๑๐๐ ไมล์ต่อชั่วโมง    

                        สำหรับวลีที่ใช้  “At”  ได้แก่   “at a good price”  (ในราคาที่ดี หรือสูง),   “at interest”  (โดยคิดดอกเบี้ย),  “at pains”  (ใช้ความพยายามเป็นพิเศษ)  -  At pains to make a good impression, she was prompt for her appointment.  (โดยใช้ความพยายามเป็นพิเศษที่จะสร้างความประทับใจ  เธอรวดเร็วสำหรับการนัดหมาย  -  คือมาถึงที่นัดหมายตรงเวลา),  “at stake”  (ไม่แน่นอน, อยู่ในภาวะที่เสี่ยง)  -  The team played hard because the championship of the state was at stake.  (ทีมเล่นอย่างสุดฝีมือ  เพราะตำแหน่งแชมเปี้ยนของรัฐไม่แน่นอน   หรืออยู่ในภาวะเสี่ยง  -  คือ  ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการแข่งขัน  ไม่รู้ว่าจะแพ้หรือชนะ   และจะได้เป็นแชมป์หรือไม่),  “at the same time”   (ในเวลาเดียวกัน),  “at the mercy of   (= at one’s mercy)  (อยู่ในอำนาจของ, ขึ้นอยู่กับความเมตตากรุณาของ)   -  The picnic was at the mercy of the weather.  (การปิกนิกขึ้นอยู่กับความเมตตาของดินฟ้าอากาศ  -  คือจะต้องเลื่อนไปถ้าเกิดฝนตก),  “good at”  (เก่ง)  “at a high speed” = {(บินหรือวิ่ง)  ด้วยความเร็วสูง},  “sit at a table”  (นั่งที่โต๊ะ),  “land at a small airport” (ร่อนลงที่สนามบินเล็กๆ),  “at both ends”  (ที่ปลายทั้ง ๒ ข้าง),  “a knock at the door”  (การเคาะที่ประตู),  “at a beach club” (ที่สโมสร ณ ชายหาด),  “at a funeral”  (ที่งานศพ),  “at a press conference”  (ที่การให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์),  “at a high school dance”  (ที่งานเต้นรำของโรงเรียน),  “at the office”  (ณ ที่ทำงาน),   “at breakfast”  (เมื่อเวลาอาหารเช้า),  “to stare at a garage roof”  (จ้องมองไปที่หลังคาโรงรถ),  “to wave down at him” (โบกมือให้เขา),  “to throw petals at his car”  (โยน – โปรย – กลีบดอกไม้ที่รถของเขา),   “at a distance”  (ในระยะไกล),   “at a standstill”  (หยุดชะงัก, หยุดนิ่งอยู่กับที่),  “at risk”  (เสี่ยง),  “at 10:00 a.m.”  (ตอน ๑๐ โมงเช้า),  “at dawn” (ตอนรุ่งอรุณ),  “at once”  (โดยทันทีทันใด),  “at his wit’s end”  (เขาหมดปัญญา, จนปัญญา, ไม่รู้จะทำอย่างไรดี),   “at loose ends”  (ไม่มีอะไรทำ, ไม่มีงานทำ, ไม่รู้จะทำอะไร ดี, ยังไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรต่อไป, ยังไม่ตัดสินใจ),   “at a later stage”  (ในระยะหรือขั้นตอนต่อไป),   “to speak at great length”  (พูดเสียอย่างยืดยาว),  “at a time of high unemployment”  (ณ ช่วงเวลาที่มีการว่างงานสูง),  “to start work at sixteen”  (เริ่มทำงานตอนอายุ ๑๖),  “to die at eighty-three”  (ตายเมื่ออายุ ๘๓),  “to grow at an astonishing rate”  (เติบโตในอัตราที่น่าพิศวง),  “to buy or sell it at $ 100”  (ซื้อหรือขายที่ราคา ๑๐๐ เหรียญ),  “at 100 miles per hour” (ที่ ๑๐๐  ไมล์ต่อชั่วโมง),   “the radio playing at full volume”  (วิทยุเปิดสุด เสียง),  “to set a pass mark at 60 percent”  (ตั้งคะแนนผ่านที่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์),  “to work harder at his thesis”  (ขยันมากขึ้นกับวิทยานิพนธ์),  “to aim at bringing down the inflation rate” (มีเป้าหมายเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อ),   “to go at the invitation of his neighbors”  (ไปเพราะการเชื้อเชิญของเพื่อนบ้าน),  “to leave at the director’s command”  (จากไปเพราะคำสั่งของผู้อำนวยการ),  “at liberty”  (มีอิสรเสรีที่จะทำอะไร, มิได้ถูกขัดขวางหรือหยุดยั้ง),  “to be at war”  (ทำสงคราม),   “to put his life at risk” (ทำให้เขาต้องเสี่ยงชีวิต),  “to read at random”  (อ่านแบบสุ่มๆ – คือไม่เฉพาะเจาะจง),  “at gun point”  (โดยเอาปืนจี้หัว),   “to fly at their expense”  (บินไปโดยค่าใช้จ่ายของพวกเขา),  “to be at her best”  (อยู่ในช่วงที่ดีที่สุดของเธอ), “at a guess”  (โดยการเดาหรือทาย),  “at a rough estimate”  (โดยประมาณการอย่างคร่าวๆ),  “good at swimming”  (ว่ายน้ำเก่ง),  “clever at mathematics” (เก่งคณิตศาสตร์),   “bad at cooking”  (ปรุงอาหารไม่เก่ง),  “an expert at shooting”  (เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการยิงปืน),  “be delighted at the success” (ปลาบปลื้ม-ยินดี กับความสำเร็จ),  “feel sorry at his dismissal” (รู้สึกเสียใจกับการถูกไล่ออกของเขา),   “feel glad at a new job”  (รู้สึกดีใจกับงานใหม่),  “at first”  (ในตอนแรก),  “at last”  (ในที่สุด),   “at least”  (อย่างน้อยที่สุด),  “at leisure”  (มีเวลาว่าง, ไม่ได้ทำงาน, ไม่ได้มีงานยุ่ง),   “at length”  (อย่างละเอียด, อย่างเต็มที่, ในที่สุด), “at most, at the most”  (อย่างมากที่สุด),   “at loggerheads”  (ทะเลาะกัน, ต่อสู้กัน, เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน),  “at present”  (ในปัจจุบัน),  “at the same address”  (ณ ที่อยู่เดิม),   “at 33 Albert Street”  (บ้านเลขที่  ๓๓  ถนนอัลเบิร์ต),  “at the hairdresser’s”  (ที่ร้านทำผม),  “at church”  (ที่โบสถ์ – ไปทำพิธี),  “at home”  (ที่บ้าน),  “to be at work”  (กำลังทำงานหรือยุ่งอยู่กับกิจกรรมอะไรบางอย่าง,  สถานการณ์หรือกระบวนการที่กำลังมีผลกระทบหรืออิทธิพล),   “at school”  (ที่โรงเรียน),   “at college”  (ที่มหาวิทยาลัย),   “arrive at the airport”  (มาถึงที่สนามบิน),  “at night” (ตอนกลางคืน),  “at Easter”  (ช่วงเทศกาลอีสเตอร์),   “at the weekend”  (ตอนสุดสัปดาห์),   “I don’t understand it at all.”  (ผมไม่เข้าใจมันเลย),   “I can hardly hear you at all.”  (ผมแทบจะไม่ได้ยินเสียงคุณเลย  –  เสียงคุณแผ่วเบามาก),   “It is not at all likely he will come.”  (แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะมา  -  คือมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก),   “Can it be done at all?”   (มันจะสามารถทำได้ไหมนี่),  “She will walk with a limp, if she walks at all.”  (เธอจะต้องเดินขากระเผลก -ขาเป๋  ถ้าเธอยังเดินได้  -  หมายถึงเธออาจจะเดินไม่ได้อีกเลย),   “at all costs”  (ไม่ว่าจะต้องเสียเงิน เวลา  หรือความพยายามเพียงใด)  “Carl is determined to succeed in his new job at all costs.”   (คาร์ลมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในงานใหม่ของเขา  โดยไม่สนใจว่าจะต้องทำงานหนักเพียงใด)  -   “Regardless of the results, Mr. Jackson intended to save his son’s eyesight at all costs.”   (โดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์  มิสเตอร์แจ๊คสันตั้งใจที่จะรักษาสายตาของลูกชายตน   ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาหรือเงินมากมายเพียงใด),   “at a loss”  (ในสภาพที่ไม่แน่นอน, ไม่รู้อะไรเลย,  งุนงงสับสนไปหมดจนทำอะไรไม่ถูก,  จนปัญญา)  -   “A good salesman is never at a loss for words.”  (นักขายที่ดีไม่เคยจนปัญญาที่จะพูดเพื่อขายสินค้า  -  คือมีเรื่องพูดมากมายเพื่อโฆษณาสินค้าของตน)   “When Don missed the last bus, he was at a loss to know what to do.”  (เมื่อดอนตกรถเมล์เที่ยวสุดท้าย  เขางุนงงสับสนจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร  -   คือไม่รู้ว่าจะหาทางกลับบ้านอย่างไร),  “at anchor”  (แอ๊ง-เคอะ  -  จอดลอยลำทอดสมออยู่),   “at any rate”  (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี),  “keep him at arms length”  (ไม่คบค้าสมาคมกับเขา, ไม่ทำตัวสนิทสนมกับเขา),   “at a snail’s pace”  (อย่างเชื่องช้าอืดอาด, คืบหน้าไปทีละหน่อยเหมือนหอยทาก),  “one at a time”  {(เข้ามาในห้อง, ขึ้นรถเมล์)  ทีละคน},  “run up the steps two at a time”  (ขึ้นบันไดทีละ ๒ ขั้น),  “at best, at the best”  (อย่างดีที่สุด),  “at ease”  (สบาย, ไม่มีความเจ็บปวดหรือสิ่งรบกวน),   “at every turn”  (ทุกครั้ง, ตลอดเวลา),   “at fault”  (ถูกตำหนิ, รับผิดชอบต่อความผิดพลาดหรือความล้มเหลว),  “at first glance, at first sight”  (เมื่อแรกเห็น, หลังจากมองครั้งแรกอย่างรวดเร็ว),   “at hand, at close hand”  (อยู่ใกล้ตัว, เอื้อมถึงได้ง่าย, กำลังจะมาถึงเร็วๆนี้),  “at large” {(คนร้าย) ยังลอยนวล, ยังจับตัวไม่ได้}   เป็นต้น 

 

7. Nothing can compensate ___________________________________ the loss of my husband.

(ไม่มีสิ่งใดสามารถชดเชย _______________________________ การสูญเสียสามีของฉันได้)

(a) in

(b) on

(c) for    (กับ,  สำหรับ)

(d) at

ตอบ   -   ข้อ   (c)   สำหรับวลีที่ใช้กับ  “For”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                     สำหรับคำคุณศัพท์ (Adjective) ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “Responsible”  (He is responsible for the job.  (เขารับผิดชอบต่องาน),  “Ready”  (เตรียมพร้อมต่อ)  -  “Are you ready for your new job?”  (คุณเตรียมพร้อมสำหรับงานใหม่หรือเปล่า),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ) – She was qualified for the job.  (เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ)  -  “It is good for you to get up early.”  (มันดีสำหรับคุณที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่), “Suitable”  (เหมาะสม),  “Famous”  (มีชื่อเสียง)  -  “Thailand is famous for the hospitality of its people.”  (เมืองไทยมีชื่อเสียงในเรื่องความเอื้อเฟื้อของผู้คน),  “Eager”  (กระตือรือ ร้น), “Sorry”  (เสียใจกับ)  -  “I’m sorry for any damage I may occur.”  (ผมเสียใจสำหรับความเสียหายใดๆ ที่ผมอาจทำให้เกิดขึ้น), “Sufficient”  (เพียงพอ), “Fit”  (เหมาะสม)  -  “These clothes are fit for me.”  (เสื้อผ้าพวกนี้เหมาะสำหรับผม), “Unfit”,  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ), “Grateful”  (ขอบคุณต่อ) -  I am very grateful to you for your assistance.  (ผมขอบคุณคุณอย่างมาก  สำหรับความช่วยเหลือของคุณป็นต้น

                          ส่วนคำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “For”  เช่น  “Buy something for someone”  (ซื้ออะไรให้ใคร)  -  “I bought a present for her on her birthday.”  (ผมซื้อของขวัญให้เธอสำหรับวันเกิด),  “Wait”  (รอคอย)  -  They were waiting for their old friends at the airport.  (พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้)  -  “They will vote for the Republican only.”  (พวกเขาจะลงคะแนนให้เฉพาะกับพรรครีพับริกันเท่านั้น),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า)  -  “I’ ll pay for the meal this time.”  (ผมจะจ่ายค่าอา หารให้มื้อนี้),  “Apply”  (สมัคร)  -  She will apply for a job in a foreign company.  (เธอจะสมัครงานในบริษัทต่างชาติ),  “Thank”  (ขอบคุณ)  -  “Thank you for your help.”  (ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ),  “Search  (ค้นหา)  -  “I’ll search for the data in the library.”  (ผมจะค้นหาข้อมูลในห้องสมุด),  “Look”  (ค้นหา)  -  “She is looking for her lost watch.”  (เธอกำลังค้นหานาฬิกาที่หายไป),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ)  -  “They have to struggle for their survival.” (พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง)  -  “The criminals begged for the judge’s mercy.”  (เจ้าอาชญากรขอความเมตตาจากผู้พิพากษา),  “Ask”  (ขอร้อง),  “Call”  (เรียกร้องให้มี, จำเป็นต้องมี)  -  “The country called for peaceful co-existence.”  (ประเทศนั้นเรียกร้องให้อยู่ร่วมกันโดยสันติ),  “Apologize”  (ขอโทษ),  “Charge”  (คิดค่า),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ)  -  “The company provided for comprehensive training.”  (บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างกว้างขวาง),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้-มี)  -  “We hope for better life in the future.”  (พวกเราหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคตเป็นต้น

                         สำหรับวลีอื่นๆ ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “Demand for food and water”  (ความต้องการอาหารและน้ำ),  “For all I know”  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป   เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน้ตเลย  แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับในขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่วคราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่างเช่น),   “For sure (= For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ ไม่แน่ใจ),  เป็นต้น

 

8. I am doubtful whether the scheme would be of much advantage to us; _________, we don’t know what it involves.

(ผมสงสัยว่าโครงการนั้นจะเป็นประโยชน์กับเรามากหรือไม่, ________ เราไม่รู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับอะไร)

(a) yet     (แม้กระนั้นก็ตาม)

(b) beside    (ข้างเคียง)

(c) except    (ยกเว้น)

(d) besides    (นอกจากนั้น,  นอกเหนือจาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “Besides”  จากตัวอย่างข้างล่าง

  • Tom was the only blond in the family, besides the mother.

(ทอมเป็นเด็กผมทองคนเดียวในครอบครัวนอกเหนือจากแม่)  (ในครอบครัว  มีทอมและแม่ที่มีผมสีทอง)

  • What languages do you know besides English and Japanese ?

(คุณรู้ภาษาอะไรบ้าง  นอกเหนือจากภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น)

  • He was guilty of six killings, and more besides.

(เขามีความผิดจากการฆ่าคนตาย ๖ ราย  และมีความผิดอื่นๆ นอกเหนือจากนั้น)

  • She failed the final exam because she had no time to study out of poverty.  Besides, she was seriously ill at the time.

(เธอสอบไล่ตกเพราะเธอไม่มีเวลาเรียนเนื่องจากความยากจน  นอกจากนั้น  เธอป่วยหนักในตอนนั้น)

  • We arrived late at the meeting since our car broke down on the way.  Besides, there was heavy traffic that morning.

(เรามาถึงที่ประชุมล่าช้าเพราะรถของเราเสียระหว่างทาง  นอกจากนั้น  การจราจรก็ติดหนึบเช้าวันนั้น)

 

9. Anna went to work __________________________________________ being exhausted.

(แอนนาไปทำงาน ___________________________________________ เหน็ดเหนื่อย)

(a) though    (แม้ว่า)  (ตามด้วยประโยค  “Subject + Verb”)

(b) because of    (เนื่องมาจาก)

(c) in spite of    (ทั้งๆ ที่)  (ตามด้วยวลี หรือคำนาม หรือ  “Verb + ing”)

(d) for    (เพื่อ, สำหรับ, เป็นเวลา)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ  “Despite” (ทั้งๆ ที่)  ก็ได้

 

10. Janet ______________________________________ headmistress of the school yesterday.

(เจเน็ต  _______________________________________ ครูใหญ่ของโรงเรียนเมื่อวานนี้)

(a) is made

(b) made

(c) had made

(d) was made    (ได้รับการแต่งตั้งเป็น,  ถูกแต่งตั้งเป็น)  (ใช้   “Was”  เพราะเป็นอดีต)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

 

11. _____________________________________________ I say, please treat it in confidence.

(_________________________________ (ที่) ผมพูด,  กรุณาเก็บรักษามันเป็นความลับด้วย)

(a) However    (อย่างไรก็ตาม,  อย่างไรก็ดี)

(b) That which

(c) Whatever    (อะไรก็ตาม,  สิ่งใดก็ตาม)

(d) Which    (ที่, ซึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “Whatever”  และ  “However”  จากตัวอย่างข้างล่าง  

                                         ตัวอย่างที่ 

  • The work must be done, ____________________________________ difficult it may be.

(งานจะต้องถูกทำ, _____________________ มันอาจจะยาก _____________________)

(a) how

(b) however    {ไม่ว่า ................... (มันอาจจะยาก) ...................... อย่างไรก็ตาม}

(c) whatever

(d) no matter

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “However + Adjective + Subject + Verb to be”  หรือ  “However + Adverb + Subject + Verb”  (ไม่ว่าประธานฯ จะ..................อย่างไรก็ตาม)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • ______________________________________________________, she is unhappy.

(____________________________________________________,  เธอไม่มีความสุข)

(a) However she is wealthy

(b) However wealthy she may be    (ไม่ว่าเธออาจจะร่ำรวยอย่างไรก็ตาม)

(c) However wealth she has

(d) However she has wealth

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “However + Adjective + Subject + iIs (are, was, were), + Subject + Verb)  ดูเปรียบเทียบกับ  “Whatever”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • ____________ the truth may have been, many Thai people concluded that the previous government was clearly to blame for the corruption and the police’s abuse of power.

{(ไม่ว่า) ความจริงจะเป็น ____________,  คนไทยจำนวนมากสรุปว่า  รัฐบาลชุดก่อนควรถูกตำหนิอย่างชัดเจนสำหรับการทุจริต  และการใช้อำนาจอย่างไม่ถูกต้องของตำรวจ}

(a) Whoever   (ใครก็ตาม)

(b) However   (อย่างไรก็ตาม)

(c) Whatever    (อะไรก็ตาม, อย่างไรก็ตาม)

(d) Whenever    (เมื่อไรก็ตาม)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูการใช้   “Whatever” จากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่ 

  • __________________________________________ you may say, I still think I am right.

(คุณอาจจะพูด ___________________________________,  ผมยังคงคิดว่าผมเป็นฝ่ายถูก)

(a) However   (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)

(b) Whatever   {ไม่ว่า ........................ (คุณอาจจะพูด) ........................... อะไรก็ตาม}

(c) Though   (ถึงแม้ว่า)

(d) As   (เพราะว่า, ในขณะที่)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Whatever”  และ  “However” จากประโยคข้างล่าง

  • Whatever he may say, she doesn’t believe him.

(ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ตาม  เธอไม่เชื่อเขาเลย)

  • Whatever happens, keep calm.

(ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม  ให้นิ่งเข้าไว้  - หรือใจเย็นเข้าไว้)

  • He volunteered to do whatever he could.

(เขารับอาสาทำ  อะไรก็ตามที่เขาสามารถทำได้)

  • Bill had given up whatever hopes he may have had.

(บิลได้ยกเลิกความหวังอะไรก็ตาม  ที่เขาอาจจะเคยมี)

  • I have to bring my family back whatever happens.

(ผมจำเป็นต้องนำครอบครัวกลับมา  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม)

  • Sam is English by birth whatever anyone may say.

(แซมเป็นคนอังกฤษโดยกำเนิด  ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรก็ตาม)

  • I went to the library and read whatever I could find about Robert Owens.

(ผมไปที่ห้องสมุด  และอ่านอะไรก็ตามที่ผมสามารถหาได้เกี่ยวกับโรเบิร์ต โอเวนส์)

  • She had to rely on whatever books were lying around.

(เธอจำเป็นต้องพึ่งพาหนังสืออะไรก็ตามที่กำลังวางกองอยู่รอบๆ)  (ไม่มีเวลาไปค้นหาหนังสือที่อื่นอีกแล้ว)

  • There is no scientific evidence whatever to support such a view.

(ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อะไรก็ตาม  ที่มาสนับสนุนความคิดเห็นเช่นนั้น)

  • He knew nothing whatever about it.

(เขาไม่รู้อะไรเลย – สักนิดเดียว - เกี่ยวกับมัน)

  • You can ask me questions on any topic whatever.

(คุณสามารถถามคำถามผมในหัวเรื่องไม่ว่าจะอะไรก็ตาม)

  • This scheme had no chance whatever of success.

(โครงการไม่มีโอกาสอะไรเลยที่จะประสบความสำเร็จ)

  • Whatever you do, don’t take a trip to the Arctic.

(ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม  จงอย่าเดินทางไปอาร์คติก  - หรือขั้วโลกเหนือ)

  • He will never succeed however hard he may try.

(เขาจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ  ไม่ว่าเขาจะพยายามอย่างหนักอย่างไรก็ตาม)

  • However quickly they walked, they could not catch the bus.

(ไม่ว่าพวกเขาจะเดินเร็วอย่างไรก็ตาม  พวกเขาไม่สามารถไปขึ้นรถได้ทัน)

  • However carefully she walked, she was hit by a car.

(ไม่ว่าเธอจะเดินอย่างระมัดระวังอย่างไรก็ตาม  เธอถูกรถชน)

  • He studied hard; however, he did not pass the exam.

(เขาขยันเรียน   อย่างไรก็ตาม (= แต่)  เขาสอบตก)

  • She is beautiful and wealthy; however, no one man likes her.

(เธอทั้งสวยและรวย,  อย่างไรก็ตาม  ไม่มีผู้ชายสักคนชอบเธอ)

 

12. Football is a game which boys like ____________________________________________.

(ฟุตบอลเป็นกีฬาซึ่งเด็กผู้ชายชอบ __________________________________________)

(a) to play it too much

(b) to play very much    (เล่นอย่างมากๆ)

(c) to play it very much

(d) playing it very much

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ไม่ต้องมี  “It”  เนื่องจากใช้  “Which”  แทน  “Game”  แล้ว  หรืออาจตอบว่า  “Playing very much”  ก็ได้  ตามโครงสร้าง  “Like + Verb + ing”  (Like playing)  หรือ  “Like + To + Verb 1”  (Like to play)

 

13. I have very _________________________________________________ money to spend.

(ผมมีเงินใช้จ่าย ___________________________________________________ มาก)

(a) little    (น้อย)  (ใช้กับนามนับไม่ได้)

(b) few    (น้อย)  (ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์)

(c) small    (เล็ก, น้อย)  (ใช้กับขนาด)

(d) many    (มาก)  (ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจาก  “Money”  เป็นนามนับไม่ได้

 

14. Please hurry ! __________________________________________________________.

(กรุณารีบๆ เข้า  ! _____________________________________________________)

(a) What for are you waiting?

(b) What are you waiting?

(c) What are you waiting for?    (คุณกำลังรออะไรอยู่หรือ)

(d) Why you are waiting?

ตอบ   -   ข้อ   (a)   “Wait for”  =  “รอคอย

 

15. The snowy egret (อิ-เกรท  หรือ  เอ๊ก-กริท) is about the size ________________________ crow.

(นกกระยางหิมะ  มีขนาดประมาณอีกา _______________________________________)

(a) large

(b) of large

(c) of a large    (ขนาดใหญ่, ตัวใหญ่)

(d) a large

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ต้องใช้  “Size of a large crow” (ขนาดกาตัวใหญ่)

 

16. We do not know ___________________________________________ that he will come.

(เราไม่ทราบ __________ ว่าเขาจะมา)  (คือ  ไม่รู้แน่นอน  ว่าเขาจะมาหรือไม่  -  ไม่สามารถบอกได้)

(a) certainly    (อย่างแน่นอน)

(b) no doubt    (ไม่มีปัญหา, ไม่ต้องสงสัย)

(c) for certain    (แน่นอน)

(d) on a certainty    (รูปนี้ไม่มีใช้)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ  “for sure”  (แน่นอน)  ก็ได้,  ดูการใช้  "Certainly"  จากตัวอย่างข้างล่าง

  • We don't know exactly that he will come.

(เราไม่่ทราบอย่างแน่นอน (แน่ชัด) ว่าเขาจะมาหรือไม่)

  • A : Do you think he is an honest man ?

(คุณคิดว่าเขาเป็นคนซื่อสัตย์หรือเปล่า)

            B : Certainly, he is.

(แน่นอนครับ  เขาเป็น)

  • James was certainly a student at the university but I'm not sure about his brother.

(เจมส์เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยอย่่างแน่นอน  แต่ผมไม่แน่ใจเกี่ยวกับน้องชายของเขา)

  • If nothing is done, there will certainly be an economic crisis.

(ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง  จะต้องเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างแน่นอน)

  • Your answer is certainly right.

(คำตอบของคุณถุูกต้องอย่างแน่นอน)  (ไม่ต้องสงสัยเลย)

  • It certainly looks wonderful, doesn't it ?

(มันดูยอดเยี่ยม-ดีเลิศอย่างไม่ต้องสงสัยเลย  ใช่ไหม)

  • This isn't a very high temperature.  Certainly not in my opinion.

(นี่ไม่ใช่อุณหภูมิที่สูงอะไรมากมาย,  ไม่ใช่อย่างแน่นอนในความเห็นของผม)

  • Certainly, yes, I think that this is one of the major problems.

(แน่นอนเลย  ใช่แล้วครับ  ผมคิดว่านี่เป็นปัญหาสำคัญเรื่องหนึ่ง)

 

17. Sidney Lanier was most famous for his poetry, but ____________ a schoolteacher, a literary critic, and a musician.

(ซิดนีย์ เลเนียร์  มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในเรื่องการประพันธ์บทกวีของเขา,  แต่ __________ ครูสอนในโรงเรียน,  นักวิจารณ์วรรณกรรม,  และนักดนตรี)

(a) including

(b) moreover he

(c) he was also    (เขาเป็น ................. (ครูฯ..............นักดนตรี) .................. ด้วยเช่นกัน)

(d) together with

ตอบ   -   ข้อ   (c)

 

18. Ice that has floated from the place __________________________ formed is called drift ice.

(น้ำแข็งซึ่งล่องลอยจากสถานที่ _____________ สร้าง (ก่อตัว) ขึ้นมา  ถูกเรียกว่าน้ำแข็งเลื่อนลอย)

(a) where it was    (ที่ซึ่งมันถูก)

(b) it was where

(c) where was it

(d) where was

ตอบ   -   ข้อ  (a)  เนื่องจาก  “Where it was formed”  เป็น  “Adjective clause”  ขยายคำนาม  “Place” 

 

19. A: Whose is this knife?

(มีดเล่มนี้เป็นของใคร)

      B: It ________________________________________________________________.

(มัน _____________________________________________________________)

(a) is Tim

(b) is Tim’s    (เป็นของทิม)

(c) is belonged to Tim

(d) is Tim’s owner.

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ต้องใช้รูป  Apostrophe “s”  เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ  หรือใช้  “It belongs to Tim.”  เนื่องจากกริยา  “Belong” (เป็นของ)  ไม่มีการใช้รูป  “Passive voice”  แบบในข้อ  (c)

 

20. Whenever we meet, we stop ________________________________________________.

(เมื่อใดก็ตามที่เราพบกัน  เราจะหยุด _________________________________________)

(a) talking

(b) talk

(c) to talk    (เพื่อที่จะคุยกัน)

(d) to talking

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Stop + To + Verb 1”   หมายถึง  “หยุดเพื่อที่จะทำกริยานั้นๆ”   ส่วน  “Stop + Verb + ing”  หมายถึง  “หยุดการกระทำกริยานั้นๆ”  เช่น

  • We stop to have lunch at 11.30 a.m. every day.

(เราหยุด (ทำงาน)  เพื่อกินอาหารเที่ยงตอน  ๑๑.๓๐  น. ทุกๆวัน)

  • We stopped having lunch when the fire broke out.

(เราหยุดการกินอาหารเที่ยง  เมื่อเกิดไฟไหม้ขึ้น)

  • They stopped to work until late at night.

(พวกเขาหยุด (กิน, เล่น, พูดคุย)  เพื่อทำงานจนกระทั่งดึก)

  • They stopped working and went to a restaurant.

(พวกเขาหยุดการทำงาน  และไปภัตตาคารเพื่อกินอาหาร)

 

21. You had best ___________________________________________________ it yourself.

(คุณควรจะ __________________________________________ มันด้วยตัวคุณเองดีที่สุด)

(a) do    (ทำ)

(b) to do

(c) done

(d) doing

ตอบ   –   ข้อ   (a)   เนื่องจาก  “Had best”  (ทำ....................เป็นดีที่สุด)  และ  “Had better”  (ควรจะ......................ดีกว่า)  ต้องตามด้วย  “Infinitive without to” (Verb 1 ไม่ต้องมี  To  นำหน้า)  เสมอ

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป