หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 167)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุด)

 

1. No longer ________________________ given in countries where the disease is under control.

(ไม่ต่อไปอีกแล้วที่ __________ ถูก (ทำ) ให้ในประเทศที่ซึ่งโรคนี้อยู่ภายใต้การควบคุม)  (หมายถึง  ไม่มีการฉีดวัคซีนต่อไปอีกแล้ว  ในประเทศที่โรคฝีดาษ หรือไข้ทรพิษได้รับการควบคุม)

(a) smallpox vaccinations are

(b) than smallpox vaccinations are

(c) are smallpox vaccinations    (การฉีดวัคซีนโรคฝีดาษ หรือไข้ทรพิษ)

(d) than are smallpox vaccinations

ตอบ   -   ข้อ    (c)   ตามโครงสร้าง  “No longer + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้) + ส่วนขยาย   ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • ______________ was the Panama Canal an engineering triumph, it quickly proved a financial success as well.

(____________ คลองปานามาจะเป็นชัยชนะทางด้านวิศวกรรม  มันได้พิสูจน์อย่างรวดเร็วว่าเป็นความสำเร็จทางการเงินด้วยเช่นกัน)

(a) Only    (เพียง..............เท่านั้น)   

(b) Not only    (ไม่เพียงแต่ ..............(คลองปานามา............วิศวกรรม)............... เท่านั้น)

(c) It

(d) Neither    (ไม่ทั้ง  ๒  คนหรือสิ่ง)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจตอบ  “Not only was the ….........……triumph, but it also quickly proved a financial success”  หรือ  “The Panama Canal was not only an engineering triumph, but it also quickly proved a financial success.”  ก็ได้

                                          ตัวอย่างที่ 

  • My mother doesn’t drink coffee.  ______________________________ does she drink tea.

(แม่ของผมไม่ดื่มกาแฟ  และเธอก็ _______________________________ ดื่มชาด้วยเช่นกัน) 

(a) Not

(b) So

(c) Whether

(d) Neither    (ไม่ ………………….. เช่นกัน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เป็นไปตามโครงสร้าง  “Neither (Nor) + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • Traveling by air is not cheap.  Neither ________________________________________.

(การเดินทางโดยทางอากาศมิได้ราคาถูก  ______________________________________

(a) it is enjoyable

(b) enjoyable it is

(c) is it enjoyable    (มันมิได้สนุกสนานเช่นเดียวกัน  -  Neither is it enjoyable.)  

(d) enjoyable is it

ตอบ   -   ข้อ  (c)   “Neither + Verb to be + Subject + Adjective”  หรือ  “Neither + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)

                                         ตัวอย่างที่  

  • Never before in my life ___________________________ with such a wonderful welcome.  

(ไม่เคยมาก่อนเลยในชีวิตของผมที่ _______________________ กับการต้อนรับที่วิเศษเช่นนั้น)

(a) I have met

(b) I meet

(c) have I met    (ผมได้พบ)

(d) I met

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                                         ตัวอย่างที่  

  • Not only ___________________________________________, but he also took his wife.

(ไม่เพียงแต่  _____________ เท่านั้น  แต่เขายังพาภรรยาไปด้วย)  (=  เขาไม่เพียงแต่ไปเท่านั้น  แต่เขายัง.......................)

(a) he went

(b) did he go   (เขาไป)

(c) had he gone

(d) went he

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Not only + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)”  เช่น  “Not only did she go………............”  “Not only have they seen……...…….…”  “Not only will we play………......….”  สำหรับ  “Not only” (ไม่เพียงแต่.....................เท่านั้น)   และกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  ที่โดยปกติวางไว้ข้างในประโยค   อาจจะเอามาวางไว้หน้าประโยค  เพื่อแสดงการเน้นคำนั้นๆ   คำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความหมายปฏิเสธ  เช่น  “No longer  (ไม่ต่อไปอีกแล้ว), .Never (ไม่เคยเลย), .Hardly  (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ), .Seldom  (แทบจะไม่,  ไม่ใคร่จะ),  Never before  (ไม่เคยมาก่อนเลย), .Never in my life   (ไม่เคยเลยในชีวิต),  No sooner,  In vain   (ล้มเหลว, ไม่สำเร็จ),  Not often, Not only  (ไม่เพียงแต่),  Not even once  (ไม่แม้แต่ครั้งเดียว),  Not until   (ไม่จนกระทั่ง)  อย่างไรก็ตาม  จะต้องเรียงรูปประโยคใหม่  ดังนี้ .คือ   {Not only (neither, never, no sooner (ในทันทีที่), hardly, never in my life, not until, etc.) + Verb (พิเศษ)  (has, have, had, is, are, was, were, will, would, shall, should, can, could, may, might must, etc.) + Subject + Verb (แท้)}  เช่น

  • No longer do we use street cars in our city.

(= We no longer use street cars in our city.)

(เราไม่ใช้รถรางต่อไปอีกแล้วในเมืองของเรา)

  • No longer are they friends after a serious conflict.

(= They are no longer friends after a serious conflict.)

(พวกเขาไม่เป็นเพื่อนกันต่อไปอีกแล้ว  หลังจากความขัดแย้งอย่างรุนแรง)

  • Never before has she seen such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่เธอได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น – เน้นตรงคำว่า  “ไม่เคยมาก่อนเลย”)

(= She has never before seen such a beautiful place.)

(= She has never seen such a beautiful place before.)

  • No sooner had he left than she arrived.

(ในทันทีที่เขาจากไป  เธอก็มาถึง  –  เน้นตรงคำว่า  “ในทันทีที่”)

(= He had no sooner left than she arrived.)

  • Hardly have I met my old college friends.

(ผมแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย  –  เน้นตรงคำว่า  “แทบจะไม่”)

(= I have hardly met my old college friends.)

             ทั้งนี้  สามารถสรุปโครงสร้างประโยคที่มีการเน้นแบบนี้  คือ

  • Never before (Never) + have + I + seen + such a beautiful place.  

(ไม่เคยมาก่อนเลย  ที่ผมได้เห็นสถานที่สวยงามเช่นนั้น)

  • Hardly (Seldom) + has + she + met + her old college friends.

(เธอแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย) 

  • Never + กริยาพิเศษ  + Subject  + กริยาแท้  +ส่วนขยาย
  • Never has he seen his father since he divorced his mother.

(เขาไม่เคยได้พบพ่อเลย  ตั้งแต่ที่พ่อหย่าร้างกับแม่)

 

2. This letter is ____________________________________ from the one you wrote last week.

(จดหมายฉบับนี้ ____________________________ จากจดหมายที่คุณเขียนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

(a) no difference    (ไม่มีความแตกต่าง)

(b) no differing

(c) no different    (ไม่แตกต่าง)

(d) not differently

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ใช้คำคุณศัพท์  (Different) กับ  “Verb to be”  (Is)  หรืออาจตอบ  “Not different”  ก็ได้

 

3. The river has ______________________________ its bank into the surrounding community.

(แม่น้ำได้ _______________________________________ ตลิ่งของมันเข้าสู่ชุมชนรอบๆ)

(a) overflown

(b) overflew

(c) overflowed    (ไหลล้น, เอ่อล้น, ไหลบ่า, ล้น, ท่วม)

(d) overfly

ตอบ  -  ข้อ   (c)   กริยาช่อง    และ    ของ  “Overflow”  คือ  “Overflowed”  สำหรับข้อ  (a), (b), (d)  ไม่มีการใช้รูปนี้

 

4. The demand __________________________________________ our goods is increasing.

(ความต้องการ _____________________________________ สินค้าของเรากำลังเพิ่มขึ้น)

(a) of

(b) in

(c) from

(d) for    (สำหรับ)

ตอบ    –    ข้อ   (d)  เนื่องจาก   “Demand (noun) + For”  เสมอ   สำหรับวลีที่ใช้กับ  “For”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                           สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “Responsible”  (He is responsible for the job.  (เขารับผิดชอบต่องาน),  “Ready”  (เตรียมพร้อมต่อ)  -  “Are you ready for your new job?”  (คุณเตรียมพร้อมสำหรับงานใหม่หรือเปล่า),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ)  –  She was qualified for the job.  (เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ)  -  “It is good for you to get up early.”  (มันดีสำหรับคุณที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่),  “Suitable”  (เหมาะสม),  “Famous”  (มีชื่อเสียง)  -  “Thailand is famous for the hospitality of its people.”  (เมืองไทยมีชื่อเสียงในเรื่องความเอื้อเฟื้อของผู้คน),  “Eager”  (กระตือรือ ร้น), “Sorry”  (เสียใจกับ)  -  “I’m sorry for any damage I may occur.”  (ผมเสียใจสำหรับความเสียหายใดๆ ที่ผมอาจทำให้เกิดขึ้น), “Sufficient”  (เพียงพอ), “Fit”  (เหมาะสม)  -  “These clothes are fit for me.”  (เสื้อผ้าพวกนี้เหมาะสำหรับผม), “Unfit”,  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ), “Grateful”  (ขอบคุณต่อ) -  I am very grateful to you for your assistance.  (ผมขอบคุณคุณอย่างมาก  สำหรับความช่วยเหลือของคุณเป็นต้น

                          ส่วนคำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “For”  เช่น  “Buy something for someone”  (ซื้ออะไรให้ใคร)  -  “I bought a present for her on her birthday.”  (ผมซื้อของขวัญให้เธอสำหรับวันเกิด),  “Wait”  (รอคอย)  -  They were waiting for their old friends at the airport.  (พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้)  -  “They will vote for the Republican only.”  (พวกเขาจะลงคะแนนให้เฉพาะกับพรรครีพับริกันเท่านั้น),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า)  -  “I’ ll pay for the meal this time.”  (ผมจะจ่ายค่าอา หารให้มื้อนี้),  “Apply”  (สมัคร)  -  She will apply for a job in a foreign company.  (เธอจะสมัครงานในบริษัทต่างชาติ),  “Thank”  (ขอบคุณ)  -  “Thank you for your help.”  (ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ),  “Search  (ค้นหา)  -  “I’ll search for the data in the library.”  (ผมจะค้นหาข้อมูลในห้องสมุด),  “Look”  (ค้นหา)  -  “She is looking for her lost watch.”  (เธอกำลังค้นหานาฬิกาที่หายไป),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ)  -  “They have to struggle for their survival.” (พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง)  -  “The criminals begged for the judge’s mercy.”  (เจ้าอาชญากรขอความเมตตาจากผู้พิพากษา),  “Ask”  (ขอร้อง),  “Call”  (เรียกร้องให้มี, จำเป็นต้องมี)  -  “The country called for peaceful co-existence.”  (ประเทศนั้นเรียกร้องให้อยู่ร่วมกันโดยสันติ),  “Apologize”  (ขอโทษ),  “Charge”  (คิดค่า),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ)  -  “The company provided for comprehensive training.”  (บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างกว้างขวาง),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้-มี)  -  “We hope for better life in the future.”  (พวกเราหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคตเป็นต้น

                           สำหรับวลีอื่นๆ ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “For all I Know  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป   เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน้ตเลย  แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับในขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่วคราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่างเช่น),   “For sure (= For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ ไม่แน่ใจ),  เป็นต้น

 

5. In the eastern part of New Jersey _______________, a major shipping and manufacturing center.

(ทางภาคตะวันออกของรัฐนิวเจอร์ซี  (มี) __________, (ซึ่งเป็น) ศูนย์กลางการขนส่งทางเรือและการผลิตที่สำคัญ)

(a) the city of Elizabeth lies there

(b) there lies the city of Elizabeth around

(c) lies the city of Elizabeth    (เมืองอลิซาเบธตั้งอยู่)

(d) around the city of Elizabeth lies

ตอบ   -   ข้อ   (c)    ตามโครงสร้าง  “Adverb of place + Verb + Subject”  เช่น

  • Here comes your father.

(พ่อของคุณมาที่นี่แล้ว)

  • There goes my friend.

(เพื่อนของผมไปที่โน่นแล้ว)

  • There comes your wife !

(ภรรยาคุณมาที่นั่นแล้ว  หรือตรงนั้นแล้ว !)

  • Behind the house is a big tree.

(ข้างหลังบ้านคือต้นไม้หลังใหญ่)

  • On the bank of the river lies an ancient temple.

(บนชายฝั่งแม่น้ำมีวัดโบราณตั้งอยู่)

  • In the building are a nursery and a public library.

(ในอาคารหลังนั้นคือโรงเลี้ยงเด็กและห้องสมุดประชาชน)

 

6. __________________________________ did the stock market begin its catastrophic plunge.

(_____________ ที่ตลาดหุ้นเริ่มดิ่งลงสู่ความหายนะ)  (ความหมาย  คือ  ตลาดหุ้นมิได้เริ่มต้นดิ่งลงสู่ความหายนะ  จนกระทั่งในปี  ๑๙๒๙)

(a) It was not until 1929

(b) It was in 1929

(c) In 1929

(d) Not until 1929    (ไม่จนกระทั่งในปี  ๑๙๒๙)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ตามโครงสร้าง  “Not until 1929 + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)”  (หรืออาจใช้โครงสร้าง  "It was not until 1929 that the stock market began its catastrophic plunge."  =  "ไม่จนกระทั่งปี ๑๙๒๙ ที่ตลาดหุ้นเริ่มดิ่งลงสู่ความหายนะ"  ซึ่งมีความหมาย  =  "ตลาดหุ้นมิได้เริ่มต้นดิ่งลงสู่ความหายนะ  จนกระทั่งปี ๑๙๒๙")  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่ 

  • Not until the late 1870’s _____________ an outlet for her talents and sympathies in charitable work.

(ไม่จนกระทั่งในปลายทศวรรษ  ๑๘๗๐  (ที่) ____________ ทาง (ระบาย) ออกสำหรับพรสวรรค์และความรู้สึกเห็นอกเห็นใจของเธอ  ในงานการกุศล)

(a) that Anna Hallowell found

(b) did Anna Hallowell find    (แอนนา  แฮลโลเวลล์  พบ)

(c) when did Anna Hallowell find

(d) when Anna Hallowell found

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Not until”  จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • It was not ______________________ last week that Bill ____________________ guilty.

(มันไม่ ____________ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  ที่บิล ___________ ว่ามีความผิด)  (หมายถึง  บิลถูกพบ (ถูกตัดสิน) ว่ามีความผิดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง)

(a) when ______________ had found

(b) until ______________ was found    (จนกระทั่ง  _____________  ถูกพบ)

(c) after ______________ was found

(d) before ______________ found

ตอบ   -   ข้อ   (b)    เนื่องจากเราใช้  “Not”  คู่กับ  “Until”  ซึ่งมีความหมายว่า  “ไม่........................จนกระทั่ง”  เช่น

  • It was not until 1904 that the first train came into service.

(รถไฟขบวนแรกออกให้บริการในปี  ๑๙๐๔)  (มันไม่จนกระทั่งในปี  ๑๙๐๔  ที่รถไฟขบวนแรกออกให้บริการ)

                          ทั้งนี้  ประโยคในตัวอย่างที่    และประโยคที่ตามมา  เป็นไปตามโครง สร้าง  {It is (was) + วลี + That + Subject + Verb + ส่วนขยาย}  “มันเป็น + (วลี) + ที่ประธาน....................” เช่น  “It is in this house that I was born.”  (มันเป็นในบ้านหลังนี้ที่ผมเกิด),   “It was in 1914 that the First World War took place.”  (มันเป็นในปี  ๑๙๑๔  ที่สงครามโลกครั้งที่    เกิดขึ้น)

                          อย่างไรก็ตาม  เมื่อนำ   “Not until”  มาไว้ข้างหน้าประ โยค  จะต้องเปลี่ยนโครงสร้างเป็น  “Not until + วลี + Verb (พิเศษ)  + Subject + Verb (แท้)”  เช่น

  • Not until 1997 did the United States resume its diplomatic relationship with North Vietnam.

(สหรัฐฯดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตต่อไปกับเวียดนามในปี  ๑๙๙๗  -  หลังจากที่ตัดความสัมพันธ์ไปหลายปี)  (ไม่จนกระทั่งปี  ๑๙๙๗  ที่สหรัฐฯดำเนินความ...........................)

  • Not until when she had come into the room dis she see what had happened.

(เธอมิได้เห็นว่าอะไรได้เกิดขึ้น  จนกระทั่งเมื่อเธอได้เข้ามาในห้อง)  (ไม่จนกระทั่งเมื่อเธอได้เข้ามาในห้อง  ที่เธอได้เห็นว่าอะไรได้เกิดขึ้น)

                          สำหรับตัวอย่างอื่นๆ ของการใช้  “Until”  ได้แก่

  • Ali did not become champion again until 1974.

(=  Not until 1974 did Ali become champion again.)

(อาลีไม่ได้ตำแหน่งแชมเปี้ยนคืนมาอีก  จนกระทั่งปี  ๑๙๗๔)  (คือ  ได้เป็นแชมเปี้ยนอีกวาระหนึ่งในปี  ๑๙๗๔)

  • She missed the 7 o’clock train and did not get to the office until ten o’clock.

(= She missed the 7 o’clock train and not until ten o’clock did she get to the office.)

(เธอพลาดรถไฟเที่ยว    โมง  และกว่าจะไปถึงที่ทำงานก็  ๑๐  โมงเข้าไปแล้ว)  (คือ  ไปไม่ถึงที่ทำงาน  จนกระทั่ง  ๑๐  โมง)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Hardly _______________________________________ speaking when the door opened.

(ยังไม่ทันที่ ____________ การพูด  เมื่อประตูเปิดออก)  (หมายถึง  ผมพูดยังไม่ทันจบ  เมื่อประตูเปิดออก)

(a) I finished

(b) I had finished

(c) would I finish

(d) had I finished    (ผมได้เสร็จ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ตามโครงสร้าง  “Hardly (Never, Scarcely) + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)”  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Seldom ____________________________________________________________.

(_____________________________ ไม่ใคร่จะ ____________________________)

(a) he arrives on time

(b) arrives he on time

(c) does he arrive on time    (เขา  .................. (ไม่ใคร่จะ) ...................  มาถึงตรงเวลา)

(d) arrive does he on time

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างแบบต้องการเน้นคำว่า  “Seldom” (ไม่ใคร่จะ)  (โครงสร้างปกติ  คือ  “He seldom arrives on time.”)  จึงต้องเรียงประโยคดังนี้  คือ

  • Seldom + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้) + ส่วนขยาย  
  • Seldom did I receive news from her.

(= I seldom received news from her.)

(ผมแทบจะไม่ได้รับข่าวจากเธอเลย)

  • Seldom does he talk to her.

(= He seldom talks to her.)

(เขาไม่ใคร่จะพูดคุยกับเธอ)

หมายเหตุ  -  ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างแบบนี้ใน ข้อ ๑  ของข้อสอบชุดนี้

 

7. Not all technology is based on science, _________________ is science necessary to all technology.

(มิใช่เทคโนโลยีทั้งหมดที่มีพื้นฐานอยู่บนวิทยาศาสตร์,  (และ) วิทยาศาสตร์ก็ ___________ จำเป็นสำหรับเทคโนโลยีทั้งหมด _____________)

(a) it

(b) nor    (มิได้ ....................... (จำเป็น.................ทั้งหมด) .......................... เช่นเดียวกัน)

(c) and

(d) but

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ตามโครงสร้าง  “Neither (Nor) + Verb to be + Subject + Adjective”  หรือ  “Neither (Nor) + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • My mother doesn’t drink coffee.  ______________________________ does she drink tea.

(แม่ของผมไม่ดื่มกาแฟ  และเธอก็ _______________________________ ดื่มชาด้วยเช่นกัน) 

(a) Not

(b) So

(c) Whether

(d) Neither    (ไม่ ................................. เช่นกัน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  (=  She neither drinks tea.)  เป็นไปตามโครงสร้าง  “Neither (Nor) + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Traveling by air is not cheap.  Neither ________________________________________.

(การเดินทางโดยทางอากาศมิได้ราคาถูก  ______________________________________

(a) it is enjoyable

(b) enjoyable it is

(c) is it enjoyable    (มันมิได้สนุกสนานเช่นเดียวกัน  -  Neither is it enjoyable.)  

(d) enjoyable is it

ตอบ   -   ข้อ  (c)   (=  It is neither enjoyable.)  “Neither + Verb to be + Subject + Adjective”  หรือ  “Neither + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Mary has never been to Spain, and _________________________________________.

(แมรี่ไม่เคยไปสเปน  และ _______________________________________________)

(a)  I have neither

(b)  neither have I    (ผมก็ไม่ ....................... เคยไป ......................... เช่นเดียวกัน)

(c)  neither I have

(d)  I neither have

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากต้องเรียง   “Neither + Verb (พิเศษ) + Subject

                                         ตัวอย่างที่  

  • A sneeze cannot be performed voluntarily, ____________________ be easily suppressed.

(การจามมิสามารถถูกกระทำได้โดยสมัครใจ ____________________ ถูกระงับได้อย่างง่ายๆ)

(a) nor it can

(b) nor can it    (และมันไม่สามารถ ................ (ถูกระงับได้อย่างง่ายๆ) ................ เช่นเดียวกัน)

(c) it cannot

(d) and cannot it

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากการใช้คำ  “Nor”  หรือ  “Neither”  ที่หมายความว่า   “ไม่....................ด้วยเช่นเดียวกัน”  ทั้ง    คำ  เมื่อนำมาขึ้นหน้าประโยค  มีรูปแบบการใช้ดังนี้  คือ

  • Nor (Neither) + กริยาพิเศษ + ประธาน + กริยาแท้  (ช่องที่    ไม่มี  “To”)                          

                                             หรือ

  • Nor (neither) + กริยาพิเศษ + ประธาน  (จบเพียงแค่นี้)   เช่น  ในประโยค
  • He doesn’t like cats.  Nor (neither) do I.

(เขาไม่ชอบแมว  –  ผมก็ (ไม่ชอบ) เช่นเดียวกัน) 

                                            หรือ

  • He doesn’t like cats and nor (neither) do I.
  • She won’t go to the movies.  Nor (neither) will I.

(เธอจะไม่ไปดูหนัง – ผมก็ (จะไม่ไป) เช่นเดียวกัน)

  • They can’t swim.  Nor (neither) can we.

(พวกเขาว่ายน้ำไม่เป็น – พวกเรา (ก็ว่ายไม่เป็น) เช่นเดียวกัน)

  • She has not cleaned her room, nor has she done her homework.

(เธอยังไม่ได้ทำความสะอาดห้องเลย  และเธอก็ยังไม่ได้ทำการบ้านด้วย)

  • They must not make a loud noise.  Not (neither) must we.

(พวกเขาจะต้องไม่ทำเสียงดัง – พวกเราก็จะต้องไม่ (ทำเสียงดัง) เช่นเดียวกัน)

 

8. Buddhism developed in India, but no longer _______________________ in that country now.

(ศาสนาพุทธมีพัฒนาการ (เจริญ) ในประเทศอินเดีย,  แต่ _______ (มิได้) ______ ต่อไปอีกแล้วในประเทศนั้นในปัจจุบัน)

(a) it is important

(b) is it important    (มัน ................... (มิได้) ...................... มีความสำคัญ)

(c) it important is

(d) important is it

ตอบ   -   ข้อ   (b)   (= ……........... but it is no longer important in that country now)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบเดียวกันนี้  ในข้อ    และ    ของข้อสอบชุดนี้

 

9. The Earth attracts bodies toward its center, ___________ all bodies fall in a direct line toward that point.

(โลกดึงดูดวัตถุเข้าสู่ศูนย์กลางของมัน, __________ วัตถุทุกชนิดจะหล่นลงมาในแนวเส้นตรงสู่จุดนั้น)

(a) that

(b) nevertheless    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)

(c) consequently    (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

(d) furthermore    (นอกจากนั้น, ยิ่งไปกว่านั้น)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากประโยคที่ตามหลัง  “Consequently, Therefore, Accordingly, So, Thus, Hence, As a consequence, As a result”  (ดังนั้น,  เพราะฉะนั้น,  ผลที่ตามมาคือ)  จะบอกผลลัพธ์ของประโยคที่อยู่ข้างหน้ามัน (สาเหตุ)  ซึ่งในกรณีนี้  คือ  “โลกดึงดูดวัตถุเข้าสู่ศูนย์กลางของมัน”  (สาเหตุ)  และ  “วัตถุทุกชนิดจะหล่นลงมาในแนวเส้นตรงสู่จุดนั้น”  (ผลลัพธ์)    

 

10. Tungsten, a grey metal with the _____________, is used to form the wires in electric light bulbs.

(ทังสเตน,  โลหะสีเทาซึ่งมี ___________________________,  ถูกใช้สร้างลวดในหลอดไฟฟ้า)

(a) point at which it melts is the highest of any metal

(b) melting point is the highest of any metal

(c) highest melting point of any metal    (จุดหลอมเหลวสูงที่สุดในบรรดาโลหะใดๆ)

(d) metal’s highest melting point of any

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ต้องเรียงรูปประโยคแบบนี้  

 

11. ______________________________________ incense is made in powder form or in sticks.

(__________________________________ ธูปถูกทำในรูปแบบที่เป็นผง  หรือเป็นก้าน-แท่ง)

(a) It is usually

(b) Usually    (ตามปกติ)

(c) Usually it is

(d) Usually when

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจตอบ  “Incense is usually made in powder………………”  ก็ได้

 

12. He started to play the piano at a very early age, _____________ an accomplished pianist now.

(เขาเริ่มเล่นเปียโนเมื่ออายุน้อยมาก, ______________ นักเปียโนที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน)

(a) for he is    (เพราะว่าเขาเป็น)

(b) he is for

(c) so he is    (ดังนั้น  เขาเป็น)

(d) he is so

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากประโยคที่ตามหลัง  “So, Consequently, Therefore, Accordingly, Thus, Hence, As a consequence, As a result, In consequence”  (ดังนั้น,  เพราะฉะนั้น,  ผลที่ตามมาคือ)  จะบอกผลลัพธ์ของประโยคที่อยู่ข้างหน้ามัน (สาเหตุ)  ซึ่งในกรณีนี้  คือ  “เขาเริ่มเล่นเปียโนเมื่ออายุน้อยมาก”  (สาเหตุ)  และ  “เขาเป็นนักเปียโนที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน”  (ผลลัพธ์)   

 

13. __________________________________________________ her letter will come today.

(_____________________________________________ จดหมายของเธอจะมาถึงวันนี้)

(a) Sometimes    (บางครั้งบางคราว)

(b) Some time    (= Sometime  =  ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต)

(c) Any time    (เวลาใดก็ตาม,  เวลาใดก็ได้)

(d) Perhaps    (บางที)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  

 

14. In Thailand cloth is generally sold ___________________________________ the meter. 

(ในประเทศไทย  ผ้าโดยทั่วไป (ถูก) ขาย _________________________________ เมตร)

(a) in

(b) with

(c) for

(d) by    (เป็น)

(e) to

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่ 

  • Some workers are paid _____________________________________________ week.

(คนงานบางคนได้รับค่าจ้าง _____________________________________ (ราย) สัปดาห์)

(a) in a

(b) by the    (เป็น)

(c) by a

(d) in the

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หลัง  “is (are) paid by” (ได้รับค่าจ้างเป็น)  หรือหลัง  “is (are) sold by”  (ถูกขายเป็น)  มีหลัก  คือ  ถ้าคำนามที่ตามหลัง  “By”  เป็นนามนับได้  (Week, Dozen, Kilo, Pound, Meter, Yard, Foot, etc.)  หน้าคำนามนั้นต้องใช้   “The”  ขยาย,  แต่ถ้าเป็นนามนับไม่ได้  เช่น  {Weight (น้ำหนัก),  Length  (ความยาว),  Time  (เวลา),  etc.}  หน้าคำนามนั้น  ไม่ต้องมี  “Article”  (A, An, The)  ใดๆ ขยายเลย  เช่น

  • In England eggs are sold by the pound.

(ในอังกฤษ  ไข่ถูกขายเป็นปอนด์)  (“Pound”  เป็นนามนับได้)

(= In England eggs are sold by weight.)

(ในอังกฤษ  ไข่ถูกขายเป็น (โดย) น้ำหนัก)  (“Weight”  เป็นนามนับไม่ได้)

  • Cloth is generally sold by the yard.

(ผ้าโดยทั่วๆ ไปถูกขายเป็นหลา)  (“Yard”  เป็นนามนับได้)

(= Cloth is generally sold by length.)

(ผ้าโดยทั่วๆ ไปถูกขายเป็นความยาว  -  ของผ้า)  (“Length”  เป็นนามนับไม่ได้)

  • Sugar is sold by the kilogram.

(น้ำตาลถูกขายเป็นกิโลกรัม)  (“Kilogram”  เป็นนามนับได้)

(= Sugar is sold by weight.)

(น้ำตาลถูกขายเป็น (โดย) น้ำหนัก) (“Weight”  เป็นนามนับไม่ได้)

  • Salaried people are usually paid by the month.

(มนุษย์เงินเดือนตามปกติได้รับค่าจ้างเป็นเดือน)  (“Month”  เป็นนามนับได้)

(= Salaried people are usually paid by time.)

(มนุษย์เงินเดือนตามปกติได้รับค่าจ้างเป็นเวลา  -   การทำงาน)  (“Time”  เป็นนามนับไม่ได้)

 

15. Four days following the _______________________________, her father received a letter.

(สี่วันหลังจาก _______________________________,  พ่อของเธอได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง)

(a) girl disappearing

(b) girl had disappeared

(c) girl’s disappearance    (การหายตัวไปของเด็กหญิง)

(d) girl disappeared

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Following”  เป็น “Preposition”  ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี  (the girl’s disappearance)

 

16. A computer can only do _____________________________ you have programmed it to do.

(คอมพิวเตอร์สามารถทำได้เฉพาะ ______________________ คุณตั้งโปรแกรมให้มันทำเท่านั้น)

(a) when    (เมื่อ)

(b) which    (ซึ่ง, ที่)

(c) if    (ถ้า)

(d) what    (สิ่งที่,  อะไร)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากข้อความ  “What you have programmed it to do”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Do”  ดูเพิ่มเติม  “Noun clause”  จากตัวอย่างข้างล่าง  

                                         ตัวอย่างที่  

  • Please describe _________________________________________________ you saw.

(โปรดบรรยาย-พรรณนา ____________________________________________คุณเห็น)

(a) which

(b) that

(c) what    (สิ่งที่)

(d) whether

ตอบ   -   ข้อ    (c)   “what you saw”  เป็น   “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา   “Describe”  ดูเพิ่มเติม   “Noun clause”  จากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่  

A : I can write and read German.

(ผมสามารถเขียนและอ่านภาษาเยอรมันได้)

B : I would like to ask you _______________________________________ to study German.

(ผมอยากจะถามคุณ (ว่า) __________________________________ ศึกษาภาษาเยอรมัน)

(a) when did you begin

(b) began

(c) when you began    (เมื่อใดคุณเริ่ม)  ( คุณเริ่ม  -  ศึกษาภาษาเยอรมัน  -  เมื่อใด)

(d) when you will begin

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากข้อความ   “When you began to study German”  เป็น   “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยา  “Ask”  (กรรมรอง  คือ  “You”)   โดยต้องเรียงในแบบประโยคบอกเล่า  คือ  “When + Subject + Verb + ส่วนขยาย Verb”   ตัวอย่างอื่นๆของ  “Noun clause”  ได้แก่

                                         ตัวอย่างที่  

  • My friend would not tell me ___________________________________ for his new car.

(เพื่อนของผมจะไม่บอกผม (ว่า) ________________________ สำหรับรถยนต์คันใหม่ของเขา)

(a) how much did he pay

(b) how much he paid    (เขาได้จ่ายเงินไปมากเท่าใด)

(c) how he paid much

(d) how he would pay very much

ตอบ  -  ข้อ   (b)   “How much he paid”   เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยา  “Tell”  (กรรมรอง  คือ “Me

                                         ตัวอย่างที่  

  • I can’t do exactly _______________________________________________ you want.

(ผมไม่สามารถทำได้ตรงเป๊ะ (หรือได้ตรงเผง) ___________________________ คุณต้องการ)

(a) like

(b) while

(c) what   (สิ่งที่  หรือ ในสิ่งที่)

(d) that

ตอบ   -   ข้อ  (c)   เนื่องจาก   “What you want”  (ในสิ่งที่คุณต้องการ)  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Do”,  สำหรับประโยคข้างบน  อาจใช้   “As you want”  (ดังที่ หรือ ตามที่คุณต้องการ)  ก็ได้

                                          ตัวอย่างที่  

  • Did you hear ___________________________________________ he said to his wife?

(คุณได้ยิน ____________________________________ เขาพูดกับภรรยาของเขาหรือไม่)

(a) that

(b) what    (สิ่งที่,  เรื่องที่)

(c) when

(d) (No word is needed.)  (ไม่ต้องการคำมาเติม)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “What he said to his wife”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น  “กรรม”  ของกริยา  “Hear

                                          ตัวอย่างที่  

  • She was unable to tell us _______________________ house she had gone into by mistake.

(เธอไม่สามารถบอกเรา (ว่า)  บ้านหลังใด ______________________ เธอเข้าไปโดยเข้าใจผิด)

(a) what    (อะไร)

(b) where    (ที่ไหน)

(c) that

(d) which    (ที่,  ซึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เพราะได้ใจความดีที่สุด  และไม่สามารถใช้ข้อ  (c)  ได้  เนื่องจากข้อความ  “Which house she had gone into by mistake”  เป็น  “Noun clause”  (ทำหน้าที่เป็น  “กรรมตรง” ของกริยา  “Tell”  โดยมี  “กรรมรอง”  คือ  “Us”)  จึงต้องขึ้นต้นด้วย  “Question word” (What, When, Where, Why, How, Which, etc.)

                                         ตัวอย่างที่  

  • I don’t think I’ll buy this dress; it is not ______________________________ I really want. 

(ผมไม่คิดว่าผมจะซื้อเสื้อผ้าชุดนี้  มันไม่ใช่ ______________________ ผมต้องการอย่างแท้จริง)

(a) what     (สิ่งที่)

(b) whatever    (อะไรก็ตาม)

(c) that    (ที่, ซึ่ง)

(d) which    (ที่, ซึ่ง)

(e) whom    (ผู้ซึ่ง, ผู้ที่)  (ใช้เป็นกรรม)

ตอบ    -    ข้อ   (a)   เนื่องจาก  “What I really want”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น  “Complement”  (สิ่งที่มาช่วยทำให้สมบูรณ์)  ของ  “Verb to be” (Is)

                                         ตัวอย่างที่  

  • Tell me _____________________________________________________________.

(บอกผมซิว่า ________________________________________________________)

(a) what do you want?

(b) you want what

(c) what you want    (คุณต้องการอะไร)

(d) that what you want

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็น   “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น  “กรรมตรง”  ของกริยา  “Tell”  ทั้งนี้  “Noun clause”  มักขึ้นต้น  (นำหน้า)  ด้วย  “Question words”  (what, when, where, why, how, how much, how many, how often, who, whom, that, whether, if – หรือไม่(โดยไม่ต้องมี  “That”  อยู่ข้างหน้าคำเหล่านี้)   ทั้งนี้   โครงสร้างของ  “Noun clause”  คือ  “Question word + Subject + Verb”  (และต้องเรียงคำแบบประโยคบอกเล่า)  สำหรับ  “Noun clause”  ทำหน้าที่ดังนี้  คือ

                          ๑.  เป็นประธานของ  “Verb”  หรือประโยค  เช่น

  • What he wants is a new house.

(สิ่งที่เขาต้องการคือบ้านหลังใหม่)

  • How he did it surprised everyone.

(วิธีการที่เขาทำมัน – หรือ เขาทำมันอย่างไร – ทำให้ทุกคนประหลาดใจ)

  • Where he lives is not known.

(ที่ที่เขาอาศัยอยู่ – หรือ เขาอาศัยอยู่ที่ไหน – ไม่มีใครรู้)

  • Why he killed his wife is a mysterious thing.

(เหตุผลที่ว่าทำไมเขาฆ่าภรรยา  - หรือ ทำไมเขาฆ่าภรรยา – เป็นเรื่องลึกลับ)

  • That he is a smart person is certain.

(ที่ว่าเขาเป็นคนฉลาดเป็นเรื่องแน่นอน)

  • Whether she will come or not is not my business.

(ไม่ว่าเธอจะมาหรือไม่ก็ตาม  ไม่ใช่ธุระของผม)

                          ๒.  เป็นกรรมของ  “Verb”  หรือประโยค  เช่น

  • I don’t know when he left.

(ผมไม่ทราบว่าเขาจากไปเมื่อใด)

  • She asked me where I lived.

(เธอถามผมว่าผมอาศัยอยู่ที่ไหน)

  • They did what they had promised.

(พวกเขาทำในสิ่งที่ได้ให้สัญญาไว้)

  • We believe that he is innocent.

(เราเชื่อว่าเขาบริสุทธิ์)

  • She did not believe what he told her.

(เธอไม่เชื่อในสิ่งที่เขาบอกเธอ)

  • The police investigated how the bank was robbed.

(ตำรวจสืบสวนวิธีการที่ธนาคารถูกปล้น – หรือ ธนาคารถูกปล้นอย่างไร)

  • I don’t know whether (if) she is happy with her new workplace.

(ผมไม่รู้ว่าเธอมีความสุขกับสถานที่ทำงานแห่งใหม่ของเธอหรือไม่)

                           ๓.  เป็นกรรมของ  “Preposition”  เช่น

  • She is interested in what he says.

(เธอสนใจในสิ่งที่เขาพูด)

  • They believed in what the minister preached.

(พวกเขาศรัทธาในสิ่งที่บาทหลวงเทศน์)

  • We are surprised at how he could do it.

(เราประหลาดใจว่าเขาสามารถทำมันได้อย่างไร)

  • They were satisfied with what she had provided to them.

(พวกเขาพอใจในสิ่งที่เธอได้จัดหาให้กับพวกเขา)

                         ๔.  เป็น  “Complement”  (สิ่งที่มาช่วยเติมให้สมบูรณ์)  ของ  “Verb to be”  เช่น

  • This is what I want.

(นี่คือสิ่งที่ผมต้องการ)

  • That was why he did it.

(นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงทำมัน)

  • Ten o’clock was when we started our trip.

(๑๐  โมงเป็นเวลาที่เราเริ่มการเดินทางของเรา)

                          ๕.  วางไว้ข้างหลังคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่แสดงความรู้สึก  (Sure, Confident,  Happy, Sorry, Grateful, Doubtful, Suspicious, Certain, Delighted,  Delightful,  Anxious,  Worried, etc.)  เช่น

  • I am sure that he will arrive here on time.

(ผมมั่นใจว่า  เขาจะมาถึงที่นี่ตรงเวลา)

  • He is sorry that he could not keep his words.

(เขาเสียใจว่า  เขาไม่สามารถรักษาคำพูดได้)

  • They are confident that they will get the job.

(พวกเขามั่นใจว่าพวกเขาจะได้งานทำ)

  • We are anxious that the plane will be delayed for a few hours.

(เราวิตกกังวลว่า  เครื่องบินจะล่าช้าไป ๒ - ๓ ชั่วโมง)

                          ๖.  ใช้แทนคำนาม  (Noun) ที่มาข้างหน้ามัน  เช่น

  • The fact that he graduated with first-class honor is known to all.

 (ข้อเท็จจริงที่ว่าเขาจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ  ๑  เป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)

คำอธิบาย  -  The fact”  คือ  “that he graduated with first-class honor”  ดังนั้น  “that he graduated with first-class honor”  จึงเป็น  “Noun clause”  อย่างไรก็ตาม  ในประโยค  “The fact that (which) he told me is known to all.”    (ข้อเท็จจริงซึ่งเขาบอกผมเป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)  “The fact”  ไม่ใช่  “that (หรือ which) he told me”  แต่เป็นสิ่งอื่นต่างหาก  ดังนั้น  “that (which) he told me”  จึงเป็น  “Adjective clause”  มาขยาย  “the fact

  • The belief that all men are born equal is not held by everyone.

(ความเชื่อที่ว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน   มิได้ยึดถือ (ยอมรับ) กันโดยทุกคน)  

คำอธิบาย  -  ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Noun clause”  เนื่องจาก  “The belief”  คือ  “that all men are born equal”  ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกัน

  • The notion that wealthy men are always happy is rejected by many people. 

(ความคิดที่ว่าคนที่ร่ำรวยมีความสุขเสมอ  ถูกปฏิเสธโดยคนจำนวนมาก) 

คำอธิบาย  -  ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Noun clause”  เนื่องจาก  “The notion”  คือสิ่งเดียวกับ  “that wealthy men are always happy

หมายเหตุ   –   จากตัวอย่างข้างบน  ถ้าเป็น  “Noun clause”  จะใช้  “that” (ที่ว่า) นำหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  (ไม่ใช้  “which”),  และ  “that”  จะไม่ทำหน้าที่ประธาน  หรือกรรม  แต่ถ้าเป็น  “Adjective clause”  จะใช้  “that” หรือ “which”  ก็ได้    (และแปลว่า  “ที่”  หรือ  “ซึ่ง”)  และมันจะทำหน้า ที่ประธาน  หรือกรรมของอนุประโยค  (Adjective clause)  อย่างใดอย่างหนึ่ง  เช่น

  • The book which (that) is on the table is mine.

(หนังสือซึ่งอยู่บนโต๊ะเป็นของผม) 

(ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น   “Adjective clause”  ขยาย  “The book”  โดย  “which (that)” ทำหน้าที่เป็นประธานของClause)

  • The book which (that) you gave me is very interesting.

(หนังสือซึ่งคุณให้ผมน่าสนใจอย่างมาก) 

(ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Adjective clause”  ขยาย  “The book”  โดย  “which (that)”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของ  “Clause”  ส่วน  “me”  เป็นกรรมรอง)

 

17. They could barely ___________________________________________ the instructions.

(พวกเขาแทบจะไม่สามารถ ___________________________ คำแนะนำ-คำสั่งสอน-คำชี้แนะ)

(a) to finish reading

(b) finish to read

(c) finish reading    (เสร็จสิ้นการอ่าน)  (คือ  อ่านได้จบ  หรือแล้วเสร็จ)

(d) finishing to read

ตอบ   -   ข้อ    (c)   “Could + Verb 1”  ส่วน   “Finish + Verb + ing

 

18. Dams can be very beneficial to the areas _______________________________________.

(เขื่อนสามารถเป็นประโยชน์อย่างมากกับพื้นที่ __________________________________)

(a) which they are built

(b) where are they built

(c) in which they are built     (ซึ่งมันถูกสร้างขึ้น)

(d) in which they build.

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “In which  =  Where”  สำหรับข้อ  (b)  ก็ใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น  “Where they are built”  ส่วนข้อ  (a)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น  “Which they are built in”  แต่ก็ไม่นิยมใช้เหมือนข้อ (c)  ที่เอา Preposition “In”  มาวางไว้ข้างหน้า  “Which”,  ทั้งนี้ให้สังเกตว่า  ทั้งข้อ  (a),  (b)  และ  (c)  ต่างก็อยู่ในรูป  “Passive voice”  เนื่องจากหมายถึง  “พื้นที่ซึ่งเขื่อนถูกสร้าง”  ส่วนข้อ (d)  ใช้ไม่ได้  เนื่องจากอยู่ในรูป  “Active voice”  หมายถึง   “พื้นที่ซึ่งเขื่อนสร้าง”   ตัวอย่างอื่นๆ  ในแบบเดียวกัน  เช่น

  • The house where I live is on Sukhumvit Road.

(บ้านซึ่งผมอาศัยอยู่  อยู่บนถนนสุขุมวิท)

(= The house in which I live is on Sukhumvit Road.)

(= The house which I live in is on Sukhumvit Road.)

(= The house that I live in is on Sukhumvit Road.)

(= The house I live in is on Sukhumvit Road.)  (สามารถละ  "Which"  หรือ  "That"  ได้  เนื่องจากเป็นกรรมของ  Preposition  "In")

หมายเหตุ   –  ประโยคทั้ง   ประโยคข้างบน  มีความหมายเหมือนกันทุกประการ   แต่ทั้งนี้   ห้ามใช้   ประโยค    ประโยคข้างล่าง

  • The house in that I live is on Sukhumvit Road. 

(ผิด  –  หลัง  “In”  ต้องตามด้วย  “Which”  เสมอ)

  • The house where I live in is on Sukhumvit Road.  

(ผิด  –  เมื่อมี   “Where”  แล้ว  ห้ามใช้   “In”)

 

19. The artistic director of the 1984 National Playwrights Conference was Lloyd Williams, _________

____ the Yale School of Drama.

(ผู้อำนวยการด้านศิลปะของ  “การประชุมนักเขียนบทละครแห่งชาติปี  ๑๙๘๔”  คือ  ลอยด์ วิลเลียม, ___________ สำนักการละครของมหาวิทยาลัยเยล  -  ในสหรัฐฯ)  (เทียบเท่าคณะหนึ่งของมหาวิทยาลัย)

(a) of whom is dean

(b) of whose dean

(c) is dean of

(d) dean of    (คณบดีของ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   โดยลดรูปมาจากอนุประโยค  “…….......….Williams, who was dean of the Yale…….........….

 

20. _________________ on television can be very damaging to children who watch the programs.

(____________ ทางทีวี  สามารถทำความเสียหายอย่างมากแก่เด็กๆ  ผู้ซึ่งดูรายการต่างๆ)  (จากทีวี)

(a) The too great sex and violence

(b) Sex and violence too much

(c) The great numbers of sex and violence

(d) Too much sex and violence    (เรื่องเพศและความรุนแรงที่มากเกินไป)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป