หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 165)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุด)

 

1. It is because he is very rich _________________________________________ she loves him.

(มันเป็นเพราะว่าเขารวยมาก ________________________________________ เธอรักเขา)

(a) so    (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

(b) that    (ที่)

(c) why

(d) therefore     (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) +วลี {มักนำหน้า ด้วย  “Preposition” (in, on, at, with)  หรือ  “Because” + ประโยค} + That + Subject + Verb”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • _________________________________ on Saturday morning that we had our meeting.

(______________________________________  เช้าวันเสาร์  ที่พวกเรามีการประชุมกัน)

(a) There had

(b) It was    (มันเป็น)

(c) It is

(d) There was

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ต้องใช้   “It was” เพราะกริยาในอนุประโยค  คือ  “Had”  และยังเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) + วลี  (มักนำหน้าด้วย  “Preposition”) + That + Subject + Verb”  เช่น

  • It is in this house that I was born.

(มันเป็นในบ้านหลังนี้แหละ  ที่ผมเกิด)

  • It is at night that we go to bed.

(มันเป็นเวลากลางคืนที่พวกเราเข้านอน)

  • It is on Sunday morning that people go to church.

(มันเป็นเช้าวันอาทิตย์ที่ผู้คนไปโบสถ์)

  • It is in the country that we like to stay.

(มันเป็นในชนบท  ที่พวกเราชอบพัก)

  • It was in January that we went to England.

(มันเป็นในเดือนมกราคม  ที่เราไปอังกฤษ)

  • It was by mistake that she took my book.

(มันเป็นการเข้าใจผิด  ที่เธอเอาหนังสือของผมไป)

  • It was in 1917 that the First World War took place.

(มันเป็นในปี  ๑๙๑๗  ที่สงครามโลกครั้งที่  ๑  เกิดขึ้น)

  • It was because he was lazy that he failed.

(มันเป็นเพราะว่าเขาเกียจคร้าน  ที่เขาล้มเหลว)

  • It was under that sea that the nuclear weapon had been tested.

(มันเป็นใต้ทะเล  ที่อาวุธนิวเคลียร์ถูกทดลอง)

 

2. If you know what you want, you should have no difficulty ____________________________ it.

(ถ้าคุณทราบว่าคุณต้องการอะไร  คุณจะไม่ประสบความยากลำบากที่จะ _______________ มันมา)

(a) to get

(b) at getting

(c) getting    (ได้)

(d) on getting

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Have (no) difficulty {(ไม่) ประสบความยากลำบาก} + Verb + ing”  เช่น

  • They had some difficulties learning English.

(พวกเขาประสบความยากลำบากในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ)

  • We had no difficulty living with our new neighbors.

(เราไม่พบความยากลำบากในการอาศัยอยู่กับเพื่อนบ้านใหม่ของเรา)

 

3. Currently, the Coronavirus (COVID – 19) has caused tremendous loss of life and ____________ of most countries it attacks.

(ในปัจจุบัน  เชื้อโคโรนาไวรัส (โควิด – ๑๙)  ได้ก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตอย่างใหญ่หลวง  และ __________ กับประเทศส่วนใหญ่ที่เชื้อฯ นี้จู่โจม)

(a) irreparable damage to the economy    (ความเสียหายแก่เศรษฐกิจที่มิอาจเยียวยาได้)  (“Damage”  ในที่นี้เป็นคำนาม)

(b) irreparably damaged the economy    (ทำความเสียหายแก่เศรษฐกิจอย่างมิอาจเยียวยาได้)  (“Damaged”  ในที่นี้เป็นคำกริยา)

(c) irreparably damaging the economy    (ทำความเสียหายแก่เศรษฐกิจอย่างมิอาจเยียวยาได้)

(d) irreparably damages the economy    (ทำความเสียหายแก่เศรษฐกิจอย่างมิอาจเยียวยาได้)  (“Damages”  ในที่นี้เป็นคำกริยา)

ตอบ   -   ข้อ    (a)  เนื่องจากต้องใช้คำในประโยคให้สมดุล (Balance) กัน  คือ  หลังกริยา  “Caused” (ก่อให้เกิด)  ต้องการกรรม  ซึ่งเป็นคำนาม  โดยกรรมตัวแรก  คือ  “Loss of life" (การสูญเสียชีวิต)  และกรรมตัวที่ ๒  คือ  “Damage to the economy” (ความเสียหายแก่เศรษฐกิจ)  ดูเพิ่มเติมโครง สร้างในประโยคแบบสมดุล  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                   ตัวอย่างที่ 

  • My parents always stressed the importance of honesty, fairness, and __________________.

(พ่อแม่ของผมเน้นย้ำอยู่เสมอถึงความสำคัญของความซื่อสัตย์,  ความยุติธรรม,  และ ___________)

(a) to be punctual

(b) punctually

(c) punctuality    (การตรงต่อเวลา)  (เป็นคำนาม)

(d) punctual    (ตรงต่อเวลา)  (เป็นคำคุณศัพท์)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากต้องใช้คำในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  หลัง  “Of”  เป็นกรรม  ซึ่งต้องเป็นคำนาม  (ความซื่อสัตย์,  ความยุติธรรม,  การตรงต่อเวลา)

                                          ตัวอย่างที่ 

  • Tanya Holm is a dancer, choreographer, and __________________________________.

(ทานย่า  โฮล์ม  เป็นนักเต้นรำ, นักออกแบบท่าเต้นรำ, และ ___________________________)

(a) dance teacher    (ครูสอนเต้นรำ)

(b) teach dancing

(c) she teaches dancing

(d) teacher for dance

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  ๑. นักเต้นรำ,  ๒. นักออกแบบท่าเต้นรำ,  และ  ๓. ครูสอนเต้นรำ  ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างแบบสมดุลจากตัวอย่างข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่ 

  • That restaurant offers ________________________________________ and the elderly.

(ภัตตาคารแห่งนั้นเสนอ (มอบ) ____________________________________ และผู้สูงอายุ)

(a) inexpensive meals and special services for children    (อาหารราคาถูกและบริการพิเศษสำหรับเด็ก)

(b) meals and special services for children that are inexpensive

(c) children to inexpensive meals and special services

(d) inexpensive meals for children and special services for

ตอบ   -   ข้อ  (a)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างในประโยคแบบสมดุล  คือ  (.............เสนอ............ “อาหารราคาถูกและบริการพิเศษ”  และ  “สำหรับเด็กและผู้สูงอายุ”)  หรืออาจตอบ  ข้อ  (d)  แต่ต้องแก้เป็น  “Inexpensive meals for children and special services for the elderly”  (อาหารราคาถูกสำหรับเด็ก  และบริการพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • The two most important problems facing the country today are _____________________.

(ปัญหาสำคัญที่สุด    ประการที่เผชิญหน้ากับประเทศอยู่ในปัจจุบัน  คือ __________________)

(a) crime prevention and controlling pollution

(b) preventing crime and pollution control

(c) crime prevention and pollution control    (การป้องกันอาชญากรรมและการควบคุมมลภาวะ)

(d) preventing crime and the control of pollution

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างประโยคแบบสมดุล   คือ  “การป้องกันอาชญากรรม”  และ  “การควบคุมมลภาวะ

                                         ตัวอย่างที่ 

  • The technique of recording, classifying, and _________________ is known as accounting.

(เทคนิคของการบันทึก, แยกประเภท, และ ____________ เป็นที่รู้จักกันในฐานะวิชาการทำบัญชี)

(a) an enterprise’s transactions summary

(b) the summarizing of an enterprise’s transactions

(c) transactions of an enterprise are summarized

(d) summarizing the transactions of an enterprise    {สรุปธุรกิจการค้าของกิจการ (บริษัท) แห่งหนึ่ง}

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการทำรูปประโยคให้สมดุล  หรือมี  “Format”  เดียวกัน  โดยถือว่าตามหลัง  “Preposition” (Of)  ต้องอยู่ในรูป  “Verb + ing”  (Of recording, classifying, and summarizing ……...........…..)

                                          ตัวอย่างที่ 

  • A lumberjack, or logger, is a worker who cuts down trees in a forest, saws them into logs, and __________.

(ช่างตัดไม้, หรือคนทำ (ตัด) ไม้, คือคนงานผู้ซึ่งตัด (โค่น) ต้นไม้ในป่า, เลื่อยมันเป็นท่อน, และ ______

______)

(a) he takes them to the mill

(b) takes them to the mill    (นำมันไปยังโรงสี)

(c) taking them to the mill

(d) to take them to the mill

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการใช้ข้อความในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  ช่างตัดไม้ทำหน้าที่  (กริยา)    อย่าง  คือ  ๑. โค่นต้นไม้ในป่า,  ๒. เลื่อยมันเป็นท่อน, และ  ๓. นำมันไปยังโรงสี

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Eddy’s classmates at the college still talk about him as an excellent writer ______________.

(เพื่อนร่วมชั้นของเอ็ดดี้ที่มหาวิทยาลัย  ยังคงพูดเกี่ยวกับตัวเขาว่าเป็นนักเขียนยอดเยี่ยม ________)

(a) and he taught at the college, too

(b) who also played football

(c) and a good football player    (และนักฟุตบอลที่เก่ง)

(d) good football player

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้คำในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  “นักเขียนยอดเยี่ยม”  และ  “นักฟุตบอลที่เก่ง” 

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Freezing preserves meat because ______________, slows down the rate of enzyme action, and lowers the speed of spoilage.

(การทำให้เย็นจนแข็งตัวรักษาเนื้อไว้ได้  เพราะว่า __________,  ทำให้อัตราการเอนไซม์ (การทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในสารอื่น โดยตัวมันเองไม่เปลี่ยนแปลง) ช้าลง,  และทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง)

(a) the growth of microorganisms is prevented    (การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวาง)

(b) preventing microorganisms from growing    (ขัดขวางเชื้อจุลินทรีย์จากการเจริญเติบโต)

(c) microorganisms are prevented from growing    (เชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวางจากการเจริญเติบโต)

(d) it prevents the growth of microorganisms    (มันขัดขวางการเจริญ เติบโตของเชื้อจุลินทรีย์)

ตอบ   -   ข้อ  (d)  เนื่องจากต้องทำโครงสร้างในอนุประโยค  (ขึ้นต้นด้วย  “Because”) ให้มีความสมดุลกัน  คือ  “มัน (การทำให้เย็นจนแข็ง)  ๑. ขัดขวางการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์,  ๒. ทำให้อัตราการเอนไซม์ช้าลง,  และ  ๓. ทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Idaho’s natural resources include fertile soil, rich mineral deposits, thick forests, and ________.

(ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐไอดาโฮประกอบด้วยดินดี, แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์, ป่าทึบ, และ _______)

(a) water supplies are abundant

(b) abundant water supplies    (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)

(c) supplies of water are abundant

(d) supplies abundant water

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากต้องใช้รูปคำนาม (วลี)  (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)  ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Include”  เพื่อให้สมดุลกับคำนาม-วลี  (ทำหน้าที่กรรม)  อื่นๆ อีก  ๓  ตัว  คือ  ๑. ดินดี,  ๒. แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์,  และ  ๓. ป่าทึบ 

                                        ตัวอย่างที่  ๑๐

  • Before starting on a sea voyage, prudent navigators learn the sea charts, ____________ and memorize lighthouse locations to prepare themselves for any conditions they might encounter.

(ก่อนเริ่มต้นออกเดินทางทางทะเล  นักเดินเรือที่รอบคอบจะเรียนรู้แผนภูมิของทะเล, __________ และจดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ  เพื่อเตรียมพร้อมตนเองสำหรับสภาวะใดๆ ที่พวกเขาอาจจะต้องเผชิญ)

(a) sailing directions are studied

(b) to study the sailing directions   

(c) study the sailing directions    (ศึกษาทิศทางการเดินเรือ)

(d) studies direct sailing

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้รูปแบบของกริยาในประโยค  ซึ่งมี    ตัว ให้สมดุลกัน  คือ  “นักเดินเรือที่รอบคอบ (จะ) () เรียนรู้แผนภูมิของทะเล,  () ศึกษาทิศทางการเดินเรือ  และ  () จดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ

                                         ตัวอย่างที่  ๑๑

  • As a physiologist, Ida Hyde showed originality, breadth of interest, and _________________.

(ในฐานะนักสรีรวิทยา, ไอดา ไฮด์  ได้แสดงความคิดริเริ่ม (ความไม่ซ้ำแบบใคร), ความกว้างขวางของความสนใจ, และ __________)

(a) scientific precision was admirable

(b) admirably scientifically precise

(c) admirable scientific precision    (ความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ที่น่าชมเชย)

(d) that precision was admirably scientific

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้โครงสร้างคำนาม (วลี)  เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  โดยมีความสมดุลกับคำนามอื่นๆ อีก  ๒  คำ ซึ่งเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  เช่นเดียวกัน  คือ  ๑. ความคิดริเริ่ม,  ๒. ความกว้างของความสนใจ

                                         ตัวอย่างที่  ๑๒

  • We turn to books in moments of ___________________________________________.

(เราหันไปหา (อ่าน) หนังสือ  ในช่วงเวลาของ ____________________________________)

(a) sorrow, having boredom, or solitude is with us

(b) sorrow, boredom, or solitude    (ความเศร้าโศกเสียใจ  ความเบื่อหน่าย  หรือ ความโดดเดี่ยวอ้างว้าง)

(c) sorrow and solitude as well as boredom

(d) sorrow that attacks us

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เป็นการใช้กรรม    ตัว  หลัง  “Preposition” (Of)  ให้สมดุลกัน  คือ  Sorrow, Boredom, Solitude”  สำหรับ  ข้อ  (c)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น  “sorrow, solitude as well as boredom

                                          ตัวอย่างที่  ๑๓

  • Nearly all trees have seeds that fall to the earth, take root, and eventually ______________.

(ต้นไม้เกือบทั้งหมดมีเมล็ดซึ่งหล่นลงสู่พื้นดิน, งอกราก, และ ____________________ ในที่สุด)

(a) generate new seeds    (สร้างเมล็ดใหม่)

(b) new seeds generated

(c) by generating new seeds

(d) new seeds generated there

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากต้องใช้คำกริยา    ตัว ในอนุประโยค  (……....…...that fall to earth, take root, and eventually generate new seeds)  ให้สมดุลกัน  (Balance)  คือ  “Fall to earth”,  “Take root”  และ  “Generate new seeds” 

                                        ตัวอย่างที่  ๑๔

  • Among the advantages which Mr. Barlow has given his children  are a good college education and ___________.

(ในบรรดาข้อได้เปรียบต่างๆ ซึ่งมิสเตอร์บาร์โลว์ได้ให้แก่ลูกๆ ของเขา  คือ  การศึกษาอย่างดีในมหาวิทยาลัย  และ ___________)

(a) extensive travel abroad   (การเดินทางอย่างกว้างขวางมากในต่างประเทศ)

(b) to travel extensively abroad

(c) travel extensively abroad

(d) of extensive travelling abroad

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ต้องใช้ในรูปคำนาม (วลี)   (“Travel”  ในที่นี้เป็นคำนาม)  ให้สมดุลกับคำนาม (วลี)   “A good college education”  ที่อยู่ข้างหน้า  “And

                                         ตัวอย่างที่  ๑๕

  • James likes reading, hiking, and ___________________________________________. 

(เจมส์ชอบการอ่านหนังสือ,  การเดินทางไกลด้วยเท้า,  และ __________________________)

(a) he listens to music

(b) to listen to music

(c) listen to music

(d) listening to music    (การฟังดนตรี)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากต้องให้ข้อความสมดุลกัน   คือ  “Like + Gerund (Verb + ing)”  คือ  “Like reading, hiking and listening…….........….”  ทั้งนี้  กริยา  “Like”  อาจตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1  ก็ได้  ดังนั้น  ข้อนี้จึงอาจตอบ  “Like to read, to hike, and to listen to music”  โดยต้องให้สมดุลกัน  คือ  เป็น  “Format”  เดียวกัน

 

4. Tim plays tennis _______________________________________ than his younger brother.

(ทิมเล่นเทนนิส ___________________________________________ น้องชายชองเขา)

(a) more worse    (รูปนี้ไม่ใช้)

(b) worse    (แย่กว่า)  (เป็นทั้งคำคุณศัพท์และกริยาวิเศษณ์)  (ในที่นี้เป็นกริยาวิเศษณ์  ขยายกริยา “Plays”)

(c) worser    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(d) badly more

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)  โดยมาจาก  “Bad,  Worse,  Worst”  (แย่,  แย่กว่า,  แย่ที่สุด),  ทั้งนี้  อาจตอบ  “More badly”  ก็ได้  แต่ไม่เป็นที่นิยม

 

5. Natural resources provide the raw materials __________________ to produce finished goods.

(ทรัพยากรธรรมชาติให้วัตถุดิบ (ซึ่ง) ______________________ เพื่อที่จะผลิตสินค้าสำเร็จรูป)

(a) are needed

(b) needed    (ถูกต้องการ)

(c) need

(d) needing

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “…….....……raw materials which are needed to produce finished goods

 

6. I asked her ________________________________________________ was on the phone.

(ผมถามเธอ (ว่า) __________ กำลังพูดโทรศัพท์อยู่)  (หมายถึงพูดอยู่ปลายสายอีกด้านหนึ่ง  หรือถามว่า  ใครโทรฯ มานั่นเอง)

(a) which

(b) whom

(c) who    (ใคร)  (เป็นประธานประโยคย่อย  “Who was on the phone” )

(d) whoever    (ใครก็ตาม)  

(e) (No word is needed.)  (ไม่ต้องเติมคำใดเลย) 

ตอบ   -   ข้อ   (c)

 

7. ___________________________ the hall is already full, I think the meeting should now begin. 

(_______________________ ห้องโถงมีคนเต็มแล้ว  ผมคิดว่าการประชุมควรเริ่มต้นได้ในขณะนี้)

(a) Seeing that    (เห็นว่า)

(b) Providing that    (ถ้า)  (= If)

(c) Whereas    (ในทางตรงกันข้าม, อย่างไรก็ตาม, แต่ทว่า)

(d) As a result of     (เป็นผลมาจาก)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ดูคำอธิบายจากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่  

  • Walking down the street the other day, ______________________________________.

(ขณะเดินไปตามถนนเมื่อวันก่อน __________________________________________)

(a) I saw unusual something happen

(b) a terrible accident occurred    (อุบัติเหตุน่ากลัวเกิดขึ้น)

(c) something unusual was seen by me    (บางสิ่งที่ผิดปกติถูกเห็นโดยผม)

(d) I witnessed a terrible accident    (ผมเห็นอุบัติเหตุน่ากลัว)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากประโยคขึ้นต้นด้วย  “Walking”  (Present participle)  แสดงว่าประธานของประโยค  ซึ่งอยู่หลังเครื่องหมายคอมม่า  (ในที่นี้ คือ “I” )  จะต้องเป็นผู้ทำกริยา  “เดิน”  ดังนั้น  จึงตัดข้อ  B, C  ทิ้งไป ,  สำหรับ ข้อ  (a)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น   “I saw something unusual happen.”  (ผมเห็นบางสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น)  เนื่องจาก  “Something”  เป็นคำสรรพนาม  (Pronoun)  ไม่สามารถใช้คำคุณศัพท์  (Unusual)  ขยายข้างหน้าได้  ต้องเอามาขยายข้างหลังแทน

 

8. I think you ought to pay, _________________ it was you who _________________ the glass.

(ผมคิดว่าคุณควรจ่ายเงิน __________ (ว่า) คุณเป็นคนซึ่ง __________ กระจก)  (ทำกระจกแตก)

(a) considered _______________ broke

(b) considering _______________ breaking

(c) to consider _______________ break

(d) considering ______________ broke    (เมื่อพิจารณา __________ ทำแตก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ต้องใช้  “Broke”  เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอดีต (ทำกระจกแตก)  โดยดูจาก  “It was you”  ทั้งนี้  “Considering”  ลดรูปมาจากอนุประโยค  “when I consider………...…..glass”  หรือ  “because I consider……...…..…glass

 

9. A : “Would you like to have your sandwiches now?”

(คุณอยากจะทานแซนด์วิชของคุณตอนนี้ไหม)

    B : “Yes, I’d ____________________________________________________________.”

(ใช่ครับ  ผม _______________________________________________________)

(a) like

(b) like to    (อยากทาน)

(c) liked to

(d) had them

ตอบ  -  ข้อ   (b)   เนื่องจากย่อมาจากข้อความเต็มๆ ว่า   “Yes, I would like to have my sandwiches now.”  แต่นิยมตอบเพียงสั้นๆว่า  “I would like to.”  ทั้งนี้  ต้องมี  To  แต่ไม่ต้องมีกริยา  (Have)”  กล่าวคือ  เราใช้  “To + Verb 1”  โดยละ  “Verb”  นั้นไว้    ใช้แต่  “To”  เพียงคำเดียว  เพื่อแทนคำกริยาที่พูดไว้ครั้งหนึ่งแล้ว  เพื่อที่จะไม่ต้องกล่าวคำกริยาตัวนั้นซ้ำอีกครั้ง  เช่น

  • I am not going to read this book.  Would you like to (read)?

(ผมจะไม่อ่านหนังสือเล่มนี้นะ  คุณอยากจะอ่านไหมล่ะ)  (ไม่นิยมพูดหรือเขียน  “read”  ต่อท้าย  “to”)

  • She has not finished the work yet, but she has to (finish) very soon.

(เธอยังทำงานไม่เสร็จเลย  แต่เธอจำเป็นต้องทำให้เสร็จโดยเร็ว)  (ไม่นิยมพูดหรือเขียน  “finish”  ต่อท้าย  “to”)

 

10. If you have a bad cold, you _____________________________________ go to the doctor.

(ถ้าคุณเป็นไข้หวัดอย่างรุนแรง  คุณ ________________________________ไปพบแพทย์)

(a) ought    (“Ought to”  =  “ควรจะ” )

(b) might    (อาจจะ)

(c) had

(d) should    (ควรจะ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการแนะนำให้ทำ (ไปหาหมอ)  หรืออาจตอบ  “Ought to”  ก็ได้

 

11. Every girl ought to learn ______________________________________________ to cook.

(เด็กผู้หญิงทุกคนควรที่จะเรียนรู้ ____________________________________ ปรุงอาหาร)

(a) where

(b) what

(c) when

(d) how    (วิธี) 

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “เรียนรู้วิธีปรุงอาหาร”   =  “เรียนรู้ว่าจะปรุงอาหารอย่างไร”,  สำหรับการจะปรุงอาหาร “ที่ไหน”, “อะไร”  หรือ  “เมื่อใด”  ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้,  สำหรับตัวอย่างอื่นๆ  เช่น  Learn  “how to swim”, “how to play golf”, “how to speak Japanese”, “how to dive”, “how to live together peacefully” etc.

 

12. Is all this money _______________________________________________________?

(เงินทั้งหมดนี้เป็น _____________________________________________ ใช่หรือไม่)

(a) your

(b) yours    (ของคุณ)   (= your money)

(c) of you

(d) belong to you    (เป็นของคุณ)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ส่วนถ้าต้องการใช้   “Belong”  (เป็นของ – เป็นคำกริยา)  จะต้องใช้รูปประโยคเป็น  “Does all this money belong to you ?”  คือ  ต้องใช้  “Verb to do” (Does)  ช่วยในการสร้างประโยคคำถาม หรือปฏิเสธ  เหมือนคำกริยาทั่วๆ ไป

 

13. We find it ___________ to believe all what he said since he changed his story every time we asked him.

(เราพบมัน ___________ ที่จะเชื่อทุกสิ่งที่เขาพูด   เพราะว่าเขาเปลี่ยนเรื่องทุกครั้งที่เราถามเขา)  (หมายถึง  เล่าเรื่องแต่ละครั้งไม่เคยตรงกัน)

(a) very and more difficult

(b) more and very difficult

(c) more and most difficult

(d) more and more difficult    (ยากขึ้นและยากขึ้น)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   ต้องใช้รูปนี้เสมอ

 

14. ____________________________, glasses can correct most sight defects in healthy eyes.

(_____________, แว่นตาสามารถแก้ไขความบกพร่องทางสายตาส่วนใหญ่  ในดวงตาที่แข็งแรง-สมบูรณ์)

(a) If well fitted when

(b) Well fitted if

(c) Well fitted when

(d) When well fitted    (เมื่อถูกปรับอย่างดีหรือเหมาะสม)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  (When they are well fitted)  ทั้งนี้  อาจตอบ  “If well fitted”  หรือ  “If they are well fitted”  (ถ้ามันถูกปรับอย่างเหมาะสม)  ก็ได้

 

15. One major advertiser phoned me to say that _____________ the paper stopped my editorials, he would withdraw his advertisements.

(ผู้โฆษณารายใหญ่รายหนึ่งโทรฯ มาบอกผมว่า ___________ หนังสือพิมพ์ยุติ (เลิกพิมพ์) บทบรรณาธิการของผม  เขาจะถอนโฆษณาของเขาออกเสีย)  (หมายถึง  ถ้าไม่เลิกพิมพ์บทบรรณาธิการของผม  เขาจะเลิกลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์)

(a) if not    (ถ้าไม่)

(b) why    (ทำไม)

(c) unless    (ถ้า..........................ไม่)  (ถ้า..............หนังสือพิมพ์................ไม่ยุติบทฯ)

(d) in order that    (เพื่อที่ว่า)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากถูกหลักไวยากรณ์  และได้ใจความ  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Unless”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • If my father moved away, I suppose I would live with my uncle __________ I went with him.

(ถ้าพ่อของผมย้ายออกไป  ผมคาดคะเน (คิด) ว่า  ผมจะอาศัยอยู่กับลุง __________ ผมไปกับพ่อ)

(a) or    (หรือ, มิฉะนั้น)    

(b) accordingly    (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)

(c) unless    (ถ้า..........................ไม่)  (= ถ้า  (ผม)  ไม่ไปกับพ่อ)

(d) otherwise    (มิฉะนั้น)  

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เพราะได้ใจความดีที่สุด  และ  “Unless” +  “ประโยคบอกเล่าเสมอ)  เช่น

                                         ตัวอย่างที่  

  • Don’t open a shop ________________________________ to smile.  (Chinese proverb)

(จงอย่าเปิดร้าน (ทำการค้า) ________________________________ ที่จะยิ้ม)  (สุภาษิตจีน)

(a) if you like

(b) as you don’t like

(c) not like

(d) unless you like   (ถ้าคุณไม่ชอบ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูตัวอย่างการใช้  “Unless”  จากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่  

  • I won’t give it to you ____________________________________ you come and get it.

(ผมจะไม่ให้มันแก่คุณ ________________________ คุณมาและรับมันไป  -  ด้วยตัวคุณเอง)

(a) without    (โดยปราศจาก, โดยไม่มี)  (เป็น  “Preposition”  ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี  หรือ  Verb + ing)

(b) except    (ยกเว้น)  (เป็น  “Preposition”  ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี)

(c) because    (เพราะว่า)

(d) unless    (ถ้า........................ไม่)  (ถ้าคุณไม่มาและรับมันไป.........................)

ตอบ   -   ข้อ   (d                                  

                                         ตัวอย่างที่  

  • I don’t like to begin writing a letter, _________________________________________.

(ผมไม่ชอบที่จะเริ่มต้นเขียนจดหมาย ________________________________________)

(a) unless I don’t have time

(b) unless I have plenty of time    (ถ้าผมมีเวลาไม่มาก)

(c) If I have plenty of time

(d) unless I have no time

ตอบ   -  ข้อ   (b)

                                         ตัวอย่างที่  

  • He won’t pass his examination ____________________________________________.

(เขาจะสอบไม่ผ่าน ___________________________________________________)

(a) if he is not enough diligent   (ต้องใช้  “diligent enough”)

(b) unless he is not diligent enough   (หลัง “Unless” ต้องเป็นรูปบอกเล่า)

(c) unless he is not enough diligent

(d) unless he is diligent enough   (ถ้าเขาไม่ขยันเพียงพอ)

ตอบ   –   ข้อ  (d)   เนื่องจาก  “Unless  =  If………..…… not”  แต่ต้องอยู่ในโครง สร้าง  “Unless + Subject + Verb  (บอกเล่า)  ทั้งนี้  “อนุประโยคที่ตามหลัง “Unless” จะต้องอยู่ในรูปบอกเล่าเสมอ”  เนื่องจาก  “Unless”  มี  “Not”  ซึ่งเป็นปฏิเสธรวมอยู่ในคำด้วยแล้ว  ตัวอย่าง  เช่น

  • He will not come unless he has time.

(เขาจะไม่มาถ้าเขาไม่มีเวลา)

  • I shall not help him unless he asks me.

(ผมจะไม่ช่วยเขา  ถ้าเขาไม่ขอร้องผม)

  • You couldn’t get a grant unless you had five years’ teaching experience.

(คุณไม่สามารถได้รับเงินช่วยเหลือ  ถ้าคุณไม่มีประสบการณ์สอน    ปี)

  • Unless you work hard, you won’t succeed.

(ถ้าคุณไม่ขยัน  คุณจะไม่ประสบความสำเร็จ)

  • She said nothing unless she was spoken to.

(เธอไม่พูดอะไร  ถ้าเธอไม่ถูกพูดด้วย)  (คือ  ถ้าไม่มีใครพูดกับเธอ)

  • Unless they respected us, we wouldn’t care for what they said.

(ถ้าพวกเขาไม่เคารพเรา  เราจะไม่ใส่ใจในสิ่งที่เขาพูด)

  • Unless I was very much mistaken, there was something wrong with Jenny.

(ถ้าผมไม่ผิดพลาดไปอย่างมากละก็  จะต้องมีอะไรผิดปกติกับเจนนี่)

  • There might be a problem finding a house unless you can build your own.

(อาจจะมีปัญหาในการหาบ้านอยู่อาศัย  ถ้าคุณไม่สามารถสร้างบ้านของคุณเองได้)

 

16. We wanted to give him _______________________________ help, but he turned us down.

(เราต้องการให้ความช่วยเหลือเขา _______________ ,  แต่เขาปฏิเสธ (ความช่วยเหลือของ) เรา)

(a) few    (น้อยมากจนแทบไม่มีเลย)  (ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์)    

(b) a few    (นิดหน่อย, เล็กน้อย, บ้าง)  (ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์)

(c) little    (น้อยมากจนแทบไม่มีเลย)  (ใช้กับนามนับไม่ได้)   

(d) a little    (นิดหน่อย, เล็กน้อย, บ้าง)  (ใช้กับนามนับไม่ได้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Help”  เป็นคำนามนับไม่ได้  ดูเพิ่มเติมการใช้   “Few, A few, Little, A little”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • Since the weather was bad, ____________________________________ people came.

(เพราะว่าอากาศเลว  ผู้คน _______________ มา  -  ดูการแข่งขัน, เที่ยวในงานแสดงสินค้า ฯลฯ)

(a) little     (น้อยมาก  จนแทบไม่มีเลย)  (ใช้กับนามนับไม่ได้)

(b) a little    (น้อย  แต่พอมีอยู่บ้าง)  (ใช้กับนามนับไม่ได้)

(c) few    (น้อยมาก  จนแทบไม่มีเลย)  (ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์)

(d) a few    (น้อย  แต่พอมีอยู่บ้าง)  (ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากข้อความในประโยคเป็น  “ลบ”  (อากาศเลว)  คนจึงมากันน้อยมาก  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • There are ______________________________ apples left.  Let’s have them for dessert.

(มีแอบเปิ้ลเหลืออยู่ __________________________ พวกเรามากินมันเป็นของหวานกันเถอะ)

(a) little    (น้อย)  (จนแทบไม่มีเลย – ความหมายเป็นไปในทางลบ)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ)

(b) a little    (น้อย)  (แต่พอมีอยู่บ้าง – ความหมายเป็นไปในทางบวก)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ)

(c) few   (น้อย)  (จนแทบไม่มีเลย – ความหมายเป็นไปในทางลบ)  (ใช้กับคำนามนับได้พหูพจน์)

(d) a few    (น้อย, เล็กน้อย)  (แต่พอมีอยู่บ้าง –  ความหมายเป็นไปในทางบวก)  (ใช้กับคำนามนับได้พหูพจน์)

(e) the few    (น้อย  ใช้แสดงการเน้นจำนวนที่เหลือจากจำนวนทั้งหมดที่ได้กล่าวไปแล้ว)  (ใช้กับคำนามพหูพจน์)

(f) very few    (น้อยมากๆ)  (ใช้กับคำนามพหูพจน์)

ตอบ  -  ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องการบอกว่า  “มีแอบเปิ้ลเหลืออยู่บ้าง  จึงชวนกันกินเป็นของหวาน”  ดังนั้น  การจะเลือกข้อใด  จึงต้องดูว่าใช้ขยายคำนามนับได้ (พหูพจน์) (ใช้  “Few”  หรือ  “A few”),  หรือนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)  (ใช้ “Little”  หรือ  “A little”)  และดูด้วยว่า  “มีน้อยมาก”  (ใช้ “Few” หรือ  “Little” )  หรือ  “พอมีอยู่บ้าง”  (ใช้  “A few”  หรือ  “A little”)  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • She has a few friends at school, so she is not lonely.

(เธอมีเพื่อนอยู่บ้างที่โรงเรียน  ดังนั้น  เธอจึงไม่เหงา)  (ความหมายเป็นไปในทางบวก)

  • She has few friends at school, so she is very lonely.

(เธอมีเพื่อนน้อยมากที่โรงเรียน  ดังนั้น  เธอจึงเหงามาก)  (ความหมายเป็นไปในทางลบ)

  • I have a little money, so I’ll buy you some coffee.

(ผมพอมีเงินอยู่บ้าง  ดังนั้น  ผมจะเลี้ยงกาแฟคุณ)  (ความหมายเป็นไปในทางบวก)

  • I have little money, so I can’t lend you some.

(ผมมีเงินน้อยมาก  ดังนั้น  ผมไม่สามารถให้คุณยืมได้)  (ความหมายเป็นไปในทางลบ)

 

17. ________________________________________________ of the children is sick today.

(เด็ก _______________________________________________________ ป่วยวันนี้)

(a) One    (คนหนึ่ง)

(b) Fewer

(c) Many

(d) Some

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากกริยา  คือ  “Is”,  ถ้าเลือกข้ออื่นๆ ต้องใช้กริยา  “Are”  ทุกข้อ

 

18. My father said that he would let __________________________ go to the dance tomorrow.

(พ่อของผมพูดว่า  เขาจะอนุญาตให้ __________________________ ไปงานเต้นรำวันพรุ่งนี้)

(a) you and I

(b) I and you

(c) you and me    (คุณและผม)

(d) I with you

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ต้องใช้สรรพนาม   “You”  และ   “Me”  ซึ่งอยู่ในรูปกรรม  เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา  “Let”,  และต้องเอา  “Me”  (หรือ  “I”  ในกรณีเป็นประธานฯ)  ไว้หลังสรรพนามตัวอื่นเสมอ  เนื่องจากฝรั่งถือว่าเป็นความสุภาพและให้เกียรติผู้อื่น  โดยการกล่าวถึงตัวเองทีหลังสุด  เช่น  “They enjoyed talking with him, her and me.”  หรือ  “He, you and I will go to the party together tomorrow.”  เป็นต้น

 

19. His mother told him to keep a list of all the jobs that need __________________________.

(แม่ของเขาบอกให้เขาเก็บรักษารายการของงานทั้งหมดซึ่งต้องการ ____________________)

(a) to do

(b) to be doing 

(c) doing    (การทำ)

(d) done

ตอบ   -   ข้อ   (c)  หรืออาจตอบ  “To be done” (ถูกทำ)  ก็ได้,  ทั้งนี้  ถ้าบางสิ่งบางอย่างต้องการการกระทำอะไรสักอย่าง  หรือ  จำเป็นต้องมีการกระทำในเรื่องนั้น  หมายความว่า  การกระทำนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์  หรือทำให้สถานการณ์นั้นดีขึ้น  ดังเช่นประโยคข้างบน  หมายถึง  เมื่อมีการทำงานในรายการนั้นแล้ว  สภาพภายในบ้านจะดีขึ้น  ดูเพิ่มเติมโครงสร้าง  “Need + Verb + ing”  หรือ  “Need + To be + Verb 3”  (ต้องการให้มีการกระทำ (กริยาอะไรก็ได้) เรื่อง  หรือสิ่งที่อยู่ข้างหน้า  “Need”  เพราะจะทำให้สถานการณ์ต่างๆ ดีขึ้น)  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่  

  • This house needs ______________________________________________________.

(บ้านหลังนี้ต้องการ ___________________________________________________)

(a) being repaired

(b) repairing    (ซ่อมแซม)

(c) repaired

(d) to repair

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Need”   เมื่อหมายถึง  “ต้องการ”   มีโครงสร้าง    แบบ  คือ  “Need + Verb + ing”  หรือ  “Need + To + Be + Verb 3”  สำหรับข้อนี้  อาจตอบอีกแบบว่า  “…………..….needs to be repaired”  ก็ได้  (ทั้ง ๒ โครงสร้าง  หมายถึง  เมื่อซ่อมบ้านแล้ว  จะขายได้ราคาสูงขึ้น  หรือมีคนมาเช่า  หรือบ้านน่าอยู่มากขึ้น),  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่  

  • That little child will need _________________________________________________.

(เด็กเล็กๆ คนนั้นจะต้องการ _______________________________________________)

(a) looking after    (การดูแล, การเอาใจใส่)

(b) to look after

(c) being looked after

(d) to be looking after

ตอบ   -   ข้อ  (a)   เนื่องจาก  “Need”  (ต้องการ)  สามารถตามด้วยโครงสร้าง ๒ แบบ  โดยมีความหมายเหมือนกัน  คือ  “Need + Verb + ing”  (Need + Looking after)  และ “Need + To + Be + Verb 3”  (Need + To + Be + Looked after)  คือ  อาจตอบ  “need to be looked after”  ก็ได้

                                          ตัวอย่างที่  

  • Our car needs _________________________________________________________.

(รถยนต์ของเราต้องการ _________________________________________________)

(a) mend

(b) mended

(c) being mended

(d) to mend

(e) to be mended    (ได้รับการซ่อมแซม,  ถูกซ่อมแซม)

ตอบ   -   ข้อ   (e)   หรืออาจตอบว่า   “…........……...needs mending” (ต้องการการซ่อมแซม)  ก็ได้

 

20. Author Edith Wharton thoroughly understood the society ___________________________.

(นักเขียน  เอดิธ วอร์ตัน  เข้าใจสังคม ________ อย่างละเอียดลึกซึ้ง)  (หมายถึง  เข้าใจฯ อย่างลึกซึ้ง)

(a) she has grown up

(b) which she had grown up in it

(c) she had grown up in it

(d) in which she had grown up    (ซึ่งเธอได้เติบโตขึ้นมา)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจตอบ   “Where she had grown up”  หรือ  “Which she had grown up in”  หรือ  “She had grown up in”  (สามารถละ  “Which”  ได้  เนื่องจากเป็นกรรมของ  “Preposition  -  In”)  ก็ได้  แต่ไม่ต้องมี   “It”  ข้างท้ายอนุประโยค  เนื่องจาก  “Where”  หรือ  “Which”  แทน  “It”  อยู่แล้ว

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป