หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 164)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุด)

 

1. Alex Bradford is one of the world’s _________________________ exponents of gospel music.

(อเล็กซ์  แบรดฟอร์ด  เป็นหนึ่งในบรรดาสัญลักษณ์ (ตัวแทน) __________ ของดนตรีเกี่ยวกับคำสั่งสอน หรือเรื่องราวชีวิตของพระเยซูคริสต์  ของโลก)

(a) very most    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(b) the most    (มากที่สุด)

(c) mostly    (ส่วนมาก, ส่วนใหญ่)

(d) foremost    (ชั้นเยี่ยม, สำคัญที่สุด)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

 

2. It is prohibited by law to mail through parcel post any merchandise that might prove _________ in transport.

(มันถูกห้ามโดยกฎหมาย  ในการส่ง  -  ทางไปรษณียภัณฑ์ประเภทหีบห่อ  -  สินค้า (หรือวัตถุที่ซื้อขายกัน) ใดๆ  ซึ่งอาจจะพิสูจน์ได้ว่า __________ ในการขนส่ง)  (คือ  ห้ามส่งหีบห่อของสินค้า-วัตถุที่มีอันตราย  ทางไปรษณีย์)  (เนื่องจากอาจไม่ปลอดภัยในการขนส่ง)

(a) dangerous    (มีอันตราย, เป็นอันตราย)

(b) with danger

(c) dangerously

(d) to the danger

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากกริยา  “Prove”  มีการใช้หลายโครงสร้าง  เช่น

                           ๑. Prove + Adjective

  • Our internal security has so far proved excellent.

(ระบบความปลอดภัยภายในของเราเท่าที่ผ่านมา  ได้พิสูจน์แล้วว่ายอดเยี่ยม)

  • This information has proved useful to a great many people.

(ข่าวสารนี้ได้พิสูจน์ว่ามีประโยชน์กับคนจำนวนมาก)

                          ๒. Prove + That + ส่วนขยาย

  • The autopsy proved that she had drowned.

(การชันสูตรศพพิสูจน์ว่าเธอจมน้ำตาย)

  • He has proved that his hypothesis is correct.

(เขาได้พิสูจน์ว่าสมมติฐานของเขาถูกต้อง)

                             ๓. Prove + กรรม + (ส่วนขยาย)

  • I have proved it to be sound.

(ผมได้พิสูจน์มันแล้วว่าดี)

  • He has proved himself untrustworthy.

(เขาได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าไม่น่าเชื่อถือ  -  ไม่น่าไว้วางใจ)

  • Statistics never prove anything.

(สถิติ (ตัวเลข) ไม่เคยพิสูจน์อะไรเลย)  (เชื่อถือไม่ได้เลย)

  • Our strategy was proven (proved) correct.

(ยุทธศาสตร์ของเราได้รับการพิสูจน์แล้วว่าถูกต้อง)  (อยู่ในรูป  “Passive voice”)

  • It has been scientifically proven.

(มันได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์)  (“Proven” หรือ “Proved”  เป็นกริยาช่องที่  ๓  ของ  “Prove”)  (อยู่ในรูป  “Passive voice”)

 

3. ______________________________ furniture helps to protect it from damage due to weather.

(___________________ เครื่องเรือน  ช่วยป้องกันมันจากความชำรุดเสียหายอันเนื่อง มาจากอากาศ)

(a) Varnished

(b) To be varnished

(c) Varnishing    (การชักเงา (ขัดมัน) ด้วยน้ำมัน)

(d) With varnishing on

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  เป็นประธานของประโยค  หรือของกริยา  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • ________________________ raw materials into useful products is called manufacturing.

(__________________ วัตถุดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์ (สินค้า) ที่มีประโยชน์  ถูกเรียกว่า “การผลิต”)

(a) In transforming

(b) For transforming

(c) Transforming    (การเปลี่ยนรูป)

(d) To be transformed

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Is called”  เป็นกริยา  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • __________ is statistically much safer than most other forms of transport, but this fact doesn’t stop many people feeling nervous about it.

(____________ ในทางสถิติแล้วปลอดภัยกว่ารูปแบบอื่นๆ ของการขนส่งอย่างมาก,  แต่ข้อเท็จจริงนี้มิได้หยุดยั้งผู้คนจำนวนมากมิให้รู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับมัน)  (หมายถึง  กับผู้ที่คิดจะเดินทางโดยเครื่องบิน)

(a) Having flown

(b) To have flown

(c) Flying    (การบิน, การโดยสารเครื่องบิน)

(d) In flying

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1” (Infinitive with to)  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค

                                         ตัวอย่างที่ 

  • She told me she looked sleepy because ___________ ten hours a day in the hospital was quite tiring.

(เธอบอกผมว่าเธอมีอาการง่วงนอน  เพราะว่า ___________ ๑๐  ชั่วโมงใน   วันในโรงพยาบาล  น่าเหน็ดเหนื่อยมาก)

(a) in working

(b) by working

(c) work

(d) working    (การทำงาน)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจาก  “Working”  เป็นประธานของประโยคย่อย  “Because working ten hours a day in the hospital was quite tiring”  โดยมี   “Ten hours a day in the hospital”  เป็นส่วนขยายประธาน  และมี  “Was”  เป็นกริยา  และ  “Quite tiring”  เป็น  “Complement”  ของ  “Verb to be”  (Was)                                                     

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Refrigerating meats ___________________________________ the spread of bacteria.

(การแช่เย็นเนื้อ _________________________________ การแพร่กระจายของแบคทีเรีย)

(a) is retarded

(b) retards    (ขัดขวาง, ทำให้ช้า, หน่วงเหนี่ยว)

(c) to retard

(d) retarding

ตอบ   -   ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Refrigerating” (การแช่เย็น)  เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Meats”  เป็นส่วนขยายประธาน  (เป็นกรรมของประธาน  ซึ่งมีรูปร่างเหมือนคำกริยา  หรือ  “Gerund”  คือ  “Verb + ing”)  และมี  “Retards”  เป็นกริยาของประโยค  ซึ่งต้องเติม  “S” เนื่องจาก  “Refrigerating”  (Gerund)  ถือเป็นคำนามเอกพจน์,  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  เป็นประธานของประโยค  จากประโยคข้างล่าง

  • Swimming is a good exercise.

(= To swim is a good exercise.)

(การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี)

  • Playing badminton is his favorite hobby.

(= To play badminton is his favorite hobby.)

(การเล่นแบดมินตันเป็นงานอดิเรกที่โปรดปรานของเขา)

  • Working in cool weather is pleasure.

(= To work in cool weather is pleasure.)

(การทำงานในอากาศที่เย็นเป็นความรื่นรมย์)

  • Breathing is indispensable to all living things.

(= To breathe is indispensable to all living things.)

(การหายใจเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด)

  • Sleeping is necessary to health.

(= To sleep is necessary to health.)

(การนอนหลับเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ)

  • Walking for three hours makes him tired.

(= To walk for three hours makes him tired.)

(การเดินเป็นเวลา  ๓  ชั่วโมงทำให้เขาเหนื่อย)

  • Fishing in the river gave them much relaxation.

(= To fish in the river gave them much relaxation.)

(การตกปลาในแม่น้ำให้ความผ่อนคลายกับพวกเขาอย่างมาก)

 

4. This is the ____________________________________________ fashion news from Paris.

(นี่เป็นแฟชั่น _________________________________________________ จากปารีส)

(a) late    (สาย, ช้า, ล่า, ล่วงเลยมานาน, ดึก, ค่ำ)

(b) later    (สายกว่า, ช้ากว่า, ต่อมา)

(c) latest    (ล่าสุด, ทันสมัยที่สุด, เกิดขึ้นหลังสุด)

(d) last    (สุดท้าย, ที่ผ่านมา)

ตอบ   -   ข้อ   (c)

 

5. As a result, war _____________________________________________ out ten years later.

(ผลที่ตามมาคือ  สงคราม _________________________________________ สิบปีต่อมา)

(a) breaks

(b) broke   {“Break out”  =  เกิดขึ้น (ไฟ, สงคราม, โรคระบาด)}

(c) was broken

(d) had broken

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “Break out”  ไม่ใช้ในรูป  “Passive voice”  เช่นใน ข้อ  (c),  และเนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอดีตทั่วไป  จึงใช้รูป  “Past tense” (Verb 2)  (broke out)  ไม่ใช้  “Past perfect tense” ดังในข้อ  (d)

 

6. It’s not very useful.  It’s pretty, _______________________________________________.

(มันไม่มีประโยชน์มากนัก,  มันสวย __________________________________________)

(a) too

(b) also

(c) though    (แม้กระนั้นก็ตาม)

(d) either

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Though”  ใช้ในโครงสร้างดังนี้  คือ

                           ๑. ถึงแม้ว่า,  ทั้งๆที่  (= Although, Even though, Even if)  จะวางไว้ข้างหน้าอนุประโยค

  • Though + Subject + Verb, Subject + Verb
  • Though he is lazy, he behaves well.

(แม้เขาจะขี้เกียจ  เขาประพฤติตัวดี)

(= He behaves well though he is lazy.)

  • Though the weather was fine, few people came.

(แม้อากาศจะดี  ผู้คนมากันน้อยมาก)

(= Few people came though the weather was fine.)

  • Though he has a big salary, he often borrows money.

(แม้เขาจะเงินเดือนมาก  เขายืมเงินอยู่บ่อยๆ)

(= He often borrows money though he has a big salary.)

  • Though he is poor, he is contented.

(แม้เขาจะยากจน  เขามีความพอใจ)

(= He is contented though he is poor.)

                          ๒. แม้กระนั้นก็ตาม, แม้กระนั้นก็ดี  ซึ่งในกรณีนี้  “Though”  จะอยู่ท้ายประโยคเสมอ  โดยใช้เมื่อข้อความที่อยู่ข้างหน้ามัน  ขัดแย้งหรือตรงข้ามกับข้อความที่กล่าวมาก่อนแล้ว  เช่น

  • Subject + Verb + though (Subject + Verb, though)
  • He said he would come; he didn’t, though.

(เขาพูดว่าเขาจะมา  เขาไม่มา  แม้กระนั้นก็ตาม)

  • She is very rude to him; he loves her, though.

(เธอหยาบคายกับเขามาก  เขารักเธอ  แม้กระนั้นก็ตาม)

  • He is poor.  He is contented, though.

(เขายากจน  เขาพอใจ  แม้กระนั้นก็ดี)

  • That old man is very wealthy.  He is never contented, though.

(ชายชราคนนั้นร่ำรวยมาก  เขาไม่เคยพอใจ  แม้กระนั้นก็ตาม)

  • He has a big salary.  He often borrows money, though.

(เขาเงินเดือนสูง  เขายืมเงินอยู่บ่อยๆ  แม้กระนั้นก็ตาม)

  • The weather was fine.  Few people came, though.

(อากาศดี  ผู้คนมากันน้อยมาก  แม้กระนั้นก็ดี)

  • He has a car; he often walks to the office, though.

(เขามีรถยนต์  เขามักจะเดินมาที่ทำงานบ่อยๆ  แม้กระนั้นก็ตาม)

 

7. We’ve lived in this town ___________________________________________________.

(เราได้อาศัยอยู่ในเมืองนี้ _______________________________________________)

(a) during six years

(b) since six years

(c) six years ago    (๖  ปีผ่านมาแล้ว)

(d) for six years    (เป็นเวลา    ปี)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   “For”  +   “ความยาวของเวลา”  เช่น  “For ten minutes (two days, three weeks, four months, centuries, a decade, a long time, the last two weeks)   ส่วน   “Since”  +    “จุดเริ่มต้นของเวลา”  เช่น  “Since yesterday (Tuesday, last week, last year, last winter, last June, January, the morning, 10 a.m., 1980, Christmas, New Year, the last election, she was young, we were at college, etc.)”  เช่น

  • They’ve studied in the library since the morning.

(พวกเขาอ่านหนังสือในห้องสมุดตั้งแต่เช้า)  (ขณะนี้ก็ยังอ่านอยู่)

  • She’s come to live in New York since last winter.

(เธอมาอาศัยอยู่ในนิวยอร์กตั้งแต่ฤดูหนาวปีที่แล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • He's played football since he was at college.

(เขาเล่นฟุตบอลตั้งแต่เขาเรียนมหาวิทยาลัย)  (ปัจจุบันก็ยังเล่นอยู่่)

 

8. A crocodile often fools its preys ______________________________________ to be dead.

(จระเข้หลอกเหยื่อของมันบ่อยๆ ______________________________________ เป็นตาย)

(a) to pretend

(b) by pretending    (โดยการแสร้งทำ)

(c) pretend

(d) to be pretending

ตอบ   -   ข้อ   (b)

 

9. I was late arriving at the examination room; _________________________ I couldn’t get in.

(ผมล่าช้าในการมาถึงห้องสอบ ________________________ ผมไม่สามารถเข้าห้องสอบได้)

(a) subsequently    (ในเวลาต่อมา)

(b) generally    (โดยทั่วไป)

(c) consequently    (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)

(d) indeed     (จริงๆ, อย่างแท้จริง)   

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากข้อความในประโยคใหญ่และประโยคย่อย (นำหน้าด้วย  “Consequently”)  เป็นเหตุเป็นผลกัน  กล่าวคือ  “ผมมาถึงห้องสอบสายเป็นเหตุ”  ส่วน  “ผมไม่สามารถเข้าห้องสอบเป็นผล”  ทั้งนี้  อาจใช้  “Accordingly, Hence, Thus, Therefore, So, As a consequence, As a result, In consequence”  (ทุกคำ  หมายถึง  เพราะฉะนั้น, ดังนั้น, ผลที่ตามมา)  แทนก็ได้

 

10. This book is too difficult.  I spent more time __________ up words in the dictionary than _____

_____ it.

(หนังสือเล่มนี้ยากเกินไป  ผมใช้เวลา __________ คำในพจนานุกรม  มากกว่า ___________ มัน

(a) to look ______________ to read

(b) to look ______________ reading

(c) looking ______________ reading    (ค้นหา ______________ อ่าน)

(d) looking ______________ read

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นไปตามโครงสร้าง  “Subject + Spend + Time + Verb + ing +  (ส่วนขยาย) + (Than) + (Verb + ing)”  (ข้อความในวงเล็บจะมีหรือไม่ก็ได้)  และต้องใช้โครงสร้างให้สมดุล  คือ  “Looking”  และ  “Reading

 

11. His daughter wrote to him that she was looking forward to __________________ home soon.

(ลูกสาวของเขาเขียนจดหมายถึงเขา  บอกว่าเธอกำลังตั้งหน้าตั้งตารอคอย _________ บ้านเร็วๆ นี้)

(a) come

(b) coming    (การกลับมา)

(c) be coming

(d) have come

ตอบ  -  ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “Look  forward to + Verb + ing”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • I shall look forward _________________________________________ from you soon.

(ผมจะตั้งตารอ ____________________________________________ จากคุณโดยเร็ว)

(a) to hear

(b) for hear

(c) to hearing     (ที่จะได้ยินข่าว – คือได้รับจดหมายหรือการติดต่อด้วยวิธีอื่นๆ)

(d) for hearing

ตอบ  -  ข้อ (c)

                                         ตัวอย่างที่  

  • I wish you and your wife many years of happiness together and look forward ________ you both.

(ผมขออวยพรให้คุณและภรรยามีความสุขด้วยกันตลอดไป  และหวังอย่างยิ่งกับ (หรือ “ตั้งตารอ”) _________ คุณทั้ง    คน)  (หมายถึง  ในวันข้างหน้า) 

(a) to see

(b) to seeing    (การได้พบ)

(c) for seeing

(d) to be seeing

ตอบ  -  ข้อ    (b)   เนื่องจาก  “To”  ที่ตามหลังคำกริยาต่อไปนี้  ถือเป็น  “Preposition”  จึงต้องตามด้วย  “คำนาม”  หรือ  “Gerund” (Verb + ing)  ได้แก่   “Look forward to”  (ตั้งตารอคอย),  “Be opposed to”  (คัดค้านหรือไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง),  “Object to” (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย),  “Admit”  (ยอมรับ),  “Devote….............to”   (อุทิศ.................ให้กับ), “Dedicate…….......…to” (อุทิศ..................ให้กับ),   “Apply…….……to”  (ประยุกต์.................เข้ากับ)   ดังประโยคตัวอย่าง

  • She looks forward to buying a new home next year.

(เธอตั้งตาคอยซื้อรถคันใหม่ปีหน้า)

  • He looks forward to his birthday party next week.

(เขาตั้งตารอคอยงานเลี้ยงวันเกิดของเขาในสัปดาห์หน้า)       

  • We object to going to bed late tonight as we will have to start our trip early tomorrow.

(เราไม่เห็นด้วยกับการนอนดึกคืนนี้  เพราะเราจะต้องออกเดินทางแต่เช้าวันพรุ่งนี้)

  • She objected to his plan to move to London after their marriage.

(เธอคัดค้านแผนการของเขาที่จะย้ายไปลอนดอนหลังการแต่งงาน)

  • He admitted to having an extramarital affair that ended in a pregnancy.

(เขายอมรับว่ามีความสัมพันธ์ทางเพศกับคนอื่นที่มิใช่ภรรยา  ซึ่งจบลงด้วยการตั้งครรภ์)

  • He devotes most of his time to studying in the library.

(เขาอุทิศเวลาส่วนใหญ่ให้กับการศึกษาในห้องสมุด)

  • We were opposed to paying a lot of money for luxurious goods.

(เราไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการจ่ายเงินจำนวนมากกับสินค้าฟุ่มเฟือย)

  • The President was opposed to the development of nuclear weapons.  (หรือwas opposed to developing nuclear weapons”)

(ท่านประธานาธิบดีไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์)        

  • They applied their knowledge gained from training overseas to performing their daily work. 

(พวกเขาประยุกต์ความรู้ที่ได้จากการอบรมในต่างประเทศ  เข้ากับการทำงานประจำวัน)

 

12. __________________________________________________________ are eggs today?

(ไข่ ___________________________________________________________ วันนี้)

(a) How

(b) What    (ราคาเท่าใด)

(c) What about

(d) What a price

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจตอบ  “How much are eggs today?”  (ไข่วันนี้ราคาเท่าใด)  ก็ได้

 

13. Where am I ___________________________________________________ this box, sir ?

(ผมจะต้องเอากล่องใบนี้ _______________________________________ ที่ไหนครับท่าน)

(a) putting

(b) to put    (วาง)

(c) put

(d) to be put

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ดูคำอธิบาย   “Subject + Is (am, are, was, were) + To + Verb 1”  จากประโยคข้างล่าง

                          ๑. To be + To + Verb 1”  =   “ต้อง,  กำหนดที่จะ  เช่น

  • We are to leave now.

(เราจะต้องไปกันเดี๋ยวนี้เลย)

  • You are to pay back what you owe me.

(คุณจะต้องชำระคืนในสิ่งที่คุณเป็นหนี้ผม)

  • They were to ask for their teacher’s advice.

(พวกเขาจะต้องขอคำแนะนำจากครู)

  • The plane is to arrive at noon.

(เครื่องบินมีกำหนดที่จะมาถึงตอนเที่ยง)

                           ๒. “If + Subject + Is (am, are, was, were) + To + Verb 1”  =  “มีเจตจำนงที่จะ,  มีความตั้งใจที่จะ”   เช่น

  • If you are to pass the exam, you must work harder.

(ถ้าเขาตั้งใจจะสอบผ่าน  เขาจะต้องขยันมากขึ้น)

  • If he is to succeed, he should try again.

(ถ้าเขามุ่งมั่นจะประสบความสำเร็จ  เขาควรพยายามอีกครั้ง)

 

14. An increase in a nation’s money supply, without an accompanying increase in economic activity, __

________ result in higher prices.

(การเพิ่มขึ้นของปริมาณเงินตราของประเทศหนึ่ง,  โดยไม่มีการเพิ่มของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ตามมาด้วย,  __________ ส่งผลให้เกิดราคาสินค้าซึ่งเพิ่มสูงขึ้น)

(a) tends    (มีแนวโน้ม)

(b) tends the

(c) tending to

(d6) will tend to    (จะมีแนวโน้มที่จะ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นกริยาของประโยค  แสดงเหตุการณ์ในอนาคต,  หรืออาจตอบข้อ  (a) ซึ่งเป็น  “Present simple tense”  (เหตุการณ์ปัจจุบัน)  ก็ได้  แต่ต้องแก้เป็น  “Tends to”  (มีแนวโน้มที่จะ)  เนื่องจากกริยา  “Tend + To + Verb 1

 

15. I didn’t ________________________________________ work until almost eight o’clock.

(ผมมิได้ ________________________________________ งาน  จนกระทั่งเกือบ  ๒  ทุ่ม)

(a) get into

(b) get up

(c) get through    (ทำสำเร็จ,  ทำจนเสร็จสิ้น)  (“Get through work”  หมายถึง ทำงานแล้วเสร็จ)

(d) get in

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Get through”  =  complete

 

16. At present _____________________________________ bad drivers are often punished.

(ในปัจจุบัน _____________________________ คนขับรถ (นิสัย) เลวๆ ถูกลงโทษอยู่บ่อย ๆ)

(a) the

(b) every

(c) each

(d) (No word is needed.)   (ไม่ต้องเติมคำใดเลย)

ตอบ   -   ข้อ   (d),  สำหรับ  ข้อ  (b)  และ  (c)  ใช้นำหน้าคำนามเอกพจน์ นับได้  เท่านั้น,  และข้อนี้  ไม่ต้องใช้  “The”  เพราะกล่าวถึงคนขับรถนิสัยเลวๆ ทั่วไป   มิได้มีการเน้น หรือชี้เฉพาะว่าเป็นผู้ใด หรือกลุ่มใด  ดังนั้น  ข้อนี้จึงไม่ต้องเติมคำใดเลย

 

17. My son knocked this ___________________________________ off the table and broke it.

(ลูกชายของผมทำ ______________________________ ใบนี้หล่นจากโต๊ะ  และทำมันแตก)

(a) tea’s cup    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(b) cup of tea    (ชา  ๑  ถ้วย)

(c) teacup    (ถ้วยชา)

(d) cup-tea    (รูปนี้ไม่มีใช้)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจาก   “Teacup”  เป็น  “นามประกอบ”  (Compound noun)   และผู้พูดเพียงต้องการจะบอกว่า  “ลูกชายทำถ้วยชาหล่น  และแตกไปแล้ว”  เท่านั้น  มิได้ต้องการบอกว่า  “ทำชา  ๑  ถ้วยหล่นฯ”  เพราะตอนนี้ถ้วยแตกไปแล้ว  ไม่มีน้ำชาเหลืออยู่แล้ว  ดูเพิ่มเติม  “นามประกอบ”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • He is always at the bottom of the ____________________.  He can never remember dates!

(เขามักจะได้ที่โหล่ใน _____________________ (เนื่องจาก) เขาไม่เคยจดจำวันที่ต่างๆ ได้เลย)

(a) history class    (ชั้นเรียนวิชาประวัติศาสตร์, ห้องเรียน (วิชา) ประวัติศาสตร์)

(b) class history

(c) historical class    (ห้องเรียนในประวัติศาสตร์, ห้องเรียนสมัยโบราณ)

(d) historic class    (ห้องเรียนที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นการใช้คำนามขยายคำนาม  หรือ  “นามประกอบ”  (Compound noun)

                                   ตัวอย่างที่ 

  • Wait a minute, I’ll look up Mary’s phone number in the _________________ and then call her.

(รอประเดี๋ยวนึงนะ  ผมจะค้นหาเบอร์โทรศัพท์ของแมรีใน ________ และ (ต่อจากนั้น) จะโทรฯ ไปที่เธอ)

(a) phone’s book

(b) phone book    (สมุดโทรศัพท์)

(c) phones book

(d) book of phone

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากเป็นการใช้คำนามขยายคำนาม  ที่เรียกว่า  “นามประกอบ” (Compound noun)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • I told my mom that I had bought this bulb for the _______________________________.

(ผมบอกแม่ว่า  ผมซื้อหลอดไฟดวงนี้เพื่อใช้กับ __________________________________)

(a) desk’s lamp

(b) lamp of the desk

(c) lamp on desk

(d) desk lamp    (โคมไฟตั้งโต๊ะ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการใช้คำนามขยายคำนาม  ที่เรียกว่า  “นามประกอบ”  (Compound noun)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • To the best of my knowledge, all of them are efficient ____________________________.

(เท่าที่ผมรู้มาอย่างดีที่สุด  พวกเขาทุกคนเป็น ________________________ ที่มีประสิทธิภาพ)

(a) language’s teachers

(b) languages teachers

(c) teaching languages

(d) language teachers    (ครูสอนภาษา)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เป็นการใช้นามขยายนาม  หรือ  “นามประกอบ”  (Compound noun)

                                          ตัวอย่างที่ 

  • She broke a ______________________________________ while she was washing up.

(เธอทำ _____________________________________ แตก  ในขณะที่เธอกำลังล้างจาน)

(a) glass wine

(b) wine glass    (แก้วไวน์)

(c) glass for wine

(d) glass of wine

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการใช้คำนามขยายคำนาม  ซึ่งเรียกว่า  “นามประกอบ”  (Compound noun)  

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Jim bought his new shoes from the ______________________________ near his house.

(จิมซื้อรองเท้าใหม่จาก _________________________________________ ใกล้บ้านของเขา)

(a) shoes’ store

(b) shoes store

(c) shoes’s store

(d) shoe store    (ร้านรองเท้า)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการใช้นามขยายนาม  หรือ  “นามประกอบ”  (Compound noun)  โดยนามตัวหน้ามักอยู่ในรูปเอกพจน์เสมอ  และถ้าต้องการใช้คำนามประกอบในรูปพหูพจน์  จะแสดงรูปพหูพจน์ที่คำนามตัวหลัง,  ตัวอย่าง  เช่น

  • service bus (es)  (รถบริการ – คือรถรับ-ส่งพนักงาน)
  • bus service (s)   (บริการรถประจำทาง)
  • flower garden (s)  (สวนดอกไม้)
  • color television (s)   (ทีวีสี)
  • room number (s)   (หมายเลขห้อง)
  • bookstore (s)   (ร้านขายหนังสือ)
  • development plan (s)   (แผนการพัฒนา)
  • population increase   (การเพิ่มประชากร)
  • table lamp (s)   (ตะเกียง-โคมไฟตั้งโต๊ะ)
  • war criminal (s)   (อาชญากรสงคราม)
  • traffic jam   (รถติด)
  • newspaper article   (บทความหนังสือพิมพ์)
  • conference room   (ห้องประชุม)
  • peace talk   (การเจรจาสันติภาพ)
  • car key   (กุญแจรถ)
  • car park   (ที่จอดรถ)
  • railway station   (สถานีรถไฟ)
  • art exhibition   (นิทรรศการศิลปะ)
  • show room   (ห้องแสดงสินค้า หรือตัวอย่างสินค้า)
  • show business   (ธุรกิจการแสดง)
  • flood victim   (เหยื่ออุทกภัย)
  • energy management   (การบริหารพลังงาน)
  • drain pipe   (ท่อระบายน้ำ)
  • wastewater disposal   (การกำจัดน้ำเสีย)
  • energy conservation   (การอนุรักษ์พลังงาน)
  • interest rate   (อัตราดอกเบี้ย)
  • premium payment   (การจ่ายเบี้ยประกัน)
  • office building   (อาคารสำนักงาน)
  • rubbish bin   (ถังขยะ)
  • community development   (การพัฒนาชุมชน)
  • road safety rally   (การรณรงค์ความปลอดภัยบนถนน)
  • flood relief center   (ศูนย์บรรเทาน้ำท่วม)
  • production method   (วิธีการผลิต)
  • goods outlet  (ตลาด-ช่องทางระบายสินค้า)
  • distribution channel   (ช่องทางการจำหน่าย)
  • contract period  (ระยะเวลาของสัญญา)
  • loan amount limit   (การจำกัดปริมาณเงินกู้)
  • debt payment   (การชำระหนี้)
  • audit procedure   (กระบวนการตรวจสอบ)
  • risk assessment   (การประเมินความเสี่ยง)
  • reforestation activity   (กิจกรรมการปลูกป่า)
  • government sector   (ภาครัฐบาล)
  • tourism sector   (ภาคการท่องเที่ยว)
  • border patrol police school   (โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน)
  • toilet construction   (การสร้างห้องน้ำ)
  • implementation plan   (แผนการดำเนินงาน)
  • duty performance   (การปฏิบัติหน้าที่)
  • business partner   (คู่ค้า, หุ้นส่วนธุรกิจ)
  • business competitor   (คู่แข่งทางธุรกิจ)
  • business growth   (การเติบโตของธุรกิจ)
  • emergency use   (การใช้กรณีฉุกเฉิน)
  • donation reception   (การรับบริจาค)
  • wood house (s)   (บ้านไม้)
  • steel table (s)   (โต๊ะเหล็ก)
  • government policy  (นโยบายรัฐบาล)
  • personnel development   (การพัฒนาบุคลากร)
  • insurance policy   (กรมธรรม์ประกันภัย)
  • growth rate   (อัตราการเติบโต)
  • oil price rise  (การขึ้นราคาน้ำมัน)
  • birthday party   (งานเลี้ยงวันเกิด)
  • dividend payment   (การจ่ายเงินปันผล)
  • debt payment  (การชำระหนี้)
  • income tax deduction   (การหักภาษีเงินได้)
  • motor insurance   (การประกันภัยรถยนต์)
  • fire insurance   (การประกันอัคคีภัย)
  • capital market   (ตลาดทุน)
  • exchange rate (s)   (อัตราการแลกเปลี่ยน)
  • traffic problem (s)  (ปัญหาจราจร)
  • greenhouse gas   (กาซเรือนกระจก)
  • tourism sector   (ภาคการท่องเที่ยว)
  • climate change   (การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ)
  • terrorism risk (s)  (การเสี่ยงภัยการก่อการร้าย)
  • commodity price (s)  (ราคาสินค้า)
  • price competition   (การแข่งขันด้านราคา)
  • household debt   (หนี้ครัวเรือน)
  • car sale (s)   (การขายรถยนต์)
  • distribution channel   (ช่องทางการจำหน่าย)
  • accident occurrence   (การเกิดอุบัติเหตุ)
  • branch office (s)   (สำนักงานสาขา)
  • insurance company   (บริษัทประกันภัย)
  • business partner (s)   (คู่ค้า)
  • leather belt   (เข็มขัดหนัง)
  • business transaction (s)   (การดำเนินธุรกิจ)
  • business mind   (จิตใจคิดแต่เรื่องธุรกิจ)
  • heart disease treatment   (การรักษาโรคหัวใจ)

 

18. The juice contained in the bristles of the nettle causes an intensive itch when ____________ a person’s skin.

(น้ำที่ (ถูก) บรรจุอยู่ในขนแข็งของพืชที่มีขนคัน (เช่น หมามุ่ย) ทำให้เกิดความคันอย่างรุนแรงเมื่อ ___

_______ ผิวหนังของคน)

(a) entering it

(b) it enters    (มันเข้าสู่)

(c) it is entered    (ไม่ใช้รูปนี้เนื่องจากเป็น  “Passive voice”)

(d) its entry into

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “When”  ตามด้วยประโยค  (Subject + Verb)  หรืออาจตอบ  “Entering”  ก็ได้  ซึ่งเป็นการลดรูปอนุประโยค  (When it enters)  ให้เหลือเพียงวลี

 

19. You two boys won’t start a fight today, ________________________________________?

(พวกแก  ๒  คน  จะไม่ชกต่อยกันวันนี้, _______________________________________)

(a) would you

(b) will you    (ใช่ไหม)

(c) would they

(d) will they

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “You”  โดยมี  “Two boys”  เป็นส่วนขยาย  และกริยาในประโยค  คือ  “Won’t (Will not) start”  กริยาในส่วน  “Tag”   จึงเป็น  “Will you

 

20. He will _________________________________________ my duties a week after I leave.

(เขาจะ _______________________________ หน้าที่ของผม  หนึ่งสัปดาห์หลังจากผมจากไป)

(a) take down    (จด, บันทึก)

(b) take after    (เหมือน, คล้าย)  (ด้านรูปร่างหน้าตา-นิสัยใจคอ)

(c) take over    (รับช่วงงาน, รับหน้าที่, รับผิดชอบ)  (หมายถึง  ทำงานแทน)

(d) take turns    (สลับกัน, ผลัดกัน, หมุนเวียน)

ตอบ   -   ข้อ   (c)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป