หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 162)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุด)

 

1. Since man is a gregarious animal, _____________________________________________.

(เพราะว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่ชอบสมาคม (พบปะสังสรรค์), _____________________________)

(a) other animals are unlike him    (สัตว์อื่นๆ จึงไม่เหมือนเขา)

(b) companionship of others is sought by him    {ความเป็นมิตร (มิตรภาพ) ของบุคคลอื่นๆ  จึงถูกแสวงหาโดยเขา}

(c) he enjoys the companionship of others    {เขาจึงสนุกกับ (ได้รับความเพลิดเพลินจาก) ความเป็นมิตร (มิตรภาพ) ของบุคคลอื่นๆ}

(d) solitude is shunned by him    {การอยู่โดดเดี่ยว (การตัดขาดจากโลกภายนอก) จึงถูกหลีกเลี่ยงโดยเขา}

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด  และมีโครงสร้างประโยคที่ดี  คือ  “เพราะ ว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม  เขาจึงสนุกกับ..................

 

2. We have received your order of our furniture and ___________ it as soon as it becomes available.

(เราได้รับการสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์ของเราจากท่าน   และ ___________ มันในทัน ทีที่มัน (เฟอร์นิเจอร์) สามารถหามาได้)  (คือ  มีสินค้าตัวนี้)

(a) had shipped    (ได้ส่ง)

(b) would ship

(c) will be shipped    (จะถูกส่ง)

(d) will ship    (จะส่ง)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เพราะเป็นเรื่องของอนาคต  และต้องอยู่ในรูป  “Active voice”  เพราะ  “เรา”  เป็นผู้กระทำ (ส่ง)

 

3. Even without strong wings, the ostrich has survived because it _________ at high speeds to escape predators.

(แม้ว่าปราศจากปีกที่แข็งแรง  นกกระจอกเทศรอดชีวิตอยู่ได้  เพราะว่ามัน _________ ด้วยความเร็วสูง  เพื่อที่จะหนีผู้ล่า)  (หมายถึง  สัตว์ที่ล่าสัตว์อื่นกินเป็นอาหาร)

(a) to run

(b) can run    (สามารถวิ่ง)

(c) running

(d) run

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากสามารถเป็นกริยาแท้ของอนุประโยค  (because it …………… predators)  ได้   (ต่างกับข้อ “a” และ “c”  ที่ไม่สามารถเป็นกริยาแท้ได้),  สำหรับข้อ  (d)  ก็สามารถใช้ได้  ถ้าแก้เป็น  “runs”  แต่ได้ใจความไม่ดีเหมือนข้อ (b)  (ถูกไวยากรณ์  แต่ใจความสู้ ข้อ  B”  ไม่ได้)

 

4. She sold all of her jewelry __________________________ she could pay for her son’s tuition.

(เธอขายเครื่องเพชรพลอยทั้งหมดของเธอ ______ เธอจะสามารถจ่ายค่าเล่าเรียนของลูกชายเธอได้)

(a) because    (เพราะว่า)

(b) unless    (ถ้า..........................ไม่)

(c) that

(d) so that    (เพื่อที่ว่า)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   หรืออาจตอบ  “in order that”  (เพื่อที่ว่า)  ก็ได้

 

5. That story about the haunted house is __________________ long __________________ tell.

(เรื่องนั้นที่เกี่ยวกับบ้านผีสิง  ยาว __________ (ที่จะ) __________ เล่าให้ฟัง)  (คือ  เรื่องยาวเกินไปที่จะเล่าให้ฟัง)

(a) so ______________ to

(b) too ______________ for

(c) very ______________ for

(d) too ______________ to    (เกินไป ............................... ที่จะ

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูตัวอย่างเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่ 

  • I am too busy __________________________________________________ with you.

(ผมมีงานยุ่งมากเกินไป _____________________________________________ กับคุณ)

(a) go

(b) going

(c) to go    (ที่จะไป)

(d) that I can’t go

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นไปตามโครงสร้าง  “Subject + Is (Was) + Too + Adjective + To + Verb 1”  เช่น

  • He was too tired to go on with his work.

(เขาเหน็ดเหนื่อยเกินไปที่จะทำงานต่อไป)

  • She is too clever to believe such a story.

(เธอฉลาดเกินไปที่จะเชื่อเรื่องเช่นนั้น)

                           ทั้งนี้  อย่านำ  “Busy”  ในตัวอย่างที่    ไปปนกับ  “Busy” (มีธุระยุ่งอยู่กับ)  ในโครงสร้างข้างล่าง   (Busy + Verb + ing)  เช่น

  • She is busy doing her work.

(เธอยุ่งอยู่กับการทำงาน)

                          สังเกตความแตกต่างกับประโยคข้างล่าง

  • She is too busy to do her work.

(เธอมีธุระยุ่งเกินไป (กับการอ่านหนังสือ) ที่จะทำงาน)

  • They were busy preparing for their exam.

(พวกเขายุ่งอยู่กับการเตรียมตัวสอบ)

                     สังเกตความแตกต่างกับประโยคข้างล่าง

  • They were too busy to prepare for their exam.

(พวกเขายุ่งเกินไป (กับการทำงาน) ที่จะเตรียมตัวสอบ)

  • I am busy writing a letter to my parents.

(ผมยุ่งอยู่กับการเขียนจดหมายถึงพ่อแม่)

                     สังเกตความแตกต่างกับประโยคข้างล่าง

  • I am too busy to write a letter to my parents.

(ผมยุ่งเกินไป (กับการเตรียมตัวสอบ) ที่จะเขียนจดหมายถึงพ่อแม่)

 

6. He lives _________________________________________________ his father’s money.

(เขาดำรงชีวิต __________________________________________ เงินของพ่อของเขา)

(a) of

(b) with

(c) by

(d) on    (ด้วย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

                         สำหรับวลีที่ใช้  “On”   ได้แก่   On page 5”  (ในหน้าที่  ),  “Waste his time on”  (ใช้เวลา – ของเขา - อย่างสิ้นเปลือง-สุรุ่ยสุร่ายกับ), on business  (ด้วยเรื่องธุรกิจ), keep on  (ดำเนินต่อไป), rely on  (ไว้วางใจ, เชื่อใจ, พึ่งพาอาศัย), depend on (upon)  (พึ่งพาอาศัย, ขึ้นอยู่กับ, อยู่ที่), insist on  (ยืนกราน, ยืนหยัด, เรียกร้อง), on the floor  (บนพื้น), on a hill  (บนเนินเขา), on the top shelf  (บนชั้นบนของหิ้ง), on a sofa  (บนเก้าอี้โซฟา), to turn his back on his country  (หันหลังให้กับประเทศของตน  -  หมายถึงละทิ้งประเทศ  เช่น  หนีการเกณฑ์ทหาร  หรือไปเข้ากับฝ่ายศัตรู), on the contrary  (ในทางตรงกันข้าม), on the drawing board   (กำลังอยู่ในขั้นวางแผนหรือเตรียมการ  คือยังไม่ได้ลงมือทำ หรือนำมาใช้งานจริงๆ ),  on the dot (on the button)  (ตรงเวลาเผ็ง, ตรงเวลาเป๊ะ)  -  Susan arrived at the party at 3:00 p.m. on the dot.  (ซูซานมาถึงที่งานเลี้ยงเวลาบ่าย ๓ โมงตรงเป๊ะ)get (climb, jump) on the bandwagon  (ทำตามอย่างที่คนอื่นทำ  แม้จะไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น, เข้าร่วมในกิจกรรมที่มีคนนิยมทำกันมาก  และล่าสุด  เช่น ถีบจักรยาน หรือ เล่นฟิตเนส,  โยคะ  -  แปลตรงๆตัว คือ ปีนหรือกระโดดขึ้นไปบนรถดนตรีในขบวนแห่)  -  When all Jim’s friends decided to vote for Bill, Jim climbed on the bandwagon too.  (เมื่อเพื่อนทุกคนของจิมตัดสินใจลงคะแนนให้บิล  จิมก็ตัดสินใจลงคะแนนให้บิลเช่นเดียวกัน  -  คือทำตามเพื่อนๆ แบบไม่ต้องมีเหตุผล), on the (an) average   (โดยเฉลี่ย),   a dog peeing (pissing) on a tree  (หมาเยี่ยวรดต้นไม้),  on condition that  (โดยมีเงื่อนไขว่า)  -  I will lend you the money on condition that  you pay it back in one month.  (ผมจะให้คุณยืมเงินโดยมีเงื่อนไขว่า  คุณต้องใช้คืนภายใน ๑ เดือน),  on deck   (อยู่บนดาดฟ้าเรือ, เตรียมพร้อมที่จะทำอะไรบางอย่าง, มาปรากฏตัว หรือมาถึงที่นัดหมาย)  –  The passengers are relaxing on deck.  (ผู้โดยสารกำลังพักผ่อนหย่อนใจอยู่บนดาดฟ้าเรือ)   -  The scout leader told the boys to be on deck at 8:00 Saturday morning for the hike.  (ผู้นำลูกเสือบอกให้ลูกเสือมาถึงที่นัดหมายเวลา ๘.๐๐ น. เช้าวันเสาร์  เพื่อออกเดินทางไกล),  on deposit   (ในธนาคาร)  -  I have $ 500 on deposit in my account.  (ผมมีเงินอยู่   ๕๐๐  ดอลลาร์ในบัญชีธนาคาร),  on duty  (อยู่ปฏิบัติหน้าที่, ขณะปฏิบัติหน้าที่)   -  There is always one teacher on duty during study hour.  (มีครูอยู่ ๑ คนเสมอ  อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างชั่วโมงเรียน  -  คือคอยให้คำแนะนำปรึกษาแก่นักเรียน)on earth (= in the world(ใน หรือ บนโลกนี้, เกิดขึ้นได้ หรือเป็นไปได้อย่างไร  มักใช้แสดงการเน้นในประโยคคำถาม) - Where on earth did I put my wallet?  (ไม่รู้ว่าผมเอากระเป๋าสตางค์ไปวางไว้ตรงไหนในโลกนี้   -   คือบ่นคร่ำครวญเนื่องจากหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ)   -  The boys wondered how on earth the mouse got out of the cage.  (พวกเด็กๆสงสัยว่า เป็นไปได้อย่างไรที่หนูออกจากกรงไป  -  ทั้งๆที่ล็อคทางออกไว้อย่างแน่นหนา),  have, (keep, with) one eye on  (คอยเฝ้าดูหรือเอาใจใส่  -  บุคคลหรือสิ่งของ  -  ในขณะที่กำลังทำสิ่งอื่นไปด้วย)  -  Mother had one eye on baby as she ironed.  (แม่รีดผ้าและดูแลลูกน้อยไปด้วยในเวลาเดียวกัน)  -  Chris tried to study with one eye on the TV set.  (คริสพยายามอ่านหนังสือ  และดูทีวีไปด้วยในในเวลาเดียวกัน), on account of  (เนื่องมาจาก, เพราะว่า),  -  The picnic was held in the gym on account of the rain.  (ปิ๊คนิกถูกจัดในโรงยิม  -  แทนในสนาม  -  เนื่องมาจากฝนตก),  on a shoestring  (ด้วยเงินจำนวนเล็กน้อยสำหรับใช้จ่าย, ด้วยงบประมาณที่น้อยมาก  -  แปลตรงๆตัว คือ ด้วยเชือกผูกรองเท้า)  -  The couple was seeing Europe on a shoestring.  (สามี-ภรรยาคู่นั้นกำลังเที่ยวยุโรป  ด้วยเงินจำนวนเพียงนิดเดียว  -  คือ  แบบประหยัดสุดๆ),  to walk on air  (รู้สึกมีความสุขและตื่นเต้น)  -  Kim has been walking on air since she won the prize.  (คิมมีความสุขและตื่นเต้นมาโดยตลอด  ตั้งแต่ที่เธอได้รับรางวัล),  to wait on (upon)  (รับใช้, ให้บริการ)  -  The clerk in the store waits on all customers.  (เสมียนในร้านนั้นให้บริการ (รับใช้) ลูกค้าทุกคน),  (sitting) on top of the world  (ปลาบปลื้มยินดีและมีความสุข, รู้สึกประสบความสำเร็จ)  -  John was (sitting) on top of the world when he found out that he got into college.  (จอห์นดีใจและมีความสุข  เมื่อเขาพบว่าเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้),  on behalf of  (ในนามของ),  on board  (บนเรือ)  -  A ship was leaving the harbor, and we saw the people on board waving.  (เรือลำหนึ่งกำลังออกจากท่า  และเราเห็นผู้คนบนเรือโบกไม้โบกมือ  -  เพื่ออำลาญาติพี่น้องที่มาส่ง),  off and on (= on and off)  (ไม่สม่ำเสมอ, เป็นครั้งคราว หรือบางโอกาส)  -  It rained off and on all day.  (ฝนตกๆหยุดๆตลอดทั้งวัน  -  คือ ตกแล้วหยุด  แล้วก็ตกแล้วหยุดอีก  สลับกันไปแบบนี้ตลอดทั้งวัน),  the posters on the walls   (โปสเตอร์บนกำแพง), a sticker on her car  (สติ๊กเกอร์ติดรถของเธอ), pictures on the screen  (รูปภาพบนจอ), on the ceiling  (บนเพดาน), on the roof  (บนหลังคา), on all fours  (คลาน ๔ เท้า), get on a bus  (ขึ้นรถเมล์), on a highway  (บนทางหลวง), on the plane  (บนเครื่องบิน), on foot  (โดยทางเท้าหรือเดินไป), to walk on tiptoe  (เดินบนปลายเท้าหรือเขย่งส้นเท้า), on horseback  (บนหลังม้า), on a bicycle  (โดยรถจักรยาน), on Monday  (ในวันจันทร์), on a Sunday afternoon  (ตอนบ่ายวันอาทิตย์), on an occasion like this  (ในโอกาสเช่นนี้), on April10th  (ในวันที่ ๑๐ เมษายน), on Thursday night   (ในคืนวันพฤหัสฯ), on the first day of term  (ในวันแรกของภาคการศึกษา), books on art and religion  (หนังสือเกี่ยวกับศิลปะและศาสนา), on the subject of rents  (ในเรื่องเกี่ยวกับค่าเช่า), ideas on how films should be made  (ความคิดเกี่ยวกับว่าควรจะสร้างหนังอย่างไร), to comment on the issue  (แสดงความคิดเห็นในประเด็นนั้น), a talk on agriculture  (การสนทนาเกี่ยวกับเกษตรกรรม), cars running on petrol (รถยนต์ที่วิ่งด้วยน้ำมัน), appear on TV  (ปรากฏตัวทางทีวี), to hear it on the radio  (ได้ยินมันทางวิทยุ), on stage  (บนเวที), on the phone  (ทางโทรศัพท์ หรือกำลังพูดโทรศัพท์), on and on  (ไม่รู้จักจบสิ้น, ไม่หยุดหย่อน, ไม่สิ้นสุด), on edge  (รุ่มร้อน, กระวนกระวาย, ตื่นเต้น, ประสาทเสีย, ปวดสมอง), on one’s own  (ด้วยตนเอง, เป็นอิสระ, หาเลี้ยงตนเอง), on purpose  (โดยเจตนา, โดยตั้งใจทำ), on the carpet  (ดุด่าว่ากล่าว, สวด), on the fence  (ยังไม่แน่ใจ, ยังไม่ตัดสินใจ-ตกลงใจ), on the hook  (อยู่ในฐานะลำบาก), on the spot  (ที่กำลังพูดถึง-เอ่ยถึง), to be on  (กำลังปรากฏ, กำลังฉายอยู่. กำลังแสดง),on the go  (มีธุระยุ่ง, เคลื่อนไหวทำโน่นทำนี่อยู่ตลอด)  –  I’m usually on the go all day long.  (ผมมักมีธุระยุ่งตลอดทั้งวัน), on the market  (มีขาย, เสนอขาย)– I had to put my car on the market.  (ผมจำเป็นต้องเอารถออกขาย) - This is the finest home computer on the market.  (นี่เป็นคอมพิวเตอร์ประจำบ้านที่ดีที่สุดที่วางขายในตลาด), on the mend  (สบายดี, หายป่วยไข้)– My cold was terrible, but I’m on the mend now.  (ไข้หวัดของผมย่ำแย่มากเลย  แต่ตอนนี้ผมหายไข้แล้ว) – What you need is some hot chicken soup.  Then you’ll really be on the mend.  (สิ่งที่คุณต้องการ คือ ซุปไก่ร้อนๆ  แล้วคุณจะหายป่วยจริงๆเลย), on the tip of one’s tongue  (ติดอยู่แค่ริมฝีปาก  คือ เกือบจะพูดออกมาแล้ว หรือ เกือบจะนึกออกแล้ว)– I have his name right on the tip of my tongue.  I’ll think of it in a second  (ผมมีชื่อของเขาติดอยู่ที่ริมฝีปาก  ผมจะนึกมันออกในอีกวินาทีเดียว) – John had the answer on the tip of his tongue, but Ann said it first  (จอห์นเกือบจะบอกคำตอบออกมาแล้ว  แต่แอนพูดออกมาเสียก่อน  -  คือชิงบอกคำตอบก่อน), on the wrong track  (ไปหรือเดินผิดลู่หรือราง, ทำตามสมมติฐานที่ผิด)  – You’ll never get the right answer.  You’re on the wrong track.  (คุณไม่มีวันจะได้คำตอบที่ถูกต้องหรอก คุณเดินผิดทางนี่ หรือ คุณตั้งสมมติฐานไว้ผิดนี่), be (skate) on thin ice  (อยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงหรือมีอันตราย)– If you try that, you’ll really be on thin ice.  That’s too risky.  (ถ้าคุณลองทำสิ่งนั้น  คุณจะตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง  มันเสี่ยงเกินไป) – If you don’t want to find yourself (skating) on thin ice, you must be sure of your facts  (ถ้าคุณไม่ต้องการพบตัวเองตกอยู่ในอันตราย  คุณต้องมั่นใจในข้อเท็จจริง  - ไม่เช่นนั้นคุณอาจแพ้คดีและต้องจ่ายเงินมากมาย), on tiptoe  (เดินเขย่างเท้า), on vacation  (เดินทางไปเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน)  – Where are you going on vacation this year?  (คุณจะเดินทางไปพักผ่อนที่ไหนในวันหยุดปีนี้) – I’ll be away on vacation for three weeks.  (ผมจะเดินทางไปพักผ่อนวันหยุดเป็นเวลา ๓ สัปดาห์),  เป็นต้น

 

7. If you will let me have your complaint in writing, I will go _____________________ the matter.

(ถ้าคุณให้ข้อร้องเรียนของคุณแก่ผมเป็นลายลักษณ์อักษร  ผมจะ _________________ เรื่องนี้ให้)

(a) at

(b) to

(c) into    (“Go into”  =  ดูแล, จัดการ, สอบสวน, พิจารณา)

(d) for

ตอบ   -   ข้อ   (c)

 

8. My friend said she was very eager _____________________________ a real Hollywood star.

(เพื่อนของผมกล่าวว่า  เธอกระตือรือร้น (ใจจดใจจ่ออย่างมาก)  _______ ดาราฮอลลีวูดจริงๆ สักคน)

(a) to meet    (ที่จะพบ, ที่จะได้เจอ)

(b) in meeting

(c) for meeting

(d) that she can meet

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ตามโครงสร้าง  “Subject + Is (Was) + Adjective + To + Verb 1 + ส่วนขยาย  เช่น

  • I am happy to see you again.

(ผมมีความสุขที่ได้พบคุณอีกครั้ง)

  • She was sad to know about the death of your father.

(เธอเศร้าที่รู้เกี่ยวกับความตายของพ่อของคุณ)

  • We are glad to have passed our exam.

(เราดีใจที่ได้สอบผ่านแล้ว)

  • They were proud to save the girl’s life.

(พวกเขาภูมิใจที่ได้ช่วยชีวิตเด็กสาวคนนั้น)

 

9. He ___________________________ with the company since it was first established in 1990.

(เขา _____________________________ กับบริษัท  ตั้งแต่มันถูกก่อตั้งครั้งแรกในปี  ๑๙๙๐)

(a) is working

(b) was working

(c) had worked

(d) has been working    (ได้กำลังทำงาน)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   ใช้โครงสร้าง  “Present perfect continuous tense”  {Subject + Has (Have) + Been + V. + ing}  เนื่องจากเน้นเหตุการณ์ (ทำงานกับบริษัท)  ที่เกิดต่อเนื่องจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน  (แสดงทั้งความต่อเนื่องและยาวนาน)  หรือไม่ก็อาจใช้  “Has worked”  (Present perfect tense)  แทนได้

 

10. A lot of ___________ were made about how to solve the problem, but only a few of them seemed reasonable to me.

(มีการให้ __________ จำนวนมากเกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหา  แต่มีเพียงไม่กี่คำแนะนำเท่านั้นที่ดูสมเหตุสมผลสำหรับผม)

(a) suggestion

(b) suggestions    (คำแนะนำ)

(c) advice    (คำแนะนำ)

(d) advices

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากต้องอยู่ในรูปพหูพจน์  เพราะกริยาคือ  “Were”,  สำหรับ  “Advice”  เป็นคำนามนับไม่ได้  จึงต้องอยู่ในรูปเอกพจน์เสมอ  ไม่สามารถใช้กับกริยา “Are”  หรือ  “Were”  ได้

 

11. True hibernation takes place only among _________________________________ animals.

(การจำศีลหน้าหนาวของสัตว์อย่างแท้จริง  เกิดขึ้นเฉพาะในบรรดาสัตว์ ___________________)

(a) whose blood is warm    (ซึ่งเลือดของมันอุ่น)

(b) warm-blooded    (เลือดอุ่น)

(c) warm blood

(d) they have warm blood    (พวกมันมีเลือดอุ่น)

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากมีโครงสร้างเป็น  (Compound adjective)  คือ คำ  ๒  คำ  ที่รวมกันเป็นคุณศัพท์  (Adjective)  คำเดียว  จะต้องมีขีด  ( - )  คั่นกลางเสมอ  และเป็นกรณีเดียวที่สามารถเติม  “Ed”  หลังคำนามได้  ตัวอย่าง  เช่น

  • a shame-faced look – ท่าทางเสียใจเพราะความละอาย
  • an absent-minded man – คนใจลอย
  • service-minded people – คนจิตอาสา
  • a short-sighted girl – เด็กหญิงสายตาสั้น หรือไม่มีวิสัยทัศน์
  • a black-haired boy – เด็กชายผมดำ
  • a big-eyed girl – เด็กหญิงตาโต
  • red-faced people – คนหน้าแดง
  • a baby-faced man – ผู้ชายหน้าทารก
  • a thick-skinned man  – คนที่ใจคอหนักแน่น  ไม่หวั่นไหวอะไรง่ายๆ
  • a right-handed man – ชายถนัดมือขวา
  • a left-handed woman – หญิงถนัดมือซ้าย
  • a light-fingered boy – เด็กมือเบา คือ มีนิสัยชอบล้วงกระเป๋าขโมยเงินคน
  • a light-headed man – คนที่วิงเวียนและเป็นลม  เนื่องจากป่วยหรือดื่มเหล้าจัด
  • a light-hearted girl – เด็กหญิงที่ร่าเริงและมีความสุข
  • a light-hearted remark – คำพูดที่ให้ความบันเทิงและสนุกขบขัน
  • a cold-blooded animal – สัตว์เลือดเย็น
  • a long-sighted woman – ผู้หญิงสายตายาว หรือมีวิสัยทัศน์
  • a long-legged man – ผู้ชายขายาว
  • a big-headed boy– เด็กหัวโต
  • a far-sighted person– คนสายตายาว หรือมีวิสัยทัศน์
  • a round-eared girl– เด็กผู้หญิงหูกลม

 

12. The victims in the road accident _____________ to the emergency room of the nearest hospital.

(ผู้เคราะห์ร้ายในอุบัติเหตุทางรถยนต์ ____________ ยังห้องฉุกเฉิน  ของโรง พยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุด)

(a) have taken

(b) had taken

(c) were taking

(d) were taken    (ถูกนำไป)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องอยู่ในรูป  “Passive voice” {Subject + Is (am, are, was, were) + Verb 3}   เพราะ  “ผู้เคราะห์ร้าย................. ถูกนำไป”  สำหรับข้ออื่นๆ อยู่ในรูป  “Active voice”,  ทั้งนี้  อาจใช้  “Have been taken” (Present perfect tense  ในแบบ  Passive voice)  หมายถึง  “ได้ถูกนำไปแล้ว”  ก็ได้

 

13. Through microscopes people can see objects _________________________ to the naked eye.

(มองผ่านกล้องจุลทัศน์  ผู้คนสามารถมองเห็นวัตถุ _________________________ ด้วยตาเปล่า)

(a) which invisible

(b) the invisible

(c) that are invisible    (ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้)

(d) are the invisible

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ  “Which are invisible”  หรือ  “Invisible” (ลดรูป)  ก็ได้

 

14. Storks have no vocal cords, but _______________________________ by clacking their bills.

(นกกระสาไม่มีเส้นเสียง (ช่วยทำให้เกิดเสียงพูด-ร้อง), แต่ ___________ โดยทำให้จะงอยปากกระทบกันเกิดเสียงแกร๊กๆ)

(a) communicating

(b) which communicating

(c) communicate    (สื่อสาร)

(d) their communication

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นกริยาตัวที่    ของประโยค  โดยกริยาตัวแรก  คือ  “Have

 

15. He ______________________________________________ go out every Saturday night.

(เขา __________________________________________ ออกไปข้างนอกทุกคืนวันเสาร์)

(a) was used to    (คุ้นเคย, เคยชิน)  (ในอดีต)

(b) uses to    (รูปนี้ไม่มีใช้  เพราะ  “เคย”  ต้องเป็นเรื่องของอดีตเท่านั้น)

(c) used to    (เคย)

(d) is used to    (คุ้นเคย, เคยชิน)  (ในปัจจุบัน) 

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “เคย”  และ  “เคยชิน-คุ้นเคย”  จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • My friend doesn’t like being without any servants because she has never been used ________

____ her meals.

(เพื่อนของผมไม่ชอบอยู่โดยไม่มีคนรับใช้   เพราะว่าเธอไม่เคยคุ้นเคย-เคยชินกับ _________ อาหารของเธอ)  (ไม่คุ้นกับการปรุงอาหารกินเอง)

(a) to cook

(b) to cooking    (การปรุงอาหาร)

(c) cooking

(d) cooked

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “Be used to, Get used to”  =  “คุ้นเคย, เคยชิน”  ส่วน  “Used to”  =    “เคย” 

                                         ตัวอย่างที่  

  • He __________ living in Bangkok and so doesn’t mind the noise and the crowded conditions. 

(เขา ______________ อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ  และ ดังนั้น  จึงไม่รังเกียจเสียงดังและสภาพที่แออัด)

(a) was used to

(b) is used to    (คุ้นเคย หรือ เคยชินกับ)

(c) used to    (เคย)

(d) was using to

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ต้องใช้ว่า  “คุ้นเคย หรือ เคยชิน”  โดยพิจารณาจาก  “ไม่รังเกียจเสียงดังและสภาพแออัด”  และใช้ในรูปปัจจุบัน  (Present simple tense)  คือ  “คุ้นเคยในปัจจุบัน”  เพื่อให้สอดรับกับ  “doesn’t mind”  (ไม่รังเกียจในปัจจุบัน)  สำหรับข้อ  (a)  หมายถึง  คุ้นเคย-เคยชิน  ในอดีต

                                          ตัวอย่างที่  

  • I used ____________________________________________ in the north of Thailand.

(ผมเคย _______________________________________ ทางภาคเหนือของประเทศไทย)

(a) lived

(b) to living

(c) living

(d) to live   (อาศัยอยู่)

ตอบ  -  ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Used to + Verb 1”  =  “เคย” (เป็นอดีตเสมอ)   ส่วน  “Be (Get) + Used + To + Verb + ing”  “คุ้นเคย, เคยชิน”  (อาจเป็นเรื่องอดีต   หรือปัจจุบันก็ได้)

                                         ตัวอย่างที่  

  • They will get __________________________________________ English newspapers.

(พวกเขาจะ ________________________________________ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ)

(a) use to read

(b) used to read

(c) use to reading

(d) used to reading    (คุ้นเคยกับการอ่าน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)   เนื่องจาก  “Get used to”  หรือ  “Be (is, am, are, was, were) used to”  =   “คุ้นเคย, เคยชิน”  (เป็นอดีต, ปัจจุบัน, หรืออนาคต ก็ได้)  ส่วน  “Used to” (เคย)  เป็นอดีตเสมอ

                                         ตัวอย่างที่  

  • My grandfather _________________________________ travel a lot when he was young.

(ปู่ของผม ____________________________________ เดินทางมาก  เมื่อตอนเขายังหนุ่ม)

(a) is used to    (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ)  (ในปัจจุบัน)

(b) was used to    (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ)  (ในอดีต)

(c) used to    (เคย)   (เป็นเรื่องในอดีตเสมอ)

(d) was using to

ตอบ  -  ข้อ   (c)   “Used to + Verb 1”  =  เคย

                                          ตัวอย่างที่  

  • He got used to ________________________________________________________.

(เขาคุ้นเคยหรือเคยชินกับ ____________________________________________)  (ในอดีต)

(a) live in an apartment

(b) have lived in an apartment

(c) living in an apartment     (การอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์)

(d) be living in an apartment

ตอบ  –  ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Get (got) used to”  (คุ้นเคย, เคยชิน)  ต้องตามด้วยคำนาม  หรือ  “Gerund” (Verb + ing)   เพราะในที่นี้   “To”  เป็น  “Preposition”,  สำหรับ  “Get used to”  หรือ  “Be used to(คุ้นเคย, เคยชิน)  จะใช้กับเหตุการณ์ในอดีต  หรือปัจจุบัน  หรืออนาคต  ก็ได้  ดังตัวอย่าง  เช่น

  • We got used to playing football when we were in college.

(เราเคยชินกับการเล่นฟุตบอล  เมื่อตอนเราเรียนมหาวิทยาลัย)  (ปัจจุบันไม่ได้เล่นแล้ว)

  • They get used to eating out because they are not good at cooking.

(พวกเขาคุ้นเคยกับการกินอาหารนอกบ้าน (ในปัจจุบัน) เพราะปรุงอาหารไม่เก่ง)

  • He is used to getting up late.

(เขาคุ้นเคยกับการตื่นสาย) (ปัจจุบัน)

  • She was used to watching TV late at night.

(เธอคุ้นเคยกับการดูทีวีจนดึกเวลากลางคืน)  (อดีต)

  • They are used to cold weather.

(พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศเย็น) (ปัจจุบัน)

******  สำหรับ  “Used to”  หมายถึง  “เคยทำในอดีต”  ปัจจุบันเลิกทำเช่นนั้นแล้ว  (คือ  เป็นเรื่องของอดีตอย่างเดียวเท่านั้น)  ต้องตามด้วยกริยาช่องที่ ๑  (Used to + Verb 1)  ดังตัวอย่าง  เช่น

  • He used to go abroad often for his work, but he has changed jobs and now no longer travels.

(เขาเคยเดินทางไปต่างประเทศบ่อยในเรื่องงาน  แต่เขาได้เปลี่ยนงานมาหลายงาน  และในปัจจุบัน  มิได้เดินทางต่อไปอีกแล้ว)   (ปัจจุบัน  มิได้เดินทางไปต่างประเทศแล้ว)

  • She used to work in a bank a long time ago.

(เธอเคยทำงานในธนาคารเมื่อนานมาแล้ว)  (ปัจจุบันทำงานที่อื่น)

  • They will get (be) used to getting up early soon.

(พวกเขาจะคุ้นเคย-เคยชิน กับการตื่นแต่เช้าในไม่ช้านี้)  (เป็นอนาคต)

 

16. It is useless ________________________________________________________ her.

(มันไม่มีประโยชน์ _________________________________________________ เธอ)

(a) warn

(b) to warn    (ที่เตือน, ที่จะเตือน)

(c) warning

(d) warned

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมโครงสร้าง  “It is (was) + Adjective + (For someone) + To + Verb 1 + ส่วนขยาย  จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • __________________________________ to sign my name at the bottom of the page?

(_____________________ ที่จะเซ็นชื่อของผมที่ด้านล่างของหน้า (กระดาษหรือเอกสาร) หรือไม่)

(a) Is it necessary for me    (มันจำเป็นสำหรับผม)

(b) Is it necessity for me    (“Necessity”  =  ความจำเป็น)

(c) Is it necessarily for me

(d) Am I necessary    (ไม่ใช้โครงสร้างนี้)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากมาจากโครงสร้างประโยคบอกเล่า  “It + Is (Was) + Adjective + (For someone) + To + Verb 1” 

                                          ตัวอย่างที่  

  • It is not a good thing _________________________ in front of a television set all evening.

(มันมิใช่สิ่งที่ดี _________________________________ หน้าเครื่องรับโทรทัศน์ตลอดทั้งคืน)

(a) for children sit

(b) for children to sit    (สำหรับเด็กๆ ที่จะนั่ง)

(c) for children will sit

(d) for children sitting

ตอบ   -   ข้อ   (b)   มีค่าเท่ากับ   “It is not good for children to sit…....………”  ซึ่งเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) + (Not) + Adjective + (For someone) + To + Verb 1”  (สำหรับข้อความในวงเล็บ  จะมีหรือไม่ก็ได้)  ดังประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • Don’t do anything.  I believe __________________________ would be best to keep quiet.

(ไม่ต้องทำอะไร  ผมเชื่อ (ว่า) _____________________________ จะดีที่สุดที่จะนิ่งเงียบเสีย)

(a) you

(b) it    (มัน)

(c) we

(d) everything

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was, Will be, Would be) + Adjective  (เช่น “Important, Necessary, Possible, Normal, Good, Better, Best”) + (For Someone) + To + Verb 1

                                         ตัวอย่างที่  

  • It is usually necessary for the international business person __________ more than only his/her native language.

(มันเป็นสิ่งจำเป็นโดยปกติ  สำหรับนักธุรกิจระหว่างประเทศที่จะ ___________ มากไปกว่าภาษา  ที่ใช้มาตั้งแต่เกิดของเขา/เธอ  แต่เพียงภาษาเดียว)  (หมายถึง  ควรรู้ภาษาอื่นด้วย  นอกเหนือจากภาษาที่ตนใช้อยู่เป็นประจำ)

(a) to understand    (เข้าใจ)

(b) to observe     (สังเกต)

(c) knowing     (รู้)

(d) speaking     (พูด)

ตอบ    –    ข้อ   (a)   เนื่องจากถูกต้องตามหลักไวยากรณ์   ตามโครงสร้าง It Is (Was) + Adjective (necessary, important, possible, impossible, good, wise, foolish, etc.) + (For someone) + To + Verb 1  (กริยาอะไรก็ได้) + Something”  เช่น

  • It is necessary (for you) to work harder.

(มันจำเป็นสำหรับคุณที่ต้องขยันให้มากขึ้น)

  • It is important (for young people) to pay respect to the elderly.

(มันสำคัญสำหรับคนหนุ่มสาวที่จะต้องให้ความเคารพผู้สูงอายุ)

  • It was possible (for them) to arrive there before noon.

(มันเป็นไปได้สำหรับพวกเขาที่จะไปถึงที่นั่นก่อนเที่ยง)

  • It is impossible (for me) to lend you the sum you want.

(มันเป็นไปไม่ได้สำหรับผมที่จะให้คุณยืมเงินจำนวนที่ต้องการ)

  • It is good (for her) to marry him.

(มันดีสำหรับเธอที่แต่งงานกับเขา)

  • It was wise (for us) to cancel our trip to Europe.

(มันฉลาดสำหรับเราที่ยกเลิกการเดินทางไปยุโรป)

 

17. The supervisors could have prevented this problem _____________________ it beforehand.

(ผู้ควบคุมงานคงสามารถที่จะป้องกันปัญหานี้ได้ ___________________ มัน (ปัญหา) ล่วงหน้า)

(a) if they knew

(b) had they known    (ถ้าพวกเขาได้ทราบ)

(c) if had they known

(d) whether

ตอบ   –   ข้อ  (b)   เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่    คือการสมมติในอดีตที่มิได้เกิดขึ้นจริง  หรือเกิดตรงข้ามกับข้อความในประโยค  ดังเช่นประโยคข้างต้น  ความหมายคือ  “ผู้คุมงานไม่สามารถป้องกันปัญหาได้  เนื่องจากไม่ทราบล่วงหน้า”  ทั้งนี้  เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมาแล้ว  แต่มาสมมติย้อนหลัง,  สำหรับข้อความ  “Had they known”  ผันมาจาก  “If they had known”  เรียกว่าโครงสร้างแบบ  “Reverse”  หรือ  “Inversion”  ซึ่งโครงสร้างทั้ง    แบบนี้  สามารถใช้แทนกันได้  โดยมีความหมายเหมือนกันทุกประการ  และสามารถนำมาขึ้นต้นประโยคเหมือนกับ  “If clause”  ได้  เช่นเดียวกัน  ดังตัวอย่าง

  • Had they known it beforehand, the supervisors could have prevented this problem.

(ถ้าพวกเขารู้มันล่วงหน้า  ผู้คุมงานคงสามารถป้องกันปัญหานี้ได้)  (แต่เนื่องจากไม่รู้ล่วงหน้า  จึงไม่สามารถป้องกันได้)

(= If they had known it beforehand, the supervisors could have prevented this problem.)

  • If he had studied harder last semester, he would have passed the exam.

(ถ้าเขาได้ขยันเรียนมากขึ้นเมื่อเทอมที่แล้ว  เขาคงสอบผ่านไปแล้ว)  (แต่ความจริงคือ  เขามิได้ขยันเรียน  เขาเลยสอบตก)

(= Had he studied harder last semester, he would have passed the exam.)

  • She would have married him if he had proposed her.

(= She would have married him had he proposed her.)

(เธอคงจะได้แต่งงานกับเขาไปแล้ว  ถ้าเขาได้ขอแต่งงานกับเธอ)  (แต่ความจริงคือ  เธอมิได้แต่งงานกับเขา  เพราะว่าเขาไม่ได้ขอแต่งเธอ)

 

18. Hawks serve an important purpose in the scheme of nature _________________ on destructive rodents, such as mice and rats.

(เหยี่ยวทำหน้าที่ตามวัตถุประสงค์สำคัญในระบบการจัดการของธรรมชาติ __________ สัตว์ที่ใช้ฟันแทะ  ซึ่งทำให้เกิดความเสียหาย,  เช่น หนูและสัตว์ที่คล้ายหนู)

(a) that they prey

(b) than to prey

(c) by preying    (โดยการล่าเหยื่อหรือจับกินเป็นอาหาร)

(d) in order that preying

ตอบ   -   ข้อ   (c)   

 

19. Elected to the United States House of Representatives in 1968, Shirley Chisholm quickly gained __________ as an outspoken advocate of the interests of the poor.

{เมื่อได้รับเลือกตั้งเข้าสภาผู้แทนฯ ของสหรัฐฯ ในปี  ๑๙๖๘,  เชอร์ลีย์  ชิสโฮล์ม  ได้รับ  __________ อย่างรวดเร็ว  ในฐานะผู้สนับสนุนผลประโยชน์ของคนยากคนจน  ซึ่งพูดจาโผงผาง (ขวานผ่าซาก)  -  หมายถึงตัวเชอร์ลีย์}

(a) attention national

(b) national attention    (ความสนใจระดับชาติ)

(c) national as attention

(d) as national attention

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หมายถึง  “คนทั่วสหรัฐฯ ให้ความสนใจเธอ

 

20. Economists regard land as the natural wealth of the earth from which all goods ____________.

(นักเศรษฐศาสตร์ถือว่าที่ดินเป็นความอุดมสมบูรณ์ (ทรัพย์สิน) ตามธรรมชาติของโลก  ซึ่งสินค้าทุกชนิด __________ จากมัน)  (หมายถึง  ที่ดิน)

(a) produced

(b) are produced    (ถูกผลิต)

(c) produce them

(d) they produce

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นกริยาในรูป  “Passive voice”  ของอนุประโยค  (From which all goods are produced)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป