หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 160)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุด)

 

1. _____________ Mark Twain’s autobiographical novel The Adventures of Tom Sawyer that one of America’s most memorable characters, Huckleberry Finn, first appeared.

(___________ นิยายอัตชีวประวัติของมาร์ค ทเวน  เรื่อง “การผจญภัยของทอม  ซอว์เยอร์”  ที่ตัวละครที่น่าจดจำที่สุดคนหนึ่งของอเมริกา, (คือ) ฮัคเคิลเบอร์รี่  ฟิน, ปรากฏโฉมเป็นครั้งแรก)

(a) It was in    (มันเป็นใน)

(b) There was in

(c) He was in

(d) In

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  {It + is (was) + วลี + That + Subject + Verb  “มันเป็น (วลี) ที่ประธาน..................”}  เช่น  “It is in this house that I was born.”  (มันเป็นในบ้านหลังนี้ที่ผมเกิด),   “It was in 1914 that the First World War took place.”  (มันเป็นในปี  ๑๙๑๔  ที่สง ครามโลกครั้งที่    เกิดขึ้น)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                           ตัวอย่างที่ 

  • In bacteria and in other organisms, _____________ is the nucleic acid DNA that provides the genetic information.

(ในแบคทีเรียและในสิ่งมีชีวิตอื่นๆ _____________ เป็นดีเอ็นเอกรดนิวคลีอิค  ที่ให้ข้อมูลข่าวสารด้านพันธุกรรม)

(a) both

(b) which

(c) and

(d) it    (มัน)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  {It + is (was) + วลี + That + Subject + Verb  “มันเป็น (วลี) ที่ประธาน.............”}                           

                                         ตัวอย่างที่ 

  • ________________________________ in May that the rainy season begins in Thailand.

(_______________________________ ในเดือนพฤษภาคม  ที่ฤดูฝนเริ่มต้นในประเทศไทย)

(a) There is

(b) It is    (มันเป็น)

(c) He said

(d) It was

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมโครงสร้าง  {It Is (Was) + วลี + That + Subject + Verb}  จากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่ 

  • It is because he is very rich ______________________________________ she loves him.

(มันเป็นเพราะว่าเขารวยมาก ________________________________________ เธอรักเขา)

(a) so     (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

(b) that     (ที่)

(c) why

(d) therefore     (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) + วลี {มักนำหน้าด้วย “Preposition” (in, on, at, with, during)  หรือ  “Because” + ประโยค} + That + Subject + Verb

                                         ตัวอย่างที่  

  • _________________________________ on Saturday morning that we had our meeting.

(_______________________________________ เช้าวันเสาร์  ที่พวกเรามีการประชุมกัน)

(a) There had

(b) It was    (มันเป็น)

(c) It is

(d) There was

ตอบ   -   ข้อ  (b)   ต้องใช้   “It was”  เพราะกริยาในอนุประโยค  คือ  “Had”  และยังเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) + วลี  (มักนำหน้าด้วย  “Preposition”) + That + Subject + Verb”  เช่น

  • It is in this house that I was born.

(มันเป็นในบ้านหลังนี้แหละ  ที่ผมเกิด)

  • It is at night that we go to bed.

(มันเป็นเวลากลางคืนที่พวกเราเข้านอน)

  • It is on Sunday morning that people go to church.

(มันเป็นเช้าวันอาทิตย์ที่ผู้คนไปโบสถ์)

  • It is in the country that we like to stay.

(มันเป็นในชนบท  ที่พวกเราชอบพัก)

  • It was in January that we went to England.

(มันเป็นในเดือนมกราคม  ที่เราไปอังกฤษ)

  • It was by mistake that she took my book.

(มันเป็นการเข้าใจผิด  ที่เธอเอาหนังสือของผมไป)

  • It was in 1917 that the First World War took place.

(มันเป็นในปี  ๑๙๑๗  ที่สงครามโลกครั้งที่  ๑  เกิดขึ้น)

  • It was because he was lazy that he failed.

(มันเป็นเพราะว่าเขาเกียจคร้าน  ที่เขาล้มเหลว)

  • It was under that sea that the nuclear weapon had been tested.

(มันเป็นใต้ทะเล  ที่อาวุธนิวเคลียร์ถูกทดลอง)

 

2. I have at last got rid _______________________________________________ my enemy.

(ในที่สุด  ผมก็กำจัด __________________________________________ ศัตรูของผมได้)

(a) from

(b) with

(c) of    (get rid of  =  กำจัด)

(d) out of

ตอบ   –   ข้อ   (c)   

                          สำหรับคำกริยา,  คุณศัพท์  หรือ  วลีที่ใช้กับ  “Of”  ได้แก่  “source of”  (แหล่งของ)  -  Meat is an excellent source of vitamins.  (เนื้อเป็นแหล่งที่ดีเยี่ยมของวิตามิน),  “kind of”  (ค่อนข้างจะ)  -  She is kind of an envious woman.  (เธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างจะขี้หึง),  “keep out of”  (อย่ายุ่ง, อยู่ให้ไกล, ออกห่างจาก, ไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง)  - Please keep out of my business.  (โปรดอย่าเข้ามายุ่งกับเรื่องของผม),  “in honor of”  (เพื่อเป็นเกียรติแก่)  -  The building was named in honor of the late President.”  (อาคารถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านประธานาธิบดีผู้ล่วงลับไปแล้ว),  “in charge of” (= take charge of)  (ดู แล, รับผิดชอบ)  -  They are in charge of organizing the meeting.  (พวกเขารับผิดชอบการจัดประชุม), “inform someone of something”  (บอกใครเกี่ยว กับเรื่องอะไร)  -  Please inform me of your decision.  (โปรดบอกผมเกี่ยวกับการตัดสินใจของคุณ),   “of age”  (โตพอที่จะทำอะไรบางอย่าง, อายุมากพอที่จะลงคะ แนนเลือกตั้ง  หรือซื้อเหล้า-เบียร์, ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่)  -  Mary will be of driving age on her next birthday  (แมรี่จะถึงวัยที่ได้รับอนุญาตให้ขับรถได้  ในวันเกิดของเธอปีหน้า),  “of course”  (แน่นอน, ไม่ต้องสงสัยเลย, เป็นเรื่องธรรมดา, เหมือนที่คาดหวังไว้)  -  Of course you know that girl; she is in your class  (แน่นอน  คุณรู้จักเด็กผู้หญิงคนนั้น  เธอเป็นเด็กนักเรียนของคุณ  -  หรือ เธอเรียนอยู่ในชั้นเดียวกับคุณ  –  คือเป็นเพื่อนคุณ),  “remind someone of”  (เตือนใครให้นึกถึงเรื่อง.................)  -  She reminded me of her mother.  (เธอเตือนให้ผมนึกถึงแม่ของเธอ  -  ด้านรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอ),  “approve”  (อนุมัติ, เห็นชอบ)  -  “The company doses not approve of women smoking.”  (บริษัทไม่เห็น ชอบให้ผู้หญิงสูบบุหรี่),  “boast”  (คุยโม้)  -  “He often boasts of his wealth.”  (เขามักคุยอวดความร่ำรวย), “think”  (คิดถึงเรื่อง)  -  “We are thinking of buying her a present.”  (พวกเรากำลังคิดถึงเรื่องซื้อของขวัญให้เธอ),  “warn”  (เตือน)  -  “She warned me of the danger.”  (เธอเตือนผมถึงอันตราย),   “accuse someone of”  (กล่าวหาใครในเรื่อง.....................)  -  They accused him of stealing their car.  (พวกเขากล่าวหาเขาว่าขโมยรถยนต์),  “suspect”  (สงสัย),  “consist”  (ประกอบด้วย),  “be composed of”  (ประ กอบด้วย)  -  Our team is composed of a number of experts in several fields.   (ทีมของเราประกอบ ด้วยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจากหลายสาขา),  “dream”  (ฝัน)  -  She never dreams of traveling abroad.  (เธอไม่เคยฝันว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ),  “hear”  (ได้ยิน)  -  “We have never heard of his plan.”  (เราไม่เคยรู้เกี่ยว กับแผนของเขาเลย)  -  “Have you heard of Lewis Baker?”  (คุณรู้จักลูอิส  เบเกอร์ ไหม),  “beware”  (ระวัง)  -  “Beware of dogs !”  (ระวังสุนัข !),  “complain”  (บ่น, ร้องทุกข์)  -  They never complain of their hardship.  (พวกเขาไม่เคยบ่นอุทธรณ์ความยากลำบากเลย),  “convince”  (ทำให้เชื่อ)  -  “These experiences served to convince me of the drug’s harmful effects.”  (ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ผมเชื่อในผลกระทบที่เป็นอันตรายของยา),  “disapprove”  (ไม่อนุมัติ, ไม่เห็นด้วย)  -  “The other members disapproved of his methods.”  (สมาชิกคนอื่นๆ ไม่เห็นด้วยกับวิธีของเขา),  “assure”  (รับรอง, ทำให้มั่นใจ-เชื่อมั่น-  “After he had been assured of his daughter’s safety, he was relaxed.”  (หลังจากที่เขาถูกทำให้เชื่อมั่นในความปลอดภัยของลูกสาว  เขารู้สึกผ่อนคลาย)  -  “Visitors can always be assured of the best in Manhattan Hotel.”  (ผู้มาเยือน (แขก) สามารถจะมั่นใจได้เสมอ  ถึงสิ่งที่ดีที่สุดในโรงแรมแมนฮัตตัน  -  ในด้านการให้บริการ),  “cure”  (รักษา  หรือทำให้หายจากโรคหรืออาการบาง อย่าง,  การรักษาโรค),  -  “I’m interested in the cure of cancer.”  (ผมสนใจในการรักษาโรคมะเร็ง)  -  “The shock of losing my purse cured me of all my former absent-mindedness.”  (ความตกใจจากการทำกระเป๋าสตางค์หาย  ทำให้ผมหายจากอาการใจลอยเมื่อก่อนนี้ทั้งหมดทั้งสิ้น),   “smell”  (กลิ่น, ได้กลิ่น)  -  “We had a smell of fresh bread when we entered the shop.”  (เราได้กลิ่นขนมปังสดเมื่อเราเข้าไปในร้าน)  -  “The room smelled of cigars.”  (ห้องมีกลิ่นซิการ์),  “full”  (เต็มไปด้วย)  - The street was full of water.   (ถนนเจิ่งนองไปด้วยน้ำ), “fond”  (ชอบ, หลงใหล)  -  She is fond of music.  (เธอชอบดนตรี), “careful”  (ระวัง, รอบคอบ)  -  “Be careful of the floor.  I’ve just polished it.”  (ระวังพื้นลื่นนะ,  ผมเพิ่งจะขัดมัน),  “frightened”  (ตกใจกลัว)  -  She is frightened of the dark.  (เธอกลัวความมืด), “confident”  (มั่นใจ)  -  You should be confident of yourselves.  (พวกคุณควรมั่นใจในตนเอง), “short”  (ขาดแคลน)  -  They were short of food and water.  (พวกเขาขาดแคลนอาหารและน้ำ),  “tired”  (เบื่อ, เหนื่อย),  “sure”  (มั่นใจ),  “aware”  (ตระหนัก, รู้ดี),  “certain” (มั่นใจ, แน่ นอน),  “free”  (ยกเว้น),  “proud”  (ภูมิใจ),  “hopeful”  (มีความหวัง), “glad”  (ดีใจ),  “capable”  (สามารถ) – The government is capable of governing the country. (รัฐบาลมีความสามารถในการบริหารประเทศ),  “ashamed”  (ละอายใจ) – You should be ashamed of yourself.  (คุณควรละอายใจตัวเอง), “suspicious”  (สงสัย, ระแว) – The policeman became suspicious of the youth and asked him why he was standing there.  (ตำรวจเริ่มสงสัยในเด็กหนุ่มคนนั้น  และถามเขาว่าทำไมเขาจึงยืนอยู่ที่นั่น),  “tolerant”   (อดทนต่อ, ใจกว้างต่อ), “considerate”  (เกรงใจ),  “ignorant”  (ไม่รู้) – The masses were largely ignorant of the options open to them.  (มวลชนส่วนใหญ่ไม่ทราบถึงทางเลือกต่างๆ ที่เปิดกว้างให้พวกเขา),  “by reason of” (= because of = due to = as a result of = as a consequence of ) (เนื่องมาจาก, เพราะว่า, เป็นผลมาจาก) – The plane was delayed by reason of heavy snowstorm. (เครื่องบินล่าช้าเนื่องมาจากพายุหิมะที่ตกหนัก) – Many people don’t have access to education as a consequence of their poverty.  (คนจำนวนมากเข้าไม่ถึงการศึกษา  โดยเป็นผลมาจากความยากจน),  “convinced”  (เชื่อ), “ahead”  (ก้าวหน้า, อยู่ข้างหน้า, ล่วงหน้า) – They walked ahead of me.  (พวกเขาเดินอยู่ข้างหน้าผม), “shy”  (อาย, ละอาย), “conscious”  (รู้สึกถึง), “jealous”  (อิจฉา, หึงหวง) – Don’t be jealous of your friend’s success. (จงอย่าอิจฉาในความสำเร็จของเพื่อน), “envious”  (อิจฉา, หึงหวง),  “a cup of tea”  (ชา ถ้วย),  “a sheet of paper”  (กระดาษ แผ่น),  “a number of dogs”  (หมาจำนวนมาก),  “the number of students”  (จำนวนนักเรียน),  “a pair of trousers”  (กาง เกงขายาว ตัว), “millions of dollars”  (เงินหลายล้านดอลลาร์),  “two gallons of water”  (น้ำ แกลลอน),  “10% of the population”  (๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร),  “a town of 2,000 people”  (เมืองที่มีประชากร  ๒,๐๐๐ คน),  “Half of the boats sank.”  (เรือจำนวนครึ่งหนึ่งจมลง),  “Your letter of the 25th ”  (จดหมายของคุณซึ่งลงวันที่  ๒๕),  “a bag of gold”  (ทองถุงหนึ่ง),  “at a rate of 20 dollars a day”  (ในอัตรา ๒๐ เหรียญต่อวัน),  “a boy of sixteen”  (เด็กอายุ ๑๖ ปี),  “at the age of five”  (ตอนอายุ ขวบ),  “a baby of 6 months”  (ทารกอายุ ๖ เดือน),  “the first of a series of movies”  (ตอนแรกของภาพยนตร์ซีรี่ส์),  “one of the problems”  (หนึ่งในหลายปัญหา),  “two of the three”   ( ใน ),  “many of the students”  (นักเรียนหลายคน),  “a meeting of executives”  (การประชุมผู้บริหาร),  “a map of Sweden”  (แผนที่ประเทศสวีเดน),  “a picture of the refugees”  (ภาพของผู้อพยพ),  “an account of the event”  (เรื่องราวของเหตุการณ์),  “a collection of watches”  (การสะสมนาฬิกา),  “a big piece of cake”  (เค้กชิ้นใหญ่),  “Natural gas accounts for about 10% of our total energy consumption.”  (กาซธรรมชาติคิดเป็นประมาณ  ๑๐  เปอร์เซ็นต์  ของการบริโภคพลังงานทั้งหมดของเรา),  “the House of Representatives”  (สภาผู้แทนราษ ฎร),  “We must do it with the approval of the trade unions.”  (เราจะ ต้องทำมันด้วยความเห็นชอบของสหภาพการค้า),  “We need the permission of the judge.”  (เราต้องการการอนุญาตจากผู้พิพากษา),  “the religious beliefs of the ancient people”  (ความเชื่อทางศาสนาของคนโบราณ),  “the average age of participants is over 50”  (อายุเฉลี่ยของผู้เข้าร่วม  คือ  เกินกว่า  ๕๐  ปี),  “the traditional role of women”  (บทบาทดั้งเดิมของสตรี),  “That is a book of mine.”  (นั่นเป็นหนังสือของผม),  She would like to have a house of her own.”  (เธอต้อง การจะมีบ้านเป็นของตัวเอง),  “A child of hers was run over by a car.”  (ลูกคนหนึ่งของเธอถูกรถทับ),  “He is a friend of Stephen’s.”  (เขาเป็นเพื่อนของสตีเฟน),  เป็นต้น

 

3. My television set is _______________________________________________________.

(ทีวีของผม _________________________________________________________)

(a) out of order    (เสีย, ใช้การไม่ได้)

(b) out off order

(c) not in order    (ไม่เป็นระเบียบ)

(d) out from order

ตอบ   -   ข้อ   (a)   “Out of order”  =  “เสีย, ใช้การไม่ได้”  ใช้กับ  เครื่องยนต์, เครื่องจักร, เครื่องใช้ไฟฟ้า  ฯลฯ

                         สำหรับวลีที่ใช้   “Out of…….....….”  ได้แก่  “out of date” (ล้าสมัย, เลิกใช้ (งาน) แล้ว),  “out of hand”  (บานปลาย, ควบคุมไม่อยู่) – The protest was out of hand and the government had to bring in the riot police.  (การประท้วงบานปลาย  และรัฐบาลจำเป็นต้องนำตำรวจปราบจลาจลเข้ามา),  “get out of the car”  (ออกมาจากรถ),  “take the apple out of the bag”  (เอาแอปเปิ้ลออกมาจากถุง),  “go out of town”  (ออกไปนอกเมือง),  “out of the office”  (ออกไปนอกสำนักงาน, ไม่ได้อยู่ในสำนักงาน),  “go out of business”  (เลิกทำธุรกิจ, เจ๊ง),  “out of danger”  (ไม่มีอันตราย, ปลอดภัย),  “out of trouble”  (ไม่มีปัญหา, ไม่เจอปัญหา),  “out of sight”  (พ้นสายตา, ลับสายตา) – We waved our hands to the departing guests until the ship was out of sight.  (เราโบกมือให้แขกที่กำลังจากไป  จนกระทั่งเรือลับสายตาไป),  “can’t get anything out of him”  (ไม่ได้ข้อมูลหรือความรู้จากเขาเลย),  “get much knowledge out of the seminar”  (ได้ความรู้มากมายจากการสัมมนา),  “make a fortune out of toy business”  (หาเงินได้มากมายจากธุรกิจของเล่น),  “out of jealousy”  (เนื่องมาจากความหึงหวง  หรือ  อิจฉาริษยา)  - He killed his wife out of jealousy.  (เขาฆ่าภรรยาเนื่องมาจากความหึงหวง),  “out of fear of the dog”  (เนื่องมาจากความกลัวหมา),  “He is out of work.”  (เขาไม่มีงานทำ-ตกงาน),  “The store is out of coffee.”  (ร้านนี้กาแฟหมด-ไม่มีขาย),   “The house is built out of stone.”  (บ้านถูกสร้างจากหิน),  “Our team won eight out of ten games last season.”  (ทีมของเราชนะ ๘ จาก ๑๐ เกม ในฤดูกาลแข่งขันที่แล้ว),  เป็นต้น

 

4. Everyone in the surrounding villages __________ asked to take part in the search for the missing child.

(ทุกๆ คนในหมู่บ้านรอบๆ ____________________ ขอร้องให้มีส่วนร่วมในการค้นหาเด็กที่หายไป)

(a) was    (ถูก หรือ ได้รับการ)

(b) were

(c) been

(d) to be

ตอบ   –   ข้อ   (a)   เนื่องจากประธานของประโยคเป็นเอกพจน์  (Everyone)  และกริยาอยู่ในรูป  “Passive voice” {Subject + Was (Were) + Verb 3}  เพราะ “ถูกขอร้อง”,  ส่วนข้อ   (c)  และ   (d)  ไม่สามารถเป็นกริยาแท้ได้

 

5. Population growth ______________ the economic growth of a country as well as be affected by it.

(การเพิ่มขึ้นของประชากร __________ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ  เช่นเดียวกับ (สามารถ) ได้รับผลกระทบจากมัน)  (หมายถึง  จากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ)  (คือ  ทั้ง    ประเด็นต่างมีผลกระทบซึ่งกันและกัน)

(a) affects    (มีผลกระทบกับ)

(b) can affect    (สามารถมีผลกระทบกับ)

(c) is affecting    (กำลังมีผลกระทบกับ)

(d) affecting

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากกริยาตัวที่   ของประโยค  มาจากรูปเต็มว่า  “as well as can be affected………...........”  ทั้งนี้  อาจตอบ ข้อ (a)  ก็ได้  แต่ต้องเปลี่ยนกริยาตัวหลัง (ตัวที่  ๒)  ตามประโยคข้างล่าง

  • Population growth affects the economic growth of a country as well as is affected by it.

(การเพิ่มขึ้นของประชากร  มีผลกระทบกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ  เช่นเดียวกับได้รับผลกระทบจากมัน)

 

6. Eastern meadowlarks abound in places _____________, but eat harmful insects rather than grain.

(นกร้องเพลงชนิดหนึ่ง  มีปากและหลังสีน้ำตาลอมดำและหน้าอกสีเหลือง  ทางภาคตะวันออก (ของสหรัฐฯ)  มีมากมายในสถานที่ __________,  แต่กินแมลงที่เป็นอันตราย (ต่อพืชผล) มากกว่า (กิน) เมล็ดข้าว-เมล็ดพืชที่กินเป็นอาหาร)

(a) where is cultivated land

(b) there is cultivated land

(c) land is cultivated there

(d) where land is cultivated    (ซึ่งที่ดินได้รับการเพาะปลูก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจตอบ ข้อ (a)  แต่ต้องแก้เป็น  “Where there is cultivated land”  (ซึ่งมีที่ดินที่ได้รับการเพาะปลูก)

 

7. Sylvia Paula Ruddick was an American social reformer __________ for the right of women to own property and to vote.

(ซิลเวีย พอล่า  รัดดิก  เป็นนักปฏิรูปสังคมอเมริกัน ___________ เพื่อสิทธิของสตรี  เพื่อให้ (สามารถ) เป็นเจ้าของทรัพย์สินและลงคะแนนเสียง (เลือกตั้ง) ได้)

(a) worked

(b) who worked    (ผู้ซึ่งทำงาน)

(c) whose work

(d) that works

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นประธาน  (Who)  และกริยา  (Worked)  ของอนุประโยค  (Who worked for the right of women to own property and to vote)  หรืออาจตอบ  “That worked”  เพราะต้องใช้กริยาในรูป  “Past tense”  (Verb 2)  เพื่อให้สอดคล้องกับกริยาในประโยคใหญ่   คือ  “Was”  (สำหรับ  “That”  ใช้แทนได้ทั้งคน, สัตว์  และสิ่งของ)  หรืออาจตอบแบบลดรูปอนุประโยคให้เหลือเพียงวลี  คือ  ลดรูปจาก  “Who worked”  หรือ  “That worked”  เป็น  “Working”  ก็ได้  คือ  แสดง  “Active voice”  (……....…reformer working for……..…..)  เนื่องจาก  นักปฏิรูปฯ เป็นผู้ทำกริยา  “ทำงาน

 

8. I noticed that the children were ___________ to clean the garden after my offering them a cake for the job.

(ผมสังเกตว่าพวกเด็กๆ ได้รับการ ___________ ให้ทำความสะอาดสวน  หลังจากที่ผมเสนอเค้กให้กับพวกเขาสำหรับงานนั้น)  (คือ ถูกกระตุ้นให้ทำงานเพื่อแลกกับเค้ก)

(a) motivating    (ซึ่งกระตุ้น)

(b) motivated    (กระตุ้น)

(c) motivation    (การกระตุ้น, แรงกระตุ้น, แรงขับ)

(d) being motivated

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากอยู่ในรูป  “Passive voice”   คือ  “เด็กๆ ถูกกระตุ้น”  สำหรับข้อ  (d)  ก็อยู่ในรูป  “Passive voice” เช่นกัน  แต่เน้นว่า  “กำลังถูกกระตุ้น”  ซึ่งไม่ควรใช้  เพราะเหตุการณ์นี้เกิดหลังจากที่มีผู้เสนอเค้กให้เป็นสิ่งตอบแทน  ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ว่า  “กำลังถูกกระตุ้น”  แต่อย่างใด

 

9. Tell me the reason ___________________________________________ your coming here.

(จงบอกเหตุผล ___________________________________________ การมาที่นี่ของคุณ)

(a) of

(b) for    (ของ, สำหรับ)

(c) in

(d) why

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจตอบ   “………….….the reason why you come (came) here”  ก็ได้

                  สำหรับคำคุณศัพท์ (Adjective) ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “Responsible”  (He is responsible for the job. = เขารับผิดชอบต่องาน),  “Ready”  (เตรียม พร้อมต่อ)  -  “Are you ready for your new job?”  (คุณเตรียมพร้อมสำหรับงานใหม่หรือเปล่า),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ) – She was qualified for the job.  (เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ)  -  “It is good for you to get up early.”  (มันดีสำหรับคุณที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่), “Suitable”  (เหมาะสม) – These flats are not really suitable for families with children.  (แฟลตเหล่านี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งกับครอบครัวที่มีลูก),  “Famous”  (มีชื่อเสียง)  -  “Thailand is famous for the hospitality of its people.”  (เมืองไทยมีชื่อเสียงในเรื่องความเอื้อเฟื้อของผู้คน),  “Eager”  (กระตือรือร้น, อยากมาก) – People who are eager for a quick cure are likely to be disappointed.  (ผู้คนที่อยากจะหายเร็วๆ อาจจะผิดหวัง), “Sorry”  (เสียใจกับ)  -  “I’m sorry for any damage I may occur.”  (ผมเสียใจสำหรับความเสียหายใดๆ ที่ผมอาจทำให้เกิดขึ้น), “Sufficient”  (เพียงพอ) – Japan had a reserve of oil sufficient for its needs.  (ญี่ปุ่นมีการสำรองน้ำมันที่เพียงพอแก่ความต้องการของตน), “Fit”  (เหมาะสม)  -  “These clothes are fit for me.”  (เสื้อผ้าพวกนี้เหมาะสำหรับผม), “Unfit”,  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ), “Grateful”  (ขอบคุณต่อ) -  I am very grateful to you for your assistance.  (ผมขอบคุณคุณอย่างมาก  สำหรับความช่วยเหลือของคุณเป็นต้น

                        ส่วนคำกริยา (Verb) ที่ใช้กับ  “For”  เช่น  “Buy something for someone”  (ซื้ออะไรให้ใคร)  -  “I bought a present for her on her birthday.”  (ผมซื้อของขวัญให้เธอสำหรับวันเกิด),  “Wait”  (รอคอย)  -  They were waiting for their old friends at the airport.  (พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้)  -  “They will vote for the Republican only.”  (พวกเขาจะลงคะแนนให้เฉพาะกับพรรครีพับริกันเท่านั้น),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า)  -  “I’ll pay for the meal this time.”  (ผมจะจ่ายค่าอา หารให้มื้อนี้),  “Thank”  (ขอบคุณ)  -  “Thank you for your help.”  (ขอบ คุณสำหรับความช่วยเหลือ), “Search  (ค้นหา)  -  “I’ll search for the data in the library.”  (ผมจะค้นหาข้อมูลในห้องสมุด),  “Look”  (ค้นหา)  -  “She is looking for her lost watch.”  (เธอกำลังค้นหานาฬิกาที่หายไป),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ)  -  “They have to struggle for their survival.” (พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง)  -  “The criminals begged for the judge’s mercy.”  (เจ้าอาชญากรขอความเมตตาจากผู้พิพากษา),  “Ask”  (ขอร้อง),  “Call”  (เรียกร้องให้มี, จำเป็น ต้องมี)  -  “The country called for peaceful co-existence.”  (ประเทศนั้นเรียกร้องให้อยู่ร่วมกันโดยสันติ),  “Apologize”  (ขอโทษ),  “Charge”  (คิดค่า),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ)  -  “The company provided for comprehensive training.”  (บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างกว้างขวาง),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้-มี)  -  “We hope for better life in the future.”  (พวกเราหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต),  “Apply”  (สมัคร)  -  “She will apply for a job immediately after graduating.”  (เธอจะสมัครงานในทันทีที่เรียนจบ),  เป็นต้น

                       สำหรับวลี (Phrases) อื่นๆ ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “For all I Know  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป  ๑ เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน้ตเลย  แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับใน ขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่ว คราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่างเช่น),   “For sure (= For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ  ไม่แน่ใจ),  “Demand”  (ความต้อง การ)  -  The demand for our goods is increasing.  (ความต้องการสินค้าของเรากำลังเพิ่มมากขึ้น),  เป็นต้น

 

10. The bank refused to cash your check because you _______________________________ it.

(ธนาคารปฏิเสธขึ้นเงินเช็คของคุณ  เพราะว่าคุณ ______________________________ มัน)

(a) don’t sign

(b) didn’t sign    (มิได้เซ็นชื่อ หรือลงนาม)

(c) are not signing    (มิได้กำลังเซ็นชื่อ)

(d) shall not sign    (จะไม่เซ็นชื่อ)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ใช้กริยาในประโยคย่อย  (ในรูปปฏิเสธ)  ให้สอดคล้องกับกริยาในประโยคใหญ่  (Refused)  ซึ่งเป็นอดีต

 

11. ___________ account of New York society in the book The age of Innocence, Edith Wharton won the Pulitzer Prize in 1921.

(____________ เรื่องราวของสังคมนิวยอร์กในหนังสือ “ยุคของความไร้เดียงสา”, เอดิธ  วอร์ตัน  ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ในปี ๑๙๒๑)

(a) Under her

(b) An

(c) To

(d) For her    (สำหรับ ...............(เรื่องราว............ความไร้เดียงสา)................ ของเธอ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

 

12. _______________________________, the flaw in the diamond appeared to be a dark spot.

(________________________________________, รอยตำหนิในเพชรปรากฏเป็นจุดดำ)

(a) Looking through a magnifying glass    (เมื่อมองผ่านแว่นขยาย)

(b) Billy looked through a magnifying glass    (บิลลี่มองผ่านแว่นขยาย)

(c) Through a magnifying glass    (ผ่านทางแว่นขยาย)

(d) It was clear that    (มันเห็นได้ชัดเจนว่า)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็น  “Adverbial phrase of place”  (กริยาวิเศษณ์บอกสถานที่)  ทั้งนี้  อาจตอบ  “Looked through a magnifying glass”  (เมื่อถูกมองผ่านแว่นขยาย)  ก็ได้  เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “The flaw”  (รอยตำหนิ)  เป็นผู้ถูกกระทำ (ถูกมอง)  โดยมี  “In the diamond”  เป็นส่วนขยายประธาน  และมี  “Appeared”  เป็นกริยาของประโยค  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่ 

  • ___________ over three hundred years ago, the Boston Latin School is the oldest public school in the United States.

(____________ เมื่อกว่า  ๓๐๐  ปีล่วงมาแล้ว,  โรงเรียนภาษาละตินแห่งเมืองบอสตัน  เป็นโรงเรียนรัฐบาลที่เก่าแก่ที่สุดในสหรัฐฯ)

(a) To be approved by law

(b) Approving by law

(c) Approved by law    (ได้รับการอนุมัติ (ยินยอม) โดยกฎหมาย)

(d) Having approved by law

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  โรงเรียนฯ  เป็นผู้ได้รับ (ถูก) อนุมัติ  (ถูกกระทำ)  กริยาข้างหน้าประโยค  (ทำหน้าที่ขยายประธานฯ)  จึงต้องเป็นกริยาช่องที่   เพื่อแสดงรูป  “Passive voice

                                          ตัวอย่างที่ 

  • ___________________________________________ the second time, the snake died.

(__________________________________________________ เป็นครั้งที่ ๒,  งูตาย)

(a) Beat

(b) Beating    (ตี)

(c) Beaten    (ถูกตี)

(d) To beat

ตอบ    –    ข้อ   (c)   เนื่องจากประธานของประโยค  (the snake)  เป็นผู้ถูกกระทำ  (ถูกตี)   จึงต้องใช้กริยาช่องที่   ขึ้นต้นประโยค  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Verb + ing” และ  “Verb 3”  ขึ้นต้นประโยค  โดยขยายประธานที่อยู่ข้างในประโยค  (หลังเครื่องหมาย คอมม่า)  เพื่อแสดง  “Active voice”  และ  “Passive voice” (ตามลำดับ) จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่              (จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์ จาก ข้อ  ๑ – ๔)           

  • (1) Loving throughout the Western world, ballet is a (2) theatrical art that tells a story (3) through dance (4) accompanied by music.

(ได้รับความรักไปทั่วโลกตะวันตก  ระบำบัลเลต์เป็นศิลปะเกี่ยวกับละคร  ซึ่งเล่าเรื่องราวโดยผ่านทางการเต้นรำ  ที่ประกอบด้วยดนตรี)

ตอบ    –    ข้อ   (1)   แก้เป็น  “Loved”   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “Ballet”  เป็นสิ่งที่  “ถูกรัก” (ถูกกระทำ)  กริยา  “Loved”   จึงต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่ ๓  (Past participle),  สำหรับวลี   “Loved throughout the Western world”  เป็นข้อความที่ขยายประธาน  ทำหน้าที่เป็น  “Adjective phrase”  ตัวอย่างอื่นๆ ในแบบนี้  (Passive voice)  ได้แก่

  • Punished by his teacher, Jack tried hard to improve himself.

(ถูกลงโทษโดยครูของเขา  แจ๊คพยายามอย่างหนักที่จะปรับปรุงตัวเอง) (แจ๊คถูกลงโทษ)

  • Bitten by a snake, the dog died.

(ถูกกัดโดยงู  สุนัขตาย) (สุนัขถูกกัด)

  • Killed in the battlefield in the war, he was praised by fellow soldiers.

(ถูกฆ่าตายในสนามรบในสงคราม  เขาได้รับการสรรเสริญโดยเพื่อนทหาร) (เขาถูกฆ่าตาย)

  • Asked by her parents, she came home from abroad to help in the family business.

(ถูกขอร้องโดยพ่อแม่ของเธอ  เธอกลับมาบ้านจากต่างประเทศ  เพื่อช่วยเหลือในธุรกิจของครอบครัว) (เธอถูกขอร้อง)

                       สำหรับคำอธิบายโครงสร้างของประโยคข้างบน  ในกรณีที่ประธานที่อยู่ข้างในประโยค  (หลังเครื่องหมายคอมมา)  เป็นผู้ถูกกระทำ (Passive Voice)   กริยาที่นำหน้าวลี  และอยู่หน้าประโยค  (ทำหน้าที่ขยายประธาน)  จะต้องอยู่ในรูป  กริยาช่องที่  ๓  (Past Participle)  ดังประโยคตัวอย่างเพิ่มเติมข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • ______________________________________ by the car, she was sent to the hospital.

(_______________________________________ โดยรถยนต์, เธอถูกส่งไปโรงพยาบาล)

(a) Hitting   (ชน)

(b) To hit

(c) Hit    (ถูกชน)  (เป็นกริยาช่องที่  )

(d) Having hit    (ได้ชน)

ตอบ   -    ข้อ   (c)   เนื่องจากประธานของประโยค (She)  เป็นผู้ถูกชนโดยรถยนต์  กริยาข้างหน้าประโยคจึงต้องเป็นกริยาช่อง    (Past participle)  เพื่อแสดงการถูกกระทำ (Passive voice)  ทั้งนี้  อาจตอบ  “Having been hit”  (ถูกชน)  ซึ่งเป็น  “Participle phrase”  ในแบบ  “Passive voice”  ก็ได้

                                         ตัวอย่างที่  

  • _____________________ in wine, snails are a great luxury in various parts of the world. 

(___________________ ในไวน์  หอยทากเป็นอาหารราคาแพงอย่างมากในหลายๆส่วนของโลก)

(a) To cook

(b) Cooking    (ปรุง)

(c) Cooked    (ถูกปรุง)

(d) Cook

ตอบ   -    ข้อ   (c)   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “Snails”  ซึ่งถูกปรุงในไวน์ (Cooked)  หรือเป็นผู้  “ถูกกระทำ”  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่ ๓  (แสดง “Passive voice)

                                         ตัวอย่างที่  

  • _______________________________________________________, the snake died.

(__________________________________________________________, งูตาย)

(a) Beating by the boys   (เมื่อตีโดยเด็กๆ)

(b) Beaten by the boys    (เมื่อถูกตีโดยเด็กๆ)

(c) Having beaten by the boys    (เมื่อได้ตีโดยเด็กๆ)

(d) To beat by the boys    (เพื่อที่จะตีโดยเด็กๆ)

ตอบ   -    ข้อ   (b)   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “The snake”  เป็นผู้ถูกตี  ทั้งนี้  อาจตอบ  “Having been beaten by the boys”  (เมื่อได้ถูกตีโดยเด็กๆ)  ซึ่งเป็น  “Participle phrase”  ในแบบ  “Passive voice”  ก็ได้

 

13. It is often cheaper to buy articles _____________________________ the dozen than singly.

(มันมักจะราคาถูก  ที่จะซื้อสินค้า-สิ่งของ ___________ โหล  มากกว่า (ซื้อ) อันเดียว-ชิ้นเดียว)  (คือ  ซื้อเป็นโหลราคาถูกกว่าซื้อทีละชิ้น)

(a) at

(b) for

(c) by    (เป็น)

(d) of

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                       สำหรับวลีที่ใช้  “By”  ได้แก่  “By my watch”  {(เวลา  ๑๐  โมง)  จากนาฬิกาของผม},  “He died by his own hands.  (เขาตายด้วยน้ำมือของตน เอง),  “by chance” (โดยบังเอิญ)  -  I met my old friend at the party by chance.  (ผมเจอเพื่อนเก่าที่งานเลี้ยงโดยบังเอิญ),   “by birth”  (โดยกำเนิด)  -  She is English by birth.  (เธอเป็นคนอังกฤษโดยกำเนิด),  “by mistake”  (โดยการเข้าใจผิด) -  He took my book by mistake.  (เขาเอาหนังสือของผมไปโดยเข้าใจผิด  คือ คิดว่าเป็นของเขา), “by heart”  (โดยการท่องจำ)  -  I learn English vocabularies by heart.  (ผมเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยการท่องจำ), “by car” (= in a car) (โดยรถยนต์),  “by bus” (= in a bus) (โดยรถประจำทาง),  “by train” (= in a train) (โดยรถไฟ),  “by plane” (= in a plane)  (โดยเครื่อง บิน),  “by air”  (โดยทางอากาศ),  “by sea”  (โดยทางทะเล),  “by telephone”  (โดยทางโทรศัพท์),  “by telegram” (โดยทางโทรเลข),  “by letter”  (โดยทางจด หมาย),  “by trade”  (โดยทางการค้า),  “by radio” (โดยทางวิทยุ),  “by force” (โดยใช้กำลัง)  “I know him (them) by name” (ผมรู้จักเขาแต่ชื่อ  -  ไม่เคยพบตัว),  “by himself/herself” (โดยตัวเขา/เธอเอง  ตามลำพัง หรือ ไม่มีใครช่วย)  -  He did all the work by himself.  (เขาทำงานทั้งหมดด้วยตนเอง), “by machinery” (โดยเครื่องจักร),  “by hand” (= with his hands) {(ทำ) ด้วยมือ}, “The room is 20 feet by 10 feet.” (ห้องยาว ๒๐ ฟุต กว้าง ๑๐ ฟุต),  “Sugar is sold by the pound/kilogram.” (= by weight) {น้ำตาลถูกขายเป็นปอนด์/กิโล กรัม = (ขาย) เป็นน้ำหนัก},  “The road was widened by 5 meters.”  (ถนนถูกขยายออกไปอีก ๕ เมตร),  “remarks by Mr. Schmidt”  (คำพูดโดยมิสเตอร์ชมิดท์),  “She was brought up by her aunt.” (เธอได้รับการอบรม-เลี้ยงดูโดยป้าของเธอ),  “new legislation announced by the government” (กฎหมายใหม่ประกาศโดยรัฐบาล),  “I was startled by his anger.”  (ผมสะดุ้งตกใจจากความโกรธของเขา),  “by and large” (= on the whole) (โดยทั่วๆ ไป, เมื่อพิจารณาทุกด้านแล้ว), “by mistake”  (โดยการเข้าใจผิด),  “by accident”  (โดยอุบัติเหตุ, โดยมิได้ตั้งใจ),“by degrees” (ทีละน้อย),  “by the way”  (อ้อ, เอ้อ, อนึ่ง – ใช้พูดเกริ่นนำ ก่อนจะเข้าเรื่อง),  “by all means”  (โดยแน่นอน),  “by no means” (ไม่โดยแน่นอน)  “by-pass” (= short cut)  (ทางลัด),  “passer-by” (ผู้ที่ผ่านไปมา),  “by-gone”  (สิ่งหรือเรื่องที่ผ่านไปแล้ว),  “by-product” (ผลพลอยได้),  “I will pay by cheque.” (ผมจะจ่ายเป็นเช็ค),  “read a book by candlelight”(อ่านหนังสือโดยใช้แสงเทียน),  “by chance” (โดยบังเอิญ),  “She came in by the back door.”  (เธอเข้ามาทางประตูหลัง),  “I sat by her bed.” (ผมนั่งข้าง – หรือใกล้ – เตียงของเธอ),  “by 1960”  (ราวๆ ปี ๑๙๖๐),  “By the time I went to bed, I was absolutely exhausted.”  (ราวๆเวลาที่ผมเข้านอน  ผมเหน็ดเหนื่อยโดยสิ้นเชิง),  “He is rich by Chinese standards.”  (เขาร่ำรวย  โดยมาตรฐานของชาวจีน),  “She was standing by herself in a corner of the room.(เธอกำลังยืนอยู่ตามลำพัง – คนเดียว – ที่มุมห้องด้านหนึ่ง),  “I think I could manage by myself.”  (ผมคิดว่าผมสามารถทำสำเร็จด้วยตัวของผมเอง – โดยไม่ต้องมีคนคอยช่วยเหลือ),  “Twelve divided by three is four.”  (๑๒ หารด้วย    เหลือ  ),  “Multiply the amount by three.”  (จงคูณจำนวนนั้นด้วย ๓),  “Cars are now made by the million.” (รถยนต์ในปัจจุบันได้รับการผลิตเป็นล้านๆคัน),  “one by one” (ทีละคน),  “year by year”  (แต่ละปี),  “She took him by the hand.”  (เธอจับมือเขา),  “Hold it by the handle!” (จงถือมันไว้ที่ด้าม หรือมือจับ),  “Her salary went up by half.”  (เงินเดือนของเธอขึ้นไปครึ่งหนึ่ง),  “The economic growth increased by 10 %.” (เศรษฐกิจเติบโต  ๑๐  เปอร์เซ็นต์),  “They are Buddhists by birth, not by practice.”  (พวกเขาเป็นชาวพุทธโดยกำเนิด  มิใช่โดยการปฏิบัติ – ศาสนกิจ),  “By night, a number of animals seek their preys, while by day, they tend to sleep.”  (ระหว่างกลางคืน   สัตว์จำ นวนมากเสาะหาเหยื่อ  ในขณะที่ตอนกลางวัน  พวกมันมักจะนอน),  “walk side by side”  (เดินเคียงข้างกัน),  “walk hand in hand”  (เดินจูงมือกัน),  “by-election”  (การเลือกตั้งซ่อม),  “by comparison (= in comparison)”  (โดยการเปรียบ เทียบ)  -  He made me look, by comparison (= in comparison), a good, calm, reasonable person.  (เขาทำให้ผมดู (มีท่าทาง ), โดยเปรียบเทียบ, เป็นคนดี  เยือกเย็น  และมีเหตุผล)  (หมายถึง  เมื่อเปรียบเทียบผมกับเขา)  (เขาไม่มีลักษณะดังกล่าว),   เป็นต้น

 

14. You should be very careful ___________________________________________ the road.

(คุณควรระมัดระวังมากๆ _____________________________________________ ถนน)

(a) to cross

(b) cross

(c) when crossing    (เมื่อข้าม)

(d) to have crossed

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค   “When you cross”  หรือ  “When you are crossing

 

15. Fast-food restaurants have become popular because many working people want _____________.

(ภัตตาคารอาหารจานด่วนได้กลายเป็นที่นิยม   เพราะว่าคนทำงานเป็นจำนวนมากต้องการ _________)

(a) eat quickly and cheaply

(b) eating quickly and cheaply

(c) to eat quickly and cheaply    (กินอย่างรวดเร็วและราคาถูก)

(d) the eat quickly and cheaply

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากกริยา  “Want”  ต้องตามด้วย  “Infinitive with to” (To + verb 1)

 

16. She is said by friends and colleagues __________________________________________.

(เธอถูกกล่าวขานโดยเพื่อนๆ และเพื่อนร่วมงาน __________________________________)

(a) a gentle and gracious woman.

(b) that he is a gentle and gracious woman.

(c) to be gentle and gracious    (ว่าสุภาพและมีเมตตากรุณา)

(d) to have gentleness and she is gracious

ตอบ   -   หลังรูป  “Passive voice”  (Is said)  ต้องใช้  “Infinitive with to”  (To + Verb 1)  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • Tortoises are said to live long.

(เต่าถูกกล่าวว่ามีอายุยืน)

  • She is said to be the most beautiful woman in the country.

(เธอถูกเล่าขานว่าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในประเทศ)

  • They were believed to tell the truth.

(พวกเขาถูกเชื่อว่าพูดความจริง)

  • Customers are advised to arrive early.

(ลูกค้าได้รับการแนะนำให้มาถึงแต่เนิ่นๆ)

  • Job applicants were recommended to bring 3 copies of their resume.

(ผู้สมัครงานได้รับการแนะนำให้นำประวัติโดยย่อมา ๓ ชุด)

 

17. ____________________ by the shop owner in the middle of the night, the burglar ran away.

(___________________________________ โดยเจ้าของร้านกลางดึก  หัวขโมยวิ่งหนีไป)

(a) To be seen

(b) Seeing    (เห็น)

(c) Seen    (ถูกเห็น)

(d) Having seen    (เห็น)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  หัวขโมย  เป็นผูู้ถูกเห็น  (ถูกกระทำ)  กริยาข้างหน้าประโยค  (ทำหน้าที่ขยายประธานฯ)  จึงต้องเป็นกริยาช่องที่   เพื่อแสดงรูป  “Passive voice”,  หรืออาจตอบ  "Having been seen"  ซึ่งเป็น  "Perfect participle phrase"  ในรูป  "Passive voice"  หมายถึง  "ได้ถูกเห็น"  (เป็นเหตุุการณ์ที่เกิดก่อนเหตุการณ์หัวขโมยวิ่งหนีไป),  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง   

                                        ตัวอย่างที่  ๑             (จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์ จาก ข้อ  ๑ – ๔)           

  • (1) Loving throughout the Western world, ballet is a (2) theatrical art that tells a story (3) through dance (4) accompanied by music.

(ได้รับความรักไปทั่วโลกตะวันตก  ระบำบัลเลต์เป็นศิลปะเกี่ยวกับละคร  ซึ่งเล่าเรื่องราวโดยผ่านทางการเต้นรำ  ที่ประกอบด้วยดนตรี)

ตอบ    –    ข้อ   (1)   แก้เป็น  “Loved”   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ “Ballet”  เป็นสิ่งที่  “ถูกรัก” (ถูกกระทำ)  กริยา  “Loved”  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่ ๓  (Past participle),  สำหรับวลี  “Loved throughout the Western world”  เป็นข้อความที่ขยายประธาน  ทำหน้าที่เป็น  “Adjective phrase”  ตัวอย่างอื่นๆ ในแบบนี้ (Passive voice)  ได้แก่

  • Punished by his teacher, Jack tried hard to improve himself.

(ถูกลงโทษโดยครูของเขา  แจ๊คพยายามอย่างหนักที่จะปรับปรุงตัวเอง) (แจ๊คถูกลงโทษ)

  • Bitten by a snake, the dog died.

(ถูกกัดโดยงู  สุนัขตาย) (สุนัขถูกกัด)

  • Killed in the battlefield in the war, he was praised by fellow soldiers.

(ถูกฆ่าตายในสนามรบในสงคราม  เขาได้รับการสรรเสริญโดยเพื่อนทหาร) (เขาถูกฆ่าตาย)

  • Asked by her parents, she came home from abroad to help in the family business.

(ถูกขอร้องโดยพ่อแม่ของเธอ  เธอกลับมาบ้านจากต่างประเทศ  เพื่อช่วยเหลือในธุรกิจของครอบครัว) (เธอถูกขอร้อง)

                           อย่างไรก็ตาม  ถ้าประธานของประโยค  เป็นผู้ทำกริยาในวลี,  กริยานั้นจะต้องเป็น  “Present participle” (Verb + ing)  แสดงรูป  “Active voice”   เช่น

  • Walking along the road, he met his old friend.

(เดินไปตามถนน  เขาพบเพื่อนเก่าของเขา)  (เขาเป็นผู้ทำกริยา  “เดิน”)

  • Seeing her teacher, Jane went to greet him.

(เห็นครูของเธอ  เจนเข้าไปทักทายเขา)  (เจนเป็นผู้ทำกริยา  “เห็น”)

  • Looking out of the window, we could see beautiful scenery.

(มองออกไปนอกหน้าต่าง  เราสามารถเห็นทัศนียภาพที่สวยงาม)  (เราเป็นผู้ทำกริยา  “มอง”)

  • Hoping to be there in time, Kim started early in the morning.

(หวังว่าจะไปที่นั่นให้ทันเวลา  คิมเริ่มออกเดินทางแต่เช้าตรู่)  (คิมเป็นผู้ทำกริยา  “หวัง”)

 

18. It was careless ____________________________________ us to forget to lock the door.

(มันเป็นความสะเพร่า ____________________________________ เรา  ที่ลืมล๊อคประตู)

(a) for

(b) with

(c) of    (ของ)

(d) in

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • It was very careless of ______________________________ to leave her baby in the taxi.

(มันเป็นความสะเพร่าอย่างยิ่งของ _______________________ ที่ทิ้งทารกน้อยไว้ในรถแท็กซี่)

(a) she

(b) her    (เธอ)

(c) hers

(d) herself

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากมาจากโครงสร้าง  “Adjective + Of +  กรรม”  =   “กรรมนั้นช่าง.....................เหลือเกิน  ที่.........................”  เช่น

  • It is very kind of you to help me.

(คุณช่างกรุณามากเหลือเกินที่ช่วยเหลือผม)

  • It was very nice of her to donate a lot of money to charity.

(เธอช่างกรุณาเสียเหลือเกินที่บริจาคเงินมากมายให้กับการกุศล)

  • It was good of your father to come.

(คุณพ่อของคุณช่างกรุณาเหลือเกินที่อุตส่าห์มา)

  • How kind of them to help those poor children.

(พวกเขาช่างกรุณาเหลือเกินที่ช่วยเหลือเด็กที่น่าสงสารเหล่านั้น)

 

19. We have not seen each other ____________________________________ our schooldays.

(เราไม่ได้พบกัน __________ สมัยที่เราเป็นเด็กนักเรียน)  (คือ  พอเรียนจบจากโรงเรียนแล้ว  ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย)

(a) before

(b) after

(c) when

(d) since    (ตั้งแต่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “Since”  +  วลี  เช่น  (the morning, yesterday, 10 o’clock, Friday, Last week (month, year), 1990, noon, midnight, our schooldays, etc.)  หรือ  “Since” + ประโยค  เช่น  (I was young, we were at college, she was born, his mother died, they were married, you arrived, he was ten years old, etc.)

  • They have read in the library since 10 o’clock.

(พวกเขาอ่านหนังสือในห้องสมุดตั้งแต่สิบโมงเช้า)  (ขณะนี้ก็ยังอ่านอยู่)

  • He has worked to support his family since he was ten years old.

(เขาทำงานเลี้ยงครอบครัวตั้งแต่เขาอายุ ๑๐ ขวบ)  (ปัจจุบันก็ยังทำฯ อยู่)

 

20. We hadn’t enough money to pay the taxi fare, and _____________________ we had to walk.

(เราไม่มีเงินพอจะจ่ายค่ารถแท็กซี่  และ _________________________ เราจำเป็นต้องเดินไป)

(a) really

(b) in consequence    (ผลที่ตามมา คือ,  ผลลัพธ์ คือ)  

(c) result

(d) that is

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจตอบ  “as a consequence”  หรือ  “as a result”  (ทั้ง ๒ วลี  หมายถึง  “ผลที่ตามมา คือ,  ผลลัพธ์ คือ”)  ก็ได้

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป