หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 159)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุด)

 

1. Frederick Jones invented a refrigeration unit that ____________ the transportation of frozen foods by truck.

(เฟร็ดเดอริก  โจนส์  ประดิษฐ์คิดค้นหน่วยงานแช่เย็น (ทำให้เย็น) ซึ่ง __________ การขนส่งอาหารแช่แข็งโดยรถบรรทุก)

(a) possibly made

(b) made it possible

(c) it possibly made

(d) made possible    (ทำให้เป็นไปได้)

ตอบ   -   ข้  อ   (d)   เนื่องจาก  “Made”  เป็นกริยาของอนุประโยค  (That made possible the transportation of frozen foods by truck)  ทั้งนี้  สามารถเขียนโครงสร้างประโยคได้อีกแบบหนึ่ง  โดยมีความหมายเหมือนกัน  คือ

  • Frederick Jones invented a refrigeration unit that made the transportation of frozen foods by truck possible.

 

2. Sandy William, _____________________, has run her own record company for half a century.

(แซนดี้  วิลเลียม, ____________ , ได้บริหาร (ดำเนินการ) บริษัทแผ่นเสียงของเธอเอง  เป็นเวลาครึ่งศตวรรษ)  (จนถึงปัจจุบัน)

(a) is the great contemporary singer

(b) one of the great contemporary singers    (หนึ่งในบรรดานักร้องร่วมสมัย (สมัยปัจจุบัน) ผู้ยิ่งใหญ่)

(c) that the great contemporary singers

(d) the contemporary singers were great

ตอบ   -   ข้อ  (b)  โดยลดรูปมาจากอนุประโยค  “Who is one of the great contemporary singers”  ทั้งนี้  อาจตอบ  “A great contemporary singer”  (นักร้องร่วมสมัยผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง) ก็ได้

 

3. Roger said he worked __________________________________________ at a gas station.

(โรเจอร์กล่าวว่า  เขาทำงานที่ปั๊มน้ำมัน _______________________________________)

(a) eight hours a day    (วันละ ๘ ชั่วโมง)

(b) eight hours on a day

(c) eight hours in a day

(d) eight hours for a day

ตอบ   –   ข้อ   (a)   ดูเพิ่มเติมการเรียงคำในเรื่อง  “ราคา, น้ำหนัก, เวลา, ความเร็ว, อัตราส่วน”  จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่            {จงหาที่ผิดหลักไวยากรณ์  ข้อ  (๑)  -  (๔)}

  • (1) All the blood in the body (2) passes through the heart (3) at least twice (4) the minute.

(เลือดทั้งหมดในร่างกายไหลผ่านหัวใจ  อย่างน้อยที่สุด   ครั้ง ต่อ    นาที)

ตอบ   –   ข้อ   (4)   แก้เป็น   “a minute”  เนื่องจากต้องใช้   “a” และ “an”  นำหน้าคำนามเอกพจน์ที่บอกถึง  “ราคา”,  “อัตราส่วน”,  “น้ำหนัก”,  “ความเร็ว”,  และ  “เวลา”  เช่น  

  • a pound a dozen  (โหลละ ๑ ปอนด์)  
  • ten dollars a pair  (คู่ละ ๑๐ เหรียญ)
  • 50 baht a kilo  (๕๐ บาทต่อ ๑ กิโล)
  • 100 baht a yard  (๑๐๐ บาทต่อ ๑ หลา)
  • once a month  (เดือนละ ๑ ครั้ง)
  • twice a year  (ปีละ ๒ ครั้ง)
  • three times a year  (ปีละ ๓ ครั้ง)
  • ninety miles an hour  (๙๐ ไมล์ต่อชั่วโมง)

 

4. There are ________________________________________________ than in your class.

(มี ______________________________________________ กว่าในชั้นเรียนของคุณ)

(a) students in my class more

(b) students more in my class

(c) more students in my class    (นักเรียนในชั้นเรียนของผมมาก)

(d) in my class students more

ตอบ   –   ข้อ   (c)   ต้องใช้การเรียงคำแบบดังกล่าว

 

5. The museum is visited mainly by those _____________ are interested in the historical objects excavated from archaeological sites in South Africa.

(พิพิธภัณฑ์ได้รับการไปเยือน  ส่วนใหญ่โดยบุคคล __________ มีความสนใจในวัตถุโบราณ (ทางประวัติศาสตร์)  ที่ถูกขุดค้นมาจากแหล่งโบราณคดีในแอฟริกาใต้)

(a) whom

(b) which

(c) who    (ผู้ซึ่ง)

(d) whose

ตอบ   –    ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นประธานของอนุประโยค   “Who are ……....…….South Africa

 

6. Pan American University owns ____________________ telescope and observatory in Texas.

(มหาวิทยาลัยแพนอเมริกันเป็นเจ้าของกล้องโทรทัศน์และหอดูดาว ____________ ในรัฐเท็กซัส)

(a) the second is the largest of

(b) the second-largest is the

(c) the second-largest    (ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสอง)

(d) second-largest of the

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ต้องเรียงโครงสร้างในแบบดังกล่าว  เช่น

  • Thammasat University is the second-oldest university in Thailand.

(มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับสองของไทย)

              แต่ถ้าต้องการจะบอกว่าอาคารใหญ่ที่สุดใช้  “The largest building”  หรือ วัดเก่าแก่ที่สุดใช้  “The oldest temple

 

7. Meat can be purchased not only fresh _____________________________ canned and frozen.

(เนื้อสามารถถูกซื้อไม่เพียงแต่ (แบบ) สด _________ (แบบ) บรรจุกระป๋องและแช่แข็ง ________)

(a) also

(b) not also

(c) and also

(d) but also    (แต่ยัง ...............(บรรจุกระป๋องและแช่แข็ง)................ อีกด้วย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เป็นการใช้  “คำคู่”   คือ  “Not only”  และ  “But also”  ดูเพิ่มเติมการใช้  “คำคู่”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่         

  • Please tell me the difference ________________________________ a habit and a custom.

(โปรดบอกผมความแตกต่าง __________ นิสัย  (หรือธรรมเนียมปฏิบัติ) และขนบธรรมเนียมประเพณี)

(a) of

(b) from

(c) between    (ระหว่าง)

(d) in

ตอบ    –    ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นการใช้   “คำคู่”  “Between”  และ “And                                            

                                          ตัวอย่างที่  

  • Both breakfast _________________________ lunch are served in the company cafeteria.

(ทั้งอาหารเช้า ____________________ อาหารกลางวันได้รับการเสิร์ฟในโรงอาหารของบริษัท)

(a) but    (แต่)

(b) or    (หรือ)

(c) either    (อย่างใดอย่างหนึ่ง)

(d) and    (และ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการใช้คำคู่  เช่น  “both…....…and…........” (ทั้ง............และ.............),  “either…....…or…........” (............ หรือ........... คนใดคนหนึ่ง),  “neither….....…nor….........” (ไม่ทั้ง............และ.............),  “not only…....… but also…....…”  (ไม่เพียงแต่............ แต่................ ด้วย)   เช่น

  • Either John or his sister will come to my party.

(จอห์นหรือน้องสาวของเขา  คนใดคนหนึ่ง – ระหว่างเขากับน้องสาว –จะมางานเลี้ยงของผม)

  • Neither you nor I can achieve the goals.

(ไม่ทั้งคุณและผมสามารถบรรลุจุดหมาย  –  คือทั้งคุณและผมไม่สามารถบรรลุจุดหมาย)

  • Not only Peter but also Frank passes the test.

(ไม่เพียงแต่ปีเตอร์  แต่ยังแฟร้งค์อีกด้วย  ที่ผ่านการสอบ  –  คือสอบผ่านทั้ง ๒ คน)

  • Both Mary and her sister have divorced their husbands.

(ทั้งแมรี่และพี่สาวของเธอได้หย่าร้างกับสามี)

 

8. In physics, the greater __________________ object’s mass, the harder it is to put it into motion.

(ในวิชาฟิสิกส์,  ยิ่งมวลสารของวัตถุ __________ ยิ่งมาก (ยิ่งใหญ่) ขึ้น,  มันก็ยิ่งยากขึ้นที่จะทำให้มันเคลื่อนไหว)  (หมายถึง  ยิ่งวัตถุมีขนาดใหญ่ขึ้น  ก็ยิ่งยากมากขึ้นที่จะทำให้มันเคลื่อนไหว)

(a) is an

(b) it is an

(c) an    (ชิ้นหนึ่ง, อย่างหนึ่ง)

(d) which is an

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  “ยิ่ง.................ก็ยิ่ง....................”  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • The harder the shrub is to grow, ___________________________________________.

(ยิ่งต้นไม้เล็กๆ (พันธุ์เตี้ยๆ) โตยาก  _________________________________________)

(a) the higher the price it is

(b) the higher is the price

(c) the higher the price    (ราคาก็ยิ่งแพงขึ้น)  (ตอบแบบไม่มีกริยา)

(d) the higher is the price become

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ   “The higher the price is”  (ตอบแบบมีกริยา)  หรือ  “The higher the price becomes”  (แบบมีกริยา)  ก็ได้  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่ 

  • The more he tried to help her, _________________________ she seemed to appreciate it.

(ยิ่งเขาพยายามช่วยเหลือเธอมากขึ้น  เธอก็ยิ่งดูเหมือนว่าชื่นชม-เห็นคุณค่ามัน ___________)  (ยิ่งเขาช่วยเธอมากขึ้น  เธอก็ยิ่งชื่นชมมันน้อยลง)

(a) less

(b) lesser    (น้อยกว่า, เล็กน้อย)

(c) the less    (น้อยลง)

(d) the lesser

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้าง  “ยิ่ง................ก็ยิ่ง.................”  ในประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • The more money we earn, __________________________ percentage we pay in taxes.

(ยิ่งเราหาเงินได้มากขึ้น  เปอร์เซ็นต์ที่เราจะต้องเสียภาษี  __________________________)

(a) the high the

(b) higher an

(c) a high

(d) the higher the    (ก็ยิ่งสูงขึ้น)   

ตอบ   -   ข้อ  (d)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • The higher the standard of living and the greater the national wealth, the _____________.

(ยิ่งมาตรฐานการครองชีพสูงขึ้น  และความมั่งคั่งของชาติเพิ่มมากขึ้น, _________________)

(a) greater is the amount of paper is used

(b) greater amount of paper is used

(c) amount of paper is used is greater

(d) greater the amount of paper used    (ปริมาณกระดาษที่ใช้ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น)

ตอบ   -   ข้อ  (d)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • On enough logical reasons, the fewer seeds, ________________________________.

(ตามเหตุผลที่เป็นไปตามหลักตรรกะอย่างเพียงพอ  ยิ่ง (หว่าน) เมล็ดน้อย  ______________)

(a) the less plants grow

(b) the fewer plants    (ก็ยิ่ง (ได้) ต้นไม้ (หรือพืช) น้อย)  (ความหมาย คือ  ยิ่งหว่านเมล็ดลงไปน้อย  ก็ยิ่งได้ต้นไม้น้อย)

(c) the less plants

(d) the plants the fewer

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “Fewer”  (น้อยกว่า)  มาจาก  “Few”  ต้องใช้กับคำนามนับได้ พหูพจน์,  ส่วน  “Less”  (น้อยกว่า)  มาจาก  “Little”  ใช้กับคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ),  ในประโยคข้างบน  “Seeds”  และ  “Plants”   เป็นนามนับได้ พหูพจน์  จึงต้องตัด  ข้อ   (a)  และ  (c)  ทิ้งไป,  สำหรับการเรียงโครงสร้าง  “ยิ่ง...................ก็ยิ่ง.................”  ดูคำอธิบายจากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • The longer you stay here, _______________________________________________.

(ยิ่งคุณพักอยู่ที่นี่นานยิ่งขึ้น  ______________________________________________)

(a) it will be better

(b) it will be the better

(c) the better will it be

(d) the better it will be    (มันก็ยิ่งดีมากขึ้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “The + Adjective (ขั้นกว่า)  + Subject + Verb,  the + Adjective (ขั้นกว่า) + Subject + Verb”  หรือ  แบบย่อๆ  เช่น

  • The sooner, the better.   (ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี)
  • The more, the merrier.   (ยิ่ง (คน) มาก  ก็ยิ่งสนุก)
  • The slower, the safer.   (ยิ่งช้า  ก็ยิ่งปลอดภัย)
  • The longer, the higher price.   (ยิ่งนานไป  ก็ยิ่งราคาสูงขึ้น)

                                          ตัวอย่างที่  

  • The older he grows, _________________________________________ he becomes.

(ยิ่งเขาอายุมากขึ้น  เขาก็ ______________________________________________)

(a) more foolish

(b) foolish

(c) foolisher    (ไม่มีใช้รูปนี้)

(d) the more foolish    (ยิ่งโง่มากขึ้น)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

                                         ตัวอย่างที่               (จงเลือกข้อที่ผิดไวยากรณ์จากข้อ  ๑ – ๔)

  • Sometimes (1) the more we attempt to explain (2) our mistake, the (3) worst our story (4) sounds.  

(บางครั้ง  ยิ่งเราพยายามที่จะอธิบายความผิดของเรา (คือแก้ตัว)  เรื่อง (ที่พูดแก้ตัว) ของเรา  ก็ดูเหมือนว่ายิ่งเลวร้ายมากยิ่งขึ้น)

ตอบ   –   ข้อ   (3)   แก้เป็น  “Worse”  (มาจาก  “Bad,  Worse,  Worst”  –  แย่-เลวร้าย, แย่กว่า-เลวร้ายกว่า, แย่ที่สุด-เลวร้ายที่สุด)   เนื่องจากมาจากรูป   “ยิ่ง...............ก็ยิ่ง................”  โดยมีโครงสร้าง  คือ  (The + Adjective (ขั้นกว่า) + Subject + Verb,  the + Adjective (ขั้นกว่า) + Subject + Verb)  เช่น

  • The more one has, the more one wants.

(คนเรายิ่งมีมาก  ก็ยิ่งต้องการมาก)  (ยิ่งมีมาก  ยิ่งโลภมาก)

  • The sooner she arrives, the better it is.

(ยิ่งเธอมาถึงเร็ว  ก็ยิ่งดี)

  • The bigger the house is, the more expensive it is.

(ยิ่งบ้านยิ่งหลังใหญ่ขึ้น  ราคาก็ยิ่งแพงขึ้น)

  • The more he tried to explain, the less she understood him.

(ยิ่งเขาพยายามอธิบายมากยิ่งขึ้น  เธอก็ยิ่งเข้าใจเขาน้อยลง)

  • The more the people come to our party, the funnier it will be.

(ยิ่งคนมางานเลี้ยงของเรามากขึ้น  มันก็ยิ่งสนุกมากขึ้น)

  • The heavier the boxes are, the more difficult it is to carry them.

(ยิ่งกล่องยิ่งใหญ่ขึ้น  ก็ยิ่งแบกมันลำบากมากยิ่งขึ้น)

  • The more he loves her, the less she loves him.

(ยิ่งเขารักเธอมากขึ้น  เธอก็ยิ่งรักเขาน้อยลง)

  • The more money we gave them, the more (money) they wanted from us. 

(ยิ่งเราให้เงินเขามากขึ้น  เขาก็ยิ่งต้องการ (เงิน) จากเรามากขึ้น)

  • The more we read, the wiser we become.

(ยิ่งเราอ่านมากขึ้น  เราก็ยิ่งฉลาดมากขึ้น)

  • The more loan he takes, the deeper he is in debt.

(ยิ่งเขากู้เงินมากขึ้น  เขาก็ยิ่งเป็นหนี้มากขึ้น)

 

9. ____________________________________________ map dates back to about 3000 B.C.

(แผนที่ _____________________ นับเวลาย้อนหลังไปจนประมาณ  ๓,๐๐๐  ปีก่อนคริสตศักราช)

(a) Known to be the oldest

(b) The oldest known    (เก่าแก่ที่สุดซึ่งเป็นที่รู้จักกัน)

(c) It was the oldest known

(d) Known as the oldest

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นส่วนที่ขยายประธานของประโยค  (Map)  ส่วนกริยา  คือ  “Dates back”  (นับเวลาย้อนหลัง)  หรืออาจตอบ  ข้อ  (c)  แต่ต้องแก้เป็น  “It was the oldest known map which dates back to………..….”  (มันเป็นแผนที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งเป็นที่รู้จักกัน  ซึ่งนับเวลาย้อนหลังไป ...................)  หรือตอบแบบลดรูปอนุประโยค  ของประโยคข้างต้น  คือ  “It was the oldest known map dating back to……...........

 

10. On Sundays, many children spend their time ____________________________________.

(ในวันอาทิตย์  เด็กๆ จำนวนมากใช้เวลาของตน __________________________________)

(a) to watch a television

(b) to watch the television

(c) watching television    (ดูโทรทัศน์)

(d) to watch television

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Spend + Time + Verb + ing”  เช่น

  • She spent three hours buying her clothes.

(เธอใช้เวลา ๓ ชั่วโมงซื้อเสื้อผ้า)

                    สังเกตความแตกต่างจากตัวอย่างข้างล่าง

  • She spent a lot of money on clothes.

(เธอใช้จ่ายเงินมากมายไปกับเสื้อผ้า)     

 

11. A young man is accepted in the Royal Thai Air Force ______________________ trained to fly.

(ชายหนุ่มคนหนึ่งได้รับ (เข้าทำงาน) ในกองทัพอากาศ _______ ฝึกฝนให้บิน)  (คือ ฝึกขับเครื่องบิน)

(a) in spite of being    (ทั้งๆ ที่เป็น)

(b) in case of being    (ในกรณีที่เป็น)

(c) in order that    (เพื่อที่ว่า)  (ต้องตามด้วยประโยค คือ  “Subject + Verb”  เช่น  “…………in order that he will be trained to fly”)

(d) in order to be    (เพื่อที่จะถูก)

ตอบ   -   ข้อ  (d)   ต้องใช้   “………….….to be trained”  (Passive voice)  เนื่องจาก  “ถูกกระทำ”  คือ  “ถูกฝึก”  หรืออาจใช้  “So as to be”  (เพื่อที่จะถูก)  ก็ได้

 

12. Along the rocky shores of New England ______________________________ and tidal marsh.

(ตามฝั่งทะเลที่เต็มไปด้วยหินของภาคนิวอิงแลนด์ (รัฐต่างๆ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ที่ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก) __________  และที่ดินต่ำและชื้นและมักมีน้ำท่วม  ซึ่งขึ้นอยู่กับกระแสน้ำขึ้นหรือลง)

(a) are where stretches of sandy beach

(b) stretches of sandy beach are there

(c) are stretches of sandy beach    (คือ  พื้นที่เหยียดยาวของชายหาดทราย)

(d) stretches of sandy beach are

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นกริยา  (Are)  และประธานตัวแรกของประโยค (Stretches of sandy beach)  สำหรับประธานฯ ตัวที่  ๒  คือ  “Tidal marsh”  ส่วน  “Along the rocky shores of New England”  เป็นกริยาวิเศษณ์บอกสถานที่  (Adverb of place)  ทั้งนี้   ประโยคข้างบนอาจเขียนได้อีกรูปแบบหนึ่ง  โดยเรียงโครงสร้าง  “ประธานฯ + กริยา + กริยาวิเศษณ์บอกสถานที่”  ดังนี้  คือ

  • Stretches of sandy beach and tidal marsh are along the rocky shores of New England.

(พื้นที่เหยียดยาวของชายหาดทราย  และที่ดินต่ำและชื้นและมักมีน้ำท่วม  ซึ่งขึ้นอยู่กับกระแสน้ำขึ้นหรือลง  อยู่ตามฝั่งทะเลที่เต็มไปด้วยหินของภาคนิวอิงแลนด์)

                             สำหรับตัวอย่างโครงสร้างประโยคแบบเดียวกับ  ข้อ     เช่น

  • Among the advantages which Mr. Barlow has given his children  are a good college education and extensive travel abroad.

(ในบรรดาข้อได้เปรียบต่างๆ ซึ่งมิสเตอร์บาร์โลว์ได้ให้แก่ลูกๆ ของเขา  คือ  การศึกษาอย่างดีในมหาวิทยาลัย  และการเดินทางอย่างกว้างขวางมากในต่างประเทศ)

                            ทั้งนี้  สามารถเขียนได้อีกแบบหนึ่ง  คือ

  • A good college education and extensive travel abroad are among the advantages which Mr. Barlow has given his children 

(การศึกษาอย่างดีในมหาวิทยาลัย  และการเดินทางอย่างกว้างขวางมากในต่างประเทศ  อยู่ในบรรดาข้อได้เปรียบต่างๆ ซึ่งมิสเตอร์บาร์โลว์ได้ให้แก่ลูกๆ ของเขา)

 

13. ___________, Caroline Hazard was elected as the fifth president of Wellesley College, despite her lack of a college education and administrative experience.

(___________, แคโรลีน  แฮซซาร์ด  ได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานคนที่  ๕  ของมหาวิทยาลัยเวลส์เล่ย์, ทั้งๆ ที่เธอไม่มีการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย  และประสบการณ์ด้านการบริหาร)  (เวลส์เล่ย์เป็นมหาวิทยาลัยหญิงล้วน  อยู่ในรัฐแมสซาชูเซตต์ของสหรัฐฯ  ปัจจุบันอยู่ในสังกัดของ  MIT  และมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด,  นางฮิลลารี่  คลิน ตัน  ก็เรียนจบกฎหมายที่ ม. เวลส์เล่ย์)

(a) Forty-three years

(b) She was forty-three

(c) Forty-three years old

(d) At forty-three    (เมื่ออายุ  ๔๓  ปี)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากเป็น  “Adverbial phrase of time”  (วลีกริยาวิเศษณ์บอกเวลา)  ทั้งนี้  อาจตอบ  “At forty-three years old”  หรือ  {When she was forty (years old)}  หรือ  “Forty-three-year-old Caroline Hazard was……..………”  ก็ได้,  สำหรับประธานของประโยคนี้  คือ  “Caroline Hazard”  ส่วนกริยา  คือ  “Was elected

 

14. Some elephants have two tusks, but others have _________________________________.

(ช้างบางตัวมีงา  ๒  ข้าง (กิ่ง), แต่บางตัว (ตัวอื่นๆ) ______________________________ มี)

(a) no

(b) never one

(c) not some

(d) none    (ไม่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “No, Not, None, Never”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่ 

  • Pantomime refers to a short drama in which __________________ words are spoken.

(ละครใบ้เกี่ยวโยงไปถึง (หมายถึง) ละครสั้นซึ่ง ____________ คำพูดถูกพูดออกมา)  (แต่ใช้อากัปกิริยาท่าทางของนักแสดงแทนคำพูด)

(a) never

(b) not

(c) no    (ไม่มี)

(d) none

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “No, Not, None”  จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • It was unnecessary for you to have told Lucy anything.  It was ___________ of her business.

(มันไม่จำเป็นเลยสำหรับคุณที่ได้บอกลูซี่ไปแล้วในเรื่องใดๆ  (เพราะ) มัน __________ เรื่องของเธอเลย)  (มันไม่เกี่ยวกับเธอเลย)

(a) all

(b) no

(c) not

(d) none    (มิใช่)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “No, Not, None, All”  จากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่ 

  • It’s ______________ surprise to me that he failed the test.  He hardly prepared for his exam.

(มัน __________ ความประหลาดใจ (สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจ) สำหรับผม  ที่ว่าเขาสอบตก,  เขาแทบจะไม่ได้เตรียมตัวสำหรับการสอบเลย)

(a) none

(b) no    (มิใช่)

(c) any

(d) not

ตอบ   -   ข้อ   (b)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Since Alaska attained statehood in 1959, _____________ single party has dominated politics there.

(ตั้งแต่รัฐอลาสก้าได้บรรลุถึงความเป็นรัฐในปี  ๑๙๕๙, ___________ พรรคการเมืองเดียวโดดๆ ได้ครอบงำการเมืองที่นั่น)  (หมายถึง  ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากที่รัฐนี้  หรืออาจผลัดกันครองเสียงข้างมาก)

(a) none

(b) no    (ไม่มี)

(c) not

(d) never

ตอบ   -   ข้อ   (b)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • __________ definite boundary exists between the Earth’s atmosphere and interplanetary space.

(___________ ขอบเขตที่แน่นอนระหว่างบรรยากาศของโลก  และห้วงอวกาศระหว่างดาวเคราะห์)  (คือ  เวิ้งว้างโดยไม่มีขอบเขต  ต่างจากน่านฟ้าหรือน่านน้ำของประเทศต่างๆ ในโลก  ที่มีการกำหนดขอบเขตที่แน่นอน)

(a) Not

(b) No    (ไม่มี)

(c) None

(d) There is no

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจใช้โครงสร้าง  “There is no definite boundary between the ………………”   ก็ได้

                                          ตัวอย่างที่ 

  • An invertebrate is an animal with _______________________________________ spine.

(สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง  คือสัตว์ที่ ____________________________________ กระดูกสันหลัง)

(a) not

(b) no    (ไม่มี)

(c) none

(d) and no

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ใช้   “No”  นำหน้าคำนาม (Spine)

                                          ตัวอย่างที่ 

  • Some people take _______________________________________ pride in their work.

(คนบางคน ________________________________________ ความภูมิใจในงานของตน)

(a) none

(b) no    (ไม่มี)

(c) not

(d) nothing

ตอบ   -   ข้อ   (b)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • I am very sorry that you have ______________________________ good books to read.

(ผมเสียใจอย่างมากว่า  คุณ __________________________________ มีหนังสือดีๆ อ่าน)

(a) some

(b) any

(c) no    (ไม่)

(d) a few    (พอมีอยู่บ้าง แม้ไม่มาก)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากดูจากข้อความ   “ผมเสียใจอย่างมาก”  จึงควรบอกว่า  “ไม่มีหนังสือดีๆ อ่าน” 

                                         ตัวอย่างที่             จงเลือกข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์ จากข้อ (๑) – (๔)

  • (1) Not woman held a presidential cabinet (2) position in the United States (3) until 1933 when Frances Perkins (4) became Secretary of Labor.  

(ไม่มีผู้หญิงดำรงตำแหน่งในคณะรัฐบาลของประธานาธิบดี (หมายถึง  ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี) ในสหรัฐฯ  จนกระทั่งปี  ๑๙๓๓  เมื่อฟรานเซส  เพอร์คินส์  ได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน)

ตอบ   -   ข้อ      แก้เป็น  “No”  เนื่องจาก   “No”  ใช้นำหน้าคำนาม  (Woman)   ส่วน  “Not”  มักใช้วางไว้ข้างหน้า  “A, A, The, Any”  ซึ่งขยายหน้าคำนามอีกทีหนึ่ง  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • No city in Laos is as big as Bangkok.

(ไม่มีเมืองใน สปป. ลาว  ใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

  • No other city in Thailand is as big as Bangkok.

(ไม่มีเมืองอื่นใดในประเทศไทยที่ใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

  • We saw no difference between them. 

(= We did not see any difference in them.)

(เราไม่เห็นความแตกต่างระหว่างพวกเขาเลย)

  • She has no book.

(= She does not have a bookหรือ  She has not any books.)

(เธอไม่มีหนังสือ)

  • He has not a book.

(= He does not have a book.  หรือ  He has no book.)

(เขาไม่มีหนังสือ)

  • They have not any books.

(= They do not have any books.  หรือ  They have no books.)

(พวกเขาไม่มีหนังสือเลย)

  • No one man can do it.

(ไม่มีใครสักคนเดียวสามารถทำมันได้)  (ใช้  “No” แสดงการเน้น  จะเป็นเพศหญิงหรือชายก็ได้  เพราะ  “Man”  ในที่นี้ หมายถึง  “บุคคล”)

  • No two men think alike.

(ไม่มีใคร (บุคคล)   คน  ที่คิดเหมือนกัน)  (แสดงการเน้นเหมือนประโยคข้างบน)

หมายเหตุ  -  Not”  อาจจะใช้กับคำนามได้  โดยหมายถึง  “ไม่ใช่”  แต่  “No + Noun”  =  ไม่มี  ดังตัวอย่าง

  • You must go to the bank, not the post office.

(คุณต้องไปที่ธนาคารนะ  ไม่ใช่ที่ทำการไปรษณีย์)

  • No post office is close to my home.

(ไม่มีที่ทำการไปรษณีย์อยู่ใกล้บ้านผม)

                               ในกรณี  “No”  เป็น  “Adverb”  มีการใช้ดังนี้  คือ

  • He is no better yet.

(เขาอาการยังไม่ดีขึ้นเลย)

  • There were no fewer than 50 people at the party.

(มีคนไม่น้อยกว่า  ๕๐  คนที่งานเลี้ยง)

  • She went no further than the station.

(เธอไปไม่ไกลกว่าสถานี)  (คือ  ไปแค่สถานี)

                               นอกจากนั้น  เรายังสามารถใช้   “Not”  กับ  “Infinitive with to”  และ  “Gerund” (Verb + ing) ได้  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • He was careless in not crossing the street at a zebra crossing.

(เขาประมาทในการไม่ข้ามถนนตรงทางม้าลาย)

  • You were wrong in not coming to see me last week.

(คุณผิดนะ – หรือ คิดผิดนะ  -  ที่ไม่มาพบผมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

  • She promised not to do it again.

(เธอสัญญาที่จะไม่ทำแบบนั้นอีก)

  • They asked me not to blame them.

(พวกเขาขอร้องไม่ให้ผมตำหนิพวกเขา)

                              ในกรณีเป็นการห้ามทำ  ต้องใช้รูป  “No + Verb + ing”  เช่น  “No Swimming” (ห้ามว่ายน้ำ)  “No Fishing” (ห้ามตกปลา)  “No Parking” (ห้ามจอดรถ)  “No Smoking” (ห้ามสูบบุหรี่)   “No entry”  (ห้ามเข้า)  เป็นต้น

                              สำหรับตัวอย่างของ  “No”  และ  “Not”  ในความหมายต่างๆ  ได้แก่

  • No matter what he says, she does not believe him.

(ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรก็ตาม  เธอก็ไม่ยอมเชื่อเขา)

  • You can’t go in no matter who you are.

(คุณจะเข้ามาข้างในนี้ไม่ได้นะ  ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม)  (หมายถึง จะใหญ่ขนาดไหนก็ตาม  ก็เข้ามาไม่ได้)

  • He has to get the car fixed no matter how much it costs.

(เขาจำเป็นต้องเอารถไปซ่อม  ไม่ว่าจะราคา (ค่าซ่อม) เท่าใดก็ตาม)

  • She no longer loves him. 

(= She does not love him any longer.)

(เธอไม่รักเขาต่อไปอีกแล้ว)

  • The two men no longer talk to each other.

(ชาย ๒ คนนั้นไม่พูดคุยกันอีกต่อไป  -  คือโกรธกัน)

  • The shore was no longer in sight.

(มองไม่เห็นชายฝั่งอีกต่อไปแล้ว (ไม่อยู่ในสายตา)  -  คือ เรือออกมาไกลมากแล้ว)

  • He could no longer be trusted, and we had to let him go.

(เขาเชื่อถือไม่ได้อีกต่อไป  และเราจำเป็นต้องให้เขาไป  -  คือไล่เขาออก)

  • There was no end to the letters pouring into the post office.

(มีจดหมายหลั่งไหลเข้ามาที่ทำการไปรษณีย์อย่างมากมาย  -  ไม่รู้จบรู้สิ้น)

  • Bob and Dick become close friends, and have no end of fun together.

(บ๊อบและดิ๊กกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน  และสนุกด้วยกันอย่างมากมาย  -  ไม่รู้จบรู้สิ้น)

  • No doubt Susan is the smartest girl in her class.

(ไม่ต้องสงสัยเลย (แน่นอนทีเดียว)  ซูซานเป็นเด็กหญิงที่ฉลาดที่สุดในชั้นเรียนของเธอ)

  • Jim is no doubt one of the best staff in the company.

(จิมเป็นพนักงานที่ดีที่สุดคนหนึ่งของบริษัทอย่างไม่ต้องสงสัยเลย)  (อย่างแน่นอนเลย)

  • There is no saying what will happen.

(ไม่มีทางที่จะพูด (บอก) ได้หรอกว่า  อะไรจะเกิดขึ้น)

  • There is no denying that more difficulty will come.

(ไม่มีทางที่จะปฏิเสธได้ว่า  ความยากลำบากยิ่งขึ้นกำลังจะมาถึง)

  • It is no good (no use) complaining about the weather.

(ไม่มีประโยชน์ใดๆ  ที่จะบ่น-ร้องทุกข์เกี่ยวกับดินฟ้าอากาศ)

  • There is not the book you want in the bookstore.

(ไม่มีหนังสือที่คุณต้องการในร้านขายหนังสือ)

  • There is not any car in the street right now.

(ไม่มีรถอยู่ในถนนเลยในขณะนี้)

  • There is not even a single man on the bus.

(ไม่มีแม้กระทั่งคนเดียวบนรถประจำทาง)

                              สำหรับ  “None”  เป็น  “Pronoun”  (= Not one, Not any)  =  “ไม่มีอะไรเลย”  หรือ  “ไม่มีใครเลย”  ดังตัวอย่าง

  • None of her students failed in the examination.

(ลูกศิษย์ของเธอไม่มีใครสอบตกเลย)

  • None of us understood the play.

(ไม่มีพวกเราสักคนที่เข้าใจละครเรื่องนั้น)

  • I want some more coffee but there is none left.

(ผมอยากได้กาแฟอีกหน่อย  แต่ไม่มีเหลือเลย)

  • This created a class of large landowners where none had existed before.

(สิ่งนี้ได้ก่อให้เกิดชนชั้นเจ้าของที่ดินจำนวนมากมาย  ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนเลย)

  • I have answered every single question.  My opponent has answered none.

(ผมได้ตอบคำถามแล้วทุกคำถาม  (แต่)  ฝ่ายตรงข้ามผมไม่ตอบเลย)

  • She showed none of the belligerence and arrogance I had expected.

(เธอมิได้แสดงความมุ่งร้ายและความยโสโอหังใดๆ  ที่ผมได้คาดหวังเอาไว้)

  • None could afford the books or food.

(ไม่มีใครเลยที่มีเงินพอจะซื้อหนังสือ หรืออาหาร)

  • Most people are kind.  Lots of them very kind.  But none so kind as Stephen.

(คนส่วนใหญ่ใจดี  (โดย)  หลายคนใจดีมาก  แต่ไม่มีใครใจดีเหมือนสตีเฟน)  (เขาใจดีมากกว่าคนอื่นๆ)

  • Go away.  This is none of your business.

(ไปให้พ้น  นี่ไม่ใช่ธุระของคุณเลย)  (คุณไม่ต้องมายุ่ง)

  • It was none other than Jimmy, who took my bike.

(ไม่มีคนอื่น  นอกจากจิมมี่  ผู้ซึ่งเอารถจักรยานของผมไป)

  • As a doctor he is second to none.

(ในฐานะแพทย์  เขาไม่เป็นสองรองใคร)  (เขาเก่งกว่าคนอื่นๆ)

  • Half a loaf is better than none (หรือ  no bread).

(ขนมปังครึ่งปอนด์ยังดีกว่าไม่มีขนมปังเลย)  (หมายถึง  การได้อะไรมา  หรือทำอะไรแม้จะเพียงส่วนเดียว  ยังดีกว่าไม่ได้เลย  หรือมิได้ทำอะไรเลย)

  • “How many fish did you catch?”  “None (at all).”

(คุณจับปลาได้กี่ตัว)  (ไม่ได้เลยครับ)

                              สำหรับในตัวอย่างที่     “Few”  (มีน้อยมาก  -  ใช้ในทางลบ  คือไม่ดี)   และ  “A few”  (พอมีอยู่บ้าง  แม้ไม่มาก  -  ใช้ในทางบวก  คือดี)  ทั้ง    คำนี้ต้องตามด้วยคำนามนับได้-พหูพจน์  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • She has few friends, so she is very lonely.

(เธอมีเพื่อนน้อยมาก  ดังนั้น  เธอเหงามาก)  (ความหมายในทางลบ)

  • She has a few friends, so she is happy.

(เธอพอมีเพื่อนอยู่บ้าง  ดังนั้น  เธอมีความสุข)  (ความหมายในทางบวก)

  • It was a rainy day, so few people came to see the football match.

(มันเป็นวันที่ฝนตก  ดังนั้น  มีคนน้อยมากมาดูการแข่งขันฟุตบอล)  (ความหมายในทางลบ)

  • It was a sunny day, so a few people came to see the football match.

(มันเป็นวันที่แดดจ้า  ดังนั้น  พอมีคนมาดูการแข่งขันฟุตบอลอยู่บ้าง)  (ความหมายในทางบวก)

                              สำหรับ  การวางตำแหน่งของ  “Never”  (ไม่เคย)  มีดังนี้  คือ

                              ๑. วางไว้หลัง  “Verb to be”  เช่น

  • She is never late for class.

(เธอไม่เคยเข้าเรียนสาย)

  • Those poor people are never happy in life.

(คนจนพวกนั้นไม่เคยมีความสุขในชีวิต)

                               ๒. วางไว้หน้าคำกริยาทั่วๆ ไป  เช่น

  • He never arrives in time at the office.

(เขาไม่เคยมาที่ทำงานทันเวลา)

  • She never talks to him in her life

(เธอไม่เคยคุยกับเขาเลยในชีวิตของเธอ)

  • They never succeed in whatever they do.

(พวกเขาไม่เคยประสบความสำเร็จในสิ่งที่ทำ)

                              ๓. ถ้ามีกริยาในประโยค  ๒  ตัว  ให้วางไว้ตรงกลาง (ระหว่าง) กริยานั้น

  • I have never seen such movies before.

(ผมไม่เคยดูหนังเรื่องนั้นมาก่อน)

  • She has never been to London.

(เธอไม่เคยไปลอนดอน)

  • We have never applied for a job in a foreign company.

(เราไม่เคยสมัครงานกับบริษัทต่างประเทศ)

                              ๔. นำ  “Never”  มาขึ้นต้นประโยค  เพื่อต้องการเน้นย้ำคำนี้ว่า  “ไม่เคยเลย”  โดยต้องมีการเรียงโครงสร้างประโยคดังตัวอย่างข้างล่าง

  • Never + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้) + ส่วนขยาย   เช่น
  • Never have I seen such a terrible accident before.

(ผมไม่เคยเห็นอุบัติเหตุร้ายแรงแบบนั้นมาก่อน)

  • Never does she come to class in time.

(เธอไม่เคยเข้าชั้นเรียนทันเวลา)

  • Never has she cooked her own meal.

(เธอไม่เคยปรุงอาหารกินเอง)

                               สำหรับ   “All”  ใช้ได้ทั้งกับคำนามนับไม่ได้  และนามนับได้  พหูพจน์  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • All (the) news has been good news.

(ข่าวทั้งหมดเป็นข่าวดี)

  • All the food is eaten.

(อาหารทั้งหมดถูกกิน)

  • They put all the stuff into the hall.

(พวกเขาเอาของทั้งหมดใส่ไว้ในห้องโถง)

  • Judy had cried all night.

(จูดี้ร้องไห้ตลอดทั้งคืน)

  • He waited for her all the afternoon.

(เขารอคอยเธอตลอดบ่าย)

  • All was quiet in the jail.

(ทั้งหมด (สถานการณ์ทั่วไป) เงียบสงบในคุก)

  • All seemed to be going happily.

(ทั้งหมด (ชีวิตทั่วๆ ไป) ดูเหมือนว่ากำลังดำเนินไปอย่างมีความสุข)

  • All (of) the girls think it is great.

(เด็กหญิงทุกคนคิดว่ามันวิเศษมาก)

  • Some people stay in one place all their lives.

(คนบางคนพักอาศัยอยู่ในที่เดียวตลอดชีวิต)

  • All (of the) defendants were proved guilty.

(จำเลยทุกคนได้รับการพิสูจน์ว่ามีความผิด)

  • All children should complete the primary course.

(เด็กๆ ทุกคนควรเรียนให้จบหลักสูตรพื้นฐาน)

  • They all live together in the same house.

(พวกเขาทั้งหมดอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน)

  • We enjoyed it all.

(เราสนุกกับมันทุกอย่าง)

  • We would all be disappointed if you cancelled permission now.

(เราจะผิดหวังกันทุกคน (ทั้งหมด)  ถ้าคุณยกเลิกการอนุญาตขณะนี้)

  • These are all problems that he is concerned with.

(เหล่านี้คือปัญหาทั้งหมดที่เขาเกี่ยวข้องด้วย)

 

15. This road is dangerous __________________________________________ pedestrians.

(ถนนสายนี้เป็นอันตราย _________________________________ คนเดินเท้า-คนเดินถนน)

(a) for

(b) to    (ต่อ, แก่)

(c) about

(d) of

ตอบ   -   ข้อ   (b)

                          สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)   ที่ใช้กับ “To”  ได้แก่   kind (กรุณา, ใจดี)  -  He is very kind to me.  (เขากรุณาต่อผมมาก),  “new”  (It is new to me.  –  มัน (เป็นเรื่อง) ใหม่สำหรับผม), close  (ใกล้ชิดกับ),  cruel  (โหดร้ายกับ)  -  He was cruel to his family.  (เขาโหดร้ายกับครอบครัวของเขา),  hostile  (มุ่งร้าย หรือเป็นปฏิปักษ์กับ),  obvious  (ชัดเจนแก่)  -  It is obvious to her that he does not love her at all.  (มันชัดเจนแก่เธอว่า  เขามิได้รักเธอเลย),  obedient  (เชื่อฟังต่อ)  -  The children are obedient to their parents.  (ลูกๆ เชื่อฟังพ่อแม่ของเขา),  peculiar  (แปลกประหลาดแก่, เฉพาะกับ),  equal  (เท่ากันกับ),  -  This circle is equal to the other one.  (วงกลมนี้ (มีพื้นที่) เท่ากับวงกลมนั้น),  grateful  (ขอบคุณ, เป็นหนี้บุญคุณ)  -  I’m very grateful to your kind assistance.  (ผมขอบคุณอย่างมากต่อความช่วยเหลือของคุณ),  harmful  (เป็นอันตรายต่อ),  kind  (กรุณาต่อ),  dear  (เป็นที่รักแก่),  faithful  (ศรัทธาต่อ),  junior  (อาวุโสน้อยกว่า),  senior  (อาวุโสมากกว่า)  -  He is senior to me in the army.  (เขาอาวุโสกว่าผมในกองทัพ  -  คือมียศสูงกว่า),  inferior  (ด้อยกว่า, เลวกว่า, แย่กว่า),  superior  (ดีกว่า, เหนือกว่า),  polite  (สุภาพต่อ)  -  He is polite to everyone he meets.  (เขาสุภาพกับทุกคนที่เขาเจอะเจอ),  familiar  (คุ้นเคยกับ)  -  Most people at the party were familiar to me.  (คนส่วนใหญ่ที่งานเลี้ยงคุ้นเคยกับผม,  useful  (เป็นประโยชน์กับ),  similar  (คล้ายกับ),  rude  (หยาบคายกับ),  previous  (ก่อน),  used  (เคย),  accustomed  (คุ้นเคย, เคยชิน)  -  They are accustomed to hot weather.  (พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศร้อน),  clear  (ชัดเจนกับ),  essential  (จำเป็นกับ),  necessary  (จำเป็นต่อ),  good  (ปฏิบัติดีต่อ),  identical  (เหมือนกับ)  -  The material is almost identical to limestone.  (วัตถุชิ้นนั้นเกือบจะเหมือนกันเป๊ะกับหินปูน),  satisfactory (เป็นที่พอใจของ),  important  (สำคัญต่อ),  significant  (สำคัญต่อ),  equivalent  (เท่ากับ, เสมือนกับ),  loyal  (จงรักภักดีต่อ)   เป็นต้น

                          สำหรับคำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่   “happen”  (เกิดขึ้น)  -  The accident happened to his family a long time ago.  (อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขานานมาแล้ว),  occur  (เกิดขึ้น),  resort  (หันไปใช้)  -  You must never resort to violence.  (คุณจะต้องไม่หันไปใช้ความรุนแรง),  keep to  (ชิด, ขับชิด)  -  In Germany, traffic keeps to the right.  (ในประเทศเยอรมัน  รถยนต์ขับชิดขวามือของถนน),  compare  (เปรียบเทียบว่าเหมือนกับ)-  Some people compare sleep to death.  (บางคนเปรียบเทียบการนอนหลับว่าเหมือนกับความตาย),  belong  (เป็นของ)  -  That car belongs to me.  (รถยนต์คันนั้นเป็นของผม),  attend  (เอาใจใส่)  -  You should attend to your teacher’s advice.  (คุณควรเอาใจใส่คำแนะนำของอาจารย์),  see to it  (ดูแลในเรื่อง, จัดการในเรื่อง)  -  I will see to it that you get what you want.  (ผมจะดูแลให้ว่า  คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ),  consent  (ยินยอมต่อ)  -  He consented to postponement of the trip.  (เขายินยอมกับการเลื่อนการเดินทางออกไป),  attribute  (มีสาเหตุมาจาก)   -  He attributed the worsening situation to increased conflicts between the government and the people.  (เขาคิดว่าสถานการณ์ที่แย่ลง  มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน),  apply  (สมัคร, ขอ),  reply  (ตอบ),  appeal  (อุทธรณ์, ชวนให้เกิดความสนใจ หรือ หลงใหล),  confine  (จำกัดอยู่ใน),  turn  (หันไปหา, หันไปใช้),  amount  (รวมเป็นจำนวน),  surrender  (ยอมจำนนต่อ),  listen  (ฟัง),  recommend  (แนะนำว่าดี),  devote  (อุทิศแก่),  accustom  (ทำให้คุ้นเคยกับ),  object  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วยกับ),  succumb  (พ่ายแพ้ต่อ, ยอมจำนนกับ)  -  He finally succumbed to injury.  (เขาในที่สุดพ่ายแพ้ต่อการบาดเจ็บ  -  คือตาย),  complain  (บ่น หรือ ร้องเรียนกับ)  They complained to me about the noise.  (เขาร้องเรียนกับผมเกี่ยวกับเรื่องเสียงดัง),  suggest  (แนะนำกับ)   -  I suggested to him that he should work harder.  (ผมแนะนำกับเขาว่า  เขาควรขยันมากขึ้น),  respond  (ตอบสนองต่อ)   - The government should quickly respond to its people’s demand.  (รัฐบาลควรตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็ว),  look forward to  (ตั้งหน้าตั้งตารอคอย),  refer  (อ้างถึง, แนะนำให้ไปหา),  yield  (จำนน หรือพ่ายแพ้ต่อ),  introduce  (แนะนำให้รู้จักกับ),  reduce  (ลดลงจนต้อง),  be used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  be accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  เป็นต้น

 

16. He walked slowly for fear that he ______________________________________ stumble.

(เขาเดินอย่างช้าๆ  ด้วยเกรงว่าเขา __________________________________ สะดุดหกล้ม)

(a) should    (จะ)

(b) may

(c) be

(d) would not

ตอบ   -   ข้อ   (a)   กริยาในอนุประโยคที่ตามหลัง  “For fear that”  (ด้วยเกรงว่า)  นิยมใช้  “Should  หรือ  Would + Verb 1”  ในกรณีเป็นเหตุการณ์ในอดีต,  และใช้  “Shall  หรือ  Will + Verb 1”  ในกรณีเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน

 

17. Everyone knows __________________________ she is.  She is very nice, gentle and helpful.

(ทุกคนรู้ว่าเธอเป็น _____________ คือ เธอเป็นคนที่ดี  นุ่มนวล และชอบช่วยเหลือคนเป็นอย่างมาก)

(a) what kind of a woman

(b) what kind of woman    (ผู้หญิงประเภทไหน)

(c) what a kind of woman

(d) what a woman’s kind

ตอบ   –   ข้อ   (b)   อีกรูปแบบที่ใช้ได้  คือ  “what kinds of women they are  (ต้องใช้กับผู้หญิงหลายคน)  โดยทั้ง    รูปแบบเป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Knows

 

18. He is always at the bottom of the _____________________.  He can never remember dates!

(เขามักจะได้ที่โหล่ใน _____________________ (เนื่องจาก) เขาไม่เคยจดจำวันที่ต่างๆ ได้เลย)

(a) history class    (ชั้นเรียนวิชาประวัติศาสตร์, ห้องเรียน (วิชา) ประวัติศาสตร์)

(b) class history

(c) historical class    (ห้องเรียนในประวัติศาสตร์, ห้องเรียนสมัยโบราณ)

(d) historic class    (ห้องเรียนที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นการใช้คำนามขยายคำนาม  หรือ  “นามประกอบ”  (Compound noun)  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Wait a minute, I’ll look up Mary’s phone number in the ________________ and then call her.

(รอประเดี๋ยวนึงนะ  ผมจะค้นหาเบอร์โทรศัพท์ของแมรีใน ___________ และ (ต่อจากนั้น) จะโทรฯ ไปที่เธอ)

(a) phone’s book

(b) phone book    (สมุดโทรศัพท์)

(c) phones book

(d) book of phone

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการใช้คำนามขยายคำนาม  ที่เรียกว่า  “นามประกอบ”  (Compound noun)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • I told my mom that I had bought this bulb for the _______________________________.

(ผมบอกแม่ว่า  ผมซื้อหลอดไฟดวงนี้เพื่อใช้กับ __________________________________)

(a) desk’s lamp

(b) lamp of the desk

(c) lamp on desk

(d) desk lamp    (โคมไฟตั้งโต๊ะ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการใช้คำนามขยายคำนาม  ที่เรียกว่า  “นามประกอบ”  (Compound noun)

                                          ตัวอย่างที่ 

  • To the best of my knowledge, all of them are efficient ____________________________.

(เท่าที่ผมรู้มาอย่างดีที่สุด  พวกเขาทุกคนเป็น ________________________ ที่มีประสิทธิภาพ)

(a) language’s teachers

(b) languages teachers

(c) teaching languages

(d) language teachers    (ครูสอนภาษา)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เป็นการใช้นามขยายนาม  หรือ  “นามประกอบ”  (Compound noun)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • She broke a ______________________________________ while she was washing up.

(เธอทำ _____________________________________ แตก  ในขณะที่เธอกำลังล้างจาน)

(a) glass wine

(b) wine glass    (แก้วไวน์)

(c) glass for wine

(d) glass of wine

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการใช้คำนามขยายคำนาม  ซึ่งเรียกว่า  “นามประกอบ”  (Compound noun)  

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Jim bought his new shoes from the ____________________________ near his house.

(จิมซื้อรองเท้าใหม่จาก _______________________________________ ใกล้บ้านของเขา)

(a) shoes’ store

(b) shoes store

(c) shoes’s store

(d) shoe store    (ร้านรองเท้า)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการใช้นามขยายนาม  หรือ  “นามประกอบ”  (Compound noun)  โดยนามตัวหน้ามักอยู่ในรูปเอกพจน์เสมอ  และถ้าต้องการใช้คำนามประกอบในรูปพหูพจน์  จะแสดงรูปพหูพจน์ที่คำนามตัวหลัง  ตัวอย่าง  เช่น

  • service bus (es)  (รถบริการ – คือรถรับ-ส่งพนักงาน)
  • bus service (s)   (บริการรถประจำทาง)
  • flower garden (s)  (สวนดอกไม้)
  • color television (s)   (ทีวีสี)
  • room number (s)   (หมายเลขห้อง)
  • bookstore (s)   (ร้านขายหนังสือ)
  • development plan (s)   (แผนการพัฒนา)
  • population increase   (การเพิ่มประชากร)
  • table lamp (s)   (ตะเกียง-โคมไฟตั้งโต๊ะ)
  • war criminal (s)   (อาชญากรสงคราม)
  • traffic jam   (รถติด)
  • newspaper article   (บทความหนังสือพิมพ์)
  • conference room   (ห้องประชุม)
  • peace talk   (การเจรจาสันติภาพ)
  • car key   (กุญแจรถ)
  • car park   (ที่จอดรถ)
  • railway station   (สถานีรถไฟ)
  • art exhibition   (นิทรรศการศิลปะ)
  • show room   (ห้องแสดงสินค้า หรือตัวอย่างสินค้า)
  • show business   (ธุรกิจการแสดง)
  • flood victim   (เหยื่ออุทกภัย)
  • energy management   (การบริหารพลังงาน)
  • drain pipe   (ท่อระบายน้ำ)
  • wastewater disposal   (การกำจัดน้ำเสีย)
  • energy conservation   (การอนุรักษ์พลังงาน)
  • interest rate   (อัตราดอกเบี้ย)
  • premium payment   (การจ่ายเบี้ยประกัน)
  • office building   (อาคารสำนักงาน)
  • rubbish bin   (ถังขยะ)
  • community development   (การพัฒนาชุมชน)
  • road safety rally   (การรณรงค์ความปลอดภัยบนถนน)
  • flood relief center   (ศูนย์บรรเทาน้ำท่วม)
  • production method   (วิธีการผลิต)
  • goods outlet  (ตลาด-ช่องทางระบายสินค้า)
  • distribution channel   (ช่องทางการจำหน่าย)
  • contract period  (ระยะเวลาของสัญญา)
  • loan amount limit   (การจำกัดปริมาณเงินกู้)
  • debt payment   (การชำระหนี้)
  • audit procedure   (กระบวนการตรวจสอบ)
  • risk assessment   (การประเมินความเสี่ยง)
  • reforestation activity   (กิจกรรมการปลูกป่า)
  • government sector   (ภาครัฐบาล)
  • tourism sector   (ภาคการท่องเที่ยว)
  • border patrol police school   (โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน)
  • toilet construction   (การสร้างห้องน้ำ)
  • implementation plan   (แผนการดำเนินงาน)
  • duty performance   (การปฏิบัติหน้าที่)
  • business partner   (คู่ค้า, หุ้นส่วนธุรกิจ)
  • business competitor   (คู่แข่งทางธุรกิจ)
  • business growth   (การเติบโตของธุรกิจ)
  • emergency use   (การใช้กรณีฉุกเฉิน)
  • donation reception   (การรับบริจาค)
  • wood house (s)   (บ้านไม้)
  • steel table (s)   (โต๊ะเหล็ก)
  • government policy  (นโยบายรัฐบาล)
  • personnel development   (การพัฒนาบุคลากร)
  • insurance policy   (กรมธรรม์ประกันภัย)
  • growth rate   (อัตราการเติบโต)
  • oil price rise  (การขึ้นราคาน้ำมัน)
  • birthday party   (งานเลี้ยงวันเกิด)
  • dividend payment   (การจ่ายเงินปันผล)
  • debt payment  (การชำระหนี้)
  • income tax deduction   (การหักภาษีเงินได้)
  • motor insurance   (การประกันภัยรถยนต์)
  • fire insurance   (การประกันอัคคีภัย)
  • capital market   (ตลาดทุน)
  • exchange rate (s)   (อัตราการแลกเปลี่ยน)
  • traffic problem (s)  (ปัญหาจราจร)
  • greenhouse gas   (กาซเรือนกระจก)
  • tourism sector   (ภาคการท่องเที่ยว)
  • climate change   (การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ)
  • terrorism risk (s)  (การเสี่ยงภัยการก่อการร้าย)
  • commodity price (s)  (ราคาสินค้า)
  • price competition   (การแข่งขันด้านราคา)
  • household debt   (หนี้ครัวเรือน)
  • car sale (s)   (การขายรถยนต์)
  • distribution channel   (ช่องทางการจำหน่าย)
  • accident occurrence   (การเกิดอุบัติเหตุ)
  • branch office (s)   (สำนักงานสาขา)
  • insurance company   (บริษัทประกันภัย)
  • business partner (s)   (คู่ค้า)
  • leather belt   (เข็มขัดหนัง)
  • business transaction (s)   (การดำเนินธุรกิจ)
  • business mind   (จิตใจคิดแต่เรื่องธุรกิจ)
  • heart disease treatment   (การรักษาโรคหัวใจ)

 

19. Let’s go out for dinner tonight after work, ______________________________________?

(พวกเราออกไปข้างนอกเพื่อกินอาหารเย็นกันนะคืนนี้  หลังงานเลิก, _____________________)

(a)  don’t we

(b)  don’t you

(c)  shan’t we

(d)  shall we     (เอาไหม)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากในประโยคชักชวนที่ขึ้นต้นด้วย  “Let’s”   ในส่วนต่อท้าย  (Tag)  จะต้องใช้   “Shall we”  เสมอ,  ส่วนถ้าเป็นประโยคคำสั่งหรือขอร้อง  ในส่วน “Tag”  จะต้องใช้   “Will you”  เช่น

  • Please come and see me at home tomorrow, will you?

(กรุณามาและพบผมที่บ้านวันพรุ่งนี้,   ได้ไหม)

  • Stop smoking in the bus, will you?

(หยุดสูบบุหรี่บนรถประจำทาง,  ได้ไหม)

                           ในกรณีเป็นการชักชวน  “มิให้กระทำ”  ไม่จำเป็นต้องมีส่วน  “Tag” ต่อท้ายประโยค  เช่น

  • Let’s not go to the concert tonight.

(เราอย่าไปฟังคอนเสิร์ตกันเลยคืนนี้)

  • Let’s not get up late tomorrow morning.

(เราอย่าตื่นสายกันเลยเช้าพรุ่งนี้)

(ทั้ง    ประโยคข้างบนไม่ต้องมีส่วน  “Tag”  ห้อยท้าย)

 

20. He is a well-known author and during the past few years __________________ many books.

(เขาเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียง  และในระหว่าง  -   ปีที่ผ่านมา ____________ หนังสือจำนวนมาก)

(a) writes

(b) had written

(c) is writing    (กำลังเขียน)

(d) has written    (ได้เขียน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ใช้  “Has written” (Present perfect tense)  กับเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  ๒ - ๓  ปีที่ผ่านมา (เขียนหนังสือ)  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันขณะที่พูดประโยคนี้  ก็ยังเขียนหนังสืออยู่

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป